วันจันทร์ที่ 24 พฤศจิกายน พ.ศ. 2557

มือมืดซิ่งโปรย‘ใบปลิว’ต้านคสช.


‘บิ๊กโด่ง’สั่งล่าคนหนุนหลังป.ป.ช.ชงเพิ่ม‘อำนาจตัวเอง’
กลุ่มต้าน คสช.ลามทุ่ง ไอ้โม่งป่วนใกล้สางโปรยใบปลิวโจมตีเกลื่อนอนุสาวรีย์ ปชต. กระตุกหนวด คสช.ซํ้าสองในช่วงไม่กี่เดือนหลังใบปลิวลักษณะเดียวกันว่อนหน้า บก.ทบ. กล้องวงจรปิดเจอมือดีซิ่ง จยย.มาเดี่ยวก่อเหตุ มาตามโซเชียลฯ อีกกลุ่มซุ่มเต็มอนุสาวรีย์ชัยฯ เห็นท่าไม่ดีทหาร-ตร.พรึบเลยกลับบ้านใครบ้านมัน “บิ๊กโด่ง” สั่งล่าหาไอ้โม่งใบปลิว-ซิวคนหนุนหลัง “บวรศักดิ์” เล็งทำประชาพิจารณ์ รธน.เกิน 10 รอบ “เพื่อไทย” อ้ารับกมธ. ยกร่างมาเยือนรังรับข้อเสนอแก้ รธน. “บิ๊กตู่” นำ 2 รมต.ใหม่เข้าถวายสัตย์ฯ ป.ป.ช.ชงเพิ่มอิทธิฤทธิ์ตัวเอง ขอพกปืนจับผู้ต้องหา-ห้ามนักการเมืองแจ้งกรุเท็จลงสนามตลอดชีพ
หลังจากการชู 3 นิ้วแสดงสัญลักษณ์ไม่เอารัฐประหารได้เกิดขึ้นในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ล่าสุด มีมือป่วนโปรยใบปลิวโจมตี คสช.หลายพื้นที่ในกรุงเทพฯ
ต้าน คสช.ลาม—ใบปลิวเกลื่อนราชดำเนิน
เมื่อเวลา 05.00 น. วันที่ 23 พ.ย. เจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน สน.สำราญราษฎร์ รับแจ้งเหตุมีผู้ไม่หวังดีแอบนำใบปลิวข้อความโจมตี คสช.มาโปรยทิ้งรอบบริเวณอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ถนนราชดำเนินกลาง และที่หน้าร้านอาหารศรแดง จึงประสานฝ่ายข่าวกรองความมั่นคงทหารเข้าตรวจสอบพื้นที่โดยรอบ พบกระดาษเอ 4 จำนวนมากถูกพิมพ์ข้อความ อาทิ ยกเลิกอัยการศึก เสรีภาพ FREEDOM หยุดคุกคามประชาชน อำนาจเป็นของประชาชน หยุดข่มขู่สื่อมวลชน ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ได้ตรวจสอบกล้องวงจรปิดโดยรอบ เพื่อหามือป่วนรายนี้มาดำเนินคดี สำหรับเหตุโปรยใบปลิวต้าน คสช.ครั้งนี้ ถือเป็นครั้งที่สองที่มีการปฏิบัติการในพื้นที่เขตพระนคร โดยครั้งแรกเกิดขึ้นที่บริเวณหน้า บก.ทบ. เมื่อ ส.ค.ที่ผ่านมา อย่างไรก็ตาม จากการตรวจสอบพบว่าการปฏิบัติการของกลุ่มผู้ไม่หวังดียังเกิดในช่วงเวลาไล่เลี่ยกับการโปรยใบปลิวต้าน คสช. ครั้งแรกในช่วงตีห้า
กล้องวงจรปิดเจอไอ้โม่งซิ่ง จยย.โปรย
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากการตรวจสอบพบด้วยว่า ฝ่ายต่อต้าน คสช.ที่นำโดยองค์กรเสรีไทย ได้มีการนัดหมายในโลกโซเชียลฯให้สมาชิกหรือแนวร่วมมีการเคลื่อนไหวพร้อมกันในช่วงวันที่ 22-23 ของทุกเดือน ซึ่งในเดือน พ.ย.นี้ถือเป็นช่วงครบ 6 เดือนของการรัฐประหาร จึงมีการนัดหมายของกลุ่มเคลื่อนไหวในโลกไซเบอร์ให้เปลี่ยนหน้าเพจตามกลุ่มเสรีไทย และนัดโจมตีด้วยข่าวสารในโลกไซเบอร์พร้อมกันในวันที่ 24 พ.ย. คาดว่าน่าจะมีส่วนเกี่ยวข้องกัน อย่างไรก็ตาม ภาพจากกล้องวงจรปิด พบว่าผู้นำใบปลิวมาโปรย ขี่ จยย.นำถุงใส่มาโปรยมาเพียงคนเดียว
ทหาร—ตร.ซุ่มเต็มอนุสาวรีย์ชัยฯ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ มีกำลังเจ้าหน้าที่ทั้งในและนอกเครื่องแบบประกอบด้วยตำรวจ สน.พญาไท ทหารสังกัด พล.ม.2 ฝ่ายข่าวกรองความมั่นคงทหาร กระจายกำลังรอบพื้นที่อนุสาวรีย์ตรวจตราและสังเกตการณ์ผู้สัญจรผ่านไปมาอย่างละเอียด เพื่อเตรียมสกัดกั้นการจัดกิจกรรม รวมตัวต่อต้านรัฐประหาร หลังมีมือดีปล่อยข่าวกระจายทั่วโซเชียลมีเดีย ข้อความนัดหมาย “รวมตัวคนรักประชาธิปไตยไม่เอารัฐประหารทุกอาทิตย์เริ่มพรุ่งนี้วันแรกที่อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิเพื่อชาติศาสนาประชาธิปไตย” โดยได้รับความสนใจจากสื่อมวลชนทั้งในและต่างประเทศจำนวนมากเดินทางมาเฝ้าจับตาความเคลื่อนไหวครั้งนี้เช่นกัน
กลุ่มต้านมาจริงเห็นท่าไม่ดีเลยกลับ
กระทั่งถึงเวลานัดหมายคือ 15.00 น. เริ่มมีมวลชนเสื้อแดง อดีตการ์ด นปช.และกลุ่มนักศึกษาที่จัดกิจกรรมต่อต้านรัฐประหารจำนวนหนึ่ง กระจายกันมาเดินวนเวียนรอบอนุสาวรีย์ เจ้าหน้าที่ตำรวจทหารฝ่ายข่าวกรอง จำหน้าได้เข้าไปตามประกบและบันทึกภาพ แต่ไม่สามารถจับกุมได้เพราะยังไม่มีการทำกิจกรรมต้องห้าม ต่างฝ่ายต่างจับตาสังเกตการณ์กันไปมา และสุดท้ายต่างฝ่ายแยกย้ายกันกลับโดยไม่มีเหตุจับกุม
เย้ยเอฟเฟกต์แค่บ้านเมืองสกปรก
พ.อ.วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก ในฐานะทีมงานโฆษก คสช. กล่าวว่า การกระทำดังกล่าวถือเป็นการแสดงออกที่ไม่สร้างสรรค์ มีเนื้อหาในลักษณะการกล่าวหาและบิดเบือน และทำขึ้นโดยใช้อารมณ์ส่วนบุคคลในมุมมองอคติ สำหรับผลกระทบจะทำให้บ้านเมืองสกปรกและไม่สวยงาม และไม่น่าจะเกิดประโยชน์ใดๆต่อสังคมอย่างแท้จริง ทั้งนี้ตนเข้าใจว่าผู้เห็นต่างที่ยังไม่เข้าใจ คสช.คงพยายามหาโอกาสในการแสดงออกในรูปแบบต่างๆ จึงอยากขอให้คำนึงถึงเป้าประสงค์ที่สังคมส่วนใหญ่ต้องการด้วย อีกทั้งเชื่อว่าส่วนใหญ่เวลานี้ประชาชนทั่วไปต้องการให้ประเทศพัฒนาและเดินไปข้างหน้า โดยอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วนร่วมกัน ดังนั้นหากผู้เห็นต่างมีความตั้งใจจริงในการเสนอความคิดเห็นที่เป็นประโยชน์ต่อสังคมและประเทศชาติก็ยังมีช่องทางที่เหมาะสมในระบบมากมายที่สามารถจะกระทำได้
“บิ๊กโด่ง” สั่งล่าตัวไอ้โม่งใบปลิว
ที่กรมการขนส่งทหารบก พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร รมช.กลาโหม และ ผบ.ทบ. ให้สัมภาษณ์ว่า ได้รับรายงาน ขณะนี้สั่งให้ทางเจ้าหน้าที่ได้มีการตรวจสอบในเรื่องดังกล่าวแล้ว ทั้งนี้ ถือเป็นข้อคิดเห็นของคนที่ยังไม่เข้าใจต่อการทำงานของรัฐบาล แต่อยากฝากไปว่าสิ่งต่างๆเหล่านี้ให้ช่วยกันทำความเข้าใจในเรื่องที่ผ่านมา จริงๆแล้วการดำเนินของรัฐบาลเป็นไปตามขั้นตอนตามที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. ได้ระบุไว้ เพราะฉะนั้นทุกส่วนน่าจะเข้าใจและช่วยกันประคับประคองเหตุการณ์ ซึ่งสิ่งที่เกิดขึ้นไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไร เพียงแต่ต้องให้ความสนใจว่ามีความคิดเห็นอะไรอย่างไร จากการตรวจสอบบางจุดก็เป็นเรื่องของนักศึกษา ตรงนี้ก็ต้องดูว่ามีผู้ที่เกี่ยวข้องลึกลงไปหรือไม่ ในส่วนนี้ก็คงต้องมีการติดตามสืบสวน สืบหาและใครก็ตามที่อยู่ในข่ายที่จะทำความผิดในด้านกฎหมายก็ต้องดำเนินการ
จับตาเหตุป่วนมีสปอนเซอร์หนุน
“ถ้าหากเป็นเยาวชน นิสิต นักศึกษา ก็ฝากไปยังผู้ปกครอง ครูบาอาจารย์ ได้ช่วยกันทำความเข้าใจด้วย ถือว่าเป็นวัยที่บริสุทธิ์ เพราะนิสิต นักศึกษา อยู่ในวัยที่น่าจะได้รับการชี้แจง คำแนะนำ เพราะผมอยากให้น้องๆนักศึกษา มีความเข้าใจที่ถูกต้อง อยากให้ช่วยกันประคับประคองให้การดูแลชาติของรัฐบาลเป็นไปตามขั้นตอน และสุดท้ายเราก็จะมีรัฐบาลที่ถูกต้องในโอกาสต่อไป สมกับที่ทุกคนได้หวังไว้ ทางรัฐบาล ทหาร และผมในฐานะที่เป็นผู้บัญชาการทหารบก อยากให้เป็นเช่นนั้น ซึ่งเป็นความปรารถนาไม่อยากให้มีอะไรเกิดขึ้นระหว่างทาง สิ่งที่เกิดขึ้นจะมีผู้อยู่เบื้องหลัง ต้องการให้เกิดการต่อต้านที่ค่อยเป็นค่อยไปและใหญ่ขึ้นเรื่อยๆหรือไม่ ถ้าเป็นเช่นนั้น อยากให้กลับไปคิดดูว่า ท่านกำลังทำให้ประเทศชาติไม่สามารถยืนหยัดในประชาคมโลกได้และประเทศไทยจะถอยหลังไปอีก” พล.อ.อุดมเดชกล่าว
ขอร้องแบ็กอัพดีๆ “อย่าทำเลย”
เมื่อถามว่า ในส่วนของภาพยนตร์ “ฮังเกอร์ เกมส์” ที่กำลังเข้าฉายอยู่จนทำให้นักศึกษานำมาแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ จะดำเนินการอย่างไร พล.อ.อุดมเดช กล่าวว่า ก็ไม่ได้เป็นเรื่องใหญ่อะไรมาก ถือเป็นการแสดงออกเล็กน้อย แต่ก็ไม่เหมาะสม และจะเป็นการเลียนแบบอย่างไรต่อไป ต้องช่วยกันดูแล ทำความเข้าใจเดินหน้าด้วยดี อย่าให้สะดุด และขยายวงกว้างออกไปก็จะเกิดความไม่เรียบร้อย ต่อข้อถามว่า มีข้อมูลว่าการโปรยใบปลิวมีคนอยู่เบื้องหลังจริง พล.อ.อุดมเดช กล่าวว่า กำลังตรวจสอบอยู่ว่าจะมีเช่นนั้นหรือไม่ ก็อยากจะขอร้องว่าอย่าทำเลยเพราะตนต้องเข้ามาดูแลไม่ว่าจะเป็นเรื่องเล็กก็ตาม
หวั่นเลียนแบบจนกลายเป็นแฟชั่น
ต่อข้อถามว่า ห่วงหรือไม่ว่าจะเกิดการลอกเลียนแบบจากพื้นที่หนึ่งไปยังอีกพื้นที่หนึ่ง พล.อ.อุดมเดช กล่าวว่า ก็เป็นไปได้ แต่ไม่อยากให้เป็นเช่นนั้น จึงขอร้องกันให้ทำความเข้าใจ รัฐบาลได้ประคับประคองสถานการณ์จนทุกคนรู้สึกว่าประเทศมีความปกติทุกอย่าง แล้วจะทำให้ความไม่เรียบร้อยเกิดขึ้นมาอีกทำไม เมื่อถามว่า นายกฯเตรียมจะลงพื้นที่ภาคเหนือ มีการดูแลความปลอดภัยอย่างไร เพราะมีการพ่นสเปรย์ต่อต้าน รวมถึงการชู 3 นิ้วในระหว่างที่ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย เข้าร่วมประชุมหอการค้าทั่วประเทศ ที่ จ.เชียงราย พล.อ.อุดมเดช กล่าวว่า ได้กำชับไปยัง พล.ท.สาธิต พิธรัตน์ แม่ทัพภาคที่ 3 ให้ดูแลความเรียบร้อย
“ยงยุทธ” เตือนแสดงออกต้องรอบคอบ
นายยงยุทธ ยุทธวงศ์ รองนายกฯด้านสังคม กล่าวว่า เป็นการแสดงออกของกลุ่มคน ไม่เกี่ยวกับสถานศึกษา แต่เป็นเรื่องที่จะต้องคุยกันว่าขณะนี้สถานการณ์ยังไม่ปกตินัก ยังไม่มีรัฐธรรมนูญฉบับถาวร เรากำลังพยายามไปสู่รัฐธรรมนูญฉบับถาวรเพื่อดำเนินการให้เป็นไปตามประชาธิปไตยปกติ ดังนั้น เวลาจะประท้วงหรือแสดงความไม่พอใจอะไรควรดูให้รอบคอบ ไม่ให้เกิดความปั่นป่วนหรือความโกลาหลในสังคมเหมือนกับก่อนรัฐประหาร แต่ละคนต้องช่วยกันคุม เหมือนกับเรือเพิ่งผ่านพายุมา ต้องช่วยกันดูอย่าให้ล่ม
ป้องสถาบันศึกษาไม่เกี่ยวชู 3 นิ้ว
เมื่อถามว่า กังวลเรื่องปรากฏการณ์ลอกเลียนแบบในสถานศึกษาหรือไม่ นายยงยุทธกล่าวว่า ไม่เกี่ยวกับสถาบันศึกษา พอเขามีความรู้สึกอย่างไรจึงแสดงออกมา มีเท่านั้นเอง อย่าไปตีความอะไรมาก สำหรับปัญญาชนอยากให้เสนอความเห็นอย่างสร้างสรรค์ ถ้าเป็นอย่างนั้นไม่มีปัญหา และการแสดงสัญลักษณ์ด้วยการชู 3 นิ้ว สำหรับตนหมายถึงชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ เรื่องสัญลักษณ์แล้วแต่ แต่ละคนจะคิดกันไป ไม่ใช่อะไรที่เป็นเรื่องใหญ่ เป็นเพียงสัญลักษณ์เท่านั้น
ผู้สื่อข่าวถามว่า ในฐานะกำกับดูแลกระทรวงศึกษาธิการจะประสานไปยังอธิการบดีมหาวิทยาลัยต่างๆ เพื่อให้ช่วยชี้แจงทำความเข้าใจหรือไม่ นายยงยุทธ กล่าวว่า ต้องแล้วแต่ พล.ร.อ.ณรงค์ พิพัฒนาศัย รมว.ศึกษาธิการ ท่านก็คงอาจจะดำเนินการได้หากเรื่องชักจะบานปลาย ส่วนกรณีนักศึกษา 5 คน ที่แสดงสัญลักษณ์ด้วยการชู 3 นิ้ว ระหว่าง พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ หัวหน้า คสช.ลงพื้นที่ จ.ขอนแก่น จะดร็อปเรียนยอมรับว่าเป็นห่วงในระดับหนึ่ง
“ปนัดดา” กลัวฮอลลีวูดฮาไทย
เมื่อเวลา 11.15 น.ที่สถานสงเคราะห์เด็กหญิงบ้านราชวิถี ม.ล.ปนัดดา ดิศกุล รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรีและปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีแสดงสัญลักษณ์ชู 3 นิ้วต่อต้านรัฐประหารว่า เป็นเรื่องที่มาจากภาพยนตร์ฝรั่งที่ฮอลลีวูดสร้างขึ้น ไม่น่าเอาเรื่องภาพยนตร์มาแบ่งแยกซึ่งเราเป็นชนชาติเดียวกัน เกรงว่าฮอลลีวูดจะหัวเราะเยาะเอา เท่าที่ทราบก็มีเพียงฉากเดียวที่ชูมือ 3 นิ้ว ส่วนความหมายจะเป็นเช่นไรก็เป็นหนังฮอลลีวูด ไม่ใช่เรื่องที่จะมาสร้างความแตกแยกของผู้คน ดังนั้น เรารักกันดีกว่า พยายามทำความเข้าใจกัน ท้ายที่สุดจะเกิดความร่มเย็นต่อสังคมไทยของเรา นอกจากนี้วันที่ 6 ธ.ค.จะมีการฉายหนังไทยนิยม สร้างจากค่านิยม 12 ประการ ก็อยากเชิญชวนให้มาดูในรอบบ่ายฉายพร้อมกันทั่วประเทศในเครือเมเจอร์
บัวแก้วจ่อเชิญยูเอ็นไขข้อข้องใจ
นายเสข วรรณเมธี อธิบดีกรมสารนิเทศ และโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ ให้สัมภาษณ์กรณีนางมาทิลดา บ็อกเนอร์ ผู้แทนข้าหลวงใหญ่สิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติประจำเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (โอเอชซีเอชอาร์) ออกมาระบุว่าการจับกุม นักศึกษาที่แสดงสัญลักษณ์ 3 นิ้วถือเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชน และห้ามการแสดงความเห็นอย่างเสรีว่า จะเชิญนางบ็อกเนอร์มาหารือที่กระทรวงการต่าง ประเทศเพื่อแจ้งให้ทราบข้อเท็จจริงในโอกาสแรก ทั้งนี้เห็นว่าหากมีประเด็นใดที่สงสัยสามารถประสานกับกระทรวงการต่างประเทศได้โดยตรงและผ่านช่องทางหารือที่มีอยู่ นอกจากนี้ ยังได้สั่งการเอกอัคร-ราชทูตและผู้แทนถาวรไทยประจำสหประชาชาติ ณ นครเจนีวา เข้าพบข้าหลวงใหญ่สิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ เพื่อแจ้งข้อเท็จจริงให้ทราบอีกทางหนึ่งด้วย อย่างไรก็ตาม ประเทศไทยเดินหน้าไปมากพอ สมควรเมื่อเทียบกับช่วงต้นปีที่ผ่านมา มีความสงบเรียบร้อยมากขึ้น องค์กรต่างๆ ที่ทำหน้าที่ปฏิรูป ปรองดอง และรับผิดชอบตามกรอบที่วางไว้ ส่วนการแสดงความเห็นต่างก็มีช่องทางมากมายให้ส่งข้อ คิดเห็นเสนอต่อ สปช.
นักวิชาการแนะเปิดเวทีให้ระบาย
นายยุทธพร อิสรชัย คณบดีรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช กล่าวว่า กระแสความขัดแย้งและต่อต้านรัฐบาลวันนี้มีการขยายตัวมากขึ้นในหลายพื้นที่ รัฐบาลควรจัดเวทีให้ทุกฝ่ายอยู่ภายใต้กติกาเดียวกันพูดคุยเพื่อหาทางออก ใช้หลักของประชาธิปไตยแบบมีส่วนร่วม ไม่ควรใช้กำลังหรือกฎหมายเข้าปราบปราม กลุ่มคนที่ต่อต้านหรือเห็นต่าง เพราะกลุ่มที่ต่อต้านอาจจะลงใต้ดินทำให้เป็นปัญหาที่จะแก้ได้ยากมากขึ้น ส่วนกรณีที่มีบุคคลชู 3 นิ้วตามสถานที่ต่างๆก็ถือว่าทำได้ตามหลักสิทธิเสรีภาพ หากทำเชิงสัญลักษณ์ไม่ได้ใช้ความรุนแรงก็คงจะไม่เสียหายอะไร แต่วิธีที่ดีที่สุดคือการเข้ามาพูดคุยกันในระบบ รัฐบาลต้องหาทางรับฟังความเห็นจากพวกเขาเหล่านั้น
“เทียนฉาย” เชื่อคนส่วนใหญ่เข้าใจเรา
นายเทียนฉาย กีระนันทน์ ประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) กล่าวว่า ปัญหาความขัดแย้งและกระแสการต่อต้านรัฐบาลในหลายพื้นที่ตอนนี้ ยังไม่มีผลกระทบต่อการทำงานของ สปช. แต่หากพบว่ามีปัญหาอะไรก็ต้องรีบแก้ไขทันที โดยจะต้องทำความเข้าใจกับประชาชนว่าเราเข้ามาเพื่อปฏิรูปประเทศให้ไปสู่ทางที่ดี และเชื่อว่าประชาชนส่วนใหญ่เข้าใจการเข้ามาทำงานของเรา ส่วนการที่จะลงพื้นที่เพื่อรับฟังความคิดเห็นจากประชาชน สปช.ได้มีการประสานไปยังหน่วยงานความมั่นคงอยู่แล้ว รวมทั้งได้รับการช่วยเหลือจากกระทรวงมหาดไทยและผู้ว่าราชการจังหวัดในการอำนวยความสะดวก พวกเขารู้ว่าพื้นที่ไหนมีความต้องการอะไร ดังนั้นจึงไม่ใช่เรื่องน่าห่วง ทั้งนี้ตนหวังว่าการทำงานของ สปช.ในการปฏิรูปประเทศจะสำเร็จด้วยดี
บี้ รบ.แก้ปัญหาปากท้องลดแรงต้าน
นายวันชัย สอนศิริ สปช. ในฐานะโฆษกวิป สปช. กล่าวว่า กฎอัยการศึกไม่เป็นปัญหาต่อการปฏิรูปประเทศ แต่หากรัฐบาลและ คสช.ใช้อำนาจตรงนี้ เป็นจะเป็นการเสริมให้การปฏิรูปมีความเข้มแข็งมากขึ้น แต่หากมีการปล่อยฟรีให้กลุ่มหรือบุคคลต่างๆทำอะไรได้ตามใจชอบ อาจจะเป็นปัญหาต่อ การปฏิรูปได้ ทั้งการปลุกระดมกระแสการต่อต้าน ปลุกม็อบขึ้นมา ทำให้เหตุการณ์บานปลายมากขึ้นมากกว่าเดิม ซึ่งหากรัฐบาลและ คสช.ต้องการให้สถานการณ์เบาบางลงไม่ควรที่จะไปใช้กำลังหรือกฎหมายเข้าสู้ แต่ควรจะเน้นการแก้ไขปัญหาทางเศรษฐกิจ นำเม็ดเงินกระจายลงสู่ทุกพื้นที่ เพราะหากสามารถแก้ไขปัญหาปากท้องได้กระแสการต่อต้านและปัญหาความขัดแย้งจะเบาบางลงได้ เพราะประชาชนส่วนใหญ่จะสนใจเรื่องปัญหาปากท้องมากกว่าปัญหาการเมือง หากพวกเขาท้องอิ่ม คนที่จะไปปลุกกระแสต่อต้านก็จะไม่มีผล
“วรชัย” ขอ คสช.อย่าถือสาโจ๋ 3 นิ้ว
นายวรชัย เหมะ อดีต ส.ส.สมุทรปราการ พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ต้องยอมรับสถานการณ์บ้าน เมืองขณะนี้สร้างความอึดอัดให้กับประชาชนเพิ่มมากขึ้น หลายภาคส่วน ไม่ว่าจะเป็นสถาบันการศึกษา องค์กร รวมทั้งพรรคการเมือง ถูกสั่งห้ามเคลื่อนไหวหรือทำกิจกรรมทางการเมืองกันหมด เมื่อไม่สามารถแสดงความคิดเห็นในสถานการณ์ที่พวกเขารู้สึกถูกคุกคาม กดดัน ประกอบกับปัญหาเศรษฐกิจที่รุมเร้า มีแต่ปัจจัยด้านลบ จึงทำให้กลุ่มนักศึกษาหรือภาคประชาชนแสดงออกโดยการชูสามนิ้วเพื่อเป็นการระบายออกบ้าง ดังนั้นจึงอยากให้ คสช.และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องรอมชอมและอย่าถือสา ไม่ใช่เอะอะก็จับกุมตัวไปปรับทัศนคติ หากประชาชนทนไม่ไหวออกมาชูสามนิ้วกันทั้งประเทศจะทำอย่างไร
ซัด ป.ป.ช.อีกต้นเหตุความขัดแย้ง
นายวรชัยกล่าวต่อว่า อีกหนึ่งปัจจัยด้านลบที่สำคัญ และกำลังจะนำไปสู่ความขัดแย้งในประเทศรอบใหม่ คือกรณีที่ ป.ป.ช.พิจารณาเดินหน้าถอดถอนอดีต ส.ส.และ ส.ว. 300 กว่าคน กรณีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ทั้งที่พวกเราได้รับฉันทามติจากประชาชน 16 ล้านคนที่เลือกเราเข้ามา ซึ่งเราหาเสียงไว้ว่าจะเข้ามาแก้ไขรัฐธรรมนูญ สุดท้ายกลายเป็นว่าพวกเราเป็นฝ่ายล้มล้างการปกครอง และจะส่งให้ สนช.ซึ่งมาจากการยึดอำนาจ เป็นฝ่ายถอดถอนพวกเราอีก ทั้งนี้ ป.ป.ช.ควรเอาเวลาไปจัดการกับคดี ปรส.สมัยรัฐบาลนายชวน หลีกภัย เป็นนายกฯ ที่ทำให้ประเทศชาติเสียหายกว่า 8 แสน ล้านบาทจะดีกว่า ไม่เช่นนั้นประชาชนอาจจะมองว่า ป.ป.ช.ทำหน้าที่สองมาตรฐาน กระเหี้ยนกระหือรือ สนองตัณหาของตัวเองด้วยการจ้องแต่ทำลายพรรคเพื่อไทยเพียงฝ่ายเดียวได้
“บวรศักดิ์” เล่าเรื่องโค-ผู้นำสอนใจ
เมื่อเวลา 12.40 น. ที่โรงแรมเดอะสุโกศล สมาคมนักเรียนทุนรัฐบาลไทยร่วมกับมูลนิธิสมาคมนักเรียนทุนรัฐบาลไทย จัดพิธีมอบเข็มทองคำเชิดชูเกียรติและประกาศเกียรติคุณแก่นักเรียนทุนรัฐบาลไทยดีเด่นประจำปี 57 อาทิ นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ รองประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติคนที่ 1 และประธานคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ มีนายยงยุทธ ยุทธวงศ์ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานมอบรางวัล จากนั้นนายบวรศักดิ์กล่าวปาฐกถาพิเศษ เรื่อง “อานิสงส์ของการสวดมนต์” ตอนหนึ่งว่า การบริหารการปกครองต้องพึ่งหลักพุทธศาสนา จะไปยึดตามแบบตะวันตกอย่างเดียวไม่ได้ เพราะมุ่งเน้นให้ระบบดี แต่มักทิ้งตัวคน ซึ่งในความเป็นจริงระบบดี คนก็ต้องดี ด้วย หากระบบไม่ดี คนก็ไม่ดี จะเกิดความเสียหายเหมือนรัฐธรรมนูญในอดีต
“พระพุทธเจ้ากล่าวถึงผู้นำโดยเปรียบเทียบว่า ในฝูงโคจะมีโคตัวหนึ่งเป็นผู้นำ ถ้าตัวผู้นำพาฝูงโคลงแม่น้ำลึกและตลิ่งชัน โคในฝูงก็จะตายจำนวนมาก แต่ถ้าผู้นำพาลงน้ำตื้น ตลิ่งเรียบ โคทั้งฝูงก็จะสวัสดี ดังนั้นผู้นำต้องมีปัญญาการรู้แจ้ง เพราะสังคมจะดีหรือร้ายขึ้นอยู่ที่ตัวผู้นำจะพาไป” นายบวรศักดิ์กล่าว
แนะต้องมี 3 ดี-ทำ รธน.อยู่ทน
จากนั้นนายบวรศักดิ์ให้สัมภาษณ์ถึงการยกร่างรัฐธรรมนูญว่า รัฐธรรมนูญจะอยู่ได้ถาวรหรือไม่อยู่ที่ 1.ต้องเป็นรัฐธรรมนูญที่ดี 2.มีผู้ใช้รัฐธรรมนูญที่ดี 3.มีวัฒนธรรมการเมืองที่ดีของพลเมือง นักการเมือง สามสิ่งนี้ทำให้รัฐธรรมนูญอยู่ได้นาน ถ้ารัฐธรรมนูญดี นักการเมืองไม่ดี หรือรัฐธรรมนูญไม่ดี นักการเมืองดีก็จะมีปัญหา ทั้งหมดนี้เป็นโจทย์ใหญ่ การเขียนรัฐธรรมนูญไม่อาจแก้ปัญหาเชิงวัฒนธรรมได้ เช่น วัฒนธรรมอุปถัมภ์ที่อยู่ในสังคมไทยมานาน หรือการซื้อเสียงขายเสียงในการเลือกตั้งก็แก้ไม่ได้ด้วย กกต.หรือรัฐธรรมนูญ ขึ้นอยู่กับจะทำอย่างไรไม่ให้คนไทยขายเสียง หรือทำให้นักการเมืองเห็นว่าการซื้อเสียงเป็นเรื่องน่ารังเกียจ เรื่องเหล่านี้ไม่ได้อยู่ที่รัฐธรรมนูญ เพราะกฎหมายคุ้มครองไม่ได้ หากผู้ใช้ไม่นับถือก็ไม่มีความหมาย รัฐธรรมนูญเป็นเพียงแค่กระดาษหรือเอกสาร ชิ้นหนึ่งเท่านั้น เพราะฉะนั้นต้องดีทั้งคนและระบบ
เล็งประชาพิจารณ์อย่างน้อย 10 รอบ
เมื่อถามว่า มีแนวคิดให้ทำประชาพิจารณ์เรื่องการแก้รัฐธรรมนูญ นายบวรศักดิ์ตอบว่า ประชา-พิจารณ์มีแน่ กรรมาธิการยกร่างฯ จะทำอย่างน้อย 10 ครั้ง ขณะที่ สปช.จะทำในระดับจังหวัดทั้งกรรมาธิการยกร่างฯและ สปช.จะประสานงานกัน เพื่อไม่ให้เกิดการซ้ำซ้อนกัน ส่วนการฟังความเห็นจากพรรคการเมืองนั้นทราบว่า นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ จะติดต่อมายังกรรมาธิการยกร่างฯภายในวันที่ 24 พ.ย. ขณะที่พรรคเพื่อไทยก็ติดต่อมาเช่นกัน ซึ่ง พล.อ.เลิศรัตน์ รัตนวานิช โฆษกกรรมา-ธิการยกร่างฯ จะแถลงความคืบหน้าในวันที่ 24 พ.ย.
แถมประชามติอีก 1 ครั้ง-ยังไม่แน่
เมื่อถามว่า หากมีการทำประชาพิจารณ์แล้วต้องทำประชามติด้วยหรือไม่ นายบวรศักดิ์ตอบว่า การจะทำประชามติหรือไม่อยู่ที่ ครม. ส่วนตัวเห็นว่าควรทำประชามติ แต่คนตัดสินใจไม่ใช่ สปช. หรือกรรมาธิการยกร่างฯ ขณะนี้ยังไม่ถึงเวลา อย่าเพิ่งพูด เมื่อถามว่า มี สนช.บางคนแสดงความเห็นว่า ต้องวางกรอบห้ามแก้ไขรัฐธรรมนูญ นายบวรศักดิ์ตอบว่า เป็นความเห็นส่วนตัว แต่กรรมาธิการยกร่างฯ ยังไม่ได้คุยถึงประเด็นนี้
อนุฯ กมธ.วางกรอบหมวดอำนาจรัฐ
นายไพบูลย์ นิติตะวัน กมธ.ยกร่างฯ ในฐานะประธานคณะอนุ กมธ.พิจารณากรอบการจัดทำรัฐธรรมนูญ คณะที่ 8 ว่าด้วยนิติธรรม ศาล และการตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐ กล่าวว่า ในวันที่ 24 พ.ย. ทางอนุฯ กมธ.จะมีการประชุมเพื่อวางกรอบการจัดทำรัฐธรรมนูญในประเด็นเนื้อหาสาระเกี่ยวกับการตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐว่าจะต้องตรวจสอบเรื่องใด ตรวจสอบใคร และใช้กลไกใด จากนั้นก็จะ เข้าสู่การพิจารณาเนื้อหาสาระในส่วนขององค์กรอิสระและองค์กรตามรัฐธรรมนูญ รวมทั้งการตั้งสภาตรวจ สอบภาคประชาชน 77 จังหวัด ว่ารูปแบบการดำเนินงานและกรอบอำนาจหน้าที่ควรจะเป็นอย่างไรและหน่วยงานใดจะเข้ามาทำหน้าที่เป็นหน่วยงานธุรการช่วยประสานการทำงาน
ดีใจกลุ่ม-พรรคการเมืองร่วมมือ
นายไพบูลย์ กล่าวว่า สำหรับความคืบหน้าการเชิญพรรคการเมืองและกลุ่มที่เคลื่อนไหวทางการเมืองมาเสนอความคิดเห็นต่อ กมธ. ยกร่างฯ ทราบว่าในช่วงเช้าวันที่ 25 พ.ย. กปปส. จะส่งตัวแทนเข้ามาหารือกับ กมธ.ยกร่างฯ ส่วนพรรคเพื่อไทยก็ประสานมาว่าจะส่งผู้บริหารระดับสูงซึ่งมีบทบาทสำคัญของพรรคมาเป็นตัวแทนในการเสนอความคิดเห็น ส่วนจะเป็นวันและเวลาใดนั้นขณะนี้อยู่ระหว่างการประสานงาน ทั้งนี้ มองว่าการที่พรรคการเมือง และกลุ่มที่เคลื่อนไหวทางการเมืองให้ความร่วมมือมาเสนอความคิดเห็นต่อ กมธ.รัฐธรรมนูญเป็นเรื่องที่ดีและเป็นประโยชน์กับทั้งสองฝ่ายมาก เพราะความเห็นและข้อมูลที่เสนอมานั้นก็จะถูกนำไปประกอบการพิจารณายกร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่
พท.อ้ารับ กมธ.ยกร่างฯมาเยือนรัง
นายอุดมเดช รัตนเสถียร อดีต ส.ส.นนทบุรี พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า หลังจากที่พรรคเพื่อไทยได้ทำหนังสือถึงกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ เพื่อขอให้ประสานงานกับคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ให้มีการเปิดประชุมพรรคเพื่อระดมความเห็นเรื่องการยกร่างรัฐธรรมนูญได้ ล่าสุด คณะกรรมาธิการยกร่างฯได้ทำหนังสือตอบกลับมาแล้ว เมื่อวันที่ 21 พ.ย.โดยบอกว่า กรรมาธิการยกร่างฯจะเป็นฝ่ายมารับฟังความเห็นเรื่องการยกร่างรัฐธรรมนูญจากพรรคเพื่อไทยเอง แต่ยังไม่ได้กำหนดว่า ใครจะนำทีมมา และจะมาเมื่อใด ดังนั้นพรรคเพื่อไทยก็ไม่ รังเกียจที่จะปฏิเสธการหารือกัน พร้อมให้ความร่วมมือในการแสดงความเห็น แต่ต้องหารือก่อนว่า จะส่งใครเป็นตัวแทนหารือกับกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ
อย่าคิดสกัดขั้วอำนาจเก่าพ้นทาง
นายอุดมเดชกล่าวถึงกรณีที่นายสมชาย แสวงการ สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ออกมาระบุว่า สมาชิกรัฐสภาชุดใหม่มีความสำคัญ ต้องไม่ปล่อยให้กลุ่มบุคคลเดิมกลับเข้าสู่อำนาจได้อีกว่า คนกลุ่มเดิมมีปัญหาอะไร การเป็นตัวแทนประชาชนย่อมมีความชอบธรรม อย่ากีดกันปิดกั้นใคร และอย่าไปดูถูกดุลพินิจของประชาชน เพราะตอนนี้เขาเข้าใจการเมือง หากมีการเขียนกฎกติกาขึ้นมาแบบนั้นจริง รู้ได้อย่างไรว่าประชาชนจะทำตาม อีกทั้งการให้ประชาชนยอมรับกฎกติกาใหม่ต้องให้ประชาชนมีส่วนร่วม ขณะนี้ก็เห็นว่าผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องพยายามทำอยู่ เมื่อถามถึงกรณีที่ นายตวง อันทะไชย สนช. ออกมาระบุว่า รัฐธรรมนูญฉบับใหม่อาจมีการห้ามทำลายลบล้างหลักการสำคัญที่รัฐธรรมนูญร่างไว้ นายอุดมเดชตอบว่า ถ้าเขียน รัฐธรรมนูญให้เป็นที่ยอมรับของคนส่วนใหญ่ เป็นไปตามหลักสากลที่ประเทศประชาธิปไตยใช้กันก็ไม่น่าจะกลัวว่าใครจะมาแก้ไข แต่ถ้าหมกเม็ดอะไรไว้ หรือไม่เป็นกลางก็คงต้องกังวลว่าจะมีกระแส เรียกร้องให้มีการแก้ถึงต้องกำหนดระยะเวลาห้ามแก้ไว้
“บิ๊กตู่” นำ 2 รมต.ใหม่เข้าถวายสัตย์ฯ
เมื่อเวลา 16.52 น.พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จลงจากที่ประทับชั้น 16 อาคารเฉลิมพระเกียรติ โรงพยาบาลศิริราช ยังห้องประชุมสมเด็จพระเจ้า พี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาส-ราชนครินทร์ ชั้น 14 อาคารเฉลิมพระเกียรติ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์-โอชา นายกรัฐมนตรี นำรัฐมนตรีที่โปรดเกล้าฯ แต่งตั้งเพิ่มเติม จำนวน 2 คน ได้แก่ นายวิสุทธิ์ ศรีสุพรรณ รมช.คลัง และนายอำนวย ปะติเส รมช.เกษตรและสหกรณ์ เฝ้าฯถวายสัตย์ปฏิญาณก่อนเข้ารับหน้าที่ โอกาสนี้นายอำพล กิตติอำพน เลขาธิการคณะรัฐมนตรี ร่วมเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทด้วย
ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมอีกว่า หลังจากที่ พล.อ.ประยุทธ์ ได้นำสองรัฐมนตรีเข้าเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวแล้ว พระบาท สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวยังทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ พล.อ.ประยุทธ์ นายกรัฐมนตรีเข้าเฝ้าฯ กราบบังคมทูลถวายรายงานเป็นการส่วนพระองค์ต่อเนื่องอีกกว่า 40 นาที จึงเสด็จขึ้นที่ประทับชั้น 16
26—28 นี้สำนวนสอย 38 ส.ว.ถึง สนช.
นายสรรเสริญ พลเจียก เลขาธิการ ป.ป.ช. กล่าวถึงความคืบหน้าการส่งสำนวนคดีการถอดถอนอดีต 38 ส.ว. กรณีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ เรื่องที่มา ส.ว.โดยมิชอบ ให้สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ดำเนินการถอดถอนว่า ขณะนี้ ป.ป.ช.ยังไม่ได้ส่งรายงานและสำนวนถอดถอนดังกล่าวให้ที่ประชุม สนช. เนื่องจากสัปดาห์ที่ผ่านมานายปานเทพ กล้า-ณรงค์ราญ ประธาน ป.ป.ช. ติดภารกิจเดินทางไปต่างประเทศ ยังไม่ได้ลงนามรับรองมติที่ประชุม ป.ป.ช.เรื่องการถอดถอนคดีดังกล่าว แต่ขณะนี้นายปานเทพเดินทางกลับมาแล้ว และจะเซ็นลงนามรับรองมติที่ประชุมได้ภายในสัปดาห์นี้ คาดว่าน่าจะส่งรายงานและสำนวนถอดถอนให้ สนช.ได้ในช่วงประมาณวันที่ 26-28 พ.ย.
เร่งคดี 268 อดีต ส.ส.แก้ รธน.มิชอบ
นายสรรเสริญกล่าวอีกว่า ส่วนคดีการถอดถอนอดีต ส.ส. 268 คน กรณีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ เรื่องที่มา ส.ว.โดยมิชอบนั้น ขณะนี้อยู่ระหว่างการไต่สวนของ ป.ป.ช. ซึ่งกำลังมีการแจ้งข้อกล่าวหาเพิ่มเติมกันอยู่ หาก ป.ป.ช.ดำเนินการไต่สวนอดีต ส.ส.คนใดเสร็จแล้ว ก็จะทยอยชี้มูลความผิดไปก่อนเป็นกลุ่มๆไป คาดว่าจะเริ่มทยอยชี้มูลความผิดอดีต ส.ส.ได้ภายในเดือน ธ.ค.นี้ จะไม่รอชี้มูลความผิดพร้อมกันทีเดียวทั้ง 200 กว่าคน จะยิ่งทำให้คดีช้าไปเรื่อยๆ เพราะอดีต ส.ส.บางคนมีคดีอาญาเรื่องการเสียบบัตรแทนกันร่วมอยู่ด้วย
ป.ป.ช.ชงแก้ ก.ม.เพิ่มอำนาจตัวเอง
นายสรรเสริญกล่าวถึงกรณีที่ ป.ป.ช.เสนอร่าง พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการทุจริต (ฉบับที่...) พ.ศ.... ต่อสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ซึ่งจะมีการพิจารณารับหลักการในวันที่ 27 พ.ย.ว่า ร่าง พ.ร.บ.ดังกล่าวที่ ป.ป.ช.เสนอต่อ สนช. เป็นการปรับปรุงเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของ ป.ป.ช. มีทั้งหมด 28 มาตรา มีหลักการสำคัญหลายเรื่อง อาทิ มาตรา 19 เรื่องการให้หยุดนับอายุความในระหว่างที่ผู้ถูกกล่าวหา หรือจำเลยหลบหนีระหว่างถูกดำเนินคดี จะไม่ให้นับเวลาที่หลบหนีรวมเป็นส่วนหนึ่งของอายุความ เพราะที่ผ่านมามักมีปัญหาผู้ถูกกล่าวหาหลบหนีคดี ระหว่างนำตัวไปส่งฟ้องคดี รอจนกว่าคดีหมดอายุความแล้วค่อยกลับมาใหม่ จึงต้องแก้กฎหมายใหม่ให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น หลังจากนี้หากใครคิดจะหนีคดี ก็ต้องหนีไปตลอดชีวิต
จะให้ จนท.พกปืนไปจับผู้ต้องหา
นายสรรเสริญกล่าวว่า หลักการสำคัญอีกเรื่องคือ มาตรา 18 ที่มีการเพิ่มอำนาจให้เจ้าหน้าที่ ป.ป.ช.มีอำนาจเหมือนเจ้าพนักงานตำรวจในการจับกุมผู้ถูกกล่าวหาได้ ในกรณีที่ผู้ถูกกล่าวหาไม่ยอมไปรายงานตัวตามที่กำหนด และถูกศาลออกหมายจับแล้ว จากเดิมที่ ป.ป.ช.ต้องประสานให้ตำรวจเป็นผู้จับกุมให้ เพราะที่ผ่านมาเวลามีผู้ถูกกล่าวหาหลบหนีคดี ป.ป.ช.จะมีเจ้าหน้าที่คอยติดตามตัว บางครั้งรู้ว่า หลบหนีไปอยู่ที่ไหน แต่ไม่มีอำนาจจับกุม ต้องประสานตำรวจเป็นผู้จับ ทำให้บางครั้งผู้ถูกกล่าวหาหลบหนีไปได้อีก จึงต้องเพิ่มอำนาจให้สามารถจับตัวผู้กระทำผิดมาลงโทษได้ แต่ไม่ได้หมายความว่า ป.ป.ช.จะไปมีอำนาจจับกุมเหมือนตำรวจได้ในทุกกรณี ต้องเป็นกรณีที่หลบหนี แล้วถูกออกหมายจับแล้วเท่านั้น การแก้ไขมาตรานี้ ป.ป.ช.จะไปเพิ่มประสิทธิภาพเจ้าหน้าที่ ป.ป.ช.ชุดจับกุม นำตัวไปฝึกการเข้าจับกุมเหมือนที่ตำรวจปฏิบัติกัน มีอำนาจพกอาวุธปืน เพื่อป้องกันตัวระหว่างเข้าจับกุม แต่ไม่ใช่ว่าจะให้พกปืนไปในที่สาธารณะได้ทุกที่ ต้องเป็นการเข้าจับกุมจริงๆเท่านั้น ป.ป.ช.จะส่งเจ้าหน้าที่ชุดจับกุมเหล่านี้ไปฝึกที่โรงเรียนนายร้อยตำรวจ เรียนหลักสูตรเหมือนที่ตำรวจใช้กัน
แจ้งกรุเท็จห้ามเล่นการเมืองตลอดชีพ
นายสรรเสริญกล่าวว่า ส่วนเรื่องการแสดงบัญชีทรัพย์สินของนักการเมือง ในมาตรา 12 นั้น จะแก้ไขกรณีที่นายกรัฐมนตรี รัฐมนตรี ส.ส. และ ส.ว. ไม่ยอมแจ้งบัญชีทรัพย์สิน หรือแจ้งบัญชีทรัพย์สินเท็จ และถูกศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ตัดสินว่ามีความผิดจริง จะต้องถูกตัดสิทธิห้ามกลับมาดำรงตำแหน่งในพรรค การเมือง และเจ้าหน้าที่ของรัฐอีก จากเดิมที่กำหนดไว้ว่า ห้ามดำรงตำแหน่งเพียง 5 ปีเท่านั้น เพื่อที่จะบังคับให้กฎหมายมีความศักดิ์สิทธิ์มากขึ้น ไม่ใช่ว่า พอพ้น 5 ปีไปแล้ว ก็กลับมาดำรงตำแหน่งใหม่ จึงต้องห้ามมิให้กลับมาดำรงตำแหน่งได้อีก