
‘สุรชัย’ฟุ้งไม่ได้ถูกครอบงํา! ‘อู้ด’ยืนยันไม่ใช่เจ้าของเสียง ‘เอนก’ติงรบ.อย่าให้คนว่าดูด
สนช.เต้นคลิปเสียงปริศนาล้มกระดาน กสทช. “พรเพชร” จ่อตั้งกรรมการสอบ ขึงขังเอาผิด “สุรชัย” บ่นเสียดายเผยข้อมูลลับไม่ได้ ฟุ้งไม่มีใครมาจูงจมูก “อู้ด” ปัดเป็นเจ้าของเสียงนำสาร “วิษณุ” ไม่รู้เรื่องเททิ้ง กสทช. โบ้ยพวกแอบอ้างโยนบาปรัฐบาล “บิ๊กตู่” ยังไม่รู้เสียงใคร “บิ๊กป้อม” โอด สนช. 200 คนใครสั่งได้ ปชป.ชี้ผิดปกติโละเหมารวม “เอนก” เตือนรัฐบาลเปิดหัวดูดแรง “นิกร” ออกตัว ชทพ.ขออยู่นิ่งๆ ว่ากันทีเดียวหลังเลือกตั้ง “อนุทิน” ท้าขั้วอำนาจเล่นกันแฟร์ๆ “จุรินทร์” จับตาคน ปชป.ถูกดูดเพิ่ม “อ๋อย” โวยจ้องสืบอำนาจบีบพรรคเก่าทุกทาง “ธนาธร-ปิยะบุตร” บอกดี เอาให้ชัดใครหนุน คสช.บ้าง กกต.รับรองแล้ว “อนาคตใหม่” “บิ๊กตู่” อัดฉีดงบกลางปีใส่กองทุนหมู่บ้านเป็น 3 แสน หยอดหวานไม่รังเกียจนักการเมือง
เสียงวิพากษ์วิจารณ์ดังกระหึ่มทันทีหลังสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ล้มกระดานมีมติไม่เลือกผู้ถูกเสนอเป็นกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม (กสทช.) ท่ามกลางกระแสคลิปเสียงโดยอ้างว่าเป็นใบสั่งจากผู้มีอำนาจนั้น
“วิษณุ” ไม่รู้ล้มกระดาน กสทช.
เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 20 เม.ย. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์กรณีมีการเผยแพร่คลิปเสียงที่อ้างว่ามาจากที่ประชุมคณะกรรมาธิการสามัญเพื่อทำหน้าที่ตรวจสอบประวัติ ความประพฤติ และพฤติกรรมทางจริยธรรมของบุคคลผู้สมควรได้รับเลือกเป็นกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม (กสทช.) เป็นเสียงของ สนช.บางคน ระบุได้รับการประสานจากนายกรัฐมนตรี ไม่แฮปปี้กับบัญชีรายชื่อบุคคลที่สมควรได้รับการสรรหา ว่า ไม่ทราบ ไม่มีใครบอกอะไร อ่านจากหนังสือพิมพ์แต่ยังไม่รู้ว่า สนช.มีมติคว่ำ คงเป็นการประชุมลับ ไม่ทราบสาเหตุที่ สนช.ไม่เลือกเพราะอะไร เมื่อถามว่าขั้นตอนจากนี้จะเป็นอย่างไร นายวิษณุตอบว่า ต้องสรรหา กสทช.ใหม่ และผู้ที่เคยถูกเสนอชื่อสามารถสมัครใหม่ได้
โบ้ยแอบอ้างโยนบาปรัฐบาล
นายวิษณุกล่าวอีกว่า คลิปที่อ้างถึงนายกฯว่าไม่ปลื้มรายชื่อผู้เข้ารับการสรรหานั้น ไม่ทราบการที่ สนช.ไม่เลือก กสทช. ไม่มีผลอะไรกับรัฐบาล กสทช. ชุดเก่ายังทำงานต่อไปได้ ขณะนี้ยังไม่มีใครพูดถึงการนำมาตรา 44 มาแก้ปัญหา เรื่องนี้สื่อรู้คำตอบดีอยู่แล้ว หากพูดออกไปจะกลายเป็นการชี้ช่องได้ เมื่อถามว่าบุคคลที่มีชื่อถูกพาดพิงในคลิป ตรงนี้สามารถฟ้องร้อง กมธ.ได้หรือไม่ นายวิษณุตอบว่า ไม่น่าจะได้ เป็นเรื่องที่ กมธ. เสนอไปที่ สนช. เมื่อไม่เลือกก็เป็นเรื่องของ สนช. เมื่อถามว่าการคว่ำการสรรหาคณะกรรมการชุดต่างๆ เพราะผู้มีอำนาจส่งสัญญาณหรือไม่ รองนายกฯตอบว่า ไม่รู้ว่าใช่จริงหรือไม่ หรือเป็นการอ้างกันเอง เป็นธรรมดาที่ทุกคนอยากรู้และเชื่อว่าอีกไม่นานคงรู้ คงไม่ถึงขั้นต้องตั้งกรรมการมาตรวจสอบ เมื่อถามย้ำว่าข้อสังเกตที่อ้างว่าถ้ารัฐบาลและนายกฯไม่ชอบ จะทำให้การพิจารณาในเรื่องนั้นๆตกไป นายวิษณุตอบว่า เป็นเรื่องปกติธรรมดาของรัฐบาลทุกยุคทุกสมัย ถ้าจะโทษและโยนกันไปมาเพื่อให้น่าเชื่อถือ ขอให้ฟังหูไว้หูตรวจสอบให้ละเอียด ขนาดตนยังเคยถูกนำไปแอบอ้างทั้งที่ไม่รู้เรื่องด้วย
“บิ๊กตู่” ไม่รู้เป็นเสียงของใคร
ต่อมาเวลา 15.45 น. ที่ตึกภักดีบดินทร์ ทำเนียบรัฐบาล ภายหลังการประชุมคณะกรรมการยุทธศาสตร์ชาติ ครั้งที่ 2/2561 ที่มี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เป็นประธาน ผู้สื่อข่าวพยายามสอบถามถึงกรณีมีคลิปเสียงระบุว่า นายกฯไม่แฮปปี้กับรายชื่อผู้ได้รับการเสนอชื่อเป็นกรรมการ กสทช. หลุดออกมา โดย พล.อ.ประยุทธ์เดินส่ายหัวเล็กน้อยก่อนตอบเพียงสั้นๆว่า “ไม่รู้ เสียงใครไม่รู้” ผู้สื่อข่าวถามว่านายกฯต้องชี้แจงหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ตอบแค่ว่า “ไม่ต้องชี้แจง” ก่อนเดินขึ้นตึกไทยคู่ฟ้าไปทันที
“บิ๊กป้อม” โอด 200 คน ใครสั่งได้
พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม กล่าวว่า ไม่มีใครไปสั่งได้ สนช. ตั้งกว่า 200 คน กังวลกันไปเองแล้วมาโยนให้คนอื่น ส่วนการสรรหาใหม่เป็นไปตามระเบียบข้อบังคับ ตามรัฐธรรมนูญ ถ้าไปไม่ได้ต้องดูว่าจะทำอย่างไรต่อไป ตนจำไม่ได้ มันเยอะเหลือเกิน
สนช. จ่อตั้ง กก.สอบคลิปหลุด
ขณะที่นายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) กล่าวถึงกรณีโซเชียลมีเดียเผยแพร่คลิปเสียงที่เนื้อหาช่วงหนึ่งอ้าง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้า คสช. ไม่พอใจ 8 ใน 14 คน ที่ได้รับการเสนอชื่อเป็นกรรมการ กสทช. ส่งผลให้ สนช.โหวตคว่ำ ว่า ไม่ใช่คลิปที่เกิดในที่ประชุมคณะกรรมการสรรหาฯ และที่ประชุมวิป สนช.แน่นอน ขณะนี้อยู่ระหว่างตั้งคณะกรรมการสอบสวน และต้องสอบให้เร็วที่สุดเพื่อให้ความชัดเจน ยอมรับว่าได้ฟังคลิปเสียงดังกล่าวนิดเดียว และในการประชุมคณะกรรมการสรรหาฯวันนั้น ไม่มีการกล่าวอ้างถึงนายกฯแต่อย่างใด และที่ประชุมวิป สนช. ไม่มีการพูดเหมือนข้อความในคลิปเสียง
เนื้อหาพาดพิงบุคคลเสียหาย
นายพรเพชรกล่าวต่อว่า ส่วนข้อมูลการประชุมลับเมื่อวันที่ 19 เม.ย. ที่ถูกนำไปเผยแพร่ ต้องถูกตรวจสอบด้วย เนื่องจากมีการพูดพาดพิงกรรมการสรรหาฯและประธานศาลฎีกา ถือเป็นผู้ที่ได้รับผลกระทบ และเดือดร้อน จึงต้องดำเนินการตรวจสอบคลิปดังกล่าวอย่างรอบคอบ เมื่อถามว่าจะดำเนินคดีกับผู้ที่เผยแพร่คลิปดังกล่าวหรือไม่ นายพรเพชรตอบว่า เป็นข้อมูลไม่จริงถือว่ามีความผิด แต่จะมีโทษอย่างไรนั้นไม่ทราบ ส่วนขั้นตอนการสรรหา กสทช.สนช. จะส่งเรื่องไปให้คณะกรรมการสรรหาฯรับทราบ ส่วนเหตุผลที่ สนช.ไม่เห็นชอบบุคคลผู้ได้รับการเสนอชื่อเป็นกรรมการ กสทช. ทั้ง 8 คนนั้น ขอให้กลับไปย้อนดูเหตุผลของ สนช.แต่ละคน ให้รายละเอียดไว้ชัดเจนแล้ว
บ่นเสียดายเผยข้อมูลลับไม่ได้
นายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย รองประธาน สนช. กล่าวว่า ต้องเริ่มกระบวนการสรรหาใหม่ตามกฎหมายทันที แต่ไม่แน่ใจว่าผู้ได้รับการเสนอชื่อทั้ง 14 คน จะกลับมาสมัครใหม่ได้หรือไม่ เพราะ สนช.มีมติไม่เลือกตามบัญชีทั้งหมด จึงเป็นหน้าที่ของกรรมการสรรหาฯจะพิจารณา สนช.พยายามให้เกิดความเป็นธรรมมากที่สุด เสียดายไม่สามารถนำข้อมูลในที่ประชุมลับของ กมธ. ที่เสนอรายงานต่อที่ประชุมสนช.มาเผยแพร่ต่อสาธารณะได้ แต่สมาชิกได้ฟังข้อมูลแล้ว ส่วนหนึ่งเห็นตรงกันและมีข้อวิตกกังวลว่าเลือกไปอาจเกิดปัญหาในอนาคต นำไปสู่การฟ้องร้อง ยืนยันว่าสิ่งที่ สนช.ตัดสินใจไปอยู่บนพื้นฐานที่ต้องการสร้างความถูกต้อง ไม่ต้องการให้เป็นบรรทัดฐานนำมาตรา 17 ไปใช้ในช่องทางที่ไม่ถูกต้องต่อไปในอนาคต โดยเฉพาะการบล็อกตัวบุคคลมาแล้วบังคับให้สภาฯต้องเลือก
ฟุ้งต้องตัดไฟตั้งแต่ต้นลม
เมื่อถามถึงคลิปเสียงที่หลุดระบุว่านายกฯไม่พอใจกับบัญชีรายชื่อทั้ง 14 คนที่เสนอมา นายสุรชัยตอบว่า หลังการประชุม สนช. มีการนำคลิปเสียงมาเปิดให้ฟังเช่นกัน แต่เป็นการพูดคุยกันนอกรอบ ส่วนตัวยืนยันว่าไม่ใช่คลิปเสียงในที่ประชุมวิป สนช. เพราะตนก็อยู่ในที่ประชุมวิป สนช.เมื่อวันที่ 18 เม.ย.ด้วย ไม่มีการพูดถึงเรื่องดังกล่าว จึงหารือกับประธานสนช.ให้ตั้งกรรมการขึ้นมาตรวจสอบต่อไป เพราะยังไม่ทราบว่าคลิปดังกล่าวจริงหรือไม่จริง และมาจากการประชุมห้องใด เมื่อถามว่าการที่ สนช.อ้างถึงการขาดคุณสมบัติของผู้ผ่านการสรรหาบางคน ทำให้ สนช.มีอำนาจวินิจฉัยคุณสมบัติของบุคคลหรือไม่ นายสุรชัยตอบว่า สนช.ไม่มีอำนาจวินิจฉัยคุณสมบัติบุคคล แต่แม้ไม่มีอำนาจตามกฎหมาย แต่เมื่อมีข้อมูลเข้ามา ถ้า สนช.ไม่สนใจและเดินหน้าเลือก จะเป็นปัญหาได้อีก หรือถ้าในอนาคตศาลวินิจฉัย สนช.อาจถูกมองว่าทำไมเมื่อเห็นปัญหาแล้วไม่แก้ไข สนช. จึงจำเป็นต้องแก้ไขปัญหาก่อน
ยันเป็นอิสระไม่มีใครจูงจมูก
นายสุรชัยกล่าวว่า ดูตามรายงานของ กมธ. แล้ว ผู้ที่ผ่านการสรรหาทุกด้านมีปัญหา สนช.ต้องทำหน้าที่ให้ดีที่สุด เพราะเป็นด่านสุดท้ายในการรองรับคนเข้าสู่ตำแหน่งสำคัญ เมื่อถามย้ำว่าคลิปเสียงดังกล่าว นายกฯอาจถูกครหาว่าครอบงำการลงมติของ สนช.หรือไม่ นายสุรชัยตอบว่า สุดที่จะมอง แต่ สนช.ตัดสินใจบนพื้นฐานประโยชน์ของสังคมและสาธารณะโดยรวม ไม่ใช่ความชอบหรือไม่ชอบ ขอให้ดูกรณีอื่นที่ สนช.ลงมติด้วย ยืนยันว่า สนช.เป็นอิสระ ไม่ได้ถูกครอบงำจากฝ่ายใด
“เจตน์” คาดคุยกันในกลุ่มย่อย
นพ.เจตน์ ศิรธรานนท์ โฆษกวิป สนช. กล่าวว่า คลิปเสียงดังกล่าวไม่น่าจะถ่ายจากในสภาฯ หรือจากที่ประชุมวิป สนช. ไม่ทราบว่าถ่ายจากที่ไหน อาจเป็นการคุยกันในกลุ่มเล็กก็ได้ คงต้องสอบสวนกันต่อไป ยังไม่รู้ว่านายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย รองประธาน สนช. จะตั้งคณะกรรมการมาสอบสวนหรือไม่ เรื่องนี้ต้องไปจบที่การสอบสวนว่าเป็นคลิปที่ถ่ายจากที่ใด คนที่เกี่ยวข้องมีใครบ้าง
จับผิดคลิปยังคาใจหลายจุด
นายพีระศักดิ์ พอจิต รองประธาน สนช.กล่าวว่า พูดคุยกับประธาน สนช.ยืนยันว่าไม่มีการพูดคุยเหมือนในคลิปเสียง และไม่มีการอ้างชื่อนายกฯในที่ประชุม จุดสังเกตใหญ่ในคลิปช่วงท้ายที่มีคนกล่าวว่า จะไปรายงานให้ประธาน สนช.ทราบนั้น จะไปรายงานทำไม ในเมื่อนั่งอยู่ในที่ประชุมตลอด ทำให้สงสัยว่าคลิปนี้จะไม่ใช่การประชุมวิป สนช.หรือไม่ ส่วนกระบวนการตรวจสอบคลิปเสียงนั้นคงต้องเป็นไปตามกระบวนการ
“อู้ด” ปัดเจ้าของเสียงปริศนา
พล.อ.อู้ด เบื้องบน สนช. ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการสามัญเพื่อทำหน้าที่ตรวจสอบประวัติ ความประพฤติ และพฤติกรรมทางจริยธรรมของบุคคลผู้สมควรได้รับเลือกเป็น กสทช. กล่าวชี้แจงว่า “คลิปเสียงที่ออกมานั้น ผมไม่รู้ ไม่ใช่เสียงผม เรื่องคัดเลือก กสทช.ผ่านสภาไปแล้ว ไม่ทราบว่าคลิปเสียงจะมีผลต่อการทำหน้าที่ของ สนช. หรือเปล่า เพราะไม่ใช่เสียงผม ต่อไปเป็นเรื่องของคณะกรรมการสรรหาฯ เพราะสภาได้ทำตามกำหนด 30 วันแล้ว”
“ครูหยุย” ไม่เชื่อนายกฯสั่งคว่ำ
นายวัลลภ ตังคณานุรักษ์ สนช. กล่าวว่า เป็นเรื่องที่ สนช.พิจารณาเองว่าผู้ได้รับการเสนอเข้ามาทั้ง 14 คน ขาดหรือไม่ขาดคุณสมบัติ จึงไม่ต้องไปพูดถึงการทำหน้าที่ของคณะกรรมการสรรหาฯ เพราะเขาส่งรายชื่อให้เราแล้ว เมื่อ สนช.ลงมติไม่เลือกแล้ว ประธาน สนช.ต้องทำเรื่องส่งรายชื่อคืนไปหลังจากนี้เป็นหน้าที่ของคณะกรรมการสรรหาฯว่าจะทำอย่างไรต่อไป ยืนยันว่าการดำเนินการของ สนช.เป็นไปตามกฎหมาย หากใครเห็นว่าไม่ถูกต้องใช้สิทธิ์ฟ้องร้องได้ ส่วนคลิปเสียงที่บอกว่านายกฯไม่แฮปปี้นั้น ยังไม่ได้ฟัง แต่ไม่เชื่อว่านายกฯจะพูดอย่างนั้น แล้วคลิปเสียงเป็นจริงหรือเปล่า ไม่ทราบ เหมือนกัน
ปชป.ชี้ผิดปกติเททิ้ง กสทช.
ขณะที่นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า กสทช.ถือเป็นกรรมการองค์กรอิสระที่มีความสำคัญ ต้องมีกระบวนการสรรหาที่โปร่งใส ตรวจสอบได้ ไม่ให้เกิดข้อครหานินทา ถ้าได้กรรมการฯที่ไม่โปร่งใสหรือกระบวนการสรรหาไม่โปร่งใส อาจเกิดปัญหาเรื่องการแสวงหาผลประโยชน์โดยไม่ชอบ การเหมารวมไม่รับรองผู้เข้ารับการสรรหาทั้ง 14 คนของ สนช. ทั้งที่มีการคัดกรองตรวจสอบคุณสมบัติความประพฤติและจริยธรรมมาแล้ว และตามหลักการ สนช.ควรคัดเลือกบุคคลเป็นรายๆ ไม่น่าใช้วิธีโหวตเหมารวมไม่เลือกแม้แต่คนเดียว จนต้องไปเริ่มกระบวนการสรรหาใหม่ ถือเป็นเรื่องที่ผิดปกติมาก
บี้ สนช.แจงแทรกแซง-แอบอ้าง
นายองอาจกล่าวต่อว่า เป็นไปไม่ได้ที่บุคคลที่ผ่านการคัดเลือกและตรวจสอบคุณสมบัติเบื้องต้นมาแล้ว ไม่น่าจะขาดคุณสมบัติทั้ง 14 คน รวมถึงกระบวนการสรรหาฯน่าจะรอบคอบและรัดกุมกว่านี้ การคัดกรองประวัติ คุณสมบัติต้องห้ามควรอยู่ในรอบแรกๆ ตรวจสอบได้ง่าย และกรณีมีคลิปเสียงสนทนาที่อ้างว่าหลุดมาจากที่ประชุม กมธ. ที่มี พล.อ.อู้ด เบื้องบน เป็นประธาน เผยแพร่ในสื่อ อ้างชื่อนายกฯ สนช.ต้องชี้แจงสังคมให้ได้ว่าเป็นการแทรกแซงกระบวนการสรรหา หรือเป็นการแอบอ้างชื่อ ให้สังคมได้รับทราบหากปล่อยไว้ให้คลุมเครือจะสร้างความเสียหายต่อตัวนายกฯ คณะกรรมการสรรหาฯ สนช. และ กสทช.เอง
“ศรีสุวรรณ” จี้โละ กก.สรรหา
ด้านนายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์กรพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย กล่าวว่า ได้ออกแถลงการณ์ ขอให้ลงโทษกรรมการสรรหา กสทช. และขอให้เปลี่ยนคณะกรรมการสรรหาใหม่ทั้งหมด เนื่องจาก สนช.มีมติไม่พิจารณาผู้สมควรได้รับเลือกเป็น กสทช.ทั้ง 14 คน โดยอ้างว่ามีปัญหาคุณสมบัติและลักษณะต้องห้าม ทำให้เห็นได้ถึงประสิทธิผลของคณะกรรมการสรรหา การสรรหาใหม่จึงไม่ควรเป็นชุดเดิม ยกเว้นผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ที่เป็นโดยตำแหน่งละเว้นได้ สำหรับตัวแทน 6 หน่วยงานที่ต้องคัดเลือกมาเป็นกรรมการสรรหาใหม่ โปรดเลือกคนที่ตั้งใจทำงาน ส่วนกรรมการชุดเดิม ควรแสดงสปิริตไม่กลับมาทำหน้าที่อีก ขณะที่บุคลากรที่ทำงานใน กสทช.ชุดรักษาการ ไม่ว่าจะเป็นที่ปรึกษา อนุกรรมการ คณะทำงาน ฝ่ายบริหารสำนักงาน ไม่ควรมาสมัคร หรือส่งนอมินีมาสมัคร หากยังดื้อสมัคร สมาคมฯจะร้องเรียนให้ตรวจสอบคุณสมบัติต้องห้าม
กรธ.โว รธน. 60 ทางออกประเทศ
ช่วงเช้าวันเดียวกันที่โรงแรมเซ็นทรา ศูนย์ราชการ สมาคมแห่งสถาบันพัฒนาการเมืองและการเลือกตั้ง (สพต.) จัดสัมมนาวิชาการเรื่อง “พัฒนาการเมืองภายใต้รัฐธรรมนูญ 60” นายชาติชาย ณ เชียงใหม่ กรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) กล่าวว่า ปัญหาของประเทศที่ผ่านมา เป็นที่มาของการร่างรัฐธรรมนูญ 2560 เพื่อเป็นทางออกของปัญหา รัฐธรรมนูญฉบับนี้ถือเป็นการเปลี่ยนแปลงประเทศหลายด้าน การเมืองไทยมีโครงข่ายอำนาจที่หลากหลายเกิดการแก่งแย่ง รัฐธรรมนูญฉบับนี้จึงเสนอทางออกให้เปลี่ยนการเมืองแบบแก่งแย่ง เป็นการเมืองแบบประนอมอำนาจ ประคับประคองให้การเมืองเดินหน้าปรับความคิดเป็นแบบพอเพียงอยู่ด้วยกันอย่างเป็นกัลยาณมิตร
“เอนก” เตือนรัฐบาลอย่าดูดแรง
นายเอนก เหล่าธรรมทัศน์ ประธานคณะกรรมการปฏิรูปประเทศด้านการเมือง กล่าวว่า การเมืองไทยแม้จะเป็นระบอบประชาธิปไตย แต่ในใจยังไม่เป็นประชาธิปไตย ยังเป็นระบอบไฮบริด ใช้สลับกันระหว่างแก๊สกับน้ำมัน ระหว่างระบอบประชาธิปไตยกับระบอบทหารมันใช้สลับกัน แต่คนไทยไม่ได้มีความผูกพันภักดีต่อทั้ง 2 ระบอบนัก ฝากไปยังประชาชนก่อนจะหย่อนบัตรเลือกตั้งให้พิจารณาถึงการปฏิรูปด้วย ส่วนกรณีที่รัฐบาลแต่งตั้งกลุ่มการเมืองเข้ามามีตำแหน่งในรัฐบาลนั้น ต้องระมัดระวัง เมื่อจะทำพรรคการเมืองใหม่ต้องพยายาม ไม่ให้มีคนเข้าใจว่าเป็นการดูด หรือแลกเปลี่ยนผลประโยชน์กัน เพราะรัฐธรรมนูญเขียนกติกาไว้ค่อนข้างบังคับ อ่านแล้วยังไม่ค่อยอยากไปทำงานการเมือง เพราะมันหินไปหมด
ไม่มีวันเห็น 2 พรรคใหญ่จับมือ
นายนิกร จำนง อดีตกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านการเมือง สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) กล่าวว่า รัฐธรรมนูญ 2560 กระทบต่อการพัฒนาการเมืองไทย และวัฒนธรรมการใช้สิทธิของประชาชนอย่างรุนแรง เช่น กำหนดให้นโยบายพรรคต้องผูกพันกับยุทธศาสตร์ชาติ ไม่สามารถนำความต้องการหรือความเดือดร้อนประชาชนมากำหนดเป็นนโยบายได้ คาดว่าจะส่งผลให้เกิดปัญหาระยะเปลี่ยนผ่าน 5 ปี เรื่อง 2 พรรคใหญ่จับมือกันไม่น่าจะเกิดขึ้น เพราะละลายพฤติกรรมกันไม่ได้ ทำให้เกิดเดตล็อกในสภา ยิ่งถูกแทรกแซงโดยกลไกกฎหมาย ทำให้ต้องมีการเลือกนายกฯคนนอก สรุปว่ารัฐบาลหน้าจะเต็มไปด้วยความสับสนอลหม่าน
ชทพ.ขยับทีเดียวหลังเลือกตั้ง
นายนิกรให้สัมภาษณ์เพิ่มเติมถึงท่าทีของพรรคชาติไทยพัฒนา (ชทพ.) หลังแกนนำพรรคพลังชลเข้าร่วมงานกับรัฐบาล ว่า เรายังยืนตามจุดยืนเดิม เดินงานการเมืองในรูปแบบตัวเอง ขออยู่นิ่งๆ ไม่ไปร่วมกับใคร แต่ก็ไม่ขวางใคร เราไม่สร้างศัตรู ระหว่างนี้แค่รอเวลาเพื่อทำในสิ่งที่ทำได้ คือการลงสนามเลือกตั้ง จะร่วมกับใครกับพรรคใดหลังจากนั้นค่อยมาว่ากัน เมื่อถึงเวลานั้นจะเป็นไปตามธรรมชาติของการเมือง เชื่อว่าการเลือกตั้งครั้งหน้า พรรคชาติไทยพัฒนา น่าจะมี ส.ส. 20-30 ที่นั่งได้ และจะเป็นตัวเลือกที่ 1 เพราะไม่มีศัตรู ไม่ทะเลาะกับใคร ขณะนี้หลายพรรคเปิดตัวคนรุ่นใหม่เข้ามาทำงานการเมือง อาจมีแรงเสียดทานบ้าง แต่พรรคชาติไทยพัฒนามีกลุ่มนิวบลัด คนรุ่นใหม่ที่มีประสบการณ์ มีผลงานเข้ามาช่วยกันขับเคลื่อนไปในทิศทางที่ดี
“อนุทิน” ท้ารัฐบาลเล่นแฟร์ๆ
ช่วงบ่ายที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) มีการจัดสัมมนาวิชาการของหลักสูตรการพัฒนาการเมืองและการเลือกตั้งระดับสูง 9 (พตส.) “การพัฒนาพรรคการเมืองในบริบทการเมืองไทย” นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย กล่าวว่า หวังว่า กกต.จะมีบทบาทเป็นผู้จัดการเลือกตั้ง มากกว่าเป็นผู้รอคำสั่ง รอทิศทาง กกต. ควรแก้ไขเรื่องที่อาจเป็นปัญหา ทั้งกฎหมายและระเบียบ ไม่ใช่ปล่อยให้เลือกตั้งไปก่อนแล้วเป็นโมฆะทีหลังเหมือนที่ผ่านมา และไม่ควรกำหนดว่าต้องมีเลือกตั้งในเดือนก.พ.2562 อาจยืดหยุ่นออกไปนิดหน่อยได้ แต่ถ้าในปี 62 ไม่มีการเลือกตั้ง อนาคตมีแต่ความมืดมิดแน่ ส่วนคนในรัฐบาลถ้าอยากช่วยบ้านเมืองจริงควรลาออกแล้วตั้งพรรคการเมืองมาลงเลือกตั้งแข่งกับพวกตนเลย การทำอย่างนี้พรรคอื่นเสียเปรียบกรอบเวลาที่เหลืออยู่นี้ยังทัน จะไม่มีใครมีแต้มต่อมากกว่าใคร
ปชป.-พท.รุมฉะพรรค คสช.
นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า คสช.บอกว่าจะปฏิรูป แต่ยิ่ง ย้อนยุค พลังดูดไม่ใช่เรื่องใหม่เคยเกิดขึ้นมาแล้ว ปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นจากที่เคยตำหนินักการเมือง กลับยิ่งกว่านักการเมือง นับตั้งแต่ประกาศตัวเป็นนักการเมือง การประกาศตั้งพรรคในทำเนียบฯ สะท้อนว่าที่ใช้คำว่ารัฐบาล คสช. อาจต้องเปลี่ยนเป็นรัฐบาลพรรค คสช. อาจจะสะท้อนให้เราเห็นกลายๆว่าผู้เขียนกติกาพร้อมที่จะมาเป็นผู้เล่น
นายจาตุรนต์ ฉายแสง แกนนำพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ระบบไพรมารีโหวตตามกฎหมายใหม่มีความ ยุ่งยาก ไม่เป็นผลดี ทำให้เกิดปัญหาภายในพรรค แม้ระบบไพรมารีโหวตมีความต้องการให้สมาชิกพรรคมาร่วมกำหนดผู้สมัคร แต่ระบบนี้ควรเริ่มเมื่อพรรคการเมืองมีความมั่นคง มีสมาชิกจำนวนมากและสามารถเป็นตัวแทนประชาชนได้ดีพอสมควร แต่ไม่ใช่ว่าพรรคเพื่อไทยจะไม่ทำ เราพร้อมปฏิบัติตามกฎหมาย
“จุรินทร์” จับตาสมาชิกถูกดูด
ต่อมานายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีรัฐบาลดึงแกนนำพรรคพลังชลเข้าไปร่วมงาน ว่า ไม่เหนือความคาดหมาย ทุกครั้งหลังรัฐประหาร ถ้ามีการตั้งพรรคสนับสนุนให้คงอำนาจต่อ จะเกิดเหตุการณ์ลักษณะนี้ เป็นความพยายามสืบอำนาจต่อ เป็นสิทธิ์ของแต่ละพรรคจะตัดสินใจ ท้ายที่สุดประชาชนจะเป็นผู้ตัดสิน ส่วนความเหมาะสมขึ้นอยู่กับวิจารณญาณของแต่ละฝ่าย พรรคประชาธิปัตย์ยังตอบไม่ได้ว่าจะมีการดึงดูดตัวสมาชิกไปมากน้อยเท่าใด แต่เคารพการตัดสินใจของสมาชิก เชื่อว่าจะมีคนใหม่เข้ามาทำงานอีกไม่น้อย
“อ๋อย” ซัดบีบพรรคเก่าทุกทาง
นายจาตุรนต์ ฉายแสง กล่าวว่า การดึงอดีตนักการเมืองไปสนับสนุนรัฐบาล สะท้อนความพยายามของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช. ที่กำลังตั้งพรรคในทำเนียบฯ ดึง นักการเมืองเข้าทำเนียบฯเพื่อร่วมมือกัน เป็นส่วนหนึ่ง ของกระบวนการ ทำให้ พล.อ.ประยุทธ์กลับมาเป็นนายกฯต่อ สิ่งที่ พล.อ.ประยุทธ์กับพวกต้องทำให้ได้ คือมี ส.ส.ไม่น้อยกว่า 251 เสียง เมื่อมองแล้วว่ายังไม่มีพรรคใดรับปากชัดเจน จึงหาวิธีใหม่ทำให้พรรคเก่าอ่อนแอ บีบให้บางส่วนต้องไปร่วมมือด้วย ประกอบ กับการไม่ยอมปลดล็อก และใช้งบประมาณหาเสียงทางอ้อม ที่ทำอยู่ทั้งหมดคือส่วนหนึ่งของแผน
เกมสืบอำนาจที่น่าละอาย
“เขาเริ่มคำนวณแล้วว่าการเป็นนายกฯคนนอกมันยากกว่า จึงเปลี่ยนมาให้มีชื่อ พล.อ.ประยุทธ์ เป็น 1 ใน 3 ในบัญชีรายชื่อของพรรคการเมือง เมื่อ ได้เป็นนายกฯแล้วการดึงดูดนักการเมืองเข้าร่วมสนับสนุนรัฐบาลให้ได้ ส.ส.เกิน 250 เสียง จะเป็นการหาทางออกให้ พล.อ.ประยุทธ์ เป็นนายกฯภายใต้รัฐธรรมนูญได้ง่ายขึ้น การตั้งพรรคกันในทำเนียบฯ มีรองนายกฯ มีรัฐมนตรีเป็นหัวหน้าพรรค รองหัวหน้า พรรค เป็นการใช้งบประมาณแผ่นดินสร้างความนิยมให้ตนเอง จะปู้ยี่ปู้ยำบ้านเมืองทำลายระบบการเมืองทำลายพรรคการเมืองยังไงก็ได้ เพื่อให้ พล.อ. ประยุทธ์กับพวกได้สืบทอดอำนาจยาวๆเท่านั้นเอง ถือเป็นเรื่องน่าละอายมาก” นายจาตุรนต์กล่าว
“อนุทิน” ยังกั๊กช่วยงานรัฐบาล
ด้านนายอนุทิน ชาญวีรกูล กล่าวว่า ไม่ขอวิจารณ์การดึงพรรคพลังชลร่วมงานกับรัฐบาล ส่วนพรรคภูมิใจไทยทำประโยชน์ให้ประเทศ โดยไม่ต้องไปต่อรองหรือมีประโยชน์ใดเข้าแลก เมื่อถามว่าโอกาสที่จะไปช่วยงานรัฐบาล คสช. นายอนุทินถามกลับว่า ช่วยแบบไหน อย่างกรณี ครม.เตรียมไปสัญจรที่ จ.บุรีรัมย์ ที่เป็นพื้นที่ฐานเสียงของพรรค ตนต้องเข้าไปนำเสนอ หรือพาชาวบ้านนำประเด็นปัญหาไปแจ้ง ครม. ส่วนโอกาสร่วมเป็นรัฐบาล คสช. หลังเลือกตั้งนั้น ต้องคุยกันอีกที ไม่เชื่อว่าการให้ตำแหน่งตอนนี้จะกลายเป็นการสนับสนุนใคร เห็นยอด ส.ส.แล้วค่อยมาคุยกัน แต่หากมาชวนตนวันนี้แล้วจะไม่เลือกตั้ง จะอยู่กันต่อไปอีก 10 ปีค่อยมาว่ากัน
กกต.รับรอง “อนาคตใหม่”
พ.ต.อ.จรุงวิทย์ ภุมมา รองเลขาธิการ กกต. รักษาการแทนเลขาธิการ กกต. ในฐานะนายทะเบียนพรรคการเมือง กล่าวว่า กกต.ได้ออกหนังสือรับแจ้งการจัดตั้งพรรคการเมือง (แบบ พ.ก.7/2) ให้เป็นพรรคการเมืองเพิ่มเติมอีก 5 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มอนาคตใหม่ ที่มีนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ผู้ยื่นคำขอ กลุ่มประชา–ธรรมไทย ที่นายพิเชษฐ สถิรชวาล ยื่นคำขอ กลุ่มพลังลูกหนี้ไทย กลุ่มพลังปวงชนชาวไทย และกลุ่มไทยเอกภาพ รวมยอดกลุ่มที่ผ่านการรับรองแล้วทั้งสิ้น 20 กลุ่ม จากทั้งหมด 99 กลุ่ม หลังจากนี้กลุ่มที่ผ่านการรับรองต้องเข้าสู่กระบวนการจัดประชุมผู้ก่อตั้ง เพื่อดำเนินการขั้นตอนทางธุรการตามที่กฎหมายพรรคการเมืองกำหนด และยื่นกลับมายัง กกต. เพื่อจดจัดตั้งเป็นพรรคการเมืองต่อไป ส่วนคำขอจัดประชุมได้ส่งให้ คสช.พิจารณาแล้ว
“ธนาธร” ขอให้ชัดใครหนุน คสช.
นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ผู้ร่วมก่อตั้งพรรคอนาคตใหม่ กล่าวถึงกรณีการดึงพรรคพลังชลร่วมงานรัฐบาลว่า เป็นเรื่องดีและสนับสนุนให้นักการเมืองทุกคนที่สนับสนุน คสช.เข้าไปด้วย จะได้เกิดความชัดเจน ประชาชนจะได้ไม่สับสน ว่าใครบ้างฝักใฝ่ระบอบ คสช. ฝ่ายไหนฝักใฝ่ประชาธิปไตย เอาให้มันชัดเจน ประวัติศาสตร์จะได้บันทึกไว้ใครเลือกข้างไหน
นายปิยะบุตร แสงกนกกุล ผู้ร่วมก่อตั้งพรรคอนาคตใหม่ กล่าวว่า จะดีกว่านี้ถ้าแต่ละพรรคจะประกาศให้ชัดเจนว่าเอานายกฯคนนอกหรือไม่ ชัดขนาดนี้แล้วประกาศไปเลยว่าสนับสนุนหรือไม่สนับสนุนการสืบทอดอำนาจของ คสช. ส่วนเรายืนยันไม่มีแน่นอน
ไล่บี้ คสช.อนุญาตให้ประชุม
นายปิยะบุตรยังกล่าวถึงกรณี กกต.ให้การรับรองการจัดตั้งพรรคอนาคตใหม่ว่า ถือเป็นข่าวดีข่าวแรก ขั้นตอนต่อไปเราต้องดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมายเพื่อจัดตั้งพรรคอนาคตใหม่ จะได้เป็นพรรคที่สมบูรณ์ แต่ยังติดล็อกคำสั่งหัวหน้า คสช.ที่ 53/2560 บอกประชุมพรรคยังทำไม่ได้ต้องขอ คสช. เรายื่นขอ คสช.ไปแล้วต้องรอ คสช.อนุญาตก่อน เวลาที่เหลือ 4 เดือนเศษๆต้องก่อรูปพรรคให้เสร็จ เมื่อ คสช.พูดตลอดอยากให้พรรคการเมืองเปลี่ยนแปลง อยากเห็นการเมืองใหม่ ก็ไม่มีเหตุผลต้องมาขัดขวาง คสช.ควรยกเลิกประกาศและคำสั่งที่เป็นอุปสรรคต่อการทำกิจกรรมพรรคการเมือง และเป็นอุปสรรคต่อสิทธิเสรีภาพประชาชน
“วิษณุ” รับลูก มิ.ย.การเมืองชัด
ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ ให้สัมภาษณ์กรณี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช. ระบุว่าจะมีความชัดเจนเรื่องการเมืองในเดือน มิ.ย.ว่า รู้กันอยู่ทั้งประเทศแล้ว แต่ไม่ถึงขนาดทั้งหมด เพียงแต่มันจะเกิดความเข้าใจชัดเจนจนเห็นภาพ ที่สื่อไล่จี้ถามกันอยู่ทุกวันมันจะเป็นคำตอบในตัวมันเอง ในช่วงเดือน มิ.ย. เพราะพูดกันมานานแล้ว
รัฐอัดฉีดเพิ่มกองทุนหมู่บ้าน
ช่วงค่ำวันเดียวกัน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. กล่าวในรายการ “ศาสตร์พระราชา สู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน” ถึงการสนับสนุนงบประมาณให้กองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองว่า ในปี 2561 รัฐบาลเตรียมการสนับสนุนกองทุนหมู่บ้านฯผ่านโครงการพัฒนาหมู่บ้านและชุมชนอย่างยั่งยืน วงเงิน 20,000 ล้านบาท เพื่อสนับสนุนเงินทุนให้กองทุนละไม่เกิน 300,000 บาท เพื่อต่อยอดโครงการเดิม หรือสนับสนุนส่งเสริมการพัฒนาหมู่บ้านและชุมชน และยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน งบประมาณที่เพิ่มลงไปกลางปีนี้ไปเสริมต่อโครงการที่มีมาแล้ว ไม่อยากให้มองเป็นเรื่องการเมือง เอางบไปหาเสียง ส่วนโครงการที่สร้างความเสียหายให้กับบ้านเมืองระยะยาว ต้องนำเข้าสู่กระบวนการของศาล ขจัดขบวนการทุจริตให้หมดไป เช่น เงินสงเคราะห์ผู้ยากไร้และไร้ที่พึ่ง ของกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) และกองทุนเสมาพัฒนาคุณภาพชีวิตของกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.)
หยอดไม่รังเกียจนักการเมือง
พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ย้ำอีกครั้งว่าไม่ได้รังเกียจนักการเมือง พรรคการเมือง ส่วนใหญ่เป็นคนดี แต่ไม่อาจยอมรับผู้ทำผิดกฎหมาย หรือผู้ต่อต้านอำนาจรัฐ พร้อมจะทำงานร่วมกับทุกคนที่มีอุดมการณ์รักชาติ และเพื่อประชาชน ไม่อยากให้ฟังการวิเคราะห์วิจารณ์ที่ไม่ใช่ข้อเท็จจริง จากบางกลุ่ม บางฝ่ายที่อาจจะไม่หวังดีและมองเป็นเรื่องของการเมืองไปทั้งหมด
ท้า “สมคิด” แจงธนาคารโลกเอง
ด้านนายพิชัย นริพทะพันธุ์ อดีต รมว.พลังงานและแกนนำพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า การที่รัฐบาลให้สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) ชี้แจงตอบโต้กรณีนำเสนอข้อมูลของธนาคารโลก และธนาคารเพื่อการพัฒนาเอเชีย (เอดีบี) นั้น อยากให้นาย สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี ส่งคำชี้แจงดังกล่าวให้กับธนาคารโลกและเอดีบีโดยตรง เพราะข้อมูลที่ตนนำเสนอ เป็นความเห็นของหน่วยงานทั้งสอง เผื่อเขาจะเปลี่ยนใจวิเคราะห์ประเทศไทยภายใต้รัฐบาลนี้ในทางที่ดีขึ้น แต่คำชี้แจงของรัฐบาลค่อนข้างสับสน แถมยังตอกย้ำความจริงว่าตลอด 4 ปีที่ผ่านมา การเจริญเติบโตของไทยเป็นตัวเลขที่ต่ำมาก และต่ำสุดในอาเซียน แสดงถึงความย่ำแย่อย่างต่อเนื่องตั้งแต่มีการรัฐประหาร
จวกรัฐบาลโหมโฆษณาเกินจริง
นายพิชัยกล่าวต่อถึงกรณี นายแจ็ค หม่า ประธานกรรมการบริหาร อาลีบาบา กรุ๊ป เดินทางมาเยือนประเทศไทยว่า เป็นเรื่องน่ายินดีแต่การลงทุนในไทยถือว่าน้อยกว่าการลงทุนในมาเลเซียถึง 5 เท่า ไม่ได้ลงทุนมากกว่าเหมือนที่รัฐบาลโฆษณา และที่นายกฯเชื่อว่าเขามาลงทุนโดยไม่หวังประโยชน์นั้น อาจเป็นคำพูดที่ขาดการไตร่ตรอง คงไม่มีพ่อค้าคนไหนควักเงินมาลงทุนเป็นหมื่นล้านบาทแล้วจะไม่หวังประโยชน์ตอบแทน ขอเตือนให้รัฐบาลรอบคอบและตามให้ทัน เพื่อไม่ให้ธุรกิจใหญ่น้อยของไทยได้รับผลกระทบจากการลงทุนนี้
“บิ๊กป้อม” เตรียมเยือนสหรัฐฯ
อีกเรื่อง พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ให้สัมภาษณ์ถึงการเดินทางเยือนประเทศสหรัฐอเมริกา ระหว่างวันที่ 21-27 เม.ย. ว่า สหรัฐอเมริกาเชิญมา เราเตรียมข้อมูลไปตอบทุกเรื่อง สหรัฐฯไม่ได้เชิญ รมว.กลาโหมไทยไปเยือนนานแล้ว นับเป็นสัญญาณที่ดีในอนาคต
ที่มาไทยรัฐ