แต่งห้องตึกไทยคู่ฟ้า โหรชี้บิ๊กตู่อยู่เกิน2ปี
“พรเพชร” เรียกประชุม สนช. 21 ส.ค. นัด 10 โมงโหวตเลือกนายกฯ ทำเนียบฯเนรมิตด่วนปรับโฉมห้องทำงานรองรับหัวหน้ารัฐบาลทีมงาน คสช.สแกนยิบตัดระบบสัญญาณดักฟัง ป้องกัน ความลับรั่วไหล สั่งปิดล็อกห้องว่าที่นายกฯ รอซินแสปรับฮวงจุ้ยเสริมดวง “โหรวารินทร์” โผล่ทำนายดวง “บิ๊กตู่” บารมีโดดเด่น นั่งนายกฯยาวเกิน 2 ปี เหตุการเมืองป่วนจัดเลือกตั้งไม่ได้ “ประวิตร” ถกทีมกุนซือ คสช.เรียกเช็กยอดผู้ได้รับการเสนอชื่อสรรหาสปช. พอใจ 6 วันยอดกระเตื้อง 736 ราย ห่วงครหาล็อกสเปก สปช.จังหวัด ส่งหนังสือจี้กรรมการสรรหาระดับจังหวัดต้องรอบคอบ ยุติธรรม ปลัด กห.โวยสื่อคิดไปเองเด็กเส้นเกลื่อน “มาร์ค” ห่วงจัดงบฯปี 58 คสช.ทอดทิ้งเกษตรกร พท.กระตุกหนวดจี้ปรับลดงบซื้ออาวุธ
งวดเข้ามาทุกทีสำหรับการโหวตเลือกนายกรัฐมนตรี โดยนายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธาน สนช. มีคำสั่งเรียกประชุม สนช.เพื่อโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีในวันที่ 21 ส.ค. เวลา 10.00 น. ขณะที่ทำเนียบรัฐบาล เร่งปรับปรุงตึกไทยคู่ฟ้า โดยเฉพาะห้องทำงานนายกฯเสร็จแล้ว เหลือเพียงเชิญซินแสเข้ามาตรวจฮวงจุ้ยเพื่อเสริมดวงให้นายกฯคนใหม่
“พรเพชร” นัด 21 ส.ค. เลือกนายกฯ
เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 19 ส.ค. ที่ห้องรับรองพิเศษ ชั้น 2 อาคารรัฐสภา 2 นายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ให้สัมภาษณ์ภายหลังข้าราชการสำนักงานเลขาธิการวุฒิสภาและสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร เข้าแสดงความยินดีในโอกาสได้รับโปรดเกล้าฯ เป็นประธาน สนช.ว่า ได้บรรจุวาระการเลือกนายกรัฐมนตรี ในการประชุม สนช.วันที่ 21 ส.ค. โดยกระบวนการโหวตเลือกนายกฯ จะดำเนินการตามหลักเกณฑ์และกฎหมายตามที่ที่ประชุมจะให้ความเห็นชอบ ส่วนการที่ภาคสังคมทักท้วงคุณสมบัติความเหมาะสมที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) จะดำรงตำแหน่งนายกฯควบคู่หัวหน้า คสช. ไม่เกี่ยวข้องกับตน เพราะเป็นเพียงผู้กำหนดวาระการประชุม จึงไม่ขอแสดงความคิดเห็นและไม่กังวลกับเรื่องนี้
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นางนรรัตน์ พิมเสน เลขาธิการวุฒิสภา ปฏิบัติหน้าที่เลขาธิการ สนช. ออกหนังสือด่วนมากที่ สว (สนช) 0007/(น 6) ถึงสมาชิก สนช.เรื่องการประชุม สนช.เนื่องด้วยประธาน สนช. มีคำสั่งให้นัดประชุม สนช.ครั้งที่ 3/2557 ในวันที่ 21 ส.ค.57 เวลา 10.00 น. ณ ตึกรัฐสภา โดยมีระเบียบวาระการประชุม เรื่องด่วน คือ พิจารณาผู้ที่สมควรได้รับความเห็นชอบจาก สนช.ให้แต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ตามมาตรา 19 วรรคหนึ่งของรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราว พ.ศ.2557
โยน กมธ.ดูยกร่างถอดถอน
นายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย รองประธานสภา สนช.คนที่หนึ่ง กล่าวถึงกระบวนการถอดถอนว่า ขึ้นอยู่กับการยกร่างข้อบังคับของคณะกรรมาธิการยกร่างฯจะกำหนดหมวดถอดถอนเป็นส่วนหนึ่งในข้อบังคับหรือไม่ เรื่องถอดถอนส่วนหนึ่งยังค้างอยู่ที่สำนักงานเลขาธิการวุฒิสภาจะเสนอต่อประธาน สนช. เพื่อบรรจุระเบียบวาระหรือไม่ เมื่อ ป.ป.ช.พิจารณาเสร็จก็เสนอต่อ สนช.โดยตรงได้ทันที แม้รัฐธรรมนูญชั่วคราวไม่ได้ระบุว่า สนช.มีอำนาจถอดถอน แต่ให้ทำหน้าที่เหมือน ส.ส.และ ส.ว. ต้องใช้มติที่ประชุม สนช.ตัดสิน
เตรียมแผน รปภ.รัฐสภาวันโหวต
ที่รัฐสภา ห้อง 219 อาคารรัฐสภา 2 พล.ต.ต.อำนวย นิ่มมะโน รองผู้บัญชาการกองบัญชาการศึกษา ปฏิบัติราชการรอง ผบช.น. เป็นประธานการประชุมความมั่นคง พร้อมตัวแทนเจ้าหน้าที่ตำรวจและทหาร เตรียมความพร้อมแผนมาตรการรักษาความสงบเรียบร้อยการชุมนุมในการประชุม สนช.วันที่ 21 ส.ค. เพื่อเลือกนายกฯ โดย พล.ต.ต.อำนวยกล่าวว่า จะเตรียมกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจและทหารดูแลสถานการณ์ตามลำดับ เจ้าหน้าที่จะปฏิบัติคู่ขนานกับการประชุมจนสิ้นสุด หากมีสถานการณ์รุนแรงจะใช้กำลังสำรองเข้าช่วยทันที และจะตั้งด่านตรวจหน้ารัฐสภา ตั้งแต่เวลา 02.00-05.00 น. เพื่อเฝ้าระวังการชุมนุม ภายในรัฐสภาเป็นอำนาจเจ้าหน้าที่ตำรวจรัฐสภาดูแล และให้ กทม. เพิ่มศักยภาพเทคโนโลยีกล้องวงจรปิดรอบรัฐสภา พร้อมเตรียมแผนอพยพไปจุดที่ปลอดภัย ส่วนคนร้ายที่โปรยใบปลิวตามสถานที่เชิงสัญลักษณ์ ที่ บก.ทบ.และทำเนียบฯทราบตัวบุคคลแล้วอยู่ระหว่างติดตามตัว
คุมเข้มทำเนียบฯ-รัฐสภา
พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง รอง ผบ.ตร. กล่าวว่า มีคำสั่งกำชับ บช.น.ประสานงานร่วมกับตำรวจรัฐสภาและ กทม.วางแผนและวางกำลังป้องกันเหตุรุนแรงหรือการชุมนุมที่มีผลกระทบต่อการปฏิบัติหน้าที่ของฝ่ายบริหารประเทศ โดยเฉพาะพื้นที่ทำเนียบรัฐบาลและรัฐสภา สถานที่ทำงานของนายกฯและ ครม. และสั่งตรวจสอบกล้องซีซีทีวีเพื่อใช้เป็นพยานหลักฐาน พร้อมเตือนผู้ไม่หวังดีที่แจกใบปลิวโจมตี คสช. หวังสร้างความไม่สงบในบ้านเมือง ให้หยุดการกระทำ เรื่องนี้มีคำสั่งกำชับฝ่ายสืบสวนเร่งรัดสืบสวนจับกุมผู้นำใบปลิวโจมตี คสช.มาดำเนินคดี
เนรมิตห้องทำงานนายกฯเสร็จแล้ว
ด้านความคืบหน้าการปรับปรุงทำเนียบรัฐบาลและบ้านพิษณุโลก เพื่อรองรับการทำงานของนายกฯและ ครม.ชุดใหม่ ล่าสุดคืบหน้าไปมาก เจ้าหน้าที่กรมยุทธโยธาทหารบก กรมโยธาธิการและผังเมือง กรมศิลปากร กทม.ระดมเจ้าหน้าที่ คนงาน เร่งปรับปรุง 24 ชั่วโมง ส่วนของตึกไทยคู่ฟ้า กำหนดให้แล้วเสร็จวันที่ 20 ส.ค. และช้าสุดไม่เกินวันที่ 25 ส.ค. คืบหน้าไปมากที่สุด ภายในปรับปรุงเสร็จแล้วกว่า 90 เปอร์เซ็นต์ เหลือแค่ทางสีภายในนอกตึกเท่านั้น โดยเฉพาะห้องทำงานนายกรัฐมนตรีบนชั้น 2 ของตึกไทยคู่ฟ้า ปรับปรุงเสร็จเรียบร้อยแล้ว มีการเปลี่ยนเก้าอี้นายกรัฐมนตรีใหม่ แต่ยังไม่ได้นำเข้ามาจัดวาง ส่วนโต๊ะทำงานยังใช้โต๊ะเดิมที่ใช้กันมาตั้งแต่สมัยรัฐบาล พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ แต่เปลี่ยนสุขภัณฑ์ใหม่หมด โดยใช้สุขภัณฑ์สีขาว และติดตั้งโถสุขภัณฑ์ชายเพิ่มจากเดิมที่ถอดออกไปในสมัยรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯ ขณะที่พรม ผ้าม่าน แชนเดอเลียร์ ใช้ของเดิมทั้งหมด โดยซัก ล้าง ซ่อมท่อน้ำที่รั่วหลายจุดเรียบร้อยหมดแล้ว
รอซินแสปรับฮวงจุ้ยหนุนดวง “บิ๊กตู่”
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ทีมงาน คสช.ของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผบ.ทบ.ในฐานะหัวหน้า คสช.ได้เข้ามาตรวจดูความพร้อมห้องต่างๆ ภายในตึกไทยคู่ฟ้าแล้ว ทั้งห้องทำงานนายกฯ ห้องรับรอง ห้องอาหาร และห้องทีมงานรักษาความปลอดภัย มีการตรวจเช็กระบบตัดสัญญาณป้องกันการดักฟัง ขณะที่ห้องทำงานนายกฯทีมงาน คสช.สั่งให้เจ้าหน้าที่ทำเนียบฯ ปิดล็อกห้อง เพื่อรอซินแสจากทาง คสช.เข้ามาดูฮวงจุ้ยวางทิศทางโต๊ะทำงาน ซึ่งทางกองพิธีการ และกองสถานที่และยานพาหนะ สำนักเลขาธิการนายกฯ แจ้งว่าขณะนี้รอการประสานจากทีมงาน คสช.ในวันที่ซินแสจะเข้ามาดู ก่อนที่นายกฯจะเข้ามาปฏิบัติหน้าที่ในทำเนียบรัฐบาล
เร่งตกแต่งห้องประชุม ครม.ใหม่
ขณะที่ตึกนารีสโมสรที่ปรับปรุงจากศูนย์แถลงข่าวมาเป็นเรือนรับรองแขกของนายกฯ รองนายกฯ คืบหน้าไปมากเช่นกันจะแล้วเสร็จสิ้นเดือน ก.ย. ขณะที่ตึกบัญชาการ 1 คนงานเร่งปรับปรุง ชั้น 5 ที่จะใช้เป็นห้องประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) จากเดิมใช้ตึกสำนักเลขาธิการ ครม. (สลค.) เจ้าหน้าที่เร่งติดระบบเครื่องเสียง เปลี่ยนเก้าอี้ เปลี่ยนพรม แอร์ ติดตั้งระบบคอมพิวเตอร์ ระบบวีดิโอคอนเฟอ-เรนซ์ ตรวจเช็กเครื่องตัดสัญญาณโทรศัพท์ เพื่อป้องกันการดักฟัง ซึ่งเดิมติดตั้งไว้อยู่แล้วทุกห้องประชุม ส่วนห้องทำงานรองนายกฯ รมต.ประจำสำนักนายกฯบนชั้นอื่นๆ ไม่ได้ปรับปรุง แต่ปรับปรุงเฉพาะทางเดินระหว่างห้องเปลี่ยนเป็นพื้นไม้แผ่นเดียว จากเดิมเป็นพื้นไม้หลายแผ่นเรียงต่อกัน ส่วนห้องโถงชั้น 1 เปลี่ยนจากกระเบื้องเป็นหินแกรนิต ขณะที่ตึกบัญชาการ 2 ปรับเป็นห้องทำงานของทีมงานโฆษกประจำสำนักนายกฯและใช้เป็นศูนย์แถลงข่าว หัวหน้าคุมงาน เปิดเผยว่า อาจล่าช้า เนื่องจากชำรุดทรุดโทรมมาก ส่วนบ้านพิษณุโลก เจ้าหน้าที่กรมศิลปากรเข้าปรับปรุงอาคารต่างๆแล้ว ส่วนสวนหย่อมคนงานบริษัทสวนนงนุชปรับแต่งเสร็จแล้ว โดยได้รับการยืนยันว่าทั้งหมดแล้วจะเสร็จตามกำหนดภายในวันที่ 15 ก.ย.แน่นอน
โหรชี้ “ประยุทธ์” นั่งนายกฯเกิน 2 ปี
ด้านนายวารินทร์ บัววิรัตน์เลิศ โหรชื่อดังแห่ง เจ้าของฉายา “โหร คมช.” กล่าวถึงดวงของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผบ.ทบ.ในฐานะหัวหน้าคสช.ว่า ดูจากดวงชะตา เวลา เป็นหน้าที่โดยตรงของ พล.อ.ประยุทธ์ ที่จะทำหน้าที่ในตำแหน่งนายกฯและตามพื้นที่ดวง พล.อ.ประยุทธ์ ไม่ใช่แค่นั่งนายกฯปีเดียว แต่จะเป็นนายกฯ ยาวนานกว่านั้นคือ 2 ปีขึ้นไป เพราะช่วงเวลานั้นอาจมีบางฝ่ายทำให้เกิดการเลือกตั้งไม่ได้ ไม่มีความพร้อมพอ ติดขัดเรื่องกลุ่มบุคคล เมื่อถามว่า ฮวงจุ้ยทำเนียบรัฐบาลมีผลต่อการทำงานของ พล.อ.ประยุทธ์หรือไม่ หากมานั่งในตำแหน่งนายกฯ โหรวารินทร์ กล่าวว่า ศาสตร์ทุกศาสตร์มีผลแน่นอน ฮวงจุ้ยที่ทำเนียบรัฐบาลมีผลส่วนหนึ่ง แต่มีผลน้อยกว่าดวงของท่าน เพราะด้วยหน้าที่สำคัญกว่า ส่วนดวงของ ครม.ก็มีส่วน แต่สิ่งสำคัญบารมีของ พล.อ.ประยุทธ์โดดเด่นกว่าเพื่อน ทีม ครม.เพียงเข้ามาช่วยทำงาน ใครไม่สามารถทำงานได้ตามจุดประสงค์ ต้องมีการปรับเปลี่ยน แต่ดูทีมงาน พล.อ.ประยุทธ์แล้ว น่าจะมีดีทำให้การทำงานผ่านพ้นไปได้
หน.คสช.ย้ำ ขรก.ใช้งบโปร่งใส
เมื่อเวลา 09.00 น. ที่กองบัญชาการกองทัพบก (บก.ทบ.) ถนนราชดำเนิน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผบ.ทบ.ในฐานะหัวหน้า คสช. เป็นประธานการประชุม คสช.ชุดใหญ่ โดยมี พล.อ.ธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร ผบ.ทหารสูงสุด ในฐานะรองหัวหน้าคสช.ฝ่ายความมั่นคง พล.ร.อ.ณรงค์ พิพัฒนาศัย ผบ.ทร. ในฐานะรองหัวหน้า คสช.ฝ่ายสังคมจิตวิทยา พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง ผบ.ทอ. ในฐานะรองหัวหน้าคสช.ฝ่ายเศรษฐกิจ พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว รองหัวหน้า คสช.ฝ่ายกิจการพิเศษ พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร รอง ผบ.ทบ.ในฐานะเลขาธิการ คสช. พร้อมปลัดกระทรวงและหัวหน้าส่วนงานต่างๆเข้าร่วมประชุมอย่างพร้อมเพรียง โดย พล.อ.ประยุทธ์กล่าวขอบคุณทุกส่วนงาน ที่มีส่วนทำให้การประชุมสนช.เพื่อพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบฯปี 58 เป็นไปด้วยความเรียบร้อย ขอย้ำให้สำนักงบประมาณ และทุกส่วนงานใน คสช.ต้องมีแผนตรวจสอบการใช้งบประมาณ พร้อมติดตามรายงานผลการปฏิบัติตามแผนฯให้ทราบอย่างต่อเนื่อง เพื่อความโปร่งใสและเกิดประสิทธิภาพสูงสุด
สั่งตีปี๊บดึงคนเข้าร่วม สปช.
พล.อ.ประยุทธ์กล่าวอีกว่า ส่วนกระบวนการสรรหาสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) ขอให้คัดสรรบุคคลที่มีคุณสมบัติตรงกับแต่ละส่วนงานที่จะดำเนินการปฏิรูป พร้อมขอให้เร่งประชาสัมพันธ์ให้ผู้ที่มีความรู้ความสามารถสมัครเข้ามาให้มากกว่า 400 คน เป็นจำนวนที่เสนอเข้ามาแล้วล่าสุด เพื่อให้ได้ผู้มีคุณสมบัติตรงกับส่วนงานที่ต้องการปฏิรูปประเทศมากที่สุด ขอให้ส่วนงานฝ่ายสังคมเตรียมความพร้อมเสนอเรื่องต่างๆไว้ เช่น กฎหมายและโครงสร้างเพื่อเสนอต่อสภาปฏิรูปทันทีที่คัดเลือกสปช. เสร็จสิ้นในเดือน ก.ย.
“บิ๊กต๊อก” ปัดชงนิรโทษฯ “ทักษิณ”
ขณะที่ พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา ผู้ช่วย ผบ.ทบ. (บิ๊กต๊อก) ในฐานะหัวหน้าฝ่ายกฎหมายและกระบวนการยุติธรรมของ คสช. กล่าวชี้แจงกรณีที่มีข่าวระบุว่า คสช.เตรียมพิจารณากฎหมายนิรโทษกรรมให้กับ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ว่า คสช.ไม่มีแนวคิดดังกล่าวอย่างแน่นอน และไม่เคยให้ข่าวว่าจะออกกฎหมายนิรโทษกรรมให้ พ.ต.ท.ทักษิณ เชื่อว่าผู้ที่ปล่อยข่าวน่าจะมีวัตถุประสงค์ก่อให้เกิดความเสียหายต่อ คสช.
ปลัด กห.ซัดคิดไปเองล็อกสเปก สปช.
เมื่อเวลา 08.00 น. ที่สำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม พล.อ.สุรศักดิ์ กาญจนรัตน์ ปลัดกระทรวงกลาโหม กล่าวถึงการรับสมัครสมาชิก สปช.น้อย เพราะคนไม่ให้ความสนใจการปฏิรูปว่า คงไม่ใช่ประเด็นนั้น และไม่เกี่ยวกับกลัวการแสดงบัญชีทรัพย์สิน ตั้งแต่กระทรวงกลาโหมรับผิดชอบเตรียมการปฏิรูป ทุกพรรคการเมือง และส่วนราชการให้ความร่วมมืออย่างดี อยากให้รอดูวันสุดท้ายดีกว่า เมื่อถามว่า กระแสข่าวล็อกสเปก สปช.ในต่างจังหวัดทำให้ไม่มีผู้มาสมัคร พล.อ.สุรศักดิ์กล่าวว่า เรื่องนี้คิดกันไปเอง สื่อคิดไปเองมากกว่าว่าล็อกสเปก
เมื่อถามย้ำว่า นายพีระศักดิ์ พิจิต รองประธานสนช.คนที่สอง ออกมาระบุเองว่ามีการล็อกสเปกสปช. พล.อ.สุรศักดิ์กล่าวว่า ไม่ทราบ แต่คิดว่าไม่น่าจะมี เพราะคนมาเป็น สปช.จะเหนื่อย คงไม่มีใครเข้ามาอยู่เฉยๆได้ ต้องมีข้อมูลร่วมกันถกเถียงข้อมูลด้านต่างๆในการปฏิรูปทั้งประเทศ ผลงานในสภา 1 ปีจะยืนยันเองว่าเข้ามาเพื่ออะไร ขอย้ำว่าจะไม่มีผลประโยชน์ทับซ้อนใน สปช. ฉะนั้นคนที่มาเป็น สปช.มีความตั้งใจอยู่แล้ว
ไม่สบายใจพวกวิ่งเต้นล็อบบี้
ด้านนายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย รองประธานสนช. คนที่หนึ่ง กล่าวถึงกระแสข่าวการสรรหา สปช. แบบจังหวัดมีการคัดเลือกไม่โปร่งใสว่าตนไม่สบายใจ แม้จะทำหน้าที่เป็นกรรมการสรรหาจากส่วนกลางด้านการเมือง แต่การทำหน้าที่การสรรหาแบบจังหวัดกับส่วนกลางแยกออกจากกัน ต่างคนต่างทำหน้าที่ ไม่สามารถเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับกลุ่มอื่นได้ ทราบแต่เฉพาะด้านการเมือง เมื่อนัดหมายจะหารือร่วมกับ กกต.จะนำข้อห่วงใยเข้าไปเสนอต่อที่ประชุมและขอให้ กกต.ช่วยเข้ามาดูแลด้วย
“ประวิตร” เรียกประชุมทีมสรรหา
เมื่อเวลา 09.00 น. ที่มูลนิธิป่ารอยต่อ 5 จังหวัดในกรมทหารราบที่ 1 มหาดเล็กรักษาพระองค์(พัน.1 รอ.) พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ประธานที่ปรึกษา คสช. เป็นประธานการประชุมคณะที่ปรึกษา คสช.ซึ่งร่วมเป็นคณะกรรมการสรรหาสมาชิก สปช.ทั้ง 11 คณะ โดยมีนายภุชงค์ นุตราวงศ์ เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) พร้อมคณะ เข้าร่วมเพื่อรายงานความคืบหน้าการเปิดรับเสนอชื่อบุคคลเพื่อเข้ารับการสรรหาเป็นสมาชิก สปช. ตั้งแต่เปิดรับสมัครวันแรกจนถึงปัจจุบัน รวมทั้งนำเสนอวิธีการสรรหาต่อคณะกรรมการสรรหาด้วย
กำชับ กก.สรรหาจังหวัดเป็นธรรม
ต่อมาเวลา 14.00 น. ที่สำนักงาน กกต. นายภุชงค์ นุตราวงศ์ เลขาธิการ กกต.แถลงผลการหารือว่า กกต.ในฐานะฝ่ายเลขานุการคณะกรรมการสรรหา สปช.รายงานตัวเลขผู้เข้ารับการเสนอชื่อเป็น สปช.ทั้ง 11 ด้านและระดับจังหวัด ตั้งแต่วันเปิดรับสมัคร 14 ส.ค. ยอดรวม 5 วัน มีผู้สมัคร 484 คน คณะที่ปรึกษา คสช.พอใจตัวเลขผู้เสนอชื่อ แต่แสดงความห่วงใยกระแสข่าวล็อกตัวบุคคลเป็น สปช.ระดับจังหวัดไว้แล้ว จึงให้ทำหนังสือถึง ผอ.กกต.จังหวัดในฐานะฝ่ายเลขานุการคณะกรรมการสรรหาจังหวัด กำชับให้ต้องรอบคอบยุติธรรม เปิดกว้างให้เสนอชื่อ เช่น อุตรดิตถ์ ตาก เป็นต้น ถ้าเชื่อว่าล็อกตัวกันไว้แล้วและไม่เข้าเสนอชื่อก็น่าเสียดาย เป็นเพียงกระแสข่าวยังไม่เกิดขึ้นจริง อยากให้ผู้มีความรู้ ประสบการณ์มาช่วยกันให้มาก เชื่อว่าจะมีผู้เสนอชื่อถึง 3,000 คน
ถกลับ 4 หนเคาะจบเฟ้น สปช.
นายภุชงค์กล่าวอีกว่า ที่ปรึกษา คสช.ยังขอให้ทำความเข้าใจกับสังคมว่า กฎหมายไม่ได้กำหนดให้ ผวจ.เป็นประธานคณะกรรมการสรรหาระดับจังหวัด แต่ให้คณะกรรมการไปคัดเลือกกันเอง และปฏิเสธข่าวที่ระบุว่าที่ปรึกษา คสช.ซึ่งเป็นหนึ่งในกรรมการสรรหาทั้ง 11 คณะจะได้เป็นประธานคณะกรรมการสรรหา เพราะยังไม่มีการประชุมคัดเลือกประธาน คาดว่าหลังปิดรับเสนอชื่อในวันที่ 2 ก.ย. คณะกรรมการสรรหาทั้ง 11 ด้านจะประชุมพร้อมกันอย่างเป็นทางการ เพื่อเลือกประธานและรับนโยบายจากผู้บังคับบัญชา และจะประชุมสรรหาบุคคล คาดว่าจะประชุมไม่เกิน 4 ครั้ง คสช.เน้นย้ำว่าการประชุมต้องเป็นความลับจนว่าจะได้ข้อสรุป ขณะเดียวกัน การประชุมวันนี้ กกต.ได้เสนอวิธีการคัดเลือกบุคคลให้ที่ปรึกษา คสช.รับทราบด้วย
4 ก.ย.เลือกประธาน 11 คณะ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ประชุมคณะที่ปรึกษาคสช.กำหนดการประชุมคณะกรรมการสรรหา สปช.ครั้งแรกทั้ง 11 ด้าน ในวันที่ 4 ก.ย. โดยช่วงเช้า พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้า คสช. จะมอบนโยบาย ส่วนช่วงบ่ายคณะกรรมการแต่ละด้านจะประชุม เพื่อเลือกประธาน โดยการประชุมทุกครั้งจะใช้มูลนิธิป่ารอยต่อ 5 จังหวัดในพัน. 1 รอ. เป็นสถานที่ประชุมเพื่อรักษาความลับ
รับเสนอชื่อ สปช.ยอดกระเตื้อง
สำหรับบรรยากาศการเปิดให้องค์กรนิติบุคคลที่ไม่แสวงหากำไรเสนอชื่อบุคคลเข้ารับการสรรหาเป็นสมาชิก สปช. เป็นวันที่หก ที่สำนักงาน กกต. ตั้งแต่ช่วงเช้า ยังคงมีผู้สนใจเดินทางมาเสนอชื่ออย่างต่อเนื่อง อาทิ สมาคมธรรมศาสตร์เพชรบุรี เสนอชื่อ น.ส.สุมล สุตะวิริยะวัฒน์ อดีต ส.ว.เพชรบุรี ด้านสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อม สมาคมนิติกรเขต พื้นที่การศึกษาภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เสนอชื่อนายอภิรักษ์ พูนวัฒนานุกูล ด้านการศึกษา สมาคมชาวอังซัวในประเทศไทย เสนอชื่อนายพิภพ อสีติรัตน์ ด้านการกฎหมายและกระบวนการยุติธรรม สมาคมศิษย์เก่าโรงเรียนธรรมราชศึกษาวัดพระสิงห์-วรมหาวิหาร เสนอชื่อ พล.ต.วัลลภ มณีเชษฐา ด้าน การเมือง วัดปากท่อ จ.ราชบุรี เสนอชื่อ พ.ท.อุเทพ ทองบุราณ
กระทั่งเวลา 11.40 น. นายอุเทน ชาติภิญโญ หัวหน้าพรรคคนไทย มาเสนอชื่อตัวเองในนามพรรค ด้านสังคมพร้อมระบุ เมื่อ คสช.เปิดโอกาสให้ทุกฝ่ายมีส่วนร่วมปฏิรูปประเทศก็ต้องเข้าร่วม จะไปเย่อหยิ่งคงไม่ได้ คิดว่ากรอบการปฏิรูป 11 ด้านกว้างเกิน ควรมีแค่ 3-4 ด้าน คือการเมือง เศรษฐกิจ สังคม และอื่นๆ ก็ครบถ้วนแล้ว
กกต.ยิ้มออก 6 วัน ขยับ 736 คน
เวลา 17.45 น. ที่สำนักงาน กกต. นายภุชงค์ นุตราวงศ์ เลขาธิการ กกต. แถลงสรุปยอดผู้เสนอชื่อเข้ารับการสรรหาเป็น สปช. วันที่หก ว่าตลอดทั้ง วันมีผู้เสนอชื่อทั้งสิ้น 251 คน มายื่นที่ กกต. 42 คน ส่งไปรษณีย์ 21 คน จากจังหวัด 188 คน โดยยอด 6 วัน 736 คน แบ่งเป็นนิติบุคคล 189 คน จังหวัด 547 คน คาดว่าสัปดาห์นี้จะมีผู้เสนอชื่อเป็นพันคน ส่วน กกต.จะประชุมวันที่ 20 ส.ค. เวลา 13.00 น.เพื่อเลือกผู้เข้ารับสรรหาเป็น สปช.จำนวน 2 คน
พท.หยันแค่พิธีกรรมห่างไกล ปชต.
วันเดียวกัน นายสุรสิทธิ์ เจียมวิจักษณ์ อดีต ส.ส.เชียงราย พรรคเพื่อไทย กล่าวถึงการรับสมัคร สปช.ว่า ไม่แปลกใจที่มีคนไปสมัครน้อย เพราะกระ– บวนการคัดสรรไม่ปกติ สมัครเป็นแค่พิธีกรรมเท่านั้น สุดท้ายอาจมีคนที่เลือกเอาไว้แล้ว และอยู่ที่คณะกรรมการส่วนกลางจะสรรหาเลือกเอาใคร
นพ.เชิดชัย ตันติศิรินทร์ อดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย และแกนนำ นปช. กล่าวว่า กระบวนการดังกล่าวไม่เป็นไปตามระบอบประชาธิปไตย สุดท้าย คสช.จะเลือก สปช.ทั้งหมด คงเลือกคนที่มีความคิดเห็นตรงกับ คสช. ไม่ได้ตัวแทนของประชาชน
“ณรงค์ชัย” ไขก๊อก กมธ.งบฯปี 58
อีกด้าน เมื่อเวลา 13.40 น. ที่อาคารรัฐสภา 3 มีการประชุมคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 58 โดย พล.อ. ฉัตรชัย สาริกัลยะ สนช. ในฐานะประธานคณะกรรมา– ธิการฯ แจ้งให้ที่ประชุมทราบว่า นายณรงค์ชัย อัครเศรณี สนช. ขอลาออกจากกรรมาธิการงบฯ ทำให้คณะกรรมาธิการเหลือ 49 คน จากนั้นที่ประชุมได้พิจารณางบประมาณในภาพรวม มีหน่วยงานที่เกี่ยว ข้องเข้าชี้แจง พล.อ.ฉัตรชัยกล่าวว่า ขอให้ที่ประชุมพิจารณาปรับลดในรายละเอียดให้เป็นไปตามสำนักงบประมาณ หากมีงบฯซ้ำซ้อนขอให้ปรับลด ทั้งนี้ ไม่อนุญาตให้สื่อมวลชนเข้าร่วมรับฟังการพิจารณา และไม่มีการถ่ายทอดเสียงการประชุมให้สื่อมวลชนได้ติดตามเหมือนทุกครั้งที่ผ่านมา โดยเจ้าหน้าที่ให้เหตุผลว่า ยังไม่ได้รับการประสานให้สื่อเข้ารับฟัง
ห้ามสื่อเข้าฟังประชุม กมธ.งบฯ
นางนรรัตน์ พิมเสน เลขาธิการวุฒิสภา ปฏิบัติหน้าที่เลขาธิการ สนช. เปิดเผยถึงกรณีที่คณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบฯปี 2558 ไม่อนุญาตให้สื่อมวลชนติดตามการพิจารณางบ ประมาณเช่นหลายปีที่ผ่านมาว่า เป็นอำนาจของกรรมาธิการจะอนุญาตหรือไม่ อาจเพราะต้องการพิจารณาให้รวดเร็ว
เจ้าหน้าที่ประชาสัมพันธ์ วุฒิสภา แจ้งว่า ที่ ประชุมกรรมาธิการมีมติว่าการถ่ายทอดวงจรปิดจะอนุญาตให้เฉพาะผู้เข้าร่วมชี้แจงดูเท่านั้น หากสื่อมวลชนต้องการจะบันทึกภาพระหว่างประชุม ให้แสดงความประสงค์ต่อประธาน กมธ.เป็นครั้งไป อยู่ที่ประธาน กมธ.จะอนุญาตหรือไม่ การให้ข่าวจะสรุปแจกเป็นเอกสารเท่านั้น
ปลัด กห.โต้งบทหารน้อยลงด้วยซ้ำ
พล.อ.สุรศักดิ์ กาญจนรัตน์ ปลัดกระทรวงกลาโหม กล่าวถึงการจัดทำ พ.ร.บ.งบประมาณราย จ่ายประจำปีงบประมาณ 2558 ที่เพิ่มขึ้นในกระทรวงกลาโหมว่า อย่าไปมองตัวเลข แต่เป็นเพียงสัดส่วน ไม่ได้เพิ่มอะไรมาก เป็นไปตามปกติ ปีนี้น้อยกว่าปกติด้วยซ้ำไป งบฯปี 58 จะเน้นทุกเหล่าทัพ โดย เฉพาะการเข้าสู่ประชาคมอาเซียน เมื่อถามถึงการชี้แจงงบฯปี 2558 ของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้า คสช. เหมาะสมกับการเป็นนายกรัฐมนตรีหรือไม่ พล.อ.สุรศักดิ์หัวเราะพร้อมกล่าวว่า จะให้ ตอบอย่างไร คงไม่ตอบ เป็นเรื่องที่ทุกคนต้องคิดเอง
“มาร์ค” ห่วง คสช.เมินช่วยเกษตรกร
ที่พรรคประชาธิปัตย์ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงการที่ สนช.ผ่านร่าง พ.ร.บ.งบฯปี 2558 วาระแรกว่า มีข้อเป็นห่วงคือมีงบจำนวนมากที่ไม่ก่อให้เกิดประโยชน์ต่อระบบเศรษฐกิจ ต้องไปใช้หนี้เก่าจากโครงการประชานิยมกว่า 1 แสนล้านบาท เช่น โครงการจำนำข้าว ตั้งงบ ไว้กว่า 71,000 ล้านบาท เพื่อชดใช้หนี้ ธ.ก.ส. งบฯ ชดใช้เงินคงคลังโครงการรถคันแรกเกือบ 42,000 ล้านบาท ที่น่าเป็นห่วงกว่าคือ คสช.ระบุว่าจะไม่ทำ โครงการแทรกแซงราคาพืชผลการเกษตร ไม่จัดงบฯให้หลายโครงการ เช่น กองทุนหมู่บ้าน จะไม่มีเงินหมุนเวียนในชนบท การกระตุ้นเศรษฐกิจจากการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานก็ยังไม่ชัดเจน ดังนั้นคณะกรรมาธิการวิสามัญฯ ควรพิจารณาให้ครอบคลุม 1.ประเมินภาระงบประมาณจากโครงการเก่าให้ชัดเจน 2.ปรับลดงบฯโครงการต่างๆ ที่มีอยู่ประมาณ 10-20 เปอร์เซ็นต์ 3.นำงบฯที่ปรับลดมาจัดสรรโครงการช่วยเหลือเศรษฐกิจในชนบท อีกส่วนสนับสนุนการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน
พท.แนะ กมธ.ตัดงบฯ 2.5หมื่นล้าน
นายอำนวย คลังผา อดีต ส.ส.ลพบุรี พรรคเพื่อไทย และอดีตประธานวิปรัฐบาล กล่าวว่า ไม่ติดใจเท่าไหร่ที่การประชุม สนช.เพื่อพิจารณาร่างพ.ร.บ.งบฯปี 2558 ผ่านไปแบบรวดเร็วใช้เวลาเพียง 5 ชม.เศษ แต่อยากฝากไปถึงคณะกรรมาธิการวิสามัญฯ ให้พิจารณางบฯอย่างรอบคอบ เพราะงบ ตั้งไว้สูงมาก 2.575 ล้านล้านบาท ความจริงตัดได้ ถึง 20-30 เปอร์เซ็นต์ จากวงเงินงบฯดังกล่าวสามารถ ตัดได้ไม่ต่ำกว่า 2.5 หมื่นล้านบาท เมื่อครั้งพิจารณางบฯปี 2557 ก็ตัดงบไป 2-3 หมื่นล้านบาท ทั้งนี้อยากให้ตั้งคณะอนุกรรมการขึ้นมาหลายๆด้าน ช่วยกันพิจารณา ไม่ใช่ใช้แค่วงใหญ่วงเดียว จะได้ตัดทอนเงินออกมาเผื่อไว้สำหรับหน่วยงานที่จำเป็นต้องขอใช้งบฯผ่าน ครม.
กระตุกหนวดจี้ตัดงบซื้ออาวุธ
นางกุสุมาลวตี ศิริโกมุท อดีต ส.ส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า คณะกรรมาธิการวิสามัญฯ ควรมีวิจารณญาณจัดสรรให้เป็นธรรม ไม่ควรมีอคติ หรือทำไปตามคำสั่ง อยากฝากเรื่องกองทุนต่างๆ เช่น กองทุนหมู่บ้าน และเอสเอ็มแอล ส่วนเงินขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นควรจัดสรรให้ตามหลักการกระจายอำนาจ ทุกวันนี้ คสช.มาทำให้ผิดหลักการ ไปแต่งตั้งสมาชิกทั้งที่ควรให้ประชาชนเลือก หรือจะยกเลิกองค์กรท้องถิ่นให้หมดไป เป็นการลิดรอนสิทธิขั้นพื้นฐานของประชาชน สำหรับงบการจัดซื้ออาวุธควรปรับลดลงบ้าง บ้านเมืองเราไม่ได้ไปสู้รบกับใครที่ไหน ควรเพิ่มให้การพัฒนาการศึกษาและพัฒนาเศรษฐกิจ งบฯดูงานต่างประเทศขอให้ตัดออกไปให้หมด
ตามบี้ คสช.ยื่นบัญชีทรัพย์สิน
นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ คณะทำงานฝ่ายกฎหมายพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงการทำงานของคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบฯปี 58 ว่า ขอให้พิจารณาเป็นไปด้วยความโปร่งใสตามที่หัวหน้า คสช.ระบุไว้ และอย่าตั้งงบประมาณดูงานต่างประเทศเหมือนที่ผ่านมา เพราะภารกิจหลักของพวกท่านเข้ามาแก้ไขกฎหมายที่ไม่เป็นธรรมและสร้างความปรองดอง ส่วนกรณีที่มีกระแสเรียกร้องให้ คสช.ยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สิน แม้ไม่มี กฎหมายกำหนดไว้ แต่ ป.ป.ช.สามารถออกประกาศให้ คสช.ยื่นบัญชีทรัพย์สินได้ทันที ไม่อยากให้ ป.ป.ช.เอาใจ คสช.มากเกินไป
“บิ๊กตู่” ส่งดอกไม้อวยพร “เติ้ง”
เมื่อเวลา 09.00 น. ที่บ้านจรัญสนิทวงศ์ 55 ได้มีนักการเมือง พ่อค้า นักธุรกิจ ทยอยเข้าอวยพร นายบรรหาร ศิลปอาชา ประธานที่ปรึกษาหัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา เนื่องในวันคล้ายวันเกิดครบรอบ 82 ปี ต่อมานายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ แกนนำพรรคเพื่อไทย พร้อมสมาชิกพรรคเพื่อไทยบางส่วน เดินทางมาอวยพร โดยนายบรรหารกล่าวตอบว่า การทำงานย่อมมีผิดบ้างถูกบ้าง แต่ขอให้ไปสู่ความถูกต้องด้วยกัน อย่าไปทำในลักษณะล้างแค้น จองเวร ขอให้ลืมกันไป จะไม่มีที่สิ้นสุด อีกร้อยปีก็เป็นอย่างนี้ ใครทำอะไรไว้ ขอให้ทำบุญต่อกัน ที่ผ่านมาไม่โกรธแค้นใคร ถือนโยบายอย่างนี้ จึงไม่มีศัตรู สุขกายสบายใจ ช่วงบ่ายนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ นำคณะสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ เข้าอวยพร ขณะเดียวกัน พล.ต.พลภัทร วรรณภักตร์ เลขานุการกองทัพบก เป็นตัวแทน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้า คสช. นำแจกันดอกไม้เข้าอวยพรนายบรรหาร
สุขภาพไม่ดี พักยกการเมือง
นายบรรหารกล่าวช่วงหนึ่งระหว่างคนเข้ามาอวยพรว่า ช่วงนี้สุขภาพไม่ค่อยดี ปอดอักเสบ ต้องเข้าออกโรงพยาบาลรักษาสุขภาพเดือนละ 3-4 หน ตอนนี้ไม่ได้ติดตามข่าวสารการเมือง การเมืองตอนนี้ไม่ใช่เวลาของเรา ต้องปล่อยให้คนที่มีหน้าที่เขาทำงานไป จากนั้นนายบรรหารให้สัมภาษณ์ถึงการทำงานของ คสช.ว่า ขอให้กำลังใจ อวยพรให้ประสบความสำเร็จ เมื่อถามว่ามองอย่างไรถ้าหัวหน้าคสช. นั่งตำแหน่งนายกฯ นายบรรหารตอบว่า ถ้านั่ง นายกฯก็เป็นอีกรูปแบบหนึ่ง แตกต่างจากการเป็นหัวหน้า คสช.ที่ใช้อำนาจเด็ดขาด ต้องใช้ดุลพินิจของตัวเองเป็นหลักให้เป็นไปตามกฎหมายและต้องใช้คนที่รอบรู้มาช่วยเหลือ “2 เดือนที่ผ่านมา ถือว่า ใช้ได้ ดูท่านหน้าเหี่ยวซะที่ไหน หน้าเต่งตึงอย่างกับสาวๆ” เมื่อถามย้ำว่า คุณสมบัติของ พล.อ.ประยุทธ์เหมาะจะนั่งเป็นนายกฯเองหรือไม่ นายบรรหารตอบว่า “ใช้ได้ เป็นได้ ท่านเด็ดขาดด้วย”
“วิบูลย์” ปัดไร้สัญญาณสั่งเด้ง
ผู้สื่อข่าวรายงานจากกระทรวงมหาดไทยว่าหลังมีกระแสข่าวว่า คสช.เตรียมพิจารณาแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการระดับสูงกระทรวงมหาดไทย โดยจะโยกย้ายนายวิบูลย์ สงวนพงศ์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย ไปประจำที่สำนักนายกฯ ปรากฏว่านายวิบูลย์ซึ่งมีภารกิจประชุมหารือข้อราชการร่วมกับผู้บริหารระดับสูงที่กระทรวงมหาดไทยในช่วงเช้า เดินทางมาร่วมประชุมที่กระทรวงแค่ช่วงเวลาสั้นๆ ก่อนออกไปประชุมกับ คสช. โดยมอบหมายให้นายประภาศ บุญยินดี รองปลัดกระทรวงมหาดไทยทำหน้าที่ประธานการประชุมเรื่องศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดแทน ทั้งนี้ นายวิบูลย์กล่าวถึงกระแสข่าวถูกโยกย้ายว่า ยังไม่ทราบเรื่อง ไม่รู้ว่าข่าวนี้มาอย่างไร เมื่อช่วงเช้าไปประชุมร่วมกับ คสช.เรื่องนโยบายการกำจัดขยะ ก็ไม่มีการส่งสัญญาณใดๆ มาจากคสช. ขอทำหน้าที่ตามนโยบาย คสช.ไปตามปกติ
บิ๊ก มท.ประสานเสียงไม่รู้ไม่เห็น
นายภาณุ อุทัยรัตน์ เลขาธิการ ศอ.บต.กล่าวว่า ยังไม่ทราบกระแสข่าวดังกล่าว โดยเฉพาะการเปลี่ยนตัวปลัดกระทรวงมหาดไทย ขณะนี้ยังคงปฏิบัติหน้าที่อยู่ใน จ.ยะลาตามปกติ ด้าน นายกฤษฎา บุญราช อธิบดีกรมการปกครอง กล่าวเช่นเดียวกันว่า คสช.ยังไม่ส่งสัญญาณอะไรมา ที่ผ่านมาได้ปฏิบัติหน้าที่ทางภาคใต้มา 8 ปีแล้ว เพิ่งจะได้ย้ายมาเป็นอธิบดีกรมการปกครอง ส่วนตัวไม่ได้คาดหวังอะไร ไม่ได้ร้องขอหรือพูดคุยอะไรกับหัวหน้า คสช.อยู่แล้ว
“จรินทร์” เสนอตัวชิงปลัด มท.
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าสำหรับแคนดิเดตปลัดกระทรวงมหาดไทยมี 3 คน คือ 1.ม.ล.ปนัดดา ดิศกุล ปลัดสำนักนายกฯ 2.นายภาณุ อุทัยรัตน์ เลขาธิการ ศอ.บต. และ 3.นายจรินทร์ จักกะพาก รองปลัดกระทรวงมหาดไทย โดย ม.ล.ปนัดดามีคุณสมบัติครบถ้วน เติบโตมาตามสายงานของกระทรวงมหาดไทย ผ่านการเป็น ผวจ.และรองปลัดกระทรวงมหาดไทย จนได้รับการแต่งตั้งเป็นปลัดสำนักนายกฯ ถือว่าเป็นคนหนึ่งซึ่ง คสช.เห็นว่ามีความเหมาะสม อย่างไรก็ตาม ตำแหน่งปลัดสำนักนายกฯ ถือว่าเป็นตำแหน่งสำคัญ ม.ล.ปนัดดาทำหน้าที่ดังกล่าวได้เป็นอย่างดี สำหรับนายจรินทร์เรียน วปอ.รุ่นเดียวกับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้า คสช.และมีกระแสข่าวว่า เมื่อวันที่ 18 ส.ค.ที่ผ่านมา นายจรินทร์ นำบัญชีรายชื่อแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการระดับ 10 ซึ่งนายจรินทร์ได้จัดทำร่วมกับ สนช.บางคนไปเสนอต่อ พล.อ.ประยุทธ์ โดยมีการเสนอชื่อนายจรินทร์เป็นปลัดกระทรวงมหาดไทยด้วย
“ภาณุ” แรง-บิ๊ก คสช.หนุนเต็มที่
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ส่วนนายภาณุมีกระแสข่าวมาโดยตลอดว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผบ.ทบ. ในฐานะหัวหน้า คสช.ไว้วางใจ เนื่องจากเคยร่วมงานกันมาในช่วงนายภาณุเป็น ผวจ.ปัตตานี และเลขาธิการ ศอ.บต.ครั้งแรก นอกจากนี้แนวทางใหม่ในการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ มีการปรับเปลี่ยนโครงสร้างให้จังหวัดและอำเภอเป็นหน่วยงานหลัก รวมถึงเสริมบทบาทของกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และจัดรูปแบบท้องถิ่นพิเศษ นอกจากนี้โครงการศูนย์ดำรงธรรมที่จะให้บริการประชาชนแบบเบ็ดเสร็จ คสช.ตั้งใจจะขับเคลื่อนโครงการนี้ให้สำเร็จเป็นรูปธรรม แต่ผู้บริหารของกระทรวงมหาดไทยปัจจุบันยังไม่สามารถจะแสดงผลงานให้เห็นเด่นชัดได้ จึงเป็นไปได้ที่จะให้นายภาณุเข้ามาขับเคลื่อนงานดังกล่าวอย่างเต็มที่
คาดออกคำสั่งปลาย ส.ค.-ต้น ก.ย.
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า มีความเป็นไปได้ว่าอาจจะมีคำสั่งโยกย้ายนายวิบูลย์ไปประจำสำนักนายกฯและแต่งตั้งปลัดกระทรวงมหาดไทยคนใหม่ภายในเดือน ส.ค.ถึงต้นเดือน ก.ย.นี้ เพื่อจะให้เข้ามาพิจารณาตำแหน่งระดับรองลงไป เช่น รองปลัดกระทรวง อธิบดี ผู้ตรวจราชการกระทรวง และ ผวจ. ให้ทันก่อนเดือน ต.ค.เพื่อเริ่มต้นปฏิบัติหน้าที่ไปพร้อมกับ รมว.มหาดไทยต่อไป
119 นอภ.ร้อง คสช.คืนตำแหน่ง
วันเดียวกัน เมื่อเวลา 08.30 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล ตัวแทนกลุ่มนายอำเภอที่จบการศึกษาอบรมหลักสูตรโรงเรียนนายอำเภอรุ่น 68-70 ปี 52 จำนวน 119 คน ยื่นหนังสือขอความเป็นธรรมต่อ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้า คสช. ที่ศูนย์บริการประชาชน สำนักงานปลัดสำนักนายกฯ จากกรณี ป.ป.ช.ชี้มูลความผิดและถูกผู้บังคับบัญชาไล่ออกจากราชการ เนื่องจากมีปัญหากับการคัดเลือกข้าราชการเข้าศึกษาอบรมนักเรียนนายอำเภอ ในปี 52 มีการเรียกเก็บเงินจากกรมการปกครองรายละ 7-8 แสนบาท เพื่อช่วยเหลือผู้เข้าสอบคัดเลือกอบรมหลักสูตรดังกล่าว แต่ไม่มีการชี้มูลจากกรณีเรียกเก็บเงินและยังมีการทุจริตในหมู่ข้าราชการ การทุจริตในกระบวนการสอบที่ 119 คน ไม่ได้เป็นผู้กระทำ ขอหัวหน้า คสช.ยกเลิกคำสั่งไล่ออกจากราชการ และขอให้มีคำสั่งให้กลับเข้ารับราชการตามเดิม
คสช.เคาะจ่ายหนี้ค่าอาหารนักโทษ
ที่หอประชุมกองทัพบก เทเวศร์ น.ส.ปถมาภรณ์ รัตนดิลก ณ ภูเก็ต ทีมโฆษก คสช. แถลงผลการประชุม คสช.ว่า คสช.มีมติอนุมัติงบกลางฯ เพื่อชำระหนี้ค่าวัสดุอาหารปีงบฯ 56 และ 57 กว่า 3.4 พันล้านบาท เนื่องจากขณะนี้กรมราชทัณฑ์มีผู้่ต้องขังประมาณ 290,000 คน แต่มีงบฯค่าอาหารไม่เพียงพอ หัวหน้า คสช.สั่งให้กรมราชทัณฑ์กำหนดแนวทางแก้ปัญหา อาทิ ลดจำนวนผู้ต้องขังให้น้อยลง นอกจากนี้ ยังมีมติเห็นชอบให้กรมราชทัณฑ์ก่อหนี้ผูกพันเกินวงเงินงบประมาณรายจ่ายประจำปี 56 กว่า 890 ล้านบาท พร้อมอนุมัติหลักการร่างกฎกระทรวงตาม พ.ร.บ.ราชทัณฑ์อีกหลายเรื่อง อาทิ เรื่องกำหนดหลักเกณฑ์ให้ขยายระยะเวลาการพักการลงโทษแก่นักโทษเด็ดขาดที่ควรได้รับการพักโทษ เพื่อสร้างแรงจูงใจให้พยายามปรับปรุงตัวเป็นพลเมืองดี ยกเว้นผู้ต้องขังคดีอุกฉกรรจ์ คดีเกี่ยวข้องกับยาเสพติด คดีเกี่ยวกับเด็กและเยาวชน รวมถึง คสช.เห็นชอบกำหนดอัตราเงินเพิ่มค่าครองชีพชั่วคราวให้แก่ตุลาการศาลปกครอง มีผลตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค.55 เป็นต้นไป
ป.ป.ช.ยกคำร้องฮั้วประมูล 3 จี
นายสรรเสริญ พลเจียก เลขาธิการ ป.ป.ช. กล่าวถึงการไต่สวนคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคม (กทค.) 4 คน ได้แก่ พ.อ.เศรษฐพงศ์ มะลิสุวรรณ ประธาน กทค. นายสุทธิพล ทวีชัยการ นายประเสริฐ ศีลพิพัฒน์ และ พล.อ.สุกิจ ขมะสุนทร กทค. มีพฤติการณ์ทุจริตในการประมูลคลื่นความถี่ 3 จีว่า ที่ประชุม ป.ป.ช.พิจารณาพยานหลักฐานต่างๆแล้ว มีมติยกคำร้องดังกล่าว เนื่องจากเห็นว่าการออกประกาศหลักเกณฑ์การประมูลคลื่นความถี่ 3 จี ไม่ได้เอื้อประโยชน์ให้ผู้ประกอบการ 3 รายตามข้อกล่าวหา มีผู้ประกอบการที่มีคุณสมบัติเข้าสามารถร่วมประมูลได้ 20 ราย อีกทั้งไม่พบว่าการเสนอราคาของผู้เข้าประมูล 3 ราย มีการสมยอมเสนอราคา แต่เป็นการเสนอราคาอย่างถูกต้องตามประกาศหลักเกณฑ์ กทค.ทั้ง 4 ราย ดำเนินการประมูลตามหลักเกณฑ์อย่างถูกต้อง ไม่มีปรากฏหลักฐานการกระทำผิด เพราะการประมูลมีการแข่งขันเสนอราคาถึง 7 รอบ ผลการประมูลได้ราคาสูงกว่าประเทศอื่นๆที่มีรายได้ต่อหัวใกล้เคียงกับไทย ส่วนที่กล่าวหาว่า บริษัท ดีแทค เนทเวอร์ค จำกัด มีผู้จัดการเป็นคนต่างด้าว ขาดคุณสมบัติเข้าร่วมประมูล พบว่าบริษัทดังกล่าวมีผู้ถือหุ้นเป็นสัญชาติไทยทั้งหมด จึงไม่ขัดคุณสมบัติ