วันเสาร์ที่ 28 เมษายน พ.ศ. 2561

นายกฯ โต้ปมดูด ส.ส. ยันมีมานานแล้ว มาร์คฉะ รบ. สกัดทุนที่หนุนพรรค

https://www.thairath.co.th/media/
“อภิสิทธิ์” ขย่มซ้ำพลังดูด คสช. แฉบิ๊กรัฐบาลสกัดกลุ่มทุนหนุนพรรคการเมือง ฉะไดโว่หน้าไม่อาย


อ่อยอดีต ส.ส. จะดูแลดีกว่าเดิม เมินโหร คมช.คาดการณ์มีรัฐบาลแห่งชาติ “ประยุทธ์” สวนหมัดแนะใช้งานแมวสะอาดไร้เชื้อโรค ปราบหนูให้บ้านเมืองสะอาด ไม่ให้แมวขาวแมวดำทะเลาะกัดกันเอง โต้ดูดนักการเมืองมีมายาวนานแล้ว ไม่ใช่แค่ยุค คสช. ซัดเด็กเลี้ยงแกะบิดเบือนทุจริตใช้งบหมื่นล้าน ใส่ไข่ยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปีมัดคอสืบทอดอำนาจ แย้มสูตรนักการเมืองหน้าใหม่ผสมคนเก่าน้ำดีร่วมบริหารประเทศ “วิษณุ” ไม่ได้ยินใครตัดท่อน้ำเลี้ยงพรรคการเมือง ปัดข่าวงัด ม.44 โละคำสั่ง คสช. เล็งชง ครม.ส่ง กสทช.แก้จุดอ่อนสรรหา “สนธยา” รับก้าวเข้ามาช่วยงานเท่ากับหนุน “บิ๊กตู่” นายกฯบินร่วมเวทีสุดยอดอาเซียน สั่งทีมไทยแลนด์ยึดสิงคโปร์ต้นแบบพัฒนา

หลังจากนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์วิพากษ์วิจารณ์กระบวนการดูดนักการเมือง ของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) อย่างต่อเนื่อง และนายวัชระ เพชรทอง อดีต ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์กล่าวอ้างมีการระดมทุนใหญ่ 4 หมื่นล้านหนุนหลังพรรคทหาร ล่าสุดนายอภิสิทธิ์ออกมาระบุอีกว่าได้รับคำยืนยันว่ามีคนในรัฐบาลพยายามสกัดกั้นกลุ่มทุนที่จะเข้ามาสนับสนุนพรรคการเมืองอีกด้วย


“มาร์ค” แฉบิ๊กรัฐบาลสกัดทุนหนุน ปชป.
เมื่อวันที่ 27 เม.ย. นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์และอดีตนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงกรณี ครม.สัญจรที่กลุ่มจังหวัดอีสานใต้ ท่ามกลางกระแสดูดนักการเมืองเข้าร่วมรัฐบาล คสช.ว่า รัฐบาลทำระบบสัญจรมานานแล้ว ไม่ได้เพิ่งทำ แต่คงต้องรอดูรูปแบบว่าทำเพื่อให้การบริหารราชการ แผ่นดิน หรือตอบสนองประชาชนให้ดีขึ้นได้หรือไม่ ถือเป็นเรื่องดีไม่มีปัญหาอะไร เมื่อถามว่าทราบหรือไม่ที่มีการระบุมีการระดมทุนถึง 4 หมื่นล้านเพื่อใช้ในการตั้งพรรคเพื่อสนับสนุนทหาร นายอภิสิทธิ์กล่าวว่าไม่ทราบ ต้องไปถามคนที่พูดเรื่องนี้ ทราบเพียงว่าได้รับคำยืนยันว่ามีคนในรัฐบาลมีความพยายามจะสกัดกั้น ไม่ให้กลุ่มทุนเข้ามาสนับสนุนพรรคการเมือง แต่เราไม่ติดใจและยืนยันจะสู้ตามแนวทางที่ถูกต้อง แม้จะเสียเปรียบ

ฉะไดโว่หน้าไม่อายอ่อยดูแลดีกว่า
นายอภิสิทธิ์กล่าวอีกว่า ส่วนคนที่ทำอะไรโดยไม่อาย มักจะได้เปรียบเป็นธรรมดา จึงขอเรียกร้องให้มีการแข่งขันกันอย่างเสมอภาค แล้วประชาชนจะเป็นผู้ให้คำตอบในผลการเลือกตั้ง และเมื่อผลการเลือกตั้งออกมา ควรจะเคารพเจตนารมณ์ของประชาชน โดยแม้จะมีอำนาจตามรัฐธรรมนูญในการเลือกนายกรัฐมนตรี แต่หากไม่ฟังเสียงประชาชน เชื่อว่าที่สุดในอนาคตอาจจะมีปัญหาตามมาแน่ เพราะหากเริ่มต้นการเข้าสู่อำนาจที่ไม่สุจริตแล้ว จะเกิดปัญหาความขัดแย้งตามมาแน่นอน เวลาเขามาทาบทาม จะบอกว่าไปอยู่กับเขาเถอะ เพราะถ้าอยู่ที่นี่ ไม่มีใครสนับสนุนเรื่องทุน แต่อยู่กับเขาดูแลได้ดีกว่าที่นี่ แม้จะมีกระแสทาบทามอดีต ส.ส.ไปสังกัดพรรคใหม่ แต่ยังมั่นใจว่าอดีต ส.ส.ของพรรคประชาธิปัตย์ส่วนใหญ่ ยังพร้อมจะทำงานกับพรรค ไม่มีใครมาบอกว่าจะไปอยู่ที่อื่น ยกเว้น 1-2 คนที่มีเหตุผลส่วนตัว เพราะญาติพี่น้องไปตั้งพรรคแล้วต้องไปช่วย ต้องเคารพการตัดสินใจ ขณะนี้พรรคเองมีคนรุ่นใหม่อายุ 25-30 ปีเศษที่ต้องการเข้ามาทำงานการเมือง และพร้อมอยากจะมาช่วยพัฒนาบ้านเมือง พรรคเตรียมพร้อมจะปฏิรูปพรรค ให้สมาชิกมีส่วนร่วมโดยตรงในการหยั่งเสียงโหวตเลือกหัวหน้าพรรค นายอภิสิทธิ์กล่าว


เมินโหรคาดการณ์ รบ.แห่งชาติ
เมื่อถามว่านายวารินทร์ บัววิรัตน์เลิศ เจ้าของฉายาโหร คมช.ระบุว่า รัฐบาลหน้าจะเป็นรัฐบาลแห่ง ชาติ แต่พรรคประชาธิปัตย์กับพรรคเพื่อไทยจะเป็นฝ่ายค้าน ทั้งสองพรรคจะจับมือกันตรวจสอบรัฐบาลหรือไม่ นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า การเป็นฝ่ายค้าน คงไม่ต้องจับมือกัน พรรคประชาธิปัตย์ยืนยันเราทำงานตามอุดมการณ์และแนวทางของพรรค แต่ขณะนี้ยังไม่อยากให้พูดอะไรล่วงหน้า เพราะยังไม่มีการเลือกตั้ง แต่เป็นการคาดการณ์ทั้งสิ้น จึงยังไม่มีใครทราบว่าผลการเลือกตั้งจะเป็นอย่างไร ทุกอย่างอยู่ที่การเสนอนโยบายในการพัฒนาประเทศให้ประชาชนเลือก มีสิ่งที่น่ากังวลกว่าคือเศรษฐกิจปากท้องค่าครองชีพของประชาชนที่ลำบาก ความเป็นอยู่แย่ลง แม้ตัวเลขเศรษฐกิจของรัฐจะดีขึ้น แต่ข้อเท็จจริงสวนทางกัน จึงต้องดูว่าการใช้จีดีพีวัดมูลค่าเศรษฐกิจของชาติ มันสะท้อนความเป็นจริงที่ชาวบ้านกำลังเผชิญอยู่หรือไม่ หรือต้องมาทบทวน

ห่วงคนอยาก ลต.ชุมนุมอดกาบัตร
นายอภิสิทธิ์ยังกล่าวถึงความเคลื่อนไหวของกลุ่มคนอยากเลือกตั้งที่เตรียมนัดชุมนุมใหญ่ในเดือน พ.ค.ว่า เราต้องเคารพสิทธิของคนที่ต้องการแสดงออกที่มีความเห็นต่าง ขณะเดียวกัน คงไม่มีใครอยากเห็นความวุ่นวายเกิดขึ้น เพราะเกรงจะสุ่มเสี่ยงที่บ้านเมืองจะหันเหไปทางอื่น แทนที่จะกลับสู่เส้นทางการเลือกตั้งตามระบอบประชาธิปไตย


ชี้อีสานยังเงียบเรียกดูดที่ทำเนียบฯ
นายอิสสระ สมชัย อดีต ส.ส.อุบลราชธานี พรรคประชาธิปัตย์ และอดีตแกนนำ กปปส. กล่าวถึงกระแสข่าวการลงพื้นที่ดูดนักการเมืองร่วมงานของพรรคทหารว่า พลังดูดของพรรคทหารในภาคอีสานยังไม่คึกคัก คงใช้เรียกไปคุยที่ส่วนกลางเหมือนกรณีให้อดีต ส.ส.ไปหาที่ทำเนียบรัฐบาลก่อนหน้านี้ เพราะในพื้นที่ยังสับสน ไม่มั่นใจว่าจะมีเลือกตั้งเมื่อไหร่ จะเลื่อนออกไปจาก ก.พ.ปี 62 อีกไหม ประกอบกับยังไม่ปลดล็อกสัญญาณจึงไม่หวือหวา ถ้าเขาลงมาแรงจริงๆ คงต้องสู้ไม่มีทางอื่น ชัดเจนเป็นการสู้กับอำนาจรัฐ เเม้นายกฯกับนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกฯ ยังแบ่งรับแบ่งสู้ ไม่ว่าพรรคหนุนทหารจะเปิดเเนวรุกอย่างไรก็สู้ ชัดเจนมีการปูพรมประชารัฐระยะที่ 3 แม้ใช้ชื่อแตกต่างแต่วิธีการคือประชานิยม ใช้เงินหลวงเอาเปรียบคู่ต่อสู้เหมือนสมัยนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ หวังผลคะแนนเสียงทั่วประเทศ


“อ๋อย” สับ คตช.ชะงักสางโกงเซฟพวก
นายจาตุรนต์ ฉายแสง อดีตรองนายกฯ แกนนำพรรคเพื่อไทย โพสต์เฟซบุ๊กว่า “คตช.ไม่ประชุมมา 8 เดือนแล้ว บอกอะไร” ว่า ตามที่นายมานะ นิมิตรมงคล เลขาธิการองค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย) ระบุนานกว่า 8 เดือนแล้วที่ไม่มีประชุมคณะกรรมการต่อต้านการทุจริตแห่งชาติ (คตช.) ที่มีหัวหน้า คสช.เป็นประธาน ทำให้มีเสียงวิพากษ์วิจารณ์ตามมา คสช.เอาจริงเอาจังการปราบการคอร์รัปชันมากน้อยเพียงใด เมื่อ คตช.ที่เต็มไปด้วยบุคคลสำคัญที่มีอำนาจล้นเหลือ แต่กลับอยู่ในสภาพท่าดีทีเหลว ไม่สนใจไยดีที่จะทำหน้าที่ของตนเช่นนี้ จึงไม่น่าแปลกใจเลยว่าเรื่องคอร์รัปชันที่ประชาชนยังติดใจอยู่ เหตุใดจึงไม่มีใครทำอะไรจริงจัง หรือบางทีผู้มีอำนาจคงรู้ว่าหากมีการประชุมและทำงานจริงจัง หนีไม่พ้นสภาพลูบหน้าปะจมูก เพราะผู้ที่เป็นกรรมการบางคนเป็นผู้ที่ถูกตรวจสอบ ถ้าไม่ใช่คนคนเดียวกันก็พวกเดียวกันทั้งนั้น เกิดประชุมขึ้นมากรรมการที่เขาไม่เออออห่อหมกด้วยเกิดโวยวายขึ้นมาคงยุ่งกันใหญ่


“บิ๊กฉัตร” โนคอมเมนต์ท่วงท่า “บิ๊กตู่”
ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รองนายกฯให้สัมภาษณ์ถึงอนาคตทางการเมืองของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช.ว่า ยังไม่ทราบว่า พล.อ.ประยุทธ์จะไปอยู่ในพรรค การเมืองหรือเล่นการเมืองต่อหรือไม่ เพราะไม่ค่อยได้คุยกันเรื่องนี้ ส่วนใหญ่พูดคุยเฉพาะเรื่องงานที่ได้รับมอบหมาย เพราะ พล.อ.ประยุทธ์มีงานมาก จึงไม่อยากนำเรื่องอื่นมาทำให้นายกฯปวดหัว เมื่อถามว่ามีความเป็นไปได้หรือไม่ที่จะเกิดรัฐบาลแห่งชาติ พล.อ.ฉัตรชัยกล่าวว่า ไม่ทราบ ยังไม่มีความคิดเห็นเรื่องรัฐบาลแห่งชาติ ต้องไปถามคนที่เสนอ ต้องรอก่อนจะตัดสินอะไรตอนนี้ไม่ได้ ต้องปล่อยให้เป็นไปตามโรดแม็ป เมื่อถึงเวลานั้นฝ่ายการเมืองต้องมาช่วยกันดูว่าจะทำอย่างไร เพื่อให้ประเทศเดินหน้าไปด้วยดี เมื่อถามว่าประเมินศักยภาพตัวเองพร้อมจะไปต่อในเส้นทางการเมืองหรือไม่ พล.อ.ฉัตรชัยกล่าวว่า ทุกวันนี้พยายามทำงานอย่างเต็มที่ แต่ในอนาคตไม่รู้ว่าจะไหวหรือไม่ รอดูเวลานั้นแล้วกัน


นายกฯ ย้ำไม่ให้ “อาลีบาบา” ผูกขาด
เมื่อเวลา 20.15 น. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กล่าวในรายการศาสตร์พระราชา สู่การพัฒนาอย่างยั่งยืนว่า เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมากลุ่มอาลีบาบาได้ทำความร่วมมือกับรัฐบาลไทย ขอเน้นย้ำว่าความร่วมมือที่เกิดขึ้นนี้ เป็นสิ่งที่ภาครัฐดำเนินการ เพื่อให้เป็นอีกทางเลือกหนึ่งในการทำธุรกิจของพี่น้องผู้ประกอบการ ทั้งด้านเกษตรกรรมและอุตสาหกรรม ไม่ได้บังคับว่าจะต้องมาทำผ่านช่องทางนี้เท่านั้น หรือให้สิทธิผูกขาดในการทำธุรกิจการค้าอย่างที่หลายฝ่ายกังวล อยากให้ผู้ที่ยังกังขาเรื่องนี้ เปิดใจรับฟังข้อมูลจากทุกฝ่ายให้ครบถ้วนและกรุณาชั่งน้ำหนักผลดีผลเสียก่อนจะตัดสินใจวันหน้าเราต้องรองรับตลาดที่ใหญ่ขึ้น และการแข่งขันจากต่างประเทศมากยิ่งขึ้น เรายิ่งช้าเรายิ่งเสียเปรียบ เสียโอกาสเสียเวลา ฉะนั้นประโยชน์ที่ประเทศและประชาชนไทยจะได้รับนั้น ขึ้นอยู่กับพวกเราด้วย ช่วยกันปรับตัวคู่ขนานกันไป ถ้าใครไม่ยอมปรับตัวเลย วันหน้าจะตกขบวน

อัดใส่ไข่ยุทธศาสตร์มัดคอต่อท่อ
พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า สำหรับการปฏิรูปนั้นเป็นกิจกรรมต้องทำอย่างต่อเนื่อง ทำคู่ขนานกันพร้อมกันทุกมิติ เพื่อให้ยั่งยืนตามยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี แต่ระหว่างนั้นปรับเปลี่ยนได้ อย่าไปฟังใครว่าปรับไม่ได้ ไปล็อกอนาคต ต้องการจะสืบทอดอำนาจ ไม่ใช่เลย สืบทอดสิ่งที่เราทำ ทำต่อไปให้ได้หลายอย่าง เรื่องนี้ต้องขอความร่วมมือจากทั้งรัฐบาลและฝ่ายค้านในอนาคตไว้ด้วย ทำให้เกิดขึ้นต่อเนื่องจนบรรลุผลสำเร็จ ไม่ใช่อะไรที่ฝ่ายรัฐบาลคิด ฝ่ายค้านต้องค้านทุกเรื่อง เพราะเกรงว่าจะเสียคะแนนความนิยม ต่างฝ่ายต่างถือคะแนนนิยมเป็นหลัก บ้านเมืองก็ไปไม่ได้เพราะมันไปหยุดๆ เดินๆแล้วถอยหลัง สิ่งที่พูดไม่ใช่เป็นเพียงแต่อยากจะพูดเป็นลมปาก แต่ตนพูดแล้วทำ อยากให้เข้าใจว่าต้องอดทนรอผล หลายคนไม่เข้าใจ กลายเป็นว่าทำให้เศรษฐกิจมันแย่ลงหรือไม่มีงานทำ หรือไปรังแกคนจน บางทีมันพูดเพื่อหวังผลทางการเมือง ถ้าต่างฝ่ายต่างว่ากันไปว่ากันมา โทษกันมันก็มีปัญหาหมด

ซัดเด็กเลี้ยงแกะหาใช้งบหมื่นล้าน
“ติคนมันง่ายแต่ทำมันยาก ปัญหาที่ทับซ้อนคือการสร้างความเข้าใจ ในบรรยากาศของความพยายามบิดเบือน ชักใบให้เรือเสียบ้าง มือไม่พายเอาเท้าราน้ำบ้าง บางคนยอมเป็นเด็กเลี้ยงแกะ พูดจาไร้เหตุผล ปราศจากหลักฐาน เรื่องที่กล่าวว่ามีการใช้งบประมาณทุจริต ใช้วงเงินเป็นหมื่นล้านบาท ไม่ทราบเอามาจากไหนเหมือนกัน และเอามาได้อย่างไร ถ้าท่านรู้ต้องบอกตนมาด้วย หรือท่านเคยทำตนก็ไม่ทราบเหมือนกัน ขอให้ทำความเข้าใจให้ถูกต้อง” นายกฯกล่าว

เตือน ปชช.เป็นเหยื่อขุดบ่อล่อปลา
พล.อ.ประยุทธ์กล่าวอีกว่า ที่พูดมาทั้งหมดนี้ มันใช่อย่างที่มีนักการเมือง พรรคการเมือง นักวิชาการบางคนออกมาพูดรึเปล่าไม่แน่ใจ พูดในเชิงขัดแย้ง กดดันรัฐบาลและ คสช. พูดดักหน้าดักหลังตลอดเวลา ตลอด 4 ปีไม่อยากให้คนไทยทุกคน มองแต่ผลประโยชน์ที่รวดเร็วเช่นเดิม ได้มากเหมือนเดิมแต่ไม่ยั่งยืนไม่ทั่วถึง ไม่เป็นธรรม เหมือนอาจเรียกว่าขุดบ่อล่อปลา ปลาในนั้นจะกลายเป็นเหยื่อ ประชาชนอย่ากลายเป็นปลาหรือเป็นเหยื่อ เพราะเราไปคาดหวังในแหล่งน้ำที่เขาวางแผนไว้ เหตุที่รายได้ประชาชนยังไม่ดีพอ มาจากปัจจัยหลายประการ ต้องดูว่าเชื่อมโยงกับต้นตอปัญหาอย่างไร ความเป็นประชาธิปไตยของบ้านเรามีส่วนหรือเปล่า ถ้าหวังให้ทุกอย่างดีขึ้น ควรต้องยึดมั่นในอุดมการณ์ประชาธิปไตย เพื่อให้การเลือกตั้งบริสุทธิ์ยุติธรรม ไม่มีการซื้อสิทธิขายเสียง หรืออาจมีการหาเสียงให้ประโยชน์ล่วงหน้าว่าจะสร้างโน่นสร้างนี่ให้ มันทำไม่ได้ เพราะในรัฐบาลต่อไป ต้องทำในสิ่งที่อยู่ในแผน ต้องทั่วถึงทุกพื้นที่ ฉะนั้นต้องเลือกคนดีมีคุณธรรม เลือกพรรคเลือกคนด้วยนโยบายที่ชัดเจน ใช้เหตุผลไม่ใช่เลือกด้วยความคุ้นเคยหรือผลประโยชน์ส่วนตัว ไม่สนใจเบื้องหน้าเบื้องหลัง เพียงเพื่อตอบสนองความคาดหวังว่าจะมีรายได้ที่ดีขึ้น

โต้ดูด ส.ส.มีมานานไม่ใช่แค่ยุค คสช.
พล.อ.ประยุทธ์กล่าวต่อว่า กรณีมีข่าวเรื่องการดูด ส.ส.พรรคโน้นพรรคนี้ ตนไม่ใช่นักการเมืองแต่ทำงานทางการเมืองให้ตอนนี้ ทุกคนทราบดีว่าการดูดนี่มีมายาวนานแล้ว ไม่ใช่มาบอกแต่ คสช.ดูด ตนอยู่ตรงนี้ เป็นรัฐบาลอยู่ตรงกลางที่ต้องอำนวยการให้เกิดการเลือกตั้งให้ได้ เป็นหน้าที่ของตนขณะนี้ ฉะนั้น การดูดกันมันก็มีทุกพรรคการเมืองมายาวนานแล้ว เป็นครรลองของประชาธิปไตยของไทย หลายคนอาจอ้างว่าทำด้วยอุดมการณ์ ด้วยนโยบายเพื่อชาติและประชาชน คำว่าดูด ส.ส.คงเป็นภาษาของสื่อเป็นการตลาด พี่น้องประชาชนควรใช้วิจารณญาณได้เองว่าอะไรคือการทำเพื่อส่วนรวม อะไรที่ทำเพื่อพวกพ้อง หากมีเป้าหมายร่วมกันสร้างเจริญก้าวหน้าให้ประเทศชาติและประชาชนเช่นเดียวกันแล้ว น่าจะช่วยกันทำงานได้ เราต้องทำให้นักการเมืองทุกคนที่เข้าสู่ระบบเลือกตั้งครั้งหน้าเป็นคนที่มีคุณธรรม จริยธรรม มีธรรมาภิบาล ไม่ว่าจะเก่าใหม่หรือคนที่เคยทำผิดกฎหมายมีคดี ไม่เคารพกระบวนการยุติธรรม หรือเป็นต้นเหตุความขัดแย้งแตกแยกของคนในชาติ คนเหล่านี้ใครควรได้รับเลือกตั้งหรือใครไม่ควรจะได้รับเลือกตั้ง เป็นเรื่องของประชาชนพิจารณา ตนไปชี้นำไม่ได้ แต่สร้างสภาวะแวดล้อมเตรียมการทั้งหมดให้พร้อมจะไปสู่การเลือกตั้ง รักษาความสงบเรียบร้อย อย่าให้เกิดความไม่สงบเรียบร้อยขึ้นมาระหว่างการเลือกตั้งอีกเลย

แย้มสูตรผสมหน้าใหม่-คนเก่าน้ำดี
พล.อ.ประยุทธ์กล่าวด้วยว่า ถ้าเราเอาการเลือกตั้งมาเป็นตัวตั้ง ต้องหาวิธีว่าจะทำอย่างไรจะทำให้ได้นักการเมืองที่มีคุณภาพ จากความเคลื่อนไหวของนักการเมืองมี 3 ทางคือ 1. การเคลื่อนไหวของนักการเมืองใหม่ทั้งหมด 2. นักการเมืองเดิม อาจจะมีคุณภาพหลายพรรคมาช่วยกัน 3.นักการเมืองจากทุกพรรคทุกกลุ่มเดิมๆที่ไม่ได้แยกย้ายพรรค พวกนี้จะเข้ามาเลือกตั้งเหมือนเดิม วิธีการเดิม อาจไม่เปลี่ยนแปลงวิธีการทำงาน ต้องแก้ไขใหม่ เราฝืนข้อเท็จจริงไม่ได้ เรามีนักการเมืองแบบไหนบ้างในปัจจุบัน ไม่ว่าเก่าใหม่ จะดีไม่ดีมีอยู่เท่านี้ อาจต้องใช้วิธีผสมกันหรือเปล่า 1 หรือ 2 ต้องยอมรับความจริงตรงนี้ นักการเมืองใหม่เข้ามาน้อยมาก เราน่าจะอยากได้คณะรัฐมนตรีที่ควรมีนักการเมืองใหม่เข้ามาเติมมาเสริม แล้วมีนักการเมืองเก่าที่ดีๆ หวังดีกับประเทศชาติจริงๆ เข้ามาทำงานด้วยความสมัครใจ ทำเพื่อชาติเพื่อประชาชน มากกว่าทำเพื่อพรรคอย่างเดียว ประชาชนต้องศึกษานโยบายท่าทีแนวโน้ม การให้ความสำคัญกับพรรคที่มีเจตนารมณ์ ยุทธศาสตร์ชาติ การปฏิรูปอย่างแท้จริง อย่าไปหลงเชื่อว่าการเลือกตั้งอย่างเดียว ไม่ต้องคำนึงถึงบริบทต่างๆทำเหมือนเดิม ต้องส่งเสริมการเคารพกฎหมาย แก้ไขประเด็นความขัดแย้ง ไม่สร้างความวุ่นวายแตกแยก ไม่อำนวยประโยชน์แก่คนบางกลุ่มบางพวกเป็นการเฉพาะ หรือบางพื้นที่ เพราะจะไม่ช่วยแก้ปัญหาแล้วยังทำให้เหลื่อมล้ำไม่เท่าเทียมในวันข้างหน้าอีกด้วย

สวนให้ใช้งานแมวสะอาดไร้เชื้อโรค
พล.อ.ประยุทธ์กล่าวอีกว่า ลองพิจารณาคำกล่าวของผู้นำประเทศหนึ่ง ที่กล่าวว่า “ไม่ว่าแมวขาวหรือแมวดำ ก็ขอเพียงจับหนูได้ ก็คือแมวที่ดี” เนื่องจากในการแก้ปัญหาเดียวกัน แต่ต่างพื้นที่ ต่างสภาพแวดล้อม วิธีการย่อมแต่ต่างกัน ในรายละเอียดไม่มีสูตรตายตัว แต่เราจะต้องทำให้ทั้งแมวขาวแมวดำของเรา ไม่ทะเลาะกันเอง ไม่กัดกันเอง แล้วเป็นแมวสะอาดไม่มีเชื้อโรคไม่อย่างนั้นก็ไปปราบหนูไม่ได้ เพราะฉะนั้นเราต้องทำให้บ้านเมืองเราสะอาด ต้องใช้แมวที่สะอาด ฝากช่วยกันคิดดู


“วิษณุ” ไม่ได้ยินตัดท่อน้ำเลี้ยงพรรค
ที่โรงแรมรอยัล ปริ๊นเซส หลานหลวง นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์กรณีนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ระบุคนในรัฐบาลมีความพยายามจะสกัดกั้นไม่ให้กลุ่มทุนสนับสนุนพรรคการเมืองว่า ไม่รู้ ไม่ทราบเรื่อง และไม่เคยได้ยินคนในรัฐบาลพูดในลักษณะนั้นด้วย คงต้องให้นายอภิสิทธิ์เฉลยให้เกิดความชัดเจน เมื่อถามว่าตามหลักการกลุ่มทุนสนับสนุนพรรคการเมืองได้หรือไม่ นายวิษณุตอบว่า คงไม่มีใครออกมาพูดว่ากลุ่มทุนใดสนับสนุนพรรคการเมืองบ้าง จึงตอบไม่ถูก

ปัดข่าวลือ ม.44 โละคำสั่ง คสช.
เมื่อถามถึงกรณีมีกระแสข่าวจะใช้มาตรา 44 ยกเลิกคำสั่ง คสช.ทุกฉบับ นายวิษณุตอบว่า ไม่เคยได้ยิน ส่วนตัวไม่คิดว่าจะมีการทำแบบนั้น แต่เมื่อถึงช่วงจังหวะหนึ่งคำสั่ง คสช.ใดที่สมควรยกเลิกจะยกเลิก โดยทำได้ 2 วิธี ยกเลิกด้วยคำสั่ง คสช.เอง เนื่องจากล้าสมัยซ้ำซ้อนกับกฎหมาย คสช.มอบหมายเรื่องนี้นานแล้ว ดูอยู่ว่ามีฉบับใดบ้าง อีกรูปแบบต้องใช้ พ.ร.บ.ยกเลิก เช่น ใช้มาตรา 44 ยกเลิกคำสั่งคสช.ได้ไม่หมด อาจต้องทอดเวลาให้ใช้กันต่อไปจนกระทั่งมีรัฐบาลและรัฐสภา ถ้าไม่ชอบใจอะไรออก พ.ร.บ.ยกเลิกได้ เมื่อถามว่าหากมีรัฐบาลชุดใหม่เท่ากับว่ามาตรา 44 ต้องหมดความหมายใช่หรือไม่ นายวิษณุกล่าวว่า คำสั่งที่ คสช.ออกตามมาตรา 44 รัฐธรรมนูญระบุว่ายังใช้ได้ต่อไปจนกว่ารัฐสภาจะออก พ.ร.บ.ยกเลิก

ชง ครม.โยน กสทช.แก้ปมปัญหา
นายวิษณุ ยังกล่าวถึงกระบวนการสรรหาคณะ กรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ชุดใหม่ จำเป็นต้องแก้ไข พ.ร.บ. กสทช.หรือไม่ว่า ยังไม่รู้ว่า จะกี่ประเด็น คำสั่ง คสช.ให้ผู้เกี่ยวข้องหาทางแก้ไข ต้องออกคำสั่ง คสช.ให้ยุติการสรรหา ถ้าปล่อยไว้ต้องเร่งสรรหาภายใน 30 วัน ทำไม่ทันตรวจคุณสมบัติได้ไม่ถี่ถ้วน อีกหนึ่งปัญหาที่พบคือคุณสมบัติเขียนไว้อาจไม่ชัดเจน รวมถึงเขียนไว้ว่าทั้งหมดจะมีกี่ด้านให้คัดด้านละ 2 คน เพื่อให้ สนช.เลือกด้านละ 1 คน แปลว่าต้องส่งด้านละ 2 คน จากนี้ต้องดูว่าจะมีวิธีอะไรผ่อนผันลงบ้าง เวลา สนช.ลงคะแนนใครได้คะแนนมากสุดให้ชนะด้านนั้น สมมติว่าหากคนนั้นได้ 1 เสียง นอกนั้นงดออกเสียงถือว่าผ่าน ไม่ควรเป็นแบบนี้ ควรเกินครึ่งถ้าไม่ถึงครึ่งให้ตีกลับ ทั้งหมดเป็นจุดที่ควรต้องแก้ไข กำลังคิดอยู่ว่าอาจเสนอให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติมอบหมายให้กสทช.ไปดำเนินการให้ชัดเจนเลย


“สนธยา” ทำใจถูกมองเลือกข้าง
ที่โรงแรมเรอเนสซองส์ นายสนธยา คุณปลื้ม หัวหน้าพรรคพลังชลและในฐานะที่ปรึกษานายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง กล่าวว่า พรรคพลังชลถูกมองว่าถูกดูดเข้าร่วมรัฐบาลเพื่อการเลือกตั้ง อยากให้มองว่าเข้ามาทำงานเพื่อบ้านเมือง ได้รับการทาบทามให้ช่วยงานระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) แต่คิดอยู่แล้วต้องถูกมองว่าเลือกข้างไม่เหนือความคาดหมาย คำพูดผู้หลักผู้ใหญ่หรือคำพูดของแต่ละพรรคเชื่อว่าแต่ละคนรับผิดชอบคำพูดของตัวเอง ไม่ขอตอบโต้ แต่สิ่งที่สามารถพิสูจน์ได้คือการทำงาน ไม่ได้มีเงื่อนไขการเมืองว่าต้องหนุนเพราะยังไกลเกินกว่าที่จะพูดเรื่องนั้น พลังชลคือพลังชลที่ยึดถือการเมืองตรงไปตรงมา เรารับผิดชอบทุกเรื่องที่ตัดสินใจ ทุกคำพูดที่พูดออกมา

รับก้าวเข้ามาเท่ากับหนุน “บิ๊กตู่”
เมื่อถามว่า มองความได้เปรียบเสียเปรียบทางการเมืองกับการตัดสินใจครั้งนี้อย่างไร นายสนธยากล่าวว่า ตนทำงานกับนายกฯมาหลายคนหลายรัฐบาล การขับเคลื่อนต้องเป็นนโยบาย แกนนำ ของพรรคและแกนนำรัฐบาลต้องร่วมมือกัน โครงการที่ออกมาต้องเป็นคำตอบในการเลือกตั้งเพื่อประโยชน์ประเทศ วันนี้ปฏิเสธไม่ได้ว่าการทำงานของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช. และรัฐมนตรี คือการทำงานการเมืองเพื่อบ้านเมือง เมื่อถามว่าเร็วไปหรือไม่ให้พูดว่าพรรคพลังชลสนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ เป็นนายกฯหลังเลือกตั้ง นายสนธยาตอบว่า การเข้ามาก็เท่ากับว่าสนับสนุนท่านอยู่แล้ว แต่วันข้างหน้าในการเลือกตั้งจะเดินไปข้างหน้าด้วยกัน หรือไม่ต้องมองอนาคตว่าเป็นอย่างไร โดยวันที่ 1 พ.ค.ตนจะเดินทางเข้าทำเนียบรัฐบาล

“ประยุทธ์” บินร่วมเวทีผู้นำอาเซียน
สำหรับภารกิจเยือนสาธารณรัฐสิงคโปร์ เพื่อเข้าร่วมการประชุมสุดยอดอาเซียนครั้งที่ 32 ในวันที่ 27-28 เม.ย. และการประชุมระดับผู้นำแผนงานการพัฒนาเขตเศรษฐกิจ 3 ฝ่าย อินโดนีเซีย มาเลเซีย ไทย (IMT-GT) ครั้งที่ 11 ของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช.เมื่อเวลา 11.30 น. นายกฯ พร้อมนางนราพร จันทร์- โอชา ภริยาและคณะเดินทางออกจากท่าอากาศยานทหาร กองบิน 6 (บน.6) ไปยังท่าอากาศยานชางฮี ประเทศสิงคโปร์ เวลา 14.50 น. (ตามเวลาท้องถิ่น เร็วกว่าไทย 1 ชั่วโมง) โดยก่อนเดินทางผู้สื่อข่าวถามว่า ได้จับตาดูความเคลื่อนไหวการประชุมของผู้นำเกาหลีเหนือและเกาหลีใต้หรือไม่ โดยพล.อ.ประยุทธ์กล่าวสั้นๆว่า “รู้แล้ว ดูข่าวอยู่”

สั่งทีมไทยแลนด์ยึดต้นแบบสิงคโปร์
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อคณะนายกฯไปถึงมีผู้แทนรัฐบาลสิงคโปร์ให้การต้อนรับ จากนั้นจึงเดินทางไปยังโรงแรมอินเตอร์คอนติเนนตัล สิงคโปร์ โรงแรมที่พัก พบปะหารือกับทีมไทยแลนด์ โดยพล.อ.ประยุทธ์ มอบนโยบายให้แต่ละหน่วยงานทำงาน สอดคล้องเชื่อมโยงกัน ศึกษาการพัฒนาของสิงคโปร์ เพื่อนำไปสู่แนวทางการพัฒนาประเทศไทย เช่น ด้านแรงงาน การจัดระบบระเบียบต่างๆ ต่อมาได้เข้าร่วมงานเลี้ยงอาหารค่ำที่นายลี เซียน ลุง นายกฯสิงคโปร์ เป็นเจ้าภาพ และร่วมการประชุมกับผู้นำอาเซียนแบบเต็มคณะในหัวข้อ “การเสริมสร้างประชาคมอาเซียนที่เข้มแข็งและมีนวัตกรรม” ที่ทำเนียบประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐสิงคโปร์

ยก 3 หลักสร้างประชาคมเข้มแข็ง
พล.ท.วีรชน สุคนธปฏิภาค รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นายกฯกล่าวชื่นชมแนวคิดสิงคโปร์ในการเสริมสร้างประชาคมอาเซียนให้เข้มแข็ง ส่งเสริมศักยภาพรับมือการเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็วในภูมิภาคและโลก ให้ประชากรของอาเซียน มีความเป็นอยู่ดีขึ้น โดยไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง บนหลักสำคัญ 3 ประเด็นคือ 1.ลดความเหลื่อมล้ำในสังคม ส่งเสริมความมั่นคงของมนุษย์ รับมือความท้าทายทางสังคมและเศรษฐกิจที่ผู้สูงวัยมีเพิ่มขึ้นกว่า 36 ล้านคน และพร้อมรับมือภัยคุกคามทางไซเบอร์ 2.ส่งเสริมนวัตกรรมยุคปฏิวัติอุตสาหกรรม เร่งผลักดันอาเซียนเป็นประชาคมดิจิทัล และ 3.ให้ความสำคัญยุทธศาสตร์ที่ตอบโจทย์เชื่อมโยงภูมิภาค ด้วยการริเริ่มเส้นทางของจีน แผนแม่บทว่าด้วยความเชื่อมโยงระหว่างกันในอาเซียน ค.ศ.2025 แผนแม่บทยุทธศาสตร์ความร่วมมือทางเศรษฐกิจอิรวดี-เจ้าพระยา-แม่โขง โดยมีโครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก (อีอีซี) บูรณาการห่วงโซ่อุปาทานในภูมิภาค นายกฯพร้อมสนับสนุนการสร้างเครือข่ายเมืองอัจฉริยะอาเซียน ตามข้อริเริ่มของสิงคโปร์ในการใช้เมืองหลักและรองขับเคลื่อนประชาคมอาเซียน

ที่ประชุมยินดีผู้นำ 2 เกาหลีจับมือ
พล.ท.วีรชนกล่าวว่า ภาพการจับมือระหว่าง 2 ผู้นำเกาหลีถือเป็นภาพประวัติศาสตร์ ที่ผู้นำอาเซียนรวมทั้งนายกฯไทยอยากเห็นมานานแล้ว เป็นการหาทางออกร่วมกันอย่างสันติวิธี ที่ผ่านมาอาเซียนสนับสนุนมาโดยตลอด ดังนั้น การพูดคุยอย่างไม่เป็นทางการของผู้นำอาเซียนจะมีการแสดงความยินดี และความปรารถนาที่จะให้บรรยากาศแบบนี้มีไปอย่างต่อเนื่อง จนทำให้ผลลัพธ์ที่ออกมาในทิศทางบวก เป็นประโยชน์ทั้งในภูมิภาคและต่อโลกด้วย ถือว่าพลิกโฉมหน้าประวัติศาสตร์ และลดอุณหภูมิในภูมิภาคลง ส่งผลต่อความมั่นคงด้านเศรษฐกิจอาเซียนโดยตรง หวังว่าหากการประชุมสุดยอดเกาหลีมีทิศทางที่ดี จะส่งผลให้อาเซียนมีปฏิสัมพันธ์ที่ดีกับเกาหลีในภาพรวมได้มากยิ่งขึ้น

“โรม” ขึ้นศาลสู้คดีอยากเลือกตั้ง
เมื่อเวลา 09.30 น. ที่ศาลอาญา ศาลนัดสอบ คำให้การจำเลยคดีที่นายรังสิมันต์ โรม แกนนำกลุ่มฟื้นฟูประชาธิปไตย หรือกลุ่มคนอยากเลือกตั้งเป็นจำเลยฐานปลุกปั่นให้เกิดความวุ่นวายในบ้านเมือง ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 116 กรณีจัดชุมนุม เรียกร้องการเลือกตั้งที่ถนนราชดำเนิน เมื่อวันที่ 10 ก.พ.61 โดยนายรังสิมันต์ให้การปฏิเสธ ศาลนัดตรวจพยานหลักฐานวันที่ 18 มิ.ย. เวลา 13.30 น. นายรังสิมันต์กล่าวว่า อัยการได้สั่งฟ้องตนก่อนเป็นคนแรก เนื่องจากศาลมีคำสั่งให้ฝากขังตนคนเดียว ขณะที่คนอื่นไม่ได้ฝากขัง โดยยื่นประกันตัวด้วยหลักทรัพย์เงินสด 50,000 บาท อัยการยื่นฟ้องเมื่อวันที่ 20 เม.ย. ยืนยันว่าไม่ได้ทำอะไรผิด มีเจตนาบริสุทธิ์ ถ้าการเรียกร้องการเลือกตั้งเป็นความผิด ต่อไปนี้ในอนาคตประเทศไทยจะมีเลือกตั้งหรือไม่ ทั้งนี้กองทัพต้องออกจากการเมือง ทำให้บรรยากาศการเลือกตั้งเกิดขึ้น ข้อเสนอของกลุ่มอยากเห็นบรรยากาศการเมืองที่ฟรีและแฟร์ เปิดให้ประชาชนตัดสินใจด้วยตัวเอง ไม่ใช่มาคอยเซ็นเซอร์หรือกำหนดนโยบายพรรค การเมือง ผิดหวังกับท่าทีของทหาร กินเงินเดือนจากภาษีประชาชน เป็นลูกหลานคนไทยเหมือนกัน การที่สนับสนุน คสช.สุดลิ่มทิ่มประตูน่าเศร้าใจน่าผิดหวัง

โปรดเกล้าฯ หน.คณะศาล ปค.สูงสุด
วันเดียวกัน เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษาเผยแพร่ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง แต่งตั้งตุลาการในศาลปกครองสูงสุด โดยมีพระราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้งตุลาการในศาลปกครองสูงสุด ให้ดำรงตำแหน่งตุลาการหัวหน้าคณะศาลปกครองสูงสุด จำนวน 2 ราย คือ นายสมชัย วัฒนการุณ นาย บรรจงศักดิ์ วงศ์ปราชญ์ ตุลาการศาลปกครองสูงสุด เป็นตุลาการหัวหน้าคณะศาลปกครองสูงสุด ตั้งแต่วันที่ 8 ก.พ.2561 เป็นต้นไป ประกาศ ณ วันที่ 19 เม.ย.2561 ผู้รับสนองพระราชโองการ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี

“ธนาธร” บุกเจาะฐานเสียงเชียงใหม่
เมื่อเวลา 13.30 น.ที่โรงแรมศิรินาถการ์เด้น นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ พร้อมนายชำนาญ จันทร์เรือง นักวิชาการอิสระ ผู้ร่วมก่อตั้งพรรคอนาคตใหม่ ได้จัดกิจกรรมพบปะกับนักธุรกิจและสื่อมวลชนในพื้นที่ จ.เชียงใหม่ รับฟังความเห็นและข้อเสนอแนะ เพื่อนำไปกำหนดเป็นนโยบายของพรรค โดยนายชำนาญ กล่าวว่า พรรคยื่นขอประชุมจัดตั้งพรรคในวันที่ 27 พ.ค. คาดว่าไม่น่ามีปัญหา จากนั้นจะเลือกกรรมการบริหารพรรค แล้วเริ่มสรรหาสมาชิกและระดมทุนประมาณปลายเดือน ก.ค. เราจะส่งผู้สมัครลงทุกเขตเลือกตั้ง

ชูกระจายอำนาจ จว.เก็บภาษีเอง
จากนั้นนายธนาธร กล่าวแนะนำตัวว่า ก่อนมาทำงานการเมืองเคยเป็นประธานสภาอุตสาหกรรม จ.นครนายกมา 4 ปี เป็นกรรมการสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย 6-8 ปีและเป็นเลขาธิการสมาคมยานยนต์ไทยที่อายุน้อยที่สุด รวมถึงกรรมการพัฒนาคลัสเตอร์ สวทช.ด้วย จึงมีประสบการณ์ด้านธุรกิจมาบ้าง และเห็นด้วยกับปัญหาสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะหมอกควัน ไฟป่า สิ่งที่ต้องทำอันแรกคือการกระจายอำนาจ ให้อำนาจการจัดการอยู่ที่ท้องถิ่น ปัญหาที่ผ่านมาทำอะไรไม่ได้ ต้องเกี่ยวข้องกับหลายกรมหลายกระทรวง คนที่จะสั่งการแก้ไขปัญหาได้มีเพียงนายกฯ เท่านั้น องค์กรดูแลทรัพยากรต่างๆ ต้องตัดออกจากส่วนกลาง ไอเดียของพรรคจะให้จังหวัดเก็บภาษีตรงและให้อำนาจบริหารจัดการ เอาเงินภาษีไปใช้ข้ามขั้นตอนขออนุมัติส่วนกลาง เชื่อว่าต่างจังหวัดเหลื่อมล้ำที่รายได้ ไม่ใช่เรื่องโง่หรือไม่มีความคิด สร้างสรรค์ ตนปฏิเสธความเชื่อที่ว่า โง่ จน เจ็บ แต่เชื่อว่าประชาชนถูกปิดกั้นสิทธิและเสรีภาพ ทุกคนเข้าไม่ถึงอำนาจการพัฒนา ถ้าไม่แก้ประเทศไทยจะขับเคลื่อนได้ช้าลง และถ้ายิ่งปล่อยต่อไปประเทศจะถดถอยในการพัฒนาหากเทียบกับประเทศเพื่อนบ้าน
ที่มาไทยรัฐ