วันอังคารที่ 27 มีนาคม พ.ศ. 2561

เมินม็อบเลือกตั้ง! 'บิ๊กป้อม' ยํ้าชัด กองทัพ-คสช. ไม่แยกจากกัน

https://www.thairath.co.th/media/
“บิ๊กป้อม” ยักไหล่ไม่สนใจข้อเสนอม็อบอยากเลือกตั้ง ยันโรดแม็ปเร่งไม่ได้ วางปฏิทินไว้หมดแล้ว


 เลือกตั้ง ก.พ.62 ลั่นกองทัพกับ คสช.เนื้อเดียวกัน ไม่มีวันแยกทาง สมช.ปรามรักษาบรรยากาศ อย่าพยายามเขี่ยไฟขัดแย้ง “โรม” แฉโรดแม็ป คสช.มุ่งสืบอำนาจ “วิษณุ” ตอกหน้า “สมชัย” ทำเกินหน้าที่ สงสัยไม่สิ้นสุด ว้ากให้มีเรื่อง เกิดปัญหาก่อน ค่อยว่ากัน “มาร์ค” ห่วง ม.44 ฟาดฟันระบบถ่วงดุล พท.สับใช้จนเปรอะเกินขอบเขต “อ๋อย” เชื่อหยิบมาใช้เรื่อยๆ จนระบบพังแค่หวังสืบอำนาจ ไม่ห่วงกลุ่ม “วาดะห์” แยกตั้งพรรคใหม่ ปชป.ไม่ให้ราคา เย้ยของเก่าแปะฉลากใหม่ ไม่ช้าก็เผยตัวตนนอมินีใคร พรรคอนาคตใหม่เจอร้องสกัดดาวรุ่ง เชื่อเข้าไม่ถึงคนชนบท

กรณีกลุ่มคนอยากเลือกตั้งที่นำขบวนโดยกลุ่มนักศึกษา ยังคงออกมาเคลื่อนไหวเป็นระยะ ชักชวนมวลชนกดดัน คสช.ให้เร่งจัดการเลือกตั้งภายในปี 2561 ล่าสุดเดินทางไปกองบัญชาการกองทัพบก เรียกร้องให้กองทัพหยุดให้การสนับสนุนคสช. และแยกตัวมายืนอยู่ข้างประชาชนนั้น

“บิ๊กป้อม” ยักไหล่ม็อบอยากเลือกตั้ง
เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 26 มี.ค. ที่กระทรวงกลาโหม พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม กล่าวถึงกรณีที่กลุ่มคนอยากเลือกตั้ง เคลื่อนไหวชุมนุมหน้ากองบัญชาการกองทัพบกเมื่อวันที่ 24 มี.ค.ที่ผ่านมาว่า มีอะไรบ้างที่รัฐบาลบอกว่าจะไม่เลือกตั้ง ตอนนี้บ้านเมืองเดินตามโรดแม็ปที่กำหนดไว้ ไม่เห็นมีปัญหาอะไรเลย เคลื่อนไหวแบบนี้ก็เป็นการป่วน เพราะรัฐบาลประกาศชัดเจนเดินตามโรดแม็ป และเลือกตั้ง ก.พ.2562 และไม่มีอะไรเลยที่จะไม่เลือกตั้ง มีการกำหนดตามรัฐธรรมนูญ แล้วจะไปเร่งรัดได้อย่างไร ส่วนที่ขู่ว่าจะบุกทำเนียบรัฐบาลนั้น ก็ให้ขู่ไป แต่ถามว่าทำแบบนั้นถูกหรือไม่ เมื่อถามว่า การชุมนุมแบบนี้จะผิด พ.ร.บ.ชุมนุมในพื้นที่สาธารณะ พ.ศ.2558 หรือไม่ พล.อ.ประวิตรตอบว่า เขามากันไม่มาก แค่ร้อยกว่าคน ขอให้ดูคนที่มาเป็นพวกไหน มีเจตนาอย่างไร ส่วนจะบังคับใช้กฎหมายชุมนุมหรือไม่ ก็แล้วแต่ ถ้ามีคนไปร้องทุกข์กล่าวโทษ

แยกไม่ได้กองทัพเนื้อเดียวกับ คสช.
เมื่อถามว่า มีข้อเรียกร้องให้กองทัพแยกออกจาก คสช. พล.อ.ประวิตรตอบว่า ไม่แยก เขาไม่แยกจากกันอยู่แล้ว ขอยืนยันว่ากองทัพเป็นส่วนหนึ่งของคสช.อยู่แล้ว เมื่อถามว่า กลุ่มคนอยากเลือกตั้งยกระดับการชุมนุมวันที่ 5 พ.ค. จะมีมาตรการดูแลอย่างไร รองนายกฯตอบว่า เราก็ดูแลสถานการณ์ตามปกติ การประกาศเคลื่อนไหววันดังกล่าวต้องประเมินสถานการณ์กันอีกที เมื่อถามย้ำว่า การเคลื่อนไหวแบบนี้เป็นภัยความมั่นคงหรือไม่ พล.อ.ประวิตรตอบว่า ก็คิดดูเอาเอง เพราะบ้านเมืองกำลังเดินได้ด้วยดี และเป็นไปตามโรดแม็ปที่กำหนด

ต่อข้อถามถึงการวิพากษ์วิจารณ์การใช้มาตรา 44 ย้ายข้าราชการฟุ่มเฟือย ตามอารมณ์ พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า อยากถามว่าอารมณ์อย่างไร เพราะทุกอย่างมีหลักฐาน การย้ายนายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีตคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) นั้น เขาพูดสับสนเกี่ยวกับการเลือกตั้ง แล้วจะให้ทำอย่างไร เราย้ายเพื่อไม่ให้เกิดความสับสน เมื่อถามว่า เป็นการแทรกแซงองค์กรอิสระหรือไม่ พล.อ.ประวิตรตอบว่า ไม่ใช่ เพราะเขาพูดสับสน ทุกอย่างมีโรดแม็ปอยู่แล้ว ก็อยากให้พูดตามนั้น ยืนยันว่า คสช.ไม่แทรกแซงองค์กรอิสระ


สมช.ปรามอย่าพยายามจุดไฟ
ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.วัลลภ รักเสนาะ เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (คสช.) กล่าวว่า กรณีที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. เป็นห่วงสถานการณ์การเมือง หลังกลุ่มคนอยากเลือกตั้งบุกชุมนุมหน้า บก.ทบ.เรียกร้องเร่งเลือกตั้งในเดือน พ.ย.61 และยุบ คสช.ว่า สิ่งที่เรียกร้องเป็นสิ่งที่ คสช. และรัฐบาลตอบไปหมดแล้ว กลุ่มผู้ชุมนุมต้องเข้าใจตามรัฐธรรมนูญกำหนด คสช. ต้องอยู่จนกว่าคณะรัฐมนตรี (ครม.) ใหม่เข้าปฏิบัติหน้าที่ ส่วนการเลือกตั้งรัฐบาลก็ประกาศชัดเจนแล้วไม่เกินเดือน ก.พ.62 และต้องการให้พรรคการเมืองพร้อมเลือกตั้ง เมื่อถามว่า มองการชุมนุมมีเบื้องหน้าเบื้องหลังอะไรหรือไม่ พล.อ.วัลลภตอบว่า เบื้องต้นมองเจตนาดีไว้ก่อนว่าอยากเลือกตั้ง อยากหาแนวร่วมเท่านั้น บางทีอาจไปเข้าทางบางคน รัฐบาลจะพยายามคุมสถานการณ์ไว้ให้ได้ เพราะอยากให้มีความสงบ การชุมนุมอยู่ในกรอบกฎหมาย บรรยากาศจะเป็นไปได้ด้วยดี ไม่ใช่พยายามทำให้เกิดสถานการณ์ที่ทุกคนไม่อยากให้เกิด

“โรม” แฉโรดแม็ปลับสืบอำนาจ
ขณะที่นายรังสิมันต์ โรม แกนนำกลุ่มฟื้นฟูประชาธิปไตย หรือดีอาร์จี โพสต์ข้อความในเฟซบุ๊กตอบโต้ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ว่า โรดแม็ปเลือกตั้งเป็นแค่หน้าฉาก แท้จริงแล้ว คสช.มีโรดแม็ปลับคือ โรดแม็ปการสืบทอด อำนาจ พยายามหาเสียงให้ตัวเอง เลื่อนการเลือกตั้งผ่านกระบวนการต่างๆจะไม่มีการเลือกตั้ง ถ้าการ สืบทอดอำนาจยังไม่พร้อม เราจึงต้องออกมาเรียกร้อง ให้ยุบ คสช.เพื่อเป็นหลักประกันว่าจะมีการเลือกตั้งไม่มีการสืบทอดอำนาจ เราไม่ต้องการป่วนบ้านป่วนเมือง จะไม่สร้างผลกระทบแก่ประชาชน เพราะประชาชนไม่ใช่ศัตรู มีเพียงผู้เดียวที่เราจะป่วนให้ ถึงที่สุดคือ คสช. ส่วนที่ พล.อ.ประวิตรบอกว่า กองทัพเป็นส่วนหนึ่งของ คสช. ยิ่งชัดเจนว่า คสช.มองว่ากองทัพเป็นเครื่องมือในการแสวงหาอำนาจและผลประโยชน์ของพวกตน ดังนั้น เราไม่เป็นภัยต่อความมั่นคงของประเทศและประชาชน แต่เป็นภัยต่อความมั่นคงของ คสช.เท่านั้น


“วิษณุ” สวน “สมชัย” ไม่ใช่หน้าที่
เมื่อเวลา 09.30 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ ให้สัมภาษณ์กรณีนายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีต กกต. พูดถึงคำทำนายที่ 7 ระบุหากประกาศผลเลือกตั้งไม่แล้วเสร็จใน 150 วัน หลังกฎหมายลูกที่เกี่ยวกับการเลือกตั้งประกาศในราชกิจจานุเบกษาอาจกลายเป็นปัญหาว่า ข้อเท็จจริงแล้วการเลือกตั้งต้องเกิดขึ้นใน 150 วัน ไม่เกี่ยวข้องกับการให้ใบเหลือง ใบแดง เพราะการให้ใบเหลือง ใบแดง สามารถให้ทีหลังได้ ดังนั้น ที่ระบุ 150 วัน ก็หมายถึงการเลือกตั้ง จากนั้นถึงจะแจกใบเหลือง ใบแดง ซึ่งเกินจาก 150 วันก็ได้ ผู้สื่อข่าวถามว่า นายสมชัยเข้าใจผิดใช่หรือไม่ นายวิษณุตอบว่าไม่ขอบอกว่าถูกหรือผิด ยังไม่รู้ เพราะยังไม่มีการตัดสิน ตนไม่ขอเถียง และนายสมชัยไม่มีอำนาจตีความ ก็ทิ้งมันไว้อย่างนั้น เมื่อปัญหาเกิดขึ้นค่อยไปว่ากัน และเรื่องนี้พูดกันมานานระหว่างตนกับนายสมชัย และ กรธ.กับนายสมชัย

ซัดทำไมสงสัยไปเรื่อย
“ก็เมื่อคนเขาไม่สงสัย ก็ไม่รู้จะทำให้เขาสงสัยได้อย่างไร แล้วจะมาเดิมพันท้าว่าคุณสงสัย ฉันไม่สงสัย เอาอย่างนี้ซิ เอาอย่างนั้นซิ มันไม่ถูก การที่จะเอาเรื่องส่งศาลรัฐธรรมนูญ มันต้องมีเหตุผล มีที่มาที่ไป เป็นเรื่องถูกต้องแล้วที่ กรธ.ไม่มีอำนาจตีความ คนอ่านรัฐธรรมนูญสามารถสงสัยได้ทุกมาตรา แล้วจะอย่างไรต่อ เรื่องนี้ผมไม่อยากไปวิวาทะอะไรกัน ผมเคารพความเห็นท่าน แต่ท่านก็ต้องเคารพความเห็นคนอื่นด้วย ขอแค่นั้น เอาไว้มีเรื่องค่อยว่ากัน” นายวิษณุกล่าว เมื่อถามถึงกรณีที่นายสมชัย ระบุอยากจะมาช่วยงานรัฐบาล สนใจหรือไม่ นายวิษณุตอบว่า ไม่ทราบ ตนไม่มีอำนาจหน้าที่ แค่จะหาเด็กๆระดับซี 3 ซี 4 มาช่วยงานยังหาไม่ได้เลย

“มาร์ค” ห่วงทำลายระบบถ่วงดุล
นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกฯและหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวในรายการต้องถาม ทางสถานีโทรทัศน์ช่องฟ้าวันใหม่ ถึงกรณี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคสช. ใช้มาตรา 44 ปลดนายสมชัย ศรีสุทธิยากร จาก กกต.ว่า กรณีนี้เป็นเรื่องใหญ่ เนื่องจากในเชิง ระบบองค์กรอิสระถือว่าเป็นผู้ตรวจสอบถ่วงดุลผู้มีอำนาจหรือฝ่ายบริหาร ผู้ที่เข้ามาดำรงตำแหน่งใน องค์กรอิสระได้ผ่านกระบวนการสรรหา หากปฏิบัติหน้าที่มิชอบก็มีกระบวนการเอาออก ตนไม่คิดว่าคำพูดของนายสมชัยจะกระทบต่อความมั่นคงหรือกล่าวเท็จจนสร้างความสับสน เช่นเดียวกับการสมัครชิงตำแหน่งเลขาธิการ กกต. ที่ยังไม่ชัดเจนว่า มีผลประโยชน์ทับซ้อนหรือไม่ จึงหวังว่าจะไม่มีกรณี แบบนี้เกิดขึ้นอีก อีกทั้งหัวหน้า คสช.ต้องเข้าใจว่า การกระทำนี้หากไม่ตั้งหลักหรือทบทวน แต่ทำไปเรื่อยๆ ระบบองค์กรอิสระจะพังหมด ที่สุดการเมืองก็จะกลับไปสู่แบบเดิม นอกจากนี้ ยังห่วงว่าหากในระหว่างการเลือกตั้ง กกต.ต้องเกรงกลัวการใช้มาตรา 44 และหากผู้มีอำนาจมีส่วนได้เสียในการเลือกตั้ง จะมั่นใจได้อย่างไรในความเป็นกลางที่ปราศจากการแทรกแซง


“อ๋อย” ชี้ตกแต่งกลไกสืบอำนาจ
นายจาตุรนต์ ฉายแสง อดีตรองนายกฯแกนนำพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า คำสั่ง คสช.มาตรา 44 อาจจะยังมีออกมาอีก และอาจมีผลทำให้การเลือกตั้งเลื่อนไปอีกก็ได้ เพราะช่วงหลังปรากฏชัดเจน คสช.ออกคำสั่งในทางที่แทรกแซงการทำงาน กกต. ทั้งในเรื่องของพรรคการเมืองและบุคลากรของ กกต.เท่ากับแทรกแซงการเลือกตั้ง รวมถึงการที่ คสช.เปิดโอกาสให้พรรคการเมืองใหม่บางพรรคที่สนับสนุนตนเอง ดำเนินการได้ก่อนและมีสิทธิเสรีภาพมากกว่าพรรคการเมืองอื่นๆ แสดงให้เห็นถึงความไม่เป็นปกติของการเลือกตั้งที่จะมีขึ้น การแทรกแซงแบบนี้อาจมีมากยิ่งขึ้น เพื่อให้ คสช.บรรลุเป้าหมายในการที่จะให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช.เป็นนายกฯต่อไปหลังการเลือกตั้ง หรือแม้แต่การทำให้องค์กรที่มีหน้าที่ตรวจสอบการทำงานรัฐบาลอย่าง ป.ป.ช.ยังวางระบบให้อยู่ใต้อาณัติ ของ คสช.โดยตรง ทั้งหลายทั้งปวงเหล่านี้มีค่าใช้จ่ายที่สูงมาก ทำให้สังคมเกิดความสูญเสียในเรื่องที่สำคัญ และจะทำให้บ้านเมืองบริหารไปแบบพิกลพิการ ยังอีกนานกว่าาจะถึงการเลือกตั้ง ก็ยังมีการ ทำลายระบบต่างๆอย่างครบวงจร ไม่มีหลักประกันอะไรเลยว่าการเลือกตั้งภายใต้อำนาจของ คสช.จะเป็นการเลือกตั้งที่สุจริตเที่ยงธรรม

พท.สับ “บิ๊กตู่” ใช้ ม.44 จนโอเวอร์
นายพลภูมิ วิภัติภูมิประเทศ อดีต ส.ส.กทม. พรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีสวนดุสิตโพล เผยผลสำรวจความคิดเห็นประชาชนส่วนใหญ่ว่าควรชี้แจงเหตุผลการใช้อำนาจมาตรา 44 ที่ให้นายสมชัย ศรีสุทธิยากร พ้นจากตำแหน่ง กกต. ทั้งยังมองว่าเป็นการใช้อำนาจมากเกินไปว่า เรื่องนี้สะท้อนให้เห็นถึงความเคลือบแคลงการใช้อำนาจของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช. ที่ผ่านมาการใช้มาตรา 44 หลายครั้งถูกตั้งคำถามจากสังคม แม้รัฐธรรมนูญจะกำหนดให้ใช้อำนาจดังกล่าวได้ แต่ควรใช้อย่างจำกัดเท่าที่จำเป็น ควรใช้เฉพาะปัญหาที่ต้องการความรวดเร็วและไม่สามารถแก้ไขให้ทันท่วงทีด้วยกฎหมายปกติ แม้ตนไม่เห็นด้วยกับนายสมชัยในหลายกรณี แต่ก็ไม่เห็นด้วยกับการใช้อำนาจมาตรา 44 มาปลดนายสมชัยครั้งนี้ เพราะนายสมชัยถือเป็นองค์กรอิสระ เมื่อใช้อำนาจพิเศษเช่นนี้จะกลายเป็นว่า พล.อ.ประยุทธ์ใหญ่กว่าองค์กรอิสระ เมื่อประชาชนสะท้อนความคิดให้เห็นแล้วว่าใช้อำนาจเกินขอบเขต ก็สมควรที่จะพิจารณาตัวเองในการทำหน้าที่เพื่อให้ประชาชนยอมรับ


แจงให้ยืนยันสมาชิกเปล่าเช็กชื่อ
นายภูมิธรรม เวชยชัย รักษาการเลขาธิการพรรคเพื่อไทย ออกคำแถลงกรณีการจัดให้มีการยืนยันความเป็นสมาชิกพรรคการเมืองว่า การที่พรรคการเมืองเชิญชวนสมาชิกพรรคการเมือง นักการเมือง และผู้มีส่วนเกี่ยวข้องตามกฎหมายทุกคนมาแสดงตัวที่พรรคเพื่อยืนยันความเป็นสมาชิกพรรคต่อหัวหน้าพรรค เป็นการดำเนินตามที่กฎหมายกำหนดบังคับไว้ ถ้าไม่ทำพรรคและสมาชิกจะเสียหาย ไม่ใช่การเช็กชื่อในความหมายทางการเมือง ที่สำคัญเป็นช่วงเทศกาลสงกรานต์ที่จะมีการรดน้ำ ขอพรผู้ใหญ่ ที่พรรคเพื่อไทยมีการดำเนินการตามประเพณีเช่นนี้มาเป็นปกติทุกปี จึงถือโอกาสนี้กำหนดวันที่ 4 เม.ย. เป็นการจัดงานรดน้ำขอพร ผู้ใหญ่และผู้อาวุโสของพรรคพร้อมกับเปิดดำเนินการให้มีการยืนยันความเป็นสมาชิกพรรคในคราวเดียวกันตั้งแต่ 09.00 น.เป็นต้นไป และเปิดต่อเนื่องกันไปในช่วงเวลาตามที่กฎหมายกำหนดไว้ระหว่าง 1-30 เม.ย.

ดักคออย่าแฝงเล่ห์ยื้อปลดล็อก
นายภูมิธรรมระบุด้วยว่า ไม่เห็นเหตุผลใดที่ คสช.และผู้มีอำนาจจะยังไม่ยอมปลดล็อกพรรค การเมืองเพื่อให้พรรคได้เตรียมการให้เป็นไปตามข้อกำหนดของกฎหมายตามภารกิจ เว้นแต่จะมีเจตนาแอบแฝงเพื่อหวังสร้างความยุ่งยากให้พรรค การเมืองเดิม และหวังที่จะตระเตรียมสร้างเงื่อนไขให้ตนหรือพรรคพวกของตนได้รับประโยชน์จากความยุ่งยากดังกล่าว เพียงเพื่อต้องการที่จะหาโอกาสที่จะสืบทอดอำนาจต่อไป จึงขอเรียกร้องให้ คสช.และ ผู้มีอำนาจหน้าที่ที่เกี่ยวข้องรีบปลดล็อกพรรคการเมืองและดำเนินการไปตามเจตนารมณ์ของกฎหมาย

“วัฒนา” หนุนสุดลิ่มคนอยากเลือกตั้ง
นายวัฒนา เมืองสุข แกนนำพรรคเพื่อไทย โพสต์เฟซบุ๊กว่า “แล้วเจอกัน” ตนสนับสนุนการเรียกร้องของกลุ่มฟื้นฟูประชาธิปไตย ที่เรียกร้องให้มีการเลือกตั้งภายในเดือน พ.ย.2561 ส่วนการเรียกร้องให้ยุบ คสช. เปลี่ยนเป็นรัฐบาลรักษาการ ก็เกิดจากพฤติกรรมของรัฐบาลและ คสช. ที่เคยทำไว้กับประชาชนในช่วงการทำประชามติร่างรัฐธรรมนูญ หากให้ คสช. อยู่ต่อย่อมไม่มีหลักประกันว่าจะไม่มีการใช้อำนาจแบบเดิม อันจะทำให้การเลือกตั้งไม่บริสุทธิ์ยุติธรรม การเรียกร้องให้ยุบ คสช. จึงชอบด้วยเหตุผลทุกประการ สำหรับข้ออ้างที่ พล.อ.ประยุทธ์ใช้มาตลอดเพื่อถ่วงการเลือกตั้งคือความวุ่นวาย ก็เป็นวาทกรรมซ้ำซากแบบแผ่นเสียงตกร่อง เพราะการแสดงออกทางความคิดไม่ถือเป็นความวุ่นวายและความจริงก็ได้ปรากฏแล้วว่าความวุ่นวายที่เกิดขึ้นมาจากการไม่ยอมรับกติกาของคนบางกลุ่มบางพวก ที่ร่วมมือกับกองทัพก่อขึ้นเพื่อนำไปสู่การยึดอำนาจแบบทฤษฎีสมคบคิด กองทัพที่ดำรงอยู่ด้วยเงินภาษีของประชาชน จึงควรเลือกข้างประชาชนด้วยการปฏิเสธอำนาจเผด็จการ เนื่องจากเผด็จการเป็นปฏิปักษ์กับประชาชนเสมือนกับโจรที่ปล้นทรัพย์ที่เป็นปฏิปักษ์กับเจ้าทรัพย์ เผด็จการจึงไม่อาจเป็นเนื้อเดียวกับประชาชนได้ การที่กองทัพพยายามหาข้ออ้างมาบิดเบือนเพื่อสนับสนุนเผด็จการต่อไปเท่ากับกองทัพเลือกที่จะยืนตรงข้ามประชาชน ตนในฐานะประชาชนก็พร้อมที่จะยืนตรงข้ามกับกองทัพเช่นกัน


ไม่ห่วงกลุ่มวาดะห์แยกตั้งพรรค
นายอำนวย คลังผา อดีต ส.ส.ลพบุรี พรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีกลุ่มวาดะห์ ที่เคยอยู่กับพรรคเพื่อไทย เตรียมแยกตัวไปตั้งพรรคประชาชาติว่า ถือเป็นสิทธิ์ของทุกคนในการตั้งพรรคการเมือง หากมีองค์ประกอบพรรค มีประชาชนร่วมสนับสนุน ทุกคนสามารถตั้งพรรคได้ และรัฐธรรมนูญปัจจุบันที่ให้กาบัตรใบเดียวก็เอื้อประโยชน์ให้พรรคเล็ก ทำให้มีคนขอจัดตั้งพรรคจำนวนมากเป็นประวัติการณ์ ส่วนที่สมาชิกกลุ่มวาดะห์ส่วนหนึ่งเป็นสมาชิกพรรคเพื่อไทยนั้นไม่เป็นปัญหา การที่เขาออกไปตั้งพรรคไม่ทำให้พรรคเพื่อไทยอ่อนแอลงแต่อย่างใด เพราะผลการเลือกตั้งจะเป็นอย่างไรไม่ได้ขึ้นอยู่กับพรรค แต่ขึ้นอยู่กับประชาชน ในส่วนของพรรคเพื่อไทยก็จะทำนโยบายที่ดีเพื่อช่วยเหลือประชาชน ให้เขาได้เลือกเราเข้ามาทำงานต่อไป

ไม่มีปัญหายังเป็นแนวร่วมได้
ด้านนายสามารถ แก้วมีชัย อดีต ส.ส.เชียงราย พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า กลุ่มวาดะห์เป็นกลุ่มการเมืองที่เขาร่วมทำงานกันมาตลอด มองว่าการตั้งพรรคของกลุ่มดังกล่าวคงไม่ส่งทุกเขตเลือกตั้ง แต่เน้นหนักไปในพื้นที่มุสลิม แม้ไม่ได้ที่ 1 ก็คงได้คะแนนเสียงกลับมาในรูปแบบ ส.ส.บัญชีรายชื่อ ในกลุ่มดังกล่าวหลายคนอยู่กับพรรคมานาน ต่อไปหลังการเลือกตั้งก็อาจกลับมาเป็นแนวร่วมกันได้

ปชป.ไม่ยี่หระกลุ่มไร้อัตลักษณ์
นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ดูแลพื้นที่ภาคใต้ กล่าวถึงกรณีอดีตส.ส.กลุ่มวาดะห์ในสังกัดพรรคเพื่อไทย ประกาศจะตั้งพรรคประชาชาติเพื่อลงสมัครรับเลือกตั้งในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ว่า ไม่เกินความคาดหมาย และคงไม่กระทบต่อพรรคมากนัก เพราะเดิมกลุ่มวาดะห์ก็เป็นร่มเล็กที่อยู่ในร่มใหญ่คือ เคยร่วมงานกับพรรคความหวังใหม่ และย้ายเข้าสมทบกับพรรคไทยรักไทย หรือพรรคเพื่อไทยปัจจุบัน แม้ขณะนี้ทางกลุ่มจะขอออกไปตั้งพรรคประชาชาติ แต่จะเป็นคนละรูปแบบกับพรรคพลังชล ที่เมื่อออกมาจากพรรคใหญ่แล้วก็ยังแสดงจุดยืนชัดเจน คือมีฐานที่มั่นอยู่ที่จังหวัดชลบุรี แต่กลุ่มวาดะห์ไม่มีการสะท้อนอัตลักษณ์ของความเป็นพรรคในพื้นที่จังหวัดชายแดนใต้ ซึ่งไม่นานก็จะรู้ว่าพรรคใหม่นี้จะเป็นแนวร่วมของกลุ่มการเมืองใด เพราะกลุ่มหรือพรรค การเมืองในไทยมีหลักๆอยู่ไม่กี่กลุ่ม กี่พรรคเท่านั้น หากเปรียบไปก็เหมือนนักมวยย้ายค่าย แม้จะย้ายไปค่ายใหม่แต่ก็เป็นคู่ต่อสู้เดิมที่เคยประมือกันมากับพรรคประชาธิปัตย์ แต่ถึงจะรู้ทางมวย เราก็ไม่ประมาท

ของเก่าตกสำรวจแปะฉลากใหม่
นายเจ๊ะอามิง โต๊ะตาหยง อดีต ส.ส.นราธิวาส พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า กรณีกลุ่มวาดะห์ประกาศตั้งพรรคประชาชาติ กวาด 15 เก้าอี้ทั้งหมดในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้นั้น ขึ้นอยู่กับประชาชนในแต่ละพื้นที่จะเลือกให้ใครเข้ามาทำหน้าที่เป็นตัวแทน ไม่ได้อยู่ที่นักการเมืองจะตัดสินใจเอาเอง ตนไม่หนักใจการประกาศรวมตัวของอดีต ส.ส.กลุ่มวาดะห์ เพราะการเลือกตั้งครั้งล่าสุดกลุ่มวาดะห์ก็เพลี่ยงพล้ำไม่ได้รับการเลือกตั้งเป็น ส.ส.เลย คนที่ไปยื่นเรื่องขอจดแจ้งตั้งพรรคประชาชาติชื่อนายสุรพร นาควานิช อาจมีนามสกุลพ้องกับแม่ทัพภาคที่ 4 (มท.ภ.4) แต่ส่วนตัวเชื่อว่า มท.ภ.4 ไม่น่าจะมีส่วนเกี่ยวข้อง และพรรคใหม่นี้อาจเป็นพรรคการเมืองแนวร่วมหรือเป็นพรรคซับเซ็ตของพรรคการเมืองใหญ่เดิมที่มีทุนหนาพรรคหนึ่งก็ได้ โดยใช้ยุทธศาสตร์แยกกันเดินเพื่อรวมกันตี เมื่อได้ ส.ส.เข้าสภาแล้ว อาจมารวมพรรคหรือร่วมจับมือกันทำงานเป็นขั้วเดียวกัน ยืนยันว่าไม่หนักใจเปรียบแล้วเหมือนสินค้าเก่าติดสลากใหม่ให้คนสนใจเท่านั้นเอง ไม่นานก็จะรู้ว่าพรรคใหม่ที่ว่านี้เป็นนอมินีหรือพรรคแนวร่วมของใคร

“วาดะห์” เล็ง “วันนอร์” นั่ง หน.พรรค
ผู้สื่อข่าวรายงานความเคลื่อนไหวกลุ่มวาดะห์ว่า ขณะนี้อดีต ส.ส.กลุ่มวาดะห์ได้มีการประสานกันให้มาร่วมกับพรรคประชาชาติ ทั้งในส่วนที่อยู่พรรคเพื่อไทย พรรคความหวังใหม่ และพรรคภูมิใจไทย โดยจะมีความชัดเจนช่วงหลังสงกรานต์ ที่จะมีการขออนุญาต คสช. เพื่อจัดประชุมพรรคประชาชาติ เพื่อเลือกกรรมการบริหารพรรค วันนั้นน่าจะมีความชัดเจนมากขึ้น ส่วนบุคคลที่จะมาเป็นหัวหน้าพรรคนั้น จากการพูดคุยกันเบื้องต้นทุกคนเห็นตรงกันว่านายวันมูหะมัดนอร์ มะทา อดีตประธานสภาฯ แกนนำกลุ่มวาดะห์ เป็นบุคคลที่มีความเหมาะสมที่สุด แต่ท่านจะรับหรือไม่รับนั้นขณะนี้ยังไม่มีการยืนยัน


ขอรอดูเชิงคนสมัคร กกต.รอบใหม่
ที่รัฐสภา นายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานสนช. กล่าวถึงการเปิดรับสมัครผู้สมัครเข้ารับการสรรหาเป็นกรรมการเลือกตั้ง (กกต.) ระหว่างวันที่ 26 มี.ค.-9 เม.ย.ว่า ขณะนี้ไม่สามารถบอกได้ว่าจะใช้ช่องทางกฎหมายเพื่อไปทาบทามบุคคลที่มีคุณสมบัติครบถ้วนมาสมัครหรือไม่ ขอดูการสมัครในภาพรวมก่อน ถ้าจะดำเนินการจริงๆ ควรต้องไปเป็นโดยมติเอกฉันท์ของคณะกรรมการสรรหาเท่านั้น และจะต้องเกิดกรณีที่ไม่มีบุคคลยื่นใบสมัคร หรือมายื่นใบสมัครแล้วแต่ไม่ผ่านคุณสมบัติตามที่กฎหมายกำหนด อย่างไรก็ตาม ไม่ขอก้าวล่วงไปยังที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกา ในการดำเนินการสรรหา กกต. จำนวน 2 คน ภายหลังมีข่าวว่า นายฉัตรไชย จันทร์พรายศรี ผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลฎีกา และนายปกรณ์ มหรรณพ ผู้พิพากษาศาลฎีกา จะมาสมัครอีกครั้งหนึ่ง เมื่อถามว่า หาก สนช.ลงมติไม่เห็นชอบเหมือนครั้งที่แล้วอีก คณะกรรมการสรรหาจะดำเนินการอย่างไร นายพรเพชรตอบว่า ถ้าเป็นเช่นนั้นก็รู้สึกเสียใจ ในฐานะกรรมการสรรหา แต่ไม่คิดว่าการที่ สนช.เคยลงมติไม่เห็นชอบบุคคลที่ผ่านการสรรหาและคัดเลือกจำนวน 7 คนก่อนหน้านี้ จะเป็นเหตุให้ไม่มีบุคคลมาสมัคร กกต.

ภาคประชาชนจี้ กกต.ลาออกยกชุด
วันเดียวกัน บริเวณหน้ารัฐสภา ถนนอู่ทองใน กลุ่มประชาชนจากหลากหลายกลุ่มการเมือง ประมาณ 30 คน เดินทางมายื่นหนังสือต่อนายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธาน สนช. เรียกร้องให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ลาออก เพื่ออำนวยความสะดวกให้การเลือกตั้งบริสุทธิ์ยุติธรรม โดยมีนายพงศ์กิตติ อรุณภักดีสกุล รองเลขาธิการวุฒิสภา เป็นตัวแทนรับหนังสือ โดยตัวแทนกลุ่มประชาชนระบุว่า เรียกร้องขอให้ กกต.ทุกคนลาออกเพื่อเปิดทางให้ยกเลิกระบบควบคุมหรืออำนวยการเลือกตั้งแบบเผด็จการรัฐสภา โดยคนส่วนน้อยเพียงหยิบมือเดียวไม่กี่คน เปลี่ยนมาเป็นระบบควบคุมหรืออำนวยการเลือกตั้งแบบสภาการเลือกตั้งแห่งประชาธิปไตยที่มีผู้แทนมาจาก 3 ฝ่ายคือ ฝ่ายรัฐบาล ฝ่ายประชาชน ฝ่ายการเมือง ตามหลักประชาธิปไตยสากล เพื่อให้พรรคการเมืองผู้แทนของประชาชนต้องพัฒนาอย่างมีอิสระเสรีเช่นประเทศประชาธิปไตยทั่วโลก

ยื่นขอจัดตั้งพรรคแล้ว 74 กลุ่ม
ด้านความเคลื่อนไหวการยื่นขอจดแจ้งจัดตั้งพรรคการเมือง วันเดียวกัน ที่สำนักงาน กกต. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ยังมีกลุ่มการเมืองทยอยมาอย่างต่อเนื่อง โดยในช่วงเช้านายทวีลาภ แสไพศาล มายื่นขอจัดตั้งพรรคพึ่งตนเอง เป็นลำดับที่ 71 พ.ต.อ.ศรศักดิ์ แก้วรักษา อดีตรอง ผบก.ปปป. มายื่นขอจดแจ้งพรรคพลังเสียงประชาชน เป็นลำดับที่ 72 โดยมีกลุ่มคนหน้าคล้ายศิลปินมาให้กำลังใจในการยื่นสมัครในครั้งนี้ด้วย เช่น ป๋าเทพ แจ๊ส ชวนชื่น พี่อี๊ด-วงฟลาย และไมค์ ภิรมย์พร ได้รับความสนใจและสร้างสีสันให้การยื่นจดแจ้งพรรคเกิดความคึกคัก จากนั้นลำดับที่ 73 พรรคธรรมาชีพ ยื่นคำขอโดยนางสมพร ทองตะนุนาม และลำดับที่ 74 พรรคไทยอาสา ยื่นโดยว่าที่ ร.อ.อมร ย่อจันทร์

ร้องสกัดดาวรุ่งพรรคอนาคตใหม่
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันเดียวกัน กลุ่มสมาพันธ์ประชาชนตรวจสอบรัฐไทย (สปท.) ที่นำโดยนายสนธิญา สวัสดี ประธานสมาพันธ์ฯ เข้ายื่นคำร้องต่อประธาน กกต.ขอให้ทบทวนการจัดตั้งพรรคอนาคตใหม่ โดยนายสนธิญากล่าวว่า ในวันที่ 15 มี.ค. ที่พรรคอนาคตใหม่เปิดตัวและมีการแถลงนโยบาย นายปิยบุตร แสงกนกกุล ผู้ร่วมจดจัดตั้งได้มีการให้ความเห็นเกี่ยวกับประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 ว่า ไม่ได้แก้ไข แต่จะพิจารณา ตนเห็นว่าการประกาศนโยบายของพรรคการเมืองนี้ แค่เริ่มต้นก็แตกแยกแล้ว ความจริงแนวทางในการปฏิรูปประเทศมีตั้งมากมายที่ผู้จะจัดตั้งพรรคสามารถนำมาประกาศเป็นนโยบายของพรรค ไม่ควรที่จะไปก้าวล่วงต่อสถาบัน จึงต้องการให้ประธาน กกต. หรือนายทะเบียนพรรคการเมืองได้พิจารณาให้ถ่องแท้ว่าถ้าเขายังยืนยันจะมีนโยบายเรื่องนี้อยู่จะให้เขาตั้งเป็นพรรคการเมืองจริงหรือไม่ และถ้าเขาตั้งเป็นพรรคได้ เขาจะจาบจ้วงไปมากกว่านี้หรือเปล่า

เข้าไม่ถึงชนบทส่อแท้งก่อนเกิด
นายวิวรรธนไชย ณ กาฬสินธุ์ อดีต ส.ส.พรรคไทยรักไทย โพสต์เฟซบุ๊กถึงการก่อตั้งพรรคอนาคตใหม่ว่า แท้งก่อนเกิดเสียดายพรรคอนาคตใหม่ สำหรับพรรคเกิดใหม่นโยบายดีที่จะทำให้เกิดได้คือ เลิกการเมืองน้ำเน่า นักการเมืองน้ำเน่า เลิกระบบทุจริตคอร์รัปชันของข้าราชการหรือนักการเมือง เชิดชูระบบศาล เพิ่มโทษรุนแรงนักการเมือง ข้าราชการคอร์รัปชัน ห้ามประกันตัว ปลดหนี้ชาวนา แต่คนรุ่นใหม่ของพรรคอนาคตใหม่ไม่เข้าใจคนรุ่นใหม่ในชนบท ถึงแม้อายุจะไล่เลี่ยกันใช้อินเตอร์เน็ต ไอทีเหมือนกัน แต่เสพข่าวคนละข่าว ดูทีวีคนละช่อง กินข้าวคนละอย่าง ฟังเพลงคนละแนว ย่อมคิดต่างกัน ทำให้พรรคอนาคตใหม่เสนอนโยบายไม่ตรงตามความต้องการของคนรุ่นใหม่ในชนบทที่เป็นเสียงส่วนใหญ่


ป.ป.ช.รอชี้ขาด “บิ๊กป้อม” ให้ข้อมูล
นายวรวิทย์ สุขบุญ เลขาธิการกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) กล่าวถึงความคืบหน้าการตรวจสอบการถือครองนาฬิกาหรูของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ว่า ขณะนี้คณะทำงานแสวงหาข้อเท็จจริงได้ตรวจสอบหนังสือชี้แจงจำนวน 38 หน้า ที่ พล.อ.ประวิตรส่งมาเรียบร้อยแล้ว เตรียมจะเสนอเรื่องเข้าสู่ที่ประชุม ป.ป.ช. ในวันที่ 29 มี.ค.นี้ ส่วนจะเชิญ พล.อ.ประวิตรมาให้ข้อมูลด้วยตัวเองหรือไม่ ต้องรอมติจากที่ประชุม ป.ป.ช. ในวันดังกล่าว โดยคณะทำงานแสวงหาข้อเท็จจริงจะชี้แจงลำดับความเป็นมาของเรื่องดังกล่าวว่าได้ดำเนินการอย่างไรไปบ้าง และแนวทางที่ควรจะดำเนินการ ต่อไป แต่ไม่ขอเปิดเผยว่าแนวทางจะเป็นอย่างไร

ส่งฟ้อง 9 แกนนำ-แนวร่วม นปช.
วันเดียวกัน ที่ศาลอาญา พนักงานอัยการสำนักงานคดีอาญา 10 นำตัวนายวีระกานต์ มุสิกพงษ์ อดีตประธาน นปช. นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธาน นปช.และนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ นพ.เหวง โตจิราการ นายสิระ หรือสรวิชญ์ พิมพ์กลาง นายณรงศักดิ์ มณี นายวิภูแถลง พัฒนภูมิไท นายพิพัฒน์ชัย หรือสมชาย ไพบูลย์ นายพายัพ ปั้นเกตุ และนายพงศ์พิเชษฐ์ หรือพิเชษฐ์ สุขจินดาทอง แนวร่วม นปช. ไปยื่นฟ้องเป็นจำเลยในความผิดฐานร่วมกันทำให้เกิดความปั่นป่วนหรือกระด้างกระเดื่องล่วงละเมิดกฎหมายแผ่นดิน ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 116, 215 กรณีจัดการชุมนุมใหญ่ขับไล่รัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เมื่อปี 2552 ทั้งนี้ ภายหลังอัยการยื่นฟ้อง แกนนำและแนวร่วม นปช. ทั้ง 9 คน ได้ยื่นคำร้องพร้อมหลักทรัพย์เป็นเงินสดคนละ 2 แสนบาท เพื่อขอปล่อยชั่วคราว ยกเว้นนายจตุพร โดยศาลมีคำสั่งให้ปล่อยชั่วคราวจำเลยทั้งหมดโดยตีราคาประกันคนละ 2 แสนบาท โดยไม่กำหนดเงื่อนไข

ส่งสารเชิญนายกฯเยือนอินโดฯ
ที่ทำเนียบรัฐบาล ห้องสีงาช้าง ตึกไทยคู่ฟ้า พล.อ.ลูฮุท บินซาร์ ปันด์จัยตัน รมว.ประสานงานด้านกิจการทางทะเลสาธารณรัฐอินโดนีเซีย พร้อมผู้ว่าการธนาคารอินโดนีเซีย เข้าเยี่ยมคารวะพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้า คสช.เพื่อนำส่งสารเชิญนายกฯเข้าร่วมการประชุม ASEAN Leaders’Gathering ในวันที่ 11 ต.ค. ที่เกาะบาหลี จากนายโจโก วิโดโด ประธานาธิบดีอินโดนีเซีย โดยได้หารือถึงความร่วมมือด้านประมงที่ฝ่ายไทยร่วมมือกับฝ่ายอินโดนีเซีย เพื่อแก้ไขปัญหาการทำประมงผิดกฎหมาย (IUU) อย่างรอบด้าน ทั้งนี้ นายกฯขอบคุณบทบาทอินโดนีเซีย ในองค์การความร่วมมืออิสลาม (OIC) ที่ให้การสนับสนุนการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ของไทยมาโดยตลอด

3 เม.ย.เปิด “สายด่วนไทยนิยม”
นายกอบศักดิ์ ภูตระกูล รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. กล่าวในรายการศาสตร์พระราชา สู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน เมื่อวันที่ 23 มี.ค. ว่าเร็วๆนี้รัฐบาลจะเปิดช่องทางใหม่ “สายด่วนไทยนิยม” ในรูปแบบแอพพลิเคชั่นบนมือถือ เว็บไซต์ และเฟซบุ๊ก เพื่อเป็นช่องทางเพิ่มในการรับเรื่องราวร้องเรียนจากประชาชน นอกเหนือจากช่องทางอื่นๆ ทั้งสายด่วน 1111 ของรัฐบาล สายด่วน 1567 ของกระทรวงมหาดไทย หรือสายด่วน 1299 ของ คสช.และศูนย์ดำรงธรรมว่า ขณะนี้การเตรียมการสายด่วนไทยนิยม พร้อมหมดแล้วรอจะเปิดตัวอย่างเป็นทางการในวันที่ 3 เม.ย. ที่ทำเนียบรัฐบาล

ร้องทบทวนงบฯ 1.5 แสนล้าน
ที่ศูนย์บริการประชาชน บริเวณสำนักงาน ก.พ. นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ อดีต ส.ว.สรรหา ยื่นหนังสือถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช.ขอให้ทบทวนร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติมวงเงิน 1.5 แสนล้านบาท ที่ สนช.มีมติผ่านไปก่อนหน้านี้ โดยนายเรืองไกรกล่าวว่าร่าง พ.ร.บ.ดังกล่าวระบุความจำเป็นในการตรากฎหมาย ได้อ้างถึงยุทธศาสตร์ชาติ แต่ในขณะนี้ยุทธศาสตร์ชาติยังไม่มีการประกาศใช้ จึงมองได้ว่าการตรากฎหมายดังกล่าวไม่ชอบ ตนจึงจำเป็นต้องขอให้นายกฯทบทวนเรื่องดังกล่าว
ที่มาไทยรัฐ