
ลูกบุญทรง-แฉชอกชํ้า! ‘อำนวย’ลพบุรีก็หนีตาย กำแพงเพชรยกทีมสยบ สมชัยอดีตกกต.ซุกปชป.
พลังประชารัฐหัวกระไดไม่แห้ง นักการเมืองแห่ตบเท้าร่วมทีมก่อนถึงเส้นตายสังกัดพรรค 90 วัน 4 อดีต ส.ส.กำแพงเพชร พรรคเพื่อไทย มาตามนัดโผซบยกเซต แจงจากกันด้วยดี ปฏิเสธย้ายค่ายเพราะถูกบีบ “ไวพจน์” เอ่ยปากขอโทษต้องย้ายขั้ว เพื่อก้าวข้าม ความขัดแย้ง “ลูกบุญทรง” น้ำตาคลอเปิดใจโบกมือลาเพื่อไทย ฉุนถูกซ้ำเติมโจมตีประเด็นพ่อป่วยโยงการเมือง ลั่นไม่ไว้วางใจกันก็อยู่ร่วมกันไม่ได้ “อำนวย คลังผา” พลิกลิ้นนาทีสุดท้ายหนีตายเข้าพลังประชารัฐ
“อุตตม-สนธิรัตน์” ประสานเสียงไม่มีดีลต่อรองเรื่องคดีความดึงอดีตผู้แทนพลิกขั้ว “ภูมิธรรม” เห็นใจลูกทีมย้ายพรรค เชื่อเพราะถูกบีบเรื่องคดี ปชป.อ้าแขนต้อนรับ “สมชัย ศรีสุทธิยากร” อดีต กกต. เตรียมเปิดตัวสมัครสมาชิกพรรค 25 พ.ย. ไทยรักษาชาติไม่ร่วมวงหารือ คสช.ถกหลักเกณฑ์เลือกตั้ง เย้ยเป็นแค่พิธีกรรม ยิ่งใกล้ครบเดดไลน์การสังกัดสมาชิกพรรค การเมือง 90 วัน ในวันที่ 26 พ.ย.นี้ บรรยากาศการย้ายสังกัดพรรคของนักการเมืองยิ่งคึกคักขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะพรรคพลังประชารัฐที่หัวกระไดไม่แห้ง มีอดีต ส.ส.เดินทางมาสมัครเป็นสมาชิกพรรคเป็นจำนวนมากอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดถึงคิว 4 อดีต ส.ส.กำแพงเพชร พรรคเพื่อไทย ยกทีมมาร่วมงาน พร้อมด้วยนายเดชณัฐวิทย์ เตริยาภิรมย์ บุตรชายนายบุญทรง เตริยาภิรมย์ อดีต รมว.พาณิชย์ รวมถึงนายอำนวย คลังผา อดีต ส.ส.ลพบุรี ที่ตัดสินใจนาทีสุดท้ายตีจากพรรคเพื่อไทยมาอยู่กับพรรคพลังประชารัฐ
หลาน “ป๋าเหนาะ” เปิดตัว พปชร.
เมื่อวันที่ 24 พ.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานจากพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ถึงบรรยากาศการรับสมัครสมาชิกพรรคที่ใกล้ถึงเส้นตายการสังกัดพรรค 90 วัน ในวันที่ 26 พ.ย.ว่า ยังเป็นไปด้วยความคึกคัก มีอดีต ส.ส.ทยอยเดินทางมาแสดงความจำนงร่วมงานกับพรรคจำนวนมาก คนแรกที่มาถึงคือ นายฐานิสร์ เทียนทอง อดีต ส.ส.สระแก้ว พรรคเพื่อไทย และอดีต รมช.มหาดไทย และหลานชายนายเสนาะ เทียนทอง ประธานที่ปรึกษาพรรคเพื่อไทย มาสมัครสมาชิกพรรคเป็นคนแรก ตามด้วยนักการเมืองท้องถิ่น จ.ลำปาง ได้แก่ นายดาชัย เอกปฐพี นายเดชทวี ศรีวิชัย ลำปาง และ น.ส.วนริสสา ทองประสิทธิ์ ได้มาสมัครเป็นสมาชิกด้วย
4 อดีต ส.ส.กำแพงเพชรตบเท้าร่วมทีม
จากนั้นเวลา 11.00 น. นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ สมาชิกพรรคพลังประชารัฐ นายอนุชา นาคาศัย กรรมการบริหารพรรคพลังประชารัฐ นำอดีต ส.ส.และอดีต ส.ว.กำแพงเพชร 5 คน ได้แก่ นายไผ่ ลิกค์ พ.ต.ท.ไวพจน์ อาภรณ์รัตน์ นายปริญญา ฤกษ์หร่าย นายอนันต์ ผลอำนวย อดีต ส.ส.กำแพงเพชร นายสุรสิทธิ์ วงศ์วิทยานันท์ อดีต ส.ว.กำแพงเพชร มาสมัครเป็นสมาชิกพรรค โดยนายวราเทพ รัตนากร อดีต รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะแกนนำกลุ่ม ส.ส.กำแพงเพชร ไม่ได้เดินทางมาด้วย โดยนายอุตตม สาวนายน หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ เดินลงไปรับที่รถด้วยตัวเอง โดยนายสุริยะกล่าวว่า การที่อดีต ส.ส.กำแพงเพชร มาสมัครพรรคพลังประชารัฐ เพราะต้องการให้ประเทศไทยก้าวพ้นความขัดแย้ง จึงลาออกจากพรรคเพื่อไทย ซึ่งตนรู้สึกยินดี
“ไวพจน์” เอ่ยปากขอโทษย้ายขั้ว
นายไผ่ ลิกค์ อดีต ส.ส.กำแพงเพชร พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ยอมรับว่าตัดสินใจยาก ต้องคิดให้ถี่ถ้วนและได้ปรึกษากับทีมงานแล้วถึงตกผลึกมาอย่างนี้ ในส่วนพรรคเพื่อไทยจากกันด้วยดี ไม่มีปัญหา ไม่ได้ทะเลาะอะไรกันสบายใจได้ และไม่มีการต่อรองใดๆตัดสินใจกันเอง
ด้าน พ.ต.ท.ไวพจน์ อาภรณ์รัตน์ อดีต ส.ส.กำแพงเพชร พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ขอย้ำว่าอุดม– การณ์ต่อต้านเผด็จการยังอยู่ในสายเลือดทุกหยด แต่จะทำหน้าที่ให้ดีที่สุดเพื่อประเทศและประชาชน เรามีอุดมการณ์เหมือนเดิม แต่ต้องก้าวข้ามความขัดแย้งเพื่อคนไทยทั้งประเทศ ไม่ได้มาเพราะถูกบีบ ปรึกษากันนานรวมถึงกับนายวราเทพ กับพรรคเพื่อไทยผูกพันกันมาก ต้องขอบคุณพรรคเพื่อไทยที่ดูแลพวกตน และดูแลลูกๆมาอย่างดี ขอโทษจริงๆ ที่ต้องย้ายมาอยู่นี่ ต้องมาเพื่อร่วมกันทำงาน
ลูก “บุญทรง” น้ำตาคลอเปิดใจหนี พท.
ต่อมานายเดชณัฐวิทย์ เตริยาภิรมย์ บุตรชายนายบุญทรง เตริยาภิรมย์ อดีต รมว.พาณิชย์ ที่ถูกศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง พิพากษาให้จำคุกคดีทุจริตระบายข้าว (จีทูจี) ในโครงการรับจำนำข้าว ได้เดินทางมาสมัครสมาชิกพรรคพลังประชารัฐ โดยกล่าวเปิดใจถึงเหตุผลการลาออกจากพรรคเพื่อไทยด้วยน้ำเสียงสั่นเครือและมีน้ำตาคลอว่า บทบาททางการเมืองของพ่อจบไปตั้งแต่วันที่ศาลตัดสินจำคุก ตลอดระยะเวลาที่บิดาติดคุก ทุกคนคงได้เห็นในข่าวที่บิดาของตนถูกโจมตีเสียๆหายๆจากฝั่งทนายของอดีตนายกรัฐมนตรีพอถึงเวลาที่พ่อเจ็บป่วยควรได้รับการรักษาดันไปเอาข่าวไปเชื่อมโยงกับคดีต่างๆนานา ส่งผลกระทบต่อบิดาที่ต้องรับการรักษาตัว ถึงขั้นมีการพูดว่ามีการดีลวงในหรือไม่ ทำให้คนอื่นที่ได้รับข่าวไม่อยากมาช่วย ถูกมองป่วยจริงหรือไม่ เอาไปผูกกับเรื่องการเมืองไปหมด
ลั่นไม่ไว้วางใจกันก็โบกมือลา
นายเดชนัฐวิทย์กล่าวว่า สิ่งที่บิดาเป็นอยู่ทุกวันนี้ คงไม่ต้องตอบ คงทราบกันดีว่าเพราะอะไร พอเราต้องการความช่วยเหลือดันมาขี่ซ้ำ ตนถามพ่อว่าเอาอย่างไรดี ถ้าอยู่มันโหดร้ายให้ตนทำการเมืองไหม พ่อบอกให้ที่เหลือจากนี้เป็นการตัดสินใจของตนล้วนๆ ท่านบอกว่าชีวิตการเมืองของท่านจบไปแล้ว ต่อไปให้ลูกตัดสินใจเอง เมื่อมีความไม่ไว้วางใจเกิดขึ้นภายในพรรคเพื่อไทย เกรงว่าการเดินหน้าทางการเมืองจะมีปัญหา ตนนั่งคิดอยู่นานและตัดสินใจว่าถอยออกมาก้าวหนึ่งดีกว่า จึงตัดสินใจลาออกเพื่อความสบายใจของตัวเอง ของพรรค และของบิดา พรรคเพื่อไทยจะได้เดินหน้าอย่างเต็มที่ ไม่ต้องห่วงหน้าพะวงหลัง บิดาได้ให้ลองคุยกับผู้ใหญ่ 2 คน คือนายสมศักดิ์ เทพสุทิน และนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ แกนนำพลังประชารัฐ และท่านเห็นศักยภาพของตน แนวทางการเมืองสามารถไปด้วยกันได้จึงตัดสินใจมาอยู่พลังประชารัฐและได้บอกพ่อแล้ว
ประกาศลงพื้นที่เดิมของ “บุญทรง”
เมื่อถามว่า จะไม่กลับไปร่วมงานกับพรรคเพื่อไทยและพรรคไทยรักษาชาติแล้วใช่หรือไม่ นายเดชนัฐวิทย์ตอบว่า จะบอกว่าไม่กลับไปร่วมงานก็ไม่ได้ เพราะถ้าลงเลือกตั้งแล้วได้รับเลือกก็ต้องอยู่สภาเดียวกัน ดังนั้นการทำงานร่วมกันเพื่อประชาชนไม่มีปัญหา ส่วนการเลือกตั้งจะลงเขตเดิมของพ่อคือเขต 7 จ.เชียงใหม่ เพราะมีโอกาสได้พบปะประชาชน บอกสนับสนุนให้เป็นตัวแทนมาสานงานต่อ ยอมรับว่าการย้ายพรรคทำให้กระทบฐานเสียง แต่ตัว ผู้สมัครเปรียบเหมือนกับลาบ ส่วนพรรคเหมือนภาชนะที่รองรับลาบ ถ้าประชาชนอยากกินลาบ จะไปอยู่บนจาน ในถ้วยหรือในแก้ว ประชาชนก็อยากกินเหมือนเดิม
“รัตนา” ขนลูกทีมเข้าสังกัดใหม่
ต่อมาช่วงบ่าย นางรัตนา จงสุทธานามณี อดีต ส.ส.เชียงราย พรรคชาติพัฒนา และอดีตนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงราย นำสมาชิกในกลุ่ม ได้แก่ นายเสงี่ยม แสงพิศ อดีตรองนายก อบจ.เชียงราย นายบุญถิ่น นวลใหม่ อดีต ส.จ.เชียงราย นายผจญ ใจกล้า อดีตสาธารณสุข อ.แม่จัน มาสมัครเป็นสมาชิกพรรค โดยนางรัตนากล่าวว่า มั่นใจบุคลากรพรรคพลังประชารัฐมีคุณภาพ จึงตัดสินใจเข้าร่วม เชื่อมั่นว่าจะเป็นทางเลือกให้กับชาวเชียงรายได้
“อำนวย” พลิกลิ้นนาทีสุดท้าย
จากนั้นนายอำนวย คลังผา อดีต ส.ส.ลพบุรี พรรคเพื่อไทย เดินทางเข้าสมัครสมาชิกพรรคพลังประชารัฐ โดยในช่วงเช้าวันเดียวกัน นายอำนวยได้ไปลาออกที่พรรคเพื่อไทยมา ภายหลังสมัครสมาชิก นายอำนวยกล่าวว่า สาเหตุที่มาสมัครพลังประชารัฐ เพราะเห็นว่านโยบายรัฐบาลถูกใจประชาชน เช่น ราคาข้าวที่ขณะนี้มีราคาดีขึ้นและสวัสดิการต่างๆที่โดนใจประชาชน รวมถึงเกิดความขัดแย้งก่อนหน้านี้มีการเดินขบวนไม่จบไม่สิ้น จึงเห็นว่าพรรคพลังประชารัฐดูแลจุดนี้ได้ ตนได้รับการทาบทามจากนายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ เลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ และใช้เวลาตัดสินใจเพียงวันเดียวในการย้ายพรรค ส่วนอดีต ส.ส.ลพบุรีคนอื่นๆจะตามมาด้วยหรือไม่ตนไม่ทราบ ส่วนจะวางให้ตนดูแลในพื้นที่ จ.ลพบุรี หรือไม่นั้นเป็นเรื่องของเลขาธิการพรรค
“อุตตม–สนธิรัตน์” ยันไร้ดีลต่อรอง
ด้านนายอุตตม สาวนายน หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ กล่าวถึงกรณีนายเดชณัฐวิทย์ เตริยาภิรมย์ บุตรชายนายบุญทรง เตริยาภิรมย์ อดีต รมว.พาณิชย์ย้ายมาอยู่พรรคพลังประชารัฐว่า ยืนยันการเข้ามาครั้งนี้ของนายเดชณัฐวิทย์ไม่มีการต่อรองผลประโยชน์หรือเรื่องคดีความใดๆทั้งสิ้น นายเดชณัฐวิทย์สนใจมาร่วมทำงานกับพรรคด้วยใจมุ่งมั่นของตัวเอง และวันที่ 7 ธ.ค. นายกรัฐมนตรีหารือพรรคการเมืองเรื่องการปลดล็อก ในฐานะหัวหน้าพรรคจะไปประชุมด้วย ส่วนกรณีที่ กกต.จะตรวจสอบนโยบายบัตรสวัสดิการแห่งรัฐนั้น พรรคไม่กังวล การวิจารณ์นโยบายบัตรคนจนไม่ต่างจากประชานิยมนั้น นโยบายนี้มีเป้าหมายชัดเจนเพื่อช่วยบรรเทาความเดือดร้อนผู้มีรายได้น้อยให้ลืมตาอ้าปากได้ ไม่ก่อให้เกิดภาระต่อประเทศ เราไม่มองว่านโยบายพรรคแตกต่างจากนโยบายรัฐบาลในอดีตหรือไม่ อะไรที่เป็นประโยชน์ต่อประชาชนถือว่าดี
นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ เลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ กล่าวว่า เสียงวิจารณ์พรรคพลังประชารัฐดูด ส.ส.เป็นการเล่นการเมืองแบบเดิมๆนั้น หากคนที่ถูกดูดเห็นว่าพรรคนี้ไม่สามารถร่วมอุดมการณ์ได้คงไม่มา ในทางการเมืองไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะดึงคน ทุกคน มีจุดยืนและความคิดของตัวเอง เมื่อมีความคิดตรงกันจึงเดินไปด้วยกันได้ ยืนยันอีกครั้ง ไม่มีการดีลเรื่องคดีความกับใคร
นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ เลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ กล่าวว่า เสียงวิจารณ์พรรคพลังประชารัฐดูด ส.ส.เป็นการเล่นการเมืองแบบเดิมๆนั้น หากคนที่ถูกดูดเห็นว่าพรรคนี้ไม่สามารถร่วมอุดมการณ์ได้คงไม่มา ในทางการเมืองไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะดึงคน ทุกคน มีจุดยืนและความคิดของตัวเอง เมื่อมีความคิดตรงกันจึงเดินไปด้วยกันได้ ยืนยันอีกครั้ง ไม่มีการดีลเรื่องคดีความกับใคร
“สุวิทย์” เจาะฐาน จ.ขอนแก่น
อีกด้านหนึ่ง เมื่อเวลา 09.30 น. ที่โรงแรมคอนวิเนียน อ.เมือง จ.ขอนแก่น นายสุวิทย์ เมษินทรีย์ รมว.วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ในฐานะรองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ เป็นประธานเปิดงาน “คิดให้ ไทยทะยาน” ซึ่งพรรคพลังประชารัฐกำหนดจัดกิจกรรมขึ้นเพื่อรับฟังความเห็นจากประชาชน โดยนายสุวิทย์กล่าวว่า การลงพื้นที่ครั้งนี้ เพื่อจัดกิจกรรมรับฟังความคิดเห็น ความต้องการของประชาชนชาวอีสานที่ขณะนี้พบว่ามีรายได้ต่อคนต่อปีน้อยกว่าทุกภาค ความคิดเห็นที่ได้จะนำไปประมวลเพื่อหาความต้องการของประชาชนนำไปสู่การกำหนดนโยบายพรรค
ขณะที่นายกอบศักดิ์ ภูตระกูล รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะโฆษกพรรคพลังประชารัฐ กล่าวว่า การลงพื้นที่พบปะประชาชนในพื้นที่แต่ละครั้งต้องใช้ความระมัดระวัง เพราะด้วยตำแหน่งรัฐมนตรี ทำให้การลงพื้นที่ก็ใช้ทรัพย์สินส่วนตัวทั้งหมด และเลือกลงเฉพาะในวันเสาร์-อาทิตย์ที่เป็นวันหยุดราชการเท่านั้น เพื่อไม่กระทบต่อการทำงานในตำแหน่งรัฐมนตรี

นายกฯ กำชับเดินตามโรดแม็ป
นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. กล่าวถึงสถานการณ์บ้านเมืองในขณะนี้ว่า ประเทศไทยกำลังก้าวสู่การเลือกตั้งถือว่าเป็นสิ่งดี อยากให้คนไทยทุกคนระลึกว่า ประชาธิปไตยต้องทำให้บ้านเมืองสงบเรียบร้อย คำนึงถึงประโยชน์ส่วนรวม ที่ผ่านมาบางคนอาจเข้าใจว่าประชาธิปไตยคือ ภาวะไร้ขีดจำกัด ทำอะไรก็ได้อย่างเสรี แต่แท้จริงการแสดงออกทุกอย่างต้องอยู่ภายใต้กฎหมาย เคารพเสียงส่วนใหญ่และให้เกียรติเสียงส่วนน้อย ไม่ใช้คนบางกลุ่มเป็นเครื่องมือก่อความวุ่นวาย คัดค้านการพัฒนาทุกเรื่อง พร้อมกันนี้นายกฯ ยืนยันว่า ทุกอย่างยังเป็นไปตามโรดแม็ปที่กำหนดไว้แต่ต้น คือการยุติความขัดแย้งและความไม่สงบ การวางรากฐานเพื่อปฏิรูปประเทศ และจัดการเลือกตั้งเพื่อสร้างประชาธิปไตยที่สมบูรณ์ อยากให้ประชาชนเตรียมตัวไปใช้สิทธิเลือกตั้งกันมากๆ โดยเฉพาะคนรุ่นใหม่ พิจารณาเลือกคนดี คนเก่งมาทำหน้าที่พัฒนาประเทศ
เผยปลดล็อกปลาย ธ.ค.ให้หาเสียง
ที่มหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี นายกอบศักดิ์ ภูตระกูล รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และโฆษกพรรคพลังประชารัฐ ลงพื้นที่รับฟังความคิดเห็นจากคนรุ่นใหม่ โดยนายกอบศักดิ์กล่าวว่า รับประกันว่าอีกไม่ถึง 100 วัน จะมีการเลือกตั้งแน่นอน จะเป็นครั้งแรกในรอบ 7-8 ปี ประเทศจะกลับคืนเข้าสู่ความเรียบร้อย ปลายเดือน ธ.ค.จะหาเสียงได้ สิ่งที่นักศึกษาถามกันว่า จะเลือกตั้งอย่างไรนั้น ขั้นตอนไม่ใช่เรื่องเข้าใจยาก ขอให้เลือกคนที่เรารัก พรรคที่เราชอบ และรักเดียวใจเดียว หัวใจสำคัญของความสำเร็จในการทำการเมือง ต้องตอบโจทย์ประชาชน ตนมีความเชื่อว่า ประเทศไทยจะเปลี่ยนเพราะคนรุ่นใหม่ จึงมาแลกเปลี่ยนประสบการณ์รับฟังความฝันคนรุ่นใหม่ ซึ่งคนรุ่นใหม่อยากเห็นประเทศไทยไม่ขัดแย้ง ลดความเหลื่อมล้ำ ลดความรุนแรง จึงต้องกลับไปคิดว่า จะทำอย่างไรให้ความฝันเป็นจริง
พท.เห็นใจพวกทิ้งพรรคมีคดีติดตัว
นายภูมิธรรม เวชยชัย เลขาธิการพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีนายอำนวย คลังผา อดีต ส.ส.ลพบุรี พรรคเพื่อไทย รวมทั้งอดีต ส.ส.กำแพงเพชร พรรคเพื่อไทย ย้ายไปร่วมพรรคพลังประชารัฐว่า เป็นเรื่องไม่คาดคิดมาก่อน ยอมรับว่าใจหาย แต่เมื่อเขาดูดกันเช่นนี้ เราก็ต้องตั้งรับ ในส่วนผู้สมัครที่จะมาแทนคนที่ออกไปนั้นมีแล้ว เท่าที่ได้ยินมาคนที่ออกไปส่วนใหญ่มีปัญหาเรื่องคดี เป็นเรื่องที่น่าเห็นใจ แต่เมื่อตัดสินใจแล้วก็ไม่ว่ากัน สุดท้ายผลการเลือกตั้งออกมาอย่างไรต้องยอมรับ ส่วนกระแสข่าว น.ส.ทัศนีย์ บูรณุปกรณ์ อดีต ส.ส.เชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย จะไปร่วมพรรคพลังประชารัฐนั้น ไม่เป็นความจริง น.ส.ทัศนีย์ยังคงเป็นสมาชิกพรรคเพื่อไทยอยู่
แฉแผนบันได 4 ขั้นสืบทอดอำนาจ
นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด คณะทำงานสื่อสารการเมืองพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ขณะนี้คะแนนนิยมรัฐบาลดิ่งลงตลอด แต่เวลาล่วงเลยมานานจนการเลื่อนเลือกตั้งทำได้ยากขึ้น เข้าข่ายยื้อก็พัง เลือกตั้งก็แพ้ จำเป็นต้องมีแผนบันได 4 ขั้น เพื่อสืบทอดอำนาจคือ 1.ร่างรัฐธรรมนูญเพื่อทำให้พรรคตัวเองได้เปรียบที่สุด จนแกนนำพรรคพลังประชารัฐปากลั่นพูดในสิ่งที่อยู่ในใจบอกว่า รัฐธรรมนูญดีไซน์มาเพื่อพวกเรา 2.การแบ่งเขตเลือกตั้งเพื่อให้ได้เปรียบมากที่สุด 3.รัฐบาลอยู่มา 4-5 ปี แทบไม่เห็นนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจ แต่พอ 2-3 เดือนใกล้เลือกตั้งเพิ่งออกมาตรการลดแลกแจกแถม หวังสร้างคะแนนนิยมเร่งด่วน ใช้งบประมาณหลายแสนล้านหาเสียงล่วงหน้าหรือไม่ นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี บอกว่าจะมีนโยบายลักษณะนี้มาอีก พรรคเพื่อไทยเห็นด้วยกับการช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อย แต่ต้องช่วยอย่างฉลาด ยั่งยืน ไม่เอาเปรียบพรรคการเมืองอื่น 4.พรรคการเมืองที่ชื่อพ้องกับโครงการรัฐบาลจะเสนอชื่อ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้า คสช. เป็นนายกใช่หรือไม่ และ 4 รัฐมนตรีที่เกี่ยวเนื่องกับพรรคการเมืองไม่ต้องลาออก เพื่อกุมความได้เปรียบให้มากที่สุด มีการวางแผนแบ่งงานกันทำเป็นกระบวนการตั้งแต่ต้นหรือไม่ มีแผนบันได 4 ขั้น เพื่อการสืบทอดอำนาจหรือไม่
เชื่อ คสช.จ้องหาช่องเลื่อนกาบัตร
นายวรชัย เหมะ อดีต ส.ส.สมุทรปราการ พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า แม้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้า คสช. ยืนยันจะมีการเลือกตั้งวันที่ 24 ก.พ.2562 แต่ประชาชนและพรรคการเมืองยังไม่เชื่อ เพราะการเลือกตั้งเลื่อนมาหลายครั้ง และ กกต.ที่เป็นองค์กรมีอำนาจจัดการเลือกตั้ง แต่นายอิทธิพร บุญประคอง ประธาน กกต.ยังบอกว่าจะเลื่อนเลือกตั้งหรือไม่อยู่ที่แม่น้ำ 5 สาย แสดงให้เห็นว่า กกต.ยังไม่มั่นใจจะมีการเลือกตั้งวันที่ 24 ก.พ.2562 แสดงว่าอำนาจจัดการเลือกตั้งอยู่ที่แม่น้ำ 5 สายใช่หรือไม่ วันนี้มีข่าวหน่วยงานรัฐด้านความมั่นคงประเมินว่าพรรคพลังประชารัฐจะไม่ชนะการเลือกตั้งในภาคเหนือและอีสาน ทำให้ผู้มีอำนาจบางคนอารมณ์เสีย อาจทำให้คิดว่าถ้าเลือกแล้วแพ้จะเลือกทำไม ทำให้ผู้มีอำนาจต้องหาเหตุผลมาเลื่อนเลือกตั้งออกไปเหมือนที่เคยเลื่อนหลายครั้งหรือไม่
ชาวอีสานแห่สมัครสมาชิกเพื่อไทย
เมื่อเวลา 10.00 น. ที่ทำการพรรคเพื่อไทย อ.เมือง จ.อุบลราชธานี พล.ต.ท.วิโรจน์ เปาอินทร์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย นายภูมิธรรม เวชยชัย เลขาธิการพรรคเพื่อไทย พร้อมกลุ่มอดีต ส.ส.พรรคเพื่อไทย จ.อุบลราชธานี ยโสธร และอำนาจเจริญ ร่วมเปิดบ้านรับสมัครประชาชนที่ประสงค์จะมาร่วมเป็นสมาชิกพรรค มีประชาชนจาก จ.อุบลราชธานี ยโสธร และอำนาจเจริญ ให้ความสนใจกรอกเอกสารยื่นความจำนงสมัครเป็นจำนวนมาก ซึ่งเปิดรับสมัครไม่ถึงชั่วโมง ใบสมัครที่เตรียมไว้ 5,000 ใบ ก็หมดต้องถ่ายเอกสารเพิ่มใหม่ โดยนายภูมิธรรมกล่าวว่าการทำกิจกรรมครั้งนี้เนื่องจากพรรคเพื่อไทยเห็นว่าภาคอีสานเป็นภาคหลักที่ให้กำลังใจพรรคเพื่อไทยมาตลอด เป็นบ้านที่เข้มแข็งของพรรค แม้ 5 ปีที่ผ่านมาจะไม่สามารถทำงานทางการเมืองได้ แต่สมาชิกพรรคยังทำงานกับพี่น้องประชาชนอยู่ จึงมั่นใจในพื้นที่ภาคอีสานประชาชนยังคงให้ความรักกับพรรคเช่นเดิม
“สมพงษ์-พงศกร” หนีกลับเพื่อไทย
ผู้สื่อข่าวรายงานจากพรรคเพื่อไทยถึงการจัดตัว ผู้สมัคร ส.ส.ในส่วนของ กทม.ว่า ขณะนี้อดีตผู้สมัคร ส.ส.กทม.ของพรรคเพื่อไทยที่แพ้การเลือกตั้งเมื่อปี 2554 จะย้ายไปพรรคไทยรักษาชาติจำนวน 17 เขต และอดีต ส.ส.รวมถึงอดีตผู้สมัครที่แพ้ด้วยคะแนนสูสีจะยังอยู่ที่พรรคเพื่อไทยต่อไป ส่วนกรณีนายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคเพื่อธรรม และ นายพงศกร อรรณนพพร เลขาธิการพรรคเพื่อธรรม ลาออกจากตำแหน่งและสมาชิกพรรคนั้น มีกระแสข่าวว่า ทั้งคู่จะมาสมัครเป็นสมาชิกพรรคเพื่อไทย โดยนายสมพงษ์จะลงสมัคร ส.ส.เขต 7 จ.เชียงใหม่ แทนนายเดชณัฐวิทย์ เตริยาภิรมย์ บุตรชายนายบุญทรง เตริยาภิรมย์ ที่ย้ายไปพรรคพลังประชารัฐ ขณะที่นายพงศกร จะลงสมัคร ส.ส.ในจังหวัดขอนแก่น แต่ยังไม่ชัดเจนว่าเป็นเขตใด
ทษช.ไม่ร่วมคุย คสช.อ้างแค่พิธีกรรม
วันเดียวกันที่ลานด้านหน้าห้างสรรพสินค้าแฟชั่นไอส์แลนด์ ร.ท.ปรีชาพล พงษ์พานิช หัวหน้าพรรคไทยรักษาชาติ นายมิตติ ติยะไพรัช เลขาธิการพรรค พร้อมกรรมการบริหาร นำรถสมัครสมาชิกพรรคเคลื่อนที่มาให้บริการรับสมัครสมาชิกนอกสถานที่ โดย ร.ท.ปรีชาพลกล่าวว่า การนำรถรับสมัครสมาชิกพรรคเคลื่อนที่ออกให้บริการประชาชนเช่นนี้เพื่ออำนวยความสะดวกให้ประชาชนสมัครเข้าเป็นสมาชิกพรรค ที่ผ่านมามีผู้สนใจสมัครสมาชิกพรรคเป็นอย่างดี และในวันที่ 25 พ.ย. จะเปิดสาขาพรรคภาคใต้ ที่ จ.นครศรีธรรมราช ถือว่าพรรคมีสาขาครบทุกพรรค กำลังรอดูความชัดเจนเรื่องเขตเลือกตั้ง เพื่อส่งผู้สมัคร ส.ส.ให้ได้มากที่สุด ส่วนที่ คสช.นัดหารือกับพรรคการเมืองในวันที่ 7 ธ.ค.นั้น พรรคจะไม่เข้าร่วม เพราะเป็นเพียงพิธีกรรมที่ไม่เกิดประโยชน์ เป็นหน้าที่ กกต.ที่จะดำเนินการเรื่องดังกล่าว รวมถึงการกำหนดวันเลือกตั้ง หากผลหารือวันที่ 7 ธ.ค. ข้อสรุปให้เลื่อนเลือกตั้งออก จะต้องชี้แจงทำความเข้าใจสังคมให้ได้ ส่วนที่มีนักการเมืองชื่อดังหลายคนแห่เข้าร่วมพรรคพลังประชารัฐนั้น แต่ละคนมีทิศทางของตัวเอง ไม่อยากก้าวก่าย แต่ก่อนหน้านี้ผู้มีอำนาจพูดถึงนักการเมืองแง่ไม่ดี แต่เชิญไปร่วมงาน การตั้งข้อสังเกตพรรคไทยรักษาชาติจะเป็นพรรคหลักแทนพรรคเพื่อไทยนั้น พรรคทำงานเพื่อประชาชน หวังจะมี ส.ส.ไปทำหน้าที่ในสภา
ห่วง พปชร.ซ้ำรอยสามัคคีธรรม
ขณะที่นายสุธรรม แสงปทุม สมาชิกพรรคไทยรักษาชาติ กล่าวว่า ที่ผ่านมามีผู้มาสมัครสมาชิกพรรคจำนวนมากหลายอาชีพ มั่นใจจะทำงานรับใช้ประชาชนได้ ปรากฏการณ์ที่ คสช.หนุนพรรคพลังประชารัฐ ดูดอดีต ส.ส.เก่า ด้วยหลากหลายวิธี ทั้งการให้ผลประโยชน์ ต่อรองเรื่องคดีความ ทำให้นึกถึงเหตุการณ์เก่าๆปี 2535 ที่กลุ่ม รสช. ตั้งพรรคสามัคคีธรรม นำคดีความเจรจาต่อรองเพื่อให้นักการเมืองเข้าร่วมจนสามารถตั้งรัฐบาลได้ แต่สุดท้ายประชาชนก็ไม่พอใจ เกิดการขับไล่เป็นเหตุการณ์พฤษภาทมิฬ 2535 ครั้งนี้ก็เปรียบเหมือนการตั้งพรรคสามัคคีธรรมภาค 2 แต่ คสช.ทำหยาบกว่ามาก เชื่อว่าเหตุการณ์ก็จะกลับมาเหมือนเดิม
รุกหนักหวังเจาะไข่แดงภาคใต้
นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ แกนนำ นปช. และสมาชิกพรรคไทยรักษาชาติ กล่าวว่า พร้อมจะหลับหูหลับตาเชื่อว่าการเลือกตั้งจะเกิดขึ้นวันที่ 24 ก.พ. 2562 ถ้าผู้มีอำนาจจะหลับหูหลับตาเลื่อนเป็นเรื่องที่ต้องรับผิดชอบต่อความรู้สึกประชาชนเอง พรรคไทยรักษาชาติยังคงขับเคลื่อนไปสู่การเลือกตั้ง โดยในวันที่ 25 พ.ย. จะรอต้อนรับหัวหน้าพรรค และแกนนำพรรคที่โรงแรมราวดี จ.นครศรีธรรมราช เพื่อประชุมเลือกตั้งกรรมการสาขาพรรคภาคใต้และพบปะประชาชน แม้จะเป็นพรรคใหม่ แต่ด้วยจุดยืนที่ชัดเจนเรื่องประชาธิปไตยและนโยบายที่มุ่งเน้นแก้ปัญหาเศรษฐกิจปากท้อง จะได้รับการตอบรับจากประชาชนในพื้นที่ วันนี้การตัดสินใจทางการเมืองของคนภาคใต้จำนวนมากพร้อมจะเปลี่ยนแปลง ถือเป็นโอกาสสำคัญของทุกพรรคที่จะสร้างการยอมรับจากประชาชน อย่างไรก็ตามพรรคยังไม่ประกาศเป้าหมายจะได้ ส.ส.ภาคใต้กี่ที่นั่ง แต่จะทุ่มเทสุดกำลังให้มีที่นั่งเล็กๆในหัวใจคนใต้ หลังจากนี้จะจัดทีมแกนนำพรรคที่หลายคนเป็นคนใต้กระจายลงพื้นที่ ทันทีที่ปลดล็อกจะเดินหน้าแคมเปญหาเสียง ซึ่งเตรียมทุกอย่างพร้อมแล้ว

“มาร์ค” ลั่นพร้อมเลือกตั้งทุกเวลา
ที่สถานเอกอัครราชทูตสหราชอาณาจักรประจำประเทศไทย นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณี กกต.จะประกาศกระบวนการเลือกตั้งให้เร็วขึ้นว่า ขณะนี้ยังไม่มีอะไรยืนยันอย่างเป็นทางการ แต่พรรคเตรียมพร้อมเลือกตั้งในสมมติฐานว่า การเลือกตั้งจะเกิดขึ้นในวันที่ 24 ก.พ.2562 การเลือกตั้งจะเกิดขึ้นเร็วหรือไม่อยู่ที่ผู้มีอำนาจจะออกพระราชกฤษฎีกาเลือกตั้งเมื่อใด ตามกรอบจะกำหนดให้สมัคร ส.ส. ในช่วงต้นปี 2562 เพื่อให้เลือกตั้งทันตามระยะเวลาเดือน ก.พ.2562 จึงต้องออกพระราชกฤษฎีกาการเลือกตั้งภายในปีนี้ ยืนยันพรรคประชาธิปัตย์มีความพร้อมเลือกตั้ง ไม่ว่ากำหนดการจะเลื่อนขึ้นหรือขยายเวลาออกไปก็ตาม ส่วนกรณี คสช.นัดหารือตัวแทนพรรคการเมืองในวันที่ 7 ธ.ค.นั้น ยังไม่ได้รับการแจ้ง จึงไม่ทราบว่าจะหารือกันในประเด็นใดบ้าง แต่เชื่อว่าการแบ่งเขตเลือกตั้งจะได้ข้อยุติก่อนวันที่ 7 ธ.ค.นี้ เพื่อให้พรรค การเมืองดำเนินการเลือกตัวแทนของพรรคประจำจังหวัด และอาจมีการปลดล็อกการเมืองในวันนั้น
ยินดีต้อนรับ “สมชัย” ร่วมทีม ปชป.
นายอภิสิทธิ์ยังกล่าวถึงกรณีนายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีต กกต. จะมาสมัครเป็นสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ในวันที่ 25 พ.ย.ว่า ส่วนตัวไม่ทราบว่านายสมชัยติดต่อใครไว้ ได้คุยกันครั้งล่าสุดนานมาแล้วสมัยที่นายสมชัยเพิ่งพ้นจากตำแหน่ง กกต. แต่เมื่อทราบข่าวนี้ก็ยินดีต้อนรับ เบื้องต้นนายสมชัยคงมาสมัครสมาชิกพรรคก่อน แล้วค่อยพูดคุยกันอีกครั้งว่า จะมามีบทบาทในส่วนใด ส่วนที่นายสุรเชษฐ์ แวอาแซ อดีต ส.ส.นราธิวาส พรรคประชาธิปัตย์ ย้ายไปสังกัดพรรครวมพลังประชาชาติไทย (รปช.) โดยมีอดีต ส.ส.พื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้อีก 5 คน ย้ายจะไปอยู่ด้วยนั้น รู้เรื่องนี้มาสักพักหนึ่งแล้ว ไม่มีปัญหา ถือเป็นสิทธิของแต่ละคนจะตัดสินใจ พรรคประชาธิปัตย์มีผู้สมัครที่มีความพร้อม มีคุณภาพในพื้นที่ดังกล่าว ได้เตรียมผู้สมัครไว้ครบทุกพื้นที่แล้ว ไม่ใช่เรื่องน่ากังวล พรรคมีผู้สมัครที่เข้มแข็ง นโยบายและจุดยืนพรรคในการแก้ปัญหาในพื้นที่มีความชัดเจน
เผยทาบทามหลังร่วงเก้าอี้ กกต.
น.ส.ผ่องศรี ธาราภูมิ นายทะเบียนพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ได้ทาบทามนายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีตกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) มาสมัครสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ โดยรู้จักกันช่วงอบรมหลักสูตรการพัฒนาการเมืองและการเลือกตั้งระดับสูง (พตส.) รุ่น 7 เห็นว่ามีความรู้ความสามารถ และกล้าหาญในการปฏิบัติหน้าที่ แต่ขณะนั้นไม่คิดทาบทามมาร่วม งานกับพรรค เนื่องจากยังเป็น กกต.อยู่ กระทั่งมีคำสั่งหัวหน้า คสช.ปลดนายสมชัยจากตำแหน่ง จึงทาบทาม 2 ครั้ง ครั้งแรกหลังจากนายสมชัยเพิ่งถูกคำสั่งหัวหน้า คสช.ปลดออก จึงโทรศัพท์ไปให้กำลังใจพร้อมสอบถามว่า สนใจทำงานกับพรรคประชาธิปัตย์หรือไม่ แต่นายสมชัยยังไม่ตัดสินใจ และได้ติดต่อไปอีกครั้งหลังจากนายสมชัยโพสต์วิจารณ์คำสั่งหัวหน้า คสช.ที่ 16/2561 เกี่ยวกับการแบ่งเขตเลือกตั้ง กระทั่งนายสมชัยตัดสินใจจะมาสมัครเป็นสมาชิกพรรคประชา– ธิปัตย์ โดยแจ้งว่าจะมาสมัครสมาชิกพรรควันที่ 25 พ.ย. เวลา 14.00 น.
“สมชัย” ยังไม่ตั้งเป้าลงชิง ส.ส.
นายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีต กกต. กล่าวถึงการตัดสินใจลงสมัครสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ว่า การสมัครสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ไม่ใช่การเลือกข้างทางการเมือง แต่เข้ามาเพราะเห็นว่าเป็นช่องทางทำหน้าที่เพื่อประโยชน์ส่วนรวม พรรคประชาธิปัตย์มีแนวคิดและอุดมการณ์ไม่แตกต่างกัน คนภายในพรรคก็ยินดีให้มาทำงานร่วมกัน ในฐานะเป็นอาจารย์รัฐศาสตร์ และเป็นคณบดีที่ดูแลสำนักวิชานิติศาสตร์ศึกษา ทำความเข้าใจกฎหมายต่างๆ พบว่าไม่ใช่สิ่งที่ยั่งยืนและเป็นประโยชน์จริงๆ จึงอยากเข้ามาผลักดันเปลี่ยนแปลงยกร่างกติกาเหล่านี้ใหม่ให้สังคมได้ประโยชน์เต็มที่ แต่การจะแก้ไขรัฐธรรมนูญหรือกฎหมายใดต้องทำความเข้าใจกับประชาชนให้ดีก่อน ถ้าสังคมเห็นชอบเชื่อว่าการเปลี่ยนแปลงกติกาเหล่านี้ไม่ใช่เรื่องยาก เมื่อถามว่าตั้งเป้าอนาคตจะเป็น ส.ส.หรือไม่ นายสมชัยตอบว่าไม่ได้คิดอะไร เป็นเรื่องอนาคต พรรคอาจมีคนดี มีความเหมาะสมอยู่แล้ว จึงไม่ได้คิดว่าตัวเองต้องเป็น ส.ส. อาจช่วยทำงานสนับสนุนพรรคอยู่ในพื้นที่ภาคใต้ เพราะตอนนี้เป็นอาจารย์อยู่ในมหาวิทยาลัยที่ภาคใต้
ไร้เงา “ลูกหมี” รับ “สุเทพ” บุกชุมพร
ที่ตลาดสดเทศบาลเมืองหลังสวน อ.หลังสวน จ.ชุมพร นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ผู้ร่วมก่อตั้งพรรครวมพลังประชาชาติไทย เดินทางพบปะชาว อ.หลังสวน เพื่อเชิญชวนให้มาสมัครเป็นสมาชิกพรรค มีบรรดาพ่อค้า แม่ค้าให้การต้อนรับและขอถ่ายรูปจำนวนมาก โดยไม่มีนายชุมพล จุลใส อดีต ส.ส.ชุมพร พรรคประชาธิปัตย์ ขุนพลคู่ใจนายสุเทพในสมัยเป็นแกนนำ กปปส.มาให้การต้อนรับ เนื่องจากถูกห้ามจากพรรคประชาธิปัตย์ไม่ให้มาต้อนรับ
โดยนายสุเทพกล่าวว่า รู้สึกสดชื่นที่ได้รับการต้อนรับอย่างดีจากชาว อ.หลังสวน ส่วนที่นายชุมพลถูกพรรคประชาธิปัตย์ห้ามมาต้อนรับนั้น ไม่เป็นไร ตนและนายชุมพลยังเป็นเพื่อน ไม่มีปัญหาต่อกัน การที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ขู่ขับอดีต ส.ส.ประชาธิปัตย์ที่มาต้อนรับตนออกจากพรรคนั้น เป็นเรื่องภายในพรรคประชาธิปัตย์ ไม่ขอออกความเห็น แต่การเดินคารวะแผ่นดินจะระวังไม่ให้กระทบพรรคประชาธิปัตย์ ทั้งนี้ พรรครวมพลังชาติไทยจะส่งคนลงรับสมัครในพื้นที่เขตเลือกตั้งของนายชุมพลด้วย มั่นใจว่าที่ จ.ชุมพร พรรครวมพลังประชาชาติไทยจะได้รับความไว้วางใจอย่างน้อย 1 ที่นั่งแน่นอน
“เสมอกัน” ปัดเปลี่ยนสีเสื้อ ชทพ.
นายเสมอกัน เที่ยงธรรม สมาชิกพรรคชาติไทย กล่าวถึงกระแสข่าวเตรียมย้ายจากพรรคชาติไทยพัฒนาว่า ยังคงทำงานในฐานะเป็นสมาชิกพรรคชาติไทยพัฒนา และเตรียมลงสมัคร ส.ส. จ.สุพรรณบุรี ภายใต้ชื่อพรรคชาติไทยพัฒนา ขณะนี้ กกต. ยังไม่ประกาศเขตเลือกตั้ง แต่เมื่อทราบความชัดเจน พร้อมเดินหน้าหาเสียงลุยเลือกตั้งทันที ก่อนหน้านี้พูดคุยกับเพื่อนนักการเมืองจากหลายพรรค โดยเฉพาะกลุ่มนิวบลัดของพรรคชาติไทยพัฒนาที่ย้ายไปทำงานกับพรรคภูมิใจไทย อาทิ นายภราดร ปริศนานันทกุล อดีต ส.ส.อ่างทอง นายสิริพงษ์ อังคสกุลเกียรติ แต่เป็นเพียงพูดคุยถึงบทบาทการทำงานในพรรคใหม่เท่านั้น เขาพูดว่ามาทำงานกับพรรคภูมิใจไทยสนุก มีเรื่องให้ทำเยอะ กลัวตนอยู่กับพรรคชาติไทยพัฒนาแล้วจะเหงา แต่ตนยืนยันจะอยู่กับพรรคชาติไทยพัฒนา การที่หลายฝ่ายจับตาถึงความขัดแย้งภายในพรรคเรื่องการส่งผู้สมัครรับเลือกตั้งที่ทับซ้อนกันอาจเป็นเหตุให้ต้องย้ายพรรคนั้น ยืนยันว่าไม่มีความขัดแย้งใดๆ
“นิกร” มั่นใจไม่มีพลิ้วเลื่อนเลือกตั้ง
นายนิกร จำนง ผอ.พรรคชาติไทยพัฒนา กล่าวกรณี คสช.เตรียมเชิญพรรคการเมืองร่วมหารือวันที่ 7 ธ.ค.ว่า พรรคชาติไทยพัฒนาพร้อมเข้าร่วม เพราะเป็นการเชิญฝ่ายต่างๆร่วมหารือนำไปสู่การเลือกตั้ง เชื่อว่า ข้อสรุปในวันดังกล่าวจะทำให้การเมืองเข้าสู่โหมดเลือกตั้งเต็มตัว เชื่อว่าคงไม่ใช่การหารือเพื่อขอเลื่อนการเลือกตั้ง หากดูจากองค์ประกอบต่างๆแล้ว ยังเชื่อว่าการเลือกตั้งจะเกิดขึ้นวันที่ 24 ก.พ.2562 วันนี้พรรคการเมืองพร้อมหมดแล้ว ขณะที่ กกต.ไม่ปฏิเสธว่า ไม่ใช่วันที่ 24 ก.พ.2562 เพียงแต่ต้องหารือกับ คสช.เพราะติดเงื่อนไขที่คำสั่งล็อกอยู่ เช่นเดียวกับองค์ประกอบภายในที่มีเงื่อนเวลากดดันอยู่ ทำให้ที่ผ่านมา 4 รัฐมนตรีของรัฐบาลต้องเข้าสังกัดพรรคพลังประชารัฐ และเตรียมลาออกในเร็วๆนี้ ที่สำคัญถ้าไม่ใช่วันที่ 24 ก.พ.2562 คงไม่เร่งรัดให้นักการเมืองกลุ่มต่างๆแห่เข้าสมัครสมาชิกพรรคพลังประชารัฐตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา เพื่อให้ทันเส้นตายการสังกัดพรรค 90 วัน ในวันที่ 26 พ.ย.นี้
เพื่อชาติสับแก้ราคายางผิดทาง
นายธนาวุฒิ วิชัยดิษฐ กรรมการสรรหาผู้สมัคร ส.ส.พรรคเพื่อชาติ กล่าวถึงมาตรการช่วยเหลือชาวสวนยางไร่ละ 1,800 บาทของรัฐบาลว่า การแก้ปัญหาความเดือดร้อนให้เกษตรกรชาวสวนยางดังกล่าวเป็นการแก้ปัญหาผิดทาง เหมือนแก้ผ้าเอาหน้ารอดให้เกษตรกรเห็นว่า รัฐบาลช่วยชาวสวนยางแล้วให้สบายใจ ไม่ต่างอะไรกับมาตรการเอาเงินไปแจกประชาชน วิธีเช่นนี้ไม่ทำให้ราคายางดีขึ้น วิธีที่ถูกต้องรัฐบาลต้องคุยกับประเทศผู้ผลิตยางด้วยกันเพื่อกำหนดราคาขั้นต่ำ รัฐบาลประชาธิปไตยก่อนหน้านี้ทำกันมาแล้วราคาดีกว่าที่เป็นอยู่ แต่เมื่อมีการรัฐประหารราคายางไม่ได้กระเตื้องขึ้น กระบวนการพูดคุยระหว่างรัฐบาลหายไปหรือไม่ ดังนั้น จึงต้องมีรัฐบาลประชาธิปไตยเข้ามา เพื่อไปสานความสัมพันธ์เจรจากำหนดราคายางขั้นต่ำขึ้นมาจะเป็นทางออกดีที่สุด
ชพน.เดินสายขอพรทั่วโคราช
อีกด้านหนึ่งเมื่อเวลา 13.00 น. ที่อนุสาวรีย์ท้าวสุรนารี จ.นครราชสีมา นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ ประธานที่ปรึกษาพรรคชาติพัฒนา นำนายเทวัญ ลิปตพัลลภ หัวหน้าพรรคชาติพัฒนา ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.พรรคชาติพัฒนา ประมาณ 50 คน อาทิ นพ.วรรณรัตน์ ชาญนุกูล พล.อ.ฐิติวัจน์ กำลังเอก กราบสักการะอนุสาวรีย์ท้าวสุรนารีขอพรเพื่อเป็นสิริมงคล โดยนายสุวัจน์กล่าวว่า ก่อนที่จะมากราบสักการะอนุสาวรีย์ท้าวสุรนารี ในช่วงเช้าได้ไปกราบแสดงความเคารพอนุสรณ์สถาน พล.อ.ชาติชาย ชุณหะวัณ อดีตนายก รัฐมนตรี พร้อมปฏิญาณตนต่อหน้ารูปปั้น พล.อ.ชาติชายว่า พรรคดำเนินการตามที่ท่านสั่งสอนมา จากนั้นได้กราบขอพรรูปหล่อหลวงพ่อคูณปริสุทโธ ที่วัดบ้านไร่ เพื่อให้พรรคชาติพัฒนาประสบความสำเร็จ ส่วนที่พรรคเพื่อไทย พรรคภูมิใจไทย ประกาศกวาด ส.ส.นครราชสีมา ยกจังหวัดนั้น ในส่วนพรรคชาติพัฒนายังไม่คิดว่าจะได้กี่ที่นั่ง นั่นไม่ใช่ประเด็นใหญ่ คิดว่าถ้าทุกฝ่ายมาที่ จ.นครราชสีมา กันมากๆ ชาวโคราชจะมีทางเลือกมาก ทำให้เกิดการตื่นตัวทาง การเมือง ชาวโคราชจะตัดสินใจอย่างไร เรารับได้ อย่างไรก็ตาม ยังมั่นใจว่า ความผูกพันและผลงานต่างๆ ที่พรรคชาติพัฒนาได้ทำนั้น ยังอยู่ในใจชาวโคราช
ทวงคืนผืนป่าเปิดสาขาพรรคอุดรฯ
ที่ จ.อุดรธานี นายดำรงค์ พิเดช หัวหน้าพรรคทวงคืนผืนป่าประเทศไทย เปิดสาขาพรรคทวงคืนผืนป่าฯ พร้อมเปิดรับสมาชิกพรรค มีผู้สนใจสมัครเป็นสมาชิกจำนวนมาก จากนั้นมีการเลือกตั้งหัวหน้าสาขาพรรค ปรากฏว่า นายสันติ เฟืองกระแสร์ ได้รับการเลือกตั้ง ทั้งนี้ นายดำรงค์กล่าวว่า พรรคจะทำเรื่องป่าและการอนุรักษ์ผืนป่าครบวงจร จะทำเรื่องที่พรรคอื่นไม่ทำ จะฟื้นฟูป่าต้นน้ำทั่วประเทศด้วยการปลูกป่า พร้อมทั้งระบบบริหารจัดการน้ำเพื่อให้เกษตรกรใช้ประโยชน์ตลอดทั้งปี รวมทั้งเปิดให้เช่าพื้นที่ป่าเสื่อมโทรมให้ถูกต้องเพื่อไม่ให้เกิดปัญหาความขัดแย้งระหว่างเจ้าหน้าที่รัฐกับชาว บ้าน จะมีการทำขอบเขตป่าให้ชัดเจน เพื่อให้รัฐได้ป่า ประชาชนได้อาชีพ
ฉะซื้อขาย ส.ส.ยิ่งกว่าตลาดนัด
พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย กล่าวถึงกรณีอดีต ส.ส.พรรคต่างๆ ย้ายเข้าสู่พรรคพลังประชารัฐจำนวนมากว่า เป็นการทุ่มดูดอย่างหนักจากพรรคพลังประชารัฐที่หลายคนมองว่า มีสายสัมพันธ์กับรัฐบาลชุดปัจจุบันการดูด ส.ส.จากพรรคอื่นไม่ว่าพรรคใหญ่ พรรคเล็ก เป็นการฉวยโอกาสขณะที่เป็นรัฐบาลที่ไม่ได้มาจากประชาชน แต่ปล้นเขามา แล้วมาใช้อำนาจต่างๆ ดูดซื้อขายกัน ในอดีตอาจจะเห็นพรรคเพื่อไทย พรรคพลังประชาชน พรรคไทยรักไทย ใช้วิธีการดังกล่าว แต่ขณะนั้นอยู่ในระบอบประชาธิปไตย ต้องการให้พรรคการเมืองเข้มแข็ง พรรคเดียวสามารถบริหารประเทศได้ แต่ขณะนี้รัฐบาลไม่ได้มาจากการเลือกตั้ง ยึดอำนาจมา แล้วส่งรัฐมนตรีมาอยู่ในพรรค ไม่ลาออกจากตำแหน่ง มาถึงเวลานี้เล่นกวาดมาทั้งพรรค ซื้ออดีต ส.ส.มาทั้งนั้น ซื้อขายยิ่งกว่าตลาดนัด แต่ กกต.ไม่ทำอะไร นี่คือการละเว้นการปฏิบัติหน้าที่
ป.ป.ช.ยันจีทูจีลอต 2 ไร้การเมือง
พล.ต.อ.วัชรพล ประสารราชกิจ ประธานกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) กล่าวถึงความคืบหน้าการไต่สวนคดีโครงการระบายข้าวแบบรัฐต่อรัฐ (จีทูจี) ลอต 2 ว่า เมื่อตั้งคณะอนุกรรมการไต่สวนแล้วเป็นหน้าที่ของผู้รับผิดชอบดำเนินการ ตนยังไม่เห็นความคืบหน้าจนกว่าคณะอนุกรรมการฯจะนำผลการไต่สวนมาให้ที่ประชุม ป.ป.ช.พิจารณาตั้งคณะกรรมการสอบและดำเนินการแจ้งผู้ถูกกล่าวหา ส่วนกระแสข่าวมีคนของ ป.ป.ช.เข้าออกเรือนจำไปไต่สวนผู้ต้องขังที่เกี่ยวโยงคดีทุจริตระบายข้าวในลอตแรก เพื่อไต่สวนเพิ่มเติมนั้น ส่วนตัวไม่ทราบ ยืนยันทุกคดี ป.ป.ช.ไม่ใช่เป็นเครื่องมือทางการเมืองให้ใคร ว่าตามพยานหลักฐาน

ยืดเวลายื่นทรัพย์สินเพิ่มแก่ จนท.รัฐ
นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ได้เชิญทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องกับประกาศ ป.ป.ช.ที่กำหนดตำแหน่งต้องยื่นบัญชีทรัพย์สินมาหารือเมื่อวันที่ 23 พ.ย.ที่ผ่านมา อาทิ พล.ต.อ.วัชรพล ประสารราชกิจ ประธาน ป.ป.ช. นายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย รองประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) เลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) เพื่อพิจารณายืดการบังคับใช้ประกาศ ป.ป.ช.กับผู้ดำรงตำแหน่งใดบ้าง และยืดเป็นเวลานานเท่าใด เบื้องต้นจะขยายเวลาให้กรรมการและผู้บริหารสูงสุดหน่วยงานอื่นของรัฐด้วยอาทิ กองทุน ธนาคารแห่งประเทศไทย สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) สถาบันคุ้มครองเงินฝาก สถาบันอุดมศึกษาในกำกับของรัฐ ส่วน ป.ป.ช.จะดำเนินการต่อไปอย่างไร ต้องหารือกันในที่ประชุม ป.ป.ช.
พล.ต.อ.วัชรพล ประสารราชกิจ ประธาน ป.ป.ช. กล่าวว่า เบื้องต้นเห็นว่าการขยายเวลายื่นบัญชีทรัพย์สินตามกฎหมาย ป.ป.ช.ฉบับใหม่นั้น ควรขยายเวลา 60 วันในทุกตำแหน่งที่ยังไม่เคยยื่น ไม่ใช่เฉพาะ 5 ตำแหน่งตามมติ ป.ป.ช.ก่อนหน้านี้ เพื่อความเสมอภาค ทั้งหมดจะเข้าสู่ที่ประชุม ป.ป.ช.ในวันที่ 27 พ.ย.นี้
กก.กองทุน–ธปท.ได้ขยายเส้นตาย
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตำแหน่งกรรมการและผู้บริหารสูงสุดของหน่วยงานอื่นของรัฐที่จะได้รับการขยายเวลา 60 วันเพิ่มเติมประกอบด้วย 1.กรรมการกองทุน ได้แก่ กองทุนการออมแห่งชาติกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา กองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ กองทุนประกันชีวิต กองทุนประกันวินาศภัย กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ กองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร กองทุนยุติธรรม กองทุนสงเคราะห์ กองทุนอ้อยและน้ำตาลทราย 2.กรรมการธนาคารแห่งประเทศไทย ได้แก่ ประธานกรรมการ รองประธานกรรมการ และกรรมการธนาคารแห่งประเทศไทย รวมถึงผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย 3.สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ได้แก่ ประธานกรรมการและกรรมการ ก.ล.ต. เลขาธิการ ก.ล.ต.
4.สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย ได้แก่ ประธานกรรมการและกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัยรวมถึงเลขาธิการคณะกรรมการ คปภ. 5.สถาบันคุ้มครองเงินฝาก ได้แก่ ประธานกรรมการและกรรมการสถาบันคุ้มครองเงินฝาก และผู้อำนวยการสถาบันคุ้มครองเงินฝาก 6.สถาบันพระปกเกล้า ได้แก่ ประธานสภาสถาบัน รองประธานสภาสถาบัน กรรมการสภาสถาบันและเลขาธิการสถาบัน 7.สถาบันอุดมศึกษาในกำกับของรัฐ ได้แก่ นายกสภามหาวิทยาลัยและกรรมการสภามหาวิทยาลัย รวมถึงอธิการบดี