เมื่อเวลา 10.00 น. วันนี้ (30 ม.ค.) ที่กระทรวงกลาโหม พล.อ.นิพัทธ์ ทองเล็ก รองปลัดกระทรวงกลาโหม ได้รับมอบหมายจา กพล.อ.อ.สุกำพล สุวรรณทัต รมว.กลาโหม ชี้แจงข้อมูลและความเป็นมาของข้อพิพาทในคดีปราสาทพระวิหารให้นายทหารระดับสูงสังกัด
กระทรวงกลาโหม และสื่อมวลชนได้ทำความเข้าใจ โดยพล.อ.นิพัทธ์ กล่าวว่า ในวันที่ 15-19 เม.ย.นี้ ทางศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ หรือ ศาลโลก (ไอซีเจ) จะเปิดโอกาสให้ฝ่ายไทยและกัมพูชาชี้แจงด้วยวาจา ซึ่งทางรมว.กลาโหม และเหล่าทัพได้มีการรวบรวมข้อมูลเพื่อชี้แจงต่อศาลโลก ถือว่าเป็นโอกาสสุดท้ายก่อนที่ศาลจะตัดสินในเดือน ต.ค. – พ.ย.นี้ โดยหลักฐานที่ยื่นต่อศาลโลกนั้นจะเป็นเอกสาร ซึ่งไทยได้ใช้เอกสารยืนยัน และภาพถ่ายที่ยืนยันว่าไทยได้ปฏิบัติตามมติของศาลโลกเมื่อปี 2505 และ มติครม. เมื่อปี 2505 ที่ได้ลากเส้นในพื้นที่ใกล้เคียงปราสาทพระวิหาร หรือ Vicinity รวมถึงการที่กัมพูชาละเมิดเอ็มโอยู 43 อีกทั้งเอ็มโอยู 43 ยังเป็นเครื่องยืนยันว่า การปักปันเรื่องเขตแดนระหว่างไทยกับกัมพูชายังไม่เสร็จสิ้น และอยู่ระหว่างการดำเนินการของคณะกรรมการชายแดนทั่วไปไทย-กัมพูชา (เจบีซี)
พล.อ.นิพัทธ์ กล่าวต่อว่า ทั้งนี้นายวีรชัย พลาศรัย เอกอัครราชทูตกรุงเฮก ประจำกรุงเนเธอร์แลนด์ ในฐานะหัวหน้าคณะทีมทนายฝ่ายไทยร่วมกับที่ปรึกษากฎหมายต่างชาติ 3 คนจาก ฝรั่งเศส แคนนาดา ออสเตรเลีย จะทำหน้าที่ในการต่อสู้เรื่องนี้ ซึ่งที่ผ่านมานายวีรชัยได้เข้ามาชี้แจงรัฐบาลและเหล่าทัพในการต่อสู้ในศาลโลก อย่างไรก็ตามก็มีความคาดหวังว่าคำตัดสินที่จะออกมา ไม่ให้มีฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งมีผลได้หรือผลเสีย เพื่อไม่ให้ 2 ชาติกระทบกระทั่งกันภายหลัง ทำให้ไทยและกัมพูชาอยู่ร่วมกันได้อย่างสงบสุข และไม่ทำให้เผชิญกับวิกฤติ ซึ่งเราหวังไว้ว่าศาลโลกจะตัดสินออกมาแบบวิน-วิน ต่อทั้งสองฝ่าย เพราะศาลโลกเองก็มีคำจำกัดความว่าการตัดสินเรื่องใดๆ ในโลกนี้จะต้องทำให้เกิดสันติสุข ทั้งนี้ความสัมพันธ์สองชาติอยู่ในระดับที่ดี เพราะพล.อ.อ.สุกำพล ได้มีการโทรศัพท์พูดคุยกับ พล.อ.เตีย บันห์ รมว.กลาโหม มาตลอด ยืนยันว่าเราจะทำเพื่อชาติและแผ่นดิน เพื่อความถูกต้องเป็นธรรม.