
เพื่อไทยโวยโดนแผนเสี้ยมให้แตก ลืออีกไทยรักษาชาติ ชู ดร.โกร่ง ชิงนายก พลังประชารัฐยังรั้นเอา ส.ป.ก. เป็นทุน
“ปู” ออกโรงโต้ลั่น ปฏิเสธรับบทแม่ยกชู “ชัชชาติ” ขึ้นบัญชีเบอร์หนึ่ง พท. ตอกยังมีงานอื่นต้องรับผิดชอบอีกเยอะ แถมถูกกระทำเจ็บช้ำมากพอแล้ว “เจ๊หน่อย” ออกตัวเป็นแค่ “เจเนอรัลเบ๊” พร้อมหนุน “ชัชชาติ” นั่งนายกฯ “ภูมิธรรม” ซัดแผนเสี้ยมให้แตก หวังจะยุบพรรคอีกรอบ “นพดล” มั่นใจไร้ปัญหา ลืออีก ทษช.ดัน “ดร.โกร่ง” ขึ้นชิงนายกฯตีคู่ “จาตุรนต์” “มาร์ค” สอนมวย กกต.-รัฐบาลยักแย่ยักยันจับโกงเลือกตั้ง ประกาศรอคอยมา 5 ปี เลือกตั้งไม่ขอทำเพื่อคนอื่น ภท.ซัด “นิพิฏฐ์” ไม่อยู่กับร่องกับรอย “อุตตม” เอาใจคนโคราช ชูแปร ส.ป.ก.เป็นทุน “เอกชัย” เชื่อถูกทำร้าย คสช.มีเอี่ยว
จากกระแสข่าวระบุว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เข้ามามีส่วนร่วมจัดวางตัวรายชื่อบุคคลเป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคเพื่อไทยนั้น ล่าสุดเจ้าตัวออกมาโพสต์ชี้แจงผ่านเฟซบุ๊ก ปฏิเสธว่าข่าวดังกล่าวไม่เป็นความจริง ขณะที่แกนนำพรรคเพื่อไทยมองว่าเป็นความพยายามเสี้ยมให้ยุบพรรคอีกรอบ

“ปู” ปัดข่าวเป็นแม่ยก “ชัชชาติ”
เมื่อวันที่ 20 ม.ค. น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี โพสต์เฟซบุ๊กระบุว่า “ตามที่มีข่าวพาดหัวในหน้าหนังสือพิมพ์ ว่าดิฉันสนับสนุนและเสนอชื่อบุคคลที่จะเป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีในสัดส่วนของพรรคเพื่อไทยนั้น ดิฉันขอชี้แจงว่าไม่เป็นความจริงแต่อย่างใด เพราะการดำเนินการดังกล่าวเป็นเรื่องกิจการของพรรคที่ต้องไปคัดสรรผู้เหมาะสมกันเอง และปัจจุบันดิฉันก็มีงานอื่นที่ต้องทำ และรับผิดชอบเป็นจำนวนมาก ประกอบกับสิ่งที่ดิฉันได้รับในอดีตที่ผ่านมา ก็ถูกกระทำเจ็บช้ำมากพอแล้วค่ะ”

“เจ๊หน่อย” ลุยหาเสียงดินแดง
วันเดียวกันเวลา 08.30 น. คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานยุทธศาสตร์การเลือกตั้งพรรคเพื่อไทย ลงพื้นที่ตลาดกลางดินแดงช่วยนายประเดิมชัย บุญช่วยเหลือ ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.กทม.หาเสียง จากนั้นไปเปิดศูนย์ประสานงานการเลือกตั้ง ส.ส.เขต 5 (ดินแดง-ห้วยขวาง) คุณหญิงสุดารัตน์กล่าวว่า แต่ละครั้งที่ลงพื้นที่ประชาชนร้องเรียนปัญหาปากท้องบอกว่าไม่ไหวแล้ว พรรคจึงเห็นว่าปัญหาเศรษฐกิจจำเป็นต้องแก้ไข มีแผนยุทธศาสตร์หมดแล้ว แต่อาจปรับเปลี่ยนบ้าง เพราะการเลือกตั้งยังไม่กำหนดวันชัดเจน นโยบายบางเรื่องยังไม่พูด พูดไปคนอาจลืม ส่วนความชัดเจนเรื่องวันเลือกตั้งขึ้นอยู่กับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. ถ้านายกฯไม่ชัดเจน กกต.ก็ทำอะไรไม่ได้ เมื่อถามว่ากำหนดวันเลือกตั้งวันที่ 24 มี.ค.เหมาะสมหรือไม่ คุณหญิงสุดารัตน์ตอบว่า เดือน ก.พ.เลือกตั้งไม่ได้อยู่แล้ว ส่วนเดือน มี.ค.จะได้เลือกหรือไม่ ยังไม่ทราบ
พร้อมหนุน “ชัชชาติ” นั่งนายกฯ
คุณหญิงสุดารัตน์ยังกล่าวถึงกระแสข่าวพรรคเพื่อไทยเตรียมชูนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ อดีต รมว.คมนาคม ขึ้นมาอยู่ในบัญชีแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีลำดับที่ 1 ของพรรค ว่า ส่วนตัวหนุนนายชัชชาติ ไม่ต้องกังวลว่าเราจะมีปัญหากัน นายชัชชาติมีความเหมาะสมเป็นนายกฯ ส่วนตนเป็นผู้จัดการทีมคอยวางแผน เรียกว่าเป็นเจเนอรัลเบ๊ทำทุกเรื่อง เมื่อถามว่าหากต้องเป็นแคนดิเดตนายกฯของพรรคลำดับที่ 2 ก็ไม่ขัดข้องใช่หรือไม่ คุณหญิงสุดารัตน์ตอบว่า เอาเป็นว่าตนให้การสนับสนุนนายชัชชาติ ทั้งนี้บัญชีนายกฯของพรรคจะชัดเจนก็ต่อเมื่อกำหนดวันเลือกตั้งประกาศชัดเจนแล้ว

“ภูมิธรรม” ชี้แผนเสี้ยมยุบพรรค
ด้านนายภูมิธรรม เวชยชัย เลขาธิการพรรคเพื่อไทย แถลงถึงกระแสข่าวพรรคเพื่อไทยมีมุมมองต่างกันในการสนับสนุนผู้เป็นแคนดิเดตนายกฯ ว่า ขณะนี้คณะกรรมการสรรหาผู้สมัคร และคณะกรรมการบริหารพรรคเพื่อไทย ยังไม่ลงมติตัดสินใจเรื่องนี้ รายงานข่าวที่ระบุว่ามีอดีตนายกฯเข้ามามีบทบาทกำหนดตัวว่าที่แคนดิเดตนายกฯ แสดงนัยซ่อนเร้นทางการเมือง ยืนยันว่าข่าวดังกล่าวไม่เป็นจริง เป็นความพยายามกล่าวหาว่าพรรคถูกครอบงำ เพื่อนำไปสู่การยุบพรรค มีเป้าหมายให้เกิดความสับสนแตกแยก ทำลายพรรคการเมืองที่อยู่คนละฝ่ายเป็นการเสี้ยมสร้างเงื่อนไขให้เกิดการแตกแยกในพรรคเพื่อไทย แต่ความพยายามมุ่งหวังทำลายพรรคเพื่อไทย จะไม่มีทางประสบความสำเร็จ เพราะพรรคเพื่อไทยทำงานเป็นทีม วันนี้พรรคเพื่อไทยมีคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ บุคลากรระดับแนวหน้า นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ อดีตนักบริหารมืออาชีพจากองค์การเอกชนขนาดใหญ่ ที่มีวิสัยทัศน์ ประสบการณ์ ความคิดสร้างสรรค์ในการแก้ปัญหาที่หลากหลาย รวมทั้งมีทีมงานมืออาชีพอีกหลายคนที่พร้อมร่วมเปิดตัวหลังมีการประกาศกฤษฎีกาการเลือกตั้ง แม้จะมีกลุ่มผู้มีอำนาจบางคนพยายามเสี้ยมสร้างข่าว ให้เกิดความแตกแยกในพรรค แต่ไม่เชื่อว่าจะประสบความสำเร็จ เพราะทีมเพื่อไทยทุกคนมั่นคงและก้าวไกลกว่าที่พวกเขาคิด

“นพดล” มั่นใจพรรคไม่แตก
นายนพดล ปัทมะ อดีต รมว.ต่างประเทศ กล่าวถึงเรื่องดังกล่าวว่า ไม่ทราบว่ามีที่มาอย่างไร พรรคยังไม่ได้สรุปรายชื่อผู้ลงสมัคร ส.ส. และบัญชีรายชื่อแคนดิเดตนายกฯ ข่าวนี้สะท้อนว่าพรรคมีคนมีความสามารถหลายคน ที่ผ่านมาเน้นทำงานเป็นทีม แต่ละคนทำตามหน้าที่ที่พรรคมอบหมาย คุณหญิงสุดารัตน์ทุ่มเททำงานให้พรรคมาต่อเนื่อง ไปทุกภาคช่วยว่าที่ผู้สมัคร ส่วนนายชัชชาติก็เริ่มเดินสายพบประชาชน ทั้ง 2 คนมีประสบการณ์ มีคุณค่าต่อพรรค สามารถดึงการสนับสนุนทางการเมืองจากประชาชน อีกไม่นานคงมีมติว่ามีใครเป็นแคนดิเดตนายกฯบ้าง แต่ไม่ว่าจะมีมติอย่างไร เชื่อว่าสมาชิกพรรคพร้อมทำงานร่วมกับทั้ง 2 คน เพื่อเดินหน้าสู่การเลือกตั้ง จะไม่มีปัญหาทางการเมืองและความแตกแยกในพรรค

“เหลิม” บลัฟใส่ พปชร.หมดสิทธิ
ที่บ้านริมคลอง ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง หัวหน้าทีมปราศรัยหาเสียงพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า จนถึงวันนี้ยังมั่นใจว่าพรรคเพื่อไทย พรรคไทยรักษาชาติ และพรรคอนาคตใหม่ จะมีจำนวน ส.ส.ไต่ระดับ 300 เสียง ยิ่งโพลบอกว่าจะมีผู้มาใช้สิทธิ 93% ก็ยิ่งเกิดแลนด์สไลด์ พรรคนกหวีดเปิดตัวครั้งแรกบอกจะได้ 70 เสียง แต่ล่าสุดบอกจะไม่เสนอคนในพรรคเป็นนายกฯ คงเพราะรู้ตัวจะได้ไม่ถึง 25 เสียง ส่วนที่พรรคพลังประชารัฐบอกจะได้ 150 เสียงนั้น เป็นไปไม่ได้ ถ้าพลังประชารัฐได้ 150 เสียง จะให้นักข่าวมายืนด่าหน้าบ้าน 3 ชั่วโมงเลย ส่วนกระแสข่าวพรรคเพื่อไทย จะชูนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ อดีต รมว.คมนาคม เป็นแคนดิเดตนายกฯเบอร์ 1 นั้น เป็นหน้าที่ผู้บริหารพรรคพิจารณาใครเหมาะเป็นเบอร์ 1-3 หากผู้ใหญ่ตัดสินใจอย่างไรทุกคนต้องยอมรับ สำหรับกระแสพรรคเพื่อไทยจากการลงพื้นที่ 6 จังหวัด นำทุกพรรคใน กทม. พรรค พลังประชารัฐไม่ต้องมาท้ารบ เพราะพรรคเพื่อไทยแข่งกับพรรคประชาธิปัตย์เท่านั้น พรรคพลังประชารัฐปิดจ๊อบ ไม่มีทางได้ 150 ที่นั่ง แต่ต้องระวังเรื่องโกงเลือกตั้ง ได้บอกผู้สมัครทุกคนให้ถ่ายรูปบนสกอร์บอร์ดผลเลือกตั้งเอาไว้ แม้จะนับที่หน่วยแต่ไว้ใจใครไม่ได้ แต่ก็ห้ามกล่าวร้ายใคร
เย้ยอย่าฝันหวานกวาด 150 ที่นั่ง
นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด คณะทำงานสื่อสารการเมืองพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีนายกอบศักดิ์ ภูตระกูล รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เชื่อมั่นว่าพรรคพลังประชารัฐจะได้ ส.ส.เกิน 150 ที่นั่งว่า ทุกคนมีสิทธิฝัน ไม่แปลก แต่จะได้หรือไม่ ต้องรอให้ประชาชนชี้ขาด ส่วนตัวไม่คิดว่าพรรคพลังประชารัฐจะได้รับความไว้วางใจขนาดนั้น ส่วนการที่กลุ่มสามัคคีก่อนเลือกตั้งออกมาชุมนุมคัดค้านกลุ่มคนอยากเลือกตั้งนั้น ความพยายามสร้างสถานการณ์ดังกล่าวเป็นสิ่งอันตรายมาก มาชุมนุมก็ปิดบังอำพรางหน้าตา เป็นความจงใจจะก่อให้เกิดความวุ่นวาย มีคำถามว่าผู้ได้ประโยชน์สูงสุดหากการเลือกตั้งยื้อออกไป คือ คสช.หรือไม่ อย่าคิดว่ายิ่งยื้อจะยิ่งได้เปรียบ ความจริงอาจทำได้แค่ยื้อเวลาแพ้เท่านั้น ยิ่งยื้อไปนานเท่าใดยิ่งแพ้มากขึ้น
“ลีลาวดี” ถูกปาดหน้าเค้ก
ผู้สื่อข่าวรายงานจากพรรคเพื่อไทยว่า การจัดวางตัวบุคคลลงสมัคร ส.ส. ในพื้นที่ กทม.ทั้ง 30 เขตใกล้เสร็จแล้ว เป็นส่วนผสมของทั้งคนรุ่นใหม่ที่ไม่เคยลงเลือกตั้ง และอดีต ส.ส.เจ้าของพื้นที่เดิม มีบางเขตเกิดการเปลี่ยนแปลงผู้สมัครอย่างค้านสายตาจนเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในกลุ่มภาค กทม. เช่น เขต 7 ซึ่งเป็นพื้นที่เดิมของ น.ส.ลีลาวดี วัชโรบล ถูกผู้มีอำนาจในพรรคบางคนทุบโต๊ะดันคนสนิทคือ ร.ต.อ.วัฒนรักษ์ สุรนาทยุทธ รองโฆษกพรรค ซึ่งเป็นคนหน้าใหม่ลงสมัคร โดยโยก น.ส.ลีลาวดี ไปลงเขต 1 แทน ทำให้ต้องเจอกับอดีต ส.ส.เจ้าของพื้นที่เดิมของพรรคประชาธิปัตย์ ที่มีฐานเสียงแข็งมาก แม้จะอ้างผลโพลภายในว่ารอบนี้เพื่อไทยมีโอกาสชนะคู่แข่ง แต่ในกลุ่ม กทม.เห็นว่าควรให้เกียรติคนในพื้นที่เดิมก่อน ซึ่ง น.ส.ลีลาวดีแม้จะไม่เห็นด้วย ก็ได้แต่ก้มหน้ายอมรับ
พท.-ทษช.จัดสูตร 22/8 ลง กทม.
ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า ภาค กทม.พรรคเพื่อไทย ได้วางยุทธศาสตร์ไว้ 2 สูตร คือ 1.ส่งครบทั้ง 30 เขต เพื่อป้องกันข้อครหาฮั้วกันทางการเมืองกับพรรคในซีกฝ่ายประชาธิปไตย อย่างพรรคไทยรักษาชาติ และ 2.ส่งผู้สมัครเพียง 22 เขตที่หวังผลได้ จากการทำโพลภายใน โดยปล่อยให้พรรคพันธมิตรส่งผู้สมัคร 8 เขต เป็นพื้นที่ที่มีโอกาสสอบตกสูง แต่ต้องส่งไปเพื่อเก็บคะแนนมารวมเป็น ส.ส.บัญชีรายชื่อ และจากผลสำรวจพื้นที่ กทม. พบว่าการเลือกตั้งครั้งหน้าผู้คนจะตื่นตัวต่อการไปใช้สิทธิเลือกตั้งจำนวนมาก ประกอบกับอดีต ส.ส. และว่าที่ผู้สมัคร ส.ส. ลงพบปะชาวบ้านต่อเนื่อง คาดว่าจะทำให้พรรคเพื่อไทยได้ ส.ส.มากถึง 12-15 ที่นั่ง สูงกว่าปี 2554 ที่ได้มา 10 ที่นั่ง
ทษช.ดัน “ดร.โกร่ง” ชิงนายกฯ
ผู้สื่อข่าวรายงานข่าวจากพรรคไทยรักษาชาติว่า บัญชีรายชื่อนายกรัฐมนตรีที่พรรคไทยรักษาชาติจะเสนอ ตอนนี้ได้ 2 แคนดิเดตแน่นอนแล้ว ประกอบด้วย นายจาตุรนต์ ฉายแสง และนายวีรพงษ์ รามางกูร อดีตรองนายกรัฐมนตรี ซึ่งมีความเชี่ยวชาญด้านเศรษฐกิจ ขณะที่อีกหนึ่งรายชื่อมีความเป็นไปได้สูงจะเป็น ร.ท.ปรีชาพล พงษ์พานิช หัวหน้าพรรคเพื่อตอบโจทย์ตามสโลแกน “โลกก้าวไกล ไทยต้องก้าวทัน” ที่เน้นภาพลักษณ์คนรุ่นใหม่

“อ๋อย” ลั่นเอาแน่หั่นงบฯ กห.
นายจาตุรนต์ ฉายแสง ประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์พรรคไทยรักษาชาติ (ทษช.) โพสต์เฟซบุ๊กระบุว่า “เปลี่ยนนโยบายการคลังและงบ ประมาณ” เศรษฐกิจประเทศกำลังตกต่ำ ประชาชนทุกระดับรู้สึกถึงความเดือดร้อน แต่รัฐบาลกำลังเอาเงินภาษีประชาชนไปแจกหาเสียง และมีข่าวกองทัพจะซื้อรถถังจากจีนอีก 14 คัน 2,300 ล้านบาท รวม 5 ปี หลังรัฐประหาร กองทัพไทยซื้ออาวุธจากจีนไปแล้วเกือบ 5 หมื่นล้านบาท ไม่รวมเรือดำน้ำอีก 2 ลำ ที่ใช้งบราว 27,000 ล้านบาท หลังรัฐประหาร 2 ครั้งที่ผ่านมา งบฯ กระทรวงกลาโหมเพิ่มขึ้นรวดเร็วและต่อเนื่อง ขณะที่งบฯ กระทรวงศึกษาธิการลดลงต่อเนื่อง ประมาณการกันว่าหนี้สาธารณะจะเพิ่มเป็น 47.30% ในปี 2564 หากพรรคไทยรักษาชาติได้เป็นรัฐบาล จะเปลี่ยนนโยบายการคลังและงบประมาณใหม่ จะลดงบฯ กลาโหมลงให้สอดคล้องกับความจำเป็นในการป้องกันประเทศ และสภาพทางเศรษฐกิจ แต่จะทำให้เกิดประโยชน์ในการกระตุ้นเศรษฐกิจเพื่อให้เกิดการสร้างรายได้ นี่ไม่ใช่การล้ำเส้นกองทัพ แต่เป็นภาระหน้าที่โดยชอบในระบอบประชาธิปไตย
ห่วงสืบทอดอำนาจฉุด ศก.ทรุด
นายพิชัย นริพทะพันธุ์ คณะทำงานเศรษฐกิจ พรรคไทยรักษาชาติ (ทษช.) กล่าวว่า เศรษฐกิจไตรมาสสุดท้ายปีที่แล้ว จนถึงปีนี้มีทิศทางย่ำแย่ เวิลด์แบงก์ลดการเติบโตเศรษฐกิจไทยปีนี้เหลือ 3.8% ยิ่งวันเลือกตั้งยังไม่กำหนดแน่นอน ทำให้ความเชื่อมั่นประเทศลดลงมาก หากผลการเลือกตั้งออกมาเป็นความพยายามที่จะสืบทอดอำนาจสวนทางกับความ ต้องการที่แท้จริงของประชาชน เศรษฐกิจไทยจะยิ่งทรุดลงอีก จึงอยากให้กำหนดวันเลือกตั้งให้แน่นอนโดยเร็ว ทั้งนี้ เข้าใจความรู้สึกนายกอบศักดิ์ ภูตระกูล รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ที่ต้องการลาออกจากตำแหน่ง คงละอายกระแสสังคมที่ไม่เห็นด้วยและถูกตำหนิทุกวัน อีกทั้ง รมต.หลายคนมีปัญหาถือหุ้นสัมปทาน ทำให้ภาพพจน์รัฐบาลเสื่อมลงอีก
เพื่อชาติติงเลือกผิดจนไปอีก 20 ปี
ที่ อ.คำชะอี จ.มุกดาหาร นายสงคราม กิจเลิศไพโรจน์ หัวหน้าพรรคเพื่อชาติ พร้อมนายจตุพร พรหมพันธุ์ ลงพื้นที่เปิดตัวว่าที่ผู้สมัคร ส.ส. ได้แก่ นายอนุสรณ์ โพธิ์ศิริ และนายวิทยา บุตรดีวงค์ นายสงครามกล่าวว่า รัฐบาลชุดนี้บริหารงานจนคนจนจะอดตายกันหมด 5 ปียังลำบากขนาดนี้ แต่ยังอยากอยู่ต่ออีก ขอโอกาสให้พรรคเพื่อชาติมาทำหน้าที่แก้จนให้ประชาชน หากเลือกคน เลือกพรรคผิด อาจจนไปอีก 20 ปี ขณะที่นายจตุพรกล่าวว่า หากมีการเลื่อนเลือกตั้งอีกครั้ง จะท้าทายความรู้สึกคนไทยมาก 4-5 ปีที่ผ่านมา รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ได้โอกาสบริหารประเทศสบายที่สุด ไม่มีฝ่ายค้าน ไม่มีผู้ต่อต้าน ไม่มีการตรวจสอบ ติดขัดปัญหาใดก็ใช้มาตรา 44 จัดการ แต่คนจนไปทั่ว เป็นข้อพิสูจน์ว่าประเทศ ที่เป็นเผด็จการไม่สามารถแก้ปัญหาความยากจนได้
“มาร์ค” เปิดศูนย์กลุ่ม “นิวเด็ม”
ช่วงเช้า ที่สวนพฤกษชาติ แขวงคลองจั่น เขตบางกะปิ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ นำคณะ อาทิ นายพริษฐ์ วัชรสินธุ์ หรือไอติม นพ.คณวัฒน์ จันทรลาวัณย์ หรือหมอเอ้ก ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.กทม. ลงพื้นที่พบประชาชนที่มาออกกำลังซึ่งได้รับการตอบรับดี ต่างเข้ามาขอถ่ายรูปเป็นที่ระลึกจำนวนมาก ต่อมานายอภิสิทธิ์เป็นประธานเปิดศูนย์อำนวยการเลือกตั้งกลุ่มนิวเด็ม ที่ถนนเสรีไทย เขตบึงกุ่ม โดยมีสมาชิกกลุ่มนิวเด็ม หรือคนรุ่นใหม่ของพรรคเข้าร่วม นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า พรรคจะทยอยเปิดตัวนโยบายอีกหลายด้าน ส่วนใหญ่เน้นแก้ปัญหาปากท้อง จึงอาศัยการเปิดตัวผู้สมัคร ส.ส.ในแต่ละภาค เปิดตัวนโยบายในเชิงพื้นที่แต่ละภาคไปพร้อมกัน ภาคต่อไปคือภาคเหนือ จะไปเปิดตัวผู้สมัคร ส.ส. พร้อมนโยบายสำหรับภาคเหนือในวันที่ 27 ม.ค. ที่ จ.เชียงใหม่
สอนมวย กกต.-รัฐบาลจับโกง
เมื่อถามถึงกรณีมีผู้ร้องเรียนเรื่องการทุจริตหลายพื้นที่ อาทิ มีการตกเขียวเก็บบัตรประชาชน นายอภิสิทธิ์ตอบว่า ได้ฟังรายงานและข่าวจากสมาชิกพรรค จึงแจ้งให้รวบรวมพยานหลักฐานส่งเข้ามา อยากให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ทำงานในเชิงรุก หากปราบปรามได้ตั้งแต่ตอนนี้ จะทำให้การเลือกตั้งดีขึ้น แต่ถ้า กกต.ปล่อยปละละเลย จะทำให้ช่วงเลือกตั้งยิ่งมีการทุจริตรุนแรงมากขึ้น กกต.ทำได้เลยไม่ต้องรอให้มี พ.ร.ฎ.เลือกตั้งออกมาก่อน เพราะการกระทำใดที่เป็นการทุจริตเลือกตั้ง ถือว่าผิด พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.แล้ว และขอให้รัฐบาลมีส่วนร่วมป้องกันการทุจริตเลือกตั้ง ปัญหาที่กำลังประสบมากที่สุดขณะนี้ คือการใช้อำนาจรัฐ รัฐบาลต้องแสดงออกถึงความจริงใจ อยากเห็นท่าทีรัฐบาลเอาจริงเอาจังมากกว่านี้
รอคอยมา 5 ปีไม่ขอทำเพื่อใคร
จากนั้นนายอภิสิทธิ์พร้อมด้วยนายกรณ์ จาติกวณิช รองหัวหน้าพรรค ร่วมเปิดศูนย์ประสานงานเขตดินแดง ของนายธนา ชีรวินิจ โฆษกพรรค และว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.กทม. นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า เรากำลังเดินทางสู่การเลือกตั้งอีกครั้ง แต่ไม่มีใครตอบได้ว่าจะเลือกตั้งวันไหน เรารอคอยมาเกือบ 5 ปีแล้ว เราไม่เคยตกงานยาวเท่านี้ แต่ไม่สำคัญเท่ากับประชาชนที่รอคอยการเลือกตั้ง เพื่อจะได้กลับมาใช้สิทธิ์และมีอำนาจกำหนดอนาคตตัวเองอีกครั้ง ดังนั้น 5 ปีที่รอคอย เราคงไม่รอคอยเพื่อมาช่วยใคร ไม่ต้องช่วยให้ใครอยู่ต่อ ไม่ต้องช่วยให้ใครกลับบ้าน วันนี้ภารกิจพรรคคือแก้จน สร้างคน สร้างชาติ ไม่ปฏิเสธว่ารัฐบาลทุกยุคแม้แต่รัฐบาลนี้ช่วยเหลือประชาชน แต่ประเทศอื่นรัฐบาลเขาแถลงภาคภูมิใจว่าคนจนลดลงไปเท่านั้นเท่านี้ แต่รัฐบาลนี้กลับดีใจว่าคนจนงอกขึ้นมาอีก 3 ล้านคน
ภท.ซัด “นิพิฏฐ์” ไม่อยู่กับร่องกับรอย
วันเดียวกัน นายศุภชัย ใจสมุทร นายทะเบียนสมาชิกพรรคภูมิใจไทย กล่าวถึงกรณีผู้ใช้ชื่อเฟซบุ๊ก “นิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ” เข้าไปโพสต์ในเพจ “คนลุง ดอทคอม” ระบุว่า “ผมไม่ได้ระบุนะจ๊ะว่าจังหวัดไหน ผมเพียงแค่ยืนยันว่ามีเรื่องเหล่านี้เกิดขึ้นจริง อาจจะเป็นจังหวัดในประเทศสารขันธ์ก็ได้” ว่า จากที่ติดตามพฤติกรรมของนายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ไปพูดออกทีวีรายการหนึ่ง บอกว่าพื้นที่เกิดเหตุเป็นพื้นที่เลือกตั้งของตนเอง คงต้องเรียกร้องให้นายนิพิฏฐ์รับผิดชอบต่อคำพูดของตนเอง เพราะเรื่องนี้มีผลกระทบต่อพรรคอื่น ต้องให้เกียรติพรรคอื่นด้วย การพูดไม่ตรงกันแบบนี้ยังเกิดความเสียหายต่อตัวนายนิพิฏฐ์เอง ประชาชนจะสับสนว่าคุณไปลงเลือกตั้งที่ไหนกันแน่ พูดจาไม่อยู่ในร่องในรอยโปรดตั้งสติเสียใหม่ และเรื่องนี้ควรยุติได้แล้ว หากคิดว่าใครผิดก็ส่งเรื่องร้องเรียน กกต.ดีกว่า อย่าออกสื่อสร้างกระแสเลย
“อุตตม” ชูแปร ส.ป.ก.เป็นทุน
ที่ไร่ทองสมบูรณ์ อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา นายอุตตม สาวนายน หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ พร้อมกรรมการบริหารพรรค ลงพื้นที่เพื่อรับสมัครสมาชิก และเปิดตัวว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.นครราชสีมา อาทิ นายอัฎฐกร อินทร์ศร น.ส.จันทิมา โกสินทธ์รักษา นายทวิรัฐ รัตนเศรษฐ นายพจน์ เจริญสันเทียะ นายเกษม ศุภรานนท์ และนายประพิศ นวมโคกสูง มีสมาชิกและประชาชนร่วมฟังนโยบายกว่า 2,000 คน นายอุตตมกล่าวว่า พรรคยังคงเดินหน้าต่อยอดโครงการบัตรสวัสดิการประชารัฐ เพิ่มเติมสิทธิ์ต่างๆ แก้ปัญหาเรื่องที่ดินทำกินให้สิทธิ์ที่ทำกินในเขต ส.ป.ก. ใช้ที่ดินให้เกิดประโยชน์สูงสุด สามารถเปลี่ยนเป็นทุนได้ แก้ปัญหาหนี้สินหนี้นอกระบบ ลดความเสี่ยงเกษตรกร ด้วยนโยบาย 3 ลด 3 เพิ่ม ปรับเปลี่ยน เพิ่มมูลค่า ใช้นวัตกรรม และพัฒนา จ.นครราชสีมาเป็นศูนย์กลางการขนส่งโลจิสติกส์ เชื่อมโยงภาคอีสานกับภาคอื่น
“สนธิรัตน์” บุกตากถิ่น ปชป.
ที่สหกรณ์การเกษตร อ.แม่ระมาด จ.ตาก นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ เลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ นายสมศักดิ์ เทพสุทิน ประธานรณรงค์การเลือกตั้ง ร.อ.ดร.ธรรมนัส พรหมเผ่า ประธานยุทธศาสตร์ภาคเหนือ นายวราเทพ รัตนากร อดีต รมช.คลัง นายไวพจน์ อาภรณ์รัตน์ อดีต ส.ส.กำแพงเพชร ร่วมเปิดเวทีปราศรัย รวมทั้งแนะนำตัวผู้สมัครเขต 3 คือ นายภาคภูมิ บูลย์ประมุข และเปิดศูนย์ประสานงานพรรคพลังประชารัฐ ที่ อ.แม่สอด ให้ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.ทั้ง 3 เขต คือ นายธนัสถ์ ทวีเกื้อกูลกิจ นายฑีฆะพล ทวีเกื้อกูลกิจ และนายภาคภูมิ บูลย์ประมุข
เล็ง 24 ม.ค.เปิดนโยบายพรรค
นายสุวิทย์ เมษินทรีย์ รองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ กล่าวว่า พรรคได้จัดทำนโยบายเพื่อใช้หาเสียงไว้เรียบร้อยแล้ว รอเพียงแถลงเปิดตัวนโยบายอย่างเป็นทางการ จึงมีแนวคิดเปิดโอกาสให้คนรุ่นใหม่ของพรรคเข้ามาเป็นอาสา เสนอว่าอยากเข้ามามีส่วนร่วมทำอะไรบ้าง เพราะนอกเหนือจากนโยบายกรุงเทพฯ 4.0 ยังมีเรื่องการศึกษา สวัสดิการประชารัฐ สังคมประชารัฐ เศรษฐกิจประชารัฐ ซึ่งคนรุ่นใหม่อาจมีไอเดียใหม่ๆหลังลงพื้นที่กันมา โดยประชุมในนามสถาบันปัญญาประชารัฐ ในวันที่ 22 ม.ค. ที่ห้องประชุมชั้น 5 ที่ทำการพรรคพลังประชารัฐ มีนายอุตตม สาวนายน หัวหน้าพรรค นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ เลขาธิการพรรค นายกอบศักดิ์ ภูตระกูล โฆษกพรรค และตน เข้าร่วมประชุม ส่วนการแถลงเปิดนโยบายพรรค กำหนดไว้เบื้องต้นคือ วันที่ 24 ม.ค.
แย้มอีก 2 อาทิตย์เปิดชื่อนายกฯ
ต่อมาช่วงเย็นที่บ้านทรงไทย แจ้งวัฒนะ นายกอบศักดิ์ ภูตระกูล รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะโฆษกพรรคพลังประชารัฐ เป็นประธานเปิดศูนย์ประสานงานพรรคเขตหลักสี่-จตุจักร กทม. และเปิดตัวนายสิระ เจนจาคะ ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.กทม. โดยมีนายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รองหัวหน้าพรรค นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ นายสกลธี ภัททิยกุล กรรมการบริหารพรรค เข้าร่วม นายกอบศักดิ์กล่าวบนเวทีว่า คงจำได้แถวนี้มีมือปืนป๊อบคอร์น พรรคไม่สนับสนุนความรุนแรงทุกรูปแบบ ยืนยันพลังประชารัฐไม่ได้มาเฉพาะกิจ ไม่ได้มาเล่นๆ ตั้งใจจะอยู่นาน เพราะจะส่งผู้สมัคร ส.ก. ส.ข. และผู้ว่าฯกทม.
ด้านนายพุฒิพงษ์กล่าวว่า ไม่เกิน 2 อาทิตย์นี้ พลังประชารัฐจะเปิดชื่อนายกฯในบัญชีพรรค รับรองเฮทั้งประเทศ เพราะมีความเด็ดขาด เข้มแข็ง นำพาประเทศได้
เลือก “เสรีพิศุทธ์” อยู่สงบสุข
ที่ อ.ป่าบอน จ.พัทลุง พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียาเวส หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย เดินทางไปเปิดศูนย์ประสานงานพรรคเสรีรวมไทย มีนายประเจียด อักษรธรรมกุล ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.พัทลุง และประชาชนมาให้การต้อนรับประมาณ 500 คน พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์กล่าวปราศรัยว่า คสช.ยึดอำนาจ มา 5 ปี ประชาชนเดือดร้อน พร้อมกล่าวเป็นภาษาใต้ว่า “ผมพูดตรงไปตรงมาไม่ลอกแลก” ทำเอาประชาชนที่มาฟังการปราศรัยพากันตบมือเรียกเสียงฮาดังลั่น ก่อนจะกล่าวตบท้ายว่า “เลือกเสรีพิศุทธ์ ประชาชนอยู่สงบสุข”
ตีปี๊บธนาคารโลกเชื่อมั่น ศก.ไทย
อีกเรื่อง นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. พอใจที่ธนาคารโลกแสดงความมั่นใจว่าเศรษฐกิจไทยเติบโตอย่างแข็งแรง สะท้อนจากรายงานตามติดเศรษฐกิจไทย : ความเหลื่อมล้ำ โอกาส และทุนมนุษย์ ระบุว่าเศรษฐกิจไทยในปี 61 เติบโตได้ดีมาก เมื่อเทียบกับประเทศเพื่อนบ้าน สิ่งสำคัญที่สุดคือการเติบโตมาจากอุปสงค์ภายในประเทศมากขึ้น ทั้งการบริโภค และการลงทุนของเอกชน ตลอดจนการลงทุนภาครัฐ ธนาคาร โลกยังวิเคราะห์ว่าเศรษฐกิจไทยในอีก 2 ปีข้างหน้าจะยังคงแข็งแกร่ง เพราะนโยบายภาครัฐ ซึ่งจะทำให้ไทยรับมือกับการเปลี่ยนแปลง และแรงต้านของเศรษฐกิจโลกได้ดี เมื่อเทียบกับประเทศอื่น
โพลงงๆชู “บิ๊กตู่” อยากได้ พท.
วันเดียวกัน นิด้าโพล สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) เปิดผลสำรวจความคิดเห็นประชาชนเรื่อง “ประชาชนอยากได้ใครเป็นนายกรัฐมนตรีคนต่อไป ตามกฎหมายการเลือกตั้งปัจจุบัน (ครั้งที่ 6)” จากประชาชนที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไปทุกภูมิภาคทั่วประเทศรวม 2,500 ตัวอย่าง บุคคลที่อยากให้เป็นนายกฯอันดับแรก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ได้ร้อยละ 26.20 อันดับสอง คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ได้ร้อยละ 22.40 อันดับสาม นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ได้ร้อยละ 11.56 รองลงมาคือ นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียาเวส นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ นายชวน หลีกภัย พล.ต.ท.วิโรจน์ เปาอินทร์ นายอนุทิน ชาญวีรกูล และนายวิษณุ เครืองาม ส่วนพรรคที่อยากให้ได้คะแนนเสียงมากที่สุด และเป็นแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาล 1.พรรคเพื่อไทย 2.พรรคพลังประชารัฐ 3.พรรคประชาธิปัตย์ 4.พรรคอนาคตใหม่ 5.พรรคเสรีรวมไทย 6.พรรคภูมิใจไทย 7.พรรคชาติไทยพัฒนา 8.พรรคไทยรักษาชาติ 9.พรรครวมพลังประชาชาติไทย และ 10.พรรคประชาชาติ และพรรคเพื่อชาติ ในสัดส่วนที่เท่ากัน
คนห่วงกลัวไม่มีการเลือกตั้ง
ขณะที่สวนดุสิตโพล มหาวิทยาลัยสวนดุสิต เปิดผลสำรวจความคิดเห็นประชาชนทั่วประเทศจำนวน 1,071 คน หัวข้อ “10 เรื่อง” ที่คนไทยกังวลใจเกี่ยวกับการเมืองไทย ณ วันนี้ พบว่าร้อยละ 48.46 กังวลเรื่องวันเลือกตั้งไม่ชัดเจน กลัวไม่มีการเลือกตั้ง รองลงมาคือความขัดแย้งแตกแยก ใส่ร้ายโจมตี ทำให้เกิดความวุ่นวาย เศรษฐกิจตกต่ำ นักลงทุนไม่เชื่อมั่น ทุจริตคอร์รัปชัน ซื้อสิทธิ์ขายเสียง หาเสียงสกปรก การบริหารงานและเสถียรภาพของรัฐบาล การแก่งแย่งอำนาจ กอบโกยผลประโยชน์ ภาพลักษณ์ของประเทศเสียหาย ขาดความน่าเชื่อถือ การปิดกั้นสิทธิเสรีภาพของประชาชน ไม่เป็นประชาธิปไตยที่แท้จริง
“เอกชัย” เชื่อเกี่ยวข้อง คสช.
อีกเรื่อง นายเอกชัย หงส์กังวาน แกนนำกลุ่มประชาชนคนอยากเลือกตั้ง โพสต์เฟซบุ๊กไลฟ์ถึงเหตุการณ์ที่ถูกดักรุมทำร้ายหลังชุมนุมเมื่อวันที่ 19 ม.ค.ว่า ถูกทำร้ายเป็นครั้งที่ 5 ครั้งก่อนๆคนทำมีลักษณะเหมือนพวกติดยา แต่ครั้งนี้ดูจากบุคลิกอายุเหมือนคนได้รับการฝึกมา เพราะมาด้วยกัน 4 คน ใช้จักรยานยนต์ 2 คัน 3 คนในกลุ่มเข้ามารุม อีกคนยืนดูห่างๆ เหมือนเป็นหัวหน้า มีการเฝ้าติดตามและวางแผนมาอย่างดี มั่นใจว่าการถูกทำร้ายรอบนี้เกี่ยวข้องกับ คสช.แน่ เพราะก่อนหน้าถูกทำร้ายเพิ่งเดินทางไปที่กองทัพบก ขอร้องไม่ให้ทหารมายุ่งเกี่ยวกับการเมือง เชื่อว่าทำให้บางคนไม่พอใจจึงสั่งลูกน้องมาทำ อีกทั้งเหตุการณ์ครั้งนี้มีการเลือกทำร้ายตน ในวันที่สุ่มเสี่ยงจะมีม็อบชนม็อบ คงหวังจะโบ้ยไปว่าเป็นเรื่องม็อบฝั่งตรงข้ามทำ ซึ่งเชื่อว่าไม่ใช่แน่ ขอประณาม คสช.ที่ใช้วิธีเถื่อน เก่งกับคนไม่มีทางสู้แต่รบแพ้ตลอด
เด็กรามฯพร้อมนัดชุมนุมคู่ขนาน
ด้านนายพานสุวรรณ ณแก้ว แกนนำกลุ่มสามัคคีก่อนการเลือกตั้ง มหาวิทยาลัยรามคำแหง กล่าวว่า กรณีกลุ่มคนอยากเลือกตั้งประกาศนัดชุมนุมใหญ่วันที่ 26 ม.ค.นั้น ทางกลุ่มกำลังประเมินสถานการณ์อยู่ ถ้าดูแล้วนำพาไปสู่ความวุ่นวายหรือไล่รัฐบาล กลุ่มสามัคคีก่อนเลือกตั้งอาจต้องมาแสดง ออกว่าไม่เห็นด้วย แต่ยืนยันจะไม่ทำอะไรให้เป็นเงื่อนไข คงต้องขอคุยกันก่อน ส่วนที่มีข่าวว่ามีการ ทำร้ายร่างกายผู้ชุมนุมประชาชนคนอยากเลือกตั้งนั้น ไม่ทราบว่าผู้ถูกทำร้ายมีความขัดแย้งกับใครบ้าง แต่ กลุ่มสามัคคีก่อนเลือกตั้งไม่ชอบความรุนแรง การทำร้ายร่างกายกันจึงเป็นเรื่องที่ไม่สมควรที่เกิดขึ้น