
ปชป.จวกทักษิณล้มรธน.
“บิ๊กตู่” ลงพื้นที่ ครม.สัญจร จ.บึงกาฬ-หนองคาย หลังปลดล็อกการเมือง เลิกเหนียมยอมรับเป็นนักการเมือง ปูด กทม.ตั้งท่าป่วน เริ่มปลุกม็อบชุมนุมต่อต้านรัฐบาล เหนื่อยใจไม่อยากทำอะไรต่อ บ่นปวดหัวพวกจ้องล้มรัฐธรรมนูญทั้งที่ยังไม่ได้เลือกตั้ง “อภิสิทธิ์” ประกาศไม่หยิบประเด็นแก้รัฐธรรมนูญมาหาเสียง เลี่ยงการสร้างความขัดแย้ง “วิรัตน์” ซัด “ทักษิณ” ยุยงให้คนไทยกระด้างกระเดื่องล้ม รธน. “เฉลิม” โวทำโพลฝั่งประชาธิปไตยยึดเก้าอี้ ส.ส.เกือบ 300 ที่นั่ง แฉพลังประชารัฐแบ่งเค้กเก้าอี้รัฐมนตรีเรียบร้อยแล้ว “อนุดิษฐ์” สวนนายกฯโต้ไม่มีม็อบต้านรัฐบาลในเมืองกรุง แขวะมีแต่กลุ่มหนุนสืบทอดอำนาจจ้องขวางคืนประชาธิปไตย ป.ป.ช.ยอมรับคำสั่งหัวหน้า คสช. ให้กรรมการสภามหาวิทยาลัยไม่ต้องยื่นบัญชีทรัพย์สิน
หลังจากที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. ลงนามคำสั่งหัวหน้า คสช. ปลดล็อกการเมืองให้พรรคการเมืองดำเนินกิจกรรมเคลื่อนไหวและหาเสียงได้ ล่าสุด ระหว่างการลงพื้นที่ตรวจราชการ จ.บึงกาฬ พล.อ.ประยุทธ์ระบุว่า ในพื้นที่ กทม.เริ่มมีการปลุกม็อบชุมนุมต่อต้านรัฐบาล หลังจากที่เพิ่งมีการปลดล็อกทางการเมืองไป
อารักขาเข้มนายกฯไปบึงกาฬ
เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 12 ธ.ค. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. พร้อมคณะ ลงพื้นที่ตรวจราชการ จ.บึงกาฬ ถือเป็นการลงพื้นที่ต่างจังหวัดครั้งแรก ภายหลังมีประกาศ คสช.ปลดล็อกทางการเมือง ท่ามกลางการรักษาความปลอดภัยที่เข้มงวด มีการตรวจสอบกลุ่มการเมืองที่เคลื่อนไหวในพื้นที่ แจกภาพถ่ายและชื่อบุคคลต้องห้ามให้ทีมรักษาความปลอดภัยเฝ้าระวัง โดยนายกฯใช้รถโตโยต้าอัลพาร์ด ทะเบียน 5 กง 44 กรุงเทพมหานคร ในการตระเวนลงพื้นที่ ซึ่งได้รับความสนใจจากชาวบ้านในพื้นที่นำไปซื้อลอตเตอรี่ทะเบียนรถนายกฯ โดย พล.อ.ประยุทธ์เดินทางมาที่กองร้อยตำรวจตระเวนชายแดนที่ 244 จ.บึงกาฬ พร้อมร่วมจัดรายการผ่านสถานีวิทยุกระจายเสียง 909 หน่วยบัญชาการทหารพัฒนา
แจงไม่ได้ไล่แจกเงินบัตรคนจน
พล.อ.ประยุทธ์กล่าวระหว่างจัดรายการวิทยุว่า การที่รัฐบาลดูแลผู้มีรายได้น้อย ไม่ได้สอนประชาชนให้ไม่ประหยัด และไม่ได้เอาเงินไปแจกให้ แต่เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนระยะสั้น ส่วนการใช้บัตรสวัสดิการแห่งรัฐที่มีปัญหาการกดเงินนั้น ต้องเรียนรู้การกดเงิน เพื่อไม่ให้ถูกเอาประโยชน์ไป เพราะเงิน 500 บาทไม่ได้มาก สิ่งที่รัฐบาลทำหวังอย่างยิ่งว่าจะ ได้รับการสานต่อให้เป็นรูปธรรมมากขึ้น ทำอะไรอย่าคิดสั้นๆ คิดให้ต่อเนื่อง เพราะมียุทธศาสตร์ชาติ แผนปฏิรูป และแผนแม่บทวางไว้ชัดเจนแล้ว วันนี้เราเดินตามที่รัฐธรรมนูญและกฎหมายกำหนด รัฐบาลและ คสช.ได้ปลดล็อกให้แล้ว สิ่งสำคัญคือความสงบเรียบร้อย ฝากดูแลเรื่องงานพระราชพิธีบรมราชาภิเษก ซึ่งแล้วแต่ทรงโปรดเกล้าฯในช่วงเวลาใด แต่ต้องดูแลความสงบเรียบร้อยให้มากที่สุด
ต่อมา พล.อ.ประยุทธ์เดินทางมายังวัดโพธาราม อ.เมืองบึงกาฬ ไหว้หลวงพ่อพระใหญ่ พร้อมจุดบั้งไฟน้อย 9 ลูก เพื่อบูชาหลวงพ่อพระใหญ่ และเป็นประธานพิธีเปิดโครงการบูรณาการหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ให้บริการประชาชน

เตือนอย่าให้ใครสร้างความวุ่นวาย
จากนั้น พล.อ.ประยุทธ์กล่าวกับประชาชนที่มารอต้อนรับว่า จะตั้งใจทำให้ประเทศเดินไปข้างหน้า ให้ต่างประเทศยอมรับ แม้ยังไม่เป็นประชาธิปไตย แต่เดี๋ยวจะเลือกตั้งแล้ว เลือกให้ดี เลือกจากนโยบาย รัฐบาลไม่ไปวุ่นวายกับการเมือง แต่จะทำให้เกิดความปรองดอง การเลือกตั้งเป็นหน้าที่ กกต. วันนี้ ปลดล็อกแล้ว อย่ายอมให้เขาทำประเทศวุ่นวายอีก ต้องร่วมทำกุศลเพื่อแผ่นดิน ไม่ใช่ทำบุญเยอะๆเพื่อขึ้นสวรรค์ สวรรค์อยู่ในอก นรกอยู่ในใจ ต้องหักห้ามใจตนเอง มีหิริโอตัปปะ สิ่งที่เขาพูดมาทั้งหมดมันให้ร้าย วันนี้ประเทศไทยจะเป็นอย่างนั้นไม่ได้แล้ว ขอย้ำว่าเงิน 500 บาทที่รัฐบาลให้ เพื่อผู้มีรายได้น้อยอยู่ได้ ขอทุกคนอย่าใช้สุรุ่ยสุร่าย ไม่ใช่เอาเงินไปซื้อผักบุ้งอย่างที่ใครกล่าวหา เพราะเก็บตามข้างทาง ปลูกกินเองได้ ส่วนสวัสดิการด้านสาธารณสุขนั้น การรักษาฟรีต้องดีกว่าเดิม โครงการ 30 บาท ประชาชนชอบ แต่โรงพยาบาลเจ๊งหมดแล้ว รัฐบาลต้องแก้ตรงนี้ ไม่มียกเลิก
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากนั้นนายกฯเยี่ยมชมบูธบริการทางการแพทย์ โดยได้เสี่ยงเซียมซีสมดุลชีวิต ได้ใบที่ 17 ทำนายว่ากำลังได้รับพลังแห่งธาตุไฟเต็มเปี่ยมคือความร้อน ความกระตือรือร้น หากกำลังเร่งรีบกับทุกสิ่งในชีวิต ถึงเวลาต้องทำอะไรให้ช้าลง หากรุ่มร้อนหงุดหงิดถึงเวลาหาวิธีสงบจิตใจ ค้นหาความสุข สงบเย็น
ปูด กทม.ปลุกม็อบชุมนุมต้านรัฐบาล
ต่อมาเวลา 12.00 น. พล.อ.ประยุทธ์เดินทางมาที่สวนสาธารณะหนองบึงกาฬและบึงสวรรค์ ต. บึงกาฬ มีนายนิพนธ์ คนขยัน นายก อบจ.บึงกาฬ สมาชิกพรรคพลังประชารัฐ มาต้อนรับ โดย พล.อ.ประยุทธ์ขึ้นเวทีกล่าวว่า รัฐบาลรับฟังปัญหาทุกคน ขออย่างเดียวอย่าไปเสนอความคิดเห็นกลางถนน วันนี้หลังปลดล็อก กทม.เริ่มกันแล้ว เริ่มตั้งแถว ตั้งขบวนชุมนุมต่อต้านด่ารัฐบาลกันแล้ว ทำไปเพื่ออะไร จะให้คนพวกนี้มาบริหารประเทศหรือควรเอาทุกอย่างเป็นบทเรียนประเทศ ทำอย่างไรที่จะให้คนไม่ดีที่พูดให้ร้ายทั้งในและต่างประเทศหยุด ประชาชนอาจได้ประโยชน์จากที่ผ่านมา แต่รัฐบาลเสียประโยชน์ เช่น เก็บข้าวไว้ 4 ปีเน่าเสียขาดทุนไปเท่าใด ที่นี่จะมีหรือไม่ ตั้งแถวเดินขบวนกันอีก ขอร้องเถอะประเทศจะเสียหาย ใครทำอย่าไปยอมรับ เพราะไม่ใช่กติกา ไม่มีที่ใดปิดถนน ต้องไม่เกิดขึ้นอีกเพราะเราอยู่ช่วงเปลี่ยนผ่าน
เลิกเหนียมยอมรับเป็นนักการเมือง
พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า มาวันนี้ถ้าเป็นนักการเมือง เต็มตัวจะดีใจที่มีคนมารับเยอะ แต่ตอนนี้จะบอกว่า ไม่ใช่นักการเมืองก็ไม่ได้ เรียกลุงตู่ๆ รู้ไหมตนเป็นทุกข์ แต่ยอมเป็นทุกข์ ยอมตายตรงนี้ เวลานอนก็คิดว่าทำไมเขาต้องมาหวังที่เรา ต้องให้เราทำงาน เราต้องทำความหวังให้เป็นความจริง หลอกลวงไม่ได้ อย่างรัฐบาลนี้มอบที่ดินทำกินให้ประชาชนได้ โดยใช้มาตรา 44 หากวันหน้ามีรัฐบาล แต่ไม่มีมาตรา 44 จะทำอย่างไร อยู่ที่พวกเราแล้ว ต้องช่วยชาติ มีจิตอาสาทำความดีด้วยหัวใจ จะดีชั่วทุกคนคือคนไทย อยู่ที่ว่าคนดีจะทำให้คนไม่ดีไม่ทำให้ประเทศเสียหายอีกได้อย่างไร ตนไม่ใช่ศัตรูใคร กำนันผู้ใหญ่บ้านต้องปรับปรุงตัว ถ้าบ้านเมืองไม่สงบ ประท้วงเดินขบวน จะค้าขายไม่ได้ สัญจรไปมาอันตราย การเมืองไม่ใช่เรื่องความขัดแย้ง แต่คือการสร้างสรรค์
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากนั้นนายกฯเยี่ยมชมโครงการถนนยางพาราและผลิตภัณฑ์แปรรูปจากยางพารา สินค้าโอทอป การท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ โดย พล.อ.ประยุทธ์ทดลองนั่งพายเรือที่นำมาแสดง จากนั้นได้ฉีดน้ำยางสาธิตการสร้างถนนยาง และเยี่ยมชมรถครัวสนามมณฑลทหารบกที่ 29 พร้อมชิมข้าวกระเพราไข่เจียว

บ่นเหนื่อยใจพวกป่วนปลดล็อก
ต่อมาเวลา 15.30 น. ที่สถานีผลิตน้ำปะโค การประปาส่วนภูมิภาค อ.เมือง จ.หนองคาย พล.อ.ประยุทธ์เปิดโครงการก่อสร้างปรับปรุงขยายการประปาส่วนภูมิภาค อ.เมืองหนองคาย-อ.สระใคร และเป็นประธานสักขีพยานในโอกาสมอบหนังสืออนุญาตให้เข้าทำประโยชน์ในป่าสงวนแห่งชาติแก่ ผวจ.อุดรธานี และ ผวจ.เลย พร้อมมอบหนังสือแสดงโครงการป่าชุมชนแก่ผู้แทนชุมชน 5 จังหวัด (บึงกาฬ เลย หนองคาย หนองบัวลำภู และอุดรธานี) จากนั้น พล.อ.ประยุทธ์กล่าวกับประชาชนว่า ปีหน้าประเทศไทยจะเป็นประธานอาเซียน ขอให้เป็นประธานที่ดี อย่าล้มการประชุม ใครเคยล้ม อย่าไปช่วย เขาอีก ประเทศเสียหายมหาศาล เรื่องการปลดล็อกเริ่มขยับที่ กทม.บ้างแล้ว มันเหนื่อยใจ ไม่อยากทำอะไรต่อเซ็ง เดี๋ยวจะมีเลือกตั้งเดือน ก.พ.62 ทำไมกลัวตนนักหนา ไม่เข้าใจ การเลือกตั้งจำเป็นต้องสงบ แต่มีการประกาศต่อต้านรัฐธรรมนูญ อย่าต่อต้านเลย รัฐธรรมนูญยังไม่ได้ใช้ ยังไม่ได้เลือกตั้ง จะล้มรัฐธรรมนูญแล้ว ทั้งที่กฎหมายพวกนั้นตัวเองไม่เคยทำ บอกว่าจะล้มแล้วออกใหม่ โอ๊ยปวดหัว กว่าจะออกกฎหมายได้แต่ละตัวใช้เวลา 4 ปี การทำงานอย่าค้านทุกเรื่อง ขอให้ประชาชนไปเลือกตั้ง เลือกกันให้ดี ไม่อยากยุ่ง ให้เป็นเรื่อง กกต. อย่ารังเกียจตนเลย ไหนๆหลวมตัวมาหลงรักแล้วอย่าทอดทิ้งกัน
นายกฯรำออนซอนกับชาวบ้าน
จนกระทั่งเวลา 18.00 น. พล.อ.ประยุทธ์ เดินทางมาหมู่บ้านท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม ต.บ้านเดื่อ เข้าสักการะหลวงพ่อใหญ่อุทุมพร วัดอุทุมพร มีชาวบ้านรำออนซอนบ้านเดื่อต้อนรับ โดยนายกฯได้ร่วมรำด้วย พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า อย่าเพิ่งเบื่อนายกฯเพราะมาช้า ไปมาหลายที่ ที่นี่อากาศดีเย็นสบาย ไม่เหมือน กทม.อากาศร้อน หัวก็ร้อน เพราะเรื่องเยอะ จากนั้นนายกฯเดินทางไปวัดโพธิ์ชัยสักการะหลวงพ่อพระใส วัดโพธิ์ชัย (พระอารามหลวง) ก่อนเดินทางกลับที่พักโรงแรมอมันตาหนองคาย
ปชป.วางตัวผู้สมัครเสร็จเดือน ธ.ค.
ที่โรงแรมสุโกศล นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณี คสช.มีคำสั่งปลดล็อกให้พรรคการเมืองทำกิจกรรมการเมืองได้ว่า เป็นเรื่องดี เมื่อจะเข้าสู่การเลือกตั้งควรให้พรรคการเมืองทำกิจกรรมตามปกติ ขณะนี้อาจมีความสับสนว่า กิจกรรมใดทำได้หรือไม่ได้ แต่ได้ซักซ้อมสมาชิกพรรคว่า ให้ทำกิจกรรมทางการเมืองตามปกติ แต่หากประกาศกฤษฎีกาเลือกตั้งแล้วต้องดูอีกครั้งว่า กิจกรรมใดทำได้หรือไม่ ขณะนี้พรรคอยู่ในช่วงสรรหาผู้สมัคร ส.ส.คาดว่าจะแล้วเสร็จสัปดาห์สุดท้ายเดือน ธ.ค.นี้ ส่วนนโยบายหาเสียงของพรรคประชาธิปัตย์จะเปลี่ยนแปลงจากเดิม เพราะกฎหมายใหม่ต้องแจ้งนโยบายพรรคว่าจะใช้งบประมาณจากส่วนใด นโยบายพรรคที่ผ่านมาจับต้องได้ เช่น เรียนฟรีมีคุณภาพ คืนครูให้นักเรียน เบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ ในครั้งนี้จะขยายไปทุกกลุ่ม เป็นระบบสวัสดิการจริงๆ ไม่ใช่อย่างทุกวันนี้ที่แจกโดยไม่มีหลักเกณฑ์ ยังงงอยู่ว่าเมื่อต้นปีประกาศคนจนจะหมดไป แต่ขณะนี้ยอดคนจนเพิ่มขึ้นเป็น 3 ล้านคน แล้วกลายเป็นความสำเร็จด้วย

ไม่เอาด้วยชูแก้ รธน.ตาม “ทักษิณ”
นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า ส่วนกรณี 4 รัฐมนตรีพลังประชารัฐยังไม่ลาออกจากตำแหน่งนั้น ตามเจตนารมณ์รัฐธรรมนูญชัดเจนว่า ใครมีส่วนได้เสียกับการเลือกตั้งไม่ควรใช้อำนาจเต็มที่ได้ ถ้าอ่านตามตัวอักษรกฎหมายไม่ได้บังคับให้ลาออก ขึ้นอยู่ที่ต้องการยกระดับการเมืองไทย อยากมีหลักธรรมาภิบาลหรือไม่ ส่วนที่รองเลขาธิการ กกต.ระบุให้พรรคการเมืองตกลงกันเอง หากต้องการให้ผู้สมัครแต่ละพรรคใช้เบอร์เดียวกันนั้น คงเป็นเรื่องยาก เพราะบางพรรคไม่ได้ส่งผู้สมัคร ส.ส.ทุกเขต หากทำได้ก็ดี สะดวกต่อผู้ใช้สิทธิเลือกตั้ง ส่วนกรณีนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เสนอแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับถ่วงความเจริญนั้น พรรคประชาธิปัตย์เห็นว่ามีหลายมาตราควรแก้ไข แต่พรรคจะไม่หยิบประเด็นนี้มาหาเสียง เพื่อสร้างความขัดแย้ง การแก้รัฐธรรมนูญควรได้รับความเห็นชอบจากประชาชน เพราะผ่านการทำประชามติ ต้องตกผลึกก่อนจะแก้อะไรบ้าง ถ้ารื้อโดยไม่บอกจะแก้ไขอะไรก็ไม่ทราบว่าแก้แล้วจะดีขึ้นหรือไม่
ซัดปลุกปั่นคนไทยล้มล้าง รธน.
นายวิรัตน์ กัลยาศิริ อดีต ส.ส.สงขลา พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า เเม้รัฐธรรมนูญปี 2560 มีข้อด้อยหลายประการ แต่ผ่านประชามติของประชาชนเเล้ว การแก้รัฐธรรมนูญจึงต้องคำนึงเสียงประชาชนด้วย เพราะข้อดีรัฐธรรมนูญฉบับนี้ก็มีอยู่ เช่น การป้องกันบุคคลภายนอกครอบงำพรรคการเมือง ต้องไม่ ลืมว่าเหตุสำคัญที่ทหารรัฐประหาร เพราะปัญหาการทุจริต การแก้กฎหมายเลยซอย สิ่งที่นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี พูดเรื่องการแก้รัฐธรรมนูญเสมือนยุยงให้คนไทยกระด้างกระเดื่อง หรืออาจคิดล้มรัฐธรรมนูญ ประชาชนต้องพิจารณาว่า คำพูดดังกล่าว เป็นประโยชน์หรือไม่ ต้องช่วยกันเตือนสติประชาชนให้เลือก ส.ส.ที่ทำหน้าที่เป็นปากเสียงของคนไทย ไม่ใช่เป็นปากเสียงของนายทุนเหมือนในอดีต
ปชป.เสียงแข็งต้องมีชื่อพรรค
นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีประธาน กกต.ระบุการไม่ใส่ชื่อพรรคกับโลโก้พรรคในบัตรเลือกตั้งเป็นทางเลือกที่ กกต.กำลังพิจารณาว่า การใส่ชื่อพรรคในบัตรเลือกตั้งเป็นเรื่องจำเป็น เพราะการลงคะแนนครั้งนี้ประชาชนลงได้เพียงคะแนนเดียว ไม่ใช่ 2 คะแนนเหมือนในอดีตที่ให้เลือกตัวบุคคล 1 คะแนน เลือกพรรค 1 คะแนน ครั้งนี้รัฐธรรมนูญกำหนดให้เลือกทั้งคนและพรรครวมกันเป็นคะแนน จึงจำเป็นต้องให้บัตรเลือกตั้งมีหมายเลข ชื่อผู้สมัครและชื่อพรรคอยู่ในบัตร ไม่เช่นนั้นเสมือนจงใจปกปิดข้อมูลที่ผู้ใช้สิทธิควรรู้ก่อนลงคะแนน โลโก้จะช่วยผู้ที่อ่านหนังสือไม่ได้ แต่จำโลโก้พรรคได้สามารถลงคะแนนเลือกผู้สมัคร ได้ตรงตามที่ประสงค์ ส่วนกรณี 4 รัฐมนตรียังไม่ลาออกนั้น คำชี้แจงจากรัฐมนตรีบางคนเห็นว่า หากอยู่ต่อจะช่วยขับเคลื่อนนโยบายรัฐบาลที่เป็นประโยชน์ได้ แม้ไม่มีกฎหมายบังคับให้ลาออก แต่หากไม่ลาออกถือว่าไม่ปฏิบัติตามคำสัญญาที่ประกาศไปก่อนหน้านี้ อาจมีคำถามว่า ในอนาคต หากพูดอะไรไปสังคม ยังเชื่อถือหรือไม่
“เฉลิม” ฟุ้งทีม ปชต.ได้ 300 เสียง
ที่พรรคเพื่อไทย ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ประธานคณะกรรมการรณรงค์การเลือกตั้งพรรคเพื่อไทย แถลงกรณี คสช.ปลดล็อกให้พรรคการเมืองทำกิจกรรมว่า การปลดล็อกของ คสช.พูดแบบกำกวมไม่ชัดเจน ทั้งที่ระบอบประชาธิปไตยเป็นสมบัติของประชาชน มีประเทศใดบ้างที่บัตรเลือกตั้งไม่มีโลโก้พรรค คิดแบบนี้ถอยหลัง ใครคิดขอสาปแช่งอย่าได้มีความเจริญรุ่งเรือง เป็นเรื่องวิปริตทางความคิด ส่วนที่จะห้ามปราศรัยโดยให้ใช้เวทีของ กกต.นั้น บอกเลยไม่มีคนไปฟัง มีแต่สุนัขเท่านั้นที่ไปฟัง ทราบว่าขณะนี้มี 2 หน่วยงานกำลังคิดอุบาทว์จะโกงเลือกตั้งให้พรรคการเมืองหนึ่ง ขอฟันธงว่าพรรคนั้นไม่มีวันชนะ เพราะเฉลิมโพลมั่นใจพรรคฝ่ายประชาธิปไตย คือพรรคเพื่อไทย ไทยรักษาชาติ ประชาชาติ และอนาคตใหม่ จะได้ ส.ส.เกือบ 300 เสียง เปิดสภาฯ ต้องเลือกประธานสภาฯ ก่อนจะเป็นคนของฝ่ายประชาธิปไตย วันรุ่งขึ้นถึงเลือกนายกฯ ถามว่าเสียง ส.ส.ส่วนใหญ่อยู่ปีกนี้ ถ้า ส.ว.ไปหนุนฝ่ายเสียงข้างน้อย ไม่คิดถึงความเสียหายของบ้านเมืองหรือ รู้อยู่แล้วว่าบริหารประเทศไม่ได้
แฉแบ่งเค้กเก้าอี้ รมต.เรียบร้อย
ร.ต.อ.เฉลิมกล่าวว่า ขณะนี้ได้ตั้งศูนย์ปฏิบัติการพิเศษดูแลการเลือกตั้งให้บริสุทธิ์ยุติธรรม เรียกว่าทีมตาสับปะรด หูทิพย์ คอยตรวจสอบ มีนายตำรวจ ระดับ พล.ต.อ. พล.ต.ท. และนายทหารเข้าร่วม ส่วน 2 หน่วยงานที่ระบุจ้องโกงเลือกตั้งนั้น ไม่บอกเป็นหน่วยใด แต่ให้ระวังไว้ เพราะคนในคณะทำงานของตนเคยเป็นหัวหน้าของสองหน่วยงานที่จ้องโกง ส่วนรายชื่อที่พรรคเพื่อไทยจะเสนอเป็นนายกฯ นั้น เป็นเรื่องของพรรค แม้ตนไม่พูด ผู้สื่อข่าวน่าจะรู้เป็นใคร เมื่อถามว่าชื่อคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานกรรมการยุทธศาสตร์การเลือกตั้งพรรคเพื่อไทย เหมาะสมหรือไม่ ร.ต.อ.เฉลิมตอบว่า ทำไมจะไม่เหมาะ หน้าตาสวย ขยัน ถ้าพรรคเลือกก็พร้อมสนับสนุน ส่วนการแก้รัฐธรรมนูญนั้น ส่วนตัวเห็นว่าต้องแก้ โดยเฉพาะมาตรา 272 ที่ให้ ส.ว.มีส่วนเลือกนายกรัฐมนตรี รวมถึงเรื่องยุทธศาสตร์ชาติที่อ่านมา 3 รอบ เห็นว่า ไร้สาระ ควรยกเลิก ขอฟันธงพรรคพลังประชารัฐไม่มีทางชนะเลือกตั้ง แม้ได้ตั้งรัฐบาลแต่บริหารประเทศไม่ได้ ได้ข่าววันนี้ขอตำแหน่งกันแล้ว โดยนายสมศักดิ์ เทพสุทิน เป็น รมต.พาณิชย์ นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รมต.คมนาคม นายสุชาติ ตันเจริญ เป็น รมต.พลังงาน วันไหนเป็นรัฐบาลแล้วมีฝ่ายค้านจะรู้ว่านรกมีจริง
จี้นายกฯ ขอโทษแจกบัตรคนจนมั่ว
นางลดาวัลลิ์ วงศ์ศรีวงศ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณี พล.อ.ประยุทธ์ แนะนำให้คนที่ได้รับเงิน 500 บาท ในบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ต้องบริหารจัดการใช้เงินว่า พล.อ.ประยุทธ์อย่าดูถูกประชาชนว่าไร้ความคิด ไม่สามารถบริหารเงินที่ได้รับแจกอย่างมีประสิทธิภาพ เงินแค่ 500 บาท ไม่มากเลยอาจน้อยกว่าเงินที่ พล.อ.ประยุทธ์เคยแจกทิปให้เด็กเสิร์ฟในร้านอาหารด้วยซ้ำ พล.อ.ประยุทธ์ควรขอโทษประชาชนที่ได้รับบัตรคนจน แต่อยู่ในข่ายไม่จนจริง และอาจถูกยึดบัตรคืน เพราะไม่ใช่เป็นความผิดประชาชน แต่เป็นความผิดรัฐบาลที่สั่งให้เจ้าหน้าที่รัฐเร่งจัดทำบัตรคนจนแจกก่อนเลือกตั้ง จึงขาดความรอบคอบ แจกผิดหลักเกณฑ์ น่าสงสัยว่ารัฐบาลต้องการปริมาณคนจนจำนวนมากเพื่อหวังผลการเมืองหรือไม่
สวน “ลุงตู่” ไร้ม็อบขวางเลือกตั้ง
น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ อดีต รมว.เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร กล่าวถึงกรณี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช.ระบุมีการปลุกม็อบต่อต้านรัฐบาลใน กทม. ภายหลังการปลดล็อกการเมืองว่า ขณะนี้เหลือเวลา 70 กว่าวันจะถึงวันเลือกตั้ง จึงไม่มีเหตุผลที่คนจะออกมาชุมนุม สร้างความวุ่นวายทำอะไรที่ไม่เป็นไปตามกฎหมาย เพราะรอมาได้กว่า 5 ปีแล้ว ในทางกลับกันคนที่ออกมาชุมนุมตามที่นายกฯบอกน่าจะเป็นกลุ่มคนที่ไม่อยากให้มีการเลือกตั้ง หรือกลุ่มที่สนับสนุนการสืบทอดอำนาจหรือไม่ ที่ออกมาทำให้เห็นว่าบ้านเมืองวุ่นวาย ต้องถามกลับว่า คนที่ออกมามีอะไรแอบแฝงหรือไม่
ญาติวีรชนขวาง คสช.ยืดอำนาจ
ที่พรรคไทยรักษาชาติ นายอดุลย์ เขียวบริบูรณ์ ประธานกรรมการญาติวีรชนพฤษภา 35 นำตัวแทนภาคประชาชน ให้กำลังใจคณะกรรมการยุทธศาสตร์พรรคไทยรักษาชาติ มีนายจาตุรนต์ ฉายแสง ประธานกรรมการยุทธศาสตร์ รอต้อนรับ โดยนายอดุลย์กล่าวว่า รัฐบาล คสช.ใช้อำนาจเกินขอบเขตทุจริต ไม่สามารถแก้ปัญหาเศรษฐกิจได้ ไม่อยากให้มีการสืบทอดอำนาจ ขอให้พรรคตรวจสอบว่า 5 ปีที่ผ่านมามีการทุจริตอะไรบ้าง
นายจาตุรนต์ ฉายแสง ประธานกรรมการยุทธศาสตร์พรรคไทยรักษาชาติ กล่าวว่า สถานการณ์บ้านเมืองขณะนี้ซ้ำรอยเดิมคณะรัฐประหารต้องการสืบทอดอำนาจ ครั้งนี้วางแผนเป็นระบบเปิดเผย ต้องร่วมกันขัดขวาง แต่จะต้องได้เป็นรัฐบาล ถ้าได้รับการสนับสนุนจากประชาชนอย่างเพียงพอ พรรคไทยรักษาชาติพร้อมร่วมมือกับทุกพรรคการเมืองฝ่ายประชาธิปไตยแก้ปัญหาประเทศ

ตั้ง “เต้น” ถือธง ทษช.ลุยพื้นที่
นายพงศ์เกษม สัตยาประเสริฐ โฆษกพรรคไทยรักษาชาติ กล่าวว่า คณะกรรมการบริหารพรรคไทยรักษาชาติมีมติให้แต่งตั้งนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ประธานคณะทำงานรณรงค์หาเสียงเลือกตั้ง เพื่อประสานกับว่าที่ผู้สมัครและกำหนดกิจกรรมเพื่อสื่อสารกับพี่น้องประชาชนเดินหน้าลงพื้นที่
เสี้ยมอย่าไว้ใจคนชื่อย่อ ส.
วันเดียวกัน นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ แกนนำนปช.และประธานคณะทำงานรณรงค์หาเสียงเลือกตั้งพรรคไทยรักษาชาติ โพสต์เฟซบุ๊กว่า นักข่าวนี่ก็เหลือเกิน ถามซ้ำถามซาก มีใครมาชวนท่านนายกฯ ไปเป็นว่าที่นายกฯหรือยัง ท่านอธิบายเหมือนลูกสาว ถ้าไม่มีคนมาขอจะแต่งงานได้อย่างไร เห็นภาพนะ แต่ไม่น่าจะใช่ ที่ตรงจริงๆคือ ท่านไม่ใช่ลูกสาว แต่เป็นฝ่ายชายที่ไปเอาผู้หญิงชื่อ “น.ส.รัฐมนตรี” นามสกุล “สี่กุมาร” มาอยู่กินด้วยเป็นปี มีลูกกันชื่อ “พลังประชารัฐ” ที่คนเขารอดูคือ ฝ่ายหญิงจะมาตามให้ท่านไปรับเป็นพ่อ เพราะหวังมากว่า “พลังประชารัฐ” จะโตวันโตคืน โตเร็วกว่าเด็กวัยเดียวกัน ชาวบ้านเข้าใจว่า ท่านเป็นหัวหน้าครอบครัวผู้ให้กำเนิด “พลังประชารัฐ” รีบๆรับ รีบกลับไปดูเถอะ เป็นห่วงได้ข่าวว่ามีไอ้หนุ่มบ้านเดียวกันชื่อ “ส.” สนิทสนมกับ “น.ส.รัฐมนตรี สี่กุมาร” เป็นพิเศษ ถึงขั้นเป็นลูกศิษย์อาจารย์กัน ท่าทางไม่น่าไว้ใจเหมือนรอส้มหล่น ตา “ส.” คนนี้ไว้ใจได้ซะที่ไหน
“คุณหญิงแจ่มใส” ออกโรงลงพื้นที่
ที่ศูนย์ข้าวชุมชน อ.เมือง จ.เพชรบุรี น.ส.กัญจนา ศิลปอาชา หัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา พร้อมคุณหญิงแจ่มใส ศิลปอาชา และคณะผู้บริหารพรรค ลงพื้นที่รับฟังปัญหาจากเกษตรกร โดย น.ส. กัญจนากล่าวว่า พรรคมีความเชี่ยวชาญเรื่องเกษตร ยืนยันว่าอนาคตต้องได้เป็นผู้แทนราษฎรในวันที่ 24 ก.พ.62 แน่นอน ส่วนกรณีบัตรเลือกตั้งที่ กกต.จะตัดชื่อและโลโก้พรรคออกนั้น อยากให้ กกต.ทบทวน เพราะโลโก้และชื่อพรรคต้องใส่ในบัตรเลือกตั้ง เชื่อในศักยภาพการบริหารงานของ กกต. และเทคโนโลยีสมัยใหม่ในการจัดพิมพ์บัตรเลือกตั้งจะสามารถใส่ชื่อและโลโก้พรรคในบัตรเลือกตั้งได้ สำหรับกรณีที่หลายพรรคชูนโยบายแก้ไขรัฐธรรมนูญนั้น ที่ผ่านมาใครเข้ามาก็เปลี่ยน รัฐประหารก็แก้ไข ฉบับหลังๆแม้ได้มาโดยที่ไม่ใช่ประชาชนที่แท้จริงไม่ใช่ไม่ดี แต่เหมาะสำหรับช่วงเวลาหรือบริบทหนึ่ง เมื่อมีผู้บริหารประเทศเข้ามาใหม่คงทบทวนว่าต้องมีรัฐธรรมนูญที่สะท้อนจากประชาชนจริงหรือไม่
พปชร. เคาะชื่อผู้สมัคร ส.ส. 25 ธ.ค.
นายวิรัช รัตนเศรษฐ กรรมการสรรหาผู้สมัครส.ส. พรรคพลังประชารัฐ กล่าวว่า คณะกรรมการสรรหาผู้สมัคร ส.ส.ต้องดำเนินการสรรหาผู้สมัครทั่วประเทศให้เสร็จไม่เกินวันที่ 25 ธ.ค.นี้ จะพิจารณาจากคุณสมบัติตามที่กฎหมายกำหนด การทำงาน รวมถึงผลงานที่ผ่านมา จากนั้นจะจัดทำบัญชีรายชื่อส่งไปยังแต่ละพื้นที่เพื่อจัดทำมินิไพรมารีโหวตให้เสร็จภายในวันที่ 29 ธ.ค.ก่อนจะรวบรวมรายชื่อเสนอกรรมการบริหารพรรคพิจารณา คาดว่าจะเสร็จช่วงหลังเทศกาลปีใหม่ แม้พระราชกฤษฎีกาการเลือกตั้งจะประกาศในวันที่ 2 ม.ค.62 แล้ว ยังมีเวลาพิจารณา
แจง กก.มหาลัยไม่ต้องโชว์โปร่งใส
นายวรวิทย์ สุขบุญ เลขาธิการ ป.ป.ช. กล่าวถึง กรณีคำสั่งหัวหน้า คสช.ที่ 21/2561แก้ไข พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2561 ว่า คำสั่งดังกล่าวมีสาระสำคัญ 2 ประการคือ 1.แก้ไขนิยาม “ผู้ดำรงตำแหน่งระดับสูง” ในส่วนกรรมการและผู้บริหารสูงสุดของหน่วยงานอื่นของรัฐ มีการแก้ไขตัดคำว่า “กรรมการ” และเพิ่มเติมข้อความใหม่เป็น “ผู้บริหารสูงสุดของหน่วยงานอื่นของรัฐตามที่ ป.ป.ช.กำหนด” ส่งผลให้กรรมการของหน่วยงานอื่นของรัฐไม่อยู่ในคำนิยามผู้ดำรงตำแหน่งระดับสูง จึงไม่มีหน้าที่ยื่นบัญชีทรัพย์สินต่อ ป.ป.ช.ได้แก่ กองทุนธนาคารแห่งประเทศไทย สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย สถาบันคุ้มครองเงินฝาก สถาบันพระปกเกล้า สถาบันอุดม-ศึกษาในกำกับของรัฐ องค์การมหาชน นอกจากนี้ คำสั่งหัวหน้า คสช. ยังให้ ป.ป.ช. มีอำนาจกำหนดตำแหน่งผู้บริหารสูงสุดของหน่วยงานอื่นของรัฐ โดยให้พิจารณากำหนดเฉพาะตำแหน่งที่มีความสำคัญ แตกต่างจากประกาศ ป.ป.ช.เดิมที่ระบุให้ผู้บริหารสูงสุดของหน่วยงานอื่นของรัฐทุกตำแหน่งต้องยื่นบัญชีทรัพย์สิน
รมว.ศธ.ชี้คำสั่งยังคลุมเครือ
นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รมว.ศึกษาธิการ กล่าวว่า ต้องอ่านคำสั่งหัวหน้า คสช.ดังกล่าว ให้ดี เพราะไม่ได้ระบุว่า นายกฯและกรรมการสภามหาวิทยาลัยไม่ต้องยื่นบัญชีทรัพย์สิน เพราะขณะนี้ยังไม่ต้องยื่น แต่ให้อำนาจ ป.ป.ช.ไปพิจารณาตำแหน่งที่จะต้องยื่นบัญชีทรัพย์สิน หาก ป.ป.ช.กำหนดให้ยื่นก็ต้องยื่น แต่อาจไม่ต้องเปิดเผยต่อสาธารณชน
นายศักรินทร์ ภูมิรัตน์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี (มจธ.) กล่าวว่า คำสั่งหัวหน้า คสช.ดังกล่าว น่าจะช่วยแก้ไขปัญหา มหาวิทยาลัยได้มาก ในส่วน มจธ. มีกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ขอลาออก 5 คน หวังว่าเมื่อเห็นข่าวคำสั่งคสช.นี้แล้ว จะเปลี่ยนใจไม่ยื่นลาออก
นายประเสริฐ ปิ่นปฐมรัฐ อธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี กล่าวว่า ขอวิงวอน ป.ป.ช.ว่า หลังจากนี้ขอให้มีประกาศฉบับใหม่ที่มีความชัดเจนว่า กรรมการสภามหาวิทยาลัยไม่ต้องยื่นบัญชีทรัพย์สิน ในส่วน มทร.ธัญบุรี มีกรรมการสภาขอลาออก 6 คน หวังว่าจะไม่ลาออก
อัดคำสั่ง คสช.ตบหน้าคนไทย
นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การ พิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย กล่าวว่า คำสั่งหัวหน้า คสช.ที่ให้กรรมการสภามหาวิทยาลัยไม่ต้องยื่นบัญชีทรัพย์สินต่อ ป.ป.ช.นั้น เป็นการตบหน้าคนไทยทั้งชาติอย่างรุนแรง น่าผิดหวังที่สุดทั้งที่เพิ่งพ้นวันต่อต้านคอร์รัปชันสากล วันที่ 9 ธ.ค. มาไม่นาน การให้อำนาจ ป.ป.ช.ยกเว้นการแสดงบัญชีทรัพย์สินแก่คนที่อ้างว่าเป็นคนดีในระบบสถาบันศึกษาเป็นการชี้ให้เห็นถึงการเลือกปฏิบัติ ขัดรัฐธรรมนูญ ชัดเจน แสดงให้เห็นว่ากลุ่มนายกสภาและกรรมการสภามหาวิทยาลัย และผู้บริหารสูงสุดของหน่วยงานอื่นของรัฐที่สวมหน้ากากอ้างเป็นคนดีของสังคมนั้น มีอิทธิพลต่อการแก้ไขและตัดสินใจของผู้นำประเทศนี้ แค่ประกาศจะลาออกจากตำแหน่ง เพราะไม่ต้องการยื่นบัญชีทรัพย์สิน ทำให้หลักการที่ดีและข้อเรียกร้องการปฏิรูป กลายเป็นปฏิรั่วไปได้
แขวะผู้มีอำนาจทำท้องถิ่นอ่อนแอ
ที่โรงแรมเดอะสุโกศล นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวเปิดเสวนา “ทศวรรษหน้าท้องถิ่นไทย” ว่า อุดมการณ์พรรคประชาธิปัตย์ชูเรื่องนี้ตั้งแต่ปี 2489 วันนี้โครงสร้างการกระจายอำนาจขาดไป ทำให้ความเหลื่อมล้ำสูงจนติดอันดับโลก ความพยายามแก้ปัญหาจากส่วนกลาง อย่างเดียวไม่สามารถตอบโจทย์สังคมได้ ปรากฏการณ์หว่านเงินลงไปแสนล้านบาท แต่โครงสร้างที่ขาดการกระจายอำนาจ เงินจึงไม่ได้หมุนอยู่ในชุมชน แต่ถูกดูดกลับมาที่ศูนย์กลางผู้มีอำนาจทางเศรษฐกิจ ขณะนี้กำลังเริ่มต้นเข้าสู่การกระจายอำนาจที่ถดถอย เพราะแนวคิดผู้มีอำนาจไม่เชื่อเรื่องนี้ ยกเหตุการทุจริตมาสกัด นักการเมืองระดับชาติและท้องถิ่นกลายเป็นผู้ร้าย ถูกนำเป็นข้ออ้างไม่กระจายอำนาจ ทำให้ท้องถิ่นอ่อนแอ ที่ผ่านมา 2 ปีแรก มีการใช้มาตรา 44 กับท้องถิ่นมาก แต่ระยะหลังคนเลวร้ายที่โดนมาตรา 44 เป็นคนดีได้ ถ้ามาสังกัดบางพรรค กฎหมายท้องถิ่นควรเขียนให้ท้องถิ่นทำได้หมดทั้งการจัดทำงบประมาณ กระบวนการยุติธรรม การศึกษา ไม่ต้องรอนโยบายส่วนกลาง นโยบายกระจายอำนาจของพรรคประชาธิปัตย์ตอบโจทย์ยกระดับท้องถิ่นมากกว่าทุกพรรค มีความพร้อมในข้อกฎหมายและอุดมการณ์ที่แน่วแน่
“สุดารัตน์” ลงพื้นที่ตะลุยข้าวสาร
ต่อมาเวลา 18.30 น. คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานกรรมการยุทธศาสตร์เลือกตั้งพรรคเพื่อไทย ลงพื้นที่พบปะประชาชนที่บริเวณร้านผัดไททิพย์สมัย ย่านประตูผี โดยคุณหญิงสุดารัตน์ได้นั่งวินมอเตอร์ไซค์รับจ้างจากพรรคเพื่อไทย ถนนเพชรบุรี มาที่ย่านประตูผี เนื่องจากปัญหาจราจรติดขัด โดยคุณหญิงสุดารัตน์ได้ทักทายประชาชนและซักถามพ่อค้าแม่ค้าที่ขายอาหารบริเวณดังกล่าว ก่อนนั่งรถสามล้อจากย่านประตูผีไปลงที่บริเวณถนนข้าวสาร เพื่อพบปะทักทายนักท่องเที่ยวชาวไทยและต่างประเทศ ตลอดจนพ่อค้าแม่ค้า จากนั้นคุณหญิงสุดารัตน์ให้สัมภาษณ์ว่า แม้จะมีการปลดล็อกทางการเมือง แต่ยังมีข้อจำกัดเรื่องการหาเสียง เพราะยังไม่มีพระราชกฤษฎีกาเลือกตั้ง ส่วนกรณีที่โหรวารินทร์ทำนายตนไม่มีดวงเป็นนายกรัฐมนตรีนั้น ไม่เป็นไร ไม่ได้หวังเป็นใหญ่เป็นโต หวังทำหน้าที่เป็นพรรคการเมือง นำนโยบายเพื่อปากท้องประชาชนให้มีรายได้มากขึ้น จะมีหรือไม่มีตำแหน่งไม่เป็นปัญหา ขอให้โหรวารินทร์ไปดูแลลูกศิษย์ดีๆแล้วกัน