
‘ชื่นชอบ’ทิ้งปชป. ไปช่วย‘ชัชเตาปูน’
พรรคใหญ่สะท้านพลังดูด เพื่อไทยสับนายกฯหวังอยู่ต่อ เดินเกมกวาดต้อนอดีต ส.ส.กลับสู่วังวนการเมืองเดิมๆ สะท้อนปฏิรูปล้มเหลว พร้อมย้อนให้ดูตัวเองเป็นแมวป่ามาจากไหน “อ๋อย” ชูธงต้าน “บิ๊กตู่” หวนคืนนายกฯทุกช่องทาง “นิพิฏฐ์” โวอย่าหวังดูด ส.ส.ใต้ ปชป. เย้ยสภากาแฟนั่งขำดู “สมคิด” ถูกนักการเมืองต้ม เลือดยังไหลไม่หยุด “ชื่นชอบ” อำลา ปชป.ร่วมงานพรรคพลังท้องถิ่นไท ของพ่อ “ชัช เตาปูน” ยังยืนยันลงสนาม กทม.เหมือนเดิม เผย “เจะอาหมิง” อดีตผู้แทนจังหวัดชายแดนใต้ ส่อชิ่งอีกราย ย้ายซบ กปปส. “ปณิธาน” โต้ดูดเรื่องธรรมชาติการเมือง ทำกันทุกพรรค แต่สาดโคลนให้นายกฯตกเป็นจำเลย เชื่อรัฐบาลแห่งชาติเกิดยาก เพราะติดปัญหา ปชป. นายกฯจบภารกิจสุดยอดผู้นำอาเซียนครั้งที่ 32 ขับเคลื่อน ขยายความร่วมมือชาติเพื่อนบ้าน “ดอน” เผยไม่มีชาติไหนติดใจไถ่ถามโรดแม็ปเลือกตั้ง
ยังเป็นวิวาทะทางการเมือง สำหรับการดึงตัวอดีต ส.ส. อดีตนักการเมืองชื่อดังระดับชาติตามพื้นที่ ต่างๆ มาร่วมงานกับรัฐบาล โดย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และหัวหน้า คสช. ระบุว่าเป็นครรลองของประชาธิปไตยแบบไทยที่มีมานานก่อนยุค คสช. แต่มุ่งหมายสร้างส่วนผสมคนเก่า-ใหม่น้ำดี ขณะที่บรรดานักการเมืองพรรคใหญ่โจมตีว่าเป็นปฏิบัติการ “ดูด” ไม่ต่างจากการเมืองสมัยเก่าที่นายกฯเคยตั้งแง่รังเกียจ
พท.เย้ย “บิ๊กตู่” ปฏิรูปการเมืองเหลว
เมื่อวันที่ 28 เม.ย. นายสามารถ แก้วมีชัย อดีต ส.ส.เชียงราย พรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช. ระบุการดูดอดีต ส.ส. มีมายาวนานแล้วว่า พล.อ.ประยุทธ์ยึดอำนาจเข้ามาโดยให้เหตุผลต้องการปฏิรูปการเมือง แปลว่าที่ผ่านมามองนักการเมืองไม่ดี แต่วันนี้พอถูกกล่าวหาใช้พลังดูดอดีต ส.ส.เข้าก๊วนเพื่อสืบทอดอำนาจ กลับพูดว่าเป็นเรื่องที่มีมานานแล้ว กลายเป็นหลงอำนาจจนลืมสิ่งที่ตั้งใจจะทำ และทำอะไรก็ได้เพื่อให้ตัวเองได้อยู่ต่อใช่หรือไม่ แบบนี้แสดงว่าตัวท่านเองกำลังรับสารภาพว่าทำจริงตามที่เขากล่าวหา และแสดงว่าตลอดเวลา 4 ปีที่ผ่านมาการปฏิรูปล้มเหลว จะกลับไปใช้วิธีเดิมๆ ใช่หรือไม่ อย่างไรก็ตาม ความเคลื่อนไหวในพื้นที่ภาคเหนือ อดีต ส.ส.ส่วนใหญ่ของพรรคเพื่อไทย ยืนยันความเป็นสมาชิกกับพรรคแล้ว มีแต่เพียงบางกลุ่มตามที่เป็นข่าวยังไม่ได้มายืนยันเป็นสมาชิก และไม่ทราบว่าเป็นเพราะเหตุผลอะไร
ย้อนนายกฯดูตัวเองเป็นแมวอะไร
นายวรชัย เหมะ อดีต ส.ส.สมุทรปราการ พรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และหัวหน้า คสช. ระบุ ไม่ว่าจะเป็นแมวขาวหรือแมวดำแต่ต้องเป็นแมวที่สะอาดไม่มีเชื้อโรคว่า ก่อนที่ พล.อ.ประยุทธ์จะไปว่านักการเมืองที่มาจากการเลือกตั้งเป็นแมวแบบไหน ต้องดูตัวเองก่อนว่ามาอย่างไร นักการเมืองที่มาจากการเลือกตั้งเป็นแมวที่ประชาชนเลือกมาให้จับหนู ไม่ได้เป็นแมวสกปรกหรือมีโรค แต่เป็นแมวที่สะอาดจับหนูได้ แต่แมวที่ทำหน้าที่อยู่ตอนนี้มาจากไหนก็ไม่รู้ ประชาชนไม่ได้เลือกมา เป็นแมวป่ามีโรค มีการทุจริตคอร์รัปชันเจ้าของบ้านจะตรวจสอบก็ไม่ได้ จับหนูก็ไม่ได้ เพราะวันนี้ประชาชนเดือดร้อนกันถ้วนหน้า หนำซ้ำพอเจ้าของบ้านเรียกร้องให้มีการเลือกแมวมาทำหน้าที่ ก็ถูกกัดลิดรอนสิทธิ ส่วนที่ พล.อ.ประยุทธ์บอกควรมีนักการเมืองหน้าใหม่กับนักการเมืองเก่าที่ดีนั้น ถามว่านักการเมืองเก่าที่เป็นเจ้าพ่อที่ท่านเดินสายไปพบ ถือเป็นนักการเมืองที่ดีใช่หรือไม่
ปชช.รู้ดีบ่อปลาแบบไหนดีกว่ากัน
นายวรชัยกล่าวว่า ส่วนที่ พล.อ.ประยุทธ์พูดถึงการขุดบ่อล่อปลา โดยการใช้นโยบายไปเสนอให้ประชาชนนั้น วันนี้โครงการที่รัฐบาลทำอยู่เช่น โครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ไม่ต่างจากโครงการประชานิยมเป็นการขุดบ่อล่อปลา แต่ปลาไปอยู่ที่นายทุนและกลุ่มของท่านเอง ไม่เหมือนโครงการของนักการเมืองอย่าง 30 บาท รักษาทุกโรค ที่ประชาชนได้ปลาเป็นการดูแลสุขภาพที่เข้าถึง ประชาชนรู้ดีว่าบ่อปลาแบบไหนได้ประโยชน์มากกว่ากัน ตรงนี้จะสะท้อนออกมาเมื่อมีการเลือกตั้ง
“อ๋อย” ชูธงต้าน “บิ๊กตู่” ทุกช่องทาง
นายจาตุรนต์ ฉายแสง อดีตรองนายกรัฐมนตรี แกนนำพรรคเพื่อไทย โพสต์เฟซบุ๊กว่า ก่อนหน้านี้วิเคราะห์กันว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. คงไม่เลือกใช้วิธีเป็นผู้ถูกเสนอชื่อให้เป็นนายกฯในรายชื่อของพรรคใดพรรคหนึ่ง คงจะหาทางเป็นนายกฯคนนอก จากการเลือกของรัฐสภาในรอบที่สอง แต่เมื่อ พล.อ.ประยุทธ์เปลี่ยนแผนให้สมุน บริวาร ตั้งพรรคการเมืองขึ้นมาเพื่อเสนอชื่อตนเองเป็นนายกฯตั้งแต่รอบแรก พร้อมดูดนักการเมืองและพรรคการเมืองเข้าไปสนับสนุนอย่างเอาจริงเอาจัง ทั้งยังหว่านงบประมาณหาเสียงปูทางสู่การเป็นนายกฯ ประเด็นทางการเมืองก็เปลี่ยนไป ดังนั้น ฝ่ายประชาธิปไตยนอกจากจะชูธงต่อต้านการสืบทอดอำนาจของ คสช. และต่อต้านนายกฯคนนอกแล้ว ก็ต้องปรับให้ชัดเจนเจาะจงเลยว่า ไม่สนับสนุนให้ พล.อ.ประยุทธ์เป็นนายกฯ ไม่ว่าจะมาโดยวิธีใดก็ตาม
หวังเห็นปรองดองเหมือนเกาหลี
นายพลภูมิ วิภัติภูมิประเทศ อดีต ส.ส.กทม. พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า การเจรจากันระหว่างผู้นำเกาหลีเหนือและเกาหลีใต้เมื่อวันที่ 27 เม.ย. ถือเป็นเรื่องสำคัญนำมาซึ่งแสงสว่างแห่งสันติภาพโลก ได้เห็นบรรยากาศที่ประชาชนทั้งสองประเทศมีรอยยิ้มแห่งความสุข เกาหลีเหนือและเกาหลีใต้ขัดแย้งรุนแรงมานับทศวรรษยังหาทางออกบนโต๊ะเจรจาได้ แต่การเมืองในประเทศไทยกลับยังมีการพยายามโยนให้อีกฝ่ายเป็นจำเลยของความขัดแย้ง ไล่จับ ไล่ล่าทางการเมืองไม่หยุดหย่อน ที่บอกว่าจะสร้างประชาธิปไตย แต่ยังตอบไม่ได้ว่าจะให้มีเลือกตั้งเมื่อไหร่ บอกว่าจะสลายความขัดแย้ง แต่หลายเรื่องฝ่ายรัฐเป็นคนเติมเชื้อไฟเข้ามา บอกว่าจะให้มีการตั้งพรรคการเมือง แต่ไม่ปลดล็อกให้มีเสรีภาพ เมื่อเห็นแสงสว่างที่เกาหลี ก็หวังว่าการเมืองไทยจะได้เห็นแสงสว่างบ้าง ต้องเลิกเติมเชื้อไฟขัดแย้ง หันหน้าเข้าหากัน เดินหน้าสู่การเลือกตั้ง เชื่อว่าหากประเทศเดินแบบนี้ได้ ความปรองดองจะเกิดขึ้น
“นิพิฏฐ์” โวอย่าหวังดูด ส.ส.ใต้ ปชป.
นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ให้สัมภาษณ์ถึงสถานการณ์การเดินสายดูดนักการเมืองของพรรคทหารในพื้นที่ภาคใต้ว่า ถ้าจะยกตัวอย่างจากผลคะแนนการเลือกตั้งในภาคใต้ที่ผ่านมา ที่ใช้การกาบัตรสองใบ ปรากฏว่าส่วนใหญ่คะแนนของพรรคจะสูงกว่าคะแนนของตัวบุคคล หรือตัว ส.ส. ทำให้การตัดสินใจย้ายพรรคของ ส.ส.ปักษ์ใต้ไม่ค่อยเกิดขึ้น เมื่อเป็นแบบนี้จึงทำให้เห็นว่า คนใต้ศรัทธาในพรรคประชาธิปัตย์ หลายคนจึงได้เป็นผู้แทนเพราะพรรคประชาธิปัตย์ การที่จะย้าย พรรคออกไป แม้ได้เงินทองมาสนับสนุนในการเลือกตั้งมากกว่า แต่โอกาสที่จะตกก็มีมากกว่าเช่นกัน เพราะฉะนั้น ส.ส.ปักษ์ใต้จึงไม่ค่อยย้ายพรรค มีตัวอย่างให้เห็นมาแล้วว่า ย้ายไปก็สอบตก
หยันสภากาแฟขำ “สมคิด” ถูกต้ม
นายนิพิฏฐ์กล่าวว่า ตนกำลังนั่งมองดูพลังดูดอยู่ นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกฯ เป็นนักกลยุทธ์ สอนเรื่องกลยุทธ์ สอนการตลาดมาตลอดชีวิตของเขา แต่ในความเป็นจริงนายสมคิดไม่ใช่มือปฏิบัติในทางการเมือง ไม่ได้เป็นคนเคยจัดตั้งพรรค บริหารพรรค เรื่องทฤษฎีตนเชื่อว่าเขารู้แน่ แต่คราวนี้ถึงเวลาลงมือปฏิบัติจริง ต้องใช้ทฤษฎีที่เคยสอนคนอื่นนำมาปฏิบัติ จะเป็นการสอนบทเรียนนายสมคิดว่าสิ่งที่ทำอยู่อาจจะไม่เป็นเหมือนที่เคยสอน หรือเคยหวังไว้ ที่นายสมคิดไปดูดคนนั้นคนนี้เข้าพรรค สุดท้ายนายสมคิดจะถูกหลอก ในวงการเมืองขณะนี้เขาจิบกาแฟกันและนั่งหัวเราะกันว่า หลังเลือกตั้งพรรคเล็กๆ เขาก็จะไปกับเสียงข้างมากที่ชนะเลือกตั้ง การเดินสายไปดึงมาก่อนล่วงหน้ามีโอกาสที่จะถูกหลอกสูงมาก และวงการเมืองไม่เห็นจะตื่นเต้นกับพฤติกรรมนายสมคิด เพราะพรรคที่นายสมคิดไปดูดมา เป็นพรรคสแปร์ พรรคตัวเลือก ใครมีคะแนนเป็นที่ 1 เขาก็ดูดได้อยู่แล้ว หลังเลือกตั้งมันไม่แน่นอน สังเกตง่ายๆ คนที่ดึงมา เขายอมยุบพรรคตัวเองรวมกับพรรคของนายสมคิดหรือไม่ ถ้าไม่ยอมยุบพรรครวม เขาก็แค่ต้องการอำนาจ และทรัพยากรก่อนเลือกตั้งเท่านั้น แต่หลังเลือกตั้งแล้วบอกเลยว่า ไม่ใช่หรอก
เย้ยพรรคดูดเฉพาะกิจอยู่ไม่ยืด
นายเจริญ คันธวงศ์ อดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ ระบุเรื่องการดูด ส.ส.เป็นไปตามครรลองประชาธิปไตย และมีมานานแล้วว่า นายกฯคงยอมรับว่าทำจริง พูดจริงๆ ก็เป็นอย่างที่ท่านว่าทำกันมานานแล้ว แต่พรรคประเภทนี้สู้ไปก็อยู่ไม่นาน เป็นพรรคเฉพาะกิจ เดี๋ยวก็หายไป ส่วนพรรคประชาธิปัตย์ไม่ได้กังวลอะไร สมาชิกมีเข้ามีออกเป็นเรื่องปกติ ความจริงถ้าท่านจะเล่นการเมืองควรจะเตรียมตัวมานานแล้ว โดยเฉพาะการพูดให้เข้าหูคน ตอนเป็นทหารไม่จำเป็นต้องพูดเข้าหูก็ได้ แต่บริหารมาเกือบ 4 ปี ก็ยังไม่ยอมรับความจริง เพิ่งจะเริ่มมาเปลี่ยนว่านักการเมืองต้องพูดเข้าหูประชาชน
ปฏิรูปการเมืองต้องล้างระบบดูด
นางรัชฎาภรณ์ แก้วสนิท อดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า คำว่าดูดเป็นเรื่องที่ไม่ปกติ สมมติว่านักการเมืองย้ายพรรค เพราะเห็นว่าพรรคอื่นมีเป้าหมายดีกว่า อาจเป็นเรื่องธรรมดา แต่เรื่องการดูดที่นายกฯ พูดว่ามีมานาน กล่าวหานักการเมืองว่าน้ำเน่า ก็ควรที่จะแก้ไข เมื่อท่านพูดอย่างนี้ก็ถือว่าไม่ธรรมดา ไม่ควรให้เกิดสิ่งเหล่านี้ขึ้นมา เพราะปัจจุบันเราก็เห็นว่ามีการเอาตำแหน่งเอาผลประโยชน์มาล่อ นายกฯต้องไม่เห็นเป็นเรื่องธรรมดา และไม่ให้คนใกล้ชิดทำแบบนี้ หากจะเข้ามาปฏิรูปการเมือง ก็ไม่ควรจะยอมรับสิ่งเหล่านี้ และตอนนี้ไม่มีใครดูด แต่เป็นคนที่อยู่รอบตัวนายกฯที่คนอื่นมองเห็น
“วัชระ” ร้อนรนสวนกลับนายกฯ
นายวัชระ เพชรทอง อดีต ส.ส.พรรคประชา-ธิปัตย์ กล่าวว่า แม้นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์สั่งให้ตนห้ามพูดเรื่องการเมืองแล้ว แต่ก็ขอใช้สิทธิ์พาดพิง จากการที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และหัวหน้า คสช. กล่าวถึงในรายการศาสตร์พระราชาฯ เมื่อคืนวันที่ 27 เม.ย.ที่ผ่านมา แม้คำพูดท่านจะไม่เอ่ยชื่อตนตรงๆ ประเด็นที่มีการกล่าวหาใช้งบประมาณทุจริตเป็นหมื่นล้านบาทนั้น ขอบอกว่า พล.อ.ประยุทธ์ควรได้รางวัลตุ๊กตาทอง ตีบทแตกยิ่งกว่าดาราเมจิกสกิน ถ้าท่านไม่ทราบว่าเอามาจากไหน ให้ถามเพื่อน วปอ.ของท่านที่เคยเป็นผู้ว่าฯภาคอีสาน ที่ทำโครงการซื้อยาปราบศัตรูพืชเกือบ 1,000 ล้านบาท หรือถามนักการเมืองที่ท่านกำลังดูดขณะนี้ เพราะประสบความสำเร็จในโครงการฝายแม้ว ธนาคาร BBC โครงการกล้ายาง หรือถามรุ่นพี่ท่านในโครงการเครื่องตรวจจับวัตถุระเบิด จีที.200 และโครงการซื้อเรือเหาะได้ ตนเชื่อว่าท่านรู้อยู่แล้ว แล้วมาลองภูมิทำไม
เป็นหมาเฝ้าบ้านไม่ใช่เด็กเลี้ยงแกะ
“ยืนยันว่าผมเป็นสุนัขเฝ้าบ้านของประชาชน ไม่ใช่เด็กเลี้ยงแกะ และอดีต ส.ส.อย่างผมไม่เคยทำอย่างที่ พล.อ.ประยุทธ์ย้อนถาม ถ้าท่านอยากรู้ว่าเขาทำกันอย่างไร ให้ถามคนใกล้ตัวอย่างนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ หรือ พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รองนายกฯ หรือนักการเมืองที่ท่านเพิ่งดูดไปจะดีกว่า ผมไม่มีความรู้เรื่องนี้ดีพอ และไม่เคยทำแบบคนในรัฐบาลท่าน หรือนักการเมืองที่ท่านดูดไปแล้วอ้างว่าเป็นไปตามครรลองประชาธิปไตย ท่านพูดไม่อายปากบ้างหรือ และการที่ท่านใช้รายการศาสตร์พระราชาฯ มาว่านักการเมืองที่อยู่ตรงข้ามท่านบ่อยๆ คิดเป็นสุภาพบุรุษและมีความเหมาะสมเป็นผู้ใหญ่ของบ้านเมืองแล้วหรืออย่างไร” นายวัชระกล่าว
ไปอีกราย “ชื่นชอบ” อำลาอาลัย ปชป.
ผู้สื่อข่าวรายงานจากพรรคประชาธิปัตย์ว่า เมื่อค่ำวันที่ 27 เม.ย. ที่ผ่านมา นายชื่นชอบ คงอุดม อดีต ส.ส.กทม.พรรคประชาธิปัตย์ บุตรชายนาย ชัชวาลย์ คงอุดม หรือ “ชัช เตาปูน” ได้ส่งข้อความในไลน์กลุ่ม อดีต ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ว่า “ผมขอถือโอกาสลาพี่ๆ น้องๆ ปชป.ทุกๆท่านในวันนี้ เนื่องด้วยความจำเป็นส่วนตัว ผมไม่อาจร่วมเดินหน้าทำงานเป็นตัวแทนในนามพรรคประชาธิปัตย์กับทุกท่านต่อไปได้ แต่ผมยังคงเชื่อมั่นว่าพรรคประชา-ธิปัตย์เป็นที่พึ่งของประชาชนและประเทศชาติ ผมยังคงเชื่อในบุคลากรของพรรคประชาธิปัตย์ ไม่ว่าจะเป็นท่านหัวหน้าอภิสิทธิ์ ท่านประธานที่ปรึกษาท่านชวน และพี่ๆ เพื่อนๆ และน้องๆ ส.ส.ที่มีความรู้ความสามารถทุกคน รวมถึงพี่ๆ น้องๆ บุคลากรเจ้าหน้าที่ของพรรคทุกท่าน ผมขอขอบคุณพรรคและทุกคนที่ช่วยให้ผมเรียนรู้ สร้างประสบการณ์การเป็นนักการเมือง ทำงานการเมืองที่ดี ผมหวังว่าแม้เราจะไม่ได้อยู่พรรคเดียวกันก็ตาม แต่ความเป็นพรรคพวก เป็นพี่น้องจะยังคงอยู่เหมือนเดิม ต้องขออภัยทุกท่านที่ใช้พื้นที่ตรงนี้ครับ”
ช่วยพ่อ “ชัช” ทำพรรคพลังท้องถิ่นไท
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ช่วงเวลาที่ผ่านมากว่า 1 ปี นายชัชวาลย์ คงอุดมได้เริ่มเคลื่อนไหวตามงานต่างๆ เพื่อพบปะพูดคุยกับผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ทุกระดับ อาทิ นายก อบจ. นายกเทศบาลเมือง นายกเทศบาลตำบล สมาชิกสภาจังหวัดที่มีชื่อเสียง หรือเป็นฐานเสียงให้อดีตนักการเมืองในจังหวัดต่างๆ เพื่อชักชวนให้ร่วมงานในนามพรรคพลังท้องถิ่นไทซึ่งเป็นพรรคการเมืองที่จดแจ้งกับ กกต.ไว้มานานระยะหนึ่งแล้ว โดยมีชื่อบุคคลอื่นเป็นหัวหน้า แต่จะเปลี่ยนตัวผู้บริหารพรรคอย่างเป็นทางการ หลังจากคสช.มีคำสั่งให้พรรคการเมืองเก่าสามารถดำเนินกิจกรรมได้ ซึ่งนายชัชวาลย์ จะเป็นหัวหน้าพรรค นายเกรียงไกร ภูมิเหล่าแจ้ง อดีต สปช. และอดีต ส.ว. เป็นรองหัวหน้าพรรค โดยนายชื่นชอบ คงอุดม อดีต ส.ส.กทม. พรรคประชาธิปัตย์ จะเข้ามาช่วยงานพรรคพลังท้องถิ่นไท ร่วมกับผู้เป็นบิดาต่อไป
เจ้าตัวยันลงสนาม กทม.เหมือนเดิม
นายชื่นชอบ คงอุดม อดีต ส.ส.กทม. พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ไม่ได้ลาออก แต่การไม่ยืนยันตัวตนว่าเป็นสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ก็เท่ากับการลาออกจากการเป็นสมาชิกพรรคโดยปริยายอยู่แล้ว และได้บอกลาเพื่อนอดีต ส.ส. และผู้ใหญ่ในพรรค เพราะต้องออกมาช่วยงานในพรรคพลังท้องถิ่นไทที่นายชัชวาลย์ คงอุดม เป็นประธานที่ปรึกษาพรรค เมื่อมีการปลดล็อกคำสั่ง คสช. คงมีการประชุมสมาชิกพรรคเพื่อให้มีการคัดเลือกคณะกรรมการบริหารพรรคใหม่ ส่วนบิดาจะขึ้นเป็นหัวหน้าพรรคพลังท้องถิ่นไทหรือไม่เป็นเรื่องอนาคต ส่วนตนก็จะรับสมัครเลือกตั้งในพื้นที่ กทม.แน่นอน แต่จะลงเขตไหนนั้น ต้องรอความชัดเจนในการแบ่งเขตเลือกตั้งก่อน
“องอาจ” ยังอุบไต๋คนลงสมัครแทน
นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ภาค กทม. กล่าวว่า นายชื่นชอบ คงอุดม อดีต ส.ส.กทม. เขตบางซื่อ พรรคประชาธิปัตย์ มากล่าวลาตนเป็นการส่วนตัวเมื่อสองเดือนที่ผ่านมา บอกว่าต้องไปช่วยงานพรรคการเมืองใหม่ที่คุณพ่อของเขาตั้งขึ้น แม้ใจจริงเขาเองยังอยากลงเลือกตั้งในนามพรรคประชาธิปัตย์ แต่เมื่อเป็นความประสงค์ของคุณพ่อที่จะให้ไปช่วยสานต่อในงานพรรคการเมืองที่ตั้งขึ้นเขาก็ต้องไป ตนก็ได้อวยพรให้สำเร็จตามที่ตั้งใจทั้งในส่วนตัวและการตั้งพรรคการเมืองที่เป็นประโยชน์ต่อชาติบ้านเมือง ส่วนพื้นที่เขตบางซื่อที่ว่างลงขณะนี้ยังอยู่ในระหว่างการมองหาตัวผู้สมัคร แต่ก็ยังไม่ชัดเจนเนื่องจากการกำหนดเขตเลือกตั้งใหม่ ยังไม่เสร็จสิ้น หากจะกำหนดตัวบุคคลก่อนที่ กกต. จะกำหนดขอบเขตเลือกตั้งใหม่ ก็อาจจะกลายเป็นการสร้างปัญหาเกิดพื้นที่ทับซ้อนกลับอดีตเจ้าของพื้นที่เดิมบางส่วน อย่างไรก็ตามไม่ใช่เรื่องน่ากังวลเพราะมีผู้ที่จะลงสมัครหลายคน
“เจะอามิง” ส่อออกร่วมงาน กปปส.
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 27 เม.ย.ที่ผ่านมา นายเจะอามิง โตะตาหยง อดีต ส.ส.นราธิวาส พรรคประชาธิปัตย์ โพสต์เฟซบุ๊กว่า ปัญหาใหญ่ของประเทศคือการแก้ปัญหาการทุจริตคอร์รัปชัน ที่เกิดขึ้นเกือบทุกวงการ ในประเทศนี้ทุกวงการมีทั้งคนดี ไม่ดีปะปนกันอยู่ หากคนดีในสังคมนิ่งเฉย ไม่แสดงออกคัดค้าน ต่อต้านสิ่งที่กำลังเกิดขึ้น ท้ายสุดจะเป็นอันตรายต่อระบบการเมือง การปกครองของประเทศ คงจำกันได้ ช่วง กปปส.ยืนสู้กับรัฐบาลยุคนั้น เพราะเกิดปัญหาการทุจริตเชิงนโยบาย ระดับบน-ล่าง เพื่อประโยชน์ตนเองและพวกพ้อง จนประชาชนทนไม่ได้ต่อพฤติกรรมนักการเมืองบางกลุ่ม บางคน ต้องออกมาร่วมแสดงพลัง ต่อต้านขับไล่ร่วมกับ กปปส. เป็นอีกหนึ่งเหตุผลนำไปสู่การยึดอำนาจ เมื่อ 22 พ.ค.2557 บทบาท กปปส.ที่ได้ร่วมรณรงค์ต่อต้านการทุจริตจึงได้ยุติลงโดยปริยาย แต่ในหลายๆ ข้อเรียกร้องน่าจะต้องมีคนร่วมอุดมการณ์ กปปส. ทั้งคนรุ่นใหม่ รุ่นเก่ามาร่วมกันสานต่อ เป็นนโยบาย ขับเคลื่อน ผ่านพรรคการเมืองให้เป็นรูปธรรมต่อไป
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เป็นที่น่าสังเกตว่านายเจะอามิงโพสต์แจ้งสถานะว่าเป็นอดีต ส.ส.นราธิวาส แต่ไม่ได้ระบุสังกัดว่าอยู่พรรคประชาธิปัตย์ ท่ามกลางกระแสข่าวว่าอาจออกไปร่วมงานกับ กปปส.
“ปณิธาน” ชี้ “ดูด” เรื่องปกติการเมือง
นายปณิธาน วัฒนายากร ที่ปรึกษา พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ กล่าวถึงเสียงวิพากษ์วิจารณ์ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช. กำลังดูดนักการเมืองเพื่อเป็นฐานสนับสนุนให้เป็นนายกฯในอนาคตว่า ขณะนี้นายกฯเหมือนตกเป็นจำเลย แต่เป็นเรื่องธรรมดาที่จะถูกวิจารณ์ นายกฯต้องทำใจ ตนมองว่าการรวบรวมนักการเมืองเป็นเรื่องปกติ ทุกพรรคก็ทำทั้งนั้น การใช้คำว่าดูดทำให้ดูหวือหวา แต่ความจริงเป็นเรื่องธรรมชาติทางการเมือง ทุกคนคงคิดว่าหากนายกฯหรือคนในรัฐบาลเล่นการเมืองจะทำให้ได้เปรียบ เพราะคุมกลไก รัฐอยู่ มีทหาร มีมาตรา 44 แต่อยากให้เข้าใจว่ารัฐคงไม่ไปทำแบบนั้น เพราะจะเสียคะแนนเอง อยากให้แยกแยะระหว่างการทำงานลงพื้นที่ของนายกฯที่ไปช่วยเหลือประชาชนกับการหาเสียง อยากให้เห็นใจนายกฯด้วย ลงพื้นที่ก็โดนนักการเมืองเหน็บแนม ไม่ลงก็โดนประชาชนบ่นอีก
รบ.แห่งชาติเกิดยากเพราะ ปชป.
ผู้สื่อข่าวถามว่า นายกฯควรประกาศให้ชัดเจนหรือไม่ว่าจะเล่นหรือไม่เล่นการเมือง นายปณิธานตอบว่า ถ้าอย่างนั้นมันก็ดี แต่อาจมีคำถามว่านายกฯไม่เล่นการเมืองแล้วสนับสนุนใคร รัฐบาลอยู่ในจุดยืนที่ค่อนข้างละเอียดอ่อน บางครั้งอาจต้องคิดว่าจะทำอย่างไรให้ทุกฝ่ายสบายใจ ปัจจุบันถือว่านายกฯทำการเมืองอยู่แล้ว แต่ในอนาคตจะทำต่อหรือไม่ คิดว่านายกฯยังไม่ได้ตัดสินใจ ที่ผ่านมานายกฯบอกเองว่าถ้าประชาชนอยากให้ทำงานต่อก็จะพิจารณา แต่จะให้นายกฯไปจดทะเบียนพรรคการเมืองตนคิดว่าคงไม่ใช่ คนรอบตัวนายกฯความจริงก็มีหลายคนที่เป็นนักการเมืองมาก่อน เช่นนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกฯ ถ้านายสมคิดจะไปทำงานการเมืองต่อแล้วมาเชิญนายกฯ ท่านก็คงต้องพิจารณาว่าจะเดินไปจุดนั้นหรือไม่ ส่วนที่มีการเสนอแนวทางรัฐบาลแห่งชาตินั้น ถ้าทุกฝ่ายเห็นชอบก็เป็นสิ่งที่ดี แต่นักวิชาการส่วนใหญ่จะไม่ชอบ เพราะไม่มีการตรวจสอบ แต่ประชาชนชอบและยอมรับได้ โดยที่ประชาธิปัตย์กับเพื่อไทยสามารถจับมือกันได้จริง ส่วนตัวมองว่าการตั้งรัฐบาลแห่งชาติเป็นไปได้ยาก เพราะพรรคประชาธิปัตย์ ยืนยันว่าไม่ร่วมมือกับพรรคเพื่อไทยแน่ เพราะฉะนั้นโอกาสน้อยมาก
อนาคตใหม่เน้นย้ำกระจายอำนาจ
วันเดียวกัน ที่โรงแรมศิรินาถการ์เด้น อ.เมืองเชียงใหม่ นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ พร้อมด้วยนายชำนาญ จันทร์เรือง นักวิชาการอิสระ ผู้ร่วมก่อตั้งพรรคอนาคตใหม่ ได้พบปะกับกลุ่มนักวิชาการ อดีตข้าราชการทหาร และฝ่ายปกครองท้องถิ่นมีเทศบาล อบต.หลายแห่ง และแกนนำชาวบ้านมาร่วมรับฟัง โดยเน้นย้ำถึงนโยบายการกระจายอำนาจจากส่วนกลางสู่ท้องถิ่น นายธนาธรระบุว่า ยุทธวิธีในการผลักดันการกระจายอำนาจ ตนไม่เห็นความจริงใจในเรื่องนี้จาก คสช. หรือพรรคประชาธิปัตย์ ขณะที่พรรคเพื่อไทยเคยพยายามทำแต่เมื่อเจอต้นตอกับภาคราชการ การทำตรงนี้ก็ถอยลง ไม่คิดจะทำอย่างมุ่งมั่นแน่วแน่ ดังนั้นทางเลือกเดียวที่เหลืออยู่ในสังคมที่อยากได้การกระจายอำนาจก็ต้องเลือกพรรคอนาคตใหม่ เราออกแบบนโยบายพรรคทั้งหมด ไม่เคยคิดเรื่องคะแนนเสียงว่านโยบายอะไรจะได้คะแนนเสียงเท่าไหร่ แต่เราคิดว่าประชาชนที่มีสิทธิและเสรีภาพควรจะได้รับอะไรบ้าง
นายกฯถกเมียนมาเร่งเจรจา 3 ฝ่าย
สำหรับภารกิจ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช.และคณะ ในการเข้าร่วมประชุมสุดยอดอาเซียน ครั้งที่ 32 ที่สาธารณรัฐสิงคโปร์ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันเดียวกัน ที่โรงแรมแชงกรี-ลา สิงคโปร์ นายกฯได้พบหารือกับนาย อู วิน มยิน ประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา พร้อมแสดงความยินดีกับนายอู วิน มยิน ที่ได้รับเลือกให้ดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีคนใหม่ ระบุว่า รัฐบาลไทยพร้อมทำงานร่วมกับรัฐบาลเมียนมาทุกด้าน เน้นสร้างเสถียรภาพและความมั่นคงในการพัฒนาพื้นที่ชายแดนเพื่อความมั่นคง พร้อมขอให้เมียนมาเร่งกระบวนการลงทะเบียนแรงงานให้แล้วเสร็จตามระยะเวลาที่กฎหมายกำหนด เฝ้าระวังการลักลอบขนยาเสพติดและแก้ปัญหาค้าขายสินค้าผิดกฎหมายตามแนวชายแดน ขณะที่โครงการพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษทวาย นายกฯขอให้เร่งเจรจา 3 ฝ่ายคือ ไทย เมียนมา และญี่ปุ่นโดยเร็ว เพื่อให้โครงการดำเนินต่อไปได้
ขับเคลื่อนแนวคิดอินโด–แปซิฟิก
ต่อมาเวลา 10.00 น. นายกฯเข้าร่วมพิธีเปิดการประชุมสุดยอดอาเซียน ครั้งที่ 32 และการประชุมสุดยอดอาเซียน ครั้งที่ 32 อย่างไม่เป็นทางการ ที่โรงแรมแชงกรี-ลา โดยนายกฯกล่าวถ้อยแถลงว่า การสร้างดุลยภาพใหม่ ต้องร่วมกันขับเคลื่อนแนวคิดอินโด-แปซิฟิก ไปในทิศทางที่เป็นผลประโยชน์ร่วมกัน ส่งเสริมสันติภาพ เสถียรภาพและความเจริญรุ่งเรืองของภูมิภาค การประชุมสุดยอดเอเชียตะวันออกเป็นเวทีที่มีอาเซียนเป็นแกนนำและมีประเทศคู่เจรจาที่สำคัญ จึงเหมาะสมเป็นเวทีขับเคลื่อน แนวคิดอินโด-แปซิฟิก รวมถึงความร่วมมือการประชุม ARF การประชุมรัฐมนตรีกลาโหมอาเซียนกับประเทศคู่เจรจา การรวมตัวทางเศรษฐกิจ อาเซียนควรเร่งพัฒนา ตนเองให้เป็นฐานผลิตและตลาดเดียว ทำตามแผนงานความร่วมมืออาเซียนบวกสามอย่างเต็มที่และเป็นรูปธรรม เพื่อนำไปสู่การจัดตั้งประชาคมเศรษฐกิจเอเชียตะวันออก และเร่งการเจรจา RCEP เพื่อบรรลุผลโดยเร็ว
หนุนสันติภาพคาบสมุทรเกาหลี
นายกฯกล่าวว่า สำหรับความท้าทายต่างๆในภูมิภาค อาทิ สถานการณ์ในทะเลจีนใต้ ไทยสนับสนุนความร่วมมือระหว่างอาเซียนกับจีนในทะเลจีนใต้ที่มีพัฒนาการในเชิงบวก เป็นทะเลแห่งสันติภาพ สร้างบรรยากาศอำนวยต่อการแก้ไขการอ้างสิทธิทับซ้อน ทางทะเลโดยสันติวิธี และไทยสนับสนุนแก้ปัญหาสถานการณ์ในคาบสมุทรเกาหลีโดยสันติวิธีและยินดีที่มีพัฒนาการในเชิงบวก โดยเฉพาะการหารือระหว่างผู้นำสาธารณรัฐเกาหลีและเกาหลีเหนือ หากประสบผลสำเร็จจะช่วยนำไปสู่การประชุมระหว่างผู้นำสหรัฐฯกับเกาหลีเหนือ ประเด็นสำคัญมีการโน้มน้าวเกาหลีเหนือขจัดอาวุธนิวเคลียร์ ตามข้อมติคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ และการเปิดช่องทางการทูตให้กับเกาหลีเหนือในกลไกอาเซียนต่างๆ ส่วนสถานการณ์ในรัฐยะไข่ ไทยพร้อมช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม ร่วมแก้ไขปัญหาที่ต้นเหตุเพื่อไม่ให้สถานการณ์ทวีความรุนแรง ควรจัดสรรพื้นที่หรือหมู่บ้านตัวอย่างสร้างบรรยากาศที่มีความปลอดภัยในรัฐยะไข่ เพื่อให้ผู้พลัดถิ่นมั่นใจในการกลับมาตุภูมิ เสนอให้เลขาธิการอาเซียนประสานความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม
ขยายร่วมมือเขตเศรษฐกิจ 3 ฝ่าย
จากนั้นนายกฯ เป็นประธานการประชุมระดับผู้นำแผนงานการพัฒนาเขตเศรษฐกิจสามฝ่าย อินโดนีเซีย-มาเลเซีย-ไทย (IMT-GT) ครั้งที่ 11 โดยนายกฯกล่าวยินดีที่แผนงานความร่วมมือ IMT-GT ครบรอบการก่อตั้ง 25 ปีในปีนี้ ที่มีบทบาทสำคัญในการลดความเหลื่อมล้ำ ผ่านความร่วมมือด้านต่างๆ ขณะที่โครงการด้านความเชื่อมโยงทางกายภาพในระเบียงเศรษฐกิจ IMT-GT แผนระยะ 5 ปีจากนี้ ไทยได้ติดตามผลักดันทุกมิติ โดยเฉพาะแนวระเบียงเศรษฐกิจระนอง-ภูเก็ต-ปีนัง-อาเจะห์ เพื่อเชื่อมโยงแผ่นดินสู่เกาะสุมาตรา และแนวระเบียงเศรษฐกิจสงขลา-ปีนัง-เมดาน และส่วนขยายไปยังปัตตานี-ยะลา-นราธิวาส เพื่อสร้างความเชื่อมโยงกับมาเลเซีย เร่งรัดติดตามการก่อตั้งแนวระเบียงเศรษฐกิจที่หกที่ปรับจากพื้นที่ปัตตานี-ยะลา-นราธิวาส มาเชื่อมโยงโดยตรงกับเประและกลันตัน ภายหลังเสร็จสิ้นการประชุม นายกฯและคณะจึงเดินทางกลับกรุงเทพฯ
กระตุ้นชาติอาเซียนจับมือให้แน่น
ขณะที่สำนักข่าวต่างประเทศรายงานพิธีเปิดการประชุมอาเซียนสุดยอดครั้งที่ 32 ที่สิงคโปร์ ระบุว่า คำกล่าวนายลี เซียน ลุง นายกรัฐมนตรีสิงคโปร์ว่า กลุ่มประเทศสมาชิกสมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (อาเซียน) ทั้ง 10 ประเทศ จะต้องจับมือร่วมกันทำงานอย่างใกล้ชิดกับ 2 ประเทศมหาอำนาจในเอเชียทั้งจีนและอินเดีย เพื่อขจัดปัญหาแรงกดดันการกีดกันทางการค้า และเพื่อสร้างความมั่นใจให้กับภาคเศรษฐกิจได้เติบโตอย่างต่อเนื่อง เพราะบรรยากาศทางการเมืองที่หันมาโจมตีเรื่องการค้าเสรี โดยเฉพาะระหว่างจีนกับสหรัฐฯ ทั้งนี้ต้องการให้มีข้อสรุปการเจรจาความตกลงพันธมิตรทางการค้าระดับภูมิภาค (RCEP) ในปีนี้ เพื่อให้เกิดข้อตกลงทางการค้าเสรีระหว่างประเทศสมาชิกอาเซียนกับออสเตรเลีย จีน อินเดีย ญี่ปุ่น เกาหลีใต้และนิวซีแลนด์ ซึ่งจะช่วยแก้ปัญหาการกีดกันทางการค้า นอกจากนี้ กลุ่มประเทศอาเซียนกำลังเผชิญภัยคุกคามจากกลุ่มกองกำลังอิสลาม (ไอเอส) อย่างแท้จริง ด้วยอาเซียนกำลังเป็นพื้นที่เศรษฐกิจที่กำลังเติบโต และมีคนจำนวนมากขึ้นที่หันมาปรับชีวิตประจำวันเข้ากับเทคโนโลยีดิจิทัล ซึ่งอาจทำให้ตกเป็นเป้าจากภัยบนโลกไซเบอร์เพิ่มมากขึ้นได้
ตปท.ไม่ข้องใจโรดแม็ปเลือกตั้ง
ต่อมาเวลา 17.35 น. ที่ท่าอากาศยานทหาร 2 กองบิน 6 (บน.6) ดอนเมือง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และคณะเดินทางกลับถึงประเทศไทย นายดอน ปรมัตถ์วินัย รมว.ต่างประเทศ แถลงว่า การประชุมสุดยอดอาเซียน ครั้งที่ 32 ต่างประเทศไม่ได้สอบถามเรื่องโรดแม็ปการเลือกตั้งของประเทศไทย เชื่อว่าไม่มีประเทศใดติดใจเกี่ยวกับการเมืองของไทย และไม่ใช่แค่อาเซียนเท่านั้น แต่ในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา หลายประเทศได้มาเห็นสภาพความเป็นจริงว่าเรามีความสงบเรียบร้อย มีเสถียรภาพ ประชาชนมีชีวิตที่ปกติ และหลายปีที่ผ่านมาไทยได้รับการจัดอันดับที่ดีขึ้นในด้านต่างๆ ส่วนการพบกันระหว่างผู้นำเกาหลีเหนือและเกาหลีใต้ อาเซียนและไทยได้มีแถลงการณ์ในเรื่องดังกล่าวเป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยให้ความเชื่อมั่นต่อชาวโลกได้ว่าสถานการณ์ต่างๆ ที่อยู่ในความวิตกกังวลจะสามารถคลี่คลายไปได้ จนนำไปสู่ความปรองดอง และร่วมกันพัฒนาประเทศต่อไป ประเทศไทยมีความยินดีที่เกิดเรื่องเช่นนี้ขึ้น เพราะจะส่งผลในแง่ดีหลายอย่าง เช่น การค้าการลงทุน การท่องเที่ยว
ดีเดย์ 1 พ.ค.ปล่อยน้ำทำเกษตร 10 จว.
พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เผยว่า ในวันที่ 1 พ.ค. รัฐบาลจะเริ่มส่งน้ำเข้าพื้นที่ 12 ทุ่งลุ่มต่ำลุ่มเจ้าพระยาตอนล่าง ครอบคลุม 10 จังหวัดท้ายเขื่อนเจ้าพระยา ได้แก่ จ.นครสวรรค์ ชัยนาท ลพบุรี สระบุรี สิงห์บุรี อ่างทอง พระนครศรีอยุธยา สุพรรณบุรี ปทุมธานี และนนทบุรี รวมพื้นที่ 1.15 ล้านไร่ เพื่อให้พี่น้องเกษตรกรได้เตรียมการเพาะปลูกข้าวเร็วขึ้น 1 เดือน ถือเป็นปีที่ 2 สำหรับมาตรการแก้ไขปัญหาผลผลิตทางการเกษตรได้รับความเสียหายจากภาวะน้ำท่วมทุกปี โดยเลื่อนปฏิทินการเพาะปลูกและใช้พื้นที่ 12 ทุ่งเป็นแก้มลิงธรรมชาติชั่วคราวสำหรับพักชะลอน้ำรองรับน้ำหลาก หลังเก็บเกี่ยวแล้วเสร็จช่วงเดือน ก.ย. โดยนายกฯกำชับให้ขยายผลไปยังพื้นที่ลุ่มน้ำอื่นทั้งในภาคใต้ อีสาน พร้อมย้ำให้เกษตรกรร่วมมือเพาะปลูกอย่างพร้อมเพรียงกัน
ที่มาไทยรัฐ