วันนี้ ผบ.ทบ.ดีใจ มีคนมาฟัง
“น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร” นายกรัฐมนตรี ในฐานะผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (ผอ.รมน.) พูดพลางหันหน้ามอง “พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา” ผบ.ทบ. ในฐานะรอง ผอ.รมน. ระหว่างแลกเปลี่ยนความคิดเห็นการแก้ไขปัญหา 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้กับ “ทีมข่าวการเมือง”
“ปกติเขาไม่ฟังผม เพราะผมพูดเสียงดัง” “พล.อ.ประยุทธ์” พูดออกตัว แล้วเล่าถึงความคืบหน้าในการแก้ไขปัญหานี้ ทั้งหมดเป็นเนื้อหาบางส่วนในช่วงสนทนา โดย ผบ.ทบ.กล่าวว่า “ขบวนการผู้ก่อเหตุรุนแรง” มีแผนบันได 7 ขั้น ปี 2547 เริ่มบันไดขั้นที่ 6 จุดพลุดอกไม้ไฟในการปฏิวัติ
เมื่อผมเป็น ผบ.ทบ.พยายามลดกำลังพลจากทั้งหมด 22 กองพันรวมทหารเรือ ตอนนี้เหลือ 16 กองพัน เป้าหมายก็กระจายไปเฝ้าถนน 5 เส้น เส้นละ 1 กิโลเมตร โรงเรียน 1 พันกว่าแห่ง วัดกว่า 400 วัด มัสยิดกว่า 300 แห่ง ประชาชน 2 ล้านคน และขณะนี้ตำรวจมีกำลังพลไม่เพียงพอ ขาดนับหมื่นตำแหน่ง จึงขอนายกฯฝึกกองกำลังในพื้นที่เป็น อส. 29 กองร้อย ตำรวจ 29 กองร้อย นำทหารเกณฑ์ที่ปลดประจำการมาฝึก รุ่นแรกฝึกจบแล้ว
การแก้ไขปัญหามี 3 ระยะ ช่วงแรกเริ่มปี 2547-2552 ตอนนั้นทหารลงพื้นที่เข้าไม่ได้ทุกหมู่บ้าน ช่วงที่สองหลังปี 2554 ทหารเข้าไปได้ทุกที่ ระยะสุดท้ายพื้นที่ที่อ่อนไหวใช้กองกำลังกลไกปกติไม่ได้ ต้องใช้กองกำลังพื้นที่เข้าไปอยู่แทน หวังว่าปี 2557 สถานการณ์น่าจะเบาลง
คงไม่เสียดินแดนถ้าไม่มีต่างชาติเข้ามา ต้องระวังกฎยูเอ็น (องค์การสหประชาชาติ) ที่จะเข้ามาดูแล ถ้าเข้ามาก็ต้องหยุดยิง ทำประชามติที่เสี่ยงต่อการถูกแบ่งแยกดินแดน และอีกกรณีต่างชาติจะเข้ามาเพราะมีการนำเสนอข่าวความรุนแรงที่จะเข้าหลักเกณฑ์อันคอนฟลิกของยูเอ็น ที่กำหนดไว้ว่าเมื่อเจ้าหน้าที่รัฐใช้กำลังขนาดใหญ่เข้าปราบปรามผู้ก่อเหตุในประเทศ
“นายกฯยิ่งลักษณ์” เสริมว่า เราก็ไปคุยกับโอไอซี (องค์การร่วมมืออิสลาม) ถึงหลักสิทธิมนุษยชน โดยชี้แจงว่าประเทศไทยสามารถแก้ไขปัญหาภายในได้ โดยมีประเทศบาห์เรน ประเทศตุรกี สนับสนุนเรา
“พล.อ.ประยุทธ์” บอกว่า การพูดคุยเป็นเรื่องที่จำเป็น แต่ไม่อยากให้ใช้คำว่าเจรจา เพราะจะไปยกสถานภาพขบวนการดังกล่าว ขณะที่ขบวนการนี้ก็ยิงเรา แล้วขับรถวนใช้เล่ห์เหลี่ยมยั่วให้ทหารใช้กำลังเข้าปราบปราม ป้ายความผิดให้กับเจ้าหน้าที่รัฐ เพื่อฟ้องต่างชาติ ทหารต้องอดทน ใช้กำลังชุดเล็กๆป้องกันตนเอง
การจับผู้ก่อเหตุรุนแรงก็มีทุกวัน ภายใต้กฎหมาย 3 ฉบับ ทั้งกฎอัยการศึกที่ให้อำนาจจับได้ทันที คุมตัว 3 วันก็ต้องปล่อยตัว ต้องมี พ.ร.ก.ฉุกเฉินมีอำนาจคุมตัวได้ไม่เกิน 3 ครั้ง ครั้งละ 7 วัน ไม่เกิน 30 วันโดยขอหมายศาล วันนี้มีคดีทั้งหมดกว่า 7 พันคดี แยกเป็นคดีความมั่นคงประมาณ 3 พันคดี นอกนั้นเป็นคดีทั่วไปเหมือนทุกพื้นที่ทั่วประเทศ
“นายกฯยิ่งลักษณ์” กล่าวเสริมว่า เราใช้คำว่าพูดคุย ยังไม่เข้าขั้นการเจรจา การไปพูดคุยเป็นข้อดี โดยต้องอยู่ในจุดที่สมดุล เป็นกระแสทั่วโลกที่อยากเห็นการพูดคุย การจะไปยอมอะไรทำไม่ได้ ต้องดูข้อกฎหมายว่าอนุญาตให้ทำหรือไม่ แต่ความคาดหวังของสังคมไทยไปพูดคุยวันเดียวต้องการให้มีผลสำเร็จตามมา ลองนึกดูเอาแค่เรื่องเสื้อเหลือง เสื้อแดงยังคุยกันไม่รู้เรื่อง ฉะนั้นต้องใช้เวลา
“พล.อ.ประยุทธ์” บอกเพิ่มเติมว่า ถ้าไม่ได้แบ่งแยกดินแดนทำไมเขาต้องการเขตปกครองพิเศษ ผมยืนยันเสมอว่าในฐานะฝ่ายความมั่นคงรับไม่ได้กับเขตปกครองพิเศษ ถ้าฝ่ายนโยบายจะเอา ผมก็โอเค แต่ในที่สุดถ้าสั่งผมก็ต้องส่งกำลังไปยึดพื้นที่กลับคืนมาอยู่ดี เพราะเขตปกครองพิเศษเป็นจุดเริ่มต้นนำไปสู่การแบ่งแยกดินแดน
ถึงได้พูดมาตลอดไม่ขอเรียกว่าขบวนการเหล่านี้เป็นผู้ก่อการร้าย แต่ขอใช้คำว่า “ผู้ก่อเหตุรุนแรง” ถ้าใช้คำว่าผู้ก่อการร้ายจะเข้าเงื่อนไขอันคอนฟลิก ต่างชาติจะเข้ามาทันที มันเป็นความยากลำบากของเจ้าหน้าที่ที่จะพูดอธิบายในเรื่องนี้
ทหารยังต้องทำหน้าที่หลายบทบาท ทั้งการบังคับใช้กฎหมาย การเข้าใจ เข้าถึง และพัฒนาประชาชน เพื่อไม่ให้ไปร่วมกับผู้ก่อเหตุรุนแรง รัฐบาลก็ต้องทำภาพให้สังคมยอมรับได้ว่าเอา จริงกับการแก้ไขปัญหานี้
วันนี้เราทำทุกอย่างได้ดีเกือบหมดแล้ว เหลือเพียงการรักษาความสงบเรียบร้อยที่ยังไม่เต็มร้อยเปอร์เซ็นต์ จะต้องหาทางให้ผู้ก่อเหตุรุนแรงลดลง ต่างชาติจะต้องบอยคอตและประณามขบวนการนี้
สื่อมวลชนจะต้องรายงานข่าว ให้ข้อเท็จจริง รายงานเหตุการณ์
และปิดท้ายต้องประณามผู้ก่อเหตุรุนแรงที่ทำร้ายคนบริสุทธิ์ ใช้วิธีลอบกัด ไม่ใช่มาบอกว่ารัฐบาลล้มเหลว เจ้าหน้าที่รัฐล้มเหลว
ในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ไม่ได้น่ากลัวทั้งหมด เพียงแต่เหตุจะเกิดขึ้นที่ไหน ในช่วงลงพื้นที่นายกฯไปเจอคนในพื้นที่บอกว่าอยู่ได้ในพื้นที่ ไม่น่ากลัว คนยังมาท่องเที่ยว โดยเฉพาะชาวมาเลเซีย
“น.ส.ยิ่งลักษณ์” บอกว่า วันที่ลงพื้นที่ ที่บ้านไม่มีใครรู้ นักข่าวยังไม่รู้เลย แอบไป เดี๋ยวหลุดมันไม่ได้ ลงพื้นที่มาได้รับการตอบรับดี มีเสียงสะท้อนให้ช่วยประชาสัมพันธ์เรื่องการท่องเที่ยว พื้นที่ไหนปลอดภัยก็จะช่วยโปรโมตการท่องเที่ยว
พื้นที่ที่อันตรายก็ต้องลงไปแก้ไข จัดโซนนิ่งถนนที่ไม่ปลอดภัย ตัดถนนทางเลือกเพื่อพัฒนาในพื้นที่เชื่อมไปยังถนนหมู่บ้าน ติดแผงไฟฟ้าโซลาร์เซลล์ป้องกันการตัดไฟฟ้า รัฐบาลพยายามแก้ไข พยายามช่วยในการพัฒนาพื้นที่ มีการประชุมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกันทุกสัปดาห์
“พล.อ.ประยุทธ์” บอกว่า ได้เสนอนายกฯถึงมาตรการระวังป้องกันชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน แบ่งพื้นที่เป็น 3 โซน แบ่งการใช้กำลังทหาร-ตำรวจที่ต่างกัน คือ 1. พื้นที่ที่ความรุนแรงเกิดขึ้น จะใช้กองกำลังทหารเป็นหลักไปไล่ล่าทางยุทธวิธี มีหลักการว่าถ้าพื้นที่ไหนไม่ปลอดภัยต้องกำหนดเป็นพื้นที่สีแดง สีเหลือง สีเขียว แล้วทหารเข้าไปตั้งฐานจัดชุดลาดตระเวนไล่ล่า เฝ้ากลางคืนพร้อมปะทะได้ทันที
2. เร่งรัดการพัฒนาเหมือนกับพื้นที่สีเหลือง ใช้กำลังตำรวจเป็นหลัก สร้างตำรวจเข้ามาแทน กองกำลังทหารจะลดลง และ 3. พื้นที่ปลอดภัย ไม่ค่อยมีเหตุการณ์ ต้องเสริมสร้างด้านการพัฒนาให้เข้มแข็ง การพัฒนาเบื้องต้นจะพัฒนาระบบสาธารณูปโภค ถนน ไฟฟ้า ประปา คุณภาพชีวิตให้เท่าเทียม
“ทีมข่าวการเมือง” ข้องใจเป้าหมายขบวนการก่อเหตุรุนแรงคือแบ่งแยกดินแดน หรือเขตปกครองพิเศษ “พล.อ.ประยุทธ์” บอกว่า เรื่องนี้แบ่งเป็น 2 ส่วน คือ 1. กลุ่มรุ่นเก่าที่ต่อสู้มาตลอดชีวิต โครงสร้างค่อนข้างหลวม สั่งกันไม่ได้ เป็นแบบสงครามกองโจร มีเป้าหมายแค่เขตปกครองพิเศษ ต้องตีให้ออกอย่าไปคิดเทียบการปกครองของกรุงเทพฯ เมืองพัทยา ที่มีขึ้นเพื่อการเศรษฐกิจ การท่องเที่ยว ไม่ใช่เพื่อความมั่นคง
2. กลุ่มรุ่นหนุ่ม ไม่เอาเขตปกครองพิเศษ ต้องการแบ่งแยกดินแดน ต่อสู้กันไปเดี๋ยวต่างชาติก็เข้ามา แต่ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 1 กำหนดไว้ว่าประเทศไทยเป็นหนึ่งเดียว แบ่งแยกไม่ได้
จะปรับการพูดคุยกับขบวน การเหล่านี้อย่างไรไม่ให้ถูกยกระดับมีต่างชาติเข้ามาแทรกแซง “น.ส.ยิ่งลักษณ์” บอกว่า เราไม่ได้ไปยกระดับ เพราะเป็นแค่การพูดคุย ไปฟังเพื่อให้รู้ว่าเขาคิดอย่างไร แต่ที่เขาไปออกยูทูบถือเป็นวิธีการของเขา เราไม่ได้รับปาก เพราะทำไม่ได้อยู่แล้ว นอกจากนี้ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ยังมีปัญหายาเสพติด น้ำมันเถื่อน สองเรื่องนี้จะต้องแก้ไข
“พล.อ.ประยุทธ์” เสริมว่า ดีครับ นายกฯพูดตรงนี้ ปัญหามันซ้ำซ้อนหลายอย่าง
“ทีมข่าวการเมือง” ถามถึงการพัฒนาพื้นที่ที่จะปรากฏให้เห็น มีอะไรเป็นตัวชี้วัดว่าเป็นไปตามเป้าหมายอย่างไร “พล.อ.ประยุทธ์” บอกว่า วันนี้เจ้าหน้าที่เข้าไปในพื้นที่ได้ ประชาชนเริ่มสัญจรไปมาได้ และเมื่อตำรวจเข้ามาดูแลพื้นที่แทนทหาร ตามแผนนี้จะจบเดือน ต.ค.57 ทหารพราน ทหารหลักจะไปดูแลตามแนวชายแดน
หวังว่าเมื่อมีกำลังตำรวจเข้ามาทดแทนทหารเรียบร้อยจะสามารถคุมพื้นที่ได้ พื้นที่เป้าหมายรุนแรงมีคนดูแล และเมื่อการพัฒนาลงไปทุกอย่างจะดีขึ้น ประชาชนจะปฏิเสธคนพวกนี้ ตัวชี้วัดคือการเสียชีวิตจะลดลงแน่นอน ประชาชนจะออกมาทำกิจกรรมปกติมากขึ้น ดัชนีชี้วัดความสุขจะเพิ่มมากขึ้น
“น.ส.ยิ่งลักษณ์” บอกว่า เมื่อจัดโซนในพื้นที่ปลอดภัยอย่างน้อยประชาชนจะรู้สึกว่าสบาย เป็นพื้นที่ที่จะพัฒนาได้ เริ่มทำให้ประชาชนเห็นเป็นรูปธรรมมากขึ้น ส่วนพื้นที่กลางๆ หรือพื้นที่สีแดงจะมีเจ้าหน้าที่ไปดูแลมากขึ้น แต่จะป้องกันได้เต็มร้อยเปอร์เซ็นต์หรือไม่ ตอบไม่ได้ และจะหาเครื่องไม้เครื่องมือมาช่วยเซฟชีวิตประชาชน
ผลการแลกเปลี่ยนความคิดแก้ไขปัญหาชายแดนใต้ครั้งนี้ ทุกฝ่ายสรุปตรงกัน
ต้องการให้ 3 จังหวัดชายแดนใต้กลับคืนสู่สันติสุข.
ขอบคุณ ที่มาทีมการเมืองไทยรัฐ