วันพุธที่ 31 ตุลาคม พ.ศ. 2561

‘ตู่’ ยันปลาย พ.ย.-ต้น ธ.ค.ถกปลดล็อก

'บิ๊กตู่' เล็งถกปลดล็อกไม่เกินต้น ธ.ค.เมิน พท.แบชื่อนายกฯ!
เทือกเจอดีอีกโดนสาวไล่ส่ง ปรีชา ซบ ชาติไทยพัฒนา


นายกฯถก ครม.สัญจรเชียงรายคึกคัก เคลิ้มแฟนคลับเชียงใหม่ตามมาบอกรัก ครึ้มอารมณ์ดีร้องเพลงคลอเสียงแซกโซโฟนนัดคุยพรรคการเมืองปลาย พ.ย. หรือต้น ธ.ค. เคาะปลดล็อก ศธ.เล็งร่นสอบ GAT/PAT 1 สัปดาห์ก่อนเลือกตั้ง อดีต ส.ส.พะเยาถล่ม “บิ๊กตู่” อย่าโทษคนอื่น ซัดปฏิวัติทำคนยากจนราคาพืชผลตกต่ำ “สุดารัตน์” เบิกร่องลุยโคราช ชูเป็นลูกอีสานหลานย่าโม ชักธงรบ “ประยุทธ์” พท.จัดให้ติด 1 ใน 3 แคนดิเดตชิงนายกฯ เลขาฯเพื่อธรรมย้ำไม่ใช่นอมินีเพื่อไทย “ยงยุทธ-เนวิน” ใจตรงกันล่องใต้ตะลุยเมืองคอน “จตุพร” มั่นใจเพื่อชาติปักธงได้ ส.ส.ใต้ “ปรีชา” หนีตายชิ่ง พปชร.โผซบ ชทพ. “เทือก” เดินวันที่ 5 ย่านสีลม-เจริญกรุง เจออีกหญิงสาวไล่ส่งไปได้แล้ว ไหนว่าไม่เล่นการเมือง จวกประชาชนไม่โง่ กินข้าวไม่ได้กินหญ้า
พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ เดินหน้าลงพื้นที่พร้อมจัดประชุม ครม.สัญจร สร้างคะแนนนิยมจากชาวบ้านในแต่ละภูมิภาคไปเรื่อยๆ ขณะที่พรรค การเมืองยังต้องรอการปลดล็อกคำสั่ง คสช.เพื่อทำกิจกรรมทางการเมือง ลงพื้นที่หาเสียงกับประชาชน ล่าสุด พล.อ.ประยุทธ์ระบุเตรียมหารือร่วมกับพรรค การเมือง เพื่อพิจารณาเรื่องการปลดล็อกช่วงปลายเดือน พ.ย. หรือต้น ธ.ค.

“บิ๊กตู่” ไหว้พระก่อนถก ครม.สัญจร

เมื่อเวลา 07.30 น. วันที่ 30 ต.ค. ที่ จ.เชียงราย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) นำคณะรัฐมนตรี (ครม.) เข้าสักการะพระแก้วมรกต ที่วัดพระแก้ว อ.เมืองเชียงราย เพื่อเป็นสิริมงคลก่อนเข้าประชุมคณะรัฐมนตรีอย่างเป็นทางการนอกสถานที่ (ครม.สัญจร) ครั้งที่ 8/2561 โดยได้กราบสักการะพระเจ้าล้านทอง พระประธาน กราบนมัสการและถวายเครื่องจตุปัจจัยไทยธรรมแก่พระธรรมราชานุวัตร เจ้าคณะภาค 6 เจ้าอาวาสวัดพระแก้ว ตามลำดับ เจ้าคณะภาค 6 มอบภาพเหมือนพระแก้วมรกต พร้อมกำไลหินหยกสีเขียวให้นายกฯ พร้อมให้พรว่า “ขอให้มั่นคง มั่งคั่งและยั่งยืน ดั่งหินหยกที่มอบให้” จากนั้น ครม.ถ่ายรูปหมู่เป็นที่ระลึก โดยนายอุตตม นายสุวิทย์ เมษินทรีย์ รมว.วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ว่าที่รองหัวหน้าพรรค นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รมว.พาณิชย์ ว่าที่เลขาธิการพรรค นายกอบศักดิ์ ภูตระกูล รมต.ประจำสำนักนายกฯ ว่าที่โฆษกพรรคเข้าร่วมด้วย หลังเลี่ยงไม่แสดงตัวร่วมคณะนายกฯ ขณะลงพื้นที่เมื่อวันที่ 29 ต.ค. เพื่อป้องกันข้อครหา

เคลิ้มแฟนคลับเชียงใหม่บอกรัก

จากนั้นนายกฯเดินทักทายพูดคุยกับประชาชนและนักเรียนที่มาต้อนรับ โดยมีเครือข่ายเกษตรกรชาวนาเพื่อการพาณิชย์และอุตสาหกรรมแห่งชาติ 50 คน โพกผ้าพันคอสีฟ้าข้อความว่า “กลุ่มล่ามช้าง เพื่อนอุตตม” นายอุตตม สาวนายน รมว.อุตสาหกรรม ที่เดินทางมาจาก จ.เชียงใหม่ เพื่อให้กำลังใจนายกฯ และ ครม.พร้อมกางร่มมีข้อความเขียนให้กำลังใจว่า “จะไปกั๊กบอกฮักลุงตู่” แปลว่าอย่าไปกั๊กบอกรัก “ลงตู่” ตรงๆไม่ต้องกั๊ก และยังมีข้อความ “กองหนุนลุงตู่ เชียงใหม่-สันกำแพง” ซึ่งนายกฯกล่าวตอบว่า ชอบเชียงใหม่อยู่แล้ว ยืนยันจะไปเชียงใหม่อีก นายกฯต้องเดินทางไปทุกพื้นที่ ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นต้องไปทุกที่ รัฐบาลต้องเป็นรัฐบาลของคนไทยทั้งประเทศ รู้สึกปลื้มใจตื้นตัน เราต้องไม่แตกแยก ต้องไม่แบ่งแยกกันแล้ว ใครยังไม่เข้าใจต้องค่อยๆอธิบาย เชื่อว่าจะดีขึ้นเอง จากนั้นนายกฯ หมุนร่มอ่านข้อความ “กองหนุนลุงตู่เชียงใหม่-สันกำแพง” แล้วกล่าวว่า “เดี๋ยวหาว่ามาการเมือง โธ่เอ๊ย!” ขณะที่ประชาชนบอกว่าเป็นเอฟซีลุงตู่ เอาร่มไปแล้วต้องมาอีก นายกฯตอบเสียงดังว่าไปแน่นอน

ครึ้มร้องเพลงคลอเสียงแซกโซโฟน

ต่อมาเวลา 08.30 น. ที่ห้องประชุมแสนหวี หอประชุมนานาชาติ 40 ปี มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย ต.บ้านตู่ อ.เมืองเชียงราย จ.เชียงราย พล.อ.ประยุทธ์ ได้เป็นประธานการประชุมการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมกลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนบน 2 (เชียงราย น่าน พะเยา และแพร่) ก่อนเป็นประธานการประชุม ครม. มีข้าราชการ อาจารย์ นักศึกษา นักศึกษาแลก เปลี่ยนจากประเทศจีนมาต้อนรับ นักศึกษาคณะดุริยางคศาสตร์ ร้องเพลงประสานเสียงประกอบการเป่าแซกโซโฟนของ ส.อ.สุรเชษฐ์ ใจปิง นักศึกษาคณะดุริยางคศาสตร์ปี 2 เพลง “สะพาน” นายกฯก็ร้องคลอตาม จากนั้นมอบช่อดอกไม้ถ่ายรูปร่วมกัน นายกฯได้ขอให้เป่าแซกโซโฟนให้ฟังอีกเพลง ส.อ.สุรเชษฐ์ จึงเป่าเพลง “ยามเย็น” เพลงพระราชนิพนธ์ ร.9 ให้ฟัง ขณะที่ ส.อ.สุรเชษฐ์เปิดเผยว่า นายกฯให้ขึ้นไปร่วมทานอาหารกลางวันกับ ครม.ได้เตรียมเพลง I will always love you (ไอวิลออล์เวย์ เลิฟยู) ของวิทนีย์ ฮุสตัน นักร้องดังสหรัฐฯ ไว้เป่าให้ ครม.ฟัง
จากนั้นนายกฯเยี่ยมชมการจัดแสดงผลงานของจังหวัด และมหาวิทยาลัย เช่น ผลิตภัณฑ์จากศูนย์ความเป็นเลิศด้านสมุนไพรและการแพทย์แผนไทย มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง และบริหารโครงสร้างพื้นฐานการสร้างเส้นทางขนส่งตามแนวเหนือ-ใต้ ก่อนถ่ายรูปหมู่ ครม. และเข้าประชุม

นายกฯตีปี๊บเชียงรายขึ้นชั้นเมืองหลัก

ต่อมาเวลา 13.50 น. ที่ห้องประชุมแสนหวี หอประชุมนานาชาติ 40 ปี มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย ต.บ้านตู่ อ.เมืองเชียงราย จ.เชียงราย พล.อ.ประยุทธ์ แถลงภายหลังการประชุม ครม.สัญจร จ.เชียงรายว่า ครม.ได้ลงพื้นที่ติดตามนโยบายในภาคเหนือตอนบนกว่า 70 พื้นที่และฟังความคิดเห็นของประชาชนประกอบกัน ได้สั่งการให้ทุกจังหวัดร่วมมือกัน เพื่อความเชื่อมโยงทุกมิติ ภาคเหนือมีศักยภาพด้านธรรมชาติ จ.เชียงราย มีศักยภาพมากจนจะกลายเป็นเมืองหลักจากที่เป็นเมืองรอง ไม่อยากให้เอาความขัดแย้งมาเกี่ยวข้องในการบริหารราชการแผ่นดินในวันนี้ ทางกลุ่ม จ.เชียงราย พะเยา แพร่และน่านได้เสนอ ครม.ให้พิจารณาปรับปรุงระบบสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐาน การปรับปรุงถนน หนทางหลายสิบโครงการ ครม.รับหลักการเบื้องต้นจะจัดระดับความเร่งด่วน โครงการรถไฟทางคู่เด่นชัย-เชียงรายจะก่อสร้างได้ในปี 2563 ใช้บริการได้ในปี 2565 ส่วนการบริหารจัดการน้ำจะเพิ่มการกักเก็บน้ำในกว๊านพะเยาและแหล่งน้ำอื่น เพิ่มประตูระบายน้ำให้สูงขึ้น

นัดถกปลดล็อกปลาย พ.ย.หรือต้น ธ.ค.

จากนั้นกระทั่งเวลา 14.00 น. พล.อ.ประยุทธ์ ให้สัมภาษณ์ถึงความชัดเจนการนัดพูดคุยร่วมกับพรรคการเมือง เพื่อพิจารณาปลดล็อกทางการเมืองภายใน พ.ย.ว่าเตรียมการไว้อยู่แล้วจะเป็น พ.ย.หรือต้น ธ.ค.ต้องดูเวลาที่เหมาะสม ช่วงนี้รับฟังความคิดเห็นจากทุกภาคส่วน ทั้งแบบเป็นทางการและไม่เป็นทางการ ในสื่อโซเชียลมีเดียพูดกันเยอะแยะไปหมด ได้มอบหมายนายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ รวบรวมไว้ทั้งหมด หารือกับคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) คงจะรับฟังต่างคนต้องต่างฟังตนจะทนและจะฟังให้มากที่สุด ถ้าท่านพูดในสิ่งที่เป็นประโยชน์ แต่ไม่ใช่พูดทำนองที่ทำให้การเลือกตั้งเกิดความสับสนอลหม่าน เพราะวันนี้ประเทศไทยกำลังเดินหน้าไปด้วยดี

เมิน พท.แพลมชื่อผู้ท้าชิงผู้นำ

เมื่อถามว่า พรรคเพื่อไทยเริ่มเปิดรายชื่อผู้ที่จะถูกเสนอเป็นนายกฯบ้างแล้ว นายกฯพร้อมจะเปิดตัวหรือยัง นายกฯตอบว่า พรรคการเมืองไหนจะเสนอใครว่ากันไป ตนยังไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกับใคร ยังไม่มีกำหนดเวลาว่าต้องเมื่อไหร่อย่างไรในตอนนี้ ถ้าถึงเวลาตนจะเข้าไปเกี่ยวข้องกับทางการเมืองค่อยว่ากันอีกที อย่าไปให้ความสำคัญกับเรื่องนี้มากนัก อยากให้ดูว่ารัฐบาลนี้ทำอะไรมากกว่า ไปดูว่ารัฐบาลต่อไปจะทำอะไรอีกบ้าง ได้มากกว่าที่ตนทำหรือไม่ ขอร้องว่าอย่าไปฟังว่าไอ้นั่นจะทำ ไอ้นี่จะไม่ทำ เลิกเสียที ทำใหม่เพราะมันไม่ง่ายนักหรอก ถ้าทุกคนเข้ามาอยู่ในระบบการบริหารราชการแผ่นดิน อย่างที่ทำอยู่ในเวลานี้

ตัดสินใจทางการเมืองอยู่ที่ความสงบ

เมื่อถามว่า ขณะนี้มีเสียงสะท้อนเชิงลบจะมีผลกระทบต่อการทำงานของรัฐบาลและ คสช.หรือไม่ นายกฯตอบว่า ตนฟังเสียงสะท้อนทั้งเชิงลบและเชิงบวก แม้เสียงสะท้อนเชิงบวกจะมีมากมายแต่สื่อไปขยายในเชิงลบมากกว่า ผลสะท้อนเชิงบวกสื่อขยายให้ตนบ้างหรือเปล่าก็ยังไม่รู้ แต่ไม่ค่อยเห็น ส่วนใหญ่สื่อมักขยายเรื่องเชิงลบมากกว่า ยืนยันว่าไม่ว่าเสียงสะท้อนเชิงลบจะมีมากหรือน้อย ไม่มีผลต่อการตัดสินใจของตน เหตุผลที่จะทำให้ตัดสินใจอยู่ที่ความสงบเรียบร้อยเป็นหลัก การบริหารประเทศ ภายใต้กรอบยุทธศาสตร์ชาติและแผนแม่บทเป็นสิ่งที่ติดตามอยู่ตลอดเวลา หวังว่าประชาชนและข้าราชการจะเข้าใจว่า วันนี้เรากำลังทำอะไรกันอยู่ ได้มอบหมายให้สำนักโฆษกฯ กระทรวงและหน่วยงานต่างๆติดตามความคิดเห็นที่เข้ามาในช่องทางการสื่อสารของตน บางเรื่องจะมีการตอบคำถามแทนตน เพราะไม่สามารถตอบได้ รู้เพียงหลักการและนโยบาย

บ่นขี้เกียจตอบคำถามสื่อเวิ่นเว้อ

เมื่อถามถึงคำทำนายของหมอดูที่ระบุว่าจะได้เป็นนายกฯต่อ รวมถึงแฟนคลับชาวเชียงใหม่ต้องการให้ไปลงพื้นที่อีกรอบนายกฯจะไปเมื่อไหร่ หรือต้องรอให้เข้าสู่เวทีทางการเมืองแล้ว พล.อ.ประยุทธ์ ตอบว่า คำถามที่พวกท่านถามมาเวิ่นเว้อ เป็นการเมืองทั้งสิ้น ขี้เกียจตอบ และไม่ได้โมโหใคร แต่ขี้เกียจตอบ เพราะมันไม่มีประโยชน์กับผมหรือใครเลยทั้งสิ้น เมื่อถามว่าจะปรับช่องทางการสื่อสารอีกหรือไม่ เนื่องจากขณะนี้มีการบิดเบือนข้อมูล นายกฯ ตอบว่าทุกอย่างจะเป็นเหมือนเดิม เพราะคนที่เสนอข่าวข้อมูลเป็นคนเดิม โดยเฉพาะสื่อมวลชน ยังเป็นแบบเดิม ไม่สามารถแก้อะไรได้ทั้งนั้น แต่ขอขอบคุณทุกคน แต่ถึงวันนี้ก็ไม่เหนื่อย
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าอาการบาดเจ็บจากอาการนิ้วมือด้านขวาซ้นของนายกฯเมื่อวันที่ 30 ต.ค.คาดว่าอาการหนักขึ้น พยาบาลได้พันผ้าลักษณะเฝือกอ่อนเต็มฝ่ามือ มาจากการที่จับเชือกโล้ชิงช้าของชาวเขาเผ่าอาข่า ระหว่างลงพื้นที่หมู่บ้านเมืองรวง ต.แม่กรณ์ อ.เมือง จ.เชียงราย รวมทั้งการพบปะชาวบ้านมีชาวบ้าน บางคนจับมือนายกฯ โดยไม่ทราบว่ามีอาการบาดเจ็บมาก่อน จึงจับแรงเต็มที่ จนบางครั้ง พล.อ.ประยุทธ์ถึงกับแสดงอาการสะดุ้งเจ็บมือให้เห็นอย่างชัดเจน พร้อมบอกว่ายังเจ็บมืออยู่

“วิษณุ” ระบุ คสช.คุยฝ่ายการเมือง พ.ย.

เมื่อเวลา 13.45 น. ที่มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย นายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ กล่าวถึงความคืบหน้าการประชุมร่วมระหว่าง คสช.กับพรรค การเมืองว่า ขณะนี้ยังไม่มีความชัดเจน เพราะเดือน พ.ย. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้าคสช.มีภารกิจเดินทางไปต่างประเทศ 3-4 ครั้ง แต่การประชุมร่วมน่าจะเกิดขึ้นในเดือน พ.ย.ช่วงที่ พล.อ.ประยุทธ์อยู่ในประเทศ

สมัคร ส.ส.เส้นตายทำได้ถึง 26 พ.ย.

นายวิษณุกล่าวว่า ส่วนกรณีนักการเมือง อดีต ส.ส.ย้ายพรรค จำนวนมากในช่วงนี้นั้น บางครั้งเรียกว่าย้ายพรรคไม่ได้ เพราะยังไม่รู้ว่าของเดิมเขายังเป็นสมาชิกพรรคอยู่หรือไม่ อาจจะเคยเป็นแต่ขาดสมาชิกภาพไปแล้ว เขาจึงให้มีการอัปเดตข้อมูลสมาชิกให้เป็นปัจจุบัน แล้วใช้ทะเบียนสมาชิกใหม่เป็นหลัก ส่วนใครบอกว่าตอนนี้เป็นสมาชิกแล้วนั้น ถ้าจะมาเป็นสมาชิกต้องเสียค่าบำรุงพรรคก่อนนั้น ส่วนคนที่จะลงสมัครรับเลือกตั้ง ส.ส.ต้องมีสภาพสมาชิกพรรค 90 วันก่อนวันเลือกตั้ง ถ้าวันเลือกตั้งคือ 24 ก.พ.62 จะต้องเป็นสมาชิกภายในวันที่ 26 พ.ย.นี้ แต่หลังวันดังกล่าวก็ยังย้ายพรรคได้อยู่ แต่จะลงสมัคร ส.ส.ไม่ได้แล้ว ถ้าพอใจเป็นแค่สมาชิกพรรคไม่เป็นไร ซึ่งก็มีบางคนที่ไม่ได้จะลงสมัครเป็น ส.ส.

ศธ.ร่นสอบ GAT/PAT1 สัปดาห์ก่อน ลต.

นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รมว.ศึกษาธิการ กล่าวว่าวันที่ 1 พ.ย.จะประชุมร่วมกับที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย (ทปอ.) เพื่อหารือการเลื่อนวันการทดสอบความถนัดทั่วไป (GAT) และการทดสอบความถนัดทางวิชาการ/วิชาชีพ (PAT) และการทดสอบวิชาสามัญ 9 วิชา ประจำปีการศึกษา 2562 ไม่ให้ตรงกับวันเลือกตั้ง จากการหารือกับนายสัมพันธ์ พันธุ์พฤกษ์ ผอ.สถาบันทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ (สทศ.) คาดว่าจะเลื่อนการสอบขึ้นมา 1 สัปดาห์ก่อนการเลือกตั้ง คือระหว่างวันที่ 16-17 ก.พ.2562 ให้เด็กทุกคนได้สอบก่อน จะได้ไม่เสียสมาธิกับการเลือกตั้ง เพราะถ้าเลื่อนการสอบไปหลังวันเลือกตั้งอาจกระทบกับระบบกลางการคัดเลือกบุคคลเข้าศึกษาในสถาบันอุดมศึกษา แต่ขอหารือกับ ทปอ.อย่างเป็นทางการก่อน เนื่องจาก ทปอ.เป็นผู้กำหนดปฏิทินการสอบ GAT/PAT แต่คิดว่าไม่น่าจะมีปัญหาอะไร เพราะกระทรวงศึกษาธิการจะแก้ปัญหาไม่ให้การสอบชนกับวันเลือกตั้งแน่นอน

อดีต ส.ส.พะเยาฉะ “บิ๊กตู่” อย่าโทษคนอื่น

วันเดียวกัน นางอรุณี ชำนาญยา อดีต ส.ส.พะเยา พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า กรณี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯลงพื้นที่ จ.พะเยา โดยกล่าวว่าเห็นใจคนพะเยาที่รัฐบาลก่อนๆ ไม่ได้ช่วยพัฒนาให้เจริญขึ้นเลย อย่ามัวแต่โทษคนอื่น ยึดอำนาจประชาชนไปเกือบ 5 ปีด้วยอำนาจเบ็ดเสร็จเด็ดขาด แม้แต่จะวิพากษ์วิจารณ์ยังไม่ได้ รัฐบาล คสช.ทำให้บ้านเมืองพัฒนาก้าวหน้า ประชาชนพะเยาอยู่ดีกินดีขึ้นหรือไม่
ด้านนายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ อดีต ส.ส.พะเยา และอดีตรองประธานสภาฯ กล่าวว่า รัฐบาลของ พล.อ.ประยุทธ์อยู่มา 5 ปี ช่วยอะไร จ.พะเยาบ้าง ทำไมชาวพะเยาจนลงกว่าทุกรัฐบาล

ซัดปฏิวัติทำยากจนพืชผลตกต่ำ

นายไพโรจน์ ตันบรรจง อดีต ส.ส.พะเยา กล่าวว่า จ.พะเยาพัฒนาขึ้นอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่สมัยที่นางลดาวัลลิ์ วงศ์ศรีวงศ์ อดีต ส.ส.พะเยาหลายสมัยร่วมมือกับอดีต ส.ส.พะเยาทั้ง 3 เขต สะท้อนความเดือดร้อนให้รัฐบาลที่ผ่านมารับรู้และเข้าช่วยพัฒนาจนกระทั่งมีมหาวิทยาลัยพะเยา มีวิทยาลัยเทคนิคเพิ่มที่ อ. เชียงคำ อ.ปงและ อ.ดอกคำใต้ ปัญหาสังคมที่กระทบเด็กและสตรียากจน ถูกแก้ไขมาต่อเนื่องด้วยนโยบายแก้จนของรัฐบาลพรรคไทยรักไทย และนโยบายพรรคเพื่อไทยมากที่สุด เพราะมีกองทุนหมู่บ้าน โครงการ 30 บาทรักษาทุกโรค ยางพาราราคาสูงกว่า กก.ละ 100 บาท ข้าวเกวียนละ 15,000 บาท แต่การพัฒนาหยุดชะงักทุกครั้งที่มีการยึดอำนาจ วันนี้ ยุครัฐบาล คสช. ราคาผลผลิตการเกษตรทุกอย่างตกต่ำเป็นประวัติการณ์ ถ้าพรรคเพื่อไทยไม่ถูกปฏิวัติบริหารประเทศครบ 4 ปี ชาวพะเยาจะไม่ยากจนอย่างทุกวันนี้แน่นอน

“เจ๊หน่อย” ถือฤกษ์เบิกร่องลุยโคราช

ผู้สื่อข่าวรายงานจากพรรคเพื่อไทยว่าวันที่ 31 ต.ค. คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานยุทธศาสตร์การเลือกตั้งพรรคเพื่อไทย จะลงพื้นที่ จ.นครราชสีมา เพื่อรับสมัครสมาชิกพรรค รับฟังความคิดเห็นประชาชนในพื้นที่ โดยจะสักการะอนุสาวรีย์ท้าวสุรนารี ก่อนรับสมัครสมาชิกใน อ.เมืองนครราชสีมา และ อ.สีคิ้ว สาเหตุที่เลือกลงพื้นที่ จ.นครราชสีมา เป็นที่แรกในนามประธานคณะยุทธศาสตร์การเลือกตั้ง เพราะต้อง การปรับภาพลักษณ์จากที่ถูกมองว่าเป็นอดีต ส.ส.กทม. มีฐานเสียงอยู่เฉพาะใน กทม.ให้เป็นที่ยอมรับในวงกว้าง โดยเฉพาะภาคอีสานมี ส.ส.มากที่สุดในประเทศ และ จ.นครราชสีมามี ส.ส.ถึง 15 ที่นั่งเป็นอันดับ 2 ของประเทศรองจาก กทม.

ชูลูกอีสานหลานย่าโมชักธงรบ “บิ๊กตู่”

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า อีกทั้งบิดานายสมพล เกยุราพันธุ์ มีพื้นเพเป็นคนโคราช เคยเป็นอดีต ส.ส.นครราชสีมา ในนามอิสระเมื่อการเลือกตั้งปี 2512 คุณหญิงสุดารัตน์จึงจะใช้คำขวัญ “ลูกอีสาน หลานย่าโม” สะท้อนความเป็นทายาทของนายสมพล ที่ผูกพันกับ จ.นครราชสีมา และภาคอีสาน เพื่อส่งสัญญาณชักธงรบถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และหัวหน้า คสช.ที่มีถิ่นกำเนิดที่ จ.นครราชสีมาและประกาศตัวเป็นคนโคราชมาโดยตลอด หลังจากนี้คุณหญิงสุดารัตน์จะลงพื้นที่ต่างๆให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ แต่ยังไม่มีกำหนดการแน่ชัด และคาดว่า คุณหญิงสุดารัตน์จะเป็น 1 ใน 3 รายชื่อที่พรรคจะเสนอเป็นนายกฯในการเลือกตั้งด้วย

ฟังเสียงไร่อ้อย-หอการค้าทำนโยบาย

นายโกศล ปัทมะ อดีต ส.ส.นครราชสีมา พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า คุณหญิงสุดารัตน์ลงพื้นที่ จ.นครราชสีมา นอกจากมาเพื่อรับสมัครสมาชิกแล้ว ยังจะรับฟังความคิดเห็นของประชาชนในพื้นที่ ทั้งหอการค้า จ.นครราชสีมา และกลุ่มเกษตรกรชาวไร่อ้อย อาชีพหลักของคนโคราช เพราะเป็นจังหวัดที่ปลูกอ้อยมากที่สุดเป็นดันดับ 2 ของภาคอีสาน ที่ผ่านมานโยบายรัฐบาลมักเอื้อประโยชน์นายทุนที่นำอ้อยไปแปรรูป จึงต้องการแก้ปัญหาให้เกษตรกรได้รับผลประโยชน์มากที่สุด สิ่งที่ประชาชนสะท้อนมายังพรรค จะรวบรวมไปปรับเป็นนโยบายสำหรับการเลือกตั้งให้ชีวิตเกษตรกรที่เป็นคนส่วนใหญ่ของประเทศดีกว่าที่เป็นอยู่

พธ.โต้ไม่ใช่นอมินีเพื่อไทย

นายพงศกร อรรณนพพร เลขาธิการพรรคเพื่อธรรม (พธ.) กล่าวว่า พรรคจัดตั้งสาขาพรรคครบทุกภาคแล้วตามที่ กกต. และกฎหมายกำหนด วันที่ 5 พ.ย.จะมีการประชุมเพื่อเลือกคณะกรรมการสรรหาผู้สมัครรับเลือกตั้ง 11 คน เมื่อ คสช.ปลดล็อกให้คัดเลือกผู้สมัครรับเลือกตั้งได้ จะเริ่มพิจารณาในลำดับต่อไป ตั้งใจจะส่งผู้สมัครให้ได้มากที่สุดเกือบครบ 350 เขต กรณีมีการวิพากษ์วิจารณ์ว่าพรรคเพื่อธรรมเป็นนอมินีหรือสาขารองรับพรรคเพื่อไทยกรณีเกิดอุบัติเหตุการเมืองนั้น พรรคเพื่อไทยคือพรรคเพื่อไทย พรรคเพื่อธรรมคือพรรคเพื่อธรรม ไม่ได้เป็นนอมินีให้ แต่ถ้าแนวทางอุดมการณ์การเมืองตรงกันไม่มีปัญหา ที่ยืนยันได้ชัดเจนวันนี้คือไม่เอาเผด็จการ เมื่อถามว่าพร้อมจะรองรับสมาชิกพรรคเพื่อไทยหรือไม่หากเกิดอุบัติเหตุการเมือง นายพงศกรตอบว่าคงไม่ใช่ เพราะโครงสร้างพรรคใดจะเป็นโครงสร้างตามรูปแบบพรรคนั้น เพียงแต่ถ้าแนวทางคล้ายกัน ถ้าจะมาไม่ได้ว่าถ้าพร้อมจะมาในแนวทางนี้ อุดมการณ์นี้ และมีคุณสมบัติครบถ้วน สามารถลงสมัครรับเลือกตั้งก็พร้อมรับ

“จตุพร” มั่นใจเพื่อชาติคว้า ส.ส.ใต้

บ่ายวันเดียวกัน ที่ห้องประชุมโรงแรมเกียรตินคร อ.เมืองนครศรีธรรมราช นายยงยุทธ ติยะไพรัช อดีตประธานรัฐสภา ในฐานะผู้สนับสนุนพรรคเพื่อชาติ และนายจตุพร พรหมพันธุ์ แกนนำ นปช.ในฐานะผู้สนับสนุนพรรคเพื่อชาติ เดินทางมาพบแกนนำของพรรคในภาคใต้และเปิดรับสมัครสมาชิกพรรคเพื่อชาติ มีสมาชิกพรรคและแกนนำจากทั่วภาคใต้มาร่วมประชุมประมาณ 500 คน โดยนายจตุพรขึ้นเวทีปราศรัยกับสมาชิกพรรคตอนหนึ่งว่า ทราบว่าแกนนำของพรรคมากันในครั้งนี้ เพื่อเตรียมความพร้อมในการส่งผู้สมัคร ส.ส.ลงรับเลือกตั้งในภาคใต้ครบทุกเขต เนื่องจากเป็นพรรคของคนใต้ เพราะคนใต้อยากได้พรรคใหม่ๆ เข้าไปเป็นตัวแทนของคนใต้บ้าง พรรคเพื่อชาติมีความพร้อมที่จะเป็นตัวแทนของคนใต้ ส่วนว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.ในภาคใต้ กำลังอยู่ในระหว่างรอมติจากพรรคอีกครั้ง เพื่อจะประกาศตัวผู้สมัคร ส.ส.ในพื้นที่ภาคใต้ต่อไป เท่าที่ดูมั่นใจว่าพรรคเพื่อชาติกวาดที่นั่งในภาคใต้หลายที่นั่งแน่นอน

“เนวิน-แกนนำ ภท.” ตะลุยเมืองคอน

ที่บริเวณศาลหลักเมืองนครศรีธรรมราช จ.นครศรีธรรมราช นายเนวิน ชิดชอบ ประธานบริหารสโมสรฟุตบอลบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด และแกนนำพรรคภูมิใจไทย พร้อมทีมบิ๊กไบค์กว่า 30 คัน เดินทางมาร่วมพิธีบวงสรวงสักการะศาลหลักเมือง โดยมี พล.ต.ต.ฐากูร เนตรพุกกณะ ผบก.ภ.จ.นครศรีธรรมราช พร้อมทีมงานพรรคภูมิใจไทยในภาคใต้ให้การต้อนรับ โดยนายเนวินกล่าวว่า เดินทางมาครั้งนี้เพื่อสักการบูชาศาลหลักเมืองนครศรีธรรมราชและองค์พ่อจตุคามรามเทพ เป็นความเชื่อส่วนตัวที่มาทุกปี พร้อมกันนี้จะแวะดูภูมิปัญญาชาวบ้าน และดูสิ่งที่ภาคเอกชนทำคือดูการผลิตไบโอดีเซล เชื่อว่ามีวิธีในการแก้ไขปัญหาของเกษตรกรชาวสวนปาล์มได้ หากรัฐบาลตัดสินใจใช้วิธีที่ตนติด โดยเอาน้ำมันปาล์มผสมกับน้ำมันดีเซล 7% เป็นพลังงาน จะทำให้ราคาปาล์มไม่ต่ำกว่ากิโลกรัมละ 5 บาท ตนลงมาดูข้อมูล ตรวจสอบและดูทฤษฎีตัวเลขหมดแล้ว มากราบองค์พ่อ แล้วมาดูชีวิตจริง ตนเป็นประชาชนตัวเล็กๆคนหนึ่งยังเห็น หวังว่ารัฐบาลจะเห็นและกระทรวงพลังงานจะเห็น

“ปรีชา” หนีตายชิ่ง พปชร.จ่อซบ ชทพ.

ผู้สื่อข่าวรายงานจากพรรคพลังประชารัฐว่า สำหรับการจัดตัวผู้สมัครรับเลือกตั้ง ส.ส.ของพรรคในส่วนของภาคอีสาน ล่าสุดนายปรีชา เร่งสมบูรณ์สุข อดีต ส.ส.เลย ที่ก่อนหน้านี้เปิดตัวร่วมงานกับพรรคพลังประชารัฐในนามกลุ่มสามมิตร แต่ที่ผ่านมานายปรีชาติดตามกระแสความนิยมของพรรคพลังประชารัฐในพื้นที่ จ.เลย พบว่าความนิยมของพรรคพลังประชารัฐมีเพียง 10 กว่าเปอร์เซ็นต์เท่านั้น ทำให้การลงสมัคร ส.ส.ในนามพรรคพลังประชารัฐ มีโอกาสได้รับเลือกตั้งน้อยมาก ทำให้นายปรีชาคิดจะย้ายไปร่วมงานกับพรรคชาติไทยพัฒนาหรือพรรคอื่น ขณะนี้อยู่ระหว่างการรวบรวมข้อมูลด้านต่างๆก่อนการตัดสินใจขั้นสุดท้าย ทั้งนี้ การที่นายปรีชาเลือกจะเข้าร่วมงานพรรคชาติไทยพัฒนาเป็นลำดับแรก เพราะมองว่าเป็นพรรคกลางๆ ไม่ขัดแย้งกับพรรคอื่น และหากขอกลับไปร่วมงานกับพรรคเพื่อไทยก็ถูกปฏิเสธ ส่วนพรรคภูมิใจไทย มีตระกูลสังขทรัพย์เป็นเจ้าของพื้นที่อยู่แล้ว

“สิริพงศ์” อำลาค่ายเก่าทั้งน้ำตา

เมื่อเวลา 11.00 น. ที่พรรคชาติไทยพัฒนา นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ อดีต ส.ส.ศรีสะเกษ พรรคชาติไทยพัฒนา ยื่นใบลาออกจากการเป็นสมาชิกพรรคต่อนายพิสิษฐ์ พิทยฐากุลเจริญ นายทะเบียนพรรค เพื่อเตรียมไปร่วมกับพรรคภูมิใจไทย มีอดีต ส.ส.ชาติไทยพัฒนา อาทิ นายภราดร ปริศนานันทกุล อดีตรองหัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา และนายกรวีร์ ปริศนานันทกุล อดีต ส.ส.อ่างทอง มาให้กำลังใจสวมกอดกัน โดยนายภราดรกล่าวว่า เสียใจแต่ยอมรับกับการตัดสินใจของนายสิริพงศ์มั่นใจว่ายังทำงานร่วมกันได้ เราคือพวกเดียวกัน จนนายสิริพงศ์กลั้นน้ำตาไม่อยู่ พร้อมกล่าวว่า เป็นการตัดสินใจที่ยากลำบาก อยู่บ้านหลังนี้มา 10 ปี มาเข้าสังกัดพรรคนี้คนเดียว วันนี้จะไปก็ไปคนเดียว บทบาทที่จะทำในพรรคภูมิใจไทย อยากนำบุรีรัมย์โมเดลด้านกีฬาไปพัฒนาต่อยอดในพื้นที่ศรีสะเกษ จะเสนอตัวลงเลือกตั้ง ส.ส.เขต แม้ต้องสู้กับพรรคเพื่อไทย จะไปสมัครเป็นสมาชิกพรรคภูมิใจไทยวันที่ 31 ต.ค.

“สุเทพ-หม่อมเต่า” ย่ำ “สีลม-เจริญกรุง”

เมื่อเวลา 09.00 น. นายสุเทพ เทือกสุบรรณ อดีตแกนนำ กปปส. และผู้ร่วมก่อตั้งพรรครวมพลังประชาชาติไทย (รปช.) ในฐานะประธานคณะกรรมการฝ่ายรณรงค์หาสมาชิกพรรค และ ม.ร.ว.จัตุมงคล โสณกุล หัวหน้าพรรค รปช. พร้อมคณะกว่า 30 คน (รวมการ์ด) ร่วมออกเดินหาสมาชิกพรรคในโครงการเดินคารวะแผ่นดินเป็นวันที่ 5 ใช้เส้นทางเริ่มต้นที่ถนนสีลม-เจริญกรุง-บางรัก เริ่มจากเข้าสักการะพระแม่อุมาเทวี ที่วัดพระศรีมหาอุมาเทวี หรือวัดแขกสีลม ได้รับการตอบรับจากประชาชนสองข้างทาง ต่างขอถ่ายรูปและรับเอกสารประชาสัมพันธ์จากพรรค

นศ.รัฐศาสตร์ถามชงคืนเวทีหวังอะไร

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะที่นายสุเทพแวะไปแจกเอกสารประชาสัมพันธ์พรรคในร้านอาหารร้านหนึ่งย่านสีลม มีวัยรุ่นชายสวมเสื้อทีเชิ้ตสีดำคอปก กางเกงยีนส์ถือโทรศัพท์เปิดกล้องจากมือถือเดินเข้ามาแนะนำตัวกับนายสุเทพว่า กำลังเรียน ป.ตรีคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยแห่งหนึ่ง เป็นคนรุ่นใหม่ ที่อยากรู้จุดยืนของนายสุเทพ พร้อมถามว่า “คุณลุงต่อสู้เพื่อประชาชนอย่างเต็มที่ แต่ตอนนี้หันกลับมาเล่นการเมือง แตกต่างกันอย่างไร” นายสุเทพตอบว่า ตอนนี้ยังไม่ถือว่าเราเล่นการเมือง แต่เป็นการทำหน้าที่ในฐานะคนไทยคนหนึ่ง ผมจะไม่ลงรับสมัครรับเลือกตั้ง และจะไม่เป็นเจ้าของพรรค จะไม่เป็นผู้บริหารพรรค เมื่อถูกถามต่อว่าการมาเดินหาเสียงครั้งนี้ทำเพื่อตำแหน่งอะไร นายสุเทพตอบว่าไม่ได้มาหาเสียง แต่มาชวนคนให้ร่วมตั้งพรรคการเมืองของประชาชน เมื่อถามต่อว่าแล้วในอนาคตจะมีตำแหน่งอะไรของการเมืองไทย นายสุเทพตอบว่าไม่มีเลย ไม่มีตำแหน่งใด เป็นคนธรรมดาเหมือนคุณ เป็นกองเชียร์ ชายวัยรุ่นคนดังกล่าวยังขอให้นายสุเทพวิเคราะห์การเมืองไทยในอนาคต นายสุเทพตอบว่าพอเลือกตั้งเสร็จสิ้นคิดว่าบ้านเมืองคงจะเรียบร้อย เมื่อถามต่อว่าการที่มีพรรคมากมายเช่นนี้จะเป็นอย่างไร นายสุเทพตอบว่า ประชาชนมีทางเลือกมากขึ้น ในการพิจารณาว่าจะร่วมกับใคร เมื่อถามว่าคิดเห็นอย่างไรกับคนรุ่นใหม่ที่เข้ามามีส่วนร่วมกับการเมืองไทย นายสุเทพตอบว่า คนรุ่นใหม่จะเป็นพลังสำหรับการเดินหน้าประเทศไทยต่อไป

ปักใจกลุ่มอำนาจเก่าส่งคนป่วน

นายสุเทพให้สัมภาษณ์ว่าจากการเดินหาสมาชิกและแนะนำพรรค รปช.มา 5 วัน ได้รับการตอบรับจากประชาชนดี แต่ก็ยังมีคนจ้องป่วนก่อกวน ซึ่งมีหลักฐานชัดเจนว่าเป็นกลุ่มอำนาจเก่า เพราะเห็นหน้าชัดเจนเป็นคนเดิม หน้าเดิมๆ 2 คน ที่มาก่อกวนที่ย่านเยาวราช ยืนยันว่าไม่ใช่กลุ่ม กปปส.เก่าที่ไม่พอใจจากเหตุที่ตนร่วมก่อตั้งพรรคการเมือง จึงขอฝากถึงกลุ่มการเมืองเก่าว่า “ขอให้คุณใจกว้าง อย่าใจแคบ ซึ่งสิ่งที่เกิดขึ้นผมไม่ได้หวั่นไหว และผมได้ฝากบอกทีมงานในคณะของเราแล้วว่าอย่าตอบโต้ใดๆ” เมื่อถามว่าจะเปลี่ยนวิธีหาสมาชิกไปใช้รูปแบบอื่นหรือไม่ นายสุเทพกล่าวว่าส่วนตัวถนัดเดินพูดคุยกับประชาชน ขณะที่ ม.ร.ว.จัตุมงคลถนัดคิดนโยบาย ที่หลายคนมองว่า ม.ร.ว.จัตุมงคลเป็นหัวหน้าพรรค แต่ไม่มีบทบาท ประชาชนอาจสับสนว่าใครเป็นหัวหน้าพรรคตัวจริง ยืนยันว่าเขาไม่สับสน ม.ร.ว.จัตุมงคลเป็นหัวหน้าพรรคชุดแรก และรปช.จะประชุมสมัชชาพรรคเพื่อเลือกหัวหน้าพรรคและกรรมการบริหาร (กก.บห.) พรรคชุดใหม่วันที่ 15 ธ.ค. ขึ้นอยู่กับสมาชิกพรรคว่าจะเลือกใครเป็นหัวหน้าพรรค

เจอหญิงสาวตอกไหนไม่เล่นการเมือง

กระทั่งเวลา 11.30 น. ระหว่างที่คณะของนายสุเทพ เดินทางมาถึงบริเวณซอยศรีเวียง หน้าโรงแรมแชงกรี-ลา ได้มีผู้หญิงสาวรายหนึ่ง สวมเสื้อสเวตเตอร์แขนยาวสีขาว กางเกงยีนส์ ที่ยืนอยู่บริเวณดังกล่าวพูดเสียงดังในลักษณะต่อว่าขณะที่นายสุเทพกำลังเดินผ่านพอดีว่า “ตายแล้ว ไม่ห่มผ้าเหลืองมาด้วยเหรอคะวันนี้ นึกว่าจะบวชไม่สึก ตายแล้ว ดิชั้นตกใจหมดเลย ไหนบอกว่าจะไม่เล่นการเมือง คิดว่าประชาชนโง่นักหรือคะ กินข้าวนะไม่ได้กินหญ้าน่ะ ประชาชนนะ รู้ไว้ด้วย ไปได้แล้ว” ก่อนจะเดินสวนออกจากคณะของนายสุเทพ ส่วนนายสุเทพได้แต่หัวเราะ ไม่ได้ตอบโต้อะไร ด้านทีมงานของพรรค รปช.ยังคงใช้ไมโครโฟนพกพา ประกาศเชิญชวนให้ชาวบ้านมาสมัครเป็นสมาชิกพรรคต่อไป ทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น

“มาร์ค” อ้อนขอเสียงคนสุราษฎร์

เมื่อเวลา 10.30 น. นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ผู้สมัครรับเลือกตั้งหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ หมายเลข 1 พร้อมนายชำนิ ศักดิเศรษฐ์ และผู้สนับสนุน เดินทางมายังบ้านของนายดำรง ประดิษฐ์พร หรือกำนันเซ่ง อดีตกำนัน ต.ท่าโรงช้าง หมู่ 3 อ.พุนพิน จ.สุราษฎร์ธานี บิดานายสมชาติ ประดิษฐ์พร ประธานสภา อบจ.สุราษฎร์ธานี ที่พรรคประชาธิปัตย์วางให้เป็นผู้ลงสมัครรับเลือกตั้ง ส.ส.เขต 4 จ.สุราษฎร์ธานี เพื่อพบปะพูดคุย มีว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.สุราษฎร์ธานีทั้ง 6 เขต รวมถึงผู้สนับสนุนพรรคกว่า 500 คนเข้าร่วม จากนั้นนายอภิสิทธิ์เดินทางไปที่โรงแรมบรรจงบุรี อ.เมืองสุราษฎร์ธานี พบสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์แสดงวิสัยทัศน์การเลือกตั้งหัวหน้าพรรค พบปะกลุ่มเต้นแอโรบิก ตลาดริมเขื่อนแม่น้ำตาปี แล้วไปกราบนมัสการเจ้าอาวาสวัดกลางเก่า เยี่ยมชมตลาดศาลเจ้าก่อนกลับ กทม.

“กรณ์” อวยยุคนี้ต้อง “อภิสิทธิ์” เท่านั้น

นายกรณ์ จาติกวณิช อดีตรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ โพสต์เฟซบุ๊กสนับสนุนนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ รักษาการหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ในการเลือกตั้งหัวหน้าพรรคว่า ทำไมถึงต้องเป็น “อภิสิทธิ์” เพราะการดีเบตผู้สมัครหัวหน้าพรรค นายอภิสิทธิ์พูดว่าจะไม่เป็นรัฐบาลเพียงเพื่อคนของพรรคได้มีตำแหน่ง แต่จะเป็นรัฐบาลหากขับเคลื่อนนโยบายเพื่อประชาชนได้ สิ่งสำคัญที่สุดต้องมั่นใจว่าหัวหน้าพรรคเรามีจุดยืนที่หนักแน่น รักษาอุดมการณ์พรรค ปกป้องประโยชน์ประเทศ นี่คือสาเหตุหลักที่ตนประกาศสนับสนุนนายอภิสิทธิ์ ถ้าเราตั้งใจเลือกหัวหน้าพรรคที่พร้อมยอมให้คนนอกพรรคเป็นนายกฯ นั่นคือความคิดที่จะทำให้พรรคอ่อนแอ สุดท้ายมีสิทธิล่มสลาย ประเด็นสำคัญคือการแก้ปัญหาปากท้อง ปีหน้าไทยจะเป็นประธานอาเซียน ในสภาพแวดล้อมการเปลี่ยนแปลงอย่างแรงในขั้วอำนาจภูมิภาค ใครจะเป็นผู้นำที่เรามั่นใจที่สุด คำตอบชัดเจนในสถานการณ์ปัจจุบันต้อง “อภิสิทธิ์” เท่านั้น

ปชป.เคาะหัวหน้าพรรค 11 พ.ย.

ที่พรรคประชาธิปัตย์ นายราเมศ รัตนะเชวง รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ แถลงว่า นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฎ์ เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ ทำหนังสือเชิญประชุมใหญ่วิสามัญครั้งที่ 2 ในวันที่ 11 พ.ย.เพื่อลงมติเลือกหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ และคณะกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่ และเลือกกรรมการสรรหาผู้สมัครรับเลือกตั้ง 11 คน ที่โรงแรมมิราเคิลแกรนด์ โดยให้น้ำหนักของคะแนนอดีต ส.ส.ชุดที่ผ่านมาร้อยละ 70 อดีต ส.ส.ก่อนหน้านี้ที่ยังเป็นสมาชิกพรรค ประธานสาขา และโหวตเตอร์อื่นเหลือร้อยละ 30 ตามเกณฑ์เดิม ไม่ใช่ 1 เสียง 1 คะแนน ตามที่ นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม ผู้สมัครเข้ารับการหยั่งเสียงเคยเสนอไว้ เชื่อว่าจะเป็นไปด้วยความเรียบร้อย ส่วนจะมีใครถอนตัวหรือไม่ ขณะนี้มีการแสดงเจตจำนงกันไว้บ้างแล้วว่า ถ้าได้รับผลการหยั่งเสียงเป็นที่ 2 และ 3 อาจมีการถอนตัว แต่สุดท้ายผลการเลือกตั้งหัวหน้าพรรคต้องเป็นไปตามที่ประชุมใหญ่

ครม.ตั้ง “บี” นั่งโฆษกฯเป็นทางการ

เมื่อเวลา 14.40 น. ที่มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง ในฐานะโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงภายหลังการประชุม ครม. เป็นการแถลงข่าวในฐานะโฆษกรัฐบาลอย่างเป็นทางการครั้งแรกว่า ครม.มีมติอนุมัติแต่งตั้งให้ตนเป็นโฆษกฯอย่างเป็นทางการแล้ว

กำชับ ขรก.ยื่นบัญชีทรัพย์สิน ป.ป.ช.

นายพุทธิพงษ์กล่าวต่อว่า ที่ประชุม ครม.ได้พิจารณากรณีที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) แก้ไขข้อบังคับการชี้แจงบัญชีทรัพย์สินของผู้ที่รับราชการ รวมถึงผู้อยู่ในตำแหน่งข้าราชการการเมืองเพิ่มเติม ซึ่งจะออกเป็นประกาศราชกิจจานุเบกษา มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 พ.ย.เป็นต้นไป นายกฯและนายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯเป็นห่วงในการปฏิบัติของข้าราชการที่ต้องยื่นบัญชีทรัพย์สินต่อ ป.ป.ช.เพิ่มเติมอีก 300 กว่าตำแหน่ง เพราะเป็นตำแหน่งที่ไม่เคยยื่นมาก่อน เช่น คณะกรรมการของสภามหาวิทยาลัยต่างๆ อธิการบดี รองอธิการบดี ระดับปฏิบัติฝ่ายประจำ อธิบดี รองอธิบดี เป็นต้น ครม.ได้ให้ข้อสังเกตกับฝ่ายปฏิบัติและกำชับให้ผู้ปฏิบัติตามกฎระเบียบของ ป.ป.ช.อย่างเคร่งครัด

นายกฯสั่งปลัดฯ—ผู้ว่าฯเกาะติด “ตู่ดิจิทัล”

นายพุทธิพงษ์กล่าวอีกว่า พล.อ.ประยุทธ์สั่งการในที่ประชุมไปยังปลัดทุกกระทรวงและผู้ว่าฯทุกจังหวัด ให้เข้าไปดูปัญหาที่มีการร้องเรียนในช่องทางโซเชียล ทั้งเฟซบุ๊ก อินสตาแกรม และทวิตเตอร์ของนายกฯ ให้ดูว่าข้อร้องเรียนใดอยู่พื้นที่และความรับผิดชอบของตนเอง เพื่อตรวจสอบข้อมูล และดำเนินการช่วยเหลือประชาชนให้ทันท่วงที และโพสต์กลับเข้ามาที่คอมเมนต์ ส่วนของอินบ็อกซ์นายกฯจะเข้าไปดูและตอบเอง รวมถึงแก้ปัญหาเอง

ไฟเขียวพ้นคุกฝึกนวดแผนโบราณ

นายพุทธิพงษ์กล่าวว่า ครม.เห็นชอบร่าง พ.ร.บ.สถานประกอบการเพื่อสุขภาพ ที่มีสาระสำคัญเรื่องคุณสมบัติของผู้ที่จะเข้าประกอบอาชีพ โดยปรับคุณสมบัติจากเดิมที่กำหนดไว้ว่าต้องพ้นโทษอย่างน้อยไม่ต่ำกว่า 1 ปี โดยเฉพาะบุคลากรที่ศึกษาเรื่องนวดแผนโบราณ หรืองานบริการในด้านนวดต่างๆ ร่าง พ.ร.บ.ฉบับนี้ตัดคุณสมบัติด้านนี้ออกไปเพื่อช่วยเหลือผู้ที่พ้นโทษออกมาสามารถสร้างงานสร้างอาชีพได้

กองทัพเน้นสนองนโยบายรัฐบาล

เมื่อเวลา 09.00 น. พล.อ.พรพิพัฒน์ เบญญศรี ผบ.ทหารสูงสุด เดินทางมาตรวจเยี่ยมและมอบนโยบายการปฏิบัติงานให้กับกองทัพบก มี พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผบ.ทบ.และผู้บังคับบัญชาระดับสูงให้การต้อนรับ โดยจัดพิธีตรวจแถวทหารกองเกียรติยศ การวางพานพุ่มถวายราชสักการะพระบรมราชานุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ก่อนฟังบรรยายสรุปแผนงานของกองทัพบก โดย พล.อ.พรพิพัฒน์ได้มอบนโยบายการปฏิบัติงานเน้นความมีเอกภาพเป็นหนึ่งเดียวกันของทุกเหล่าทัพ สนับสนุนการปฏิบัติของรัฐบาลในภารกิจต่างๆเชื่อมั่นว่า พล.อ.อภิรัชต์จะนำพาประเทศชาติไปได้อย่างมั่นคง

กมธ.จ่อขยายเวลาเฟ้น 7 ว่าที่ กสม.

ผู้สื่อข่าวรายงานจากรัฐสภาถึงความคืบหน้าการตรวจสอบประวัติและความประพฤติของ 7 ว่าที่คณะกรรมการสิทธิมนุษยชน (กสม.) ของคณะกรรมาธิการตรวจสอบประวัติ ความประพฤติและ พฤติกรรมทางจริยธรรมของบุคคลที่ได้รับการคัดเลือกให้ดำรงตำแหน่ง กสม.ว่า จากเดิมที่ กมธ.ต้องตรวจสอบให้เสร็จภายใน 60 วัน หรือไม่เกินวันที่ 6 พ.ย. แต่มีแนวโน้มจะไม่เสร็จ จึงเตรียมเสนอขอขยายเวลาการตรวจสอบประวัติออกไปอีก 30 วัน เป็นสิ้นสุดวันที่ 4 ธ.ค. เนื่องจาก กมธ.เห็นว่าผู้ถูกเสนอชื่อหลายคนมีปัญหาต้องตรวจสอบพฤติกรรมและจริยธรรมอย่างละเอียด โดยเฉพาะผู้ได้รับการเสนอชื่อในกลุ่มเอ็นจีโอที่มี 4 ใน 7 คน บางคนถูกร้องเรียนเรื่องพฤติกรรมทางจริยธรรม อาทิ เป็นกรรมการ นโยบายไทยพีบีเอสแล้วมาลงสมัครเป็น กสม. คู่สมรสมีส่วนเกี่ยวข้องกับการทำงานด้านสื่อ จึงต้องใช้เวลาสืบหาข้อมูลให้รอบคอบที่สุด หาก สนช. ลงมติไม่เห็นชอบ ต้องเริ่มสรรหาใหม่นับหนึ่งกันใหม่

จำคุก 2 ปี “จ่าประสิทธิ์” มีเสื้อเกราะ

ที่ศาลอาญา ศาลอ่านคำพิพากษาคดีที่พนักงานอัยการฝ่ายคดีพิเศษ 1 เป็นโจทก์ฟ้อง จ.ส.ต.ประสิทธิ์ ไชยศรีษะ อดีต ส.ส.สุรินทร์ พรรคเพื่อไทย เป็นจำเลยฐานกระทำผิด พ.ร.บ.ควบคุมยุทธภัณฑ์ และรับของโจร กรณีเมื่อวันที่ 22 เม.ย.2553 เจ้าหน้าที่ตรวจค้นรถ จ.ส.ต.ประสิทธิ์ แล้วพบเสื้อเกราะกันกระสุนและหมวกนิรภัยปราบจลาจลที่สูญหายไปเมื่อวันที่ 10 เม.ย.2553 ในเหตุการณ์ทหารสลายการชุมนุมกลุ่ม นปช. และขณะที่ ส.อ.ชนะยุทธ คมสาคร สังกัดกองทัพภาค 1 กำลังปฏิบัติหน้าที่ มีคนร้ายมากกว่า 3 คนร่วมกันใช้คันธงยาว 1 เมตร ทำร้ายและชิงหมวกนิรภัยปราบจลาจลที่ครอบศีรษะไป เป็นเหตุให้ได้รับบาดเจ็บ ศาลพิเคราะห์แล้วพยานจำเลยให้การไม่มีน้ำหนัก เชื่อได้ว่าจำเลยรู้อยู่แล้วว่ามีของกลางอยู่ท้ายรถ พิพากษาว่าจำเลยกระทำความผิดตามฟ้อง ให้จำคุกฐานรับของโจรเป็นเวลา 1 ปี และจำคุกฐานกระทำผิด พ.ร.บ.ควบคุมยุทธภัณฑ์ เป็นเวลา 1 ปี รวมจำคุก 2 ปี ต่อมาภรรยา จ.ส.ต.ประสิทธิ์ ยื่นคำร้องพร้อมหลักทรัพย์เป็นเงินสดขอประกันตัว ศาลพิจารณาคำร้องและหลักทรัพย์ มีคำสั่งอนุญาตให้ประกันตัวไประหว่างอุทธรณ์โดยตีราคาประกัน 2 แสนบาท