
"ปู" นั่งประธานท่าเรือซัวเถา ตู่รับสั่งจับตาทุกพรรค ปปช.ปดขุดคดีชัชชาติ
คสช.เมินเปิดโต๊ะคุยอดีตนายกฯ “บิ๊กตู่” ลั่นไม่เจรจาคนหนีคดี “ทักษิณ” ตอกกลับ “ป้อม” เคลียร์นาฬิกาตัวเองก่อน หยันกระบวนการยุติธรรมแบบป้อมๆ หมดความน่าเชื่อถือไปแล้ว “ประวิตร” ฉุนหลุดไล่สื่อไปถาม “ไอ้ทักษิณ” กร้าวอดีตนายกฯแค่รุ่นน้อง ไม่ใช่น้อง ไร้สายสัมพันธ์กัน “ประยุทธ์” ว้ากนักข่าวอย่าเอาต่างชาติมากดดัน พ.ร.ฎ.ลงราชกิจจาฯเมื่อไหร่ก็เมื่อนั้น รับสั่งฝ่ายมั่นคงตรวจสอบฟันผิดทุกพรรค “บิ๊กป๊อก” แจง มท.ร่อนหนังสือชะลอเตรียมจัดคูหาหลัง กกต.ประสานมา “อิทธิพร” ปัดส่งซิกรู้กันกับ มท. ยันยังไม่มีตุ๊กตาล็อกวันกาบัตร “ณัฏฐ์” พลิกพัลวันบอก พ.ร.ฎ.ยังไม่ลงมาแจ้งกองหนุนเบรกแผนหย่อนบัตร “จตุพร” อัด มท.ทำเกินหน้าที่ส่อเจตนายื้อ “ภูมิธรรม” ซัดอำนาจรัฐคุกคาม ตร.รวบว่าที่ผู้สมัคร ส.ส. “ชัชชาติ” คัมแบ็ก ป.ป.ช. เร่งรื้อคดี “วัชรพล” ปฏิเสธไล่เช็กบิล โอดเป็นเหยื่อโอชะทางการเมือง
พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ต้องเผชิญกับคำถามและแรงกดดันจากฝ่ายต่างๆ กรณีความไม่ชัดเจนเรื่องการเลื่อนการเลือกตั้งออกไป โดยนายกฯหงุดหงิดติงสื่อมวลชนอย่าเอาต่างชาติมากดดัน ส่วนข้อเสนอของนายยงยุทธ ติยะไพรัช อดีตประธานรัฐสภา ให้เปิดการเจรจากับนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ทั้งนายกฯ และ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ และ รมว.กลาโหม ปฏิเสธโดยสิ้นเชิง จนเกิดศึกวิวาทะตอบโต้กันอย่างดุเดือด
นายกฯขอให้เลิกทะเลาะขัดแย้ง
เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 8 ม.ค. ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เป็นประธานการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ก่อนการประชุมที่หน้าตึกบัญชาการ 1 นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รมว.ศึกษาธิการ นำคณะนักเรียน นักศึกษา มอบดอกกล้วยไม้วันครูปี 62 และซีดีเพลง “เทิดเกียรติคุณครู” ให้แก่นายกฯ ปีนี้นายกฯได้มอบคำขวัญวันครูปี 2562 ว่า “ครูดี ศิษย์ดี มีพัฒนา ก้าวหน้าสู่เทคโนโลยี” และประชาสัมพันธ์โครงการ ห้องสมุดอิเล็กทรอนิกส์(National-e-Library) รูปแบบหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ หรือ e-Book แห่งแรกของไทย โดยนายกฯกล่าวว่า อนาคตคนรุ่นใหม่ต้องเลิกทะเลาะ ไม่ขัดแย้งกัน รุ่นเก่าขัดแย้งกันเสียเหลือเกิน เรากำลังพัฒนาโครงสร้างอย่ามาติติงทั้งหมด อะไรที่ยังช้าต้องคำนึงว่าได้เกิดขึ้นแล้ว
แขวะสื่อรู้แต่ ลต. ไม่รู้จัก 5 จี
จากนั้นที่ห้องโถงตึกบัญชาการ 1 นายปกรณ์ นิลประพันธ์ เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (ก.พ.ร.) ร่วมกับกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม และบริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) เข้าพบนายกฯ ประชาสัมพันธ์ผลงาน “บริการฉับไว จุดเดียวจบ ครบทุกเรื่อง” ให้บริการภาครัฐแบบออนไลน์เบ็ดเสร็จที่มีแล้วในศูนย์การค้าเซ็นทรัลหลายสาขา นายกฯขอให้ขยายทำให้ครบทั้ง 77 จังหวัด พร้อมกล่าวว่าโลกกำลังไปที่ 5.0 ไทยกำลังเข้าสู่ตรงนั้นเหมือนกัน วันนี้ไทยได้ทดสอบ 5 จีแล้ว ก่อนถามนักข่าวว่า “รู้ไหมอะไรคือ 5.0 ไม่รู้อีก รู้แต่ว่าเลือกตั้งไม่เลือกตั้ง” ต่อมาที่ห้องรับรอง 1 รมว.3 กระทรวงคือพาณิชย์ เกษตรฯและทรัพยากรธรรมชาติฯนำคณะกรรมการปราชญ์ชาวบ้านเข้าพบนายกฯ เสนอตั้งคณะกรรมการเพื่อบูรณาการขับเคลื่อนเกษตรกรรมอย่างยั่งยืน โดยนายกฯกล่าวว่า ต้องเดินหน้าประเทศไปด้วยกันแบบประชารัฐ
สาธุสันติอโศกเชียร์นั่งนายกฯ 3 สมัย
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างนายกฯมอบของที่ระลึกให้มีตัวแทนปราชญ์ชาวบ้านจากสำนักสันติอโศกได้กล่าวกับนายกฯว่า สมณโพธิรักษ์ ผู้นำทางจิตวิญญาณของชาวสันติอโศก ฝากถามนายกฯว่าสบายดีไหม นายกฯตอบว่า “สบายดี แล้วถามว่าสมณโพธิรักษ์สบายดีหรือเปล่า สุขภาพแข็งแรงนะ” ตัวแทนสันติอโศกระบุอีกว่า “ลุงแซมดินฝากมาขอให้เป็นนายกฯอีก 2-3 สมัย” นายกฯยิ้มกล่าวว่า “สาธุ เดี๋ยวเป็นเรื่องอีก สื่อจ้องกันอยู่แล้ว”

ว้ากอย่าเอาต่างชาติมากดดัน ลต.
ต่อเวลา 14.30 น. พล.อ.ประยุทธ์กล่าวภายหลังการประชุม ครม.กล่าวด้วยอารมณ์หงุดหงิดถึงคำถามความชัดเจนวันเลือกตั้งกับการชี้แจงนานาชาติที่ได้บอกไว้จะเป็นวันที่ 24 ก.พ.62 ว่ายังไม่เคยบอกว่าจะเลื่อนหรือไม่เลื่อน ต่างชาติเขาเข้าใจเราอยู่แล้ว ไปต่างประเทศถามตนเกือบทุกประเทศเสมอว่าพระราชพิธีบรมราชาภิเษกจะมีขึ้นเมื่อไหร่ ประสงค์มาร่วมได้หรือไม่ แล้วเป็นอะไรกันนักหนา ไม่เข้าใจ กดดันในประเทศยังไม่พอจะเอาต่างประเทศมากดดันกันอีก อยากถามว่าที่นี่คือประเทศอะไร ประเทศไทยใช่หรือไม่ คนไทยใช่ไหม เราควรสำนึกกันบ้างเรื่องเหล่านี้ ไม่ได้ขัดแย้งกับใครทั้งสิ้น อยากให้ทุกอย่างเสร็จสิ้นตามกระบวนการทั้งหมดโดยเร็ว รัฐบาลมีเสถียรภาพ อย่าไปพูดจะขยายอำนาจกันต่อ เรื่องนี้ตนพูดได้เต็มปาก เมื่อถามว่ามีกระแสข่าวว่า พ.ร.ฎ.เลือกตั้งลงมาแล้ว นายกฯกล่าวว่าไม่ทราบ เพราะยังไม่ได้ประกาศลงราชกิจจานุเบกษา เมื่อไหร่ก็เมื่อนั้น
เลิกสร้างบทลิเกปลุกฆ่าฟันกันเอง
เมื่อถามว่า รัฐบาลและ คสช.จะรับมือกับกลุ่มเคลื่อนไหวอย่างไร หลังมีกระแสต่อต้านเลื่อนการเลือกตั้ง นายกฯกล่าวว่า ปลุกระดมกันเรื่อยๆ มีกี่คนกันที่บอกว่าร่วมกันแน่นขนัด สื่อเขียนกันเข้าไปเถอะกลัวไม่ยุ่งหรืออย่างไร อย่าไปให้ค่าที่โซเชียล อย่าเขียนปลุกระดมมากนัก ผิดถูกรู้กันทุกคนเรื่อง กฎหมาย เพียงแต่วันนี้ถูกครอบงำ อย่าไปขยายกันมากมาย สร้างบทลิเกรบราฆ่าฟันกันไปมาอยู่นั่น ไม่ตายสักคน แต่บ้านเมืองมันปั่นป่วน เสถียรภาพไม่มี งานพระราชพิธีบรมราชาภิเษกจะเกิดขึ้น เวลาเกิดอะไรขึ้นนายกฯและหัวหน้า คสช.รับผิดชอบอยู่แล้ว แต่คนไทยทุกคนต้องร่วมกันรับผิดชอบต่อสังคมด้วย
สั่ง จนท.มั่นคงตรวจสอบคดีทุกพรรค
นายกฯกล่าวถึงกรณีที่ตำรวจบุรีรัมย์จับกุมว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.เขต 6 พรรคเพื่อไทย ถูกมองเป็นการกลั่นแกล้งว่า ไม่ทราบว่าผู้ที่ถูกจับกุมทำผิดกฎหมายหรือไม่ กฎหมายมีอยู่แล้ว ว่าตามหลักฐาน วันนี้ได้สั่งไปยังฝ่ายความมั่นคงและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ติดตามตรวจสอบทุกพรรคการเมืองไม่ว่าจะเป็นพรรคใด ถ้าทำผิดต้องจับกุมดำเนินคดี ถ้าไม่มีเรื่องไม่จับดำเนินคดีเท่านั้นเอง อย่าไปสร้างสังคมให้แบ่งข้างกันอยู่แบบนี้ ไม่อย่างนั้นร่วมกันทำงานไม่ได้ แล้วจะให้ไปเจรจากับคนอื่นอีก คนละเรื่องเลย ส่วนกรณีคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เตรียมเช็กบิลคดีนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ แกนนำพรรคเพื่อไทย กรณีจ่ายเงินเยียวยาผู้ที่ได้รับผลกระทบจากการชุมนุมและคดีโครงการบริหารจัดการน้ำ 3.6 หมื่นล้านบาท เหตุเพราะได้รับความนิยมช่วงนี้ เป็นเรื่องที่พูดกันในโซเชียลมีเดีย มีหลักฐานหรือเปล่า เป็นหน้าที่ ป.ป.ช.ตรวจสอบ แปลกดีขยายเรื่องกันไป เสร็จแล้วสื่อก็มาตั้งคำถามว่ากลัวกันหรือเปล่า ถามกันอยู่แค่นี้
โต้แอ็กชันปีนหลังคาตอกตะปู
นายกฯยังกล่าวถึงการลงพื้นที่ จ.นครศรีธรรมราช เยี่ยมผู้ประสบภัยจากพายุโซนร้อน “ปาบึก” ว่าเห็นแล้วประชาชนน่าสงสาร จนจะแย่อยู่แล้ว ที่นอนหมอนมุ้งดูได้ที่ไหน เครื่องมือประกอบอาชีพไม่ดีพอ เข้าใจไปว่ารัฐบาลนี้ไม่ค่อยได้ดูแลเขา จึงได้สั่งการไปแล้วให้ดูแล ทนเห็นสภาพนี้ไม่ได้ หลายกระทรวงรับเรื่องไปเร่งรัดแล้ว รวมถึงพี่น้องประมงชายฝั่งและพื้นบ้าน ได้พบเขาก็เข้าใจ หน่วยราชการในพื้นที่ต้องเข้าใจตรงนี้ด้วย เขาจนอยู่แล้ว หาหนทางปฏิบัติพลิกแพลงช่วยให้ได้ แต่ต้องอยู่ในกฎเกณฑ์ ไม่ใช่ใช้ดุลพินิจ เพราะสิ่งนี้ตนเกลียดมากที่สุด วันนี้ พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รองนายกฯ ไปกรุงบรัสเซลส์ ประเทศเบลเยียม เพื่อรับฟังผลการ ปฏิบัติการแก้ปัญหาทำประมงผิดกฎหมาย (ไอยูยู) ขอส่งกำลังใจหวังว่าจะเรียบร้อย สุดแล้วแต่คณะกรรมการจะลงมติ ถือเป็นความเป็นความตายของเรา มากกว่าเรื่องที่ทะเลาะอยู่ทุกวันนี้ ทุกครั้งไปต่างจังหวัด ไม่ได้ไปหาเสียง สร้างคะแนนนิยม แต่ไปเพื่อรับฟังเขา ขึ้นหลังคาไม่ใช่เท่ แอ็กหรือสร้างภาพ แต่ต้องการให้กำลังใจคนที่กำลังตอกอยู่ข้างบน ถามว่า เหนื่อยหรือร้อนไหมต้องพูดกับลูกน้องเขาบ้าง ไม่ได้มุ่งหวังทำเก่งกว่าเขา แต่พอทำได้ เด็กๆเคยเรียนมา ไม่ใช่เรื่องแปลกประหลาดอะไร
“ประยุทธ์” ไม่เจรจา “ทักษิณ” คนหนีคดี
ส่วนกรณีที่นายยงยุทธ ติยะไพรัช อดีตประธานรัฐสภา ในฐานะกองเชียร์พรรคเพื่อชาติ ปราศรัยระบุจะพานายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯกลับบ้าน พร้อมเสนอให้มีการเปิดโต๊ะเจรจากับนายทักษิณด้วยเหตุผลโดยยึดประโยชน์ของประเทศชาตินั้น พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ข้อเสนอให้ คสช.ตั้งโต๊ะเจรจากับนายทักษิณ เพื่อสร้างความปรองดอง ตนไม่ได้สนใจ ไม่ได้สู้รบ ไม่ได้ทำสงครามทำไมต้องเจรจา และตนยึดมั่นหลักการรัฐบาลจะไม่เจรจากับคนหลบหนีคดี ถ้าคิดว่าไม่มีความผิดก็กลับมาสู้คดี เข้าสู่กระบวนการยุติธรรม และกฎหมายที่มีความผิด เป็นกฎหมายปกติ ไม่ใช่เป็นคำสั่งมาตรา 44 ของตนเสียเมื่อไหร่
พี่ใหญ่ปิดประตู คสช.ช่วยไม่ได้
ด้าน พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ และ รมว.กลาโหม ให้สัมภาษณ์กรณีที่นายยงยุทธ ติยะไพรัช ผู้สนับสนุนพรรคเพื่อชาติ เสนอให้เปิดโต๊ะพูดคุยกับนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ โดยเอาบ้านเมืองเป็นที่ตั้งว่า เจรจาเรื่องอะไร ถ้าเขาทำตามขั้นตอนกระบวนการยุติธรรม ทุกอย่างก็จบแล้ว เมื่อถามว่า มีการต่อรองอะไรหรือไม่ พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า ไม่มี ต่อรองได้อย่างไร เป็นเรื่องของศาล เป็นเรื่องของกระบวนการยุติธรรม เราจะไปทำอะไรได้ ถึงอย่างไร คสช.ไม่สามารถช่วยอะไรได้
พี่ชาย “ปู” ตอก “ป้อม” เคลียร์ตัวเองก่อน
เมื่อเวลา 12.44 น. นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ทวีตข้อความว่า “ป้อมบอกให้ผมกลับเข้าสู่กระบวนการทางกฎหมาย ทั้งๆที่ป้อมส่งคนของป้อมเข้าไปนั่งทั้งนั้น ผมว่าป้อมทำเรื่องของตัวเองให้เคลียร์ดีกว่ามั้ยครับ เอาเด็กหน้าห้องป้อมออกแล้วปล่อยให้คนอื่นเข้ามาพิจารณาเรื่องนาฬิกายืมเพื่อนแทน เพราะกระบวนการยุติธรรมแบบป้อมๆ มันหมดความน่าเชื่อถือไปแล้วครับ”

“ประวิตร” ไล่สื่อไปถาม “ไอ้ทักษิณ”
ต่อมาเวลา 14.30 น. พล.อ.ประวิตรให้สัมภาษณ์อีกครั้งหลังการประชุม ครม.ถึงกรณีนายทักษิณ ทวิตเตอร์พาดพิงคดีครองนาฬิกาหรูว่าเป็นกระบวนการยุติธรรมแบบป้อมๆว่าการตรวจสอบนาฬิกาเป็นเรื่องของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) “ส่วนที่บอกว่าเป็นแบบป้อมๆ เป็นอย่างไร ก็ไปถามไอ้ทักษิณมันสิ ไปถามมันเอง ไปถามเขาเอง” เมื่อถามว่า การตอบโต้เช่นนี้จะทำให้กระบวนการปรองดองสะดุดหรือไม่ พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า จะคุยเรื่องอะไร จะคุยอย่างไร ไปคุยกับศาล ไม่ใช่เรื่องของตน เมื่อถามว่าการที่นายทักษิณใช้คำว่ากระบวนการยุติธรรมแบบป้อมๆ รู้สึกว่าเป็นการหมิ่นประมาทหรือไม่ พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า ไม่รู้ จะไปรู้ได้อย่างไร ส่วนจะเอาเรื่องหรือไม่นั้น จะเอาเรื่องอะไรเป็นเรื่องของมันก็ให้เขาอยู่ไป
กร้าวแค่รุ่นน้องแต่ไม่ใช่น้อง
เมื่อถามว่า มองว่าเหตุใดนายทักษิณจึงชอบตอบโต้ พล.อ.ประวิตรบ่อยครั้ง พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า ก็เขาอยากพูด จะให้ทำอะไรได้ ตนไม่ทราบเขาคงอยากมาตอบโต้ ที่ผ่านมานายทักษิณไม่เคยพยายามติดต่อเข้ามา เมื่อถามอีกว่าสายสัมพันธ์นักเรียน เตรียมทหารด้วยกัน ขณะนี้ยังสามารถคุยกันได้หรือไม่ พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า “ไม่มีสายสัมพันธ์ มันคนละเรื่องกัน เรื่องของพี่น้องคือเรื่องของพี่น้องก็ว่าไป แต่เขาไม่นับถือเราเป็นพี่หรอก เรื่องของการทำงานก็ต้องว่าไป ไม่เกี่ยวกัน” เมื่อถามอีกว่า ยังมองนายทักษิณเป็นน้องอยู่หรือไม่ พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า “เขาเป็นรุ่นน้อง แต่ไม่ได้เป็นน้อง เป็นรุ่นหลังและผมไม่มีอะไรอยากจะฝากไปถึงนายทักษิณ ไม่รู้จะพูดอะไร”
มท.1 แจงชะลอเตรียมเลือกตั้ง รอ พ.ร.ฎ.
พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย กล่าวถึงจดหมายเวียนของสำนักบริหารการทะเบียน กรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย แจ้งสำนักทะเบียนจังหวัด กทม. อำเภอและท้องถิ่น ชะลอการปฏิบัติตามแผนงานเตรียมการเลือกตั้ง ส.ส.ว่าเนื้อหาในหนังสือที่ระบุให้สำนักทะเบียนจังหวัด กทม. อำเภอ และท้องถิ่น เตรียมการเลือกตั้ง ส.ส.เป็นการเลือกตั้งทั่วไปปี 62 ลงวันที่ 21 ธ.ค.61 เนื่องจากเข้าใจว่าจะมีการเลือกตั้งตามที่สังคมรู้กัน ทุกอย่างต้องเตรียมการทำบัญชี จัดหน่วยเลือกตั้ง การแจ้งเจ้าบ้าน เมื่อ พ.ร.ฎ.เลือกตั้งยังไม่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา กกต.ได้ประสานมายังกระทรวงมหาดไทย เราต้อง แจ้งชะลอการปฏิบัติตามแผนงานเตรียมการ ต้องรอให้ชัดเจนเรื่องวันเลือกตั้งแล้วค่อยดำเนินการต่อ ไม่ใช่เรื่องใหญ่โต ยืนยันว่ามีการเลือกตั้งแน่นอนร้อยเปอร์เซ็นต์ จะเลื่อนหรือชะลอหรือไม่ไปถาม กกต.ว่าอย่างไรก็ต้องจบตามนั้น วิจารณ์กันแล้วไปใส่ความ คสช. รัฐบาลมันไม่ใช่
เสียงแข็งมีกาบัตรล้านเปอร์เซ็นต์
รมว.มหาดไทย กล่าวอีกว่า ขอยืนยันอีกครั้งว่าจะมีการเลือกตั้งล้านเปอร์เซ็นต์ จะวันไหน เร็วกว่าเดิมหรือช้ากว่าเดิมตามที่คิดกันไว้ แต่เรายังไม่เคยเห็น พ.ร.ฎ.เลือกตั้งของคราวนี้ ดังนั้นต้องรอความชัดเจน กระทรวงมหาดไทยพร้อมทำตามที่กกต.ประสานมา ไม่มีนัยอย่างอื่น เมื่อถามว่ามีกลุ่มเคลื่อนไหวค้านไม่ให้เลื่อนการเลือกตั้ง กระทรวงมหาดไทยดูแลอย่างไร พล.อ.อนุพงษ์กล่าวว่า ถ้าทำตามกฎหมายได้ก็ทำ เราทำตามอำนาจหน้าที่ ไม่ได้สั่งการให้ควบคุมกลุ่มคนที่ออกมาเคลื่อนไหว แต่ฝ่ายมั่นคงดูแลอยู่ หากทำด้วยความสงบเรียบร้อยไม่มีปัญหา

“อิทธิพร” ปลุกลูกน้องกล้าหาญเลิกกลัว
เมื่อเวลา 09.00 น. ที่โรงแรมรามาการ์เด้นส์ นายอิทธิพร บุญประคอง ประธาน กกต.เป็นประธานเปิดการประชุมชี้แจงเพื่อเตรียมความพร้อมการเลือกตั้ง ส.ส.ให้กับ ผอ.สำนักงาน กกต.ประจำจังหวัดทั่วประเทศว่า กกต.มีหน้าที่จัดการเลือกตั้งให้บริสุทธิ์เที่ยงธรรม ที่ผ่านมาพบปัญหาอุปสรรคของกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง ยังมีความรู้และความเข้าใจในกฎหมายและระเบียบต่างๆไม่ชัดเจน ทำให้การปฏิบัติงานขาดตกบกพร่อง ในการปฏิบัติงานขอให้ใช้ความกล้าหาญและซื่อสัตย์ แม้มนุษย์เราอาจมีความกลัวอยู่บ้าง แต่ต้องขจัดความกลัวเพื่อให้เกิดความกล้าหาญ หน้าที่ของเราทำให้ต้องมีความกล้าหาญ ความซื่อสัตย์ เที่ยงธรรมไม่เข้าข้างใคร ปฏิบัติตามกฎหมาย รวมถึงยึดมั่นหลักนิติธรรม จะเป็นเข็มนำทางให้ปฏิบัติหน้าที่ให้ลุล่วง
ยัน กกต.ยังไม่มีตุ๊กตาล็อกวันเลือกตั้ง
จากนั้นนายอิทธิพรให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าการกำหนดวันเลือกตั้งว่า การประชุมเมื่อวันที่ 4 ม.ค. กกต.ได้รับทราบ 3 เรื่อง คือกำหนดวันพระราชพิธี ความพร้อมการจัดการเลือกตั้ง และเมื่อมี พ.ร.ฎ.ให้มีการเลือกตั้ง กกต.จึงจะพิจารณากำหนดวันเลือกตั้งให้เร็วที่สุดและจะประกาศวัน ตอนนี้ยังไม่ได้มีวันอะไรเป็นพิเศษ ขึ้นอยู่ว่าจะได้รับแจ้ง พ.ร.ฎ.จะมีขึ้นเมื่อใด กระแสข่าวว่าจะจัดเลือกตั้งวันที่ 10 มี.ค. ยืนยัน กกต.ไม่ได้กำหนดวันใดขึ้นเป็นตุ๊กตาทั้งสิ้น ส่วนประเด็นต้องประกาศผลภายใน 150 วัน นับแต่ พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.มีผลใช้บังคับหรือไม่ กกต.ได้พูดคุยกันแต่ยังไม่ได้ข้อสรุป การพิจารณาของ กกต.ยังอยู่บนพื้นฐานว่าเราจะประกาศผลการเลือกตั้งให้ได้ภายใน 60 วัน และคำนึงถึงการจัดการเลือกตั้งให้แล้วเสร็จภายใน 150 วัน

ปัดส่งซิกรู้กันกับ ก.มหาดไทย
เมื่อถามว่าหากต้องการให้ชัดเจนควรส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความหรือไม่ นายอิทธิพรกล่าวว่า เป็นช่องทางหนึ่งถ้ามีข้อสงสัยก็ไปศาลได้ ถ้ากรรมการเห็นพ้องต้องกันเรื่องกำหนดวันก็ดำเนินการไปได้ตามที่เห็นพ้อง จึงยังไม่ถึงเวลาจะพิจารณาให้ชัดเจนว่าต้องส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญหรือไม่ ไม่ได้มองว่าเป็นเผือกร้อนโยนมาให้ กกต. เมื่อประกาศใช้ พ.ร.บ.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. กกต.ต้องจัดการเลือกตั้งให้แล้วเสร็จภายใน 150 วัน ทุกอย่างอยู่ในหน้าที่และความรับผิดชอบ ส่วนที่มีหนังสือของกระทรวงมหาดไทยไปยังสำนักการทะเบียนอ้างว่า กกต.มีหนังสือแจ้งมาให้ระงับการเตรียมจัดการเลือกตั้ง ส่งสัญญาณว่าการเลือกตั้งจะไม่เกิดขึ้นในเดือน ก.พ.หรือไม่นั้น ไม่ทราบเรื่องเห็นเพียงข่าวจากสื่อ สัญญาณของ กกต.ที่สื่อเห็นขณะนี้มีการเตรียมพร้อมระดับเข้มข้น เมื่อถามย้ำว่า กกต.ไม่ได้ส่งสัญญาณไปยังกรมการปกครองใช่หรือไม่ นายอิทธิพรกล่าวว่า ยังไม่เห็นหนังสือดังกล่าว ไม่ใช่เรารู้กันกับกระทรวงมหาดไทย กกต.จะไม่ส่งสัญญาณใดๆ ทั้งสิ้น กกต.มีหน้าที่จัดการเลือกตั้งให้ทันเวลาเรียบร้อย
“ณัฏฐ์” พัลวันแจ้งชะลอแผนจัดคูหา
นายณัฏฐ์ เล่าสีห์สวกุล รองเลขาธิการ กกต. กล่าวว่า เมื่อยังไม่มี พ.ร.ฎ.ให้มีการเลือกตั้ง ส.ส.ประกาศในราชกิจจานุเบกษา สำนักงาน กกต. จำเป็นต้องมีหนังสือฉบับลงวันที่ 4 ม.ค. แจ้งหน่วยสนับสนุนให้ระงับการดำเนินการออกไปก่อน เพราะผู้มีสิทธิเลือกตั้งผูกกันวันเลือกตั้งโดยผู้มีสิทธิอายุ 18 ปี นับถึงวันเลือกตั้ง หรือการมีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้าน 90 วันนับถึงวันเลือกตั้ง และเพื่อให้หน่วยงานสนับสนุนปฏิบัติงานได้ถูกต้อง หากไม่แจ้งแล้วหน่วยงานสนับสนุนยึดแผนงานเดิมจะมีปัญหาสับสนและมีค่าใช้จ่ายต่างๆตามมา

“จตุพร” ซัด มท.เกินหน้าที่ส่อเจตนายื้อ
ที่ จ.อุตรดิตถ์ นายสงคราม กิจเลิศไพโรจน์ หัวหน้าพรรคเพื่อชาติ และนายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธาน นปช.และผู้สนับสนุนพรรคเพื่อชาติ เข้าสักการะอนุสาวรีย์พระยาพิชัยดาบหัก สิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำ จ.อุตรดิตถ์ ก่อนไป จ.ตาก โดยนายจตุพรให้สัมภาษณ์กรณีการเผยแพร่เอกสารด่วนกระทรวงมหาดไทย สั่งให้ระงับการเตรียมการเลือกตั้งไว้ก่อนว่า รมว.มหาดไทย ต้องชี้แจงเรื่องนี้ให้ชัดเจน เพราะตามกฎหมายกำหนดให้จัดการเลือกตั้งให้แล้วเสร็จ 150 วัน หลังกฎหมายลูก 4 ฉบับมีผลบังคับใช้จะครบวันที่ 9 พ.ค. แต่ความหมาย 150 วันของแต่ละคนยังต่างกันอยู่ เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาการเลือกตั้งเป็นโมฆะภายหลัง ควรยื่นให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยก่อน โดยต้องวินิจฉัยโดยด่วนไม่ให้กระทบกรอบ 150 วัน แต่การที่หน่วยงานสังกัดกระทรวงมหาดไทย มีคำสั่งดังกล่าวออกมาส่อเจตนาทำเกินหน้าที่ อย่างที่หลายคนวิตกว่าการเลื่อนคือจะไม่ให้มีการเลือกตั้ง จะทำให้เกิดวิกฤติขึ้นมาอีกครั้งหนึ่ง
บี้ กกต.–คสช.เลิกปัดสวะไปมา
นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ กล่าวว่า วันเลือกตั้งไม่ชัดเจนประชาชนแสดงความไม่พอใจไม่ว่าทางโซเชียลหรือผ่านการชุมนุม แต่ คสช.และ กกต.ไม่ชัดเจนทำให้ความหวังประชาชนพังทลายลง ขอเรียกร้องให้คุยกันทำให้เกิดความชัดเจน ช่วง 1-2 วันนี้แทบไม่มีคำตอบจาก กกต.รัฐบาลและ คสช.เลย เป็นความเงียบที่ทำให้ประชาชนไม่สบายใจ กกต.และ คสช.ต้องพูดคุยกันไม่ใช่ปัดความรับผิดชอบให้กันไปมา

“ไพบูลย์” ชงใช้ ม.44 แก้ ก.ม.เลือกตั้ง ม.171
นายไพบูลย์ นิติตะวัน หัวหน้าพรรคประชาชนปฏิรูป (ปชช.) กล่าวถึงกรณีนักการเมืองบางพรรคระบุว่า กกต.ต้องประกาศผลการเลือกตั้งให้แล้วเสร็จไม่เกินวันที่ 9 พ.ค. มิฉะนั้น กกต.จะถูกฟ้องเรียกค่าเสียหาย และทำให้การเลือกตั้งเป็นโมฆะว่า แม้ว่าตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. บัญญัติไว้ในบทเฉพาะกาล มาตรา 171 “ให้ กกต.กําหนดวันเลือกตั้งซึ่งต้องไม่ช้ากว่า 150 วันนับแต่วันที่ พ.ร.บ.นี้ มีผลใช้บังคับ” มาตรานี้เขียนชัดเจนแล้วว่าให้ระยะเวลาไม่ช้ากว่า 150 วัน ย่อมหมายถึงวันเลือกตั้งไม่ใช่วันประกาศผลการเลือกตั้ง แต่ยังมีความเป็นห่วงหลังประกาศผลหากหลังวันที่ 9 พ.ค.จะมีกระบวนการยื่นฟ้องศาลรัฐธรรมนูญว่าขัดรัฐธรรมนูญให้การเลือกตั้งเป็นโมฆะ จึงขอเสนอ คสช.ให้ใช้มาตรา 44 แก้ไขกฎหมายเลือกตั้ง ส.ส.บท เฉพาะกาล มาตรา 171 ให้เขียนชัดเจนว่าให้ กกต.กำหนดวันเลือกตั้งไม่ช้ากว่า 150 วัน นับจากกฎหมายประกาศใช้และหลังจากวันเลือกตั้ง ให้ กกต.ประกาศผลการเลือกตั้งให้แล้วเสร็จโดยเร็ว แต่ต้องไม่ช้ากว่า 60 วันนับแต่วันเลือกตั้ง คำสั่ง คสช.มาตรา 44 ได้รับรองความชอบด้วยรัฐธรรมนูญมาตรา 279 ไว้แล้ว เป็นทางออกจะไม่มีผู้ใดนำไปฟ้องศาลรัฐธรรมนูญให้การเลือกตั้งเป็นโมฆะได้
“ภูมิธรรม” ซัดอำนาจรัฐคุกคาม
ที่พรรคเพื่อไทย นายภูมิธรรม เวชยชัย เลขาธิการพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีตำรวจบุกจับกุมตัวนายพรชัย ศรีสุริยันโยธิน อดีต ส.ส.บุรีรัมย์ พรรคเพื่อไทยว่า ขอให้ว่ากันไปตามกระบวนการกฎหมายไม่มีการปกป้อง แต่สิ่งที่เกิดขึ้นอยู่ในช่วงเวลาที่ผู้สมัคร ส.ส.กำลังจะขึ้นเวทีปราศรัย กลับเข้าไปจับกุมเชิญตัวออกไป บรรยากาศแบบนี้รัฐบาลและผู้มีอำนาจทำได้ แต่ต้องหลีกเลี่ยงจะทำให้เข้าใจผิดว่าใช้อำนาจรัฐคุกคามนักการเมืองและประชาชน ไม่สร้างบรรยากาศประชาธิปไตยให้เกิดขึ้น อาจทำให้ถูกมองได้ว่ากลั่นแกล้งทางการเมือง
ข้องใจเพิ่งรื้อคดีช่วงกลับมาลุย ลต.
นายภูมิธรรมกล่าวถึงกรณีที่มีกระแสข่าวว่า ป.ป.ช.จะรื้อคดีที่นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ แกนนำพรรคเพื่อไทย มีส่วนเกี่ยวข้องว่าเป็นอีกปัญหาหนึ่ง ช่วงไปทำธุรกิจไม่มีปัญหาอะไร แต่พอกลับเข้าสู่การเมืองถูกตรวจสอบทันที คดีโครงการบริหารจัดการน้ำ 3.5 แสนล้านบาท ศาลปกครองสูงสุดมีมติแล้วว่าไม่ผิด ยังไม่มีการจ่ายเงิน ส่วนคดีเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากการชุมนุมทางการเมืองปี 2548-2553 เยียวยาทุกกลุ่มทุกสีเท่าเทียม ทำด้วยความบริสุทธิ์ใจ ไม่เข้าใจว่ามารื้อคดีช่วงที่มีการเลือกตั้ง ไม่อยากให้รัฐบาลใช้อำนาจรัฐคุกคามคนที่เห็นต่าง ไม่เป็นผลดีกับรัฐบาล ทีคดีความฝ่ายตัวเอง เช่น คดีนาฬิกากลับยืดเยื้อแต่พอเป็นคดีฝ่ายตรงข้ามกลับเร่งทำคดี

สับ รบ.ไม่ดูปากท้องงบฯ ผูกพัน กห.พุ่ง
นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง หัวหน้าทีมเศรษฐกิจพรรคเพื่อไทย กล่าวระหว่างบรรยายเรื่อง เศรษฐกิจและแนวทางการแก้ปัญหาอย่างยั่งยืนว่า วันนี้เครื่องยนต์ 4 ตัวเกี่ยวข้องกับเศรษฐกิจได้รับผลกระทบทั้งการส่งออกและการท่องเที่ยว การบริโภคภายใน การลงทุนภาคเอกชนและการใช้จ่ายจากภาค รัฐ ถ้าละเลยเรื่องใดคงเป็นยากที่เศรษฐกิจจะเติบโต ไปดูงบฯ ผูกพันของกระทรวงกลาโหมกลับพบว่าช่วงปี 61-62 สูงถึง 1 แสนล้านบาท หลายกระทรวงงบฯ เพิ่มขึ้นอย่างไม่มีเหตุผล แต่กระทรวงดูแลชีวิตความเป็นอยู่ประชาชนกลับได้งบฯน้อยลง พรรคเพื่อไทยต้องการหยุดความล้าหลังล้มเหลวถดถอย ถ้าเป็นรัฐบาลมั่นใจจะทำให้เศรษฐกิจดีขึ้น
“เสรี” สับ ป.ป.ช.อย่าป้องคนชั่ว
พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียาเวส หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย พร้อมคณะ ลงพื้นที่ อ.โพนพิสัย จ.หนองคาย เปิดศูนย์ประสานงานพรรคเสรีรวมไทยเขต 2 หนองคาย ของ นพ.สรร สุนทรธนากุล นายกเทศมนตรีตำบลโพนพิสัยว่าที่ผู้สมัครเขต 2 หนองคาย โดย พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์กล่าวว่า การเลื่อนเลือกตั้งหลายครั้งที่ผ่านมาเป็นการหลอกลวงประชาชนด้วยเหตุผลต่างๆ เพราะต้องการเตรียมพรรคที่จะสืบทอดอำนาจให้มีความพร้อม กกต.และ ป.ป.ช.ต้องทำงานอย่างตรงไปตรงมา อย่าไปอิงรัฐบาลมากนัก แม้ที่ผ่านมาจะเอียงไปบ้างอาจจะติดคุก เหมือน กกต.ชุดเก่า ป.ป.ช.แทนที่จะทำงานป้องกันปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ อย่าให้กลายเป็นคณะกรรมการปกป้องคนชั่ว นาฬิกา 25 เรือน ยังไม่ผิดเลย
“วัชรพล”ปัดเร่งคดีเช็กบิล“ชัชชาติ”
ที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) พล.ต.อ.วัชรพล ประสารราชกิจ ประธาน ป.ป.ช.ให้สัมภาษณ์ถึงกระแสข่าว ป.ป.ช. จะรื้อคดีการออก พ.ร.ก.บริหารจัดการน้ำและคดีการจ่ายเงินเยียวยาม็อบเสื้อแดง เพื่อสกัดนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ แกนนำพรรคเพื่อไทย ชิงนายกรัฐมนตรีว่าไม่มีการเร่งคดีนายชัชชาติ ทุกเรื่องที่บรรจุเข้าวาระประชุม ป.ป.ช. ต้องผ่านประธาน ป.ป.ช.ก่อน ยืนยันว่าไม่มี เวลาเลือกตั้งเพียงอีก 2 เดือน ป.ป.ช.รอได้ ไม่อยากเป็นเครื่องมือใคร ตอนนี้ทำงานซ้ายก็โดนขวาก็โดนทั้งหมด ต้องยืนหลักของเราให้ได้ ข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นตรงกันข้ามกับที่เป็นข่าว ป.ป.ช.ระมัดระวังมากเรื่องแบบนี้ การระบุว่า ป.ป.ช.จะหยิบคดีนายชัชชาติมาพิจารณาเพราะเป็นคู่แข่งบางพรรคนั้น เป็นการยกประเด็นขึ้นมาเพื่อให้เกิดการชนกัน ป.ป.ช.จึงต้องระวัง แม้พยายามเร่งคดีในปี 2562 ตามแผนปฏิบัติงาน แต่ไม่ได้บอกว่าจะเร่งก่อนการเลือกตั้ง
โอด ป.ป.ช.เป็นเหยื่ออันโอชะ
พล.ต.อ.วัชรพลกล่าวว่าในที่ประชุม ป.ป.ช.มีการพูดกันว่าช่วงเลือกตั้ง ต้องระวังมากอย่าไปเป็นเครื่องมือใคร ไปชี้มูลความผิดให้ฝ่ายใดได้เปรียบหรือเสียเปรียบ เพื่อดิสเครดิตใคร ป.ป.ช.จะกลายเป็นผู้ถูกใช้เป็นเครื่องมือ ยืนยันว่าไม่มีนโยบายอย่างนั้น ดังนั้นไม่ว่าใครพูดอะไรโดยไม่รู้รายละเอียดก็เป็นการคาดเดา แต่ข้อเท็จจริงจะต้องเป็นไปตามพยานหลักฐาน ส่วนใครจะวิพากษ์วิจารณ์เอาประเด็น ป.ป.ช.ไปหาเสียงเอาสนุกเอามัน ทำให้เกิดความเสียหาย คงห้ามไม่ได้ เป็นสิทธิของเขา ป.ป.ช.เป็นบุคคลสาธารณะต้องยอมรับการวิพากษ์วิจารณ์ เข้าใจว่าช่วงนี้เป็นช่วงจะเลือกตั้ง ทุกคนอยากจะแสดงบทบาท และ ป.ป.ช.น่าจะเป็นอาหารอันโอชะ

“มาร์ค” ประกันพืชผลหวังเพิ่ม ส.ส.
ที่พรรคประชาธิปัตย์ เมื่อเวลา 15.30 น.นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ พร้อมนายอลงกรณ์ พลบุตร นายสาธิต ปิตุเตชะ รองหัวหน้าพรรค แถลงเปิดตัวผู้สมัคร ส.ส.ภาคกลาง 6 จังหวัด 14 เขตเลือกตั้ง และจันทบุรี 3 เขต รวม 17 คน นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า 6 จังหวัดภาคกลางตอนเหนือพรรคอาจไม่มี ส.ส. แต่ผู้สมัครของพรรคแน่วแน่ เป็นคนรุ่นใหม่พร้อมพัฒนาพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจลุ่มน้ำเจ้าพระยา มั่นใจว่าประชาชนจะหันมาสนับสนุนพรรคเรามากขึ้น เรามีนโยบายระบบประกันรายได้สินค้าเกษตรและประกันภัยมาใช้ แม้ไม่หวือหวาเหมือนพรรคอื่นแต่จับต้องได้ ไม่ก่อให้เกิดการทุจริต ไม่มีปัญหาวินัยการการคลัง
คนคอนบ่นฝากลำบากสุดๆ
ที่ ต.ควนพัง อ.ร่อนพิบูลย์ จ.นครศรีธรรมราช นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ พร้อมนายชัยชนะ เดชเดโช ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.นครศรีธรรมราช ลงพื้นที่เยี่ยมผู้ประสบภัยจากพายุโซนร้อนปาบึก มอบอุปกรณ์ซ่อมแซมบ้านเรือน ถุงยังชีพกว่า 200 ครัวเรือน นายจุรินทร์กล่าวว่า ได้สอบถามสถานการณ์และสภาพความเป็นอยู่ ได้รับร้องเรียนจากชาวบ้านว่าใช้ชีวิตลำบากมาก ทั้งราคายาง ราคาปาล์มตกต่ำสุดๆ แย่สุดๆจริงๆ ปาล์มวันนี้กิโลกรัมละแค่ 2.70 บาท ต้นทุนรวมค่ายาค่าปุ๋ย 3.50-3.70 บาท ส่วนปัญหาราคายาง พรรคมีนโยบายชัดเจนว่าถ้าได้เป็นรัฐบาล จะเข้าไปช่วยแก้ปัญหาโดยใช้นโยบายประกันรายได้ให้กับเกษตรกรชาวสวนยางกิโลละ 60 บาท ปาล์มกิโลละ 4 บาท โดยประกันรายได้ให้ 25 ไร่ได้ทุกคน
อัด พปชร.ทำลายป่าเซ็งลี้ ส.ป.ก.4–01
นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย อดีต ส.ส.ตรัง ในฐานะเป็นผู้เสนอนโยบายโฉนดสีฟ้า พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีนายสุชาติ ตันเจริญ กรรมการสรรหาผู้สมัครพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ระบุว่าพปชร.จะแก้ปัญหาความยากจน โดยออกนโยบาย เปลี่ยน ส.ป.ก.4-01 กว่า 30 ล้านไร่ ให้เป็นที่ดินทองคำผลักดันให้เห็นผลในรัฐบาลชุดนี้ว่าอันตรายมาก ปัญหาที่ดินเป็นความเหลื่อมล้ำรุนแรงที่สุดในสังคมไทย เจตนาของ ส.ป.ก.4-01 คือปฏิรูปที่ดินเพื่อความเหลื่อมล้ำ แต่นโยบายของพปชร.คือทำให้ที่ดินกลายเป็นสินค้าที่ซื้อขายเปลี่ยนมือได้ ในที่สุดแล้วจะทำให้ที่ดินเหล่านั้นจะตกไปอยู่ในมือนายทุน ตรงกันข้ามกับโฉนดสีฟ้าของพรรคที่จะยกระดับ ส.ป.ก.4-01 ให้ใช้เป็นหลักประกันเข้าถึงแหล่งทุนของสถาบันการเงินและใช้เป็นหลักประกันในชั้นศาลได้ด้วย แต่ไม่ให้ซื้อขายเปลี่ยนมือได้ ทำได้แค่การ เช่า เชื่อว่าไม่ใช่แค่นโยบายหาเสียงเท่านั้น เพราะระบุว่าจะไปแก้กฎหมาย ส.ป.ก.ในรัฐบาลชุดนี้เลย จะขัดกับเจตนาการออกกฎหมาย ส.ป.ก.ปี 2518 ต้องการแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำ
ฉะเอาที่หลวงไปขายยิ่งกว่าแจก ส.ป.ก.
“นายสุชาติสมัยอยู่กลุ่ม 16 เคยอภิปรายรัฐบาลประชาธิปัตย์ เรื่อง ส.ป.ก.มาแล้วว่าแจกที่ดินให้คนรวย แต่การมาทำให้ ส.ป.ก.ขายได้ ไม่ยิ่งกว่าหรือ จะเข้าข่ายเอาแผ่นดินหลวงไปขายหรือไม่ ถ้าปล่อยให้ขายที่ดิน ส.ป.ก.ได้ จะส่งเสริมให้บุกรุกป่าไม้เพิ่มมากขึ้นอีก ที่สุดที่ดินจะตกอยู่ในมือนายทุนหรือกลุ่มทุนหมด ปฏิเสธไม่ได้ว่า พปชร.กับรัฐบาลเป็น อันหนึ่งอันเดียวกัน เนื่องจากไม่ใช่แค่ชูนโยบาย แต่จะลงมือทำเลย และไม่ใช่แค่อาศัยนโยบายรัฐบาลหาเสียง แต่กำลังซ้ำเติมความเหลื่อมล้ำของประเทศ ทั้งที่ไทยมีความเหลื่อมล้ำอันดับ 1 ในเอเชีย คนเดียวถือครองที่ดิน 6 แสนไร่ ขณะที่คนจำนวนมากถือครอง ที่ดินแค่ 1 ตารางวา และไม่มีที่ทำกินเป็น 10 ล้านคน”
“อนุชา” สวดคน ปชป.เหยียดเชื้อชาติ
นายอนุชา นาคาศัย ประธานยุทธศาสตร์เลือกตั้งภาคกลางและกรรมการบริหารพรรคพลังประชารัฐ กล่าวว่า พรรคประชาธิปัตย์ไม่ควรเอาเรื่องละเอียดอ่อนโดยเฉพาะเชื้อชาติมาเป็นวาทกรรมทางการเมือง เพื่อทำให้คู่แข่งดูแย่ แถมพูดเชิงดูถูกเหยียดหยามคำว่า “เจ๊กขี้โม้” คำว่าเจ๊กไม่มีใครพูดกันแล้ว ทุกคนไม่ว่าคนไทยเชื้อสายจีนหรือคนไทยต่างล้วนเป็นเนื้อเดียวกันในความเป็นไทย สำนึกรักประเทศไทยเฉกเช่นเดียวกันทั้งทางสายเลือดและความสำนึกในบุญคุณของประเทศ จึงอยากขอให้ผู้พูดของพรรคประชาธิปัตย์สำนึกต่อการกระทำที่ไม่สมควร
โต้ “เฉลิม” รีบพยากรณ์พลาดอายเด็ก
นายธนกร วังบุญคงชนะ รองโฆษกพรรคพลังประชารัฐ กล่าวถึงกรณีที่ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง แกนนำ พรรคเพื่อไทย ระบุว่า พรรคพลังประชารัฐจะได้ที่นั่งส.ส.ต่ำกว่า 100 คน และพรรคเพื่อไทยจะชนะเลือกตั้ง ถล่มทลายว่าไม่เข้าใจ ร.ต.อ.เฉลิมจริงๆ เป็นนัก การเมืองอาวุโส แต่มักออกมาดูถูกดูแคลนพรรคพลังประชารัฐตลอดเวลา การเลือกตั้งยังไม่เกิดขึ้นจะรู้ได้ อย่างไร ไม่อยากให้ ร.ต.อ.เฉลิมรีบทำตัวเป็นยิปซี พยากรณ์ ถ้าผลออกมาไม่เป็นอย่างที่พูด มีแต่จะอายเด็กรุ่นใหม่เปล่าๆ เข้าใจว่าคงไม่อยากให้ลูกทีมเสียขวัญ เลยต้องออกมาปลุกขวัญเป็นระยะ
“สุวิทย์” นั่งกุนซือเพื่อแผ่นดิน
เมื่อเวลา 11.00 น. ที่มหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรี นายพีระ จันทร หัวหน้าพรรคเพื่อแผ่นดิน พร้อมกรรมการบริหารพรรค จัดกิจกรรมเปิดตัวว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.ทั้ง 350 เขต พร้อมเปิดนโยบายพรรค 10 ด้านนายพีระกล่าวว่านโยบายพรรคจะชูนโยบายด้านการกีฬา สร้างฐานการกีฬาให้ประชาชนเข้าถึงได้ เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิต และส่งเสริมอุตสาหกรรมการกีฬา เมื่อถามว่านายสุวิทย์ คุณกิตติ อดีตหัวหน้าพรรคเพื่อแผ่นดิน ยังเป็นส่วนหนึ่งของพรรคหรือไม่ นายพีระกล่าวว่าที่ผ่านมาได้พูดคุยกัน นายสุวิทย์ประสงค์จะวางมือทางการเมือง แต่พร้อมให้คำแนะนำอยู่เบื้องหลังในฐานะสมาชิกพรรค กก.บห. ลงความเห็นจะเชิญนายสุวิทย์มาเป็นที่ปรึกษาพรรค

“ยิ่งลักษณ์” นั่ง ปธ.บริษัทท่าเรือซัวเถา
วันเดียวกัน เว็บไซต์ไค่ชินโกลบอล รายงานข่าวจากแวดวงธุรกิจจีนว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีของไทย เข้ารับตำแหน่งประธานและผู้แทนโดยชอบธรรมของบริษัท ซัวเถา อินเตอร์เนชั่นแนล คอนเทนเนอร์ เทอร์มินัลส์ จำกัด (Shantou International Container Terminal) หรือเอสไอซีที บริษัทบริหารท่าเรือในเมืองซัวเถา มณฑลกวางตุ้ง ทางตอนใต้ของประเทศจีน ขณะที่เว็บไซต์เดอะเปเปอร์ระบุเพิ่มเติมว่า ข้อมูลธุรกิจของบริษัทเอสไอซีที มีการเปลี่ยนแปลงชื่อผู้แทนโดยชอบธรรมของบริษัท จากเดิมคือนายหลิน ต้าฉี เป็น น.ส.ยิ่งลักษณ์เมื่อวันที่ 12 ธ.ค.2561 สำหรับบริษัทเอสไอซีทีนั้น ก่อตั้งขึ้นในปี 2537 ด้วยทุนจดทะเบียนสูงถึง 88 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือราว 2,800 ล้านบาท ส่วนท่าเรือซัวเถาเป็น 1 ใน 25 ท่าเรือหลักของจีน และเป็น 1 ใน 5 ศูนย์กลางท่าเรือสำคัญของมณฑลกวางตุ้ง ประกอบด้วยท่าเรือ 7 แห่งและมีโกดังขนาดใหญ่ที่รองรับปริมาณสินค้าได้มากถึง 50 ล้านตัน
รับเชิญโชว์ฝีมือบริหาร–การตลาด
นายวิม รุ่งวัฒนจินดา อดีตเลขานุการรัฐมนตรีประจำสำนักนายกฯ เปิดเผยว่า บริษัทดังกล่าวเป็นบริษัทที่ดำเนินธุรกิจด้านเรือขนส่งสินค้า มีความคุ้นเคยกับอดีตนายกฯทักษิณ ชินวัตร จึงได้เชิญ น.ส.ยิ่งลักษณ์ไปดำรงตำแหน่งประธานบอร์ด เพราะเชื่อในศักยภาพการบริหารจัดการและความรู้ด้านการตลาด โดยไม่ได้นำเงินหรือทรัพย์สินใดๆ เข้าไปลงทุนในกิจการดังกล่าว เนื่องจากทรัพย์สินและเงินทองที่หามาได้โดยสุจริตของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ได้ถูกทางการไทยยึดและอายัดไปหมดแล้ว การรับตำแหน่งดังกล่าวเพื่อหาธุรกิจและงานทำตามปกติ
เอารถหลวงไปใช้ปลดลูกเดียว
ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. กล่าวภายในที่ประชุม ครม.ถึงข้อสังเกตของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เกี่ยวกับการนำรถยนต์ส่วนกลางไปใช้เสมือนเป็นรถประจำตำแหน่งว่า มติ ครม.เห็นชอบในเรื่องดังกล่าวถือว่าเป็นความผิดร้ายแรงในการเอารถราชการไปใช้ส่วนตัวจะต้องถูกลงโทษสถานหนักคือไล่ออกปลดออก ตนได้กำชับและเตือนทุกส่วนราชการไปแล้ว
พ.อ.อธิสิทธิ์ ไชยนุวัติ ผู้ช่วยโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ครม.รับทราบข้อสังเกตของ ป.ป.ช.เกี่ยวกับการนำรถยนต์ส่วนกลางไปใช้เสมือนเป็นรถประจำตำแหน่ง หากพบผู้ใดทำผิดตามลักษณะดังกล่าวจะมีความผิดทางวินัยร้ายแรง
ขันนอต ก.ม.ป้ายสกัดทุจริต
พ.อ.อธิสิทธิ์ ไชยนุวัติ ผู้ช่วยโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงว่า ที่ประชุม ครม.มีมติรับทราบมาตรการป้องกันการละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ในการบังคับใช้กฎหมายเกี่ยวกับป้ายโฆษณาบนทางสาธารณะ ที่ยังไม่มีการบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัดเนื่องจากสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) พบเจ้าหน้าที่รัฐมีพฤติการณ์ทุจริต เช่น เลือกปฏิบัติในการอนุมัติขออนุญาตติดตั้งป้าย ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมายติดตั้งป้ายโฆษณาเพื่อเอื้อประโยชน์ตัวเอง ดังนั้นป้ายทุกประเภทต้องมีเลขทะเบียนควบคุมเป็นระบบเดียว จัดให้มีช่องทางแจ้งเบาะแสทุจริตหรือสิ่งที่รุกล้ำทางสาธารณะ และจัดพื้นที่เฉพาะติดป้ายโดยไม่มีค่าธรรมเนียมเพื่อลดโอกาสเรียกรับผลประโยชน์ และกำหนดค่ามาตรฐานความเข้มของแสงบนป้ายไม่ให้เกิดอันตราย
คนอยาก ลต.ชูป้ายหวิดปะทะ
ที่สกายวอล์ก ราชประสงค์ นำโดยนายอานนท์ นำภา ทนายความจากศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน นัดมวลชนชุมนุมคัดค้านการเลื่อนเลือกตั้ง โดยมีแกนนำกลุ่มคนอยากเลือกตั้ง อาทิ นายสิรวิชญ์ เสรีธิวัฒน์ หรือจ่านิว น.ส.ณัฏฐา มหัทธนา หรือโบว์ นายเนติวิทย์ โชติภัทรไพศาล คณะรัฐศาสตร์ จุฬาฯ อดีตประธานสภานิสิตจุฬา นายพริษฐ์ ชิรารักษ์ คณะ รัฐศาสตร์ ธรรมศาสตร์ ประธานสหภาพนักเรียนนิสิต นักศึกษาแห่งประเทศไทย และแนวร่วมรวม 150 คน เดินไปบนสกายวอล์กหน้าศูนย์การค้าอัมรินทร์พลาซ่า นำป้ายข้อความ “ไม่เลื่อน” มาชูและเคาะขวดน้ำเปล่า ตะโกนคำว่าเราไม่เลื่อนเลือกตั้ง ระหว่างนั้นมีนายสมบัติ ไพหารวิจิตรนุช อายุ 67 ปี ชายคนหนึ่งถือป้ายกระดาษข้อความว่า “เบื่อ” เดินเข้ามากลางวงตะโกนว่า “เบื่อการเลือกตั้งเลือกแล้วได้นักการเมืองสกปรกเข้ามา” สร้างความไม่พอใจให้มวลชนพากันกรูเข้าไปจะทำร้ายนำขวดพลาสติกฟาดใส่ เจ้าหน้าที่ตำรวจนอกเครื่องแบบต้องกันตัวออกจากพื้นที่

แนวร่วมอดข้าวประท้วงจนตาย
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างมวลชนคนอยากเลือกตั้งชุมนุมอยู่หน้าศูนย์การค้าเกสรพลาซ่า ต่อมานายเอกราช อุดมอำนวย อายุ 35 ปี อาชีพพ่อค้า เดินทางมาโกนหัวประท้วงอ้างว่ามีอาชีพค้าขายได้รับผลกระทบจากรัฐบาล คสช. ทำให้ไม่พอใจ ด้านนายสิรวิชญ์ เสรีธิวัฒน์ หรือจ่านิว กล่าวปราศรัยโจมตี คสช.ว่าเล่นเกมดึงเวลา ถ้ารัฐบาล คสช.ยังคงไม่ยอมให้จัดการเลือกตั้ง จะยกระดับการชุมนุมขึ้นไปอีก จะนัดรวมตัวแสดงสัญลักษณ์ประท้วงเลื่อนเลือกตั้งอีกครั้งวันที่ 13 ม.ค. ที่หน้าศูนย์การค้าเกสรพลาซ่า จากนั้นจึงยุติการชุมนุม
ต่อมาเวลา 20.00 น. ได้มีนายณราชัย รังโปดก หรือ เสธ.ดำ แนวร่วมกลุ่มคนอยากเลือกตั้ง ซึ่งป่วยด้วยโรคมะเร็งระยะสุดท้าย นั่งบนรถวีลแชร์ไม่ยอมกลับบ้าน ปักหลักอยู่ที่ใต้ป้ายราชประสงค์ถือภาพ ร.ต.ฉลาด วรฉัตร นักเคลื่อนไหวประท้วงอดอาหาร เจ้าหน้าที่ตำรวจเฝ้าดูแลใกล้ๆ 2 นาย แต่ไม่ได้ห้ามปราม นายณราชัยกล่าวกับผู้สื่อข่าวว่าตั้งใจปักหลักประท้วงอดอาหารอยู่ที่แยกราชประสงค์ ไม่ไปไหนจนกว่ารัฐบาลจะประกาศ พ.ร.ฎ.และวันเลือกตั้งที่ชัดเจน ยอมตายเพราะขาดอาหาร บ้านเมืองบอบช้ำมามากแล้ว ต้องการรัฐบาลจากการเลือกตั้ง
ที่ จ.พระนครศรีอยุธยา นายวัสพงศ์ วิทูรเมธา แกนนำพรรคอนาคตใหม่ร่วมกับสมาชิกกลุ่มคนอยาก เลือกตั้งออกมาชุมนุมบริเวณข้างศาลากลางจังหวัด พร้อมถือป้ายรณรงค์ให้ชาว จ.พระนครศรีอยุธยา ไป เลือกตั้งในวันที่ 24 ก.พ. และถือป้ายกระดาษข้อความว่า “เลื่อนแม่งมึงสิ”