วันอาทิตย์ที่ 20 มกราคม พ.ศ. 2562

วางตัว ชัชชาติ นายก อันดับ1ในบัญชี ปู ลงทุนโทร.เอง กล่อม "ลูกพรรค"

วางตัว ชัชชาติ นายก อันดับ1ในบัญชี ปู ลงทุนโทร.เอง กล่อม "ลูกพรรค"
2 ม็อบ-ไม่มีเหตุกลุ่มหนุน-กลุ่มต้านเลื่อนเลือกตั้งแยกวง ชุมนุม ไม่เกิดปะทะม็อบชนม็อบ กลุ่มสามัคคีฯรวมตัวหน้าร้านศรแดง ยันขวางชุมนุมกระทบพระราชพิธีสำคัญ ก๊วนเส้นทางสีแดงชูป้ายภาษาอังกฤษ-จีน ตะเพิดนายกฯ เดิน ถนนข้าวสารโชว์ฝรั่ง ด้านแนวร่วมประชาธิปไตยพรึบยึดหลังหอประชุม มธ.ตะโกนไล่ “ประยุทธ์” หยุดต่อเวลา คสช. “จ่านิว” ชี้ 24 ม.ค.ไม่คืบหน้านัด 26 ม.ค. บุกรังโจร 
“จตุพร” เตือนยื้ออีกผู้นำจบไม่สวย พปชร.บุกฝั่งธนฯ-ลุยอุบลฯ สามมิตรโอ่กระแสภาคเหนือ-อีสานดีแรงจัดโค่น พท. แต่ “อุเทน” ทำโพล พท.ยังครองแชมป์ พปชร.ห่างไกลเป้า 150 ส.ส. หึ่ง “ปู” ดัน “ชัชชาติ” ปาดหน้า “สุดารัตน์” เด็ก พท.หวั่นเข้าถึงยาก “เพื่อชาติ” คึกชูยกเลิกสัมปทานผูกขาด ปั้น 1 ตำบล 1 นักศึกษาแพทย์ “ศุภชัย” กัดไม่ปล่อยใส่ร้าย ตกเขียวพัทลุง “นิพิฏฐ์” ขู่หลักฐานเด็ดหงายหลังตึง กก.บห.สั่งการถึงยุบ ภท.
หลังสังคมจับตาเกรงว่าการชุมนุมของกลุ่มคนอยากเลือกตั้งและกลุ่มสามัคคีก่อนเลือกตั้ง ที่นัดหมายมาชุมนุมแสดงจุดยืนต่างขั้ว จะลุกลามเป็นม็อบชนม็อบ แต่กลุ่มอยากเลือกตั้งเปลี่ยนแผนย้ายสถานที่จัดชุมนุมเข้าไปในมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ โดยแต่ละฝ่ายแยกกันจัดกิจกรรมจบลงด้วยความสงบเรียบร้อย ไม่มีเหตุการณ์ความรุนแรง

กลุ่มสามัคคีฯขวางชุมนุมกระทบ ลต.

เมื่อเวลา 15.00 น. วันที่ 19 ม.ค. ที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย มีกลุ่มมวลชนส่วนใหญ่เป็นนักศึกษา มหาวิทยาลัยรามคำแหงจำนวนหนึ่ง นำโดยนายพานสุวรรณ ณแก้ว และนายจาตุรันต์ บุญเบ็ญจรัตน์ มาชุมนุมบริเวณหน้าร้านเมธาวลัย แสดงจุดยืนในนามกลุ่มสามัคคีก่อนเลือกตั้งคัดค้านการเคลื่อนไหวของกลุ่มคนอยากเลือกตั้งที่ชุมนุมใหญ่กดดันให้รัฐบาลจัดการเลือกตั้งโดยเร็ว ทั้งนี้ นายพานสุวรรณ กล่าวว่า พวกเราเฝ้าติดตามสถานการณ์การชุมนุมเรียกร้องของกลุ่มคนอยากเลือกตั้งมาโดยตลอด ยังไม่มีเหตุผลสมควรอันใดที่จะจัดชุมนุมเรียกร้อง ตอนนี้อาจนำไปสู่ปัจจัยแทรกซ้อนกระทบการเลือกตั้ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งจะไปกระทบกับพระราชพิธีบรมราชาภิเษกได้ เนื่องจากบทบัญญัติในรัฐธรรมนูญได้บัญญัติกรอบกำหนดวันเลือกตั้งเอาไว้ชัดเจนแล้ว หากไม่สามารถจัดทำการเลือกตั้งได้ภายในกรอบที่กำหนดไว้ ย่อมเป็นความรับผิดชอบของรัฐบาลและ กกต.โดยตรง จึงต้องการมาแสดงจุดยืนและพูดคุยกับกลุ่มคนอยากเลือกตั้งให้ยุติการชุมนุมอดทนรอการเลือกตั้งภายใต้กรอบเวลากฎหมายกำหนด อย่าสร้างเงื่อนไขสถานการณ์ที่จะนำไปสู่ปัจจัยแทรกซ้อนกระทบต่อการเลือกตั้ง โดยเฉพาะกระทบพระราชพิธีบรมราชาภิเษก

อยากเห็นสงบไม่ได้มาเพื่อปะทะ

นายพานสุวรรณกล่าวอีกว่า พวกเราเป็นเพียงกลุ่มนักศึกษาที่อยากเห็นความสงบก่อนการเลือกตั้ง ไม่ได้เป็นสมาชิกสังกัดพรรคใดไม่ต้องการมาปะทะตามที่กลุ่มคนอยากเลือกตั้งกล่าวอ้าง ขอยืนยันว่าพวกเราไม่ได้ขัดขวางการเลือกตั้ง แต่ต้องการมาแสดงเจตนารมณ์ให้ทุกฝ่ายอดทนรอคอย และมีความสามัคคีของปวงชนชาวไทย หันหน้าเข้าหากันร่วมมือร่วมใจสามัคคีก่อนเลือกตั้ง คอยตรวจสอบ จับตาการเลือกตั้งที่กำลังจะเกิดขึ้นในอนาคตให้บริสุทธิ์ยุติธรรม ไม่มีการซื้อสิทธิขายเสียง หรือใช้เงินซื้อเสียงเหมือนที่เป็นอยู่ขณะนี้

เส้นทางสีแดงเดิน ถ.ข้าวสารโชว์ฝรั่ง

ไล่เลี่ยกันเวลา 15.30 น. ที่บริเวณอนุสรณ์สถาน 14 ตุลา 16 แยกคอกวัว นายอนุรักษ์ เจตวนิชย์ หรือฟอร์ด เส้นทางสีแดง ผู้ประสานงานกลุ่มเส้นทางสีแดง และนายเอกชัย หงส์กังวาน นักกิจกรรมทางการเมือง พร้อมกลุ่มเส้นทางสีแดง และกลุ่มประชาชนอยากเลือกตั้ง 30 คน รวมตัวทำกิจกรรมเชิงสัญลักษณ์สนับสนุนให้มีการเลือกตั้งวันที่ 24 ก.พ. ชูป้ายภาษาอังกฤษข้อความ get out people want to vote และป้ายภาษาจีน ป้ายขับไล่ พล.อ.ประยุทธ์พร้อมกับเปิดเพลง “ประเทศกูมี” ตะโกนขับไล่นายกฯและตะโกน “ไม่เลื่อนเลือกตั้ง” โดย พ.ต.อ.จักรกริศน์ โฉสูงเนิน ผกก.สน.ชนะสงคราม เจ้าหน้าที่กรมควบคุมมลพิษ และฝ่ายสิ่งแวดล้อมเขตพระนคร นำเครื่องวัดเสียงมาตั้งมาประชาสัมพันธ์ให้ใช้เสียงและเครื่องขยายเสียงที่กฎหมายกำหนดไม่เกิน 115 เดซิเบล

ตำรวจโล่งอกไร้ม็อบชนม็อบ

จากนั้นเวลา 17.00 น. กลุ่มเส้นทางสีแดงและแนวร่วม เริ่มเคลื่อนขบวนเดินรณรงค์จากอนุสรณ์สถาน 14 ตุลา 16 เข้าถนนตะนาวมุ่งหน้าถนนข้าวสาร หวังให้ต่างชาติเห็นความต้องการเลือกตั้ง โดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจทั้งในและนอกเครื่องแบบเฝ้าสังเกตการณ์ใกล้ชิดเป็นไปด้วยความเรียบร้อย จนถึงเวลา 18.00 น. ที่ขออนุญาตไว้ต่างก็แยกย้ายกันกลับ ทั้งนี้ พ.ต.อ.จักรกริศน์กล่าวว่า กลุ่มดังกล่าวได้ขออนุญาตถูกต้องตั้งแต่เวลา 15.00-18.00 น.จัดกำลังตำรวจ สน.ชนะสงคราม และตำรวจ อคฝ. 20 นายดูแล เป็นไปโดยเรียบร้อย ไม่มีเหตุร้ายแรง

ก๊วน ปชต.ย้ำไม่เลื่อน ไม่ล้ม ไม่ต่อเวลา

ส่วนที่ด้านหลังหอประชุมใหญ่ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ เมื่อเวลา 16.00 น. กลุ่ม คนอยากเลือกตั้งจัดการชุมนุม “ไม่เลื่อน ไม่ล้ม ไม่ต่อเวลา” โดยย้ายสถานที่จากอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย เลี่ยงเผชิญหน้ากับฝ่ายเห็นต่าง มีมวลชนเข้าร่วมราว 100 คน และแกนนำที่เคลื่อนไหวต่อต้าน คสช.เข้าร่วมคับคั่ง อาทิ นายอานนท์ นำภา ทนายความศูนย์ทนายเพื่อสิทธิมนุษยชน แกนนำกลุ่มพลเมืองโต้กลับ นายสิรวิชญ์ เสรีธิวัฒน์ หรือจ่านิว แกนนำกลุ่มประชาธิปไตยศึกษา น.ส.ชลธิชา แจ้งเร็ว แกนนำ กลุ่มฟื้นฟูประชาธิปไตย นายกรกต แสงเย็นพันธ์ แกนนำกลุ่มฟื้นฟูประชาธิปไตย น.ส.สุวรรณา ตาลเหล็ก กลุ่ม 24 มิถุนาประชาธิปไตย นายพริษฐ์ ชิวารักษ์ นศ.รัฐศาสตร์ ธรรมศาสตร์ เลขาธิการสหภาพ นักเรียนนิสิตนักศึกษาแห่งประเทศไทย เป็นต้น

ตะโกนไล่ “ประยุทธ์” หยุดต่ออายุ คสช.

ทั้งนี้ แกนนำกลุ่มผู้ชุมนุมได้เปิดปราศรัย พร้อมแจกธงสีขาว ฝั่งหนึ่งเป็นหน้าบุคคลคล้ายนายกฯ แต่จมูกยาวคล้ายพิน็อกคิโอ ด้านหลังมีข้อความ “หยุดต่อเวลาให้ คสช.ได้รับเงินเดือนอีกนับแสน ได้คอร์รัปชันอีกนับล้าน ซื้ออาวุธอีกนับพันล้าน ได้สืบทอดอำนาจอีกนับสิบปี” แล้วชวนกันตะโกนว่า ไม่เลื่อนเลือกตั้ง เลือกตั้ง 10 มี.ค. ขณะที่ น.ส.ณัฏฐา มหัทธนา หรือโบว์ ที่ประกาศถอนตัวไม่เข้าร่วมชุมนุม ได้เดินทางมาเยี่ยมเยียนมวลชน พร้อมนำลูกโป่งเป่าแล้วยาว 2 ฟุต มามอบ ให้ใช้แทนขวดน้ำเคาะเป็นจังหวะ ก่อนเดินทางกลับ ระหว่างนั้นได้มีนายนพ สุขาภิรมย์ อาชีพทนายความ เดินเท้าจาก จ.ราชบุรี มาเข้าร่วมกับกลุ่มคนอยากเลือกตั้งสร้างความฮือฮาให้ผู้ชุมนุม

24 ม.ค. ไม่คืบหน้านัด 26 บุกรังโจร

กระทั่ง 16.50 น. นายสิรวิชญ์แถลงท่าทีกลุ่มคนอยากเลือกตั้งว่า เมื่อการชุมนุมวันที่ 13 ม.ค.ได้ประกาศไว้ก่อนหน้าแล้วว่ามีรวมตัวกันครั้งใหม่ ที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย อยู่ๆมีกลุ่มอะไรไม่ทราบโผล่ขึ้นมาอ้างว่าเป็นกลุ่มสามัคคีก่อนเลือกตั้ง แต่พยายามสร้างสถานการณ์ม็อบชนม็อบ พื้นที่มีมากมายทำไมไม่ไปจัดชุมนุม มาจัดที่ที่กลุ่มเราประกาศไว้ก่อน ต้องการสร้างสถานการณ์วุ่นวายใช่หรือไม่ ไม่เป็นไรถ้าเขาอยากได้ เราก็ถอยได้เพื่อสถานการณ์ที่ดีกว่า ไม่ดันทุรังไปชนกับม็อบกลุ่มนี้ แต่เมื่อถอยมาให้ 1 ก้าว คุณอย่ารุกเข้ามาก็พอ ตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา ทางกลุ่มถูกยั่วยุคุกคามจากฝ่ายความมั่นคง เช่น การไปเยี่ยมบ้านผู้ชุมนุม แล้วถามว่าจะมาร่วมหรือไม่ ที่ต้องจัดชุมนุมเพราะเป็นการตระบัดสัตย์ครั้งที่ 5 และเป็นความบกพร่องร้ายแรงของรัฐบาลที่ทำให้การเลือกตั้งวันที่ 24 ก.พ.ไม่สามารถเกิดขึ้นได้ จึงขอประกาศว่าจะนัดชุมนุมจนกว่ารัฐบาล คสช.จะประกาศ พ.ร.ฎ.เลือกตั้ง ภายในวันที่ 24 ม.ค. ถ้ายังไม่คืบหน้า จะชุมนุมกันอีกครั้งวันที่ 26 ม.ค. ที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ฝากกลุ่มสามัคคีก่อนเลือกตั้งไปหาสถานที่ใหม่เสีย เพราะวันนั้นจะยกระดับไปบุกรังโจรที่ถนนราชดำเนินนอก จะไปทวงให้รัฐบาลประกาศ พ.ร.ฎ.เลือกตั้ง

“วรชัย” อย่าใช้พลัง นศ.รักษาอำนาจ

นายวรชัย เหมะ อดีต ส.ส.สมุทรปราการพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีสภานักศึกษา มหาวิทยาลัย รามคำแหงและเครือข่ายฯออกแถลงการณ์ไม่เห็นด้วย กับการเคลื่อนไหวของกลุ่มคนอยากเลือกตั้งจะนำไปสู่ความรุนแรงหรือไม่ว่า ในอดีตมหาวิทยาลัย รามคำแหงเป็นแหล่งผลิตคนยึดมั่นอุดมการณ์ประชาธิปไตยจำนวนมาก เป็นหัวหอกการต่อสู้กับเผด็จการ แต่วิกฤติการเมืองที่ผ่านมา มีนักการเมืองสายใต้ฝักใฝ่เผด็จการ ไปจัดตั้งกลุ่มนักศึกษาในมหาวิทยาลัยรามคำแหง ครอบงำให้เกิดกระบวนการต่อต้านฝ่ายประชาธิปไตย นำมาใช้เป็นเครื่องมือให้ประเทศแตกแยก เห็นได้จากความรุนแรงในการชุมนุมคนเสื้อแดงที่สนามราชมังคลากีฬาสถาน การเคลื่อนไหวเช่นนี้อาจต้องการสร้างสถานการณ์ให้รุนแรง ให้มีข้ออ้างเลื่อนเลือกตั้งไป หรือไม่มีการเลือกตั้งหรือไม่ ผู้มีอำนาจอย่าใช้กลุ่มนักศึกษาเป็นเครื่องมือรักษาอำนาจอยู่ต่อ คนไทยจะลำบาก ประเทศชาติจะเสียหายไปมากกว่านี้

“อดิศร” เย้ย “สุริยะ” ลิเกไร้ราคา

นายอดิศร เพียงเกษ อดีต ส.ส.ขอนแก่น พรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานกรรมการยุทธศาสตร์การเลือกตั้ง พรรคพลังประชารัฐมั่นใจจะได้ ส.ส.ขอนแก่น ยกจังหวัดทั้ง 10 เขต ว่า ไม่ทราบว่าตอนพูดมีสติสัมปชัญญะครบถ้วนดี หรือเปล่า ได้ศึกษาวัฒนธรรมทางการเมืองของคนขอนแก่นดีแล้วหรือไม่ ขอนแก่นเป็นเมืองที่ศรัทธาประชาธิปไตย ไม่สนับสนุนรัฐประหารเผด็จการนายสุริยะไปสนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์สืบทอดอำนาจอย่าหวังจะได้รับการสนับสนุนจากคนขอนแก่น เพราะคือโจรปล้นอำนาจประชาชน นายสุริยะได้เลิกเล่นการเมืองสมปรารถนา ไม่มีราคาค่างวดอะไรไม่เหมือนหลานชาย อย่ามายุ่มย่ามกับเมืองขอนแก่นจะดีกว่า

“ปู” ดัน “ชัชชาติ” ปาดหน้า “เจ๊หน่อย”

ผู้สื่อข่าวรายงานจากพรรคเพื่อไทยว่าขณะนี้พรรคเตรียมพร้อมจัดตัวผู้สมัคร ส.ส.เสร็จเกือบ 100% แล้ว ขณะที่แคนดิเดตนายกฯ 2 จาก 3 รายชื่อที่จะเสนอในบัญชีนายกฯของพรรคเพื่อไทย ประกอบด้วย คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานคณะยุทธศาสตร์การเลือกตั้งพรรคเพื่อไทย และนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ อดีต รมว.คมนาคม คนสนิท น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯ จากผลสำรวจของพรรคต่อกระแสนายชัชชาติเป็นแคนดิเดตนายกฯ ได้รับผลตอบรับอย่างดี ประชาชนเชื่อมือการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจปากท้อง และได้รับการยอมรับจากฐานเสียงคนชั้นกลาง คนรุ่นใหม่อีกด้วย ทำให้ระยะหลังนี้พรรคจัดตารางงานให้นายชัชชาติลงพื้นที่ทั้งใน กทม.และต่างจังหวัดต่อเนื่อง ที่สำคัญนายชัชชาติได้แรงสนับสนุนเต็มที่จาก น.ส.ยิ่งลักษณ์ ซึ่งโทรศัพท์มาโน้มน้าวเป็นระยะๆ ให้ลงสมัครรับเลือกตั้ง โดย น.ส.ยิ่งลักษณ์และคนใกล้ชิดพร้อมให้การสนับสนุนเต็มที่ เพื่อให้ได้เป็นผู้ถูกเสนอชื่อในบัญชีรายชื่อนายกฯลำดับที่หนึ่ง

อดีต ส.ส.หวั่นปัญหาเข้าถึงยาก

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ทันทีที่ชื่อนายชัชชาติเป็นแคนดิเดตผู้ถูกเสนอชื่อเป็นนายกฯ คุณหญิงสุดารัตน์ออกมาเคลื่อนไหวเปิดหน้าโชว์ตัว แสดงความเป็นผู้นำพรรคหนักหน่วงกว่าเดิม แม้ว่านายชัชชาติจะได้รับการยอมรับจากโลกออนไลน์ มีภาพลักษณ์ดี ไม่มีบาดแผลทางการเมือง แต่อดีต ส.ส.บางส่วนกังวลประสบการณ์ทางการเมืองนายชัชชาติยังเป็นรองคุณหญิงสุดารัตน์อยู่มาก ประกอบกับยังแบกรับแรงกดดัน ความตึงเครียดสูงทางการเมืองไม่ได้ รวมทั้งกังวลการติดต่อประสานงานที่นายชัชชาติสมัยเป็น รมว.คมนาคมเข้าถึงยาก ไม่รับฟังเสียงสะท้อนจากนักการเมืองคนในพรรค เกรงว่าในอนาคตจะประสบปัญหาการทำงานร่วมกันได้

พปชร.เปิดศูนย์บางแคสู้ศึกฝั่งธนฯ

เมื่อเวลา 09.00 น. ที่ถนนพุทธมณฑลสาย 2 เขตบางแค นายณัฐพล ทีปสุวรรณ รองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ เป็นประธานเปิดศูนย์ประสานงานพรรคพลังประชารัฐ เขตบางแค “พลังประชารัฐ ปักหมุดสู้ศึกฝั่งธนฯ” มีนายชวน ชูจันทร์ กรรมการบริหารพรรค นายกอบศักดิ์ ภูตระกูล โฆษกพรรค นายกฤชนนท์ อัยยปัญญา ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส. กทม. เขตบางแคและชาวบางแคเข้าร่วม นายชวนกล่าวปราศรัยว่าการตั้งพรรคใช้ชื่อพลังประชารัฐ หมายถึงทุกคนต้องร่วมมือกันเพื่อขับเคลื่อนประเทศไทยไปให้ได้ การทำงานต้องสืบต่อ อะไรที่รัฐบาลทำไว้ดีต้องทำต่อไป หลายคนใช้คำว่าสืบทอดอำนาจ แต่สำหรับตนไม่ใช่ การทำงานต่อเนื่องเป็นสิ่งสำคัญ ไม่มีอะไรที่เป็นไปไม่ได้ ไม่มีอะไรเป็นข้อจำกัด เราต้องช่วยกัน ต้องเชื่อมั่นว่าเราจะทำงานร่วมกัน ยืนยันว่าพรรคนี้จะทำงานร่วมกับทุกภาคส่วน

ไม่ได้มาเล่นๆ หวังตอบโจทย์ถาวร

นายกอบศักดิ์ กล่าวว่ายืนยันว่าจะเป็นพรรคที่อยู่นานแน่ๆ เราไม่ได้มาเล่นๆ แต่มาเพื่อตอบโจทย์พี่น้องอย่างถาวร เราจะส่งผู้สมัคร ส.ข. ส.ก. ส.ส.และผู้ว่าฯ กทม. ทุกคนจะช่วยกันเกื้อกูลประชาชนให้มีความสุขมากขึ้น จากการลงพื้นที่ตลาดบางแค ทำให้เห็นประชาชนอยากมีตลาดเป็นของตนเอง จะหาทางทำงานร่วมกับ กทม.ให้มีตลาดอยู่ใกล้ชุมชน ประชาชนไม่ต้องไปห้างสรรพสินค้าอย่างเดียว ไม่ต้องซื้อของแพงหรือจ่ายเพิ่ม 30%

“สุริยะ” จะตั้งโรงงานป้อนคนอีสานใต้

ขณะที่นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ เลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานยุทธศาสตร์ ภาคอีสานและว่าที่ผู้สมัครของพรรคใน 4 จังหวัดอีสานตอนล่าง เดินทางไปที่หอประชุมต้นพอก มหาวิทยาลัยราชภัฏอุบลราชธานี อ.เขื่องใน จ.อุบลราชธานี เปิดเวทีปราศรัยพบปะกับประชาชน โดยนายสุริยะกล่าวกับประชาชนว่า หากพรรคพลังประชารัฐได้เป็นรัฐบาล จะมีการสร้างโรงงานอุตสาหกรรม สร้างงานให้คนอีสานใต้มีงานทำอยู่ในจังหวัด ไม่ต้องทิ้งถิ่นฐานไปทำงานอยู่ต่างจังหวัด ครอบครัวจะได้อบอุ่น ประชาชนมีเงินใช้ และช่วยแก้ความยากจนได้อย่างยั่งยืน ไม่ใช่เอาแต่ขายฝันเหมือนบางพรรค ขณะที่นายสนธิรัตน์กล่าวว่า วันนี้เป็นวันหยุดราชการ จึงมาพบกับประชาชนในฐานะเลขาธิการพรรคพลังประชารัฐได้ ทำงานเป็นทีมเศรษฐกิจของรัฐบาล มุ่งแก้ปัญหาปากท้องให้คนยากจน จึงผลักดันให้เกิดบัตรสวัสดิการแห่งรัฐให้คนจน มีเงินจับจ่ายใช้สอยซื้อข้าวของมาเลี้ยงครอบครัว

ดูดอดีต ส.ส.เชียงใหม่ ทรท.ท้าชน พท.

ที่ศาลาประชาคม อ.ดอยสะเก็ด นายภาคิน สมมิตรธนกุล ผอ.ยุทธศาสตร์ภาคเหนือตอนบน เป็นตัวแทนพรรคพลังประชารัฐเปิดตัวว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.เขต 3 เชียงใหม่ คือนายพรชัย อรรถปรียางกูร อดีต ส.ส.เชียงใหม่ พรรคไทยรักไทยในอดีต ปัจจุบันย้ายมาอยู่พรรคพลังประชารัฐพร้อมเปิดปราศรัยนโยบายพรรคมุ่งเน้นแก้ปัญหาความยากจนและปากท้องชาวบ้านเป็นหลัก มีชาวบ้านแห่มอบดอกกุหลาบและพวงมาลัยดอกดาวเรืองเป็นกำลังใจ โดยนายพรชัยเป็นอดีต ส.ส.เก่าเขตนี้มีฐานคะแนนเก่าหนาแน่น เคยเป็นลูกน้องคนสนิทของนายทักษิณประกาศชนกับผู้สมัคร ส.ส.พรรคเพื่อไทยของนายเก่า ในศึกเลือกตั้งครั้งนี้อย่างไม่เกรงศักดิ์ศรี

สามมิตรโวเหนือ-อีสานแรงล้ม พท.

นายธนกร วังบุญคงชนะ รองโฆษกพรรคพลังประชารัฐ กล่าวว่า ขณะนี้ผู้บริหารพรรคพลังประชารัฐได้ลงพื้นที่พบประชาชนอย่างหนักทุกพื้นที่ โดยเฉพาะภาคเหนือและอีสาน ภายใต้การนำทีมของนายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ เลขาธิการพรรค นายสมศักดิ์ เทพสุทิน ประธานคณะกรรมการรณรงค์หาเสียงเลือกตั้ง และนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์ภาคอีสาน หลายจังหวัดทำให้มั่นใจว่าการต่อยอดนโยบายบัตรสวัสดิการแห่งรัฐที่จะปรับเพิ่มประสิทธิภาพให้ดีที่สุด และจะมีสวัสดิการหลายด้าน สร้างหลักประกันให้ผู้มีรายได้น้อยและนโยบายการสร้างความเข้มแข็งให้เกษตรกรจะทำให้พรรคพลังประชารัฐโค่นพรรคเพื่อไทยได้

“อุเทน” โพล พท.ยังแชมป์-ปชป.รอง

นายอุเทน ชาติภิญโญ สมาชิกกลุ่มบ้านริมน้ำของนายสุชาติ ตันเจริญ แกนนำพรรคพลังประชารัฐ เปิดเผยว่า เดือน ธ.ค.61 ได้ทำโพลสำรวจความคิดเห็นประชาชนกับความนิยมพรรคการเมืองในหลายจังหวัด อาทิ จ.สมุทรสาคร สมุทรปราการ จ.หนองคาย บางเขต จ.อุดรธานี และ 7 เขตเลือกตั้ง กทม. เน้นกลุ่มตัวอย่างกว่า 6-7% ของผู้มีสิทธิเลือกตั้งในพื้นที่กระจายทั่วทั้งเขต ปรากฏแนวโน้มผลการเลือกตั้งเหมือนปี 54 พรรคเพื่อไทยยังรักษาแชมป์ รองแชมป์พรรคประชาธิปัตย์ยังเหนียวแน่นในเขตเดิมๆ โดยเฉพาะพื้นที่ กทม. ฝั่งธนบุรี และภาคใต้ แต่น่าห่วงสุดพรรคพลังประชารัฐมีความพร้อมมากกว่าเพื่อน มีนักการเมืองใหญ่ที่มีประสบการณ์เต็มพรรค แต่นโยบายยังไม่โดนใจพอ ห่างไกลเป้าหมาย 150 ที่นั่ง เพราะนักการเมืองชื่อดังที่เข้ามาเป็นแกนนำพรรค แทบไม่มีรายใดกล้าลงสมัครเลือกตั้งระบบเขต หนีขึ้นไปอยู่ในบัญชีรายชื่อหมด เกรงจะแพ้ระดับเขต พลังประชารัฐคงต้องปรับกลยุทธ์ด่วน ให้นักการเมืองดาวฤกษ์ทั้งหลายที่มีพื้นที่ของตัวเองกลับมาสมัคร ส.ส.เขต พอดึงดูดเทคะแนนให้ได้

“ธนาธร” ชี้ “วิษณุ” ไม่ใช่ความชัดเจน

เมื่อเวลา 10.00 น. ที่ชุมชนเคหะร่มเกล้า 24 นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ พร้อมทีมงานพรรค จัดกิจกรรม “ได้เวลาอนาคตใหม่ กรุงเทพตะวันออก” เดินประชาสัมพันธ์แนะนำพรรค และว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.ในซอยเคหะร่มเกล้า 24 จนถึงตลาดหัวตะเข้ ลาดกระบัง โดยนายธนาธรให้สัมภาษณ์ถึงกรณีนายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ ระบุว่าวันที่ 24 มี.ค. เหมาะสมจะมีการเลือกตั้งว่า นายวิษณุใช้คำว่าเหมาะสม แต่ไม่ใช่คำว่าจะมีการเลือกตั้งวันที่ 24 มี.ค. จนถึงวันนี้การเลือกตั้งยังไม่ชัดเจนเลย ประชาชนตั้งความหวังมาก เพราะคนเดือดร้อนทุกหย่อมหญ้ากับภาวะเศรษฐกิจตกต่ำ ชาวบ้านพ่อค้าแม่ขายเหนือจดใต้บ่นเป็นเสียงเดียวกัน จึงขอเรียกร้องให้รัฐบาลกำหนดวันเลือกตั้งให้ชัดเจนเร็วที่สุด ยิ่งช้ายิ่งไม่เป็นผลดีต่อประเทศ

อัดจัดม็อบชนม็อบ คสช.ใช้อ้างอยู่ต่อ

นายธนาธรกล่าวอีกว่า กรณีกลุ่มสามัคคีก่อนเลือกตั้งออกมาชุมนุมค้านกลุ่มคนอยากเลือกตั้ง เรียกคนผ่านเพจให้ไปชุมนุมที่เดียวกัน วันและเวลาเดียวกัน เป็นสิ่งอันตรายมาก ในเพจนี้ไม่มีการแสดงตัวตน ไม่มีหน้าคน เป็นความจงใจอย่างยิ่งจะก่อให้เกิดความวุ่นวาย กรุงเทพฯมีพื้นที่เยอะมาก แต่ ตั้งใจไปชุมนุมสถานที่เดียวกัน วันเวลาเดียวกัน มีเหตุผลเดียวต้องการสร้างสถานการณ์ และประโยชน์จากเรื่องนี้จะตกอยู่กับ คสช.ได้มีข้ออ้างอยู่นาน มีข้ออ้างสืบทอดอำนาจ ต้องขอชื่นชมคนอยากเลือกตั้งตัดสินใจถูกต้อง เมื่อรู้ว่ามีการจัดชุมนุมซ้อนจึงเปลี่ยนสถานที่เป็นมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ หลีกเลี่ยงการปะทะป้องกันการสร้างสถานการณ์ที่นำไปสู่การอยู่ยาวของ คสช.ได้

อัดจ้องทำ เลือกตั้งโมฆะหวังสืบทอด

ที่ จ.ตรัง พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียาเวส หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทยและคณะ ลงพื้นที่เปิดศูนย์ประสานงานพรรคเสรีรวมไทย เลขที่ 15 บ้านโคกยูง ต.โคกหล่อ อ.เมืองตรัง มีว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.ทั้งระบบบัญชีรายชื่อและว่าที่ผู้สมัครทั้ง 3 เขต จ.ตรัง เข้าร่วม จากนั้น พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ กล่าวถึงกรณีนายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ ระบุวันเลือกตั้งที่เหมาะสมที่สุดคือวันที่ 24 มี.ค.ว่า คนกำหนดวันเลือกตั้งคือ กกต. ไม่ใช่นายวิษณุที่มาทำหน้าที่ชี้นำ อยู่ๆมาพูดว่า พ.ร.ฎ.เลือกตั้งจะประกาศในสัปดาห์หน้ารู้ได้อย่างไร นอกจาก พ.ร.ฎ.โปรดเกล้าฯลงมาแล้ว แต่รัฐบาลเก็บเรื่องไว้ไม่ยอมประกาศ ส่วนกรอบเวลาเลือกตั้ง 150 วันที่นายวิษณุระบุว่าหากถึงวันที่ 9 พ.ค.แล้วไม่สามารถประกาศรับรองผลการเลือกตั้งได้ ค่อยไปถามศาลรัฐธรรมนูญ หากศาลรัฐธรรมนูญบอกว่าทำไม่ได้ ให้การเลือกตั้งเป็นโมฆะ คสช.ก็ได้อยู่ในอำนาจต่อไปอีก ดูแล้วมีเบื้องหน้าเบื้องหลังตลอดเวลา
ส่วนที่ พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผบ.ทบ.ไม่เห็นด้วยกับการเคลื่อนไหวของกลุ่มคนอยากเลือกตั้ง เป็นสิทธิของประชาชนเรียกร้องประชาธิปไตย มีแต่พวกเผด็จการไม่เห็นด้วย ไปกล่าวหาคนอยากเลือกตั้งว่าก่อความวุ่นวาย ทั้งที่ประชาชนเสียสิทธิมา 5 ปีแล้ว แต่ถึงเวลาจะได้เลือกตั้งพยายามยืดออกไปอีก มีความพยายามทำให้การเลือกตั้งเป็นโมฆะ เพื่อให้สืบทอดอำนาจต่อไปอีก

“มาร์ค” ลั่นหมดเวลามือสมัครเล่น

เมื่อเวลา 10.00 น. นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ พร้อมคณะเดินทางมาเป็นประธานเปิดศูนย์อำนวยการเลือกตั้ง ให้นายวัชระ ปิ่นเจริญ ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.ฉะเชิงเทรา เขต 1 ที่อาคารมายน์คลินิก ตรงข้ามตลาดนัดสนามมวย ถนนเทพาคุณากร อ.เมือง จ.ฉะเชิงเทรา พร้อมเปิดตัวผู้สมัคร ส.ส.ฉะเชิงเทรา ทั้ง 4 เขต โดยนายอภิสิทธิ์ กล่าวปราศรัยตอนหนึ่งว่า เราส่งผู้สมัคร ส.ส.มืออาชีพเป็นคนรุ่นใหม่พร้อมทำงาน ไม่ใช่มือสมัครเล่น บ้านเมืองเสียหายจากนักการเมืองสมัครเล่นมามากแล้ว อยากให้การเลือกตั้งครั้งนี้เป็นโอกาสของประชาชน ไม่ใช่เพื่อคนบางคนได้อยู่ต่อ หรือเพื่อให้ใครบางคนได้กลับบ้าน จึงขออาสาด้วยคติพจน์ “ประชาชนเป็นใหญ่ ประชาธิปไตยต้องสุจริต” ด้วยภารกิจแก้จน สร้างคน สร้างชาติ การแก้จนคือภารกิจเร่งด่วนที่ต้องเร่งทำ มั่นใจว่านโยบายของพรรคครบวงจร ตอบโจทย์ทุกกลุ่มอาชีพ

พระให้พรต้องกล้าฟันคนใกล้ชิด

จากนั้นเวลา 12.30 น.นายอภิสิทธิ์พร้อมคณะเดินทางเข้ากราบสักการะหลวงพ่อโสธร พระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมืองที่วัดโสธรวรารามวรวิหาร และกราบนมัสการพระธรรมมังคลาจารย์ เจ้าอาวาสวัดโสธรฯ ที่ให้พรตอนหนึ่งว่า“ขอให้ทุกคนโชคดี สมปรารถนาทุกๆคน อาตมาเป็นพระมานานอายุ 94 ปี ผ่านเห็นการเลือกตั้งและรัฐบาลมามาก คนบริหารบ้านเมือง ขอให้ดูโบราณการใช้คน อย่าทำผิดให้เป็นถูก ยิ่งคนใกล้ชิดทำผิด ต้องกล้าลงโทษ เอาออก แม้จะเป็นลูกต้องทำ ต้องเข้มแข็ง อย่าลำเอียง คนเป็นผู้นำต้องเสียสละ ต้องเข้าให้ถึงใจประชาชน พร้อมให้ลูกศิษย์หยิบรูปที่ถ่ายกับนายชวน หลีกภัย ประธานสภาที่ปรึกษาและอดีตนายกฯมาโชว์นายอภิสิทธิ์และคณะก่อนจะกล่าวสัพยอกว่า คุณอภิสิทธิ์หน้าตาคล้ายเหมือนกับนายชวน ใครไม่รู้นึกว่าเป็นน้องชาย จากนั้นนายอภิสิทธิ์ไปเดินตลาดด้านหน้าวัดโสธรฯ และตลาดใหม่ในตัวเมืองฉะเชิงเทรา แนะนำนโยบายและผู้สมัคร ส.ส.ของพรรค มีประชาชนทักทายขอถ่ายภาพเป็นที่ระลึกจำนวนมาก แล้วเดินทางกลับ กทม.ช่วงเย็น

“สุวัจน์” ชูผลงานน้าชาติตรึงโคราช

ที่ศูนย์ประสานงานพรรคชาติพัฒนา อ.โชคชัย จ.นครราชสีมา นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ ประธานที่ปรึกษาพรรคชาติพัฒนา พร้อมนายเทวัญ ลิปตพัลลภ หัวหน้าพรรคชาติพัฒนา เป็นประธานเปิดสาขาพรรคชาติพัฒนา ศูนย์ประสานงานอำเภอโชคชัย มีแกนนำเข้าร่วม อาทิ นพ.วรรณรัตน์ ชาญนุกูล กรรมการบริหารพรรค นายประเสริฐ บุญชัยสุข รองหัวหน้าพรรค ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.เขต 3 และ เปิดตัวว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.เขตเลือกตั้งที่ 9 อำเภอโชคชัย นายองอาจ พฤกษ์พนาเวช โดยสมาชิกพรรคร่วม ฟังการปราศรัยและนโยบายพรรคฯ “No problem” โดยนายสุวัจน์กล่าวว่า พรรคจะชูผลงานของพรรคชาติพัฒนาตั้งแต่สมัย พล.อ.ชาติชาย ชุณหะวัณ อดีตนายกฯ อาทิ เขตอุตสาหกรรมสุรนารี ขยายถนนมิตรภาพถนน 4 เลน เป็น 8 เลน 10 เลน มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี และสนับสนุนโครงการสำคัญที่กำลังจะเกิดขึ้น รถไฟรางคู่ รถไฟความเร็วสูง สนามกีฬาเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา เป็นต้น

เพื่อชาติฮึ่มยกเลิกสัมปทานแก้ผูกขาด

ที่สวนชมโขง เทศบาลเมือง จ.นครพนม นายสงคราม กิจเลิศไพโรจน์ หัวหน้าพรรคเพื่อชาติ นายยงยุทธ ติยะไพรัช อดีตประธานรัฐสภา นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธาน นปช. ในฐานะผู้สนับสนุนพรรค ลงพื้นที่พบปะประชาชน นายสงครามกล่าวว่า ที่ผ่านมาเรามีรัฐบาลที่ไม่สามารถแก้ปัญหาให้เราได้ เราขายข้าวขาดทุน ผู้มีอำนาจกลับชี้หน้าด่าประชาชนแล้วบอกว่าไม่มีเงินช่วย แต่กลับมีเงินซื้อเรือดำน้ำ รัฐบาลแบบนี้หรือที่จะฝากความหวัง หากพรรคเพื่อชาติไม่ชนะจะจนไปอีก 20 ปี เราต้องการมาแก้จน ให้พี่น้องตนรู้ควรทำอย่างไร จากประสบการณ์ที่สร้าง และดูแลธุรกิจมา จะไม่ยอมให้มรดกบาปเหล่านี้ตกถึงลูกหลาน
นายยงยุทธกล่าวว่า พรรคเพื่อชาติไม่ใช่พรรค แตกเหล่าแตกกอ แต่เป็นพรรครากแก้วของประชาชน เป็นพรรคแรกที่คิดถึงปัญหาแล้วอยากมาแก้ เพราะเราถูกหลอกให้ทะเลาะกัน ทั้งที่หลักของประชาธิปไตยทุกคนสามารถเห็นต่างแต่อยู่ร่วมกันได้ หากพรรคเพื่อชาติได้เป็นรัฐบาล เรามีนโยบายที่จะแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำ ความยากจน ด้วยการยกเลิกสัมปทาน การผูกขาดตัดตอน รวมถึงตรวจสอบการเงินบริษัทยักษ์ใหญ่ที่ขุดทรัพยากรแล้วขนเงินออกนอกประเทศ แล้วมากู้เงินธนาคารดอกเบี้ยต่ำ ส่วนคนจนก็ต้องกู้หนี้นอกระบบ เราจะต้องเอาความเป็นเสรีของการแข่งขันและโอกาสของคนจนกลับมา

“จตุพร” ขู่ยื้อ ลต.อีกจบไม่สวย

นายจตุพรกล่าวว่า คุณบุญเลื่อนเลื่อนการเลือกตั้งมาห้าครั้งแล้ว ยังไม่โกหกแค่โกห้า แต่ถ้าเลื่อนอีกครั้ง ได้ออกจากตำแหน่งแบบ พล.อ.สุจินดา คราประยูร อดีตนายกฯแน่ การเลื่อนการเลือกตั้งเป็นเพียงแค่การเลื่อนวันแพ้ของฝ่ายเผด็จการเท่านั้น 5 ปีที่ผ่านมา ความยากจนเกิดขึ้นเพราะบ้านเมืองไม่เป็นประชาธิปไตย ต้องแก้ด้วยการเลือกตั้ง ภารกิจของรัฐบาลหน้าทำให้คนไทยหายจน ทั้งที่ควรหายจน 10 ปีที่แล้ว แต่เมื่อมีคนประกาศแก้จนไม่ถึงปี คนประกาศถูกยึดอำนาจ

ปั้น 1 ตำบล 1 นักศึกษาแพทย์

พ.ต.ท.นพ.ปิยพงษ์ สาครเย็น ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.กทม.เขตบางเขน พรรคเพื่อชาติ อดีตนายแพทย์นิติเวชโรงพยาบาลตำรวจ ผู้เขียนหนังสือเรื่อง “คนไข้ป่วนกับก๊วนหมอเปิ่น” ที่นำไปดัดแปลงเป็นภาพยนตร์ดังปี 2547 เรื่อง “หมอเจ็บ” กล่าวว่า เข้าร่วมกับพรรคเพื่อชาติเพราะเชื่อมั่นในระบอบประชาธิปไตย ต่อต้านอำนาจเผด็จการ นโยบายพรรคนี้คือคนไทยทุกคนต้องช่วยกันฟื้นฟูประชาธิปไตยให้กลับคืนมา ปราศจากความรุนแรง ไม่แบ่งแยกสีเสื้อ จากการเรียนหมอเข้าถึงประชาชนต่างจังหวัด เห็นถึงความเหลื่อมล้ำทางสังคม เด็กและเยาวชนหลายคนฝันอยากเป็นหมอ พยาบาล แต่ขาดโอกาส พรรคจึงมีนโยบาย 1 ตำบล 1 นักศึกษาแพทย์ ที่เขียนสั้นๆ แต่รายละเอียดจริงใจในการแก้ปัญหา ภาครัฐอาจเป็นส่วนสนับสนุนให้ความฝันเป็นจริงได้ ไม่ได้บังคับให้ทุกตำบลส่งเยาวชนมาเรียนแพทย์ แต่ส่งเสริมให้เด็กและเยาวชนที่มีความสามารถ อยากโตขึ้นเป็นหมอได้สร้างฝันเป็นจริง สิ่งที่ตามมาระบบสาธารณสุขจะดีขึ้น เด็กที่จบแพทย์จะได้กลับไปทำงานและพัฒนาชุมชนตัวเอง

ชาวบ้านเทใจ 98% จะแห่ไปใช้สิทธิ

วันเดียวกัน ศูนย์สำรวจความคิดเห็น นิด้าโพล สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) เปิดเผยผลสำรวจความคิดเห็นประชาชน เรื่องความคาดหวังของประชาชนหลังการเลือกตั้ง 2562 สำรวจประชาชนอายุ 18 ปีขึ้นไปทุกภูมิภาค 1,253 คน เมื่อวันที่ 10-14 ม.ค. พบว่าความคาดหวังที่สำคัญๆ ด้านเศรษฐกิจ ร้อยละ 30.09 คือแก้ปัญหาปากท้องและหนี้สิน ร้อยละ 16.92 ส่งเสริมราคาสินค้า/พืชผลการเกษตร ร้อยละ 15.01 มีอาชีพเสริมเพิ่มรายได้ ลดอัตราว่างงาน ด้านการเมืองร้อยละ 25.30 นักการเมืองเสียสละเพื่อประชาชน มีคุณธรรม ร้อยละ 24.42 ได้นายกฯ มีความเป็นผู้นำ มีความสามารถบริหารประเทศ และร้อยละ 14.45 มีการปฏิรูปการเมือง ปราศจากความขัดแย้ง ด้านกฎหมาย ร้อยละ 43.73 การบังคับใช้กฎหมายเท่าเทียมไม่เลือกปฏิบัติ ร้อยละ 25.06 บังคับใช้กฎหมายเคร่งครัด ร้อยละ 18.28 ประชาชนมีส่วนร่วมร่างกฎหมายมากขึ้น ส่วนสิ่งที่อยากเห็นมากที่สุดหลังเลือกตั้ง ร้อยละ 36.79 ประเทศสงบสุขและชีวิตความเป็นอยู่ดีขึ้น ร้อยละ 22.11 ประเทศเป็นประชาธิปไตย ร้อยละ 13.88 ประเทศปราศจากการคอร์รัปชัน ทั้งนี้ร้อยละ 55.47 เชื่อว่าชีวิตน่าจะดีขึ้น ร้อยละ 24.42 เหมือนเดิม ร้อยละ 11.73 ดีขึ้นแน่นอน โดยร้อยละ 98.08 ไปเลือกตั้งแน่นอน ร้อยละ 1.36 ไม่แน่ใจ และร้อยละ 0.56 ไม่ไป

ติงเล่นการเมืองให้สร้างสรรค์

ที่อาคารปฏิบัติการวิทยุโทรทัศน์ บมจ.อสมท นายเจษฎ์ โทณะวณิก อดีตกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ กล่าวตอนหนึ่งในการสัมมนาสาธารณะ เรื่อง “มองเมืองไทย ให้ไกลกว่าได้เลือกตั้ง” จัดโดยหลักสูตรผู้บริหารการสื่อสารมวลชนระดับสูงด้านกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ (บสส.) 8 สถาบันอิศราว่า ปัจจุบันรัฐบาลระบุว่ากำลังเข้าสู่ยุค 4.0 จริงๆแล้วต่างประเทศไปสู่ยุค 7.0 กันแล้ว เช่นเดียวกับที่นักการเมืองบอกว่าการเมืองไทยต้องการคนรุ่นใหม่เข้ามาบริหารประเทศ อยากบอกว่าคนรุ่นใหม่ไม่ได้หมายถึงคนอายุ 20 ปีแต่คนรุ่นใหม่หมายถึงคนที่มีความคิดใหม่ มีความคิดสร้างสรรค์ ต่อให้อายุ 70 ปี หากมีความคิดใหม่ คิดสร้างสรรค์จะเป็นคนรุ่นใหม่ได้ การที่มีการเลือกตั้งไม่ใช่ว่าประชาชนทุกคนจะฝากความหวังกับนักการเมือง แต่สิ่งที่ดีที่สุดคือประชาชนต้องมีส่วนร่วม ไม่ใช่ส่วนร่วมแค่การแก้กฎหมาย แต่ต้องเป็นทุกเรื่องที่ประชาชนควรมีส่วนร่วมพัฒนาประเทศ และการที่รัฐบาลผลักดันเรื่องประชารัฐอยากตั้งคำถามว่าประชารัฐขณะนี้ ต่างจากประชานิยมอย่างไร จึงควรมีการเลือกตั้ง และไม่ว่าใครจะมาเป็นรัฐบาล สิ่งที่สำคัญที่สุดคือนักการเมืองต้องเล่นการเมืองอย่างสร้างสรรค์

“ศุภชัย” ลั่นกัดไม่ปล่อยพวกป้ายสี

ส่วนกรณีที่นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รองหัวหน้า พรรคประชาธิปัตย์ ออกมาเปิดโปงมีพรรคการเมืองเก็บบัตรประชาชนใน จ.พัทลุง โดยจ่ายเงิน 500 บาท ให้สนับสนุนว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.ของพรรคภูมิใจไทยนั้น วันเดียวกัน นายศุภชัย ใจสมุทร นายทะเบียนสมาชิกพรรคภูมิใจไทยโพสต์เฟซบุ๊กระบุว่า “พรรคภูมิใจไทยยึดแนวการทำงานแบบสร้างสรรค์ นำเสนอนโยบาย แนวทางการแก้ปัญหาปากท้องประชาชน ทุกสิ่งที่นำเสนอ สื่อสารออกมาสู่สาธารณะเพื่อประชาชน แต่หากผู้ใดจะทำการเมืองแบบเดิมๆ พูดจาใส่ร้ายป้ายสี ก็เจอกัน ผมไม่ปล่อยหรอก”

ปลัดพัทลุงเปิดตัวสวมเสื้อ ภท.

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับนายฉลอง เทอดวีรพงศ์ ปลัดจังหวัดพัทลุงที่มีกระแสข่าวว่าจะลงสมัคร ส.ส.พัทลุง ในนามพรรคภูมิใจไทยนั้น ทราบว่า นายฉลองได้ไปร่วมเปิดตัวกับพรรคภูมิใจไทยเมื่อวันที่ 17 ม.ค.ที่ผ่านมา ที่สนามไอ-โมบาย (i-Mobile Stadium) ของนายเนวิน ชิดชอบ แต่จนกระทั่งล่าสุดยังไม่สามารถติดต่อสอบถามรายละเอียดจากนายฉลองได้ อย่างไรก็ตาม การลงสมัคร ส.ส.ของนายฉลองครั้งนี้ สร้างความหวั่นไหวให้กับอดีต ส.ส.ในพื้นที่เป็นอย่างมาก เนื่องจากลงพื้นที่มาอย่างต่อเนื่อง

“นิพิฏฐ์” หยันพวกไม่กลายพันธุ์ซื้อเสียง

ด้านนายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ดูแลพื้นที่ภาคใต้ โพสต์เฟซบุ๊กหัวข้อ “การเมืองว่าด้วยการซื้อเสียงด้วยการเก็บบัตรประชาชน (ตอน 1)” ว่าความจริงหลังการยึดอำนาจมีการกล่าวอ้างอย่างสวยหรูว่า ยึดอำนาจเพื่อปฏิรูปการเมือง การเมืองหลังยึดอำนาจจึงควรโปร่งใสเป็นความหวังว่าหลังเลือกตั้งเราจะได้นักการเมืองที่ดีพอสมควร ได้พรรคที่ดีพอสมควรเข้าไปบริหารประเทศ แต่ยังมิทันจะมี พ.ร.ฎ.กำหนดการเลือกตั้ง นักการเมืองพรรคการเมืองบางพรรคยังไม่กลายพันธุ์ แต่ยังคงรักษาพันธุกรรมในการซื้อเสียงไว้อย่างเข้มข้น เหมือนผีไม่กลัวใบหนาด เป็นนักการเมืองที่ไม่กลัวคำว่าปฏิรูป เริ่มวางแผนด้วยการเก็บบัตรประชาชนมาถ่ายไว้ มีคำมั่นสัญญากันว่าใครที่ให้บัตรประชาชนมาถ่ายเอกสารไว้ จะได้รับเงินคนละ 500 บาท หากเราจำนนต่อสิ่งนี้ การยึดอำนาจที่ผ่านมาก็ล้มเหลวสิ้นเชิง เป็นเพียงปาหี่ของผู้ยึดอำนาจเท่านั้นเอง สุดท้ายวงจรอุบาทว์ทางการเมืองกลับมา และคงมีการยึดอำนาจต่อไปอีก ไม่มีวันสิ้นสุด เราพร้อมจะนำประเทศนี้หลุดพ้นจากวงจรนี้ไปหรือยัง?

เห็นหลักฐานหงายตึง กก.บห.สั่งการ

นายนิพิฏฐ์ให้สัมภาษณ์ตอบโต้นายศุภชัย ที่ระบุว่า เล่นการเมืองแบบเก่าสาดโคลนใส่ร้ายทางการเมืองว่า การเมืองซื้อเสียงทุจริตเพื่อเข้าสู่อำนาจ ลงทุนเพื่อหวังผล อันนี้คือการเมืองแบบเก่ามากกว่า ยืนยันไม่ได้สาดโคลนใคร เพราะไม่เคยระบุว่าเป็นพรรคใด ไม่เคยระบุชื่อว่าเป็นใคร เหตุใดนายศุภชัยจึงร้อนใจออกมาตอบโต้ การเลือกตั้งตามหลักสากลต้องทำด้วยความสุจริตโปร่งใส จะส่งหลักฐานให้ กกต.ตรวจสอบ เพราะหลักฐานที่ปรากฏมีชัดเจนมาก มีการสั่งการให้ทำผิดกฎหมายเลือกตั้งของกรรมการบริหารพรรค รับรองว่าหากเห็นต้องหงายหลังตึงแน่

แนะรีบสะกิดลาออกหนีตายยุบพรรค

“จึงขอบอกผ่านถึงนายศุภชัยว่า ถ้ารู้จักกับกรรมการบริหารพรรคคนนี้ ช่วยแนะนำให้ลาออกเสีย เผื่อจะช่วยให้พรรคนั้นได้อยู่รอด ไม่ทำให้คนอื่นต้องเดือดร้อนไปด้วย ครั้งนี้ตั้งใจจับทุจริตเลือกตั้งให้สมกับยุคปฏิรูปการเมืองใหม่ที่เขาว่ากัน เพื่อให้สมกับที่พรรคประชาธิปัตย์ชูม็อตโต้ว่า ประชาธิปไตยต้องสุจริต และไม่อยากตอบโต้ไปมาผ่านสื่อแล้ว หากนายศุภชัยรู้จักกรรมการบริหารพรรคคนนี้ช่วยบอกเขาให้เตรียมตัวไปชี้แจงกับ กกต. และ ปปง.จะดีกว่า”

งง 560 ล้านโต๊ะจีน พปชร.ซุกบัญชีใด

นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย กล่าวถึงกรณีพรรคพลังประชารัฐชี้แจงรายชื่อผู้สนับสนุนจัดกิจกรรมโต๊ะจีนระดมทุนพรรควันที่ 19 ธ.ค.2561 ว่า เห็นความผิดปกติหลายประการคือ 1.บัญชีผู้บริจาคงานระดมทุนมียอดเพียง 90 ล้านบาท ขัดคำให้สัมภาษณ์ผู้บริหารพรรคที่ยืนยันจำหน่ายบัตรโต๊ะจีน 200 โต๊ะ โต๊ะละ 3 ล้านบาท ได้เงินเกินเป้าถึง 650 ล้านบาท ที่เหลือ 560 ล้านบาทซ่อนไว้ในบัญชีใด ถ้าอ้างว่า แต่ละรายบริจาคซื้อไม่ถึง 1 แสนบาทไม่ต้องรายงาน ไม่น่าสอดคล้องกับราคาโต๊ะจีน 3 แสนบาทต่อเก้าอี้ เกินกว่าจำนวนที่กฎหมายยกเว้นให้ หรือเงินบริจาค650 ล้านบาทเป็นแค่ราคาคุย อาจเข้าข่ายหลอกลวงประชาชน

คิง เพาเวอร์แตกลูก 24 ล้านส่อครอบงำ

นายศรีสุวรรณกล่าวอีกว่า 2.กรณีเงินบริจาคของกลุ่มบริษัทคิง เพาเวอร์ 24 ล้านบาท แม้แยกบริจาคเป็น 3 บริษัทลูก แต่ผู้บริหารสูงสุดเป็นคนเดียวกันหรือไม่ อาจขัดมาตรา 66 พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมืองที่ห้ามบุคคลบริจาคเกิน 10 ล้านบาทต่อปี และห้ามนิติบุคคล บริษัทเอกชนบริจาคเกิน 5 ล้านบาทต่อปี อาจขัดมาตรา 28 และ 29 ที่ห้ามผู้ใดควบคุมครอบงำพรรคการเมืองในลักษณะให้พรรคการเมืองหรือสมาชิกขาดความอิสระ ไม่ว่าทางตรงทางอ้อม 3.บัญชีที่แสดงไม่ปรากฏ การบริจาคของหน่วยงานราชการ ทั้งที่ผังการจัดโต๊ะจีนที่ปรากฏต่อสื่อมีชื่อหน่วยงานรัฐอยู่ด้วย มีการปกปิดข้อเท็จจริงต่อสาธารณชนและ กกต.หรือไม่ ขอให้ กกต.ไต่สวนกรณีดังกล่าวทำความจริงให้ปรากฏ หากพบความผิดให้ดำเนินการตามกฎหมายอย่างเข้มงวด

จุดเทียนร้องเพลงให้เลี่ยงกลุ่มตรงข้าม

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การชุมนุมกลุ่มคนอยากเลือกตั้งที่ มธ. ท่าพระจันทร์ ก่อนแยกย้ายกันกลับบ้าน มีการนำผ้าดิบความยาวกว่า 30 เมตร มาปูลงบนพื้นถนน แล้วเชิญชวนให้มวลชนร่วมกันเขียนเหตุผลการมาชุมนุม ทำไมไม่ให้เลื่อนการเลือกตั้ง จากนั้นแกนนำชวนมวลชนราว 200 คนจุดเทียนร่วมกัน และร้องเพลงปณิธานเสรีชน แล้วยุติการชุมนุมลงในเวลา 19.00 น. แกนนำกำชับมวลชนให้รีบกลับบ้านอย่าผ่านไปแถวอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย เพราะเกรงถูกฝ่ายตรงข้ามลอบทำร้าย

3 หนุ่มรุมชก “เอกชัย” หน้ากองสลากฯ

เมื่อเวลา 19.30น. พ.ต.อ.จักรกริศน์ โฉสูงเนิน ผกก.สน.ชนะสงคราม รับแจ้งเหตุนายเอกชัย หงส์กังวาน นักเคลื่อนไหวการเมืองชื่อดัง ถูกคนร้ายรุมทำร้ายร่างกายบริเวณหน้ากองสลากเก่า ถนนราชดำเนินขาออก แขวงตลาดยอด เขตพระนคร กรุงเทพฯ จึงส่งเจ้าหน้าที่ไปตรวจสอบ พ.ต.อ.จักรกริศน์ กล่าวว่า สอบสวนนายเอกชัยทราบว่าเหตุเกิดขึ้นหลังนายเอกชัยไปเดินรณรงค์อยากเลือกตั้งที่ถนนข้าวสารช่วงเย็น ขณะกำลังเดินทางกลับบ้านเดินไปขึ้นรถเมล์ที่ป้ายรถเมล์บริเวณกองสลากเก่าช่วงเวลา 19.30 น. ได้มีคนร้ายเป็นชาย 3 คน ขี่ จยย.ไม่ทราบแผ่นป้ายทะเบียน สวมหมวกกันน็อกเต็มใบ ใส่เสื้อแจ็กเกตสีดำลงจากรถ จยย.มาชกต่อยนายเอกชัยได้รับบาดเจ็บที่ใบหน้าก่อนหลบหนีไป หลังเกิดเหตุนายเอกชัยเข้าแจ้งความที่ สน.ชนะสงครามทันที จากนี้ได้นำตัวนายเอกชัยไปตรวจร่างกายที่ รพ.วชิระ นำมาประกอบสำนวนคดี เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจจะตรวจสอบกล้องวงจรปิดโดยรอบจุดเกิดเหตุ เพื่อหาตัวกลุ่มคนร้ายที่ก่อเหตุมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป