
พรเพชรขีด 30 วัน เค้นคอ สนช.-สื่อ จับตาครม.สัญจร ไปบุรีรัมย์ดูดอีก
“พรเพชร” เซ็นตั้งกรรมการสอบคลิปปริศนาล้มโต๊ะสรรหา กสทช. 23 เม.ย. ขีดเส้น 30 วันรู้ผล เค้นคอ สนช.-สื่อไหน ปล่อยข่าว-ต้นขั้วแพร่คลิป เต้นผางประชุมลับเลือกผู้ตรวจการฯ แต่กลับมีรายงานพาดพิงประธานศาลฎีกา “สมชาย” ฟันธงคลิปตัดต่อชัวร์ ย้ำล้มกระดานเพราะขาดคุณสมบัติอื้อ แต่ป้องไม่ใช่ความผิดกรรมการสรรหา “กล้านรงค์” ยืนยัน สนช.ไม่เคยรับใบสั่ง เผยเบื้องหลังล้มกระดาน กสทช.ทิ่มกันภายใน “ฐากร” ขอเอี่ยวเป็นด้วย อึ้งชงทางออกยกร่างประกาศสรรหาใหม่ 6 เดือน-1 ปี “มาร์ค” คาใจสรรหามายังไงให้คว่ำเละเทะ เย้ยทำซ้ำซากส่อพิรุธมีลายแทง ดักคอรอคนบริษัทยักษ์ใหญ่มาเป็น พท.ชี้กระทบงาน กสทช.แน่ นักการเมืองยังตามถล่ม “ปฏิบัติการดูด” พท.เย้ยเช็ดเก้าอี้รัฐมนตรีรอดูด ปชป.ให้จับตา ครม.สัญจรบุรีรัมย์อาจมีอีก
กรณีคลิปเสียงหลุดว่อนสภา โดยอ้างว่าเป็นการพูดคุยของ สนช.ระบุคำสั่งจากนายกรัฐมนตรีให้ล้มกระดานการคัดเลือก กสทช. จากรายชื่อผู้ถูกเสนอให้ สนช.พิจารณาทั้งสิ้น 14 คน แล้วเริ่มต้นกระบวนการสรรหาใหม่ จนงานเข้าไปตามๆ กันนั้น
ตั้ง กก.สอบคลิป 23 เม.ย. ขีดเส้น 30 วัน
เมื่อวันที่ 21 เม.ย. นายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีมีการเผยแพร่คลิปเสียงสนทนาที่อ้างว่ามาจากที่ประชุมคณะกรรมาธิการสามัญเพื่อทำหน้าที่ตรวจสอบประวัติความประพฤติ และพฤติกรรมทางจริยธรรมของบุคคลผู้สมควรได้รับเลือกเป็นกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม (กสทช.) เป็นเสียง สนช.บางคนระบุได้รับการประสานจากนายกรัฐมนตรีไม่เเฮปปี้กับบุคคลที่สรรหามาว่า จะเซ็นตั้งคณะกรรมาธิการสอบข้อเท็จจริงอย่างเป็นทางการในวันที่ 23 เม.ย.นี้ เบื้องต้นใช้เวลาประมาณ 30 วัน เพื่อสอบใน 2 ประเด็น คือ 1.การเผยแพร่คลิปในสื่อสังคมออนไลน์ ที่มีข้อความพาดพิงนายกรัฐมนตรี เกี่ยวกับการสรรหา กสทช. ว่ามีจริงหรือไม่ เป็นคลิปเสียงจริง หรือคลิปที่มีการตัดต่อเพื่อใส่ร้ายหรือไม่ และคลิปมาจากไหน รวมถึง สนช.หรือสื่อมวลชนคนใดที่เป็นต้นขั้วการเผยแพร่ ซึ่งต้องเรียกมาสอบหาข้อเท็จจริง สอบถามสถานที่และวันเวลา นำมาประกอบการหาข้อเท็จจริง แต่จะได้รับความร่วมมือหรือไม่ ยังไม่ทราบ
เค้น สนช.-สื่อต้นตอปล่อยของ
นายพรเพชรกล่าวว่า 2.กรณีมีการเผยแพร่รายงานในสื่อ เกี่ยวกับข้อประชุมลับในการประชุมของคณะกรรมาธิการสามัญเพื่อทำหน้าที่ตรวจสอบประวัติ ความประพฤติ และพฤติกรรมทางจริยธรรมของบุคคลผู้ได้รับการเสนอชื่อให้ดำรงตำแหน่งผู้ตรวจการแผ่นดิน มีการรายงานอ้างพาดพิงประธานศาลฎีกา ซึ่งมีข้อท้วงติงมาที่ตนว่าสื่อเอาข้อมูลมาจากไหน ทั้งที่เป็นการประชุมลับ ก็ต้องเรียกผู้เกี่ยวข้องมาชี้แจง หาข้อเท็จจริง อย่างไรก็ตามสอบข้อเท็จจริงครั้งนี้ไม่ได้มุ่งเอาผิดบุคคลใดเป็นหลัก แต่เพื่อค้นหาความจริงเพื่อความเป็นธรรมของทุกฝ่าย กรณีนี้ สนช. หรือสื่อเอง เสี่ยงทั้งทำผิดจริยธรรม และผิดกฎหมาย อาทิ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ ซึ่งพอตรวจสอบได้ข้อเท็จจริงแล้ว อาจจะไม่มีผู้กระทำความผิดก็ได้ แต่หากพบผู้กระทำผิด จะต้องตั้งคณะกรรมาธิการขึ้นมาอีกชุดหนึ่ง เพื่อดำเนินการต่างหาก ส่วนความผิดจะมีมากน้อยเเค่ไหน ยังไม่ได้มองถึงจุดนั้น แต่คงมีกระบวนการอยู่แล้ว อยากฝากให้ช่วยกันระมัดระวัง เวลารายงานข่าวต้องตรวจสอบว่าเป็นข้อมูลที่ได้มาอย่างถูกต้อง หรือผิดกฎหมาย
วิป สนช.ฟันธงคลิปตัดต่อ
นายสมชาย แสวงการ เลขานุการคณะกรรมาธิการวิสามัญกิจการสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (วิป สนช.) กล่าวถึงกรณีที่นายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธาน สนช. จะตั้งคณะกรรมการตรวจสอบกรณีคลิปหลุดที่มีการอ้างคำพูดนายกรัฐมนตรีไม่เห็นด้วยกับ 14 รายชื่อผู้สมัครเป็น กสทช. ว่า คาดว่าในวันที่ 23 หรือ 24 เม.ย.นี้ นายพรเพชรน่าจะเซ็นคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงคลิปดังกล่าว เพราะทำให้เกิดความเสียหายต่อ สนช. ยืนยันว่า คลิปที่หลุดมาไม่ใช่การประชุมวิป สนช. 100% เพราะอยู่ในที่ประชุมวิป สนช.ตลอด ไม่มีการคุยเรื่องนี้ และไม่น่าจะใช่การประชุมคณะกรรมาธิการตรวจสอบประวัติ ความประพฤติ และพฤติกรรมทางจริยธรรม ที่มี พล.อ.อู้ด เบื้องบน เป็นประธานด้วย เพราะตนก็ร่วมเป็น กมธ.ชุดดังกล่าว ไม่เคยได้ยินว่ามีการพูดคุยตามเนื้อหาในคลิป ทั้งนี้ เท่าที่ฟังคลิปมั่นใจว่าน่าจะเป็นคลิปตัดต่อ เพราะเสียงกระโดด เหมือนนำเสียง การประชุมวงต่างๆ มาตัดต่อรวมกัน อย่างไรก็ตาม ไม่ทราบว่าเสียงที่พูดในคลิปเป็นเสียงของสมาชิก สนช.จริงหรือไม่ เดายาก และเดาไปก็เสียหาย
ย้ำล้มโต๊ะ กสทช.เพราะคุณสมบัติ
นายสมชายกล่าวว่า ส่วนเนื้อหาในคลิปที่ระบุว่า นายกรัฐมนตรีไม่แฮปปี้กับรายชื่อ 14 ผู้สมัครที่ได้รับการเสนอชื่อจากคณะกรรมการสรรหาฯนั้น เชื่อว่าไม่เป็นความจริง เพราะนายกฯสั่ง สนช.ไม่ได้อยู่แล้ว และนายกฯไม่เคยสั่ง สนช. ถึงอย่างไร สนช. ไม่สามารถโหวตเลือกผู้ได้รับการเสนอชื่อเหล่านี้ได้อยู่แล้ว เพราะพบว่ามีคุณสมบัติไม่ถูกต้อง วิป สนช. ทราบเรื่องมาตั้งแต่ต้นเดือน เม.ย. แล้วว่าผู้ได้รับการเสนอชื่อ 8 ราย มีปัญหาเรื่องนี้ เพราะเคยถือหุ้น หรือเป็นผู้บริหาร พนักงานในบริษัทที่เกี่ยวกับกิจการวิทยุโทรทัศน์ โทรคมนาคม ในช่วง 1 ปีที่ผ่านมา และหารือหาทางออกกันมาตลอด จนได้ข้อสรุปในการประชุม สนช. เมื่อวันที่ 19 เม.ย.ที่ผ่านมา ว่าจะไม่โหวตเลือกผู้ได้รับการเสนอชื่อทั้ง 14 ราย เรื่อง กสทช. เกี่ยวข้องกับผลประโยชน์หลายแสนล้านบาท มีทั้งคนลุ้นอยากให้ผู้ได้รับการเสนอชื่อชุดนี้ได้เป็นและไม่ได้เป็น ที่ผ่านมามักมีการแอบอ้างมาตลอดว่าผู้สมัครคนโน้นคนนี้เป็นคนของนายกฯ หรือ คสช. จึงมั่นใจว่าเป็นการแอบอ้างแน่นอน คงไม่ใช่ฝีมือของ สนช. ปล่อยคลิปแทงกันข้างหลังแน่นอน
ป้องไม่ใช่ความผิด กก.สรรหา
นายสมชายกล่าวด้วยว่า ส่วนที่มีการเสนอรายชื่อผู้มีปัญหาด้านคุณสมบัติเข้ามาให้ สนช.เลือกถึง 8 รายนั้น ไม่อยากให้มองว่าเป็นความผิดของคณะกรรมการสรรหาฯ เพราะคณะกรรมการสรรหาฯได้ตัดผู้มีคุณสมบัติไม่ถูกต้องออกไปหลายราย แต่ที่ยังมีปัญหาอยู่ เนื่องจากไปจดทะเบียนก่อตั้งชื่อบริษัท ไปใช้ชื่ออื่นที่ไม่เกี่ยวข้องกับธุรกิจวิทยุโทรทัศน์ โทรคมนาคม แต่ในหนังสือบริคณห์สนธิ มีการระบุถึงวัตถุประสงค์การก่อตั้งบริษัทโยงกับธุรกิจโทรคมนาคม ซึ่งคณะกรรมการสรรหาฯมีเวลาตรวจสอบแค่ 30 วัน อาจไม่ครบถ้วนเพียงพอในการตรวจสอบ จึงอาจต้องแก้ไขให้คณะกรรมการสรรหาฯมีเวลาตรวจสอบให้มากกว่า 30 วันต่อไป
“กล้านรงค์” ยัน สนช.ไม่รับใบสั่ง
ที่ จ.ปัตตานี นายกล้านรงค์ จันทิก ประธานคณะกรรมาธิการการเมือง สนช. กล่าวถึงคลิปเสียงปริศนากรณีล้มกระดานสรรหา กสทช. ว่า ยืนยันว่าไม่ใช่คลิปเสียงที่พูดในที่ประชุมวิป เพราะตนเป็นวิปอยู่ด้วย และยืนยันว่าคนที่พูดไม่ใช่กรรมมาธิการของวิป เพราะเราจำเสียงกันได้ แต่ใครเป็นคนพูดไม่ยืนยัน เพราะฟังเสียงไม่ออกว่าเป็นใคร และพูดที่ไหนไม่ทราบ แต่ยังยืนยันว่า 1.ในที่ประชุม สนช. ซึ่งเป็นการประชุมลับพิจารณาเกี่ยวกับเรื่องนี้ไม่มีการพูดจากันอย่างในคลิป 2.ในวิป สนช.ไม่มีการพูดจากันอย่างในคลิป หลายคนยืนยันได้ ตนคิดว่า สนช. 247 คน มีความเป็นตัวของตัวเอง พิจารณาด้วยเหตุและผล คะแนนที่ออกมาไม่ได้เป็นคะแนนเอกฉันท์ มีคนไม่เห็นด้วย 25 คน งดออกเสียง 20 คน ฉะนั้นแสดงว่า 45 คน ก็ไม่เห็นด้วยกับเสียงที่เข้ามา ถ้าเป็นการสั่งการมาคะแนนก็คงไม่ออกมาอย่างนี้ ขอย้ำว่าทุกคนมีความเป็นอิสระของตัวเอง ไม่มีการสั่งการ
ลงพื้นที่ฟังเสียงสะท้อน ก.ม.
นายกล้านรงค์กล่าวด้วยว่า สำหรับการเดินทางลงพื้นที่ จ.ปัตตานี พร้อมคณะ สนช.วันนี้ เพื่อประชุมร่วมกับผู้ว่าราชการจังหวัด หัวหน้าส่วนราชการหน่วยงาน ความมั่นคง ผู้นำศาสนา ผู้นำท้องถิ่น รวมทั้ง ป.ป.ช.และ กกต. เพื่อนำข้อคิดเห็นต่างๆ จากการนำเสนอของทุกภาคส่วนทั้งนโยบาย โครงการ และการดำเนินกิจการที่เกี่ยวข้องทางการเมืองกลับไปพิจารณาแก้ไขร่วมกับรัฐบาล คณะทำงานที่ลงมาครั้งนี้มีภารกิจที่สำคัญเกี่ยวกับการเลือกตั้ง การเมือง องค์กรที่เกี่ยวกับรัฐธรรมนูญ โดยเฉพาะเรื่องกฎหมายเกี่ยวกับการเลือกตั้ง ส.ส. กฎหมายเกี่ยวกับที่มาของ ส.ว. แม้กระทั่งกฎหมาย ป.ป.ช.ก็มีการเปลี่ยนแปลงอำนาจหน้าที่มาก และยังมีกฎหมายอีกฉบับที่อยู่ระหว่างการพิจารณาของสภา คือกฎหมายขัดกันระหว่างประโยชน์ส่วนตัวกับประโยชน์ส่วนรวม ซึ่งกฎหมายฉบับนี้ต้องรับฟังความคิดเห็นจากหลายๆ ฝ่าย สนช.ทำงานร่วมกับรัฐบาล เราลงพื้นที่เพื่อรับฟังเสียงสะท้อนจากประชาชน อะไรที่เกี่ยวข้องกับรัฐบาล เราก็จะกลับไปชี้แจงต่อรัฐบาล
เผยเบื้องหลังล้มกระดาน กสทช.
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เบื้องหลังกรณี สนช.โหวตล้มกระดานการสรรหา กสทช.ชุดใหม่ทั้ง 7 ด้าน เนื่องจากตรวจสอบคุณสมบัติของผู้สมัครที่ผ่านกระบวนการสรรหาแล้วพบว่ามีถึง 8 คน ที่มีเข้า ลักษณะต้องห้าม และมีพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม จนอาจทำให้เกิดปัญหาทางข้อกฎหมายตามมา วิป สนช. จึงเสนอให้ที่ประชุม สนช.โหวตเลือกแต่เฉพาะผู้ที่มีคุณสมบัติครบถ้วนไปก่อน แล้วค่อยคัดเลือกส่วนที่เหลือ โดยไม่ต้องตัดรายชื่อว่าที่ผู้สมัคร กสทช.ออก แต่ให้ สนช.ทำการโหวตกันเอง กระนั้นมี สนช. บางส่วนเห็นว่าหากดำเนินการตามข้อเสนอดังกล่าวอาจมีปัญหาไม่สามารถควบคุมเสียงโหวตได้ ทั้งยังอาจถูกผู้ได้รับการเสนอชื่อกลับมาฟ้องร้องได้ เพราะถือว่าได้ผ่านเกณฑ์คัดเลือกจากคณะกรรมการสรรหาแล้ว ดังนั้นเพื่อตัดปัญหาที่จะเกิดขึ้นจึงมีการเสนอให้ล้มกระดานไปทั้งหมด
เห็นไม่ตรงกันเลือกชอยส์ล้มโต๊ะ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ส่วนกระแสข่าวนายกฯไม่ปลื้มกับรายชื่อบุคคลที่ได้รับการเสนอชื่อเป็น กสทช.นั้น แหล่งข่าวระดับสูงใน กสทช.ระบุว่า เป็นเรื่องจริง โดยหลังจากกรรมการ กสทช.ชุดปัจจุบันที่มีความสนิทสนมกับนายกฯรายงานปัญหาเรื่องคุณสมบัติของผู้สมัครที่ผ่านการสรรหาต่อนายกฯแล้ว นายกฯจึงเรียกนายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการกสทช.เข้าชี้แจงเรื่องดังกล่าว ซึ่งก็ได้มีการเสนอให้ สนช.โหวตกรรมการ กสทช.บางส่วนไปก่อน ซึ่งน่าจะได้ประมาณ 3-4 คนแล้วจึงค่อยมาดำเนินการเลือกในส่วนที่เหลือเพิ่มเติม แต่ พ.อ.นที ศุกลวัฒน์ กรรมการ กสทช.ชุดปัจจุบันที่เข้าร่วมประชุมด้วย เห็นว่าอาจทำให้เกิดปัญหาตามมา จึงเสนอให้ล้มกระดานไปทั้งหมด ก่อนที่วิป สนช.จะเห็นพ้องกับข้อเสนอดังกล่าว จนเป็นที่มาของการเทว่าที่ กสทช.ครั้งนี้
“ฐากร” ขอเป็นด้วยแต่ล่มเสียก่อน
ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า ส่วนหนึ่งของการล้มกระดานครั้งนี้ ยังมาจากการขบเหลี่ยมภายใน กสทช.เอง หลังจากที่นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการ กสทช. ซึ่งแต่เดิมถูกวางตัวจะไปเป็นคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) แต่ถูก สนช.โหวตล้มกระดานยกชุดไปก่อนหน้านี้ ทำให้ต้องอยู่โยงทำหน้าที่เลขาธิการ กสทช. ต่อไป ซึ่งเมื่อมีการสรรหา กสทช.ชุดใหม่ที่ปรากฏชื่อของนายก่อกิจ ด่านชัยวิจิตร รองเลขาธิการ กสทช.เป็นตัวเต็งที่จะได้รับการคัดเลือกเข้ามาด้วย ทำให้เกิดความรู้สึกว่าถูกข้ามหัว ดังนั้นจึงมีความพยายามจะวิ่งล้มกระดาน โดยในการเจรจากับนายกฯ และวิป สนช.นั้น ได้มีการเสนอทางออกให้นายฐากรเข้ามาสมัครเป็นกรรมการ กสทช.ด้วย แต่ สนช.ได้ล้มกระดานลงไปเสียก่อน
ส่อยกร่างสรรหาใหม่ 6 เดือน-1 ปี
ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า สำหรับการสรรหา กสทช.ชุดใหม่นั้น ล่าสุดมีกระแสข่าวว่าเตรียมการไว้ 3 แนวทางคือ 1.ปัดฝุ่นนำเอารายชื่อผู้สมัครจำนวน 74 คน จาก 86 คน ที่สมัครเข้ารับการสรรหาก่อนหน้านั้นมาทำการคัดสรรโดยตรง 2.เปิดการสรรหาใหม่ ซึ่งแนวทางนี้มี สนช.บางส่วนเกรงจะมีปัญหาซ้ำรอยเดิมอีก หากคณะกรรมการสรรหาไม่สามารถกลั่นกรองผู้มีคุณสมบัติได้ครบถ้วนเพียงพอ จึงมีการเสนอให้ใช้ทางเลือกสุดท้ายคือ 3.ให้ สนช.กลับไปดำเนินการยกร่างประกาศสรรหากันใหม่ เพื่อให้เกิดความรัดกุม ซึ่งต้องใช้เวลาในการดำเนินการอีกไม่น้อยกว่า 6 เดือนถึง 1 ปี
“อภิสิทธิ์” ข้องใจสรรหากันท่าไหน
นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกรัฐมนตรีและหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณี สนช.มีมติไม่เลือกผู้เข้ารับการสรรหาเป็น กสทช. ทั้ง 14 คน ว่า การลงมติที่เกิดขึ้นคล้ายกับการคว่ำรายชื่อ กกต.ก่อนหน้านี้ จึงต้องรอดูว่า สนช.จะชี้แจงข้อเท็จจริงเกี่ยวกับกระบวนการนี้อย่างไร และคณะกรรมการสรรหาฯจะชี้แจงเช่นไร เพราะมีคำถามว่ากระบวนการสรรหาไม่ได้กลั่นกรองเรื่องนี้เลยหรือ และถ้าบางคนขาดคุณสมบัติ บางคนไม่ขาด เหตุใดจึงไม่เห็นชอบไปทั้งหมด กระบวนการในการสรรหาคงจะมีความวิตกมากขึ้นว่าจะทำอย่างไรให้เป็นไปอย่างเรียบร้อยราบรื่น แปลกใจที่คณะกรรมการสรรหาฯ และ สนช. ไม่มีการพูดคุยอย่างจริงจังถึงปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้นในการสรรหาทั้ง กกต. และ กสทช. และหากมีการยืนยันเรื่องขาดคุณสมบัติต้องดูว่าใครจะรับผิดชอบสิ่งที่เกิดขึ้น
คว่ำซ้ำซากส่อพิรุธมีลายแทง
นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า ทั้งนี้ ต้องยอมรับว่าการลงคะแนนของ สนช. มักจะเป็นไปในทิศทางเดียวกัน จึงมีการตั้งข้อสังเกตว่ามีความอิสระในการโหวตลงคะแนนมากน้อยเพียงใด เพราะที่ผ่านมาในอดีตไม่มีเหตุการณ์เช่นนี้เกิดขึ้น และถ้ากระบวนการล้มเหลวซ้ำแล้วซ้ำเล่า ก็ต้องเป็นความรับผิดชอบขององค์กรเหล่านี้เหมือนกัน ว่าทำไมไม่สามารถสรรหาบุคคลมาดำรงตำแหน่งเหล่านี้ได้ หรือถ้าต่อไปวันข้างหน้า บุคคลที่มาสมัครอาจจะมีสายสัมพันธ์กับผู้มีอำนาจชัดเจนขึ้น ก็จะกลายเป็นคำตอบว่า การสรรหาเที่ยวนี้ที่ไม่ได้ เพราะยังไม่เป็นไปตามความต้องการของผู้มีอำนาจ
ขุดคุ้ยวีรกรรม สนช.ล้มกระดาน
ด้านนายจุฤทธิ์ ลักษณวิศิษฏ์ อดีตรองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงคลิปเสียงล้มกระดานสรรหา กสทช.ว่า สนช.ต้องทำความจริงให้กระจ่างโดยเร็ว อย่าปล่อยให้เงียบหายไปกับสายลมเหมือนหลายกรณีที่ผ่านมา เพราะทำให้เสื่อมเสีย ครั้งนี้ไม่ใช่ครั้งแรกที่มีข่าวในทำนองนี้ ไม่ว่าจะเป็นกรณี สภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) คว่ำร่างรัฐธรรมนูญฉบับนายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ จน สปช.และคณะกรรมาธิการยกร่างฯต้องตายตกไปพร้อมกันเป็นแฝดอิน-จัน แล้วมายกร่างกันใหม่จนได้รัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันที่ผิดเพี้ยนจากเจตนารมณ์เดิม และยังเป็นปัญหาต่อเนื่องกับกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. และการได้มาซึ่ง ส.ว. ที่กำลังส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความในขณะนี้ และยังมีการคว่ำการสรรหา กกต. ที่นำมาซึ่งข้อครหาว่า อาจทำเพื่อยื้อการเลือกตั้ง
ฉะรอให้คนบริษัทยักษ์มาเป็น
“หลายครั้งการออกกฎหมายของ สนช. ที่มาจากการแต่งตั้งของ คสช. สร้างปัญหามากกว่าแก้ปัญหาการไม่มีฝ่ายค้านตรวจสอบท้วงติง การทำตามใบสั่งผู้มีอำนาจ ขาดการยึดโยงกับประชาชนล้วนสร้างปัญหาให้กับประชาชนส่วนใหญ่ อาทิ ปัญหาประมงที่ออกทั้งกฎหมายและระเบียบมา 250 ฉบับ จนผู้ประกอบการอ่านกันไม่หวาดไม่ไหว ทำกันไม่ถูก พ.ร.บ.การเดินเรือน่านน้ำไทย ที่ทำเอาเดือดร้อนกันไปทุกหย่อมหญ้าต้องรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างที่ยื่นลงไปในน้ำออกทั้งประเทศ จนต้องใช้มาตรา 44 แก้ปัญหาที่ตนเองสร้างขึ้นมาเอง การที่ สนช.รับใบสั่งจาก คสช. ที่จริงไม่ใช่เรื่องแปลก เพราะเป็นสาขาแม่น้ำที่มาจากการตั้งของ คสช. จนกลายเป็นสภาพยักหน้า แล้วแต่พี่ว่ามา สนช.จัดให้ตลอด แต่เมื่อวันนี้ประธาน สนช.พยายามบอกว่าสภานี้ไม่มีใครสั่งได้ สังคมจะรอดูว่าจริงอย่างที่พูดหรือไม่ หรือแค่การซื้อเวลา ล้มกระดานเพื่อให้คนของบริษัทยักษ์ใหญ่ในธุรกิจสื่อสารโทรคมนาคมส่งคนเข้ามาแทรกแซงนั้นก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง” นายจุฤทธิ์กล่าว
“อนุดิษฐ์” ชี้กระทบการทำงานแน่
น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ อดีต รมว.เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) แกนนำพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า เรื่องคลิปเสียงข้อเท็จจริงเป็นอย่างไรไม่ขอก้าวล่วง แต่ตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับกระบวนการสรรหาก่อนได้รายชื่อมาให้ สนช.พิจารณา เพราะตามข่าวระบุว่ามีผู้ที่ได้รับการเสนอชื่อคุณสมบัติไม่ครบ ถึง 8 คน จาก 14 คน ถือว่าไม่ถูกต้อง เพราะแค่ขาดคุณสมบัติเพียง 1 คน ก็เป็นข้อบกพร่องของกรรมการสรรหาแล้ว เพราะคนที่มาสมัครเขาต้องตรวจสอบคุณสมบัติตัวเองมาชั้นหนึ่ง ระหว่างการสรรหาก็ต้องตรวจสอบรายละเอียดทั้งหมด อีกทั้งยังสามารถสอบถามผู้เข้ารับการสรรหาได้อีก จึงเป็นไปได้ยากที่บุคคลซึ่งขาดคุณสมบัติจะเข้ามาถึงรอบการพิจารณาของ สนช. และยิ่งมีมากถึง 8 คน จึงถือเป็นเรื่องผิดวิสัยอย่างยิ่ง และข้อสังเกตนี้เชื่อมโยงไปถึงเรื่องที่อ้างว่ามีใบสั่ง เมื่อมีการตั้งกรรมการสอบก็ขอให้ข้อเท็จจริงออกมาโดยเร็ว เมื่อถามว่า การได้กรรมการ กสทช.ช้าจะกระทบการทำงานหรือไม่ น.อ.อนุดิษฐ์ตอบว่า ระหว่างการสรรหากรรมการ กสทช.ชุดเดิมสามารถทำงานได้ แต่ก่อนหน้านี้มีกรรมการหลายคนลาออกไป ดังนั้นการได้กรรมการชุดใหม่ช้าย่อมส่งผลกระทบกับการทำงานแน่นอน ไม่มากก็น้อย
“ชัยเกษม” ให้ทำใจเกมผู้มีอำนาจ
นายชัยเกษม นิติสิริ อดีต รมว.ยุติธรรม แกนนำพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีคลิปหลุดล้มกระดาน กสทช.ว่า ถ้าคลิปนั้นเป็นของจริง คงไม่มีใครเอาเรื่องเท็จมาพูดในการประชุมอย่างนี้ แต่เรื่องนี้ไม่แปลกในยุคที่คนปกครองมาจากการปฏิวัติ เราเองก็ไม่รู้มีใบสั่งหรือไม่มีใบสั่ง ขณะเดียวกันในทางการเมืองก็ต้องบอกไม่มีใบสั่ง ให้คิดกันเอง เพราะยังแก้ตัวง่ายกว่า เรื่องแบบนี้อะไรก็เกิดขึ้นได้ บางเรื่องวางแผนไว้ดีก็เป็นไปตามแผน แต่ถ้าวางแผนไม่รอบคอบถึงเวลาเจอปัญหาก็ต้องปรับ เป็นธรรมดาถ้าต่อท่ออำนาจปกครองต่อไป ก็ต้องวางแผนให้เกิดประโยชน์มากที่สุด เอื้อต่อการให้ได้กลับเข้ามามากที่สุด หลุดไปคนเดียวยังแย่เลย และนอกเหนือจากตรวจสอบที่มาที่ไปของคลิปแล้ว ต้องทำความชัดเจนด้วยว่าเนื้อหาในคลิปจริงหรือไม่ แต่คงปล่อยเลยตามเลยไปทำอะไรเขาไม่ได้
ดักคอเตรียมเก้าอี้ รมต.รอดูด
นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รักษาการรองโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า กรณีรัฐบาล คสช.โชว์พลังดูดกลุ่มการเมืองเข้าร่วมงานนั้น รัฐบาล คสช.มีอำนาจเบ็ดเสร็จ มีเครื่องมือ เครือข่าย องคาพยพ งบประมาณ ที่สามารถบริหารจัดการทุกอย่างตามความประสงค์ของตัวเอง จะใช้มาตรา 44 ปลดใครก็ได้ ปลดแล้วอยากตั้งใหม่ให้รับตำแหน่งที่ใหญ่กว่าก็ได้ โชว์พลังดูดยิ่งกว่าพญาแร้งที่เอามาสูบปลาในบ่อคนอื่น จะเททิ้งใครก็ง่ายยิ่งกว่ากดรีโมต และไม่มีปฏิกิริยาต่อต้านใดๆ ครม.สัญจรไปที่ไหน ก็ดูดที่นั่น กลัวดูดไม่ทัน ก็เปิดทำเนียบดูดเลยหรือไม่ กล้าเปิดหน้าตักวางมัดจำดูดให้มารับตำแหน่งทั้งๆที่ยังไม่มีการเลือกตั้ง ต่อไปอาจได้เห็นการปลดรัฐมนตรีสายทหาร เพื่อเอาโควตามามัดจำให้กับพวกที่ถูกดูด ชาวบ้านไม่ได้ตื่นเต้นกับเหล้าเก่าในขวดใหม่ แต่กลัวเหล้าเสียหมดอายุในขวดเน่า ดูดเข้าไปยังไงก็มีแต่เสียกับเสีย ประชาชนอยากเห็นแนวทางในการแก้ปัญหาเศรษฐกิจปากท้อง รัฐบาล คสช.อย่ามัวแต่แก้ไขปัญหาของตัวเอง แล้วละเลยปัญหาของประเทศชาติและประชาชน
เย้ยปฏิรูปการเมืองถอยหลัง
นายอำนวย คลังผา อดีต ส.ส.ลพบุรี พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า เดิมที พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชานายกฯ และหัวหน้า คสช. พูดว่านักการเมืองไม่ดีอย่างนั้นอย่างนี้ แต่สุดท้ายประกาศตัวเป็นนักการเมือง มีคนคอยตั้งพรรคการเมืองหนุนหลัง แล้วยังดึงนักการเมืองอย่างนายสนธยา คุณปลื้ม หัวหน้าพลังชล มาเป็นที่ปรึกษา ปากบอกว่าการยึดอำนาจเข้ามาเพื่อปฏิรูปการเมือง การดูดพรรคการเมืองต่างๆ มาร่วมงานเพื่อสร้างฐานอำนาจให้ตัวเองเป็นการเมืองยุคเก่าที่ พล.อ.ประยุทธ์ต้องการปฏิรูปไม่ใช่หรือ เหตุใดปฏิรูปการเมืองถอยหลังเช่นนี้ แล้วเรื่องอื่นที่ท่านต้องการจะปฏิรูปจะเป็นไปในทิศทางไหน วันนี้ประชาชนขาดความมั่นใจในแนวทางปฏิรูปของ พล.อ.ประยุทธ์ เพราะที่เพิ่งประกาศออกมามีเพียงแต่แผนยังจับต้องไม่ได้ ทางที่ดี พล.อ.ประยุทธ์ควรรีบคืนอำนาจให้ประชาชนให้เลือกตัวแทนของตัวเองมาขับเคลื่อนประเทศตามแนวทางที่ประชาชนต้องการจะดีที่สุด
“มาร์ค” ไม่กังวลลูกพรรคแหกคอก
นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกรัฐมนตรีและหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีการดึงตัวนักการเมืองกลุ่มพลังชลร่วมงานกับรัฐบาลว่า ไม่กังวลว่าคนในพรรคจะถูกดึงตัวไปแบบนั้น โดยเฉพาะอดีต ส.ส.ในพื้นที่ภาคตะวันออก อาทิ นายสาธิต ปิตุเตชะ รองหัวหน้าพรรค ใครที่ต้องการอยากจะออกไปร่วมงานกับพรรคการเมืองอื่น ก็เป็นสิทธิที่สามารถทำได้ หากว่ามีตำแหน่งรองรับที่ชัดเจน แต่ความชัดเจนต้องไปถามนายสาธิตเอง แต่ขณะนี้ยังไม่มีสัญญาณว่าอดีต ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์โซนภาคตะวันออกจะออกไปร่วมงานกับรัฐบาล พรรคประชาธิปัตย์เองต้องการจะอยู่กับคนที่มีอุดมการณ์ที่มั่นคง และทำงานต่อไปด้วยกันในระยะยาว
ปฏิบัติการสร้างฐานการเมือง คสช.
เมื่อถามว่า รัฐบาลมีความพยายามที่จะดึงกลุ่มการเมืองต่างๆตามภูมิภาคเพื่อป้องกันการได้เสียงข้างมากจากพรรคการเมืองใหญ่ นายอภิสิทธิ์ตอบว่า คงปฏิเสธไม่ได้ว่าเป็นความพยายามสร้างฐานการเมืองรองรับ แต่ได้ย้ำหลายครั้งว่าอะไรที่เป็นสิทธิตามกฎหมายรัฐธรรมนูญ ก็เป็นสิทธิที่ทำได้ แต่ต้องคำนึงถึงเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญด้วย ที่สำคัญต้องไม่ลืมเจตนารมณ์ของการปฏิรูปการเมือง ถ้าการเมืองเป็นเรื่องต่างตอบแทนก็ยากที่การเมืองไทยจะดีขึ้นในอนาคต
จับตา ครม.สัญจรบุรีรัมย์ดูดอีก
นายวิรัตน์ กัลยาศิริ หัวหน้าคณะทำงานฝ่ายกฎหมาย พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช. จะจัดประชุม ครม.สัญจรที่ จ.บุรีรัมย์ และ จ.สุรินทร์ในวันที่ 7-8 พ.ค.ว่า การที่นายกฯลงพื้นที่ถ้าไม่มีเจตนาแอบแฝงใดๆถือเป็นเรื่องที่ดี จะทำให้รับรู้ถึงปัญหาความเดือดร้อนที่แท้จริงของชาวบ้าน แต่ไม่ใช่ลงพื้นที่แล้วไปกันชาวบ้านที่มีปัญหาร้องเรียนออก เอาเฉพาะคนที่ถูกจัดตั้งมาเชลียร์มาสร้างภาพความนิยม แบบนั้นจะไม่ได้ประโยชน์อะไรเลย แถมเสียงบประมาณโดยเปล่าประโยชน์ ขอให้สังคมจับตาดูพฤติกรรมของรัฐบาลให้ดีว่าจะมีนักการเมืองจากกลุ่มท้องถิ่นนิยมเข้าไปร่วมรัฐบาล เพื่อเป็นฐานทางการเมืองเพิ่มอีกหรือไม่ เวลาจะเป็นตัวพิสูจน์ หากเกิดขึ้นอีกกลุ่มก็แสดงว่ารัฐบาล คสช.เดินหน้าตกเขียวเพื่อดูดแบบเต็มสูบ ซึ่งไม่ใช่การปฏิรูปการเมืองอย่างที่รัฐบาล คสช.ตีปี๊บ
วิธีการไม่ต่างจาก “ทักษิณ” เคยทำ
“การตั้งพรรคการเมืองโดยเปิดเผยเป็นสิ่งที่น่าสนับสนุน แต่ต้องไม่ใช้อำนาจรัฐ หรืออำนาจเงินเพื่อไปตกเขียวและดูดนักการเมืองอื่น ซึ่งไม่ต่างจากระบบทักษิณที่เคยใช้ในอดีต เพราะวิธีการตกเขียวเพื่อดูดนักการเมืองนี้เป็นวิธีตัดต่อพันธุกรรมทางการเมือง ที่รัฐบาลจากการปฏิวัติรัฐประหารทุกยุคสมัยใช้ทำกันมาโดยตลอด ดังนั้น การตั้งพรรคการเมืองเพื่อสนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ให้เป็นนายกฯต่อ แม้สามารถทำได้ แต่ขอให้คนที่อยู่เบื้องหลังเปิดตัวพรรคการเมืองและตัวบุคคลให้ชัดเจน อย่าเป็นอีแอบ และอย่าใช้สถานที่ราชการ หรือข้าราชการเพื่อจัดตั้งเครือข่ายการเมืองเพื่อเอาเปรียบพรรคการเมืองอื่น หรือออกกฎระเบียบ ข้อปฏิบัติเหมือนเช่นคำสั่งคสช.ที่ 53/2560 ที่เอาเปรียบพรรคการเมืองเก่า สำหรับพรรคประชาธิปัตย์ยืนยันว่าเราสนับสนุนนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคให้เป็นนายกฯแน่นอน” นายวิรัตน์กล่าว
กกต.ทำโนติส ก.ม.ส.ส.เสร็จแล้ว
นายศุภชัย สมเจริญ ประธานกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) กล่าวถึงความคืบหน้ากรณีที่ศาลรัฐธรรมนูญให้จัดทำความเห็นที่มีต่อร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. ซึ่งมีกำหนดส่งศาลรัฐธรรมนูญภายในวันที่ 25 เม.ย.ว่า เบื้องต้นได้ทำความเห็นเสร็จเรียบร้อยแล้ว เตรียมรอนำเข้าที่ประชุม กกต.เพื่อพิจารณา โดยความเห็นที่จัดทำนั้นก็เป็นการยืนยันตามความเห็นเดิมที่เคยเสนอต่อที่ประชุมกรรมาธิการวิสามัญร่วม 3 ฝ่าย ทั้งนี้ยืนยันว่าไม่มีความกดดันอะไร เป็นการทำตามหน้าที่และตามกฎหมายที่กำหนดไว้
ถก ก.ม.ตำรวจเล็งรื้อใหม่หมด
นายคำนูณ สิทธิสมาน กรรมการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติ กล่าวว่า คณะกรรมการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ฯ ที่มีนายมีชัย ฤชุพันธุ์ เป็นประธาน ได้ประชุมครั้งแรกเมื่อวันที่ 20 เม.ย.ที่สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา โดยการประชุมจะพิจารณาแบบครอบคลุม ไม่ใช่เฉพาะการแก้ไข พ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติ พ.ศ. 2547 บางประเด็นตามที่คณะกรรมการปฏิรูปตำรวจเสนอมาเท่านั้น แต่อาจพิจารณายกร่างขึ้นใหม่ทั้งฉบับ รวมทั้งแก้ไขกฎหมายอื่นๆที่เกี่ยวข้องด้วย อาทิ ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา การจัดทำกฎหมายครั้งนี้จะต้องทำเพื่อตอบโจทย์ 2 ประการ ได้แก่ 1.ความทุกข์ของประชาชน ทั้งที่เกิดจากการปฏิบัติหน้าที่ของตำรวจและความคาดหวังที่ต้องการจากตำรวจ 2.ความทุกข์ของตำรวจ ทั้งที่ไม่อาจใช้เพียงความรู้ความสามารถในการปฏิบัติหน้าที่เติบโตไปตามสายงานได้อย่างปกติและความไม่พร้อมหรือขาดแคลนในด้านต่างๆ โจทย์ทั้ง 2 ข้อนี้จะพิจารณาผ่าน 6 กรอบของนายกรัฐมนตรี เมื่อได้ข้อสรุปทั้งหมดจะจัดทำเป็นร่างกฎหมายและตรวจร่างกฎหมายได้พร้อมสรรพในคณะกรรมการชุดเดียว เพราะมีสัดส่วนจากคณะกรรมการกฤษฎีกาคณะพิเศษอยู่ด้วย
อย่ากังวลอาลีบาบาผูกขาดการค้า
พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช. เข้าใจข้อห่วงใยของนักธุรกิจและเอกชน เกี่ยวกับการผูกขาดทางการค้า หลังจากที่อาลีบาบา กรุ๊ป ลงนามความร่วมมือกับรัฐบาลไทยในโครงการ Smart Digital Hub พื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EEC) แต่อยากให้มองอย่างรอบด้าน โดยเฉพาะสิ่งดีๆที่ไทยจะได้รับ ยืนยันว่ารัฐบาลยึดหลักผลประโยชน์ร่วมกัน โดยต้องไม่กระทบต่อนักลงทุนไทย ขณะเดียวกันรัฐบาลก็ให้โอกาสนักลงทุนรายอื่นเข้ามาแข่งขันสร้างความสมดุลในระบบเศรษฐกิจด้วย นายกฯย้ำว่าอาลีบาบาได้ประกาศชัดเจนต้องการสร้างความสามารถให้ธุรกิจและคนรุ่นใหม่ของประเทศที่ไปลงทุนประสบความสำเร็จ โดยไม่ต้องการทำสงครามทางการค้า ที่ผ่านมาไทยเราไม่มีการลงทุนขนาดใหญ่ใดๆ นับตั้งแต่การก่อสร้างสนามบินสุวรรณภูมิ วันนี้ EEC จึงเป็นจุดขายของไทยในการดึงดูดการลงทุนยกระดับเศรษฐกิจของประเทศให้ก้าวขึ้นไปอีกขั้น นายกฯแนะให้นักธุรกิจไทยปรับตัวรองรับการแข่งขัน รัฐบาลพร้อมให้การสนับสนุนตามแนวทางไทยแลนด์ 4.0 เปิดโอกาสให้เข้ามาแลกเปลี่ยนเรียนรู้กับนักลงทุนต่างชาติ
ปัดแทรกแซงสหภาพแรงงานประมง
พล.ท.สรรเสริญยังกล่าวถึงกรณีที่สหพันธ์แรงงานขนส่งระหว่างประเทศ (ไอทีเอฟ) ส่งจดหมายร้องเรียนไปยังองค์การแรงงานระหว่างประเทศ ระบุว่ามีการละเมิดเสรีภาพแรงงานอย่างร้ายแรงในประเทศไทย จากการตั้งคณะทำงานขึ้นมาแทรกแซงลูกจ้างในกิจการประมงทะเลว่า กระทรวงแรงงานรายงานว่าคณะกรรมการดังกล่าวคือคณะทำงานส่งเสริมแรงงานสัมพันธ์ในกิจการประมงทะเล แต่งตั้งโดยคณะอนุกรรมการแก้ไขปัญหาการทำประมงผิดกฎหมาย มีผู้แทนภาครัฐ ภาคเอกชน เอ็นจีโอ และผู้แทนองค์การแรงงานระหว่างประเทศร่วม อำนาจหน้าที่จัดทำมาตรการส่งเสริมแรงงานสัมพันธ์ในกิจการประมงทะเลให้มีความเข้มแข็ง สอดคล้องกับพันธกรณีระหว่างประเทศ ป้องกันและแก้ไขปัญหาที่ล้วนแล้วแต่เป็นประโยชน์ต่อลูกจ้างหรือแรงงานทั้งสิ้น ส่งเสริมให้ลูกจ้างในกิจการประมงทะเลรวมตัวกันเพื่อคุ้มครองสิทธิของตน สร้างช่องทางการสื่อสารนายจ้างและลูกจ้าง ไม่ได้ประสงค์แทรกแซงการดำเนินงานของกลุ่มสหภาพแรงงานประมงต่างด้าวและไทย (TMFUG)
สหรัฐฯรายงานสิทธิมนุษยชนในไทย
วันเดียวกัน กระทรวงต่างประเทศสหรัฐฯ เผยแพร่รายงานสรุปสถานการณ์ด้านสิทธิมนุษยชนในประเทศไทยประจำปี 2560 ระบุว่า คณะรักษาความสงบแห่งชาติหรือ คสช. ที่บริหารโดยกองทัพยังคงควบคุมหน่วยงานความมั่นคงและข้าราชการ มาตลอดหลังการรัฐประหารปี 2557 ซึ่งภายใต้คำสั่ง คสช.หลายฉบับ ได้จำกัดสิทธิเสรีภาพของพลเรือน ในกรณีนี้รวมถึงเสรีภาพการแสดงความคิดเห็น เสรีภาพการชุมนุม และเสรีภาพสื่อมวลชน กระนั้นสิ่งที่เป็นปัญหามากที่สุดด้านสิทธิมนุษยชนคือ การใช้กำลังของเจ้าหน้าที่ความมั่นคงต่อผู้ต้องสงสัย นักโทษ โดยเฉพาะในพื้นที่สามจังหวัดภาคใต้ที่มีการประกาศใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ทำให้เจ้าหน้าที่ได้รับความคุ้มครองทางกฎหมาย ถึงแม้จะมีความพยายามในการตรวจสอบการกระทำผิดของเจ้าหน้าที่จากหน่วยงานต่างๆก็ตาม ขณะที่สภาพความเป็นอยู่ในเรือนจำ มีการร้องเรียนจากองค์กรอิสระเอ็นจีโอว่าไม่เหมาะสม และมีปัญหานักโทษล้นคุก
ปิดกั้นตรวจสอบ-คอร์รัปชันยังชุก
รายงานยังระบุว่า รัฐบาลไทยยังคงปฏิเสธคำร้องของหน่วยงานสิทธิมนุษยชนสหประชาชาติ ที่ต้องการเข้าตรวจสอบกรณีการเสียชีวิตของนักเคลื่อนไหว หรือกรณีการหายตัวของนักเคลื่อนไหว ตามที่เป็นข่าวกระแสหลักและข่าวลือในเครือข่ายสังคมออนไลน์ ปัญหาด้านการมีส่วนร่วมทางการเมืองของประชาชน จากกรณีไม่จัดการเลือกตั้ง ขณะที่การคอร์รัปชันยังคงเกิดขึ้นเป็นวงกว้างโดยเฉพาะในวงการตำรวจ เจ้าหน้าที่หลายนายถูกตั้งข้อหาคอร์รัปชัน ขนยาเสพติด ลักลอบขนของเถื่อน เช่นเดียวกับเรื่องกฎหมายการชี้แจงที่มาของทรัพย์สิน ที่ครอบคลุมเฉพาะสมาชิก คสช.ในคณะรัฐมนตรี แต่ไม่ใช่สมาชิก คสช.ทั้งหมด ส่วนปัญหาการค้าประเวณีเด็กยังคงเกิดขึ้นในไทย โดยไทยถือเป็นหนึ่งในจุดหมายแหล่งท่องเที่ยวทางเพศ แต่ทางการได้มีความพยายามแก้ไขปัญหาต่อเนื่อง พร้อมออกมาตรการปราบปรามตลอดปีที่ผ่านมา
ที่มาไทยรัฐ