
มติไม่เลือกใคร-ควํ่า ‘ภรณี’ ผู้ตรวจการฯ บิ๊กตู่ขอแจ็คหม่าช่วยคนมีรายได้น้อย
“บิ๊กตู่” กระเซ้าก๊วนกอล์ฟ พท. “สะสมทรัพย์” ไม่พร้อมหน้าฟูลทีม วอนอย่ามองเรื่องดึงเรื่องดูด ข้องใจ “สุดารัตน์” จะให้โชว์อะไร บอกใบ้ มิ.ย. อาจได้เห็นสถานะชัดเจน พบแจ็ค หม่า ชื่นมื่น ฝากดูแลคนไทยที่มีรายได้น้อย “มาร์ค” ชี้ปฏิบัติการดูดพลังชลปูทางสร้างฐานการเมือง “องอาจ” เชื่อยังไม่หมดแค่นี้ ปูดแผนใช้ตำแหน่งรัฐมนตรีล่อ พท.เปรียบ “บิ๊กตู่” เป็นก็อดฟาเธอร์เมืองไทย กวาดต้อนผู้มีอิทธิพลทุกภาคทั่วประเทศ พลังชลเดือดตอกกลับ “วัฒนา” ก้าวก่ายดูถูก ไร้มารยาท ชทพ.แบะท่าพร้อมร่วมงานรัฐบาล สนช.คว่ำแหลก ไม่เห็นชอบตั้ง “ภรณี” ผู้ตรวจการแผ่นดิน พร้อมล้มกระดานเลือก 7 กสทช.เรียบวุธ สั่งสรรหาใหม่ ทำเนียบฯเตรียมกรี๊ดรับเกิร์ลกรุ๊ป BNK48 แจกความสดใส 24 เม.ย.
กรณีการแต่งตั้งนายสนธยา คุณปลื้ม หัวหน้าพรรคพลังชล เป็นที่ปรึกษานายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง และแต่งตั้งนายอิทธิพล คุณปลื้ม อดีตนายกเมืองพัทยา เป็นกรรมการผู้ช่วย รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา ยังถูกวิพากษ์วิจารณ์ว่าเป็นปฏิบัติการดูดนักการเมืองของ คสช. เพื่อสร้างฐานทางการเมืองในอนาคต ทำให้หลายพรรคการเมืองต้องขยับตรวจแถวสมาชิกพรรค อาทิ พรรคเพื่อไทย ที่ล่าสุดไปตีกอล์ฟกับตระกูลสะสมทรัพย์
“บิ๊กตู่” เยาะก๊วนกอล์ฟ พท.ไม่ครบ
เมื่อวันที่ 19 เม.ย. เวลา 11.15 น. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ให้สัมภาษณ์กรณีที่แกนนำพรรคเพื่อไทยไปออกรอบตีกอล์ฟกับตระกูลสะสมทรัพย์ ที่สนามนิกันติ กอล์ฟคลับ จ.นครปฐม ว่า “ไม่มีนัยอะไร เป็นการตีกอล์ฟกันตามปกติก็เหมือนกับที่ผมเคยไป เมื่อเขาไปก็มีคนมาต้อนรับ ตอนผมไปก็มีคนมารับ ก็เป็นธรรมดา แต่ความจริงเขาไม่ได้มารับผม เพราะเขาคุยกันอยู่แล้วทุกอาทิตย์ เขาอยู่กันทั้งครอบครัวถ้วนหน้า อาจเป็นจังหวะที่ไปเจอกันพอดี แต่เมื่อวันที่ 18 เม.ย. เห็นว่าไปกันไม่ครบ เพราะไม่สบายบ้าง อะไรบ้าง อย่าไปมองอะไรว่าเป็นนัยทางการเมืองเลย” ผู้สื่อข่าวถามว่า มีการมองว่าเป็นการดึงคนตระกูลสะสมทรัพย์ให้อยู่กับพรรคเพื่อไทย พล.อ.ประยุทธ์ตอบว่า “ก็อย่าไปมองเลย และผมก็ไม่ได้ไปดึงพวกเขา ใครดึงใครล่ะ ผมไม่เห็นมีใครเลย”
ย้อน “สุดารัตน์” จะให้เปิดอะไร
เมื่อถามถึงกรณีคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ แกนนำพรรคเพื่อไทย เรียกร้องให้นายกฯ แสดงความ ชัดเจนทางการเมือง พล.อ.ประยุทธ์ย้อนถามว่า ชัดเจนเรื่องอะไร จะให้เปิดอย่างไร เมื่อถามว่า ให้แสดงความชัดเจนถึงการประกาศเล่นการเมือง พล.อ.ประยุทธ์ตอบว่า “พอแล้วๆ ผมไม่ได้เล่นการเมือง ถ้าเล่นการเมือง ผมก็ต้องไปเลือกตั้งเป็น ส.ส. แล้วมันจะเป็นได้ไหมเล่า เป็นไปไม่ได้”
รอ มิ.ย.อาจเห็นสถานะชัดเจน
เมื่อถามว่าในใจของ พล.อ.ประยุทธ์ที่มอง สถานการณ์การเมือง อยากจะลงไปอยู่ในลักษณะรูปแบบนักการเมืองหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ตอบว่า “อย่าถามว่าอยากหรือไม่อยาก แต่ถ้าถามว่าอยากไหมก็ต้องตอบว่าไม่อยาก แต่ถามว่ามันมีความจำเป็นอะไรหรือไม่ มันก็เป็นเรื่องของอนาคต เป็นเรื่องของประชาชนกำหนด ไม่ใช่ว่าอะไรก็นักการเมืองคิดกันเอง ผมไม่เคยมองว่าตัวเองสำคัญกว่าใครหรือเก่งกว่าใคร ไม่เคยคิดอย่างนั้น แต่เป็นเรื่องของประชาชนจะว่าอย่างไรก็ว่ามา ว่าเขาต้องการอะไร” เมื่อถามว่า แล้วคิดว่าสถานการณ์วันนี้นายกฯมีความจำเป็นที่จะต้องอยู่ต่อหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ตอบว่า “ไม่รู้ยังตอบไม่ได้ ต้องไปรอเดือนมิถุนายนไปแล้วโน่น ไป จบ รอเดือนมิถุนาฯก็แล้วกันจ้ะ”
ชวนสื่อร่วมทำงานเพื่อบ้านเมือง
ภายหลังการให้สัมภาษณ์ ผู้สื่อข่าวสอบถามว่านายกฯ จะร่วมกิจกรรมพบปะสื่อมวลชนหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ตอบว่า พอดีมีภารกิจ ขอให้สื่อทานข้าวอย่างมีความสุข พร้อมทำมือสัญลักษณ์ไอเลิฟยูให้ผู้สื่อข่าวก่อนเดินขึ้นตึกไทยคู่ฟ้า
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 11.30 น. ที่ตึก สันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล สำนักโฆษก สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ได้จัดกิจกรรมพบปะสื่อมวลชนประจำทำเนียบรัฐบาล ที่จัดทุกๆ 2 เดือน หรือตามความเหมาะสม โดยครั้งนี้นายกฯติดภารกิจหารือกับนายแจ็ค หม่า รวมถึงรองนายกฯด้วย มีเพียงนายสุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรีและทีมโฆษกประจำสำนักนายกฯ ได้นำไก่ย่างหนังกรอบ ข้าวหน้าเป็ด ข้าวขาหมู ไอศกรีม ก๋วยเตี๋ยวและเครื่องดื่มมาจัดเลี้ยง โดยนายสุวพันธุ์กล่าวว่า พวกเราที่อยู่ในทำเนียบรัฐบาลต่างทำงานให้กับบ้านเมือง ในปีที่ผ่านมาในนาม ครม.ขอขอบคุณสื่อที่ช่วยกันดูแลบ้านเมือง ดูแลงานรัฐบาล หวังว่าจะร่วมกันทำงานกันต่อไปบนความเข้าใจและเกื้อหนุนกัน
ฝาก “แจ็ค หม่า” ช่วยคนรายได้น้อย
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนหน้านั้นเวลา 10.30 น. ที่ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล นายแจ็ค หม่า ผู้ก่อตั้งและประธานกรรมการบริหารกลุ่มบริษัทอาลีบาบา และคณะผู้บริหารกลุ่มบริษัทอาลีบาบา กรุ๊ป จาก สาธารณรัฐประชาชนจีน เข้าเยี่ยมคารวะ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. ในโอกาสเดินทางเยือนประเทศไทย โดย พล.อ.ประยุทธ์เปิดเผยหลังการหารือว่า นายแจ๊ค หม่า จะเข้ามาสร้างคน สร้างระบบ อะไรต่างๆที่จะมาสนับสนุนเราเรื่องการค้า ได้บอกไปว่ารัฐบาลไทยต้องการให้ช่วยดูแลผู้มีรายได้น้อยและเกษตรกร เป็นการมาทำความตกลงและสัญญาว่าภายในปี 2562 จะต้องทำอะไรให้เกิดผลประโยชน์ร่วมกันของทั้ง 2 ฝ่าย โดยมีการลงนามร่วมในบันทึกความเข้าใจ (เอ็มโอยู) ขณะเดียวกันตนได้ฝากให้ช่วยดูเรื่องการขายปาล์ม ข้าว และยางพาราที่ยังมีปัญหาอยู่ ที่อาลีบาบาโรงเรียนสอนเรื่องธุรกิจ การค้าขายทางออนไลน์ (อี-คอมเมิร์ซ) การพัฒนาผู้ประกอบการธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) ส่วนจะนำข้าวไทยไปขายบนเว็บไซต์ของเขาก็เป็นข้าวคุณภาพ คงจะมีการหารือเป็นขั้นตอนต่อไป
ไม่แปลก พท.ตีกอล์ฟสะสมทรัพย์
พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีฝ่ายการเมืองเรียกร้องให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. แสดงตัวทางการเมืองให้ชัดเจนว่า หลายเรื่องตนไม่ทราบ เอาแค่งานในหน้าที่ทุกวันนี้ก็มีเยอะแล้ว เมื่อถามว่า มองอย่างไรเรื่องที่พรรคเพื่อไทยร่วมตีกอล์ฟกลุ่มตระกูลสะสมทรัพย์ ที่สนามนิกันติ กอล์ฟคลับ จ.นครปฐม พล.อ.ฉัตรชัยตอบว่า เขาคงไปออกกำลังกายกันมั้ง สนามเขาก็ดีใช้ได้นะ เมื่อถามว่า มองว่ามีนัยทางการเมืองหรือไม่ พล.อ.ฉัตรชัยตอบว่า แล้วแต่คนมอง ถ้าคนมองว่าไม่มีอะไร ก็ไม่มีอะไร ถ้ามองว่ามีประเด็นปัญหาก็มองได้ สำหรับตนก็ไม่เห็นมีอะไรแปลก เมื่อถามว่า อยากไปตีกอล์ฟร่วมกับกลุ่มสะสมทรัพย์อีกหรือไม่ พล.อ.ฉัตรชัยตอบว่า ถ้าจะไปก็ไปกับนายกฯ แต่โอกาสน้อยมากเพราะไม่มีเวลา
“มาร์ค” ชี้ดูดพลังชลปูฐานการเมือง
ด้านนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกฯและหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวในรายการตรงไปตรงมากับอภิสิทธิ์ทางสถานีเอฟเอ็ม 101 ถึงกรณีการดึงคนพรรคพลังชล เข้ามามีตำแหน่งในรัฐบาล คสช.ว่า ไม่แปลกใจ การที่รัฐบาลแต่งตั้งนายสนธยาเป็นที่ปรึกษานายกฯ รู้ตั้งแต่วันที่มีนักการเมือง 3 คน ไปพบนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกฯที่ทำเนียบฯแล้วว่าอาจมีเรื่องแบบนี้เกิดขึ้น พล.อ.ประยุทธ์คงพยายามสร้างฐานทางการเมือง ไม่ปิดทางตัวเองในการเข้ามาสู่ตำแหน่งหลังจากการเลือกตั้ง ซึ่งทำได้หลายวิธี ไม่ว่าฐานะคนนอก การ มีพรรคการเมือง นักการเมืองสนับสนุน งานนี้เป็นเรื่องการเมือง มองเป็นอย่างอื่นได้ยาก แต่อยากเตือนว่าอย่าทำอะไรที่เป็นบรรทัดฐานที่ไม่ดี เช่น การใช้อำนาจรัฐชิงความได้เปรียบทางการเมือง ต้องย้ำวันที่ คสช.เข้ามาบอกว่ามาเพื่อวางรากฐานการเมืองที่ดีต่อไป แต่การเมืองที่ดีเมื่อเป็นประชาธิปไตยต้องเริ่มต้นจากการเลือกตั้งที่สุจริต เที่ยงธรรม ถ้าเป็นภาษาอังกฤษคือ “ฟรีแอนด์แฟร์” วันนี้เมื่อคนในรัฐบาลตัดสินใจจะขอมาเป็นผู้เล่นในการเลือกตั้งด้วย แม้ไม่ขัดตัวอักษรในรัฐธรรมนูญ แต่ต้องถามว่า ขัดเจตนารมณ์หรือไม่ เพราะไม่เช่นนั้นจะเดินหน้าปฏิรูปการเมืองไม่ได้
“องอาจ” เชื่อมีอีกใช้เก้าอี้ รมต.ล่อ
นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ รองหัวหน้าพรรค ประชาธิปัตย์ กล่าวถึงการดึงคนพรรคพลังชลเข้ามามีตำแหน่งในรัฐบาล คสช.ว่า ไม่เหนือความคาดหมาย ที่จะมีการควบรวมพรรคการเมือง กลุ่มการเมือง นักการเมือง อดีต ส.ส. มาอยู่ในพรรคการเมืองที่กำลังจัดตั้งขึ้นใหม่ เพื่อเป็นพรรคหนุนรัฐบาลต่อไป หลังเลือกตั้ง ความพยายามควบรวมที่กำลังดำเนินการขณะนี้ ล้วนแต่เป็นไปโดยมีตำแหน่ง หรือผลประโยชน์ตอบแทน กรณีนี้คงไม่ใช่กรณีสุดท้าย เชื่อว่าอีกไม่นานคงมีการแต่งตั้งอดีต ส.ส.เป็นรัฐมนตรี เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับคนที่ยังลังเลใจ รีบตัดสินใจเกาะขบวนรถไฟให้ทัน ปรากฏการณ์ดังกล่าวเป็นการกระทำที่ตรงกันข้ามกับสิ่งที่นายกฯ และคนในรัฐบาลเคยเรียกร้องอยากเห็นการเมืองใหม่ ซึ่งไม่ใช่การเมือง 4.0 แต่เป็นการเมือง 0.4 ย้อนยุคไปสู่การเมืองน้ำเน่าแบบเก่า ที่มุ่งหวังเพียงใช้ประชาธิปไตยและการเลือกตั้งเป็นเครื่องมือในการเข้าสู่อำนาจและสืบทอดอำนาจเพื่อประโยชน์ของตนเองและพวกพ้อง นายกฯควรเอาเวลาที่เหลือก่อนเลือกตั้งแก้ไขปัญหาของประชาชนที่ยังทับถมดีกว่า อยากให้นายกฯเอาเวลามาบริหารประเทศ มากกว่าบริหารอนาคตทางการเมืองของตนเองและพวกพ้อง
พท.เปรียบ “บิ๊กตู่” ก็อดฟาเธอร์
นายวรชัย เหมะ อดีต ส.ส.สมุทรปราการ พรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช. แต่งตั้งนายสนธยา คุณปลื้ม หัวหน้าพรรคพลังชล เป็นที่ปรึกษานายกฯว่า เท่าที่สังเกต พล.อ.ประยุทธ์จะสานสัมพันธ์กับกลุ่มผู้มีอิทธิพลทั่วทั้งประเทศมาเป็นพวก โดยภาคตะวันออกก็ให้ตระกูลคุณปลื้มมาร่วมงาน ภาคกลางพูดคุยกับตระกูลสะสมทรัพย์ ภาคเหนือประสานกับนายสมศักดิ์ เทพสุทิน ภาคตะวันออกเฉียงเหนือคือนายเนวิน ชิดชอบ ขณะที่ภาคใต้จะใช้อิทธิพลของนายสุเทพ เทือกสุบรรณ เรียกว่าผู้มีอิทธิพลทุกภาคทั่วประเทศมาร่วมช่วยงาน พล.อ.ประยุทธ์ทั้งหมดแล้ว แบบนี้ถือว่า พล.อ.ประยุทธ์เป็นผู้มีอิทธิพลตัวจริง ถ้าเป็นหนังฮอลลีวูด คงต้องยกให้เป็นเดอะก็อดฟาเธอร์ ที่อยากได้อะไรก็มีคนจัดการให้ แต่การบริหารประเทศจะทำแบบนี้ไม่ได้ เพราะความสำเร็จของการบริหารไม่ได้ขึ้นอยู่กับผู้มีอิทธิพล แต่อยู่ที่ความอยู่ดีกินดีของประชาชน วันนี้ท่านทำ ทุกอย่างเพื่ออยู่ในอำนาจต่อไป โดยไม่สนใจวิธีและเลือกเข้าหากลุ่มอิทธิพล
“สะสมทรัพย์” กั๊กขอดูสถานการณ์
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กรณีที่แกนนำพรรคเพื่อไทยไปออกรอบที่สนามกอล์ฟนิกันติ จ.นครปฐมของตระกูลสะสมทรัพย์เมื่อวันที่ 18 เม.ย.ที่ผ่านมา นั้น บรรยากาศเป็นไปด้วยดี ทั้งนายไชยยศและนายอนุชา สะสมทรัพย์ ให้การต้อนรับเป็นอย่างดี โดย หลังจากการเล่นกอล์ฟ ทั้งสองฝ่ายรับประทานอาหารเย็นร่วมกัน โดยตระกูลสะสมทรัพย์ยังคงมีไมตรีจิตที่ดีต่อทางพรรคเพื่อไทย และนายอนุชายืนยันว่าจะยังคงเป็นสมาชิกพรรคเพื่อไทยเหมือนเดิม ส่วนพี่คนอื่นๆยังอยู่ระหว่างการประเมินสถานการณ์
พลังชลตอกกลับ “วัฒนา” อย่าดูถูก
นายสุชาติ ชมกลิ่น อดีต ส.ส.พรรคพลังชล กล่าวถึงกรณีที่นายวัฒนา เมืองสุข อดีต รมว.พาณิชย์ แกนนำพรรคเพื่อไทย ระบุพรรคเพื่อไทยจะไม่ร่วมสังฆกรรมกับพรรคพลังชล หลัง พล.อ.ประยุทธ์แต่งตั้งนายสนธยา คุณปลื้ม หัวหน้าพรรคพลังชล เป็นที่ปรึกษานายกฯ ว่า อยากถามนายวัฒนาว่ามีอำนาจอะไรมาตัดสินใจแทนพรรคเพื่อไทย และที่กล่าวว่าจำชื่อพรรคพลังชลไว้ให้ดีอนาคตการเมืองจะไม่เติบโตนั้น ขอยืนยันว่าพรรคพลังชลมีจุดยืนทางการเมือง ประชาชนได้ให้ความไว้วางใจเลือกมาเป็นตัวแทนทำประโยชน์ให้กับชาวชลบุรีและพื้นที่ภาคตะวันออก อดีต ส.ส.หลายคนในพรรคพลังชลไม่โฆษณาตัวเอง แต่ทำงานเพื่อประโยชน์สังคมมาตลอด ดังนั้นควรเคารพในการตัดสินใจของพรรคการเมืองของแต่ละพรรค ไม่ใช่มาตัดสินใจแทนพรรคโน้นพรรคนี้ นายวัฒนาอยู่ แวดวงการเมืองมานานจนจะเกษียณอายุทางการเมืองแล้ว น่าจะคิดได้มากกว่านี้ พูดดูถูกว่าเป็นพรรคเล็ก พรรคจังหวัด แล้วจะกลัวทำไม ตนและอดีต ส.ส.พรรคพลังชลมีมารยาททางการเมือง ไม่สมควรมาก้าวก่ายกัน
ชพน.ไม่ปิดทางร่วมงานรัฐบาล
นายชลิตรัตน์ จันทรุเบกษา โฆษกพรรคชาติพัฒนา กล่าวว่า การยืนยันตนของสมาชิกพรรคขณะนี้เป็นไปอย่างราบรื่น พรรคได้ประชาสัมพันธ์ในหลายช่องทาง ทั้งผ่านทางสาขาพรรคในภาคต่างๆ ส่งจดหมายแจ้งสมาชิก และหน้าเฟซบุ๊ก ซึ่งได้รับการตอบรับที่ดี ขณะนี้มีสมาชิกมายืนยันตนเกือบหมื่นคนแล้ว สำหรับอดีต ส.ส.เดิมยังอยู่กับเราทั้งหมด โดยเฉพาะฐานเสียงหลักในพื้นที่ จ.นครราชสีมา ส่วนกระแสข่าวการทาบทามคนจากพรรคขนาดกลางเข้าไปรับตำแหน่งในรัฐบาลนั้น ขณะนี้ยังไม่มีใครติดต่อทาบทามคนในพรรคเราไปร่วมงานแต่อย่างใด อย่างไรก็ตามตนคิดว่าหากจะสามารถทำอะไรเพื่อชาติได้ทางพรรคก็คงยินดี
ยันมีแน่ คสช.ถกพรรคเดือน มิ.ย.
ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีพรรคการเมืองประสานขอพูดคุยกับ คสช.ก่อนเดือน มิ.ย.ว่า การพูดคุยในเดือน มิ.ย.มีแน่ ขณะนี้มีประสานขอมาพูดคุยก่อนเพื่อสอบถามอะไรบางอย่าง ตนแจ้งเลขาธิการ คสช.ไปแล้ว หากเป็นการขอพบเพื่อสอบถามบางเรื่อง ก็ไม่จำเป็นต้องพบ คสช.ทั้งนี้ต้องดูว่าคำถามคืออะไร อาจแค่เชิญ กกต.เลขาธิการ คสช.หรือให้ตนเองมาตอบก็ได้ แต่ถ้าจำเป็นต้องพูด กับ คสช.หรือนายกฯ ก็ยินดี แต่ถึงอย่างไรในเดือน มิ.ย.มีการประชุมร่วมของ คสช.และพรรคการเมืองอยู่แล้ว ส่วนพรรคที่ประสานขอพูดคุยก่อนนั้น มีทั้งพรรคเก่าและใหม่
สนช.คว่ำ “ภรณี” นั่งผู้ตรวจการฯ
วันเดียวกัน เมื่อเวลา 10.00 น. ที่รัฐสภามีการประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) เพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบการเสนอชื่อนางภรณี ลีนุตพงษ์ รองประธานผู้พิพากษาสมทบ ฝ่ายบริหารศาลเยาวชนและครอบครัว จ.นนทบุรี เป็นผู้ตรวจการแผ่นดิน ตามที่คณะกรรมการสรรหาผู้ดำรงตำแหน่งผู้ตรวจการแผ่นดินเสนอชื่อมา โดยเป็นการประชุมลับเพื่อรับฟังข้อมูลการตรวจสอบประวัติ ความประพฤติจากคณะกรรมาธิการฯ ที่มี พล.อ.อู้ด เบื้องบน เป็นประธาน โดยใช้เวลาประชุมลับนานกว่า 1 ชั่วโมง ก่อนที่ประชุม สนช.จะลงมติไม่ให้ความเห็นชอบนางภรณีดำรงตำแหน่งผู้ตรวจการแผ่นดินด้วยคะแนน 117 ต่อ 64 งดออกเสียง 19 เนื่องจากสมาชิกส่วนใหญ่เห็นว่านางภรณีมีคุณสมบัติขัดรัฐธรรมนูญ มาตรา 202 ว่า ด้วยการปฏิบัติหน้าที่ที่มีความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ ประจักษ์ มีข้อร้องเรียนแอบอ้างชื่อผู้ใหญ่ในบ้านเมืองมาเอื้อประโยชน์ให้ตนเองได้รับตำแหน่งผู้ตรวจการแผ่นดิน
ท้วงขั้นตอนสรรหาไม่รอบคอบ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในการประชุมลับสมาชิกสนช.หลายคนอภิปรายท้วงติงตั้งข้อสงสัยถึงความไม่รอบคอบในการส่งรายชื่อนางภรณีของคณะกรรมการ สรรหาฯมาให้ สนช.พิจารณา พบการประกาศรับสมัครรายละเอียดไม่ชัดเจน โดยเฉพาะต้องเป็นผู้มีประสบการณ์ดำเนินกิจการอันเป็นสาธารณะไม่น้อยกว่า 20 ปี ทำให้มีผู้มีคุณสมบัติไม่ตรงความต้องการถึง 12 คน จากผู้สมัคร 14 คน เหลือเพียง 2 คน คือนางภรณี และ น.ส.ลัดดาวัลย์ ตันติวิทยาพิทักษ์ อดีตเลขาธิการคณะกรรมการปฏิรูปกฎหมาย (คปก.) จนท้ายสุดเสนอชื่อนางภรณีเป็นผู้ได้รับการสรรหา โดยเห็นว่าเปิดรับสมัครผู้ตรวจการแผ่นดินครั้งต่อไป ควรประชาสัมพันธ์เขียนรายละเอียดให้ชัดเจนกว่าเดิม
สนช.ล้มกระดานเลือก 7 กสทช.
ต่อมาเวลา 13.40 น. สนช.ประชุมพิจารณาวาระการเลือกบุคคลที่สมควรได้รับการเลือกเป็นกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ตามที่คณะกรรมการสรรหา กสทช. ส่งรายชื่อมาให้พิจารณา 14 คน ใน 7 ด้าน เพื่อให้ สนช.ลงมติคัดเลือกให้เหลือ 7 คน โดยเป็นการประชุมลับ เพื่อพิจารณาข้อมูลการตรวจสอบประวัติ ความประพฤติ และความประพฤติทางจริยธรรมของผู้ที่ได้รับการเสนอชื่อทั้ง 14 คน ใช้เวลาประชุมลับยาวนานกว่า 3 ชั่วโมง ภายหลังการประชุมลับ นายสมชาย แสวงการ เลขานุการวิป สนช.กล่าวว่า จากการรับฟังรายงานของคณะกรรมาธิการเพื่อทำหน้าที่ตรวจสอบประวัติฯ ของบุคคลผู้สมควรได้รับการเสนอชื่อเป็น กสทช.พบว่า มีผู้ได้รับการเสนอชื่อมีปัญหาด้านคุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามถึง 8 คนจาก 14 คน อาทิ การมีลักษณะต้องห้ามเรื่องการถือหุ้น หรือเคยเป็นกรรมการผู้จัดการ ผู้บริหาร พนักงาน หรือหุ้นส่วนในบริษัท ห้างหุ้นส่วนที่ประกอบธุรกิจด้านกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ หรือโทรคมนาคม ในระยะเวลา 1 ปีก่อนได้รับการคัดเลือก หรือบางคนมีประวัติ ความประพฤติไม่เหมาะสม ทำให้เกิดปัญหาข้อกฎหมายว่า บัญชีรายชื่อผู้ได้รับการเสนอชื่อเป็น กสทช.ตามที่คณะกรรมการสรรหาฯเสนอมา มีจำนวนเป็น 2 เท่าตามที่กฎหมายกำหนดจริงหรือไม่ เพราะมีผู้ติดปัญหาด้านคุณสมบัติและลักษณะต้องห้าม 8 คน อาจทำให้ขัดต่อกฎหมาย หาก สนช.ลงมติเลือกไปอาจมีปัญหาทางกฎหมายในอนาคตได้
เริ่มต้นกระบวนการสรรหาใหม่
นายสมชายกล่าวว่า ดังนั้นจึงขอเสนอทางออกให้ สนช.ลงมติไม่เลือกบุคคลตามบัญชีที่ได้รับการเสนอชื่อมาจากคณะกรรมการสรรหาฯทั้งหมด เพื่อให้กลับไปแก้ไขข้อบกพร่อง ซึ่งเป็นไปตามมาตรา 17 วรรคสอง ของ พ.ร.บ.กสทช. ที่ระบุว่า ถ้า สนช. ไม่สามารถเลือก กสทช.ได้ภายในเวลา 30 วัน นับแต่วันที่ได้รับรายชื่อมา ให้กลับไปดำเนินการสรรหาเพิ่มเติมใหม่ จึงขอให้ สนช.มีมติไม่เลือกบุคคลใด เพื่อให้กลับไปเริ่มกระบวนการสรรหาใหม่ อย่างไรก็ตาม นายตวง อันทะไชย สมาชิก สนช.อภิปรายแย้งว่า เมื่อคณะกรรมการสรรหาฯเสนอบัญชีรายชื่อบุคคลที่สมควรได้รับเลือกเป็น กสทช. มาแล้ว สนช.ควรดำเนินการเลือกตามมาตรา 16 และ มาตรา 17 ของ พ.ร.บ.กสทช. เพราะ สนช.ไม่มีหน้าที่วินิจฉัยว่าใครมีคุณสมบัติครบหรือไม่ เพราะบัญชีรายชื่อที่เสนอมาได้ผ่านกระบวนการคัดกรองมาแล้วจากคณะกรรมการสรรหาฯ ทั้งนี้หลังจากที่สมาชิก สนช.อภิปรายถกเถียงแลกเปลี่ยนความเห็นจนเสร็จสิ้นแล้ว จึงมีมติเสียงข้างมากด้วยคะแนน 118 ต่อ 25 งดออกเสียง 20 ไม่เลือกรายชื่อผู้สมควรได้รับเลือกเป็น กสทช.ตามที่คณะกรรมการสรรหาฯเสนอมา
คลิปว่อนใบสั่งล้มโต๊ะ กสทช.
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ช่วงค่ำวันเดียวกัน ภายหลังจากที่ประชุม สนช.ลงมติไม่เลือกรายชื่อผู้ได้รับการเสนอชื่อเป็น กสทช.ทั้ง 14 คน ตามที่คณะกรรมการสรรหาฯ กสทช. เพื่อส่งให้ สนช.คัดเลือกให้เหลือ 7 คน ปรากฏว่ามีการเผยแพร่คลิปเสียง โดยอ้างว่าเป็นการประชุมลับของวิป สนช.เมื่อวันที่ 17 เม.ย. เป็นเสียงการสนทนาภายในการประชุมวิป สนช. โดยมี เสียงสนทนาบางตอนที่อ้างว่าเป็น สนช.บางคน ระบุว่าได้รับการประสานจากนายกรัฐมนตรีว่า ไม่ค่อยแฮปปี้กับบัญชีรายชื่อ 14 กสทช. ที่ได้รับการสรรหาจากคณะกรรมการสรรหาฯ จนเป็นกระแสวิพากษ์ วิจารณ์ว่าอาจเป็นสาเหตุให้ที่ประชุม สนช.ลงมติไม่เลือกผู้ได้รับการเสนอชื่อทั้ง 14 คน ในครั้งนี้
เผยรายชื่อ 14 รายโดนโละทิ้ง
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับบุคคลที่ผ่านสรรหาให้ดำรงตำแหน่ง กสทช. และให้ สนช. ลงมติให้เหลือด้านละ 1 คน มีดังนี้ 1.ด้านกิจการกระจายเสียงจำนวน 2 คน ได้แก่ พ.อ.กฤษฎา เทอดพงษ์ และนายธนกร ศรีสุขใส 2.ด้านกิจการโทรทัศน์ จำนวน 2 คน ได้แก่ นายวสันต์ ภัยหลีกลี้ และ พล.อ.มังกร โกสินทรเสนีย์ 3.ด้านกิจการโทรคมนาคม จำนวน 2 คน ได้แก่ นาย อธิคม ฤกษบุตร และนายกิตติศักดิ์ ศรีประเสริฐ 4.ด้านวิศวกรรม จำนวน 2 คน ได้แก่ พล.อ.ต.ธนพันธุ์ หร่ายเจริญ และ พ.อ.อนุรัตน์ อินกัน 5.ด้านกฎหมาย จำนวน 2 คน ได้แก่ นายมนูภาน ยศธแสนย์ และนายก่อกิจ ด่านชัยวิจิตร 6.ด้านเศรษฐศาสตร์ จำนวน 2 คน ได้แก่ นายภักดี มะนะเวศ และนายณรงค์ เขียดเดช 7.ด้านการคุ้มครองผู้บริโภค หรือด้านการส่งเสริมสิทธิและเสรีภาพของประชาชน จำนวน 2 คน ได้แก่ นพ. สุริยเดว ทรีปาตี และนายวรรณชัย สุวรรณกาญจน์
BNK48 แจกความสดใสทำเนียบฯ
พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า วันที่ 24 เม.ย. ก่อนการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) นักร้องวงเกิร์ลกรุ๊ป BNK 48 เจ้าของเพลงดัง “คุกกี้เสี่ยงทาย” ประกอบด้วย “เฌอปราง” เฌอปราง อารีย์กุล “กระเต็น” เจนนิษฐ์ โอ่ประเสริฐ “จ๋า” ณปภัช วรพฤทธานนท์ “ไข่มุก” วรัทยา ดีสมเลิศ “มิวสิค” แพรวา สุธรรมพงษ์ “เนย” กานต์ธีรา วัชรทัศน-กุล “เปี่ยม” รินรดา อินทร์ไธสง และ “ซัทจัง” สวิชญา ขจรรุ่งศิลป์ มีกำหนดการเข้าพบ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. เพื่อประชาสัมพันธ์สถานีวิทยุเพื่อครอบครัวที่ชื่อว่า “Happy Family Radio FM.105 MHz.
: วิทยุเพื่อครอบครัว” ของกรมประชาสัมพันธ์ ตามแนวทางของนายกฯที่ต้องการให้มีสถานีวิทยุสำหรับครอบครัว เน้นกลุ่มเป้าหมายคนรุ่นใหม่ ซึ่ง BNK 48 ถือเป็นตัวแทนคนรุ่นใหม่
ปูด “บิ๊กตู่-ปู” ทำสูญรายได้ 40,631 ล้าน
นางมัลลิกา บุญมีตระกูล มหาสุข อดีตรองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ แถลงว่า จากการตรวจสอบข้อมูลการนำเข้าวัตถุดิบข้าวสาลีในเว็บไซต์กรมศุลกากร ที่นำมาทดแทนข้าวโพด มันสำปะหลัง รำปลายข้าว พบตั้งแต่ยกเลิกมาตรการจัดเก็บภาษี 27% การนำเข้าข้าวสาลีตั้งแต่ปี 2555-2560 คาบเกี่ยว 2 รัฐบาลคือรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร กับรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หากคำนวณเป็นมูลค่าภาษีที่ 2 รัฐบาลสั่งยกเลิกการเก็บภาษี ทำประเทศสูญเสียเป็นเงินภาษี 40,631 ล้านบาท จึงขอเรียกร้องให้นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกฯ หัวหน้าทีมเศรษฐกิจรัฐบาลนำมาตรการจัดเก็บภาษีการนำเข้ากลับมาใช้ ไม่ใช่เอื้อประโยชน์ให้กับกลุ่มคนรวยไม่กี่คน และขอให้ทบทวนการยกเลิกมาตรการซื้อผลผลิตข้าวโพดตามสัดส่วน 3:1 (นำเข้าหนึ่งส่วนรับซื้อข้าวโพดสามส่วน) เปลี่ยนมาเป็น 2:1 ตามข้อเสนอของกลุ่มอาหารสัตว์บางบริษัท ส่วนผลผลิตข้าวโพด มันสำปะหลัง รำปลายข้าว ที่ส่งเสริมให้ปลูกจากกรมส่งเสริมการเกษตร 700,000 ไร่และจากกรมปศุสัตว์อีกจำนวน 400,000 ไร่ ถามว่ากระทรวงเกษตรฯกับกระทรวงพาณิชย์บริหารอยู่ในรัฐบาลเดียวกันหรือไม่ เหตุใดจึงบริหารจนเกษตรกรเดือดร้อน ทั้งนี้ตนอาจจะเดินทางไปตรวจสอบข้อมูลที่ประเทศโครเอเชีย ต้นทางผู้ส่งออกข้าวสาลีมาขายไทยว่าถูกต้องหรือไม่
ศาลรับฟ้อง 2 กปปส.ข้อหากบฏ
วันเดียวกันที่ศาลอาญา พนักงานอัยการสำนักงานคดีพิเศษ 4 ยื่นฟ้อง ร.ต.แซมดิน เลิศบุศย์ อายุ 60 ปี ผู้ประสานงานกองทัพธรรม และนายมั่นแม่น กะการดี อายุ 38 ปี แนวร่วมกองทัพธรรม เป็นจำเลย ฐานเป็นจำเลยคดีร่วมกันกบฏ สนับสนุนกบฏ ขัดขวางการเลือกตั้ง และข้อหาอื่นรวม 8 ข้อหา กรณีร่วมชุมนุมกับ กปปส. ที่มีนายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส. เป็นผู้นำการชุมนุมเพื่อขับไล่รัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ระหว่างวันที่ 23 พ.ย.56-1 พ.ค.57 และพาผู้ชุมนุมบุกรุกปิดสถานที่ราชการหลายแห่ง รวมทั้งขัดขวางการเลือกตั้ง โดยศาลประทับรับฟ้องไว้เป็นคดีหมายเลขดำ อ.1185/2561 พร้อมกำหนดนัดสอบคำให้การและตรวจหลักฐานในวันที่ 11 มิ.ย.นี้ เวลา 09.00 น. ทั้งนี้ ทนายความของจำเลยทั้งสองยื่นคำร้องพร้อมหลักทรัพย์เป็นสลากออมสินคนละ 600,000 บาท ขอปล่อยตัวชั่วคราว ศาลอนุญาต ตีราคาประกันคนละ 600,000 บาท กำหนดเงื่อนไขห้ามออกนอกประเทศ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับคดีการชุมนุม กปปส.นั้น อัยการได้ทยอยยื่นฟ้องคดีตั้งแต่ปี 2557 เรื่อยมา นับรวมแล้ว 4 สำนวน มีจำเลย 29 ราย ขณะที่ยังเหลือแนวร่วม กปปส.ที่รอฟ้องอีก 25 ราย ส่วนสำนวนคดีของนายสุเทพกับแกนนำ-แนวร่วม 23 ราย ศาลนัดพร้อมและตรวจพยานหลักฐานในวันที่ 25
ที่มาไทยรัฐ