
ม็อบบุกกองทัพจี้เลิกหนุนคสช.
58 พรรคเก่าตอบรับหารือ กกต. แกนนำใหญ่ ปชป.-พท.-ชพน.-ชทพ.-ภท.มากันพร้อมหน้า พรรคทางเลือกใหม่เริ่มประเดิมคิวแรก โวแหลกกวาด ส.ส. หนุน “บิ๊กตู่” นายกฯคนนอก “มาร์ค” ไม่หวั่นพรรคใหม่ขยับ ชู “หลานไอติม”- คนรุ่นใหม่ เตือนผู้นำใช้ ม.44 แทรกแซงองค์กรอิสระ ห่วงกระทบเลือกตั้งในอนาคต “ตือ” เชื่อได้ กกต.ใหม่เนื้อเดียวกับรัฐบาล-คสช. “วรชัย” จับตา 7 อรหันต์ กกต.เป็นกลางจริงหรือไม่ “เสี่ยหนู” ถือฤกษ์ดีขอพรย่าโมนำทัพสู้ศึก “สมชัย” ชี้ปมคำทำนายที่ 7 ช่องว่างอำนาจ กกต.-รัฐบาล-คสช. ทำให้เลือกตั้งเป็นโมฆะได้ กลุ่มคนอยากเลือกตั้งมาตามนัด เดินเท้าบุก บก.ทบ. จี้กองทัพเลิกหนุนหลัง คสช.
ประเด็นการใช้อำนาจมาตรา 44 ของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. ปลดนายสมชัย ศรีสุทธิยากร พ้นจากกรรมการ กกต. เริ่มถูกวิพากษ์วิจารณ์ว่าเป็นการแทรกแซงองค์กร อิสระโดยฝ่ายการเมืองแสดงความเป็นห่วงว่าอาจส่งผลกระทบต่อการจัดเลือกตั้งที่บริสุทธิ์ ยุติธรรม และโปร่งใสได้
“วิษณุ” อุบไต๋จับเข่าคุย “ศุภชัย”
เมื่อวันที่ 24 มี.ค. นายวิษณุ เครืองาม รองนายก รัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีนายศุภชัย สมเจริญ ประธานกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เข้าหารือถึงการเชิญพรรคการเมืองมาพูดคุยในวันที่ 28 มี.ค. ว่า กกต.จะเชิญอยู่แล้ว ไม่เกี่ยวกับตน แต่มีคำถามที่พรรค การเมืองสอบถามมา และในคำสั่งหัวหน้า คสช.ที่ 53/2560 ระบุว่า ถ้ามีปัญหาข้อปฏิบัติเรื่องใด ให้ กกต.และ คสช.หารือกัน จึงมีการประชุมร่วมกัน ระหว่างผู้แทน คสช. และ กกต. ส่วนเนื้อหาการหารือตอบไม่ได้ เมื่อถามว่าในคำสั่ง คสช. ระบุละเอียดแล้วทำไมต้องมีการหารือกันอีก นายวิษณุตอบว่า คำถามจากพรรคการเมืองมีมากถึง 20 คำถาม มีอยู่ 6-7 คำถามที่ กกต.ตอบเองไม่ได้ และไม่แน่ใจว่าตอบแล้วจะตรงจุดประสงค์หรือไม่ จึงเชิญตัวแทนจากกฤษฎีกา กกต. และ คสช.มาหารือกัน และยังพูดคุยถึงกรณีพรรคการเมืองใหม่ยื่นขอจัดประชุมพรรค ตัวแทนคสช.เล่าว่าอนุญาตแค่บางกรณี จึงมีคำถามว่าอะไรคือหลักเกณฑ์ พอได้พูดคุยกันแล้วเรื่องก็จบ
58 พรรคเก่าตอบรับแล้ว
พ.ต.อ.จรุงวิทย์ ภุมมา รองเลขาธิการ กกต. รักษาการเลขาธิการ กกต. กล่าวว่า สำนักงาน กกต. เตรียมการสำหรับจัดประชุมพรรคการเมืองในวันที่ 28 มี.ค. เรียบร้อยแล้ว มีพรรคการเมืองเข้าร่วม 58 พรรค ประมาณ 294 คน ให้เฉพาะพรรคการเมืองเก่าที่เคยจดทะเบียนกับ กกต.ไว้ เพราะ กกต.จัดประชุมเฉพาะกลุ่มการเมืองใหม่ไปแล้วเมื่อวันที่ 9 ก.พ. ส่วนจะมีพรรคการเมืองเข้าร่วมประชุมครบทั้ง 69 พรรคหรือไม่ต้องรอดู
แกนนำพรรคใหญ่พร้อมหน้า
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับพรรคที่ตอบรับเข้าร่วมประชุมชี้แจงแนวทางการดำเนินกิจการพรรค การเมือง ครั้งที่ 2/2561 ล่าสุดมี 58 พรรค 294 คน อาทิ พรรคประชาธิปัตย์ นำโดยนายอสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรค นายจุติ ไกรฤกษ์ เลขาธิการพรรค พรรคเพื่อไทย นำโดย พล.ต.ท.วิโรจน์ เปาอินทร์ รักษาการหัวหน้าพรรค นายภูมิธรรม เวชยชัย รักษาการเลขาธิการพรรค และนายชูศักดิ์ ศิรินิล ประธานที่ปรึกษาฝ่ายกฎหมาย พรรคชาติพัฒนา นำโดยนายวรรณรัตน์ ชาญนุกูล หัวหน้าพรรค นายประเสิรฐ บุญชัยสุข เลขาธิการพรรค พรรคชาติไทยพัฒนา นำโดยนายธีระ วงศ์สมุทร หัวหน้าพรรค นายวราวุธ ศิลปอาชา ที่ปรึกษาหัวหน้าพรรค พรรคภูมิใจไทย นำโดยนายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรค พรรคพลังชล นายพันธุ์ศักดิ์ เกตุวัตถา เลขาธิการพรรค เป็นต้น
สนช.ยกกฎหมายป้อง คสช.
นพ.เจตน์ ศิรธรานนท์ โฆษกคณะกรรมาธิการวิสามัญกิจการสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (วิป สนช.) กล่าวว่า เสียงวิพากษ์วิจารณ์การใช้คำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ตามมาตรา 44 ปลดนายสมชัย ศรีสุทธิยากร พ้นตำแหน่ง กกต.ว่าเป็นการแทรกแซงองค์กรอิสระนั้น ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 265 บัญญัติว่าให้ คสช.ยังมีอำนาจและหน้าที่ที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญชั่วคราวไปจนกว่าจะมีรัฐบาลใหม่ รัฐบาลมีทีมนักกฎหมาย รวมถึงสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาดูอยู่ คาดว่าคงชั่งน้ำหนักทั้งข้อดีข้อเสียแล้ว ก่อนตัดสินใจใช้อำนาจ คงไม่ใช้พร่ำเพรื่อ ใช้เท่าที่จำเป็น และ พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วย กกต. ก็ให้เซ็ตซีโร่ กกต.ชุดเดิมไปแล้วแต่ยังให้ปฏิบัติหน้าที่ต่อไปจนกว่าจะมี กกต.ชุดใหม่ และไม่ใช่การรักษาการณ์ในตำแหน่งด้วย ฝ่ายบริหารเพียงแต่สั่งให้หยุดปฏิบัติหน้าที่เท่านั้น เป็นเครื่องมือฝ่ายบริหารในการทำงานหรือแก้ปัญหา คงไม่กระทบอะไร ไม่ถือว่าแทรกแซงองค์กรอิสระ เพราะใช้คำสั่งกับนายสมชัยเพียงคนเดียว ยังเหลืออีก 4 คนยังคงปฏิบัติหน้าที่ต่อไปได้ไม่สะดุด
ทางเลือกใหม่ประชุมนัดแรก
วันเดียวกันเวลา 08.00 น. ที่โรงแรมริเวอร์ไซด์ พรรคทางเลือกใหม่จัดประชุมพรรคการเมืองเป็นกลุ่มแรก หลัง คสช.อนุญาตให้จัดประชุมเพื่อดำเนินกิจกรรมทางการเมือง โดยมีสมาชิกทยอยเข้าประชุม ท่ามกลางเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงเข้าร่วมสังเกตการณ์อย่างใกล้ชิด ทั้งนี้ที่ประชุมมีมติให้นายราเชน ตระกูลเวียง เป็นหัวหน้าพรรค นายไพโรจน์ กระทุ่มทองเลิศ เป็นเลขาธิการพรรค และรับรองการแต่งตั้งคณะกรรมการบริหารพรรคในตำแหน่งอื่น ต่อมานายราเชนแถลงนโยบายพรรคว่า พรรคทางเลือกใหม่ ยึดมั่นในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ตามกฎเกณฑ์การจัดตั้งพรรคการเมือง พรรคมีทุนประเดิมแล้วกว่า 900,000 บาท มีสมาชิกผู้เข้าร่วมจัดตั้งพรรคประมาณ 500 คน
โวแหลกกวาด ส.ส.หนุน “บิ๊กตู่”
นายราเชนให้สัมภาษณ์เพิ่มเติมว่า ขอบคุณคสช.ที่อนุญาตให้จัดประชุมอย่างเป็นทางการ เชื่อว่า คสช.จะรักษาสัญญาเรื่องการจัดเลือกตั้ง พรรคจะชูนโยบายเงินทุนเจ้าบ้าน ไม่ใช่ประชานิยม แต่เป็นไทยนิยม เท่าที่ลงพื้นที่นโยบายนี้ได้รับการตอบรับดี โดยเฉพาะในภาคอีสาน จึงเชื่อว่าจะได้ ส.ส. 50 ที่นั่ง ขณะนี้มั่นใจว่าจะได้ ส.ส.เขตแน่นอนแล้ว 10 ที่นั่ง เราเป็นมิตรกับทุกพรรคที่มีอุดมการณ์ รักชาติ ศาสนา กษัตริย์ เน้นความสามัคคี จะแข่งขันเชิงนโยบาย ไม่ใช้กระแส ไม่ใช้กระสุน ไม่ใช้วิธีสกปรก เพื่อเป็นทางเลือกใหม่อย่างแท้จริง ทั้งนี้มีอดีต ส.ส.ติดต่อขอเข้าร่วม แต่เราไม่รับ เพราะอยากเป็นทางเลือกใหม่ พร้อมเป็นรัฐบาล แต่ไม่พร้อมเป็นฝ่ายค้าน ส่วนการเสนอชื่อบุคคลเป็นนายกรัฐมนตรี 3 รายชื่อนั้น ยืนยันว่าไม่ใช่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา แต่พร้อมสนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์เป็นนายกฯคนนอก ประเด็นสำคัญหากเราเข้าร่วมรัฐบาล นโยบายเงินทุนเจ้าบ้านต้องทำทันที ส่วนกรณีที่เคยร่วมชุมนุมกับกลุ่ม กปปส.ไม่กังวลว่าจะถูกนำมาโจมตี เพราะทุกคนเคยมีอดีตและไม่เคยหารือกับใครแม้แต่นายสุเทพ เทือกสุบรรณ อดีตแกนนำ กปปส.
“มาร์ค” ไม่หวั่นพรรคใหม่ขยับ
ขณะที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ โพสต์ข้อความผ่านแอพพลิเคชั่นไลน์ ระบุว่า มีเพื่อนๆสอบถามเรื่องการเป็นสมาชิกพรรค ขอชี้แจงเบื้องต้นว่า การสมัครเป็นสมาชิกใหม่ยังไม่สามารถทำได้ จนกว่า คสช.จะปลดล็อก สำหรับการยืนยันการเป็นสมาชิกเก่าทำได้ในช่วงเดือน เม.ย.เท่านั้น ขณะนี้ยังรอการชี้แจงจาก กกต. เกี่ยวกับรายละเอียดวิธีการ และหลักฐานที่ต้องใช้ เมื่อทราบแล้วจะรีบแจ้งให้ทราบ
ต่อมาที่สถาบันพระปกเกล้า นายอภิสิทธิ์ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีพรรคทางเลือกใหม่จัดประชุมพรรคตามคำอนุญาตของ คสช.ว่า ทุกอย่างเป็นไปตามเงื่อนไขคำสั่ง คสช. หลังจากนั้นขึ้นอยู่กับจะปลดล็อกให้พรรคการเมืองทำกิจกรรมได้เมื่อไร ไม่ได้กังวลว่าพรรคการเมืองเก่าจะเสียเปรียบพรรคใหม่ เพราะพรรคใหม่อยู่ในขั้นตอนต้องจัดตั้งพรรคให้เสร็จเรียบร้อย ที่จริงก็เปิดให้ทำกิจกรรมได้ตั้งแต่วันที่ 1 มี.ค. และอยากให้ คสช.อนุญาตให้กลุ่มต่างๆ ตั้งพรรคได้เพื่อเตรียมพร้อมเข้าสู่การเลือกตั้ง
ชู “หลาน ไอติม”–คนรุ่นใหม่
เมื่อถามว่านายพริษฐ์ วัชรสินธุ หรือไอติม หลานชาย ไปร่วมงานเสวนา “อนาคตประเทศไทยไปทางไหน” ระบุว่า พรรคประชาธิปัตย์จะก้าวข้ามการเป็นพรรคอนุรักษนิยม เพื่อเปลี่ยนแปลงไปสู่ประชาธิปัตย์ยุคใหม่มีนัยยะสื่อว่าพรรคจะผลักดันคนรุ่นใหม่เต็มที่ใช่หรือไม่ นายอภิสิทธิ์ตอบว่า ใช่ และขอเชิญชวนคนรุ่นใหม่ให้เข้ามาช่วยงานกันมากๆ เพื่อเพิ่มความหลากหลายให้กับพรรคและการเมืองไทย มั่นใจว่าจะสร้างความเปลี่ยนแปลงได้ เพราะคนทุกรุ่นในพรรคมีส่วนร่วมบริหารจัดการพรรคอยู่แล้ว เมื่อถามย้ำว่าจะปรับโฉมใหม่ของพรรคประชาธิปัตย์หรือไม่ นายอภิสิทธิ์ตอบสั้นๆ ว่า พรรคต้องเปลี่ยนแปลงตลอดเวลาอยู่แล้ว
เตือนผู้นำใช้ ม.44 แทรกแซง
นายอภิสิทธิ์ยังกล่าวถึงกรณี พล.อ.ประยุทธ์ใช้อำนาจมาตรา 44 ปลดนายสมชัย ศรีสุทธิยากร พ้น กกต. ว่า อยากให้ คสช.ระมัดระวังการใช้อำนาจนี้ เพราะมาตรา 44 เป็นเหมือนอำนาจของฝ่ายบริหาร แต่กลับปลดกรรมการในองค์กรอิสระได้ ถ้าเป็นอย่างนี้ต่อไปในการเลือกตั้งจะถูกหยิบยกขึ้นมาพูดถึงว่า ทำไมคนมีอำนาจถึงสามารถปลด กกต.ที่ทำหน้าที่จัดการเลือกตั้งได้ มองว่าน่าจะมีวิธีการที่ดีกว่านี้ เช่น ถ้าเห็นว่าเป็นการขัดกันของผลประโยชน์ ควรให้ตัวองค์กรพิจารณาเอง รู้สึกแปลกใจการใช้อำนาจอย่างนี้ เพราะจะทำให้เกิดปัญหาเชิงระบบตามมา เมื่อถามว่าส่วนเหตุผลการปลดที่ระบุในคำสั่งถือว่าสมเหตุผลหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ตอบว่า ถ้าเป็นกรณีการสรรหาเลขาธิการ กกต. น่าจะมีวิธีการตกลงกันได้ภายในองค์กร และไม่คิดว่าการให้สัมภาษณ์ของนายสมชัยกระทบต่อความมั่นคง จึงกังวลว่ากรณีนี้อาจส่งผลต่อการเลือกตั้งในอนาคต ทั้งนี้ เมื่อออกคำสั่งไปแล้วนายกฯ ควรทบทวนว่าทำอย่างไรให้เกิดความเชื่อมั่นว่าองค์กรอิสระสามารถทำงานได้อย่างอิสระอย่างแท้จริง
โอดให้เวลา 3 วันเตรียมงาน
น.ต.สุธรรม ระหงส์ ผอ.พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงการเตรียมการรับสมาชิกพรรคยืนยันตัวตน ตามที่ พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมืองกำหนด ว่า พรรคอำนวยความสะดวกให้สมาชิกพรรค และอดีต ส.ส. ที่จะเดินทางมาเสียค่าบำรุงพรรค ในวันที่ 1 เม.ย. ทั้ง 2 ประเภท คือ เป็นสมาชิกพรรคตลอดชีพ เสียค่าบำรุงพรรครายละ 2,000 บาท และสมาชิกรายปี รายละ 100 บาท คาดว่าจะมีสมาชิกโดยเฉพาะอดีต ส.ส. เดินทางมายืนยันตัวตนหลักพันคนขึ้นไป แต่ยังต้องรอคำตอบที่ชัดเจนจาก กกต. ในเรื่องขั้นตอน หลักเกณฑ์ปฏิบัติ เนื่องจากคำสั่ง คสช.ที่ 53/2560 ยังย้อนแย้งไม่ชัดเจน จึงต้องรอคำตอบจาก กกต.ให้สมบูรณ์ครบถ้วนที่สุด ซึ่ง กกต.ระบุจะให้คำตอบวันที่ 28 มี.ค.นี้ เท่ากับว่าเรามีเวลาเตรียมการเพียง 3 วัน ก่อนถึงวันที่ 1 เม.ย. หลังวันที่ 28 มี.ค. นายอภิสิทธิ์จะแถลงต่อสื่อมวลชนเพื่อชี้แจงให้อดีตสมาชิกพรรคเข้าใจถึงขั้นตอนการปฏิบัติที่ถูกต้อง หลังได้รับคำตอบจาก กกต.อีกครั้ง จะได้ไม่มีปัญหาภายหลัง
“ตือ” ชี้ได้ กกต.ใหม่เนื้อเดียวกัน
ด้านนายสมศักดิ์ ปริศนานันทกุล แกนนำพรรคชาติไทยพัฒนา กล่าวว่า เรื่องการปลดนายสมชัย ศรีสุทธิยากร พ้น กกต.นั้น ขณะนี้ กกต.เก่าถูกเซ็ตซีโร่แล้ว เพียงแต่อยู่จนกว่าจะได้ กกต.ชุดใหม่ ซึ่ง กกต.ชุดใหม่ต้องยึดโยง คสช. รัฐบาล และสนช.อยู่แล้ว ดังนั้นเชื่อว่าจะไม่มีการใช้อำนาจตามมาตรา 44 กับ กกต.ชุดใหม่อีก เพราะเป็นเนื้อเดียวกันแล้ว ส่วนวันเวลาการเลือกตั้งเมื่อมี กกต.ใหม่แล้ว รัฐบาลควรหารือ กกต.เพราะเป็นฝ่ายปฏิบัติ ต้องให้เขามีส่วนร่วมในการตัดสินใจด้วย แต่ต้องดูความพร้อม กกต.ใหม่ด้วยมีแค่ไหน ไม่ใช่เข้ามาแล้วเลือกตั้งได้เลย ต้องมาประชุมแบ่งงานก่อน ส่วนที่นายกฯจะเชิญทุกพรรคการเมืองหารือวันเลือกตั้งและสอบถามแนวทางพัฒนาประเทศเดือน มิ.ย.นั้น พรรคอื่นตนไม่รู้ แต่พรรคชาติไทยพัฒนาพร้อมร่วมมือ เพราะอย่างน้อยที่สุดจะได้รู้รัฐบาล คสช. ต้องการอะไร และจะได้นำเสนอสิ่งที่พรรคต้องการ อะไรทำได้ ทำไม่ได้ จะได้คุยกันให้ขาด เกิดความชัดเจน
ผลงาน 4 ปีชี้เป้านายกฯคนนอก
นายสมศักดิ์กล่าวต่อว่า ส่วนกรณีที่บางพรรคกลัวถูกล้วงนโยบายนั้น เชื่อว่านโยบายแต่ละพรรคออกนอกกรอบรัฐธรรมนูญและยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ไม่ได้อยู่แล้ว เพียงแต่วิธีการไปสู่เป้าแต่ละพรรคแตกต่างกัน เชื่อว่าคงไม่มาบอกกัน ส่วนที่พรรคใหม่ๆ ประกาศสนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกฯต่อนั้น เชื่อว่าพรรคที่มีอุดมการณ์ประชาธิปไตยเต็มที่ ไม่สนับสนุนคนที่ไม่ได้มาจากการเลือกตั้งแน่ และบางพรรคประกาศไม่สนับสนุนนายกฯคนนอก สุดท้าย พล.อ.ประยุทธ์จะตัดสินใจอนาคตการเมืองอย่างไร คิดว่าคงไม่ได้มองพรรคใหม่สนับสนุนเป็นหลัก น่าจะมองว่า 4 ปีที่ได้วางมา เป็นไปตามเป้าหรือไม่มากกว่า
จับตา กกต.ใหม่ไร้พันธนาการ
ขณะที่นายวรชัย เหมะ อดีต ส.ส.สมุทรปราการ พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า กรณีนายสมชัย ศรีสุทธิยากร ระบุว่าการใช้อำนาจมาตรา 44 ปลด กกต. อาจทำให้การเลือกตั้งที่เกิดขึ้นไม่ได้รับการยอมรับจากสังคมโลกนั้น การใช้อำนาจพิเศษกับองค์กรอิสระย่อมส่งผลกระทบความเชื่อมั่นต่างชาติอยู่แล้ว แต่เห็นคนในรัฐบาลออกมาแสดงความเห็นว่า กกต.ชุดใหม่จะเป็นผู้จัดการเลือกตั้งครั้งต่อไป ดังนั้นกระบวนการเลือก กกต.ชุดใหม่ จึงมีความสำคัญมาก จำเป็นต้องได้คนที่สังคมให้ความเชื่อถือว่ามีความเป็นกลางอย่างแท้จริงมาทำหน้าที่ แต่เมื่อคนที่ทำหน้าที่โหวต กกต. คือ สนช. คือคนในแม่น้ำ 5 สาย จึงต้องจับตาการทำหน้าที่ของ กกต.ชุดใหม่ ว่าจะเป็นกลางจริงหรือไม่ ถ้าทำอะไรที่เป็นข้อสงสัยว่าเอื้อประโยชน์ให้ผู้มีอำนาจขณะนี้ขึ้นมา การเลือกตั้งจะไม่ได้รับการยอมรับจากนานาประเทศอย่างแท้จริง จึงขอให้ผู้มีอำนาจให้ความเป็นอิสระในการคัดเลือก กกต.
“เสี่ยหนู” ถือฤกษ์ดีไหว้ย่าโม
ที่ลานอนุสาวรีย์ท้าวสุรนารี (ย่าโม) อ.เมืองนครราชสีมา นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย พร้อมสมาชิกพรรค เช่น นายประชาธิปไตย คำสิงห์นอก นายสมชัย ฉัตรพัฒนศิริ นายประทีป กรีฑาเวช ถือฤกษ์ดีวันฉลองชัยชนะของย่าโม ทำพิธีบวงสรวงกราบไหว้สักการะท้าวสุรนารี สิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองของชาวโคราช มีการเดินลอดซุ้มประตูชุมพล และกราบไหว้สักการะศาลหลักเมือง นายอนุทินกล่าวว่า ตั้งใจมากราบไหว้ย่าโม เพื่อขอพรให้ช่วยพรรคภูมิใจไทยมีชัยชนะในการเลือกตั้ง ถือเป็นคนโคราชเหมือนกันเพราะมีบ้านพักอยู่ที่ อ.ปากช่อง พรรคภูมิใจไทยมีบุคลากรที่มีวุฒิภาวะ มีความสามารถพร้อมลงสมัครรับเลือกตั้ง จะทำหน้าที่ให้ดีที่สุดไม่ให้ชาวโคราชผิดหวัง ไม่ว่าจะเป็นระดับท้องถิ่นหรือระดับชาติ พร้อมจะเป็นแม่ทัพนำทัพให้ได้ชัยชนะ
“สมชัย” แย้มคำทำนายที่ 7
นายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีต กกต. กล่าวว่า คำทำนายแนวทางที่ 7 ที่เคยพูดไว้ เป็นเรื่องที่ กกต.หรือรัฐบาล ต้องตัดสินใจว่าเลือกตั้งเป็นวันใด และภายใต้บทเฉพาะกาลรัฐธรรมนูญมาตรา 268 ที่ต้องจัดเลือกตั้งให้แล้วเสร็จภายใน 150 วัน มีแนวโน้มว่ารัฐบาลน่าจะมีความเห็นไปทางหนึ่ง และ กกต.อาจมีความเห็นไปทางหนึ่ง ตนจะชี้ให้เห็นว่าการตัดสินใจแบบใด จะเกิดผลตามมาอย่างไรบ้าง การแปลความหมาย ในบทเฉพาะกาลมาตรา 268 หมายถึงการลงคะแนนอย่างเดียว หรือรวมประกาศผลด้วย ขณะเดียวกันความไม่ชัดเจนในบทบาทการกำหนดวันเลือกตั้งเป็นหน้าที่ใคร ระหว่าง กกต. หรือรัฐบาลและคสช. รัฐบาลพยายามอ้างคำสั่ง คสช.ที่ 53/2560ข้อ8 ว่าเป็นบทบาท คสช. และรัฐบาล ส่วนมาตรา 102 และ 103 ชัดเจนว่าเป็นหน้าที่ กกต. ทั้งสองเรื่องสำคัญยิ่งต่อการเลือกตั้งที่จะเกิดขึ้นในอนาคต จะเป็นโมฆะหรือไม่โมฆะ จะเป็นเรื่องใหญ่กว่าประเด็นในกฎหมายลูกส.ส.
พท.เย้ยอยู่ 4 ปีโกงไม่ลดมีแต่เพิ่ม
อีกเรื่อง นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รักษาการรองโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ตามที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคสช. ขอร้องอย่าเหมารวมว่ามีการทุจริตทั้งประเทศ จนต่างประเทศไม่ไว้ใจนั้น ต้องยอมรับความจริงว่ามีข่าวทุจริตในรัฐบาลชุดนี้ต่อเนื่อง ดังนั้นที่บอกว่าไม่มีรัฐบาลไหนตรวจพบทุจริตได้ขนาดนี้ แปลว่ามีการทุจริตในวงกว้างหรือไม่ ที่สำคัญ พล.อ.ประยุทธ์อยู่มาเกือบ 4 ปี ทำไมการทุจริตไม่ลด มีแต่เพิ่ม ทั้งโกงวัด โกงคนยากไร้ โกงผู้ป่วยเอดส์ โกงเงินเด็ก ที่สำคัญพบทุจริตพัวพันกับข้าราชการระดับปลัดกระทรวง รองปลัดกระทรวง รัฐบาลคงปฏิเสธความรับผิดชอบได้ยาก ประชาชนมีสิทธิสงสัยว่าปล่อยปละ–ละเลย รู้เห็นเป็นใจกับการโกงหรือไม่ องค์กรภาครัฐและองค์กรอิสระมีประสิทธิภาพแค่ไหน ที่บอกว่าหากพบทุจริตให้ร้องเรียนมาจะรีบตรวจสอบ แต่หลายเรื่องกลับไม่มีความคืบหน้า
รัฐเพิ่มช่องเปิดศูนย์ OSS 24 ชม.
ด้าน พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช. ติดตามความคืบหน้าการจัดทำทะเบียนประวัติและขออนุญาตทำงานของแรงงานต่างด้าวสัญชาติกัมพูชา ลาว และเมียนมา ขณะนี้กระทรวงแรงงานได้ปรับแผนงานศูนย์บริการเบ็ดเสร็จ (OSS) ก่อนสิ้นสุดในวันที่ 31 มี.ค. ด้วยการลดขั้นตอน และเพิ่มเวลาให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง สำหรับศูนย์ OSS ของจังหวัดที่มีแรงงานต่างด้าวจำนวนมาก เช่น จ.เชียงราย ราชบุรี ระนอง ส่วน กทม. เปิดให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง ที่กระทรวงแรงงาน และเปิดให้บริการตั้งแต่เวลา 08.00-22.00 น. ที่ศูนย์ OSS เพชรเกษม 65 ไอทีสแควร์ และตั้งฮั่วเส็ง ธนบุรี และเพิ่มช่องทางให้บริการที่ สนง.จัดหางาน กทม. พื้นที่ 1-10 และ สนง.จัดหางานในจังหวัดต่างๆ
สปส.โต้รัฐบาลยืม 2 แสนล้าน
นายสุรเดช วลีอิทธิกุล เลขาธิการสำนักงานประกันสังคม (สปส.) กล่าวถึงกรณีมีข่าวว่ารัฐบาลไม่ได้ตั้งงบประมาณสมทบกองทุนประกันสังคมตามกฎหมายมา 3 ปี ว่า ไม่เป็นความจริง รัฐบาลตั้งงบประจำปีครบทุกปี ส่วนหนี้เงินสมทบประกันสังคม 6.6 หมื่นล้านบาท สะสมมาหลายรัฐบาลแล้ว รัฐบาลชุดปัจจุบันเข้ามาบริหารประเทศตั้งแต่เดือน พ.ค.2557 ให้ความสำคัญกับระบบประกันสังคมมาก จัดสรรงบอุดหนุนเพื่อเป็นเงินสมทบกองทุนประกันสังคมเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ยืนยันว่ารัฐบาลชุดนี้จ่ายเงินสมทบกองทุนประกันสังคมมากกว่ารัฐบาลทุกชุดที่ผ่านมา ส่วนที่มีเพจดังกุข่าวรัฐบาลยืมเงินประกันสังคม 2 แสนล้านบาท สปส.ได้แจ้งความฐานหมิ่น ประมาทต่อพนักงานสอบสวน สภ.เมืองนนทบุรี ไว้แล้ว
คนอยากเลือกตั้งมาตามนัด
วันเดียวกันเวลา 14.00 น. ที่สนามฟุตบอลฝั่งหน้าตึกโดม มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (มธ.) ท่าพระจันทร์ กลุ่มคนอยากเลือกตั้งนัดหมายแนวร่วมจัดกิจกรรมชุมนุมเชิงสัญลักษณ์ “รวมพลังอีกครั้ง เดินหน้าถอนราก คสช.” โดยไฮไลต์สำคัญคือ การเดิน เท้าไปยังหน้ากองบัญชาการกองทัพบก (บก.ทบ.) เพื่อทวงสิทธิการเลือกตั้ง สำหรับการจัดชุมนุมครั้งนี้ ถือเป็นครั้งที่ 8 ของทางกลุ่ม ครั้งแรกเริ่มจัดที่ลาน สกายวอล์กสี่แยกปทุมวัน เมื่อวันที่ 27 ม.ค. จนถูก คสช.แจ้งความดำเนินคดีแกนนำและมวลชนรวมแล้วกว่า 60 คน ทั้งนี้ มวลชนเสื้อแดงที่เป็นแนวร่วมสำคัญเริ่มทยอยมารวมตัวกันข้างสนามฟุตบอล เตรียมป้ายข้อความโจมตี คสช. ข้าวปลาอาหาร น้ำดื่ม ตลอดจน รถกระจายเสียง 6 ล้อที่ดัดแปลงเป็นเวทีปราศรัยไว้พร้อมสำหรับการเคลื่อนขบวน นอกจากนี้ ยังมีกลุ่มไอลอว์ หรือโครงการอินเตอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน นำโต๊ะมาตั้งบริเวณด้านข้างเวที เพื่อล่ารายชื่อ ประชาชนเรียกร้องให้ยกเลิกคำสั่ง ท่ามกลางการตรึงกำลังของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.ชนะสงคราม และตำรวจควบคุมฝูงชน บก.อ.คฝ.
ขู่ดำเนินคดีใช้รถกระจายเสียง
ต่อมา พ.ต.อ.จักรกริศน์ โฉสูงเนิน ผกก.สน. ชนะสงคราม นำคณะเข้าเจรจากับ น.ส.ชลธิชา แจ้งเร็ว แกนนำกลุ่มฯ ขอไม่ให้ใช้รถเวทีเครื่องกระจายเสียง และห้ามเดินบนถนน แต่ไม่สามารถตกลงกันได้ พ.ต.อ. จักรกริศน์กล่าวว่า กลุ่มคนอยากเลือกตั้งได้ขออนุญาต ตาม พ.ร.บ.ชุมนุมสาธารณะ แต่ไม่ได้ขออนุญาตใช้รถเครื่องขยายเสียง หากสร้างความเดือดร้อนแก่ผู้อื่น อาจต้องถูกดำเนินคดี แต่เจ้าหน้าที่ตำรวจอนุญาตให้ชุมนุมที่หน้า บก.ทบ. ถึงเวลา 20.00 น. โดยเตรียม กำลังไว้ควบคุมดูแลรวม 7 กองร้อย
จี้กองทัพเลิกหนุนหลัง คสช.
จากนั้นเวลา 16.00 น. นายรังสิมันต์ โรม แกนนำได้อ่านแถลงข้อเรียกร้องการชุมนุมว่า การเลือกตั้งต้องเกิดขึ้นโดยสังคมที่ปลอดทหาร ทางกลุ่มยืนยันต้องการให้ยุบ คสช. พล.อ.ประยุทธ์ต้อง ลาออกจากตำแหน่งหัวหน้า คสช. ให้คงสถานะไว้เพียงรัฐบาลรักษาการ ทำหน้าที่เพียงจัดการเลือกตั้งในเดือน พ.ย.2561 เท่านั้น ส่วนเหตุผลที่ต้องเคลื่อนมวลชนไปที่ บก.ทบ. เพื่อให้กองทัพยุติการสนับสนุนคสช. และเลือกที่จะอยู่ข้างประชาชน หากการเคลื่อน ไหวครั้งนี้ต้องมีแกนนำหรือมวลชนถูกแจ้งข้อหาและดำเนินคดี ก็ว่าไปตามกระบวนการและกฎหมาย แต่ สิ่งที่เราทำคือ การไม่ยอมจำนนให้ประเทศล่มสลาย หากไม่ยอมทำในเดือน พ.ค.นี้ ซึ่งเป็นวันครบรอบ 4 ปีของ คสช. จะมีการเคลื่อนไหวแสดงจุดยืนของ ประชาชน จนกว่า คสช.จะออกไป
นายสิรวิชญ์ เสรีธิวัฒน์ หรือจ่านิว กล่าวว่า ที่กองทัพบอกว่าจะไม่แทรกแซงการเมือง เป็นคำพูดที่โกหก มีการแทรกแซงทุกภาคส่วน การเคลื่อนขบวนไปประกาศเจตนารมณ์ที่หน้า บก.ทบ.เป็นที่แรกเพื่อประกาศว่าถึงเวลาที่กองทัพต้องคืนอำนาจให้ประชาชน กลับเข้ากรมกอง แสดงความจริงใจว่าจะมีการเลือกตั้งอย่างแท้จริง กองทัพบกคือเหล่าทัพแรกที่กลุ่มจะเคลื่อนไหวกดดันการสนับสนุน คสช. หากหน่วยงาน หรือกองทัพไม่ตอบสนอง ทางกลุ่มจะเคลื่อนไหวกดดันขับไล่รัฐบาล และเครือข่ายของคสช. อาทิ สนช. โดยกำหนดไว้คือวันที่ 5 พ.ค.
ปะทะเล็กน้อยแต่บุกถึงหน้า ทบ.
กระทั่งเวลา 17.37 น. นายรังสิมันต์ โรม พร้อมด้วย น.ส.ณัฏฐา มหัทนา นำมวลชนเคลื่อนขบวนมุ่งหน้าไปที่กองทัพบก ตลอดทางมีการส่งเสียงตะโกนขับไล่ คสช. พร้อมชูป้ายโจมตีการสืบทอดอำนาจของ คสช. ขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจตั้งแนวสกัดโดยการนำแผงเหล็กมาวางกั้นริมฟุตปาท ไม่ให้นำรถกระจายเสียงออกมาจาก มธ.และขอให้ผู้ชุมนุมทั้งหมดเดินเท้าไปแทน แต่ปรากฏว่าทันทีที่แกนนำและผู้ชุมนุมราว 200 คนเศษออกมาได้ ได้ใช้แผนสับขาหลอกเจ้าหน้าที่ แอบนำรถกระจายเสียงคันสำรองจอดไว้ที่หน้าพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ โดยบรรดาแกนนำขึ้นไปบนรถกระจายเสียง แล้วให้มวลชนเดินบนถนนราชดำเนินกลาง 1 ช่องการจราจร โดยระหว่างเคลื่อนขบวนผ่านหน้าสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลเก่า นายอนุรักษ์ เจนตวณิช หรือฟอร์ด เส้นทางสีแดง อ้างว่าถูกเจ้าหน้าที่กันไม่ให้เดิน จนเกิดการปะทะกันเล็กน้อย และยังมีการกระทบกระทั่งตลอดเส้นทาง ทำให้มีเจ้าหน้าที่และผู้ชุมนุมฟกช้ำกันคนละเล็กละน้อย แต่ก็เคลื่อนมาจนถึงหน้า บก.ทบ. มีการขึ้นปราศรัยโจมตี คสช. อย่างดุเดือด โดยนายเอกชัย หงส์กังวาน นักเคลื่อนไหว ได้จุดธูปจำนวน 36 ดอก ไปปักหน้า บก.ทบ.เพื่อเป็นการขับไล่ความไม่เป็นมงคลด้วย
ลั่นถ้าไม่ทำจะปักหลักสู้ถึงที่สุด
หลังการชุมนุมดำเนินมาถึงเวลา 20.40 น. นายรังสิมันต์ โรม ขึ้นกล่าวยุติการชุมนุมพร้อมย้ำว่า ต้องการให้ทหารกลับมายืนอยู่เคียงข้างประชาชน กลับไปทำหน้าที่ปกป้องบ้านเมือง แทนการเข้ามาแทรกแซงการเมือง หากข้อเสนอของกลุ่มไม่เป็นผล วันที่ 5 พ.ค.จะนัดชุมนุมอีกครั้งที่มหาวิทยาลัย ธรรมศาสตร์ และวันที่ 22 พ.ค. จะมีการชุมนุมใหญ่แบบปักหลักค้างคืน จนกว่า คสช.จะยอมคืนอำนาจให้ประชาชน จากนั้นจึงชวนมวลชนชูสามนิ้วร่วมร้อง เพลงคำสัญญา และแสงดาวแห่งศรัทธา ก่อนสลายการชุมนุมอย่างสงบ
ที่มาไทยรัฐ