
ดูลายมือชี้ดวงแข็ง! เทือกไม่หวั่นเสียงยี้
“บิ๊กตู่” ยก ครม.สัญจรตะลุยพะเยา-เชียงราย หยอดหวานม่วนอ๊กม่วนใจ๋ใส่คนกว๊านพะเยา แขวะถนน 2 เลน ไร้ฝุ่นตรงไหน ปลื้ม “พ่อหมอ” ดูลายมือฟันธงดวงแข็ง นั่งนายกฯยาว โชว์ลีลาโล้ชิงช้าชาวอาข่า มีแอบเซนิดๆ ลั่น “กูมี-กูไม่มี” ไร้สาระไม่สนใจ สักการะพ่อขุนเม็งรายมหาราช ลูกพรรค พท.คึกคักได้ทีมบริหารชุดใหม่ รอดูถึงเส้นตายยุบพรรคก่อนจิ้มบัญชีนายกฯ “ลดาวัลลิ์” มั่นใจ “เจ๊หน่อย” นำทีมว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.แห่โวย กกต.โคราชแบ่งเขตเลือกตั้งกลิ่นตุ “เทือก” ไม่หวั่นเสียงยี้ เดินคารวะแผ่นดิน โวกระแสตอบรับดี “ยงยุทธ-จตุพร” นำเพื่อชาติขยับตั้งสาขาแรกที่อุดรฯ ศาลอาญาสั่งรอลงอาญาอดีต “พุทธะอิสระ” คดีสั่งตื้บสันติบาล เจ้าตัวเล็งบวชใหม่ แต่ “พระธรรมกิตติเมธี” ยันชัดบวชไม่ได้
แต่ละขั้วการเมืองพากันโหมโรงทางการเมืองก่อนเข้าสู่โค้งสุดท้ายโหมดเลือกตั้ง ล่าสุด พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. นำคณะรัฐมนตรีลงพื้นที่ จ.พะเยา-เชียงราย จัดประชุม ครม.สัญจร เดินสายไล่เก็บแต้มกันเป็นที่ครึกครื้น
“บิ๊กตู่” ลุยพะเยาไร้เงา 4 รมต.
เมื่อเวลา 06.45 น. วันที่ 29 ต.ค. ที่ท่าอากาศยานทหาร 2 กองบิน 6 ดอนเมือง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้ารักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) พร้อมคณะ อาทิ พล.อ.ฉัตรชัยสาริกัลยะ นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี เดินทางลงพื้นที่ตรวจราชการ ที่ จ.พะเยา-เชียงราย และประชุมคณะรัฐมนตรีอย่างเป็นทางการนอกสถานที่ (ครม.สัญจร) ครั้งที่ 8/2561 ที่ จ.เชียงราย ระหว่างวันที่ 29-30 ต.ค. แต่น่าสังเกตว่าไม่ปรากฏ 4 รัฐมนตรีที่ประกาศตัวร่วมงานพรรคพลังประชารัฐ ร่วมลงคณะเหมือนที่ผ่านมา โดยนายสมคิดระบุว่าทั้ง 4 คนมีภารกิจแยกย้ายกันลงพื้นที่ เดี๋ยวสื่อก็จับตามองอีก

หยอดหวานคนกว๊านพะเยา
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภารกิจแรกของนายกฯทันทีที่เดินทางถึง ได้เข้าสักการะพระเจ้าตนหลวง วัดศรีโคมคำ ต.เวียง อ.เมืองพะเยา โดยนายกฯใช้รถตู้โตโยต้า เวลไฟร์ ทะเบียน กฉ 1616 พะเยา และเข้านมัสการพระสุนทรกิตติคุณ รองเจ้าอาวาสรักษาการแทนเจ้าอาวาสวัดศรีโคมคำ โดยพระสุนทรกิตติคุณได้ผูกข้อมือและมอบพระเจ้าตนหลวงจำลองให้ และขอให้ช่วยพัฒนากว๊านพะเยา จากนั้นเดินทักทายประชาชนที่มาต้อนรับ ส่วนใหญ่เป็นผู้สูงอายุ และเป็นอาสาสมัครสาธารณสุขหมู่บ้าน (อสม.) โดยตัวแทน อสม.กล่าวขอบคุณที่รัฐบาลขึ้นเงินค่าตอบแทนให้ ขณะที่นายกฯกล่าวว่า เดี๋ยวจะดูกว๊านพะเยาให้ดีขึ้น ส่วนใครมาพูดจาอะไรอย่าไปฟังมากนัก จากนั้นเข้าสักการะอนุสาวรีย์พ่อขุนงำเมือง กษัตริย์ลำดับที่ 12 แห่งกว๊านพะเยา พร้อมกล่าวทักทายประชาชนที่แต่งกายแบบชนเผ่าทั้ง 11 ชนเผ่าที่มาต้อนรับว่า จะเป็นชนเผ่าใดถือเป็นคนไทยด้วยกัน ขอให้อยู่ร่วมกันด้วยความสงบสุขและเรียบร้อย
ม่วนอ๊กม่วนใจ๋ให้อดทนอีกนิด
ต่อมาเวลา 10.30 น. พล.อ.ประยุทธ์กล่าวระหว่างเป็นประธานสักขีพยานในพิธีมอบสมุดประจำตัวผู้ที่ได้รับการจัดที่ดินทำกินให้ชุมชน ที่ลานอเนกประสงค์เทศบาลเมืองพะเยา ว่า “สวัสดี มากว๊านพะเยามาม่วนอ๊กม่วนใจ๋” มีหลายชนเผ่ามาต้อนรับ เคยมาสมัยเป็น ผบ.ทบ. วันนี้มาตรวจการบ้าน หลังรัฐบาลผ่านมา 4 ปี อย่างขุดลอกกว๊านพะเยาให้งบฯกว่า 300 ล้านบาท วันนี้ต้องมาให้ระยะที่ 2 เพื่อให้กว๊านพะเยาสมบูรณ์ทุกมิติ วันนี้ต้องคิดใหม่ไปด้วยกัน อาจช้าไม่ถูกใจแต่เพื่อความมั่นคงขอให้อดทนลำบากนิดหนึ่ง ข้าราชการต้องไม่มีทุจริต ถ้ามีลงโทษสถานหนัก ไม่ว่าพลเรือน ตำรวจ ทหาร ไม่มีใครเส้นใหญ่ และอย่าทำงานแต่บนโต๊ะห้อง ทำงาน ไปข้างล่างดูประชาชนด้วย ทั้งกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ท้องถิ่น อย่าให้ใครมาพูดบิดเบือน
แขวะถนน 2 เลนไร้ฝุ่นตรงไหน
นายกฯกล่าวว่า ข้าราชการต้องเป็นผู้อำนวยความสะดวกให้เกิดความร่วมมือ และต้องเป็นผู้นำ ไม่ใช่นายกฯสั่งไปแล้วปฏิบัติไม่ได้ สิ่งสำคัญคือการทุจริตผิดกฎหมาย ที่ผ่านมามีทั้งให้ออก ปลดออก ทำมาเยอะแล้วขอให้แจ้งมา วันนี้ใครจะพูดอะไรก็ช่างไม่เถียงเขาหรอก รัฐบาลต้องทำให้ทุกคนไม่เช่นนั้นก็แยกเป็น 2 ฝั่งเสมอ สร้างอนาคตไม่ได้ ส่วนเรื่องโอทอป เป็นความริเริ่มของสมเด็จพระนางเจ้า พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 ทรงทำอยู่ ขณะที่มีหลายคนเอาเรื่องโอทอปมาใช้ประโยชน์ ทุกคนต้องร่วมพัฒนาประเทศ อย่าไปหวังรอใครเข้ามาทำให้ กว๊านพะเยาในน้ำมีปลา บนฟ้ามีนก อย่าให้ใครเป็นนกบินเอาปลาไปกินหมด ต้องเป็นปลาของพวกเรา หลายโครงการที่ จ.พะเยา เสนอ ครม.มาอาทิ ถนน 21 เส้น เสนอทำเป็นถนน 4-6 เลน ถามว่าที่ผ่านมาทำอะไรกันอยู่ ตอนนี้ยังเห็นถนน 2 เลนอยู่เลย ถนนไร้ฝุ่นมันไร้ฝุ่นอยู่ที่ไหนไม่รู้ น่าเห็นใจมาก
ลายมือชี้ดวงแข็งนั่งนายกฯยาว
จากนั้นนายกฯเยี่ยมชมกิจกรรมตลาดต้องชม “บ้านบัว” หรือตลาดประชารัฐ ที่นำพืชผลการเกษตร สินค้าพื้นบ้าน และผลิตภัณฑ์โอทอป งานฝีมือต่างๆมาแสดงและจำหน่าย ช่วงหนึ่ง พล.อ.ประยุทธ์แวะให้พ่อหมอแก้วมูล บัวเงิน อายุ 78 ปี หมอดูชื่อดัง ชาวภูคำยาว ผูกสายสิญจน์ปลุกเสกสาลิกาลิ้นทองสีแดง และสายสิญจน์สีเหลือง เมื่อพ่อหมอแก้วมูลดูลายมือให้แล้วกล่าวขึ้นว่า “เป็นคนดวงแข็งและดวงดี งานทุกอย่างที่ทำจะประสบผลสำเร็จ เพราะมีจิตใจหนักแน่น เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่กับทุกคน แต่มี ข้อเสียเป็นคนโกรธง่ายและใจร้อน” ทำให้นายกฯ ถึงกับยิ้มชอบใจกล่าวว่า “พอแล้วไม่ต้องดูต่อ แค่รู้ว่าประสบความสำเร็จก็พอแล้ว” ก่อนยกมือไหว้และสวมกอด นายกฯกล่าวกับผู้สื่อข่าวว่า พ่อหมอบอกเส้นลายมือเจน เป็นคนดวงแข็ง และทำนายว่างานที่ทำอยู่จะประสบความสำเร็จทุกงานที่ตั้งใจทำ และเชื่อว่าจะได้เป็นนายกฯอีกยาวนาน ทั้งนี้ระหว่างเดินเยี่ยมชมบูธสินค้าโอทอป นายกฯได้หยิบไม้กวาดขึ้นพร้อมทำท่าปัดกวาด และพูดว่าไม้กวาดเอาไว้ปัดกวาดสิ่งไม่ดี คนไม่ดีออกจากประเทศ
สะดุ้งเสียงเชียร์พรรค พปชร.
ต่อมา พล.อ.ประยุทธ์เดินตรวจเยี่ยมประตูระบายน้ำกว๊านพะเยา ที่ศูนย์วิจัยและพัฒนาประมงน้ำจืดพะเยาได้สักการะพระราชานุสาวรีย์สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี พร้อมเยี่ยมชมโครงการก่อสร้างฝายพับได้ ภายใต้โครงการพัฒนากว๊านพะเยาอย่างยั่งยืน และปล่อยพันธุ์ปลาบึก ทั้งนี้ พล.อ. ประยุทธ์ได้พูดคุยกับประชาชนที่มารอต้อนรับว่า ดีใจที่ฝายพับได้สำเร็จในรัฐบาลนี้ ขออย่าประท้วงกันอีก ระหว่างนั้นมีประชาชนที่มารอรับลุกขึ้นพูดขอบคุณ พล.อ.ประยุทธ์ พร้อมกล่าวว่า “พรรคพลังประชารัฐท่านไม่ต้องห่วง” ทำเอา พล.อ.ประยุทธ์รีบตัดบทว่า “ไม่ใช่แล้วๆ เดี๋ยวผมโดน ผมไม่ได้มาการเมือง”
โชว์โล้ชิงช้าเผ่าอาข่าแอบเซนิดๆ
กระทั่งเวลา 14.30 น. พล.อ.ประยุทธ์เดินทางถึงหมู่บ้านเมืองรวง ต.แม่กรณ์ อ.เมืองเชียงราย มีชาวเขาเผ่าอาข่าแต่งตัวพื้นเมืองมาเต้นระบำพื้นถิ่นรอต้อนรับ นายกฯแวะทักทายชมร้านกาแฟ ทดลองเล่นโล้ชิงช้าการละเล่นประจำเผ่าอาข่า แต่ปรากฏว่าพอลงจากชิงช้ามีอาการเซเล็กน้อย ทำให้ทีมรักษาความปลอดภัยรีบเข้าไปประคอง นายกฯกล่าวเพียงสั้นๆว่า “ไม่เป็นไร เหมือนโดดร่ม” จากนั้นนั่งรถรางเยี่ยมชมหมู่บ้านต้นแบบเมืองรวงและชุมชนท่องเที่ยวโอทอปนวัตวิถี ก่อนเดินทางต่อไปที่วัดท่าไคร้ เป็นประธานสักขีพยานพิธีมอบหนังสืออนุญาตให้เข้าทำประโยชน์อยู่อาศัยในพื้นที่ภาคเหนือตอนบน และมอบหนังสือแสดงโครงการป่า ชุมชนให้แก่ประธานป่าชุมชน 4 จังหวัด ได้แก่ เชียงราย น่าน พะเยา และแพร่
ลั่น “ประเทศกูมี” ไร้สาระไม่สน
นายกฯปราศรัยกับประชาชนตอนหนึ่งว่า ยุคนี้ เป็นยุค 4.0 บางอย่างต้องใช้เทคโนโลยีหุ่นยนต์เข้ามาช่วย ต้องดูอีคอมเมิร์ซเรื่องค้าขาย ไม่ใช่ไปดู “กูมี กูไม่มี” อย่าสนใจเรื่องไร้สาระ ไม่ทำอะไรเขาหรอกไม่สนใจ ไม่ได้ฟังอย่าไปฟัง ถ้าสังคมยอมรับได้ก็ว่าไป แต่วันข้างหน้าลูกหลานจะเป็นอย่างไรต่อไปไม่รู้ ลูกหลานมีปัญหาใช้คำพูดหยาบคายก็รับผิดชอบกันเอาเอง ผ่านทางเข้าหมู่บ้านมาเห็นเขียนป้ายไว้ว่าเป็นหมู่บ้านไม่ขายเสียงแล้วทำได้จริงหรือเปล่า ถ้าใครเข้ามาพูดจาให้ร้ายให้ไล่ออกไป จากนั้นนายกฯปล่อยพันธุ์ปลาสร้อยพันธุ์ปลาพื้นเมือง 5,000 ตัว ลงลำห้วยแม่กรณ์ เยี่ยมชมกิจกรรมพัฒนาหมู่บ้านบ้านเมืองรวง และผลิตภัณฑ์สินค้า OTOP ชุมชน และสักการะพระประธานในอุโบสถวัดท่าไคร้ นั่งถ่ายภาพกับประชาชนที่มาต้อนรับอย่างเป็นกันเอง จากนั้นเวลา 17.00 น. ตรวจเยี่ยมโครงการศูนย์รังสีรักษา และโครงการผลิตแพทย์เวชศาสตร์ครอบครัว ที่ศูนย์แพทยศาสตร์ศึกษาชั้นคลินิก โรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์ ตามด้วยสักการะพ่อขุนเม็งรายมหาราช ก่อนเข้าพักที่โรงแรม โดยมีนายวันชัย จงสุทธานามณี นายกเทศมนตรีนครเชียงราย ร่วมให้การต้อนรับ
พท.รอดูถึงเส้นตายยุบพรรค
ผู้สื่อข่าวรายงานจากพรรคเพื่อไทย หลังจัดประชุมใหญ่และมีมติเลือกคณะกรรมการบริหารชุดใหม่ คณะกรรมการสรรหาผู้สมัครรับเลือกตั้งและคณะยุทธศาสตร์การเลือกตั้งแล้ว แต่ยังไม่มีความชัดเจนใน 3 รายชื่อที่จะเสนอเป็นนายกฯ ว่า พรรคเพื่อไทยมองว่ายังมีเวลาพิจารณาจนกว่าจะถึงวันที่ 26 พ.ย. ถือเป็นวันสุดท้ายก่อนเข้ากรอบเวลา 90 วันในการสังกัดพรรคการเมืองเพื่อลงเลือกตั้ง จึงให้ความสนใจในประเด็นยุบพรรคก่อน เพราะจากกระแสข่าวขณะนี้ถือว่ามีแนวโน้มสูง หลัง กกต.ออกมารับลูกตรวจสอบพรรคเพื่อไทย เบื้องต้นพรรคเพื่อไทยจะหาข่าวทุกช่องทาง ก่อนถึงเส้นตายวันที่ 26 พ.ย.ประมาณ 1-2 วัน หากมีความชัดเจนว่าพรรคจะถูกยุบ สมาชิกพรรคเพื่อไทยจะย้ายไปอยู่พรรคใหม่กันทั้งพรรค และจะหาคนมาทำหน้าที่รักษาการหัวหน้าพรรคเพื่อไทยไว้ เนื่องจากยังจำเป็นที่ต้องดำเนินการในเรื่องธุรการให้เสร็จก่อน ดังนั้นรายชื่อที่จะเสนอเป็นนายกฯ จึงมีเวลาพิจารณาอยู่
“ลดาวัลลิ์” มั่นใจ “เจ๊หน่อย” นำทีม
นางลดาวัลลิ์ วงศ์ศรีวงศ์ ว่าที่โฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า การเลือกตั้งครั้งนี้เป็นครั้งประวัติ– ศาสตร์ การได้คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ มาทำหน้าที่ประธานคณะยุทธศาสตร์การเลือกตั้งพรรคเพื่อไทย ถือว่าเหมาะสมอย่างยิ่ง เพราะมีประสบการณ์ผ่านการเลือกตั้งมาหลายครั้ง ทั้งยังมีแกนนำพรรคคอยให้การสนับสนุน จึงมั่นใจว่าพรรคเพื่อไทยจะปรับกุลยุทธ์ให้ได้จำนวน ส.ส.มาเป็นอันดับหนึ่ง ส่วนจะเป็นจำนวนเท่าไหร่ยังไม่สามารถบอกได้ สำหรับการได้รับเลือกมาทำหน้าที่โฆษกพรรค ขอบคุณสมาชิกที่ให้ความไว้วางใจ และขอให้ช่วยกันเฝ้าระวังหากมีประเด็นข่าวใดกระทบกับพรรคเพื่อไทยในด้านลบ ขอให้แจ้งมาจะได้ชี้แจงข้อเท็จจริงไป หากประเด็นไหนสมาชิกสามารถชี้แจงแทนได้ ขอให้ชี้แจงในนามส่วนตัวเพื่อให้ทุกคนมีส่วนร่วมช่วยเหลือพรรค
ลูกพรรคคึกคักได้ทีมบริหารใหม่
นายสมคิด เชื้อคง อดีต ส.ส.อุบลราชธานี พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า หลังที่ประชุมใหญ่มีมติเลือกคณะกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่ และคณะต่างๆแล้ว สมาชิกทุกคนให้การยอมรับ ถือเป็นการแบ่งหน้าที่กันทำงานตามความสามารถแต่ละคน มั่นใจว่าคณะกรรมการทุกชุดจะทำให้พรรคเดินไปข้างหน้า ทิศทางต่างๆเป็นไปในทางที่ดีขึ้น หลังจากยื่นนโยบายต่อ กกต.ให้พิจารณาแล้ว พรรคคงเดินสายหาสมาชิกไปตามจังหวัดต่างๆ สำหรับความมั่นใจต่อการเลือกตั้งครั้งหน้าพรรคเพื่อไทยจะได้กลับมาเป็นรัฐบาลหรือไม่นั้น อยู่ที่ประชาชนตัดสิน ขณะนี้นางลดาวัลลิ์ วงศ์ศรีวงศ์ ว่าที่โฆษกพรรคเพื่อไทยคนใหม่ ได้ติดต่อให้ไปช่วยงาน แต่งานในพื้นที่เกี่ยวกับพี่น้องประชาชนเยอะมาก เกรงไม่มีเวลาไปช่วยงาน แต่ทั้งตน นายวรชัย เหมะ นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด พร้อมช่วยงานเป็นเรื่องๆไป คงไม่ใช่ลักษณะเข้าไปช่วยเต็มตัวหรือเป็นทีมโฆษกพรรค
เชื่อ “สุดารัตน์” มาถูกที่ถูกเวลา
นายชวลิต วิชยสุทธิ์ อดีตรองเลขาธิการพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า การต่อสู้ทางการเมืองครั้งนี้แหลมคมอย่างยิ่ง เพราะมีอยู่สองแนวทางเท่านั้นที่ประชาชนจะตัดสินใจเลือกอนาคตของตนเอง คือ แนวทางประชาธิปไตย หรือแนวทางการสืบทอดอำนาจของรัฐบาลนี้ พรรคเพื่อไทยมีความพร้อมทั้งบุคลากรและนโยบาย จากนี้ไปคุณหญิงสุดารัตน์จะนำทีมเพื่อไทย ขับเคลื่อนยุทธศาสตร์พรรคด้วยการนำนโยบายของพรรคที่ดีที่จับต้องได้ ปฏิบัติได้จริง นำเสนอต่อประชาชนอย่างทั่วถึงทุกภาคทั่วประเทศต่อไป
โวย กกต.แบ่งเขตโคราชกลิ่นตุ
ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) นายประเสริฐ จันทรรวงทอง อดีต รมช.คมนาคม พร้อมนายจรูญพงศ์ พันธุ์ศรีนคร นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด สมาชิกพรรคเพื่อไทย เข้ายื่นหนังสือพร้อมหลักฐานร้องคัดค้านการแบ่งเขตเลือกตั้งจังหวัดนครราชสีมา ผ่านนายสมเกียรติ คงดี ผอ.สำนักกิจการ กกต. ขอให้ กกต.ตรวจสอบกรณีความไม่ชอบพามากลจากการแบ่งเขตเลือกตั้ง ส.ส.ในจังหวัดนครราชสีมา ที่อาจใช้อิทธิพลเปลี่ยนแปลงเขตเลือกตั้ง ส.ส. จนไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์แบ่งเขตเลือกตั้ง มีความพยายามผ่าอำเภอเดียวออกไปเป็นหลายเขต เลือกตั้ง โดยไม่เปิดโอกาสให้ประชาชนร่วมแสดงความเห็น ไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์ตามระเบียบ กกต.
พ่วงทวงสอบตกเขียวบัตร ปชช.
นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด กล่าวว่า นอกจากมายื่นร้องเรียนเรื่องการแบ่งเขตเลือกตั้งในจังหวัดนครราชสีมาแล้ว ยังมาทวงถามความคืบหน้ากรณีที่มีกลุ่มบุคคลของพรรคการเมืองหนึ่งเก็บบัตรประชาชนของประชาชนในพื้นที่จังหวัดนครราชสีมา นำไปทำสมาชิกพรรคการเมือง กกต.ได้ดำเนินการไปถึงไหนแล้ว ขณะนี้ปัญหาดังกล่าวแพร่ระบาดไปในหลายพื้นที่ทั่วประเทศ จนกลายเป็นโคราชโมเดล ขอถาม กกต.ว่า การที่พรรคการเมืองหรือผู้ใดให้ เสนอให้ หรือสัญญาว่าจะให้เงิน ทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใด ไม่ว่าโดยทางตรงหรือโดยทางอ้อมเพื่อจูงใจให้บุคคลหนึ่งบุคคลใดสมัครเข้าเป็นสมาชิกมีความผิดหรือไม่
บุก กกต.โคราชแบ่งเขตตามใจชอบ
ที่สำนักงาน กกต.ประจำ จ.นครราชสีมา นายปุระพัฒน์ วิเศษจินดาวัฒน์ อดีต ส.ส.พรรคภูมิใจไทย ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.พรรคเสรีรวมไทย และนายพงษ์พันธุ์ พันศรีนคร ส.อบจ.นครราชสีมา เขต อ.พิมาย พร้อมสมาชิกรวม 6 คน เข้ายื่นหนังสือต่อนายศิริชัย วิริยะพงศ์ ผอ.กกต. ประจำ จ.นครราชสีมา เพื่อคัดค้านการแบ่งเขตเลือกตั้งแบบที่ 4 นายปุระพัฒน์กล่าวว่า มีการเสนอให้แบ่งเขตเลือกตั้งแบบตามใจชอบ โดยไม่ดูกฎกติกามารยาทที่ กกต.กลางวางระบบไว้
“อภิสิทธิ์” เชื่อดีเบตแก้ขัดแย้งได้
ขณะที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ผู้สมัครชิงตำแหน่งหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวในรายการต้องถามทางช่องฟ้าวันใหม่ ถึงการดีเบตหยั่งเสียงว่า เป็นหลักการสำคัญประชันวิสัยทัศน์ ทำให้คนที่เข้าร่วมดีเบตต้องตอบคำถามทั้งอดีต ปัจจุบัน และ อนาคต ให้ประชาชนและผู้ฟังพิจารณาว่าผู้สมัครแต่ละคนมีความคิดแบบไหน ยิ่งยุคนี้เป็นยุคสังคมออนไลน์ บางคนเลือกสื่อสารเฉพาะสิ่งที่อยากให้คนอื่นเห็น เพราะควบคุมข้อความทุกอย่างได้ การจัดเวทีดีเบตเหมือนการเปิดโอกาสให้ผู้ที่ลงสมัครเลือกตั้ง และผู้ที่ลงคะแนน ที่ผ่านมาผู้มีอำนาจคอยกีดกันไม่ให้มีการดีเบต เพราะไปนิยามว่าจะทำให้คนทะเลาะกัน แต่ตนกลับเห็นตรงกันข้าม เพราะสังคมไทยเป็นสังคมที่หลากหลาย ต้องทำให้คนที่คิดต่างกันมาอยู่ร่วมกันได้ ยิ่งต่างคนต่างอยู่แบบนี้ ยิ่งอันตราย การดีเบตเป็นเหมือนตัวช่วยที่ทำให้ความขัดแย้งถูกจัดการให้อยู่ในกรอบที่เหมาะสม ให้คนได้รับฟังทุกฝ่าย รับฟังทุกด้าน
ขอโอกาสอีกครั้งสร้างสิ่งใหม่ๆ
วันเดียวกัน ที่ จ.ตาก นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ กล่าวระหว่างลงพื้นที่พบปะสมาชิกพรรคเพื่อขอเสียงสนับสนุนว่า จะพาพรรคประชาธิปัตย์ชนะการเลือกตั้ง เพื่อผลักดันนโยบายที่สัญญากับประชาชนไว้ ที่ผ่านมาช่วงที่เป็นหัวหน้าพรรค หรือเป็นนายกฯ เศรษฐกิจตกต่ำมากทำได้เพียงประคองสถานการณ์ อยากขอโอกาสสร้างสิ่งใหม่ๆที่ประชาชนจะได้ประโยชน์ ส่วนนโยบายรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เรื่องบัตรสวัสดิการแห่งรัฐที่มีความยุ่งยากซับซ้อน ได้บัตรแล้วต้องไปซื้อของตามสถานที่ ที่กำหนด ถ้าเป็นรัฐบาลจะใช้วิธีโอนเงินเข้าบัญชีให้ชาวบ้านไปซื้อของในท้องถิ่น ทำให้เงินสะพัดได้ทั่วถึง ดีกว่าไปตกอยู่กับนายทุนเพียงไม่กี่คน

ขบวน “เทือก” วันที่สี่ถูกป่วนอีก
ที่ลานพระบรมราชานุสาวรีย์พระมงกุฎเกล้า รัชกาลที่ 6 สวนลุมพินี นายสุเทพ เทือกสุบรรณ อดีต แกนนำ กปปส. และผู้ร่วมจัดตั้งพรรครวมพลังประชาชาติไทยนำคณะผู้บริหารพรรค รปช. เดินคารวะแผ่นดินหาสมาชิกพรรคเป็นวันที่ 4 โดยเริ่มต้นจากการสักการะพระบรมราชานุสาวรีย์รัชกาลที่ 6 เข้าถนนสีลม ซอยศาลาแดง ซอยคอนแวนต์ ซอยพิพัฒน์ และซอยละลายทรัพย์ และเข้าสู่ถนนนราธิวาส จดถนนสาทร สิ้นสุดที่สกายวอล์กนราธิวาส-ตัดสาทร (สะพานช่องนนทรี) ทันทีที่เริ่มเดินเข้าสู่ถนนสีลม มีชายคนหนึ่งเดินเข้ามาสอบถามว่าเป็นพรรคของนายสุเทพหรือไม่ เมื่อทราบว่าใช่ ก็ตะโกนทันทีว่าโกหก แล้วเดินหันหลังจากไป ขณะที่ร้านค้าบางร้านก็ระบุไม่ให้เข้าโดยบอกว่าไม่ต้อนรับ
ไม่หวั่นเสียงยี้อ้างตอบรับดี
นายสุเทพกล่าวว่า จากการเดินคารวะแผ่นดินมา 3 วัน ผลตอบรับจากคน กทม.ดี โดยเฉพาะที่เยาวราช แต่พบว่ามีกลุ่มต่อต้านที่อยากกลับมามีอำนาจมาก่อกวน ทั้งตะโกนด่ารวมถึงโพสต์ด่าในโซเชียล จึงกำชับทีมงานว่าอย่าใส่ใจ ให้อดทนหรือไม่ตอบโต้ ขอให้สงบเพราะเรามาพบประชาชนด้วยหัวใจต้องไม่หวั่นไหว ขอให้ประชาชนพิจารณาเองว่ายังมีขบวนการแบบนี้อยู่ ขณะเดียวกัน ยังมีคนรุ่นใหม่ 2-3 รายที่สนใจเข้ามาช่วยงานการเมืองกับพรรค แม้เราต้องการคนรุ่นใหม่แต่ก็ไม่ปิดกั้นอดีต ส.ส.เข้ามาร่วมกับพรรค รปช. ส่วนกรณีพรรคเพื่อไทยตั้งคณะผู้บริหารชุดใหม่นั้น ไม่ขอแสดงความคิดเห็น ไม่ขอวิจารณ์ ไม่กล่าวร้ายโจมตีใคร
เพื่อชาติขยับตั้งสาขาแรกอุดรฯ
วันเดียวกัน นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธานนปช. และนายยงยุทธ ติยะไพรัช อดีตแกนนำพรรคพลังประชาชน เปิดที่ทำการสาขาพรรคเพื่อชาติ บ้านนิคมหนองตาล หมู่ 14 ต.โพนงาม อ.หนองหาน จ.อุดรธานี พร้อมพบปะว่าที่ผู้สมัคร ส.ส. 20 จังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และสมาชิกเกือบ 500 คน นายจตุพรกล่าวว่า ประชาชนอยากเลือกตั้ง รัฐบอกว่าวันที่ 24 ก.พ.2562 จะจัดการเลือกตั้งทั่วไป เมื่อถึงวันนั้นขอให้ประชาชนออกมาใช้สิทธิเลือกตั้งให้มากที่สุด เพราะการเมืองแบ่งเป็น 2 ขั้ว คือฝ่ายประชาธิปไตย และฝ่ายเผด็จการ ประชาชนชอบฝ่ายไหนเลือกได้ สำหรับการลงพื้นที่ของนายจตุพร และนายยงยุทธครั้งนี้ มีเจ้าหน้าที่ กอ.รมน.เฝ้าติดตามความเคลื่อนไหวอย่างใกล้ชิด
“สุรชัย” ลูกทุ่งดังโดดใส่การเมือง
นายบุญปลูก เอนสาร ว่าที่เลขาธิการพรรคพลังไทสร้างชาติ พร้อมนายสุรชัย สมบัติเจริญ นักร้องลูกทุ่งชื่อดัง และคณะเข้ายื่นขอจดจัดตั้งพรรคพลังไทสร้างชาติต่อ กกต. โดยนายสุรชัยกล่าวว่า ตนฝักใฝ่ทางการเมืองอยู่แล้ว ครั้งนี้เป็นครั้งที่ 2 ที่ได้มาทำงานการเมือง ถือว่าท้าทายมากที่ได้รับมอบหมายให้ทำหน้าที่โฆษกพรรค ยืนยันว่าพรรคพลังไทสร้างชาติไม่ฝักใฝ่ข้างใดข้างหนึ่ง ส่วนตัวยังไม่ได้ตัดสินว่าจะลงเลือกตั้งหรือไม่ แต่พร้อมทำงานทั้งเบื้องหน้าและเบื้องหลัง ต้องการนำประสบการณ์ในวงการเพลง เข้ามาช่วยดูแลเรื่องปัญหาลิขสิทธิ์เพลง ที่ปัจจุบันยังไม่มีความเป็นธรรมพอต่อศิลปิน
รอลงอาญา “อดีตพุทธะอิสระ”
วันเดียวกันที่ห้องพิจารณา 814 ศาลอาญาได้อ่านคำพิพากษาคดีที่พนักงานอัยการฝ่ายคดีพิเศษ 1 เป็นโจทก์ฟ้องนายสุวิทย์ ทองประเสริฐ อายุ 59 ปี อดีตพระพุทธะอิสระ เจ้าอาวาสวัดอ้อน้อย อ.สามพราน จ.นครปฐม จำเลยในความผิดฐานเป็นอั้งยี่ ซ่องโจร หน่วงเหนี่ยวกักขังฯ ซึ่งจำเลยได้นั่งรถวีลแชร์ มีลูกศิษย์ราว 50 คนมาให้กำลังใจ โจทก์ฟ้องว่าจำเลยกับพวกมีพฤติการณ์เป็นอั้งยี่ซ่องโจร เป็นหัวหน้าสั่งการกลุ่ม กปปส. เวทีแจ้งวัฒนะ ปลุกระดมยุยงชักชวนประชาชนเพื่อขับไล่รัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร และร่วมหน่วงเหนี่ยวกักขังใช้กำลังประทุษร้าย ร.ต.ต.สมคิด เชยกมล ด.ต.วชิรพงศ์ อุ่นนวลบูรพงศ์ 2 ตำรวจสันติบาล จนบาดเจ็บสาหัส รวมทั้งทรัพย์สิน 8 รายการมูลค่า 60,900 บาทสูญหาย จำเลยรับสารภาพ ศาลพิเคราะห์แล้วเห็นว่า จำเลยกระทำผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 309 และมาตรา 310 พิพากษาจำคุก 3 ปี จำเลยรับสารภาพ ลดโทษกึ่งหนึ่ง คงจำคุก 1 ปี 6 เดือน พิเคราะห์รายงานการสืบเสาะประวัติแล้วเห็นว่า จำเลยไม่เคยทำผิดมาก่อน ประกอบกับจำเลยได้บรรเทาผลร้ายในคดีจนผู้เสียหายพอใจ ไม่ติดใจเอาความ จึงให้โอกาสกลับตัวเป็นคนดี โทษจำคุกให้รอลงอาญา 1 ปี ส่วนที่อัยการโจทก์ขอให้ศาลนับโทษต่อคดีร่วมกันก่อการกบฏนั้น เนื่องจากคดีดังกล่าวยังไม่มีคำพิพากษาให้ยกคำขอ
เตรียมบวชใหม่ยังไม่รู้วัดไหน
นายสุวิทย์กล่าวว่า ถือเป็นความเมตตาของศาล จะกลับเข้าสู่ร่มกาสาวพัสตร์โดยเตรียมบวชในวันที่ 1 ธ.ค. แต่จะเป็นวัดอ้อน้อยหรือวัดใดนั้น ขอยังไม่ตอบ ส่วนเรื่องการเมืองให้ฝ่ายการเมืองดูแลจัดการไป และ จะไม่ขอตอบเรื่องการออกมาเคลื่อนไหวการเมืองอีก
“พระธรรมกิตติเมธี” ยันบวชไม่ได้
ด้านพระธรรมกิตติเมธี ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัด ราชาธิวาส และประธานศูนย์พิทักษ์พระพุทธศาสนาแห่งประเทศไทย กล่าวว่า กรณีอดีตพระพุทธะอิสระเตรียมกลับมาบวชใหม่ ว่า หากศาลตัดสินว่าไม่มีความผิด หรือศาลยกฟ้อง อดีตพระสามารถกลับมาบวชใหม่ได้ แต่ในกรณีดังกล่าวยังมีการรอลงอาญา พระรูปดังกล่าวยังไม่สามารถกลับมาบวชใหม่ได้ หากมีพระอุปัชฌาย์รูปใดประกอบพิธีอุปสมบทให้ จะมีความผิด ถือเป็นการละเมิดจริยาพระสังฆาธิการ ในที่นี้คือพระอุปัชฌาย์จะมีความผิดถูกเจ้าคณะปกครองในสังกัดสั่งลงโทษ โดยสั่งพักจากตำแหน่ง หรือถอดถอนได้
ศาลยกฟ้อง “อลงกรณ์” แจ้งเท็จ
อีกเรื่องที่ห้องพิจารณา 807 ศาลอาญา นายอลงกรณ์ พลบุตร อดีตประธานคณะกรรมการตรวจสอบการทุจริตพรรคประชาธิปัตย์ เดินทางมาฟังคำพิพากษาคดีที่พนักงานอัยการคดีอาญา 7 เป็นโจทก์ฟ้องนายอลงกรณ์ เป็นจำเลย ฐานแจ้งความอันเป็นเท็จ กรณีเมื่อวันที่ 11 ส.ค.2546 จำเลยแจ้งข้อความเป็นเท็จต่อ พ.ต.ท.สมควร พึ่งทรัพย์ และ พ.ต.ต.ประหยัด เฮ้ารัง พนักงานสอบสวนกองบังคับการปราบปราม ว่า พล.ต.ต.ประเสริฐ พิทักษ์ธรรม ผบก.สรรพาวุธ และ พล.อ.ทศรฐ เมืองอ่ำ ผอ.องค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึก ร่วมกันทุจริตจัดซื้อเสื้อเกราะอ่อนป้องกันกระสุน ระหว่างองค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึกกับกองสรรพาวุธ สตช.รวม 2,000 ตัว ราคาตัวละ 16,000 บาท รวม 32 ล้านบาท ไม่โปร่งใส โดยศาลพิพากษายกฟ้องคดีเพราะเห็นว่า นายอลงกรณ์ทำตามหน้าที่ ส.ส.ฝ่ายค้าน ที่ต้องตรวจสอบการทำงานของรัฐแทนประชาชน และตรวจสอบแล้วพบว่า นายอลงกรณ์ไม่ได้มีความขัดแย้งส่วนตัวกับโจทก์ และเป็นการรักษาประโยชน์ประเทศ แม้คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ตรวจสอบพบว่าไม่มีการทุจริตจริง