
“ไก่อู” โต้ คสช.ดูดได้แต่พวกสีเทาๆ เข้าพรรคหนุน “บิ๊กตู่” แจงเน้นคัดคนมีใจช่วยขับเคลื่อนประเทศ
เผยนายกฯห่วงม็อบอยากเลือกตั้ง เตือนเข้มทำผิดกฎหมาย จะโดนคดี ยัน ครม.สัญจรเยือนถิ่น “เนวิน” ไร้นัยพิเศษ “อนุทิน” บอกเว้นเรื่องการเมือง แค่เปิดบ้านต้อนรับก่อนส่งมอบไปพบชาวบ้าน 3 หมื่นคน ปชป.ไม่กระเทือนซางเย้ยดูดได้ดูดไป “องอาจ” รอลุ้นผลตีความคำสั่ง คสช. มัดคอพรรคการเมือง “ทักษิณ-ยิ่งลักษณ์” หม่ำข้าวกับอดีต ส.ส.พร้อมมวลชนคึกคัก ก่อนบินกลับดูไบ ลั่นจากนี้เป็นเวลาของประชาชน หมดเวลาของผู้มีอำนาจแล้ว “วรชัย” บอกเด็ก พท.แห่พบนายใหญ่ด้วยรักและผูกพัน ไม่เกี่ยวครอบงำ ท้า “สมคิด” เลิกเป็นอีแอบเปิดหน้านั่ง หน.พรรคทหาร กกต.เตือนซ้ำ พท.ดู ก.ม.ให้รอบคอบ เสี่ยงล่อแหลมอดลงสมัคร ส.ส.
กรณีพรรคการเมืองต่างวิพากษ์วิจารณ์คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เดินหน้าใช้พลังดูดอดีตนักการเมืองกลุ่มต่างๆเข้าไปร่วมงาน และเข้าร่วมกับพรรคที่จะตั้งขึ้นเพื่อสนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. เป็นนายกฯหลังการเลือกตั้ง โดยนำเรื่องคดีความและผลประโยชน์เข้าล่อ ขณะที่รัฐบาลยังคงพยายามชี้แจงว่าเป็นเพียงการดึงคนที่มีใจอยากมาช่วยงานขับเคลื่อนประเทศ
“ไก่อู” โต้ คสช.ดูดแต่คนสีเทาเข้าคอก
เมื่อวันที่ 6 พ.ค. พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีที่มีการวิจารณ์ว่าพลังดูดของรัฐบาล คสช. จะได้แค่คนสีเทาๆ ที่มองแค่ผลประโยชน์ไม่ใช่อุดมการณ์ว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ชี้แจงไปแล้วว่าในอดีตเคยเกิดขึ้นมาแล้วถือเป็นเรื่องปกติ แต่สิ่งที่รัฐบาลนี้ตระหนักคือการมองหาคนที่มีความรู้ความสามารถและมีใจที่จะเข้ามาช่วยรัฐบาลขับเคลื่อนประเทศให้เดินหน้าไปด้วยกัน นายกฯเน้นย้ำเสมอถึงการเข้ามาร่วมงานกับรัฐบาล ไม่ได้มีผลตอบแทนหรือสิทธิประโยชน์ใดทั้งสิ้น อีกทั้งนายกฯไม่ได้เป็นคนเสนอตัวบุคคลเอง แต่รัฐมนตรีเป็นคนเสนอขึ้นมาให้พิจารณา เพราะอาจมองว่าบุคคลนั้นมีความรู้ความสามารถช่วยให้ประเทศขับเคลื่อนไปข้างหน้าได้มากกว่า
ครม.สัญจรถิ่น “เนวิน” ไม่มีนัยพิเศษ
พล.ท.สรรเสริญกล่าวอีกว่า พล.อ.ประยุทธ์ ยังได้ย้ำถึงการลงพื้นที่และประชุม ครม.นอกสถานที่อย่างเป็นทางการ (ครม.สัญจร) จ.สุรินทร์ และบุรีรัมย์ วันที่ 7-8 พ.ค. ไม่มีอะไรพิเศษเป็นภารกิจของ ครม.ที่ปฏิบัติเหมือนกับทุกครั้งที่ผ่านมา สำคัญคือการได้พบปะประชาชนเพื่อรับฟังปัญหาความทุกข์ร้อน ให้ ครม.กระจายกันลงพื้นที่ แล้วกลับมาคุยกันว่าจะมีแนวทางพัฒนาอย่างไร พร้อมทั้งพิจารณาข้อเสนอของภาคเอกชนและประชาสังคมด้วยว่าต้องการอะไร วันที่ 7 พ.ค. นายกฯจะไปตรวจจุดผ่านแดนถาวรช่องจอม หมู่บ้านทอผ้าไหมยกทองโบราณบ้านท่าสว่าง ตรวจสภาพอ่างเก็บน้ำห้วยตลาด-ห้วยจระเข้–มาก จ.สุรินทร์ ติดตามความพร้อมจัดการแข่งขันจักรยานยนต์ชิงแชมป์โลก ชมถนนคนเดินเซาะกราว และวันที่ 8 พ.ค. หลังการประชุม ครม.นายกฯจะไปเยี่ยมชมแหล่งท่องเที่ยววิถีไทย บ้านสนวนนอก ตรวจท่าอากาศยานบุรีรัมย์ ก่อนเดินทางกลับกรุงเทพฯ
เผยนายกฯห่วงม็อบทำผิด ก.ม.
พล.ท.สรรเสริญกล่าวต่อว่า ส่วนกรณีกลุ่มคนอยากเลือกตั้งประกาศเตรียมชุมนุมเดินขบวนไปพบนายกฯที่ทำเนียบรัฐบาลในวันที่ 22 พ.ค. หากไม่ทำตามข้อเรียกร้องให้จัดเลือกตั้งในเดือน พ.ย.61 ให้ คสช.ลาออกและให้กองทัพยุติสนับสนุน คสช.ว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช.เป็นห่วงว่าถ้าวันที่ 22 พ.ค. กลุ่มที่จะมาชุมนุมที่ทำเนียบรัฐบาล หากมาแล้วทำผิดกฎหมายรัฐบาลต้องดำเนินคดีจะเดือดร้อนกันอีก แต่ส่วนตัวแล้วตนรู้สึกเฉยๆเพราะเป็นการแสดงความคิดเห็นของคนกลุ่มหนึ่งที่รู้ทั้งรู้เป็นกิจกรรมนัยทางการเมือง ทุกวันนี้ที่รัฐบาลทำอยู่ก็พยายามสร้างความชัดเจนเดินหน้าให้เกิดการเลือกตั้งตามโรดแม็ป แต่เนื่องจากมีกรอบระยะเวลาของกฎหมายที่เขียนไว้ โดยการเลือกตั้งจะมีขึ้นไม่เกินเดือน ก.พ. ปี 62 แน่นอน รัฐบาลขอยืนยันว่าไม่ได้ต้องการยืดเวลาการเลือกตั้งออกไปก็อยากให้แสดงความคิดเห็นอยู่ภายใต้กรอบกฎหมาย อย่าทำผิดกฎหมาย
หยันแค่ลมพัดไม่ประเทืองประเทศ
“ผมว่าอะไรที่เป็นเรื่องยิบย่อย อย่าไปทำให้เป็นเรื่องใหญ่ บางเรื่องเป็นแค่ลมพัดใบไม้ไหวอย่าตระหนกไปเลย ไม่ประเทืองประเทศ ถ้าวันนี้เรามีการเลือกตั้ง แต่ทุกคนยังไม่เคารพกฎหมายก็ป่วยการเปล่าๆที่จะบอกใครว่าเรามีประชาธิปไตย โดยที่ทุกคนไม่เคารพในกฎหมาย” พล.ท.สรรเสริญกล่าว เมื่อถามถึงความเคลื่อนไหวของอดีต ส.ส.พรรคเพื่อไทย ที่เดินทางไปพบนายทักษิณ ชินวัตร และ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯที่ประเทศสิงคโปร์ พล.ท.สรรเสริญ ตอบว่า ไม่ได้ติดตามและไม่ทราบความเคลื่อนไหวเรื่องดังกล่าว
สมช.เตรียมพร้อมถกรับมือ
พล.อ.วัลลภ รักเสนาะ เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) กล่าวว่า กรณีที่กลุ่มคนอยากเลือกตั้งขู่วันที่ 22 พ.ค. จะเดินขบวนไปทำเนียบรัฐบาล พบนายกฯ หากไม่ทำตามข้อเรียกร้องนั้น หากจะชุมนุมต้องขออนุญาตก่อนตาม พ.ร.บ.การชุมนุมสาธารณะ รวมถึงกฎหมายได้กำหนดพื้นที่รัศมีห้ามจัดการชุมนุมไว้ชัดเจน อาทิ ห้ามชุมนุมสถานที่ทำการหน่วยงานของรัฐ ท่าอากาศยาน และสถานที่อื่นตามที่รัฐมนตรีประกาศกำหนด เป็นต้น โดยฝ่ายความมั่นคงเอง ต้องประชุมประเมินสถานการณ์ เพื่อเตรียมความพร้อมรับมือ การเคลื่อนไหวทางการเมืองเวลานี้พบมีไม่กี่กลุ่มที่เคลื่อนไหว เมื่อถามว่า ดูเหมือนนายกฯเป็นห่วงการชุมนุมของกลุ่มต่างๆในช่วงนี้ พล.อ.วัลลภตอบว่า รัฐบาลตั้งใจให้มีการเลือกตั้งอยู่แล้ว จึงไม่อยากให้มีสถานการณ์รุนแรงมากระทบโรดแม็ปเลือกตั้ง เมื่อถามว่าการลงพื้นที่ต่างจังหวัดของนายกฯต้องเพิ่มมาตรการอะไรเป็นพิเศษหรือไม่ พล.อ.วัลลภกล่าวว่า คงต้องประเมินไปเรื่อยๆ เพราะการเลือกตั้งยังอีกระยะหนึ่ง
“อนุทิน” เว้นการเมืองรับ ครม. “บิ๊กตู่”
วันเดียวกัน นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย กล่าวถึงกรณีที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช.ไปประชุมคณะรัฐมนตรีสัญจรที่ จ.บุรีรัมย์ ว่า ตนกับนายเนวิน ชิดชอบ แกนนำพรรค จะให้การต้อนรับ พล.อ.ประยุทธ์ที่สนามช้างอารีน่า ในฐานะเจ้าของสถานที่เมื่อนายกฯและ ครม.มาเยือนต้องอำนวยความสะดวกในจุดที่เราทำได้ หน้าที่ของตนกับนายเนวินจึงไม่มีอะไรเป็นเพียงคนต้อนรับ จากนั้นส่งมอบเพื่อให้นายกฯได้พบปะปราศรัยกับประชาชน ที่คาดว่าจะมาเต็มสนาม หรือประมาณ 3 หมื่นคน ยืนยันว่าไม่มีกำหนดที่จะพบปะกับ พล.อ.ประยุทธ์ เป็นการภายในและการมาประชุม ครม.ที่ จ.บุรีรัมย์ เป็นกำหนดการที่มีนานแล้ว ไม่ใช่ว่าจะมาดูดหรือไม่ดูด เรื่องการเมืองต้องเว้นไว้บ้าง เพราะการเลือกตั้งยังไม่รู้ว่าจะเกิดขึ้นเมื่อไหร่ เอาไว้คุยหลังเลือกตั้งก็ได้ ส่วนความเดือดร้อนของประชาชนที่จะเสนอนายกฯ คงมีข้อเสนอขึ้นมาผ่านผู้ว่าฯและนายอำเภอตามลำดับแล้ว
ปชป.ไม่กระเทือนซางดูดได้ดูดไป
ด้านนายองอาจ คล้ามไพบูลย์ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีการย้ายพรรคของอดีต ส.ส.ว่า ตามปกติทุกครั้งที่มีการเลือกตั้งทั่วไป การย้ายพรรคน่าจะแบ่งออกได้เป็น 2 แบบ คือ 1.ย้ายสังกัดพรรคอื่น เพราะอุดมการณ์สอดคล้องกัน หรือย้ายออกไปจัดตั้งพรรคขึ้นมาใหม่ตามอุดมการณ์ของตัวเอง 2.ย้ายเพราะพลังดูด ได้รับผลประโยชน์ต่างตอบแทนรูปแบบต่างๆ ทั้งทางตรงและทางอ้อม อาจเป็นตำแหน่งหน้าที่ทางการเมืองหรือการช่วยเหลือทางธุรกิจ การช่วยเหลือเรื่องคดีความต่างๆ รวมถึง การอุดหนุนปัจจัยให้โดยตรง พรรคประชาธิปัตย์ขณะนี้มีอดีต ส.ส.แจ้งความจำนงลาออกจากพรรคเพียง 3 ราย แต่อดีต ส.ส.ส่วนมากเกือบร้อยเปอร์เซ็นต์ยังสมัครใจทำงานรับใช้ประชาชนร่วมกับพรรคประชาธิปัตย์ต่อไป การลาออกของอดีต ส.ส.จะไม่ส่งผลกระทบต่อการขับเคลื่อนการทำงานของพรรคประชาธิปัตย์ยุคใหม่
ลุ้นผลตีความคำสั่ง คสช.53/2560
นายองอาจกล่าวว่า ส่วนเรื่องการยืนยันสมาชิก พรรคกำลังตรวจสอบข้อมูลเอกสารของสมาชิกที่มายืนยันการเป็นสมาชิกประมาณ 100,000 คน อย่างรอบคอบ เพื่อนำส่ง กกต.ภายในวันที่ 31 พ.ค.61 ตามที่กฎหมายบัญญัติ อย่างไรก็ตาม พรรคประชาธิปัตย์กำลังรอคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญเกี่ยวกับเนื้อหาสาระของคำสั่ง คสช. ที่ 53/2560 ว่าเป็นการลิดรอนสิทธิ์ของสมาชิกพรรค และเพิ่มภาระให้กับสมาชิก กระชั้นชิดจนเป็นการสร้างภาระให้แก่พรรคการเมืองเกินสมควรหรือไม่ ถ้าศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยเป็นไปตามที่พรรคประชาธิปัตย์ยื่นคำร้อง อาจทำให้สมาชิกพรรคมีสถานะคงเดิม ไม่ต้องหมดจากสมาชิกภาพเพราะไม่ได้มายืนยันสมาชิก ถึงแม้ยอดจำนวนยืนยันสมาชิกพรรคจะลดลงด้วยเหตุผลต่างๆ แต่ผู้ที่ไม่ได้มายืนยันสมาชิกต่างยืนยันว่าจะสนับสนุนพรรคอย่างมั่นคงตลอดไป
“นิพิฏฐ์” ชี้ม็อบอยาก ลต.น่าห่วงกว่า
นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีอดีต ส.ส.พรรคเพื่อไทยยกก๊วนบินไปพบนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯที่ประเทศสิงคโปร์ว่า การที่เขาจะไปพบใครที่เขารัก เป็นสิทธิของเขา คนเขาจะรักกันจะไปห้ามไม่ได้ ตนสนับสนุนให้รักกัน แต่อย่าทำให้บ้านเมืองวุ่นวายเป็นอันใช้ได้ ส่วนที่มองว่าการไปพบกันครั้งนี้อาจจะผิดกฎหมายพรรคการเมืองได้นั้น ยังมองไม่เห็นว่าจะผิดกฎหมายพรรคการเมืองอย่างไร เพราะต้องมีข้อเท็จจริงที่มากกว่านี้ มีการกระทำหรืออยู่ใต้อาณัติของบุคคลใดหรือไม่ จะเรียกว่าป่วนรัฐบาลหรือไม่ ตนไม่เห็นมีอะไรจะป่วน รัฐบาลอย่าไปกังวลจนเกินเหตุ คนเขาจะรักกัน และไม่น่าจะเกี่ยวกับกลุ่มคนอยากเลือกตั้งที่เคลื่อนไหวในเวลาเดียวกัน ที่กังวลคือการเคลื่อนไหวของกลุ่มคนอยากเลือกตั้งมากกว่ากลุ่มที่ไปพบนายทักษิณ การชุมนุมที่มีประชาชนเข้ามาสนับสนุนในระดับหนึ่ง อาจจะมีสถานการณ์ที่ไม่พึงประสงค์ขึ้นได้ ไม่อยากให้เกิดขึ้น ดังนั้น รัฐบาลต้องพยายามอย่าให้เกิดความรุนแรง
“พิเชษฐ” นำทัพประชาธรรมไทย
วันเดียวกัน ที่โรงแรมมิราเคิล แกรนด์ คอนเวนชั่น พรรคประชาธรรมไทย มีการประชุมใหญ่สามัญครั้งที่ 1 ประจำปี 2561 เพื่อพิจารณาข้อบังคับพรรคให้สอดคล้องกับ พ.ร.บ.พรรคการเมืองและรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ประกอบด้วย ชื่อพรรค ชื่อย่อ โลโก้ คำประกาศอุดมการณ์พรรค ข้อบังคับพรรค นโยบายพรรค และการเลือกหัวหน้าพรรค กรรมการบริหารพรรค มีสมาชิกจากทุกภาคเข้ารวมอย่างพร้อมเพรียง โดยในที่ประชุมได้ประกาศจุดยืนการพัฒนาสังคมเป็นที่ตั้ง เพราะถ้าสังคมเดินต่อไม่ได้เศรษฐกิจก็เกิดขึ้นไม่ได้ มีแนวทางนโยบายแก้ปัญหาจังหวัดชายแดนใต้ นโยบายแก้ปัญหาน้ำท่วมกรุงเทพฯ แนวทางการแก้ปัญหาภัยแล้งภาคอีสาน จากนั้นในที่ประชุมเลือกนายพิเชษฐ สถิรชวาล อดีต รมช.คมนาคม สมัยรัฐบาลนายทักษิณ ชินวัตร เป็นหัวหน้าพรรคประชาธรรมไทย
ไม่ปฏิเสธเป็นเพื่อไทยสาขา 2
นายพิเชษฐ สถิรชวาล หัวหน้าพรรคประชาธรรมไทย ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่อาจถูกมองเป็นสาขาที่ 2 ของพรรคเพื่อไทยว่า พูดแบบนั้นก็ไม่ปฏิเสธ เพราะว่าไปหาเสียงที่ไหน ในฐานะที่เคยอยู่กับนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯมาก่อน ชาวบ้านในพื้นที่บอกว่า พรรคสาขาเพื่อไทยสองมาแล้ว แต่เรื่องนี้ไม่เคยคุยกันกับนายทักษิณ พรรคเพื่อไทยมีจุดแข็งอะไร เราสามารถนำมาใช้ได้ โดยในการเลือกตั้งเราจะส่งผู้สมัคร 350 เขต และพร้อมเป็นนายกฯ ถ้าประชาชนเลือก และถ้าเกิดอุบัติเหตุกับพรรคเพื่อไทยเกิดขึ้น พรรคนี้อาจจะสามารถรองรับได้ ที่สำคัญเรามองเรื่องสันติภาพเป็นเรื่องใหญ่ ขอให้ทุกคนร่วมกันอธิษฐานจิต ให้โลกเกิดความสันติ เหมือนอย่างที่เกิดขึ้นกับเกาหลีเหนือและเกาหลีใต้ อยากให้เกิดขึ้นในประเทศไทยด้วย นอกจากนั้นยังเน้นการแก้ปัญหาสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ เชื่อมั่นว่าสามารถแก้ได้ เพราะมีประสบการณ์เละมีแนวทางอยู่แล้ว
“ทักษิณ-ปู” พบมวลชนก่อนกลับดูไบ
สำหรับความเคลื่อนไหวของนายทักษิณ ชินวัตร และ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่มาปักหลักอยู่ที่ประเทศสิงคโปร์ โดยมีบรรดาแกนนำและอดีต ส.ส.ชุดใหญ่ ทยอยเดินทางไปพบ 2 อดีต นายกฯกันอย่างคึกคัก ล่าสุดหลังจากมีแกนนำพร้อมอดีต ส.ส.ชุดใหญ่ได้เข้าพบและรับประทานอาหารร่วมกันเมื่อคืนวันที่ 5 พ.ค. อดีต ส.ส.บางกลุ่มเริ่มทยอยกลับประเทศไทยแล้ว แต่ยังคงมีบางกลุ่มยังอยู่ที่ประเทศสิงคโปร์ เช่น แกนนำ นปช.และมวลชนที่ติดตามไปพบด้วย อย่างไรก็ตาม ยังมีมวลชนบางกลุ่ม ข้าราชการทั้งอดีตและปัจจุบันเดินทางไปพบอดีตนายกฯทั้งสองคนในวันที่ 6 พ.ค. หลังจากนั้นคู่พี่น้องสองอดีตนายกฯจะใช้เวลาพักผ่อนเป็นการส่วนตัวภายในครอบครัวกับญาติพี่น้องลูกหลาน เพราะนายทักษิณกับ น.ส.ยิ่งลักษณ์ จะเดินทางกลับดูไบในวันที่ 8 พ.ค.แล้ว
ลั่นถึงเวลา ปชช.หมดเวลาผู้มีอำนาจ
ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า บรรยากาศในงานเลี้ยงเมื่อคืนวันที่ 5 พ.ค. เป็นไปอย่างครึกครื้น ต่างฝ่ายต่างได้สอบถามสารทุกข์สุกดิบกันด้วยความคิดถึง บางช่วงได้มีการพูดถึงสถานการณ์การเมืองโดยทั่วไป ซึ่งนายทักษิณได้วิเคราะห์ว่าเวลาเป็นของประเทศชาติ ไม่ใช่ของคนที่มีอำนาจอยู่ในขณะนี้ หมดเวลาของคนพวกนี้แล้ว เพราะสาเหตุที่ใช้การกดดันประชาชน ยิ่งกดเท่าไหร่ทำให้ยิ่งเสื่อมมากขึ้นเท่านั้น ไปไม่ไหว นับจากนี้ไปจะเป็นเวลาของประชาชนเสียที และแม้ว่าเคยบอกว่าพรรคเพื่อไทยจะชนะการเลือกตั้งครั้งหน้าอย่างถล่มทลาย แต่ครั้งนี้ยิ่งมั่นใจมากขึ้นกว่าครั้งที่แล้ว สำหรับ น.ส.ยิ่งลักษณ์นั้น ได้ร่วมงานเลี้ยงพูดคุยอย่างมีความสุข ไม่มีท่าทีแสดงออกถึงความทุกข์ใจหรืออ่อนแอท้อแท้ใจ และยังได้กล่าวให้กำลังใจอดีต ส.ส.ทุกคนด้วย
ขอบคุณทุกกำลังใจผ่านไอจีลูกสาว
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 6 พ.ค. น.ส.พินทองทา คุณากรวงศ์ หรือเอม และ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร หรืออุ๊งอิ๊ง บุตรสาวนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ โพสต์อินสตาแกรมจำนวน 3 โพสต์ เป็นภาพนายทักษิณถ่ายรูปกับน้องเอมิ นานิ หลานสาวฝาแฝด ภาพนายทักษิณคู่กับ น.ส.แพทองธาร และภาพนายทักษิณถ่ายร่วมกับ น.ส.พินทองทาและนายณัฐพงศ์ คุณากรวงศ์ ทั้งนี้ น.ส.พินทองทาระบุข้อความว่า “เมื่อตาเจอหลาน เต็มกำลังใจ รักที่สุด คุณพ่อฝากขอบคุณทุกกำลังใจที่ส่งมาใต้รูป รักและห่วงใยเหมือนเดิมเสมอ” ทั้งนี้ ทุกภาพนายทักษิณยิ้มกว้างอย่างมีความสุข
“วัน” โชว์รูปร่วมเฟรมอดีต 2 นายกฯ
ขณะที่นายวัน อยู่บำรุง อดีตผู้สมัคร ส.ส.กทม. พรรคเพื่อไทย บุตรชาย ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง แกนนำพรรคเพื่อไทย โพสต์ภาพลงเฟซบุ๊ก 2 ภาพ ซึ่งเป็นภาพที่นายวัน และ ร.ต.อ.เฉลิม ถ่ายภาพร่วมกับนายทักษิณ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ระหว่างงานเลี้ยงที่ประเทศสิงคโปร์ พร้อมระบุข้อความ “ผมชอบภาพนี้ ผมสะดวกแบบนี้”
“วรชัย” อัดสร้างบาปละเมิดสิทธิ
นายวรชัย เหมะ อดีต ส.ส.สมุทรปราการ พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า กรณีอดีต ส.ส.พรรคเพื่อไทยแห่ไปพบนายทักษิณ ชินวัตรและ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯนั้น ไปด้วยความรักและผูกพัน ไม่ใช่พบแล้วจะครอบงำกันได้ แต่ไปพบปะเยี่ยมเยียน อยากบอก พล.อ.ประยุทธ์ว่า การห้ามคนรักกันไปพบเจอกันนั้นเป็นบาปและเป็นการละเมิดสิทธิ พล.อ.ประยุทธ์พยายามเชื่อมโยงกับพรรคเพื่อไทย ซึ่งเป็นคนละเรื่อง หาก พล.อ.ประยุทธ์รักใครชอบใคร มีคนบอกว่าห้ามไปพบกัน ทำได้หรือไม่ ดังนั้น อย่าจำกัดสิทธิเสรีภาพ ใช้อำนาจเกินขอบเขต
ท้า “สมคิด” เลิกเป็นอีแอบนั่ง หน.พรรค
นายวรชัยกล่าวอีกว่า กรณีนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกฯระบุว่านักการเมืองน้ำเน่านั้น การดูดยิ่งน้ำเน่ากว่า ที่นายสมคิดแก้ปัญหาเศรษฐกิจได้ในยุครัฐบาลนายทักษิณ ชินวัตร เพราะนโยบายและคนเชื่อมั่นในรัฐบาลประชาธิปไตยแต่ตอนนี้ต่างกัน นโยบายรัฐบาลนี้ทุ่มเงินลงไปอย่าหวังจะแก้ปัญหาได้ ถ้าขาดความเชื่อมั่น คนไม่มีจะกินช่องว่างระหว่างคนจนคนรวยกว้างขึ้นเรื่อยๆ ขณะนี้มีกระแสข่าวว่านายสมคิดอาจเป็นนายกฯ หรืออาจจะทำงานให้ พล.อ.ประยุทธ์ได้เป็นนายกฯต่อ เป็นประโยชน์กับตัวนายสมคิดด้วย ถ้านายสมคิดมั่นใจว่าแก้ปัญหาเศรษฐกิจได้ผลคนพอใจ เปิดเผยตัวออกมาเป็นหัวหน้าพรรคการเมืองเอง ทำไมต้องเป็นอีแอบไม่มีศักดิ์ศรีคอยอยู่เบื้องหลังพรรคการเมือง ถ้าสนใจออกมาเลยไม่ต้องแอบไปดูดคนนั้นคนนี้ แต่ไม่รู้ว่าสมัคร ส.ส.จะสอบได้หรือไม่
แฉฝึกทหาร-ตร.ขู่คนอยากเลือกตั้ง
นายวรชัยกล่าวถึงการชุมนุมของกลุ่มคนอยากเลือกตั้งว่า ขอให้ พล.อ.ประยุทธ์ใจเย็นๆ วันที่ 22 พ.ค. ขอให้เจรจาอย่าใช้กำลังหรือข่มขู่คุกคาม เมื่อช่วง 2-3 วันที่ผ่านมา มีการฝึกกองกำลังทหารตำรวจปราบจลาจล พื้นที่ใกล้กับสนามบินสุวรรณภูมิ เป็นการซ้อมเพื่อข่มขู่คุกคามกลุ่มคนอยากเลือกตั้งหรือไม่ คิดว่าต่อจากนี้คนจะเริ่มออกมาชุมนุมมากขึ้นเรื่อยๆ เพราะ พล.อ.ประยุทธ์พูดจาโลเลไม่แน่นอน หาว่าคนอื่นเป็นเด็กเลี้ยงแกะ แต่ พล.อ.ประยุทธ์เลี้ยงอะไร ประชาชนไม่เชื่อแล้วว่าจะเลือกตั้ง ก.พ.2562 เพราะกฎหมายที่ร่างเองยังต้องส่งให้ศาลตีความ เหมือนทีมฟุตบอลที่คอยเขี่ยลูกให้ พล.อ.ประยุทธ์ให้เลื่อนเลือกตั้งอยู่ตลอดเวลา นอกจากนี้ คนจนลงเรื่อยๆ อยู่กันไม่ไหวอยากเลือกตั้งกันแล้ว
กกต.เตือน พท.ดูให้ดีจะอดลง ส.ส.
พ.ต.อ.จรุงวิทย์ ภุมมา รักษาการเลขาธิการ กกต. ในฐานะนายทะเบียนพรรคการเมืองกล่าวถึงกรณี ส.ส.พรรคเพื่อไทยเดินทางไปพบนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯว่า ในฐานะนายทะเบียนพรรค การเมือง ไม่อยากให้นักการเมืองทำสิ่งที่ล่อแหลม อาจเข้าข่ายกระทำผิด พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง เข้าลักษณะการครอบงำชี้นำโดยบุคคลซึ่งไม่ใช่สมาชิกพรรค หรือกรรมการบริหารพรรคหรือไม่ เพราะตามกฎหมายพรรคการเมือง ไม่ให้มีการดำเนินการในลักษณะดังกล่าว จึงอยากจะแนะนำให้ดูข้อกฎหมายให้ละเอียดรอบคอบ ถ้าเกิดความสุ่มเสี่ยงเป็นความผิดอาจจะไม่ได้ลงสมัครรับเลือกตั้ง จึงอยากจะเตือนว่าการกระทำต่างๆ ควรอยู่ในขอบเขตที่กฎหมายกำหนด
ได้ฤกษ์เคาะตำแหน่งเลขาฯ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในการประชุม กกต. วันที่ 7 พ.ค. ที่ประชุม กกต.มีวาระพิจารณาคัดเลือกเลขาธิการ กกต.โดยให้ผู้สมัครทั้ง 5 คน ที่คณะอนุกรรมการพิจารณาตรวจสอบคุณสมบัติเสนอว่ามีคุณสมบัติครบถ้วนเข้าแสดงวิสัยทัศน์ต่อ กกต. และมีความเป็นไปได้ว่าหลังรับฟังการแสดงวิสัยทัศน์แล้วช่วงบ่าย กกต.จะประชุมลับเพื่อลงมติคัดเลือก ทั้งนี้ หลังมีผู้สมัครทั้งสิ้น 6 คน แต่นายสมชัย ศรี-สุทธิยากร อดีต กกต. ได้ถอนตัว จึงเหลือผู้สมัคร 5 คน ประกอบด้วย พ.ต.อ.จรุงวิทย์ ภุมมา รองเลขาธิการ กกต.และรักษาการเลขาธิการ กกต. นายแสวง บุญมี รองเลขาธิการ กกต. นายดิเรกฤทธิ์ เจนครองธรรม อดีตเลขาธิการสำนักงานศาลปกครอง นายธวัชชัย ไทยเขียว รองปลัดกระทรวงยุติธรรม นายฉัตร์ชัย ยอดอุดม รองเลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.)
“จรุงวิทย์–แสวง” คู่เบียดชิงดำ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับคู่ชิงที่น่าสนใจคือ พ.ต.อ.จรุงวิทย์ และนายแสวงที่เป็นลูกหม้อของ กกต. ทั้งคู่ต่างมีเสียงสนับสนุนทั้งจาก กกต. พนักงานภายในและกลุ่มบุคคลภายนอก แต่ พ.ต.อ.จรุงวิทย์ มีความอาวุโส และมีประสบการณ์มากกว่า ซึ่งการที่ กกต.หยิบเรื่องนี้ขึ้นพิจารณาอาจเป็นเพราะในวันที่ 24 พ.ค. พ.ต.อ.จรุงวิทย์ จะมีอายุครบ 60 ปีที่ระเบียบ กกต.ว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการได้มาซึ่งเลขาธิการ กกต. 2560 ข้อ 4 (4) กำหนดว่า การลงนามว่าจ้างผู้เป็นเลขา กกต.ต้องมีอายุไม่เกิน 60 ปี ในวันที่ได้รับแต่งตั้งหรือที่เรียกกันว่าวันที่ทำสัญญาจ้าง กกต. จึงไม่อยากให้ประเด็นเรื่องอายุมาเป็นปัญหาถูกครหาว่าดึงเวลาคัดเลือก จนทำให้ พ.ต.อ.จรุงวิทย์ เสียสิทธิ์ แต่ความเห็นของ กกต. 4 คน มีความเห็นต่างกัน โดย กกต. 2 คน สนับสนุน พ.ต.อ.จรุงวิทย์ และอีก 1 คน สนับสนุนนายแสวง ขณะที่อีก 1 คน ไม่แสดงท่าทีชัดเจน อาจเป็นไปได้ว่าหลังการแสดงวิสัยทัศน์ในวันจันทร์แล้ว กกต.อาจจะยังไม่ลงมติ หรืออาจมี กกต.บางคนใช้วิธียืดด้วยการแจ้งติดภารกิจภายนอกหรือลาป่วย ทำให้ กกต.อยู่ไม่ครบ แม้จะไม่ขัดในเรื่ององค์ประชุม แต่การเลือกตำแหน่งนี้สำคัญจึงควรอยู่ครบทุกคน
“ยะใส” ยุใช้ ม.44 ลงดาบปฏิรูป
นายสุริยะใส กตะศิลา รองคณบดี วิทยาลัยนวัตกรรมสังคม มหาวิทยาลัยรังสิต กล่าวถึงกรณีที่รัฐบาลประกาศปฏิรูปประเทศเร่งด่วน 5 เรื่องและทำให้เป็นรูปธรรมภายใน 8 เดือนก่อนจะถึงการเลือกตั้งว่า เห็นด้วยเพราะการกำหนดประเด็นและกรอบเวลาชัดเจนแบบนี้ จะทำให้ประชาชนเห็นโรดแม็ป และแผนการปฏิรูปและติดตามตรวจสอบได้ว่ารัฐบาลจริงจังและทำสำเร็จแค่ไหน ถ้าทำได้จริงกองหนุนจะกลับมา ประชาชนและสื่อมวลชนต้องช่วยกันติดตามว่าการตั้งธงแบบนี้จะเป็นจริงหรือไม่ เพราะสังคมคาดหวังสูงเรื่องการปฏิรูปก่อนเลือกตั้ง ขณะนี้กำลังจะเข้าสู่โหมดเลือกตั้ง แต่การปฏิรูปประเทศกลับยังไม่มีรูปธรรมหรือสำเร็จในเรื่องใหญ่ๆ โดยเฉพาะการปฏิรูประดับโครงสร้างหรือการแก้ปัญหาที่ต้นเหตุอย่างแท้จริง การปฏิรูปรอบนี้หากจำเป็นต้องใช้มาตรา 44 เพื่อเป็นเครื่องมือในการปฏิรูปที่ประชาชนได้ประโยชน์จริงๆ การใช้แบบนี้เสียงคัดค้านจะน้อย
ต้นฉบับ