
ส่งพรบ.ส.ส.เอง ป.ป.ช.ยื้อไปอีก สอบ ‘นาฬิกาหรู’
“พรเพชร” โบ้ยนายกฯตัดสินใจส่งร่าง พ.ร.บ.ส.ส.ให้ศาล รธน.เอง อ้างเป็นแค่บุรุษไปรษณีย์นำส่งสารเท่านั้น “สุรชัย” ปัด สนช.กลับลำ 360 องศา “กิตติศักดิ์” โต้รับซิกนายกฯยื่นตีความ “บิ๊กป้อม” ขอศาล รธน.รีบวินิจฉัย “บิ๊ก ฉัตร” แอ่นอกป้องโรดแม็ปขยับไม่เกี่ยวกับ “บิ๊กตู่” ฝ่ายการเมืองดาหน้าถล่ม “นิพิฏฐ์” จวก สนช.ชงเอง กินเอง ตอกย้ำทฤษฎีสมคบคิดกินรวบ 3 เด้ง “วิรัตน์” ซัดปาหี่กลืนน้ำลายตัวเอง “ชัยเกษม” ชี้อาการผู้นำติดใจอำนาจ “นพดล” ติงกลัดกระดุมผิดให้กลัดใหม่ “สมคิด” อ้อมแอ้มนัดก๊วน “บ้านริมน้ำ” “ตี๋กร่าง-สนธยา” บอกไม่เห็นรู้เรื่อง “เผดิมชัย” ตีตัวออกห่างเพื่อไทย ป.ป.ช.ยื้ออีกสอบนาฬิกาหรู ยันทั้ง 25 เรือนยืมเพื่อนรายเดียว ปมแหวนเพชรไม่ต้องแจง “ทอม ดันดี-ธาริต-ไผ่” เฮ ศาลยกฟ้องทั้ง 3 คดี
ตกเป็นเป้าวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก หลัง สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) กลับลำเข้าชื่อ จำนวน 27 คน ยื่นเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.ทั้งที่เคยยืนยันมาตลอดว่าจะไม่ยื่นร่าง พ.ร.บ.ฉบับดังกล่าวตีความ
“บิ๊กป้อม” โยนศาล รธน.รีบตีความ
เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 29 มี.ค. ที่องค์การทหารผ่านศึก (อผศ.) พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม กล่าวถึงกรณีสมาชิก สนช.รวบรวมรายชื่อยื่นร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. ให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่าขัดรัฐธรรมนูญหรือไม่ จนหลายฝ่ายกังวลว่าอาจกระทบต่อโรดแม็ปการเลือกตั้งว่า ยืนยันว่าการเลือกตั้งยังเป็นไปตามกรอบเดิมคือเดือน ก.พ.2562 ขอย้ำว่าไม่มีการเลื่อนเลือกตั้ง ทั้งนี้ต้องขอให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความกฎหมายทั้ง 2 ฉบับเร็วๆ เมื่อถามว่า เกิดเงื่อนไขทางกฎหมายทำให้ยากว่าจะเป็นไปตามโรดแม็ป พล.อ.ประวิตรตอบสวนว่า “ก็บอกว่าไม่เลื่อนไงเล่า สนช. ต้องส่งกฎหมายทั้ง 2 ฉบับให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความ อยากให้ตีความเร็วหน่อย แค่นั้นก็จบ”
พรรคใหม่แต่งตัวเสร็จปลดล็อก
เมื่อถามว่า พรรคการเมืองเรียกร้องให้ยกเลิกคำสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เพื่อดำเนินกิจกรรมทางการเมือง พล.อ.ประวิตรตอบว่า เคยบอกแล้วว่าการยกเลิกคำสั่ง คสช.ต้องมีแน่นอน แต่ต้องรอให้พรรคการเมืองใหม่ดำเนินการตั้งพรรคให้เรียบร้อยก่อน เพื่อให้ทุกพรรคเดินไปพร้อมกันในเดือน มิ.ย. เมื่อถามย้ำว่าการปลดล็อกให้พรรค การเมืองต้องมีเงื่อนไขไม่ให้เกิดความขัดแย้งหรือไม่ พล.อ.ประวิตรตอบว่า ไม่เห็นมีอะไรที่พรรคการเมืองขัดแย้งกัน มีแต่สื่อแหละที่ขัดแย้ง หากพรรคการเมือง และ กกต. จะขอให้ คสช.แก้ไขคำสั่ง คสช.ที่ 53/2560 ก็ขอให้ กกต.ทำเรื่องมา แต่ยังไม่มีการแก้ไขคำสั่งดังกล่าว
“บิ๊กฉัตร” แอ่นอกป้อง “บิ๊กตู่”
ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า กรณีฝ่ายการเมืองโจมตีสนช. ว่าตั้งใจยืดเวลาเลือกตั้ง โดยการส่งร่าง พ.ร.บ.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.ให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความนั้น พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้า คสช. แสดงเจตนารมณ์ชัดเจนอยากให้เป็นไปตามโรดแม็ป และไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับกระบวนการของ สนช. หากโรดแม็ปต้องเลื่อนออกไปไม่เกี่ยวกับ พล.อ.ประยุทธ์ เมื่อถามว่า ในฐานะเพื่อน พล.อ.ประยุทธ์ได้พูดคุยเรื่องการเล่นการเมืองหลังจากนี้หรือไม่ พล.อ.ฉัตรชัยตอบว่า พล.อ.ประยุทธ์ไม่เคยพูดว่าจะลงเล่นการเมือง บอกเพียงว่าอยากทำงานขณะนี้ก่อน ส่วนวันข้างหน้าจะเป็นอย่างไรอย่าเพิ่งไปมอง เมื่อถามถึงกระแสข่าวนายสุชาติ ตันเจริญ แกนนำกลุ่ม 16 นัดพูดคุยกับอดีตนักการเมือง โดยมีกระแสข่าวว่านายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกฯ จะไปร่วมด้วย พล.อ.ฉัตรชัยตอบว่า ไม่ทราบ คงต้องไปถามบุคคลในข่าว
โบ้ยภาระนายกฯตัดสินใจเอง
ช่วงเย็นวันเดียวกันที่รัฐสภา นายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) แถลงว่า ได้รับหนังสือจากนายปรีชา วัชราภัย สมาชิกสนช. พร้อมคณะรวม 27 คน ขอให้ส่งร่าง พ.ร.บ.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. ให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย จึงมีหนังสือไปยัง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช. เพื่อสอบถามว่าได้นำร่าง พ.ร.บ.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.ขึ้นทูลเกล้าฯถวายแล้วหรือไม่ ต้องรอหนังสือตอบกลับจากนายกฯก่อน ถ้ายังไม่ได้นำขึ้นทูลเกล้าฯถวาย และนายกฯจะไม่ยื่นร่าง พ.ร.บ.ดังกล่าวให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย จึงจะส่งคำร้องของสมาชิก สนช. 27 คน ไปยังศาลรัฐธรรมนูญต่อไป หากพ้นวันที่ 12 เม.ย. โดยที่นายกฯไม่ได้ตอบกลับมา เท่ากับว่าหน้าที่ในการส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความนั้นเป็นอันหมดไป
ปัดเกี้ยเซียะรับสัญญาณยื้อ
นายพรเพชรกล่าวต่อว่า สำหรับขั้นตอนการพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ คงมีหนังสือไปด้วยว่ารัฐบาลและ คสช.ห่วงใยในเรื่องโรดแม็ป จึงขอความกรุณาศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาโดยใช้เวลาที่ไม่กระทบโรดแม็ปมากนัก ส่วนตัวเชื่อว่าร่าง พ.ร.บ.ดังกล่าวจะไม่ขัดกับรัฐธรรมนูญ เพราะประเด็นที่ส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย เป็นบทบัญญัติที่เป็นเอกเทศแยกจากกัน ถ้าถูกชี้ว่าขัดหรือแย้งกับรัฐธรรมนูญ จะมีผลเพียงแค่ตัดมาตราดังกล่าวออกไป เสียเวลาแค่พิมพ์ดีดใหม่เท่านั้น เมื่อถามว่ามีการเกี้ยเซียะกันหรือไม่ เพราะก่อนหน้านี้มีสัญญาณจากนายกฯในการยื่นตีความ พ.ร.บ.ดังกล่าว นายพรเพชรตอบเสียงดังว่า “ไม่มีเกี้ยเซียะที่ไหน คนละเรื่องคนละประเด็นกัน”
อ้างเป็นได้แค่บุรุษไปรษณีย์
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนหน้านี้นายพรเพชร ส่งเอกสารชี้แจงถึงสื่อมวลชน ระบุว่า ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 148 (1) บัญญัติว่า ก่อนที่นายกฯจะนำร่างกฎหมายขึ้นทูลเกล้าฯถวาย หาก สนช.ไม่น้อยกว่า 1 ใน 10 เห็นว่ามีข้อความขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ สามารถเข้าชื่อกันเพื่อให้ตีความ และให้ประธาน สนช.มีหน้าที่ส่งคำร้องให้ศาลรัฐธรรมนูญได้ บทบัญญัติดังกล่าวกำหนดหน้าที่ประธาน สนช.เท่านั้น ไม่ได้ให้อำนาจประธานสนช.ส่งด้วยตนเอง หน้าที่ประธาน สนช.จึงเปรียบเสมือนบุรุษไปรษณีย์ แต่กรณีนี้ได้ส่งให้นายกฯแล้ว ดังนั้นอำนาจในการส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย จึงเป็นอำนาจของนายกฯตามรัฐธรรมนูญมาตรา 148 (2) จึงต้องส่งคำร้องของสมาชิกทั้ง 27 คน ให้นายกฯรับทราบ และขึ้นอยู่กับดุลพินิจของนายกฯว่าจะทำอย่างไรต่อไป
“สุรชัย” แย้งกลับลำ 360 องศา
นายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย รองประธาน สนช. กล่าวว่า ถือเป็นเรื่องดี ถ้าสมาชิก สนช.ยังติดใจ และกังวลใจว่าจะเกิดปัญหาในอนาคต ยอมเสียเวลาตรงนี้เพื่อให้ตกผลึกทุกประเด็น ส่วนจะกระทบโรดแม็ปหรือไม่ คิดว่าถ้าทุกฝ่ายเข้าใจตรงกัน และขอความร่วมมือศาลรัฐธรรมนูญเร่งพิจารณาเป็นกรณีพิเศษ คงไม่มีผลกระทบ ขณะที่การจัดการเลือกตั้งของ กกต. หากกระชับเวลาไม่ต้องถึง 150 วันได้จะเป็นเรื่องดี เพื่อชดเชยเวลาที่เสียไปในขั้นตอนนี้ เมื่อถามว่านายกฯได้ท้วงติงมาหรือไม่ ทำให้ สนช.ต้องกลับลำ นายสุรชัยตอบว่า ไม่ใช่เรื่อง สนช.กลับลำ เพราะไม่รู้ว่าใครจะหยิบมาเป็นข้อโต้แย้ง หากไม่ประสบความสำเร็จหลังการเลือกตั้งหรือไม่
“กิตติศักดิ์” โต้รับซิกนายกฯ
นายกิตติศักดิ์ รัตนวราหะ สนช. กล่าวว่า ตนและสมาชิก สนช.รวม 27 คน ยื่นหนังสือถึงนายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธาน สนช. ขอให้ส่งเรื่องไปยังศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยร่าง พ.ร.บ.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. ใน 2 ประเด็น คือ การตัดสิทธิผู้ไม่ไปใช้สิทธิเลือกตั้งโดยไม่แจ้งเหตุ ห้ามดำรงตำแหน่งข้าราชการฝ่ายการเมือง และการลงคะแนนแทนผู้พิการ ทุพพลภาพ และคนชรา ว่าขัดหรือแย้งกับรัฐธรรมนูญหรือไม่ ไม่ทราบว่าประธาน สนช.จะส่งไปยังศาลรัฐธรรมนูญเมื่อไหร่ ต้องรอผู้ใหญ่อีกที เชื่อว่าไม่กระทบโรดแม็ปแน่นอน เหตุผลที่สนช.เลือกยื่นตีความ ทั้งที่ร่าง พ.ร.บ.ฉบับนี้ส่งถึงมือนายกฯแล้ว เพราะรับฟังเสียงของหลายส่วน ทั้งนายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธาน กรธ. และหัวหน้าพรรคการเมือง ที่แสดงความเป็นห่วง ยืนยันการกลับลำครั้งนี้ไม่ได้รับสัญญาณใดจากนายกฯ
“เสรี” ชี้สกัดการเมืองขี้แพ้ชวนตี
นายเสรี สุวรรณภานนท์ อดีตกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. กล่าวว่า การที่ สนช.ส่งตีความร่าง พ.ร.บ.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. เป็นการดีที่สุด ดีกว่าไปมีมือดีนำไปยื่นใกล้วันเลือกตั้ง หรือระหว่างเลือกตั้ง เพราะจะยิ่งยุ่งไปกันใหญ่ การเมืองไทยเป็นการเมืองแบบขี้แพ้ชวนตี มักสร้างประเด็นการเมืองอยู่ตลอดเวลา แทนที่จะเอารัฐธรรมนูญเป็นหลักในการบริหารประเทศ แต่กลับนำมาใช้เป็นเครื่องมือไปต่อสู้ทางการเมือง ระหว่างนี้หากมีประเด็นใดที่จะเป็นปัญหาในอนาคต ควรส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาแต่เนิ่นๆ เพราะเป็นช่วงเวลาอยู่ในช่วงโรดแม็ป จะได้ไม่ถูกกล่าวหาว่ายื้อเลือกตั้ง
“นิพิฏฐ์” จวก สนช.ชงเองกินเอง
ขณะที่นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณี สนช.กลับลำส่งตีความร่าง พ.ร.บ.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. ว่า เป็นไป ตามที่เคยคาดการณ์ไว้ เพราะสิ่งที่ไม่เป็นปัญหาเขาพยายามสร้างให้เป็นปัญหาขึ้นมา เป็นการทำลายความน่าเชื่อถือในกระบวนการออกกฎหมายของฝ่ายนิติบัญญัติ เพราะที่ประชุม สนช.เคยมีมติเป็นเอกฉันท์ โหวตผ่านกฎหมายฉบับนี้ไปแล้ว ดังนั้น การกลับลำครั้งนี้ ล้วนเป็นเรื่องที่สร้างขึ้นเองทั้งนั้น เพราะก่อนหน้านี้หลายฝ่ายเตือนแล้ว ถ้าไม่แน่ใจก็อย่าโหวต ขอส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความก่อน แต่เขาก็โหวต จึงมองเป็นอื่นไม่ได้ว่าเป็นกระบวนการยื้อเวลาเพื่อประโยชน์ของตัวเอง
ย้ำทฤษฎีสมคบคิดกินรวบ 3 เด้ง
“น่ากังวลว่าหากศาลรัฐธรรมนูญชี้ว่าร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้ขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ จะทำให้เป็นโมฆะ ที่สุดต้องมาเริ่มกระบวนการยกร่าง หรือแก้ไขกฎหมายในส่วนที่เป็นโมฆะ โดยไม่มีใครทราบว่าต้องใช้ระยะเวลายาวนานเท่าใด เท่ากับเป็นการยืดอายุ สนช. ควบคู่ไปกับการยืดอายุรัฐบาล คสช. และยังยื้อเวลาการจัดการเลือกตั้ง คือได้ประโยชน์สามต่อ จะไม่ให้สังคมคิดว่าเป็นทฤษฎีสมคบคิดเพื่ออยู่ต่อได้อำนาจได้อย่างไร” นายนิพิฏฐ์กล่าว
ซัดเล่นปาหี่กลืนน้ำลายตัวเอง
นายวิรัตน์ กัลยาศิริ หัวหน้าฝ่ายกฎหมายพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ท่าทีการกลับลำของ สนช. ทั้งที่ก่อนหน้านี้ที่ประชุมกรรมาธิการร่วม 3 ฝ่าย คือ กรธ. สนช.และ กกต. ต่างยืนยันเองว่าไม่มีประเด็นใด ขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ และมีมติเกือบเป็นเอกฉันท์ยืนยันว่าจะไม่ยื่นตีความ รวมถึงวิป สนช.ยังแถลงยืนยันอีกว่า สนช.จะไม่ส่งร่างกฎหมายนี้ให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความ ผู้ที่มีหน้าที่ยื่นให้ศาลวินิจฉัยได้ คือ สนช. และนายกรัฐมนตรีเท่านั้น กรณีนี้สังคมฟังเป็นที่ยุติแล้วว่า สนช.ไม่มีประเด็นใดสงสัยว่าร่าง พ.ร.บ.ฉบับนี้ขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ แต่วันนี้กลับกลืนน้ำลายตัวเอง กลับลำมติของตัวเอง เหมือนเล่นปาหี่
กลับไปกลับมาเครดิตหด
นายวิรัตน์กล่าวว่า สังคมไม่มีทางคิดเป็นอย่างอื่นได้ นอกจากเป็นเกมการยื้อเลือกตั้งของรัฐบาลและผู้มีอำนาจ ยิ่งทำให้สังคมลดความเชื่อถือต่อรัฐบาล คสช. โดยเฉพาะเครดิตในตัว พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และหัวหน้า คสช. รวมถึง สนช. ที่ถูกสังคมตั้งคำถามในพฤติกรรมกลับไปกลับมา สร้างความสับสน ยิ่งทำให้สังคมไทยขาดที่พึ่งที่หวัง ในที่สุดจะมีกลุ่มคนออกมาเรียกร้องในรูปแบบต่างๆ เพิ่มมากขึ้น สวนทางกับจำนวนคนที่เคยสนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์จะลดน้อยถอยลง ขอให้ สนช.และนายกฯตระหนักไว้ด้วย
พท.รู้ฟอร์ม “ผู้นำ” หวังไปต่อ
ด้านนายชัยเกษม นิติสิริ อดีต รมว.ยุติธรรม และแกนนำพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ไม่เชื่อคำยืนยันของนายกฯที่ระบุว่า การส่งตีความร่าง พ.ร.บ.ว่าด้วย การเลือกตั้ง ส.ส. ไม่กระทบโรดแม็ป เพราะลูกเล่นเยอะมาก เลือกจะให้กระทบหรือไม่กระทบก็ได้ทุกอย่างอยู่ในมือ คสช.ทั้งสิ้น ส่วนอนาคต พล.อ.ประยุทธ์จะลงเล่นการเมืองหรือไม่นั้น ถ้าดูฟอร์มจากที่ผ่านมา เชื่อว่า พล.อ.ประยุทธ์เล่นการเมืองต่อ แต่จะเล่นในลักษณะไหน เปิดตัวเต็มที่ไหม หรือรอเป็นตาอยู่ คงต้องติดตามดู ตอนนี้ถือว่าอยู่ในฐานะที่ได้เปรียบ ไปถามตอนนี้คงไม่ตอบ เพราะถ้าไม่เล่น การเมืองต่อคงไม่ต่ออายุ ไม่ทำโน่นทำนี่เพื่อให้อยู่ในอำนาจนาน แสดงว่ายังติดใจ เพียงแต่ไปถามตอนนี้คงให้รอดูสถานการณ์
กลัดกระดุมผิดให้กลัดใหม่
นายนพดล ปัทมะ อดีต รมว.ต่างประเทศ และแกนนำพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ทุกพรรคการเมืองเห็นปัญหาที่เกิดจากคำสั่ง คสช.ที่ 53/60 แล้ว ทั่วโลกคงประหลาดใจกับเรื่องที่พรรคการเมืองไทยต้องมาถกเถียง และขอความชัดเจนในขั้นตอนการปฏิบัติทางธุรการ เพราะหากปฏิบัติไม่ถูกต้องอาจถูกยุบพรรคได้ ไม่ต่างอะไรกับหลุมทรายดูด แทนที่ พรรคการเมืองจะไปใช้เวลาคิดค้นนโยบายมาแข่งขัน กันแก้ปัญหาให้ประชาชน แต่ต้องเสียเวลาง่วนกับงานธุรการและเงื่อนไขตามคำสั่ง คสช. บ้านเมืองเรา มาถึงจุดนี้ได้อย่างไร นี่ หรือไทยแลนด์ 4.0 เรียกร้องผู้มีอำนาจว่าเมื่อกลัดกระดุมผิดเม็ดก็กลัดใหม่ได้ คนที่กล้าแก้ไขคือผู้ที่เข้มแข็ง ประเทศมีทางออกที่ดีกว่านี้ ขอเสนอ คสช.ให้ยกเลิกข้อห้ามทำกิจกรรม และปลดล็อกทางการเมือง ยกเลิกข้อห้ามการชุมนุมทางการเมือง ยกเลิกคำสั่ง คสช.ที่ 53/60 และเงื่อนไข ที่หยุมหยิม พรรคการเมืองควรเอาเวลาไปทำอะไรที่สำคัญมากกว่ามานั่งถ่ายเอกสารสำเนาบัตรประชาชน ที่ต้องใช้ในการยืนยันสมาชิก
“อ๋อย” โวยสกัดพรรคเก่าทุกวิธี
นายจาตุรนต์ ฉายแสง อดีตรองนายกรัฐมนตรี และแกนนำพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงการพิจารณาส่งร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.ให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความว่า สนช.รู้อยู่แล้วว่ามีปัญหา แต่ก็ลงมติทั้งที่มีปัญหา เมื่อมีข้อสงสัยควรยื่นไปนานแล้ว ทำอย่างนี้เท่ากับดึงเวลาให้ช้าออกไป ทั้งหมดอยู่แค่ทำอย่างไรให้ล่าช้าออกไป ปัญหาใหญ่อยู่ที่การเลือกใช้อำนาจของ คสช. โดยเฉพาะเรื่องการไม่ปลดล็อกพรรคการเมือง อาจทำให้พรรคการเมืองจำนวนมากส่งผู้สมัคร ส.ส.ไม่ได้ หรือส่งไม่ครบ เพื่อทำให้ได้ที่นั่ง ส.ส.น้อยลง
“เต้น” กระทุ้ง กกต.กล้าสู้อำนาจ
นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ แกนนำ นปช. กล่าวว่า ติดตามข่าวการประชุมระหว่าง กกต.กับพรรคการเมือง ด้วยความอึดอัดและเห็นใจ เปรียบเหมือนคน 2 กลุ่ม ปิดห้องคุยกันว่าจะเดินไปข้างหน้าอย่างไร โดยมีเสือตัวหนึ่ง หมายถึงอำนาจเด็ดขาดของ คสช.ยืนอยู่ในห้อง มีร่างของนายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีต กกต. ที่ถูกเสือตะปบไปแล้วนอนแผ่อยู่บนเวที ส่วนฝ่ายพรรคการเมืองไม่กล้าขยับตัวเพราะเสือจ้องอยู่ จึงมีแต่คำถาม ขณะที่ กกต.ก็ไม่มีคำตอบ เพราะกลัวตอบแล้วจะเป็นเหมือนนายสมชัย การประชุมดังกล่าวจึงไม่มีสรุป ไม่ได้เพิ่มความเชื่อมั่นว่าบ้านเมืองกำลังเดินหน้าไปสู่การเลือกตั้ง อยากเห็นบทบาทที่กล้าหาญและสง่างามของ กกต. ไม่ตกอยู่ใต้อิทธิพลของใคร ทีกับรัฐบาลก่อนเห็นเรียกไปคุยตั้งหลายรอบ ตอนนี้จะเดินไปบอกผู้มีอำนาจให้ถอยจากการจัดเลือกตั้งทำไมถึงทำไม่ได้ นี่เป็นโอกาสเดียวที่ กกต.ชุดนี้จะพ้นจากหน้าที่ด้วยเกียรติยศ
“สมคิด” อ้อมแอ้มนัดก๊วน “ตี๋กร่าง”
วันเดียวกัน นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงกระแสข่าวร่วมกินข้าวกลางวันกับอดีต ส.ส.กลุ่มบ้านริมน้ำของนายสุชาติ ตันเจริญ ในวันที่ 1 เม.ย.ว่า ทราบจากข่าวแล้ว แต่ยังไม่มีใครมาเชิญ เมื่อถามว่า ส่วนตัวรู้จักกับนายสุชาติหรือไม่ นายสมคิดตอบว่า ไทยรักไทยด้วยกัน ทุกคนสนิทสนมกันทั้งนั้น เมื่อถามว่า หากเชิญมาจะไปร่วมรับประทานอาหารด้วยหรือไม่ นายสมคิดตอบว่า เพิ่งรู้ข่าวพร้อมๆกัน เมื่อถามอีกว่ายังไม่ปิดโอกาสทางการเมืองในอนาคตใช่หรือไม่ นายสมคิดตอบว่า เมื่อเราอยู่ในตำแหน่งนี้ รู้จักทั้งอาจารย์ พบปะทั้งเอกชน ทั้งนักการเมืองอยู่แล้ว พยายามให้ความรู้ ให้ข้อมูลกัน พบปะกันบ่อยๆ
กลุ่ม 16–บ้านริมน้ำบอกไม่รู้เรื่อง
นายสุชาติ ตันเจริญ แกนนำกลุ่มบ้านริมน้ำ กล่าวถึงเรื่องดังกล่าวว่า ยังไม่มีการนัดอดีต ส.ส.กลุ่มบ้านริมน้ำ และอดีตนักการเมืองกลุ่ม 16 กินข้าวกลางวันที่บ้านริมน้ำ ย่านนนทบุรี ในวันที่ 1 เม.ย. ใครไม่รู้ไปพูดแบบนั้น ปกติมีเพื่อนฝูงมาทานข้าวที่บ้านได้ตลอดเวลา ใครอยากจะมาก็มา แม้ว่าตน ซึ่งเป็นเจ้าของบ้านจะไม่อยู่บ้านแต่ถ้าอยากจะมากันก็มาได้เป็นปกติ ไม่ได้นัดหมายนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกฯ เป็นการพิเศษ ขณะนี้ยังติดธุระอยู่ที่ประเทศจีน ส่วนวันที่ 1 เม.ย. วันเกิดของพรรคภูมิใจไทย ตนติดงานเช็งเม้งที่ จ.ฉะเชิงเทรา
ด้านนายสนธยา คุณปลื้ม หัวหน้าพรรคพลังชล สมาชิกกลุ่ม 16 กล่าวเพียงสั้นๆว่า ไม่มีการนัดหมาย ไม่เห็นรู้เรื่องว่ามีการนัดหมายตามที่เป็นข่าว
“เผดิมชัย” ตีตัวออกห่างเพื่อไทย
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า อดีต ส.ส.กลุ่ม 16 เปิดเผยว่า ไม่น่าจะมีการนัดทานข้าวกันในวันที่ 1 เม.ย.ตามที่มีข่าว หากมีจริงน่าจะเป็นเพียงบางคน ปกตินัดทานข้าวกันทุกเดือนอยู่แล้ว เพราะเล่นแชร์กันจึงผลัดกันเป็นเจ้ามือ ที่สำคัญเพิ่งนัดทานข้าวกันเมื่อ 2 สัปดาห์ที่ผ่านมานี้เอง ยังชวนไปเที่ยวฮ่องกงกันอยู่เลย บางคนยังบอกว่าไม่ว่าง ให้เลื่อนกำหนดการไปก่อน ดังนั้นข่าวที่ออกมาจึงไม่น่าจะเป็นความจริง
ด้านนายเผดิมชัย สะสมทรัพย์ อดีต รมว.แรงงาน รัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร และสมาชิก กลุ่มบ้านริมน้ำกล่าวว่า ไม่รู้เรื่องนี้ ยังงงอยู่ ไม่มีการนัดหมายอะไร ถ้ามีตนต้องรู้แล้ว สถานการณ์ขณะนี้นักการเมืองไม่สามารถทำอะไรได้ ตอนนี้ทุกคนนิ่งหมด ส่วนเรื่องการไปยืนยันความเป็นสมาชิกพรรคเพื่อไทยนั้น พรรคก็ติดต่อมา แต่เราเป็นผู้ใหญ่แล้วทำอะไรต้องรอความชัดเจน ตอนนี้กฎหมายยังไม่นิ่ง ดังนั้นในวันที่ 4 เม.ย. จึงยังไม่เดินทางไปยืนยันความเป็นสมาชิกของพรรคเพื่อไทย เพราะอนาคตเราไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้น จะอยู่พรรคเดิมหรือไปอยู่พรรคไหน
รู้ตัวคนหนุนกลุ่มอยากเลือกตั้ง
อีกเรื่อง พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม กล่าวถึงกรณี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช. สั่งการให้ฝ่ายความมั่นคงตรวจสอบเส้นทางการเงินของกลุ่มคนอยากเลือกตั้ง ว่า นายกฯเพิ่งสั่งมาเมื่อวันที่ 28 มี.ค. ทราบดีว่ากลุ่มคนอยากเลือกตั้ง เป็นกลุ่มเดิมๆ ที่ออกมาเคลื่อนไหวและมีพรรคการเมือง กลุ่มการเมืองที่ต้าน คสช. อยู่เบื้องหลัง กลุ่มที่ออกมาเคลื่อนไหวเราเห็นก็รู้แล้วว่าเป็นพวกใคร แต่ตอนนี้ยังไม่มีหลักฐาน ส่วนจะเชื่อมโยงกลุ่มคนเสื้อแดงหรือไม่ ไม่ทราบ
ป.ป.ช.ยื้ออีกสอบนาฬิกาหรู
ที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) นายวรวิทย์ สุขบุญ เลขาธิการ ป.ป.ช. แถลงความคืบหน้าการตรวจสอบการครอบครองนาฬิกาหรูของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม ว่า พล.อ.ประวิตรชี้แจงมาครบทั้ง 4 ครั้งตามที่ ป.ป.ช.แจ้งไป โดยระบุว่า เป็นการยืมเพื่อนมา ทั้งนี้ ป.ป.ช.ได้ตรวจสอบความมีอยู่จริงของนาฬิกาหรูทั้งหมดพบว่า มีนาฬิกาหรูอยู่จริง แต่ยังขาดรายละเอียดที่มา อาทิ หมายเลขซีเรียลนัมเบอร์นาฬิกา จึงขอให้ไป ตรวจสอบข้อมูลเพิ่มเติม ว่าผู้ที่ครอบครองนาฬิกาหรูเป็นเจ้าของที่แท้จริงหรือไม่ โดยจะสอบถามไปยังบริษัทเอกชนที่จำหน่ายนาฬิกา 13 แห่ง ที่ตอบกลับมาแล้ว 3 แห่ง รวมทั้งสอบพยานเพิ่มเติมอีก 2 ปาก โดยจะเร่งให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบข้อมูลให้เสร็จ ส่งให้ ป.ป.ช.พิจารณาต่อไป
ทั้ง 25 เรือนยืมเพื่อนรายเดียว
ผู้สื่อข่าวถามว่า ที่ พล.อ.ประวิตรอ้างว่ายืมนาฬิกาเพื่อนมา 25 เรือน เป็นเพื่อนรายเดียวกัน หรือหลายราย นายวรวิทย์ตอบว่า เป็นรายเดียวกันทั้งหมด เมื่อถามว่าเพื่อนรายดังกล่าวยังมีชีวิตอยู่หรือเสียชีวิตไปแล้ว นายวรวิทย์ตอบว่า สื่อก็รู้ๆกันอยู่ อย่างไรก็ตามจากการตรวจสอบพบว่านาฬิกาทั้ง 25 เรือน มีซ้ำกัน 3 เรือน ทั้งนี้ ป.ป.ช.ยังไม่ได้พิจารณาว่าจะเรียก พล.อ.ประวิตรมาให้ข้อมูลด้วยตัวเองหรือไม่ เมื่อถามว่ายังยืนยันว่าทรัพย์สินที่ยืมเพื่อนมาไม่ต้องแจ้งบัญชีทรัพย์สินใช่หรือไม่ นายวรวิทย์ตอบว่า รอให้ข้อเท็จจริงยุติก่อน ป.ป.ช.จะวินิจฉัยอีกครั้ง ส่วนกรณีการครอบครองแหวนเพชรที่ปรากฏในรายการบัญชีทรัพย์สินนั้น พล.อ.ประวิตรชี้แจงว่าเป็นของบิดา แต่มารดาเป็นผู้เก็บไว้ และต่อมาจึงมอบให้ พล.อ.ประวิตร
ปมแหวนเพชรไม่ต้องแจงแล้ว
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การประชุมเพื่อพิจารณาวาระนาฬิกาหรูของ พล.อ.ประวิตร พล.ต.อ.วัชรพล ประสารราชกิจ ประธาน ป.ป.ช. ได้ขอถอนตัวจาก การประชุม โดยมีนายปรีชา เลิศกมลมาศ กรรมการ ป.ป.ช. ทำหน้าที่ประธานการประชุมแทน โดยคณะทำงานแสวงหาข้อเท็จจริงได้รายงานข้อสรุปพร้อมรายละเอียด 38 แผ่นให้ที่ประชุม ป.ป.ช.รับทราบ โดย ที่ประชุม ป.ป.ช.เห็นว่าควรให้คณะทำงานไปแสวงหาข้อเท็จจริงเพิ่มเติม เพราะข้อมูลยังไม่สมบูรณ์ ในส่วนประเด็นแหวนเพชรนั้นได้ข้อยุติแล้วว่า เป็นแหวนที่มีมูลค่าไม่ถึง 2 แสนบาท จึงไม่จำเป็นต้องแจ้งไว้ในบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินที่ต้องยื่นต่อ ป.ป.ช.
พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯและ รมว.กลาโหม กล่าวว่า เป็นเรื่องของ ป.ป.ช. เขาจะประชุมก็เป็นเรื่องของเขา ไม่ห่วงหากจะเรียกไปชี้แจงว่าไปตามกระบวนการ ระเบียบอย่างไรก็ว่าไปตามนั้น
ข้องใจหว่านงบฯไทยนิยมใกล้ ลต.
นายวิรัตน์ กัลยาศิริ หัวหน้าฝ่ายกฎหมายพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 27 มี.ค. อนุมัติงบประมาณ 16,474 ล้านบาท ให้ 82,371 หมู่บ้าน หมู่บ้านละ 2 แสนบาทเพื่อใช้ในโครงการไทยนิยมยั่งยืน ว่า สิ่งที่จะได้จากโครงการนี้คาดเป็นการจ้างงานผู้สูงอายุและสตรีในหมู่บ้าน ปัจจุบันคนไทยส่วนใหญ่ไม่นิยมทำงานแบบใช้แรงงาน ดูได้จากการนำเข้าแรงงานต่างด้าวมา ทำงานประเภทนี้ จึงไม่สะท้อนความต้องการของประชาชนที่แท้จริง การให้ไปสร้างถนนในหมู่บ้าน ขุดสระน้ำในชุมชน ปัจจุบันไม่มีพื้นที่ให้ทำแล้ว การกระจายรายได้ต้องวางหลักเกณฑ์ใช้จ่ายงบฯให้รัดกุม ชัดเจน ใช้ทำอะไรได้บ้าง ไม่ใช่ระบุกว้างๆ 11 ข้อห้าม เพราะข้าราชการเป็นคนคุมงบฯนี้ ขณะที่ไม่มีมาตรการใดประกันได้ว่าจะไม่มีการชักหัวคิวเหมือนหลายโครงการของรัฐบาลนี้ ส่วนจะเป็นประชานิยมหรือไม่คิดว่าประชาชนดูออก และที่น่าสังเกตเหตุใดมาทำในช่วงที่จะมีเลือกตั้ง
นายกฯ ย้ำระบายข้าวยึดกลไก
วันเดียวกันเวลา 09.30 น.ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการนโยบายและบริหารจัดการข้าว (นบข.) พล.อ.ประยุทธ์กล่าวระหว่างประชุมว่า ได้รับคำชี้แจงจากกระทรวงพาณิชย์ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเกี่ยวกับสถานการณ์ข้าว ขอบคุณ นบข.ที่ทำหน้าที่ด้วยความเรียบร้อย และขอให้พึงระมัดระวังเรื่องข้อกฎหมายต่างๆ เพราะรัฐบาลยังต้องการแก้ปัญหาเรื่องระบายข้าวให้เป็นไปตามกลไกอย่างแท้จริง ทำงานอย่างระมัดระวัง
ตั้งโต๊ะแจงของบฯ เพิ่มสภาใหม่
อีกเรื่องที่รัฐสภา นายสรศักดิ์ เพียรเวช เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร พร้อม น.ส.พรรษมนต์ ไทยวัฒนานุกูล รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร และนายพีระ นาควิมล ผอ.โครงการก่อสร้างอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ บริษัท ซิโนไทย เอ็นจีเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชั่น จำกัด (มหาชน) ร่วมกันแถลงชี้แจงโครงการก่อสร้างรัฐสภาแห่งใหม่ นายสรศักดิ์กล่าวว่า เหลือเวลาอีกไม่ถึง 1 ปีต้องย้ายไปรัฐสภาใหม่แล้ว จำเป็นต้องของบฯ ครม.เพิ่มเติม เพื่อให้อาคารใหม่มีความพร้อมวางระบบไอทีและโสตทัศนูปกรณ์ เรื่องท่อสาย ระบบสวิตช์ ไม่ร่วมแอพพลิเคชั่นคือระบบลงคะแนน การนับคะแนนในที่ประชุม มูลค่า 3,000 ล้านบาท เพิ่มเติมจุดกระจายสัญญาณ กล้องวงจรปิด วางระบบรักษาความปลอดภัยด้านไอที ใช้ระบบตรวจสอบลายนิ้วมือก่อนลงคะแนน จอห้องประชุมแสดงผลระดับ 4K รวมงบไอทีที่เพิ่มขึ้น 6,400 ล้านบาท และงานสาธารณูปโภครวม 10 กว่ารายการ
งบลองไฟบานไปอีก 30 ล้าน
นายพีระ นาควิมล กล่าวว่า บริษัทซิโนไทยฯ ไม่ได้อยากต่อสัญญา เพราะค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นตกวันละ 1 ล้านบาท รวมขยาย 1,400 วัน ตกราว 1,400 ล้านบาท ส่วนราชการต้องมาเสียเงินค่าน้ำค่าไฟให้อีก 10 ล้านบาทต่อเดือน จึงไม่เกิดผลดีทั้งต่อภาครัฐและเอกชน ส่วนจะดำเนินการฟ้องเรียกค่าเสียหายจากฝ่ายการเมืองฐานหมิ่นประมาทหรือไม่นั้น หากเข้าข่ายเจตนาสร้างความเสียหายเกลียดชังบริษัทฯ ไม่รีรอ เราไม่เคยคิดว่าจะเกิดปัญหาเสียหาย ถึงขั้นต้องเตรียมสำรองการขาดทุนไว้ 3,000 ล้านบาท หากนับถึงการขยายเวลาครั้งที่ 2 เราแจ้งยอดให้สำนักงานไปที่ 1,673 ล้านบาท ส่วนการต่อสัญญาครั้งที่ 3 จะเรียกอีกเท่าไรจะสรุปได้ในเดือน เม.ย. และเมื่ออาคารสร้างเสร็จที่กังวลคือการทดสอบไฟที่คิดเป็นการใช้ไฟ 2 อำเภอพร้อมกันอยู่ที่ 30 ล้านบาท
ทวงถาม “บิ๊กป้อม” ปมที่กาสิโน
ที่บริเวณด้านข้างกระทรวงกลาโหม นายวีระ สมความคิด เครือข่ายประชาชนต่อต้านคอร์รัปชัน เดินทางมาทวงคำตอบจาก พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ และ รมว.กลาโหม หลังยื่นหนังสือขอให้ตรวจสอบการบุกรุกก่อสร้างบ่อนกาสิโน บนพื้นที่อ้างสิทธิทับซ้อน บริเวณช่องสายตะกูเมื่อปี 2560 นายวีระกล่าวว่า หากข้อมูลดังกล่าวผิดพลาดก็พร้อมขอโทษ แต่ถ้าข้อมูลนี้ถูก ต้องเอาคนขายชาติมาลงโทษและติดคุก วันนี้ทหารไม่ตอบเลยล่วงเลยมาถึง 8 เดือนและจะครบรอบ 1 ปีเต็มแล้วที่ไม่ยอมให้ตนลงพื้นที่ไปพิสูจน์ความจริง มั่นใจในหลักฐานที่มี เอกสารก็มาจากทางราชการฝั่งไทยไม่ได้ยกเมฆ ไม่ได้ท้าทาย จึงมาทวงถามเพื่อให้ได้คำตอบที่ชัดเจน โดยผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะที่นายวีระพูดคุยกับเจ้าหน้าที่สำนักงาน รมว.กลาโหม ไม่ได้ให้สื่อเข้าไปทำข่าวและบันทึกภาพ
จี้ สนช.เลิกแก้ ก.ม.อ้อย–น้ำตาล
ที่รัฐสภา องค์กรชาวไร่อ้อย 4 องค์กร ยื่นหนังสือต่อนายนัฑ ผาสุข เลขาธิการวุฒิสภาปฏิบัติหน้าที่เลขาธิการ สนช. คัดค้านการปรับปรุงแก้ไข พ.ร.บ.อ้อยและน้ำตาล ของ สนช. เนื่องจากเห็นว่ามีเจตนาแอบแฝงซ่อนเร้น ไม่เป็นไปตามวัตถุประสงค์เพื่อแก้ไขปัญหาขององค์การการค้าโลก (WTO) และยังพบเป็นการเอื้อประโยชน์ให้กับนายทุนอุตสาหกรรมน้ำตาลยักษ์ใหญ่ ที่สนิทสนมกับ สนช.บางคน โดยไม่คำนึงคุณสมบัติการจัดตั้งเป็นตัวแทนสถาบันชาวไร่อ้อย จึงขอให้ยกเลิกการแก้ไข พ.ร.บ.ดังกล่าวทันที
ยกฟ้องคดี ม.112 “ทอม ดันดี”
ช่วงบ่ายที่ห้องพิจารณา 803 ศาลอาญาถนนรัชดา ศาลอ่านคำพิพากษา คดีดูหมิ่นสถาบันหมายเลขดำ อ.47/61 ที่พนักงานอัยการคดีอาญา6 เป็นโจทก์ยื่นฟ้องนายธานัท ธนวัชรนนท์ หรือทอม ดันดี อายุ 59 ปี อดีตแนวร่วม นปช. และนักร้องวงดนตรีเพื่อชีวิต เป็นจำเลยในความผิดฐานดูหมิ่นสถาบันเบื้องสูง ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 กรณีเมื่อวันที่ 1 พ.ค. 2554 จำเลยขึ้นปราศรัยบนเวที นปช. ที่ จ.ลำพูน พาดพิงสถาบันเบื้องสูง แต่จำเลยให้การรับสารภาพ แต่ศาลพิเคราะห์คำฟ้องของอัยการโจทก์แล้ว เห็นว่าข้อความที่โจทก์บรรยายฟ้องยังไม่ชัดเจนพอว่าจำเลยหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ จำเลยจึงไม่เป็นความผิด แม้จำเลยรับสารภาพก็ไม่อาจลงโทษจำเลยได้ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 185 วรรค 1 พิพากษายกฟ้อง ทันทีที่ศาลยกฟ้องบรรดาญาติเข้าสวมกอดด้วยความดีใจ ขณะที่ทนายความของทอม ดันดี เปิดเผยว่า นายทอมโดนฟ้องคดีดูหมิ่นสถาบันเบื้องสูง 4 คดี คือคดีของศาลทหาร ถูกพิพากษาจำคุก 3 ปี 4 เดือน คดีที่ 2 ศาลอาญาพิพากษาจำคุก 7 ปี 6 เดือน คดีนี้เป็นคดีที่ 3 ศาลพิพากษายกฟ้อง และคดีที่ 4 ศาลจังหวัดราชบุรีนัดตรวจหลักฐานและสอบคำให้การวันที่ 23 เม.ย.นี้
“ธาริต” รอดคดีหมิ่นฯ “เทือก”
วันเดียวกัน ที่ศาลอาญา ศาลมีคำพิพากษาคดีที่นายสุเทพ เทือกสุบรรณ อดีตรองนายกรัฐมนตรี เป็นโจทก์ฟ้องนายธาริต เพ็งดิษฐ์ อดีตอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) และบรรณาธิการสื่อสิ่งพิมพ์เป็นจำเลยที่ 1-5 ร่วมกันหมิ่นประมาทจากกรณีกล่าวหาโจทก์ทำเรื่องเปลี่ยนแปลงโครงการก่อสร้างสถานีตำรวจทดแทนจำนวน 396 โรงพักทั่วประเทศ ซึ่งเป็นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบและเป็นเท็จ ทำให้โจทก์เสียหาย ศาลพิเคราะห์แล้วเห็นว่า นายสุเทพเป็นโจทก์ได้มีการเปลี่ยนแปลงสัญญาแก้ไขการก่อสร้างโรงพักทดแทน 369 แห่ง เป็นสัญญาเดียวจากที่สำนักงบประมาณเคยทำเสนอ ครม.เป็นรายภาค และ ครม.เห็นชอบด้วย การที่นายสุเทพโจทก์มีการแก้ไขสัญญาเป็นสัญญาเดียว จำเลยนายธาริตเป็น เจ้าพนักงานที่ปฏิบัติตามหน้าที่ในฐานะอธิบดีดีเอสไอ ย่อมมีอำนาจแถลงข่าวตั้งข้อสงสัย จำเลยที่ 1 จึงไม่หมิ่น ประมาทโจทก์ ส่วนจำเลยที่ 2-5 เป็นสื่อมวลชนได้นำเสนอข่าวไปตามที่จำเลยที่1 แถลง เป็นการติชมโดยสุจริต จึงไม่มีความผิด พิพากษายกฟ้อง
ยกฟ้อง “ไผ่ ดาวดิน” โหวตโน
ที่ศาลจังหวัดภูเขียว ศาลพิพากษายกฟ้องนายจตุภัทร บุญภัทรรักษา หรือไผ่ ดาวดิน นักศึกษาคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น และนายวศิน พรหมณี นักศึกษาคณะวิศวกรรมธรณี มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี ในคดีฝ่าฝืน พ.ร.บ.ประชามติร่างรัฐธรรมนูญ มาตรา 61 วรรคสอง ภายหลังทั้ง 2 คน แจกใบปลิว Vote No ก่อนการลงประชามติร่างรัฐธรรมนูญ ไม่รับร่างรัฐธรรมนูญ ที่ตลาดสดภูเขียว อ.ภูเขียว จ.ชัยภูมิ กระทั่งเจ้าหน้าที่ตำรวจคุมตัวส่งดำเนินคดี ศาลให้เหตุผลว่าเอกสารไม่เข้าข่ายผิดกฎหมาย เป็นการแสดงความคิดเห็นเท่านั้น
“แม้ว-ปู” โผล่ญี่ปุ่นเปิดตัวหนังสือ
ต่อมาช่วงค่ำ เว็บไซต์สำนักข่าวเกียวโดของญี่ปุ่น รายงานความเคลื่อนไหวของนายทักษิณ ชินวัตร และ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เดินทางเข้าญี่ปุ่นเมื่อวันที่ 29 มี.ค. และจะพำนักอยู่ในญี่ปุ่นไปจนถึงวันที่ 1 เม.ย. ก่อนเดินทางต่อไปประเทศจีน สำหรับการเดินทางเข้าญี่ปุ่นของนายทักษิณ กับ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ถือเป็นครั้งที่ 2 ของปีนี้ หลังจากเพิ่ง เข้ามาเมื่อช่วงเดือน ก.พ.ที่ผ่านมา โดยนายทักษิณและ น.ส.ยิ่งลักษณ์ เดินทางมาร่วมงานเปิดตัวหนังสือของนายฮาจิเมะ อิชิอิ อดีตนักการเมืองญี่ปุ่นซึ่งคุ้นเคยกัน ที่โรงแรมแห่งหนึ่งในกรุงโตเกียว อย่างไรก็ตามทั้งนี้ นายทักษิณและ น.ส.ยิ่งลักษณ์ เพียงแค่ขึ้นเวทีแนะนำตัวและถ่ายภาพกับแขกเหรื่อ ไม่ให้ความคิดเห็นใดๆแก่สื่อมวลชน
ที่มาไทยรัฐ