
ถ้าผิดกฎหมาย-ใบแดง!
“บิ๊กตู่” ลั่นเลือกตั้งก่อน 9 พ.ค. ชี้หนีไม่ออก ดึงต่อไปไม่ได้ “บิ๊กป้อม” ฮึ่มกลุ่มอยากเลือกตั้งชุมนุมลากยาวไม่ได้ แย้มจะมีประกาศ พ.ร.ฎ.เร็วๆนี้ พท.จี้ผู้นำทำสัญญาประชาคมไม่เลื่อนอีก “ณัฐวุฒิ” จวกฝ่ายมั่นคงโอเวอร์ รีแอ็ก แค่คนทวงถามวันกาบัตร ส่อพิรุธมีคนจ้องสวมรอยก่อเหตุป่วน “ขัตติยา” ดักคอ อย่าใช้ ม.44 ยื้อโรดแม็ป กกต.ยันถ้าเข้าคูหา 24 มี.ค. ประกาศผลทัน 9 พ.ค. จัดให้ 3 กลุ่มออกหน้าจอดีเบตนโยบาย เตือนกดแชร์หรือไลค์ข้อความใส่ร้าย โทษหนักฟันอาญาข้อหาหมิ่นฯ-ผิด พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และ ก.ม.เลือกตั้งโดนใบแดง ศาลทหารจำหน่ายคดี 19 นปช.เปิดศูนย์ปราบโกงประชามติ “อภิสิทธิ์” เอาใจครูไทย เล็งขึ้นเงินเดือนช่วยปลดหนี้ ทษช.ปล่อยคลิปนโยบายผ่านจอแอลอีดี 53 จุดทั่วกรุง “สุดารัตน์” ลุยสมุทรสาครชูคนไทยเข้าถึงยาดี ไม่ต้องรอคิว
สังคมไทยวนเวียนอยู่กับความไม่ชัดเจนเกี่ยวกับกำหนดการจัดการเลือกตั้ง ว่าจะต้องเลื่อนออกไปจัดการเลือกตั้งได้เมื่อใด โดยพรรคการเมืองและภาคประชาชนเรียกร้องทวงถามความกระจ่างจากรัฐบาลกันอย่างต่อเนื่อง ล่าสุด พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ยืนยันว่าถึงอย่างไรการเลือกตั้งต้องเกิดขึ้นแน่นอนก่อนวันที่ 9 พ.ค.2562 ไม่สามารถที่จะดึงอะไรต่อไปได้
“บิ๊กตู่” ชี้หนีไม่ออกต้อง เลือกตั้งก่อน 9 พ.ค.
เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 16 ม.ค. ที่หอประชุมคุรุสภา พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวตอนหนึ่งระหว่างเป็นประธานในพิธีงานวันครู ปี 2562 ว่า หลายอย่างเราต้องฟังหูไว้หู มีอะไรออกมาต้องคิด ถ้าไม่ฟังเลยก็โง่ ถ้าฟังแล้วเชื่อทุกอย่างก็บ้า อย่าไปตามกระแส บ้านเมืองกำลังเดินหน้าไปสู่การเป็นประชาธิปไตยโดยสมบูรณ์ ถึงอย่างไรจะมีการเลือกตั้งแน่นอน ไม่สามารถที่จะดึงอะไรต่อไปได้ การเลือกตั้งจะขยับไปมาก็แล้วแต่เหตุผล จะยังอยู่ภายในวันที่ 9 พ.ค. เพราะรัฐธรรมนูญเขียนไว้แล้ว ไม่อย่างนั้นต้องแก้รัฐธรรมนูญใหม่ ซึ่งทำไม่ได้ เพียงแต่จะขยับไปมาอยู่ภายในกรอบ ถึงอย่างไรก็เลือกตั้งก่อน 9 พ.ค. และช่วงนี้จะมีพระราชพิธีบรมราชาภิเษก ขอให้ทุกคนช่วยกันทำให้บ้านเมืองสงบ วันนี้มีการเคลื่อนไหวเดินขบวนกันไปกันมา แต่อยากให้ช่วงเวลาสำคัญนี้นิ่งสงบ เมื่อเลือกตั้งเสร็จแล้ว จะมีการประกาศผล ตรวจสอบคุณสมบัติ ตั้งรัฐบาล เลือกนายกรัฐมนตรี ยังมีอีกหลายขั้นตอน โดยช่วงหลังเลือกตั้งเป็นเวลาที่มีความนิ่ง เพราะไม่มีการหาเสียงแล้ว การเลือกตั้งไม่ควรจะพันกับช่วงเวลาสำคัญ เหตุผลตนมีแค่นั้น เพื่อมุ่งหวังจะได้การเมืองที่มีเสถียรภาพ มีประเทศไทยที่เจริญก้าวหน้า
“บิ๊กป้อม” เข้มม็อบลากยาวไม่ได้
เมื่อเวลา 10.00 น. ที่กระทรวงกลาโหม พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม กล่าวถึงสถานการณ์การเมืองหลัง พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผบ.ทบ. ออกมาปรามกลุ่มคนอยากเลือกตั้งไม่ให้ชุมนุมล้ำเส้นกระทบงานพระราชพิธีราชาภิเษกว่า คงไม่ต้องปราม เพราะกลุ่มคนอยากเลือกตั้งรู้อยู่แล้ว รวมถึงเจ้าหน้าที่ต้องช่วยกันอยู่ในกรอบกฎหมาย แม้จะมีความเห็นต่างก็รู้กันอยู่แล้วว่า ถึงอย่างไรต้องมีการเลือกตั้งภายใน 150 วัน เพราะ พ.ร.ฎ.การเลือกตั้ง ส.ส.ต้องออกมาอยู่แล้ว เมื่อถามว่าการชุมนุมลากยาวออกไปจะส่งผลกระทบต่อการเชิญแขกคนสำคัญมาร่วมพระราชพิธีราชาภิเษก พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า เชื่อว่าการชุมนุมไม่ลากยาว เพราะลากไม่ได้และไม่มีการลากแน่นอน หากจะชุมนุมต้องขออนุญาตเจ้าหน้าที่เป็นรายวัน เรามีกฎหมายอยู่ไม่ต้องห่วง อย่างไรก็ตาม ก็มีกลุ่มคนที่อยากให้เลือกตั้งหลังงานพระราชพิธีราชาภิเษก มีคนคิดแตกต่างกันมีทั้งสองฝ่าย เพราะถึงอย่างไรต้องมีการเลือกตั้งภายใน 150 วัน เป็นไปไม่ได้ที่จะนานกว่านั้น

แย้มมีประกาศ พ.ร.ฎ.เลือกตั้งเร็วๆนี้
เมื่อมีการประกาศ พ.ร.ฎ.การเลือกตั้งลงราชกิจจาฯเรียบร้อยแล้ว ต้องกำหนดวันเลือกตั้ง คาดว่าจะเกิดขึ้นในเร็ววันนี้ จากนั้น กกต.จะไปดูว่ามีการทับซ้อนอะไรหรือไม่ ต้องให้เวลา กกต.ทำงาน ด้วย เราก็รออยู่ โดยเฉพาะ พ.ร.ฎ.การเลือกตั้งที่จะประกาศในเร็วๆนี้ เมื่อถามถึงการลงพื้นที่ภาคเหนือมีเสียงสนับสนุนรัฐบาลอย่างไรบ้าง พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า ก็ดีไม่เห็นมีอะไร รวมถึงยังมีเสียงสนับสนุนให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกฯต่อด้วย วัดจากประชาชนให้การตอบรับอย่างดี แต่จะเปลี่ยนเป็นคะแนนเสียงได้หรือไม่นั้นไม่ทราบ ส่วนกรณีที่คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ แกนนำพรรคเพื่อไทยตั้งสโลแกนว่าอยู่กับเรากระเป๋าตุง อยู่กับลุงกระเป๋าแฟบ ไม่รู้ ต้องไปถามเขาดูเองว่าคนไหนตุง คนไหนแฟบ ให้ไปถามคนพูด จากการลงพื้นที่ภาคเหนือฝ่ายความมั่นคง ไม่มีรายงานอะไรเป็นพิเศษ ตอนนี้เราไม่มีเสื้อสีอะไรทั้งนั้น เมื่อถามย้ำว่า จะเตรียมรับมือการโจมตีของพรรคการเมืองอย่างไร พล.อ.ประวิตรกล่าวสั้นๆว่าฟังจนไม่อยากฟัง พูดไปก็เท่านั้น

กกต.คุมงบฯ หาเสียง ส.ส.เขต 1.5 ล้าน
เมื่อเวลา 10.45 น.ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) พ.ต.อ.จรุงวิทย์ ภุมมา เลขาธิการ กกต. ชี้แจงกรณีราชกิจจานุเบกษาเผยแพร่ระเบียบเกี่ยวข้องกับการเลือกตั้ง ส.ส.และประกาศ กกต.9 ฉบับ เกี่ยวข้องกับวิธีการหาเสียงและลักษณะต้องห้ามในการเลือกตั้งว่า ข้อกำหนดหลักเกณฑ์จะมีผลบังคับใช้เมื่อ พ.ร.ฎ.ให้มีการเลือกตั้งสภาผู้แทนราษฎรมีผลใช้บังคับ โดย กกต.กำหนดค่าใช้จ่ายสำหรับผู้สมัคร ส.ส.แบบแบ่งเขตไม่เกิน 1.5 ล้านบาท แบบบัญชีรายชื่อไม่เกิน 35 ล้านบาท การติดป้ายประกาศหาเสียง ขนาดเอ 3 ติดได้ไม่เกิน 10 เท่าของหน่วย เลือกตั้ง ป้ายขนาด 130×245 ซม. ติดได้ไม่เกิน 2 เท่าของหน่วยเลือกตั้ง ติดได้ในสถานที่ที่ ผอ.กกต.เขตกำหนดเท่านั้น ส่วนแผ่นป้ายหาเสียงขนาด 400×750 ซม.ติดได้บริเวณหน้าที่ทำการพรรคหรือสาขาพรรค เขตเลือกตั้งละ 1 ป้าย หากฝ่าฝืนมีโทษอาญา จำคุกไม่เกิน 6 เดือน ปรับไม่เกิน 10,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

จัดให้ 3 กลุ่มออกทีวีดีเบตนโยบาย
พ.ต.อ.จรุงวิทย์กล่าวอีกว่า สำหรับเนื้อหาและรูปภาพในป้ายหาเสียง มีคำขวัญ นโยบายรูปภาพของผู้สมัคร รูปภาพกรรมการบริหารพรรค รูปภาพ 3 บัญชีรายชื่อนายกฯของพรรค หัวหน้าพรรคและสมาชิกพรรคเท่านั้น ส่วนการหาเสียงทางวิทยุและโทรทัศน์ กกต.จะจัดสรรเวลาออกอากาศให้ กฎหมายยังเพิ่มเติมการดีเบตประชันนโยบายพรรคการเมืองจัดเป็น 3 กลุ่ม 1.พรรคส่งผู้สมัครตั้งแต่ 300-350 เขต 2.พรรคส่งผู้สมัครตั้งแต่ 200-299 เขต 3.พรรคส่งผู้สมัครตั้งแต่ 199 เขตลงมา
ห้ามขาดพวงหรีด-ใส่ซองงานบุญ
พ.ต.อ.จรุงวิทย์กล่าวว่า กรณีการช่วยซองงานบุญ งานบวช หรืองานศพ แม้จะเป็นงานตามประเพณีนิยมหรือเป็นจารีตประเพณีปกติไม่สามารถทำได้ แม้แต่การวางพวงหรีดทำไม่ได้ เพราะเป็นทรัพย์สินที่ตีเป็นมูลค่าได้ อาจเข้าลักษณะหาเสียงเป็นพฤติการณ์สุ่มเสี่ยง รวมทั้งการร่วมเป็นเจ้าภาพงานบุญ งานศพ หรืองานแต่ง หรือสนับสนุนอาหารหรือเครื่องดื่มในงานเหล่านั้นสุ่มเสี่ยง เรื่องแบบนี้จากการเลือกตั้งในอดีต ส.ส.มักหลีกเลี่ยงไม่ทำกัน การพิจารณาความผิดจะพิจารณาตามข้อกฎหมายเป็นรายกรณีไป สำหรับการที่ กอ.รมน.จะเชิญกำนัน ผู้ใหญ่บ้านและผู้นำท้องถิ่น มาเตรียมความพร้อมการจัดการเลือกตั้ง ไม่แน่ใจว่า กอ.รมน.ได้ประสานมายัง กกต.หรือไม่ แต่ กกต.ไม่มีอำนาจจะเข้าไปดูตรงนี้ จะเป็นการใช้อำนาจหน้าที่จูงใจให้เลือกพรรคใดหรือไม่ ต้องติดตามดูกันต่อไป
กดไลค์–แชร์ข้อความป้ายสีเจอใบแดง
เลขาธิการ กกต.กล่าวอีกว่า เรื่องโซเชียลมีเดียกำหนดให้ผู้สมัครหาเสียงได้ แต่คิดเป็นค่าใช้จ่าย ผู้สมัครต้องแจ้งต่อ กกต.ก่อนหาเสียง เพื่อป้องกันการแอบอ้าง อวตารหรือสวมรอยสวมชื่อไปโจมตีผู้อื่น กกต.จะตั้งวอร์รูมตรวจสอบ ทำความตกลงกับเจ้าของเว็บไซต์ เพจ เฟซบุ๊ก ยูทูบ เมื่อพบการโพสต์ข้อความใส่ร้ายป้ายสี จะประสานให้ผู้โพสต์ลบทิ้ง หากไม่ลบจะประสานให้กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมดำเนินการ ถ้าเป็นเว็บไซต์ใต้ดิน หาที่มาไม่ได้จะลบเลย แต่จะเตือนไปยังผู้สมัครให้ระวังการกดแชร์ กดไลค์ ถ้ากดแชร์หรือไลค์ข้อความใส่ร้าย นอกจากผิดอาญาข้อหาหมิ่นประมาทแล้ว ยังมีความผิด พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ และผิดกฎหมายเลือกตั้ง มีโทษใบเเดง
เข้าคูหา 24 มี.ค.ประกาศผลทัน 9 พ.ค.
พ.ต.อ.จรุงวิทย์กล่าวอีกว่า การกำหนดวันเลือกตั้ง กกต.ยังรอการประกาศ พ.ร.ฎ.เลือกตั้ง ไม่รู้จะมีเมื่อไร รัฐบาลยังไม่ได้ประสานมา กกต.พูดคุยกันว่าจะจัดการเลือกตั้งและประกาศผลภายใน 150 วัน นับแต่ พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.มีผลใช้บังคับ ภายในวันที่ 9 พ.ค. ถ้าเลือกตั้งวันที่ 24 มี.ค. ระยะเวลาการประกาศผลก่อนวันที่ 9 พ.ค. เชื่อว่า กกต.ทำได้ แม้ว่าค่อนข้างจะบีบ ส่วนการตรวจสอบโต๊ะจีนระดมทุนของพรรคพลังประชารัฐ ยังไม่ครบ 30 วันที่ต้องแจ้งต่อนายทะเบียนภายในวันที่ 19 ม.ค.จึงยังไม่ได้ส่งรายงานมา ส่วนนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ จะจัดรายการ “กู๊ด มันเดย์” เนื้อหาช่วยหาเสียงให้บางพรรค ทำได้หรือไม่ พ.ต.อ.จรุงวิทย์เลี่ยงที่จะตอบ อ้างว่าขึ้นอยู่กับการตีความจะให้มาตอบขณะนี้คงไม่ได้ ยกเว้นเป็นคดีขึ้นมาเราจะไปตรวจสอบ
จับมือ ศธ.สร้างพลเมืองเข้มแข็ง
เมื่อเวลา 13.00 น. ที่กระทรวงศึกษาธิการ นายอิทธิพร บุญประคอง ประธาน กกต. และ นพ.อุดม คชินทร รมช.ศึกษาธิการ ร่วมกันเป็นประธานจัดประชุมความร่วมมือขับเคลื่อนการสร้างพลเมืองดีวิถีประชาธิปไตย เพื่อกำหนดรูปแบบแนวทางขับเคลื่อน กิจกรรมการสร้างพลเมืองที่เข้มแข็งในสถาบันอุดมศึกษา ทั้งภาครัฐและเอกชนกว่า 80 แห่งทั่วประเทศ นายอิทธิพรกล่าวตอนหนึ่งว่า กกต.จะจัดการเลือกตั้งอย่างสุจริตเที่ยงธรรมลุล่วงด้วยดี แต่ กกต.เพียงลำพัง คงทำไม่ได้ ถ้าไม่มีสถาบันการศึกษามาร่วมเป็นพันธมิตร

ชี้ประชาธิปไตยไม่ใช่แค่เลือกตั้ง
นายธวัชชัย เทอดเผ่าไทย กกต.กล่าวว่าพลเมืองเป็นรากฐานสำคัญ ประเทศเป็นอย่างไรให้ดูที่พลเมือง ต้องทำให้พลเมืองเข้มแข็ง การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ต้องสร้างที่การศึกษา เราคงไม่ใช่ แค่คุยเรื่องสิทธิ หน้าที่แต่ต้องมีส่วนร่วมมีบทบาทในทุกเรื่อง เราชอบไปเอาวิถีของต่างประเทศมาใช้แต่เอามาไม่หมด เช่น การเลือกตั้งเป็นพิธีกรรมที่ต้องทำ ซึ่งไม่ใช่ว่าประชาธิปไตยจะอยู่ที่การเลือกตั้ง แต่อยู่ที่การดำเนินวิถีชีวิตแบบประชาธิปไตย กกต. อยากเห็นส่วนนี้เกิดผลประสิทธิภาพมากที่สุด กระทรวง ศึกษาจะทำได้ดี เรามีวงจรอยู่แค่ร่างรัฐธรรมนูญ เลือกตั้ง มีนักการเมืองอยู่เท่านี้ ถ้าเราสร้างพลเมืองที่เข้มแข็งได้จะลดวงจรนี้ไปได้
พท.จี้ทำสัญญาประชาคมไม่เลื่อน
วันเดียวกัน นางลดาวัลลิ์ วงศ์ศรีวงศ์ โฆษกพรรคเพื่อไทยกล่าวว่า แม้ พล.อ.ประยุทธ์จะยืนยันว่าการเลือกตั้งจะเกิดขึ้นภายในกรอบเวลา 150 วัน ตามรัฐธรรมนูญกำหนด และโยนให้ กกต. พิจารณาวันที่เหมาะสม ก็ยังไม่ชัดเจน น่าจะมีหลักประกันมากกว่านี้ เพราะที่ผ่านมาเลื่อนเลือกตั้งมาแล้วถึง 4 ครั้ง จนมีการกล่าวหาว่านายกฯเป็นโมฆะบุรุษไปแล้ว การสร้างหลักประกันที่ชัดเจนว่าจะไม่มีการเลื่อนเลือกตั้งอีกคือการทำสัญญาประชาคม ระหว่างพล.อ.ประยุทธ์กับนักการเมืองและประชาชนภาคส่วนต่างๆ และอยากขอความเป็นธรรมให้นักเรียน นิสิต นักศึกษาและกลุ่มคนที่ออกมาเรียกร้องให้มีการเลือกตั้งวันที่ 24 ก.พ.62 เพราะประชาชนต้องการจะใช้สิทธิขั้นพื้นฐานเลือกผู้นำมาบริหารประเทศด้วยตัวเอง ไม่ได้เป็นม็อบอาชีพ ไม่เป็นการล้ำเส้น ตามที่ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ และ รมว.กลาโหม รวมถึง พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผบ.ทบ.กล่าวหา
โวย จนท.รัฐต้องเป็นกลาง
นายโกศล ปัทมะ อดีต ส.ส.นครราชสีมา พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า เมื่อวันที่ 15 ม.ค. นายไซมอน ลีเวอร์ ที่ปรึกษาฝ่ายการเมือง สถานเอกอัครราชทูตอังกฤษ ได้พูดคุยกับตนที่โรงแรมฟอร์จูน ราชพฤกษ์ จ.นครราชสีมา สอบถามสถานการณ์การเมืองก่อนจะมีการเลือกตั้ง เขาอยากเห็นการเลือกตั้งที่เสรีเป็นธรรม สะท้อนเจตจำนงประชาชนให้เป็นประชาธิปไตยแท้จริง และได้รัฐบาลที่มีเสถียรภาพ ได้รัฐบาลที่นานาชาติยอมรับ จึงขอเรียกร้องไปยัง กกต.ให้จัดการเลือกตั้งที่เป็นธรรม เจ้าหน้าที่รัฐต้องวางตัวเป็นกลาง หยุดพฤติกรรมช่วยเหลือพรรคสนับสนุนรัฐบาล ไม่ให้เอารัดเอาเปรียบพรรคฝ่ายตรงข้าม พรรคการเมืองต้องหาเสียงอย่างสร้างสรรค์ แข่งกันที่นโยบายไม่สาดโคลนใส่กัน หยุดพฤติกรรมเดินแจกรองเท้า เก็บบัตรประชาชนชาวบ้าน ไปสมัครสมาชิกพรรคและให้ผลประโยชน์ ควรให้พรรคที่ได้ ส.ส.มากที่สุดจัดตั้งรัฐบาล อย่าใช้กลไกรัฐธรรมนูญให้ ส.ว.เลือกนายกฯมาบิดเบือนเจตจำนงประชาชน

ดักคออย่าให้ ม.44 ยื้อโรดแม็ป
น.ส.ขัตติยา สวัสดิผล รองโฆษกพรรคไทยรักษาชาติ กล่าวถึงความไม่ชัดเจนของรัฐบาลในการกำหนดวันเลือกตั้งว่า จนถึงวันนี้ยังไม่มีกำหนดวันเลือกตั้งที่แน่นอน ส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อระบบเศรษฐกิจ การค้าและความเชื่อมั่นด้านการลงทุน เมื่อวันที่ 2 ม.ค. หลังไม่มีการประกาศ พ.ร.ฎ.ให้มี การเลือกตั้ง นักลงทุนเทขายหุ้น ต่างชาติปฏิเสธจะลงทุนในไทย เพราะประเทศอื่นมีความแน่นอนในการบริหารประเทศมากกว่า การจับจ่ายใช้สอยของภาคประชาชนที่มีสัญญาณว่าจะดีช่วงเทศกาลปีใหม่ หลังมีข่าวเลื่อนวันเลือกตั้งประชาชนชะลอการจับจ่ายใช้สอย ทำให้เศรษฐกิจชะลอตัว จึงอยากเรียกร้องให้รัฐบาลรีบให้ความชัดเจนเรื่องวันเลือกตั้ง 4 ปีผ่านมา รัฐบาลไม่มีผลงานอะไรที่ทำให้ประเทศดีขึ้น อ้างแต่ว่ามีความสงบเป็นความสงบจอมปลอม การเลือกตั้งจะทำให้ประเทศกลับเข้าสู่สภาวะปกติ มีรัฐบาลประชาธิปไตย เพื่อฟื้นคืนเศรษฐกิจ เติมเงินเข้า กระเป๋าประชาชน เพื่อชีวิตที่ดีกว่านี้ หวังว่ารัฐบาล คสช.จะไม่ใช้อภินิหารมาตรา 44 มามีอำนาจเหนือรัฐธรรมนูญ เพื่อเลื่อนวันเลือกตั้งออกไปอีก
“เต้น” อัดฝ่ายมั่นคง “โอเวอร์ รีแอ็ก”
ที่ศาลทหารกรุงเทพ นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ แกนนำพรรคไทยรักษาชาติ (ทษช.) และแกนนำนปช. กล่าวว่า การเรียกร้องวันเลือกตั้งที่ชัดเจนทำได้โดยชอบ เจ้าหน้าที่ไปขัดขวางจับกุมจะทำให้สถานการณ์ ตึงเครียด น่าสังเกตปฏิกิริยาผู้มีอำนาจหรือฝ่ายความมั่นคง ตอบสนองต่อความเคลื่อนไหวเกินจำเป็นแสดงอารมณ์ความรู้สึกหรือวาทกรรมเกินพอดี Over react หรือไม่ ผู้เคลื่อนไหวต้องรอบคอบรัดกุมอดทนอดกลั้น

ห่วงมีคนจ้องสวมรอยก่อเหตุป่วน
“การแสดงออกที่เกินพอดีกระทบความรู้สึกประชาชน เป้าหมายไม่รู้ว่าคืออะไร ห่วงว่าจะมีใครต้องการให้เกิดวุ่นวายก่อนประกาศวันเลือกตั้ง ประชาชน เข้าใจว่าพระราชพิธีมหามงคลเป็นเรื่องสำคัญที่ทุกคน ต้องให้ความร่วมมือด้วยความสง่างาม สมพระเกียรติ สำเร็จด้วยความสงบเรียบร้อย แต่ประชาชนที่ออกมาสอบถามวันเลือกตั้งที่ชัดเจน ไม่มีปรากฏการณ์ใดๆไปเกี่ยวข้องกับการจัดงานพระราชพิธี เพียงบอกว่าอย่าให้วันเลือกตั้งไกลเกินไป จนสุ่มเสี่ยงกับการตีความเกินกรอบเวลา 150 วัน เพราะจะทำให้การเลือกตั้งเป็นโมฆะ นี่คือสิ่งที่แสดงออกว่าถอย ไม่ใช่รุก ไม่ใช่กดดันจนผู้มีอำนาจกระดิกตัวไม่ได้ ความเคลื่อนไหวกับการจัดงานพระราชพิธีไม่เกี่ยวข้องกัน

ทษช.ชงนโยบายผ่านแอลอีดี 53 จุด
นายพงศ์เกษม สัตยาประเสริฐ โฆษกพรรค ไทยรักษาชาติ (ทษช.) กล่าวว่าเมื่อวันที่ 16 ม.ค. พรรคได้ปล่อยคลิปวิดีโอผ่านจอแอลอีดีขนาดใหญ่ นำเสนอนโยบายของพรรคในเบื้องต้น กระจายตามจุดต่างๆทั่วกรุงเทพมหานคร 53 จุด แนะนำแกนนำคนสำคัญของพรรค และนำเสนอนโยบายต่างๆที่ทำสำเร็จมาแล้วในอดีต ตั้งแต่สมัยพรรคไทยรักไทย เช่น ต่อยอดโครงการ 30 บาทรักษาทุกโรค ส่งเสริมธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม หรือ SMEs ซึ่งจะนำมาต่อยอดด้วยการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีและวิธีคิดแนวใหม่ เพิ่มมูลค่าให้โครงการต่างๆ รวมทั้งให้เกิดประโยชน์สูงสุดกับพี่น้องประชาชน แม้วันเลือกตั้งจะยังไม่ถูกกำหนดออกมาชัดเจน แต่เรายังคงเดินหน้าเตรียมพร้อมสู่สนามเลือกตั้งต่อเนื่อง หลังจากลงพื้นที่รับฟังปัญหาจากประชาชนตามพื้นที่ต่างๆ คณะกรรมการนโยบายจะคิดค้นนโยบายแก้ไขปัญหาให้ประชาชนอย่างตรงจุด ภายใต้แนวคิด “คิดใหม่ ทำใหม่ กล้าเปลี่ยนแปลง”
สับบัตรคนจนเฟส 2 หวังโกยแต้ม
น.ส.อรุณี กาสยานนท์ รองโฆษกพรรคไทยรักษาชาติ กล่าวถึงกรณี ครม.มีมติต่ออายุบัตรสวัสดิการแห่งรัฐเพิ่มอีก 6 เดือน ตั้งแต่ ม.ค.-มิ.ย.62 อนุมัติวงเงินเพิ่ม 4,370 ล้านบาท เป็นมาตรการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐระยะที่ 2 ว่า มีข้อพิสูจน์ว่าไม่ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจฐานรากได้ เงินที่รัฐช่วยเหลือไม่ยั่งยืน ไม่มากพอจะทำให้เศรษฐกิจขับเคลื่อนได้ เป็นมาตรการสร้างภาพ สูญเปล่า รัฐบาลมีหน้าที่ส่งเสริมอาชีพและเพิ่มช่องทางการค้าขายให้ประชาชนมีรายได้ยั่งยืน หลุดพ้นเส้นความยากจน ไม่ใช่รอรับเงินที่รัฐแจกให้ มาตรการที่ออกมามีเพียงความมุ่งหมายเดียวคือ เหตุผลทางการเมือง สร้างความนิยมหวังผลทางการเมืองให้พรรคที่อิงแอบอำนาจรัฐ

เย้ย รบ.หมดสภาพบริหารประเทศ
นายพิชัย นริพทะพันธุ์ อดีต รมว.พลังงาน คณะทำงานเศรษฐกิจ ทษช.กล่าวว่า ตามที่ กกต. มีมติส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยการถือหุ้นบริษัทที่เป็นสัมปทานของรัฐของ 3 รัฐมนตรี และ 1 อดีตรัฐมนตรี ในอดีตมีบรรทัดฐานอยู่แล้วต้องลาออก กรณีถือหุ้นบริษัทคู่สัมปทานของรัฐ แต่กลับไม่ยอมลาออก รัฐมนตรีบางคนที่ถูกส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย น่าจะต้องลาออกตั้งแต่สมัครเข้าพรรคการเมืองแล้ว แต่สร้างบรรทัดฐานเสื่อมให้ประเทศ จะเป็นไทยแลนด์ 4.0 รูปแบบใด นอกจากต้องพัฒนาเทคโนโลยีแล้ว ยังต้องมีมาตรฐานสากลในการบังคับใช้กฎหมายด้วย มิเช่นนั้นความน่าเชื่อถือของประเทศจะไม่มีเหลือ เป็นที่น่าสังเกตว่ารัฐบาลไม่สามารถแก้ปัญหาให้ประชาชนได้เลย แม้แต่เรื่องเล็กๆเช่น เรื่องฝุ่น จนถึงเรื่องใหญ่ๆ เช่นเรื่องเศรษฐกิจที่ประชาชนเดือดร้อนอย่างหนัก แม้กระทั่งวันเลือกตั้งยังกำหนดกันไม่ได้ เหมือนว่ารัฐบาลชุดนี้หมดสภาพที่จะบริหารประเทศนี้ต่อไปแล้ว
“ปิยบุตร” ยกคนอีสานคันมือรอกาบัตร
ที่พรรคอนาคตใหม่ นายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ กล่าวถึงกรณี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯและ รมว.กลาโหม ระบุว่าคนต้องการเลือกตั้งมีนิดเดียวจากคนไทย 70 ล้านคนว่าเพิ่งกลับมาจากคาราวาน เปิดตัวว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.ภาคอีสานตอนบน ทุกที่มีประชาชนมาเล่าปัญหาเศรษฐกิจ สินค้าเกษตรตกต่ำ สอบถามวันเลือกตั้งกันมากมาย เรียกว่าเป็นคนอยากเลือกตั้งได้หรือไม่ พล.อ.ประวิตรอาจไม่ค่อยได้เดินทางไปต่างจังหวัด หรือไม่ค่อยมีโอกาสพูดคุยกับประชาชนด้วยตัวเอง ถ้าได้ไปต้องเจอคำถามว่าเมื่อไหร่จะเลือกตั้ง ก่อนหน้านี้ประชาชนคาดหวังว่าวันที่ 24 ก.พ.จะมีเลือกตั้ง แต่อยู่ๆวันนี้ยังไม่ชัดเจน เป็นธรรมดาที่ประชาชนจะทวงถาม ถ้าอยากจะวัดว่าคนอยากเลือกตั้งจาก 70 ล้านคน ตัวชี้วัดที่เป็นวิทยาศาสตร์ที่สุด ไม่ใช่ใช้ ความรู้สึกแบบที่ พล.อ.ประวิตรใช้ แต่คือการจัดเลือกตั้ง แล้วจะเห็นว่าคนอยากเลือกตั้งมากขนาดไหน
“ธนกร” อวย ผบ.ทบ.เจตนาดี
นายธนกร วังบุญคงชนะ รองโฆษกพรรคพลังประชารัฐ กล่าวถึงกรณีที่ พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผบ.ทบ. เป็นห่วงจะเกิดความวุ่นวายจนถูกหลายพรรคและกลุ่มคนอยากเลือกตั้งตำหนิว่าเชื่อว่า ผบ.ทบ.เจตนาดีเป็นห่วงบ้านเมือง ไม่อยากให้เกิดความขัดแย้งรุนแรง ไม่สงบเรียบร้อยขึ้นมาอีก ประกอบกับจะมีพระราชพิธีสำคัญที่คนในชาติตั้งตารอ พรรค การเมืองหรือกลุ่มคนอยากเลือกตั้งน่าจะเข้าใจ ไม่ใช่ออกมาเคลื่อนไหวชุมนุมกดดัน คสช. โดยมีความเชื่อมโยงกับพรรคหนึ่งสังคมทราบดี วันนี้เชื่อว่าคนส่วนใหญ่อยากเห็นบ้านเมืองสงบ ส่วนการเลือกตั้งต่อสู้กันไปตามระบอบ ใครรวบรวมเสียงข้างมากได้เป็นรัฐบาล มีปัญหาอะไรว่ากันในสภาฯ ไม่ใช่นำความรักความศรัทธาของประชาชนมาต่อสู้กันบนท้องถนน เพื่อปกป้องผลประโยชน์ของกลุ่มตัวเองอีก

“มาร์ค” ปล่อยของยกระดับชีวิตครู
เมื่อเวลา 10.30 น. ที่พรรคประชาธิปัตย์ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์และอดีตนายกฯ พร้อมนายกรณ์ จาติกวณิช รองหัวหน้าพรรค ในฐานะประธานกรรมการนโยบาย ร่วมแถลงนโยบายยกระดับชีวิตครูไทยว่า วันนี้ทุกข์ของครูทั่วไทย คือมีภาระหน้าที่ที่ไม่ได้เกี่ยวกับการเรียนการสอน อาทิ งานธุรการ งานประเมินต่างๆ รวมทั้งงานที่จำเป็นต้องทำเพื่อความก้าวหน้าในวิชาชีพ ทำให้ครูทุกข์และถูกบั่นทอนเวลาสอน ทั้งยังมีทุกข์ในระบบการบริหารจัดการการศึกษาที่รวมศูนย์และซับซ้อนโดย คสช.ออกคำสั่งนำ ผวจ.ทับซ้อนโครงการทางการศึกษาเดิม ยิ่งทำให้การทำงานของครูลำบาก ล่าช้า หากพรรคมีโอกาสเข้าไปบริหารงานด้านการศึกษา จะสานต่อนโยบายสำคัญ 4 ข้อคือ 1.“คืนครูให้นักเรียน” จะจ้างบุคลากรมาช่วยแบ่งเบางานธุรการและงานอื่นๆของครู ลดภาระการทำรายงาน และประเมินผลต่างๆ การทำวิทยฐานะเพื่อความก้าวหน้าทางวิชาชีพ จะช่วยให้ครูมีเวลาให้ความรู้แก่ลูกหลาน 2.เน้นกระจายอำนาจมากกว่าในอดีต ลงถึงระบบโรงเรียนกรณีบริหารงบประมาณ สร้างทรัพยากรให้สอดคล้องกับความต้องการของพื้นที่มากขึ้น สร้างหลักสูตรให้สอดคล้องกับความต้องการในชุมชนและท้องถิ่น
เล็งขึ้นเงินเดือนปลดหนี้เรือจ้าง
นายอภิสิทธิ์กล่าวอีกว่า 3.เพิ่มผลตอบแทนและสิทธิประโยชน์ของครู ต้องสอดคล้องวิชาชีพชั้นสูง มีระบบบัญชีเงินเดือนก้าวหน้าผูกโยงกับผลสัมฤทธิ์การปฏิบัติหน้าที่ของครู คือการวัดการพัฒนาในตัวเด็กนักเรียน หากระบบนี้เข้ามา พรรคมั่นใจจะทำให้ครูมีแรงจูงใจทำหน้าที่ได้ดีขึ้น และเป็นตัวกระตุ้นสำคัญทำให้เด็กนักเรียนได้รับการพัฒนา 4.ต้องมีครูยุคใหม่ ดึงคนเก่งเข้าสู่วิชาชีพครูมากยิ่งขึ้น จนถึงเปิดช่องทางและแรงจูงใจให้บุคลากรที่มีความรู้ความสามารถสนใจประกอบอาชีพครู ทั้งหมดเป็นนโยบายของพรรคที่อยากนำเสนอในวันครูแห่งชาติ ซึ่งเป็นส่วนสำคัญของการศึกษาและการแก้จน สร้างคน สร้างชาติ ส่วนการปลดหนี้ครูไม่มีอะไรจะช่วยแก้หนี้สินได้ยั่งยืนเท่ากับการเพิ่มรายได้ สมัยเราเป็นรัฐบาลได้เพิ่มเงินเดือนให้ครูมากที่สุดครั้งหนึ่ง เชื่อว่าขณะนี้มีความจำเป็นต้องเพิ่มค่าตอบแทนมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะเมื่อสร้างระบบการเพิ่มเงินเดือนหรือสิทธิประโยชน์ผูกกับผลลัพธ์การทำงานและการพัฒนาจะเป็นแรงจูงใจสำคัญ เราพร้อมลงทุนในระบบการศึกษาเป็นการลงทุนเพื่ออนาคตที่คุ้มค่าที่สุด
ภท.โชว์ผู้สมัคร 350 เขตที่บุรีรัมย์
พ.อ.เศรษฐพงค์ มะลิสุวรรณ โฆษกพรรคภูมิใจไทย กล่าวว่าการเปิดตัวผู้สมัคร ส.ส.พรรคภูมิใจไทยทั้ง 350 เขต และเปิดนโยบายพรรควันที่ 17 ม.ค.ที่ จ.บุรีรัมย์ว่า จะเปิดวิสัยทัศน์ของนายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรค ที่ จ.บุรีรัมย์ ตื่นเต้นกันมากมีคนหลายหมื่นมาร่วมงาน เป็นเสียงสะท้อนไปสู่ประชาชนทั่วประเทศ จ.บุรีรัมย์ เหมือนเป็นบ้านเกิด เป็นแลนมาร์กสำคัญอธิบายความสำเร็จของพรรคภูมิใจไทย ไฮไลต์ของงานเวลา 15.00 น. ที่สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต (สนามแข่งรถ) พรรคเราเป็นพรรคแรกที่เปิดตัวนโยบายแบบไม่กั๊ก และโชว์ตัวผู้สมัครทั้งหมดอย่างเป็นทางการ แสดงให้เห็นว่าพร้อมเข้าสู่การเลือกตั้ง ไม่ว่าจะเป็นเมื่อไหร่
“เทือก” แวะถิ่น “วรงค์” เพื่อน
ที่ จ.พิษณุโลก นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ผู้ร่วมก่อตั้งพรรครวมพลังประชาชาติไทย (รปช.) พร้อมแกนนำพรรค และว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.พิษณุโลก เดินคารวะแผ่นดินพบปะประชาชนที่ตลาดพิษณุโลกรวมใจ และถนนย่านธุรกิจ ระหว่างไปบริเวณถนนมหาธรรมราชาได้พบกับ นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม อดีต ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ เจ้าของพื้นที่เข้ามาสวัสดีทักทายโดยนายสุเทพ กล่าวกับ นพ.วรงค์ ว่า แม้จะอยู่คนละพรรคเราเป็นเพื่อนกัน โดย นพ. วรงค์ได้ร่วมเดินไปกับคณะของนายสุเทพ 20 นาที ก่อนขอแยกตัวไปทำธุระ จากนั้นคณะนายสุเทพไปเดินคารวะแผ่นดินต่อที่ จ.สุโขทัย พบปะประชาชนในตลาดสด อ.กงไกรลาศ เข้าสักการะพระแม่ย่าสิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่เมืองสุโขทัยที่ศาลพระแม่ย่า ต.ธานี อ.เมืองสุโขทัย ตลาดสดเทศบาลเมืองสุโขทัยธานี เชิญชวนให้สมัครเข้าเป็นสมาชิกพรรค

“สุดารัตน์-ชัชชาติ” ลุยบ้านแพ้ว
ที่โรงพยาบาลบ้านแพ้ว (องค์การมหาชน) อ.บ้านแพ้ว จ.สมุทรสาคร คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานยุทธศาสตร์การเลือกตั้งพรรคเพื่อไทย พล.ต.ท. วิโรจน์ เปาอินทร์ หัวหน้าพรรค นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ นายพงษ์เทพ เทพกาญจนา นายปลอดประสพ สุรัสวดี นายดนุพร ปุณณกันต์ รวมทั้งว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.สมุทรสาครเขต 3 พ.ต.อ.วิเลข ศรีนิเวศน์ หนึ่งเดียวในสมุทรสาคร ลงพื้นที่พูดคุยกับประชาชนและร่วมพูดคุยหารือถึงความสำเร็จและปัญหาที่เกิดขึ้นในการให้บริการทางการแพทย์ โดยโรงพยาบาลบ้านแพ้ว โรงพยาบาลแห่งแรกและแห่งเดียวในประเทศไทยที่ให้บริการทางการแพทย์และพัฒนาโรงพยาบาลได้โดยไม่ใช้งบประมาณของรัฐ
ชูแคมเปญ “ยาดีไม่ต้องรอคิว”
จากนั้นคณะของคุณหญิงสุดารัตน์ไปเดินตลาดริมคลองบ้านแพ้ว พบปะพ่อค้าแม่ค้าและประชาชนผู้มาจับจ่ายซื้อของ มีการแวะทักทายจับไม้จับมือ สวมกอดและมอบพวงมาลัยดอกไม้ให้แกนนำพรรคเพื่อไทยอย่างคึกคัก ก่อนขึ้นเวทีปราศรัยที่บริเวณศาลาอเนกประสงค์เทศบาลตำบลบ้านแพ้ว โดยคุณหญิงสุดารัตน์กล่าวว่า ยุทธศาสตร์สำคัญของพรรค คือการให้บริการด้านการแพทย์ และการดูแลผู้ป่วยให้ได้รับบริการรวดเร็วทันสมัย ตามยุทธศาสตร์ “สร้างสุขภาพดีถ้วนหน้า บริการดี ยาดี ไม่ต้องรอคิว” โดยนำเทคโนโลยีเข้ามาให้บริการทางการแพทย์ ทำให้คนไทยทุกคนเข้าถึงการรักษาพยาบาลอย่างมีคุณภาพทัดเทียมกัน ในอดีตยุครัฐบาลทักษิณเคยทำสำเร็จมาแล้วกับโครงการ 30 บาทรักษาทุกโรค ปัจจุบันจะพาเดินสู่เฟสสอง ไปสู่การสร้างสุขภาพดีถ้วนหน้า
นายชัชชาติกล่าวว่า จ.สมุทรสาคร แม้มีรายได้สูงเป็นอันดับต้นๆของประเทศ แต่รายได้ท่องเที่ยวแต่ละปีน้อยมาก ต้องพัฒนาคมนาคมควบคู่ไปกับการส่งเสริมการท่องเที่ยว โดยเฉพาะรถไฟสายมหาชัย-วงเวียนใหญ่ ต้องทำให้เป็นรถไฟที่มีความเร็วบริการนักท่องเที่ยวมากขึ้น และต้องพัฒนาการคมนาคมบนถนนพระราม 2 ถนนเชื่อมต่อถนนพระราม 2 เข้าสู่ถนนสายรอง เชื่อมต่อโยงใยการพัฒนาเศรษฐกิจภาคการเกษตรและอุตสาหกรรม
นักศึกษา มข.ลำกลอนต้านยื้อกาบัตร
เมื่อเวลา 17.30 น. ที่บริเวณด้านหน้ามหาวิทยาลัยขอนแก่น (มข.) ริมถนนมะลิวัลย์ ต.ในเมือง อ.เมืองขอนแก่น มีกลุ่มนักศึกษามหาวิทยาลัยขอนแก่นกว่า 50 คน รวมตัวจัดกิจกรรมต่อต้านการเลื่อนการเลือกตั้ง นำป้ายกระดาษสีขาวมาวางไว้บนขอบฟุตปาท ให้นักศึกษาเขียนข้อความแสดงความรู้สึก ขณะที่นักศึกษาอีกส่วนหนึ่งถือป้ายข้อความว่า “เลื่อน แม่มึงสิ” พร้อมนำกล่องหีบบัตรเลือกตั้งจำลองมาวางไว้ มีผู้แทนนักศึกษาโชว์กลอนลำแบบฉบับอีสาน ชื่อเพลง “เธอได้ยิน เสียงคนร้องไหม” มีเนื้อร้องต่อต้านการเลื่อนการเลือกตั้ง ท่ามกลางกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหารและฝ่ายปกครองกว่า 100 นาย นำโดยนายฉัตรชัย อุ่นเจริญ นายอำเภอเมืองขอนแก่น พ.ต.อ.จำลอง สุวลักษณ์ ผกก.สภ.เมืองขอนแก่น เข้าสังเกตการณ์อย่างใกล้ชิด เจ้าหน้าที่ได้ขอตรวจบัตรประจำตัวประชาชนผู้มาร่วมกิจกรรมทุกคนป้องกันมือที่สามมาสร้างสถานการณ์
นายพัฒนะ ศรีใหญ่ ทนายความจากศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน กล่าวว่า นักศึกษาชุมนุมโดยสงบสันติ ปราศจากอาวุธ ขออนุญาตชุมนุมถูกต้อง แต่การคุมเข้มมากเกินไปจนมีการกระทบกระทั่งกันเกิดขึ้นบ้าง แต่นักศึกษาก็จัดกิจกรรมไปด้วยความสงบ

ศาลสั่งจำคุก กปปส.ขวางเลือกตั้ง
ที่ศาลจังหวัดพัทลุงได้อ่านคำพิพากษาของ ศาลอุทธรณ์ภาค 9 คดีกลุ่มแกนนำ กปปส.พัทลุง ฐานขัดขวางการเลือกตั้งตามหมายเลขดำที่ 832/2561 คดีหมายเลขแดงที่ 1543/2561 เหตุเกิดระหว่างวันที่ 25-31 ธ.ค.2556 และวันที่ 1 ม.ค.2557 ทั้งนี้ศาลอุทธรณ์พิพากษาปรับแก้โทษของศาลชั้นต้น โดยให้จำคุกนายสุพลชัย คงเขียว 3 ปี 16 เดือน นายทวี ภูมิสิงหราช อดีต ส.ว.พัทลุง 2 ปี 24 เดือน นายจรูญ พรรณราย และนายประหยัด อินทองปาน 2 ปี 16 เดือน นายสันติชัย ชายเกตุ 16 เดือน นายปิติพันธุ์ จุรุพันธุ์ และนางวิมล พงศ์จั่นเผือก 1 ปี 24 เดือน นายปราโมทย์ เพชรดวง นายดรณ์ พุ่มมาลี และนางโฉมพิไล บุญผลึก 8 เดือน
ศาลทหารจำหน่ายคดีศูนย์ปราบโกงฯ
เมื่อเวลา 09.30น. ที่ศาลทหารกรุงเทพ แกนนำแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) เดินทางมาศาลทหารตามนัดสอบคำให้การและนัดพร้อม คดีเปิดศูนย์ปราบโกงประชามติปี 59 โดยนายวีระกานต์ มุสิกพงศ์ นายสงคราม กิจเลิศไพโรจน์ นายสมหวัง อัสราษี นายพรศักดิ์ ศรีละมุล นายเกริกมนตรี รุจโสตถิรพัฒน์ นายยศวริศ ชูกล่อม นายก่อแก้ว พิกุลทอง นายจตุพร พรหมพันธ์ นายยงยุทธ ติยะไพรัช นายศักดิ์รพี พรหมชาติ นายอารี ไกรนรา จ.ส.ต.ประสิทธิ์ ไชยศรีษะ นายธนาวุฒิ วิชัยดิษฐ์ นางธิดา ถาวรเศรษฐ นพ.เหวง โตจิราการ นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ นายนิสิต สินธุไพร นายสมชาย ใจมุ่ง (รังษี เสรีชัย) ทยอยเดินทางมาถึงขาดเพียง นายศรัณย์วุฒิ ศรัณย์เกตุ ทั้งนี้ศาลทหาร ได้สั่งจำหน่ายคดี ภายหลัง คสช.มีคำสั่งปลดล็อกทางการเมือง ห้ามชุมนุมเกิน 5 คนขึ้นไป