
จ่อเทียบเชิญบิ๊กตู่ 1 ก.พ. ลงทะเบียนเลือกตั้งนอกเขต เปิดวันแรกเว็บ กกต.ล่ม
“อิทธิพร” ย้ำ กกต.ประจำเขตเป็นกลาง ไม่เอนเอียง ถูกจับตายิบต้องระวัง ชั่วโมงแรกเปิดลงทะเบียนใช้สิทธิล่วงหน้าคนถล่มจนเว็บล่ม คาดแห่ขอใช้ลงคะแนนเกิน 2 ล้านคน กกต.ถกสื่อเจียดเวลาเวียนตีปี๊บพรรคการเมืองทางทีวีวันละ 1 ชั่วโมง 36 พรรคคุณสมบัติครบพร้อมลงสนาม พท.ปลุกใจ 24 มี.ค.วันประชาชนก้าวออกจากทุกข์ “สุดารัตน์” ลั่นหมดยุครถถัง ถึงเวลานักบริหารมืออาชีพ “จิรายุ” ปูดไอ้โม่งซุ่มแจกงบฯชุมชนละ 5 แสน “มาร์ค” ขอเสียงคนปทุมฯส่ง ปชป.เป็นแกนนำตั้งรัฐบาล จวกเบาะแสทุจริตอื้อ กกต.ต้องทำงานเชิงรุก “ทักษิณ” โชว์กึ๋นสอนใช้ท่องเที่ยวโกยรายได้ ดึงชาวโลกทัวร์ไทย “บิ๊กตู่” เบิ้ลกลับคนมาเที่ยวมากช่วงรัฐบาลนี้ เพราะทำให้บ้านเมืองสงบ 4 รมต.ไขก๊อกสู้ศึกเต็มตัว 1 ก.พ.ส่งเทียบเชิญ “ประยุทธ์”
คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) โหมโรง เตรียมพร้อมการจัดการเลือกตั้งวันที่ 24 มี.ค. เปิดรับลงทะเบียนใช้สิทธิลงคะแนนเลือกตั้งล่วงหน้าวันแรก แค่ชั่วโมงเดียวเว็บไซต์ถึงกับล่ม คาดประชาชน ตื่นตัวมากแห่ขอใช้สิทธิล่วงหน้าเกิน 2 ล้านคน ขณะที่พรรคการเมืองที่มีคุณสมบัติส่งผู้สมัคร ส.ส.ได้มีเพิ่มขึ้นเป็น 36 พรรคแล้ว

“อิทธิพร” ติวเข้ม ผอ.เลือกตั้ง
เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 28 ม.ค. ที่โรงแรม เซ็นทรา ศูนย์ราชการ กทม. นายอิทธิพร บุญประคอง ประธาน กกต.และคณะกรรมการ กกต. ร่วมจัดการ ประชุมเพื่อชี้เเจงการปฏิบัติหน้าที่และรับทราบบทบาท อำนาจ หน้าที่ อำนาจตามกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้องกับการเลือกตั้งกับคณะกรรมการ กกต.ประจำเขตเลือกตั้ง ผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำเขตเลือกตั้ง 30 เขตรวม 120 คน และผู้ตรวจการเลือกตั้ง โดยได้แจกคู่มือการปฏิบัติงานนำไปถ่ายทอดแก่ผู้ช่วยเหลือ และเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้อง
เตือน จนท.รอบคอบถูกจับตายิบ
นายอิทธิพรกล่าวมอบนโยบายตอนหนึ่งว่าผู้ปฏิบัติหน้าที่ต้องศึกษาและทำความเข้าใจกฎหมาย และระเบียบที่เปลี่ยนไปจากเดิม ไม่ให้มีข้อผิดพลาดบกพร่อง นำไปสู่การร้องเรียน ให้ยึดหลักรวดเร็วทันต่อเวลา เที่ยงตรง ไม่เอนเอียง วางตัวเป็นกลางทางการเมือง เพราะถูกจับตามองอย่างใกล้ชิด เราอยู่ในยุคโซเชียลมีเดีย ส่งต่อข้อมูลทั้งจริงและเท็จรวดเร็ว ให้รอบคอบระมัดระวัง มีจิตอาสาสาธารณะ แม้ กกต.ประจำเขตเลือกตั้งจะมีหน้าที่ตรวจสอบคุณสมบัติของผู้สมัครและผู้ใช้สิทธิ แต่ขอให้สวมวิญญาณผู้ให้บริการที่ดีด้วย ไม่ต้องกังวลต่อความรับผิดหรือความรับผิดชอบจะดูแลอย่างเต็มที่ ให้ทำงานเต็มความสามารถเพื่อให้การเลือกตั้งโปร่งใส สุจริต เที่ยงธรรม
จากนั้น นายอิทธิพรให้สัมภาษณ์ภายหลังถึงการเปิดให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งลงทะเบียนขอใช้สิทธิเลือกตั้งล่วงหน้าในเขต นอกเขตและนอกราชอาณาจักรทางอินเตอร์เน็ตเป็นวันเเรกว่า เราเปิดให้ลงทะเบียนล่วงหน้าวันที่ 28 ม.ค.-19 ก.พ.ผู้ลงทะเบียนนอกเขตและนอกราชอาณาจักรเข้าไปเช็กรายละเอียดได้ที่ www.khonthai.com มีรายละเอียดแต่ละประเทศ มีขั้นตอนลงทะเบียนชี้แจ้งไว้แล้ว
4-8 ก.พ. รับสมัครจับเลข ส.ส.เขต
น.ส.วิชชุดา เมฆานุวงศ์ ผู้อำนวยการเลือกตั้งประจำ กทม. กล่าวว่า วันที่ 29 ม.ค. จะไปร่วมประชุม กับปลัด กทม. หารือกำหนดจุดปิดป้ายหาเสียงเลือกตั้ง ทั้ง 30 เขตของ กทม. เนื่องจาก กทม.เป็นผู้รับผิดชอบการกำหนดสถานที่ จากนั้นจึงจะนำมาประกาศจุด ต่างๆพร้อมกัน เพื่อให้เท่าเทียม สถานที่รับสมัคร ส.ส. กทม.แบบเขต จะใช้อาคารกีฬาเวสน์ 2 ไทย-ญี่ปุ่น ดินแดง ระหว่างวันที่ 4-8 ก.พ. ทั้งนี้ จะใช้สถานที่สมัครรวม แต่จะจัดจุดรับสมัคร 30 เขต โดยจะจับสลาก 2 ครั้ง สำหรับผู้มาก่อน 08.30 น. วันที่ 4 ก.พ. ครั้งแรกจะจับลำดับการจับสลาก ครั้งที่สองจึงจับหมายเลขผู้สมัคร คาดว่าจะมีผู้เดินทางมาถึงก่อนเวลา 08.30 น.จำนวนมาก เพราะต่างคาดว่าจะได้เลขที่จำง่าย

ลงทะเบียนล่วงหน้าถล่มเว็บล่ม
ที่สำนักงาน กกต. นายณัฎฐ์ เล่าสีห์สวกุล รองเลขาธิการ กกต. กล่าวว่า จากการเปิดระบบลงทะเบียนทางอินเตอร์เน็ต เมื่อช่วง 08.30-09.00 น. มีผู้สนใจเข้าลงทะเบียนขอใช้สิทธิแล้วกว่า 1,000 คน มีบางคนที่เข้าระบบไปศึกษาข้อมูลก่อน ทำให้ระบบรวนขัดข้องไประยะหนึ่ง แต่ได้แก้ไขจนใช้ได้เเล้วตามปกติ
คาดแห่ขอใช้สิทธิเกิน 2 ล้านคน
นายณัฎฐ์กล่าวว่า ส่วนผู้ไม่ได้ลงทะเบียนผ่านอินเตอร์เน็ต นำบัตรประชาชนไปแจ้งความจำนงต่อนายทะเบียนอำเภอ นายทะเบียนท้องถิ่นได้ ส่วนการขอใช้สิทธิเลือกตั้งล่วงหน้านอกราชอาณาจักรให้ไปแจ้งความประสงค์ต่อสถานเอกอัครราชทูต ทั้ง 2 กรณี เมื่อลงทะเบียนขอใช้สิทธิแล้ว แต่ติดธุระจะแจ้งแก้ไขเปลี่ยนแปลงสถานที่ขอใช้สิทธิแจ้งได้ แต่ต้องดำเนินการทุกอย่าง ก่อนปิดระบบลงทะเบียนล่วงหน้าวันที่ 19 ก.พ.ส่วนการลงทะเบียนขอใช้สิทธิลงคะแนนเลือกตั้งล่วงหน้าในเขตเลือกตั้ง กฎหมายค่อนข้างจำกัดไว้สำหรับข้าราชการหรือบุคคลที่มีภารกิจ ให้ต้องไปปฏิบัติงานนอกเขตเลือกตั้งวันเลือกตั้งที่ 24 มี.ค. ผู้ประสงค์จะขอใช้สิทธิลงคะแนนเลือกตั้งล่วงหน้าในเขต ต้องไปแจ้งความจำนงด้วยตนเองต่อนายทะเบียนอำเภอหรือนายทะเบียนท้องถิ่น ต้องมีหลักฐานจากต้นสังกัดว่าวันที่ 24 มี.ค.ต้องไปปฏิบัติหน้าที่นอกเขตเลือกตั้งไปแสดงด้วย กกต.ประเมินว่าจะมีผู้ลงทะเบียนขอใช้สิทธิลงคะแนนเลือกตั้งล่วงหน้าเกินกว่า 2 ล้านคน หลังปิดลงทะเบียนขอใช้สิทธิฯล่วงหน้าวันที่ 19 ก.พ. กกต.จะประกาศยอดลงทะเบียนแต่ละประเภทให้สาธารณชนทราบตามกฎหมายกำหนด
จัดเวลาตีปี๊บพรรคทางทีวีวันละชม.
เมื่อเวลา 13.00 น. พ.ต.อ.จรุงวิทย์ ภุมมา เลขาธิการ กกต. นายแสวง บุญมี รองเลขาธิการ กกต. พร้อมเจ้าหน้าที่ฝ่ายกฎหมาย ประชุมหารือร่วมกับผู้บริหารสถานีวิทยุโทรทัศน์ เรื่องสนับสนุนการจัดสรรเวลาออกอากาศให้แก่พรรคการเมือง นายแสวงกล่าวตอนหนึ่งว่า ขณะนี้พรรคการเมืองทั้งสิ้น 105 พรรค มีพรรคที่มีคุณสมบัติส่งผู้สมัครได้แล้ว 36 พรรค กฎหมายกำหนดให้รัฐ จัดสรรเวลาออกอากาศให้กับพรรคการเมืองเท่าเทียม กกต.จึงอยากขอความร่วมมือกับสถานีโทรทัศน์ของรัฐ และสถานีโทรทัศน์ดิจิทัลจัดสรรเวลาออกอากาศ โดย 1 วัน ขอเวลา 60 นาที ระหว่างวันที่ 8-21 มี.ค. 5 วันแรก ออกอากาศสปอตโฆษณาพรรคละ 10 นาที 5 วันถัดมาออกอากาศเทปประชันนโยบาย การออก อากาศทั้ง 2 กรณี กกต.จะให้พรรคจัดทำสปอตฯ กกต.จะจัดเวทีดีเบตรับผิดชอบเนื้อหา นำส่งให้สถานีไปเผยแพร่ สถานีเลือกเผยแพร่ได้ช่วง 06.00-24.00 น. ไม่จำเป็นว่าแต่ละสถานีต้องเผยแพร่ช่วงเวลาเดียวกัน ยืนยันว่าสื่อยังทำหน้าที่ได้ตามปกติ แต่การเชิญตัวแทนพรรคมาดีเบตหรือเสนอข่าวขอให้คำนึงถึงความเท่าเทียม ไม่ใช่ให้น้ำหนัก กับพรรคใดพรรคหนึ่ง อาจทำให้สื่อถูกร้องเรียนจากพรรคการเมืองได้
อัปเดต 36 พรรคพร้อมลงสนาม
นายแสวงกล่าวว่า จากข้อมูล ณ วันที่ 25 ม.ค. มีพรรคที่พร้อมส่งผู้สมัครรับเลือกตั้งแล้ว 36 พรรค แยกเป็นพรรคการเมืองที่จดทะเบียนและปฏิบัติตาม พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง 4 เรื่อง คือมีทุนประเดิม 1 ล้านบาท จัดให้มีสมาชิก 500 คน ประชุมใหญ่แก้ไขข้อบังคับพรรค ประชุมเลือกหัวหน้าพรรค กรรมการบริหารพรรคชุดใหม่ครบถ้วน รวมทั้งจัดตั้งสาขาพรรค ตัวแทนพรรคการเมือง ประจำจังหวัดครบ 14 พรรค อาทิ ชาติไทยพัฒนา เสรีรวมไทย ไทยรักษาชาติ เพื่อชาติ พลังท้องถิ่นไท ประชาธิปัตย์ ภูมิใจไทย เพื่อธรรม เพื่อไทย ชาติพัฒนา ส่วนพรรคที่จัดตั้งขึ้นใหม่ตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยพรรค การเมือง ซึ่งจัดตั้งสาขาพรรค ตัวแทนพรรคประจำจังหวัดครบแล้ว มี 22 พรรค อาทิ พลังประชารัฐ อนาคตใหม่ ประชาชาติ พลังธรรมใหม่ รวมพลังประชาชาติไทย ข้อมูลสถานะพรรคการเมือง กกต.จะอัปเดตไปเรื่อยๆจนกว่าจะถึงวันเปิดรับสมัคร เชื่อว่าจะมีพรรคพร้อมส่งผู้สมัครเพิ่มขึ้น กกต.จะจัดส่งข้อมูลดังกล่าวให้ ผอ.การเลือกตั้งประจำเขตทุกเขตทั่วประเทศประกอบการพิจารณารับสมัคร

คสช.แจง “เจ๊หน่อย” อย่ากังวล
พ.อ.วินธัย สุวารี โฆษก คสช.กล่าวถึงกรณีคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานยุทธศาสตร์การเลือกตั้งพรรคเพื่อไทย โวยถูกเจ้าหน้าที่ทหาร กอ.รมน.ติดตามคุกคามตลอดการลงพื้นที่ อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรีว่า จากการที่คุณหญิงสุดารัตน์ได้พูดคุยกับเจ้าหน้าที่ทหารดังกล่าว สนทนาให้เกียรติซึ่งกันและกัน ไม่ได้คุกคามหรือประพฤติไม่เหมาะสม การทำงานของเจ้าหน้าที่มีทั้งการรักษาความปลอดภัยอำนวยความสะดวกในแต่ละพื้นที่ให้สงบเรียบร้อย เฝ้าระวังกลุ่มผู้ไม่หวังดี ฉวยโอกาสสร้างสถานการณ์ ไม่ใช่เจาะจงเป็นบุคคลหรือพรรคการเมือง ขอให้เข้าใจการทำงานของเจ้าหน้าที่ด้วย จำเป็นต้องดูแลการเคลื่อนไหวต่างๆในพื้นที่รับผิดชอบให้เรียบร้อยเหมาะสม ตามขอบเขตของกฎหมาย โดยเฉพาะการหาข้อมูลเกี่ยวกับความมั่นคงในภาพรวม เพื่อเอื้ออำนวยต่อการเลือกตั้งที่จะเกิดขึ้น เจ้าหน้าที่ทุกคนยึดถือการปฏิบัติอย่างสุภาพ ไม่ส่งผลกระทบใดๆต่อกิจกรรมทางการเมือง ขออย่าได้กังวล หากนำไปขยาย ความจนเกินจริง อาจถูกมองได้ว่าหวังผลคะแนนนิยมทางการเมือง
พท.ปลุก 24 มี.ค.วันก้าวออกจากทุกข์
เมื่อเวลา 10.30 น. ที่พรรคเพื่อไทย มีการจัดสัมมนาพรรคเตรียมพร้อมการเลือกตั้ง ส.ส. โดยมีแกนนำพรรค กรรมการบริหารพรรค ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.ทั่วประเทศเข้าร่วมประชุมพร้อมเพรียง ในงานมีการแจกลำโพงแบบพกพาที่ผลิตจากจีน กำลังเสียง 60 วัตต์ พร้อมไมค์ไร้สายสีทอง และเสื้อยืดสีขาวสกรีน “พท.พรรคเพื่อไทย หัวใจคือประชาชน” 100 ตัว ให้ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.ทุกคนไว้ใช้หาเสียง โดยคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานยุทธศาสตร์การเลือกตั้งพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า 4 ปีที่ประชาชนต้องทนทุกข์อย่างมาก 28 ปีที่ทำการเมืองมา ไม่มีครั้งไหนที่ประชาชนขาดที่พึ่งขนาดนี้ วันที่ 24 มี.ค.นอกจากเป็นวันสำคัญของพวกเราแล้ว ยังเป็นวันที่ประชาชนได้ก้าวออกจากทุกข์ วันนี้พรรคการเมืองเกิดขึ้นหลายพรรค แต่สุดท้ายคือ 2 ขั้วเท่านั้น คือขั้วที่ตั้งขึ้นสืบทอดอำนาจเผด็จการ และขั้วตั้งขึ้นเพื่อให้ประชาธิปไตย วันนี้เราไม่ได้อยู่สงครามโลกที่ใช้รถถังไปสู้กัน แต่เราอยู่สงครามการค้า เราจะเร่งสร้างรายได้ให้ประชาชนกลับมากระเป๋าตุง โดยเพิ่มพลังให้คนไทย 5 ด้าน 1.เพิ่มพลังเกษตรกรไทย 2.พลังเอสเอ็มอี 3.เพิ่มพลังการส่งออกด้วยความเชี่ยวชาญเวทีโลก 4.พลังรายได้จากการท่องเที่ยว 5.เพิ่มพลังคนรุ่นใหม่ สร้างเถ้าแก่ใหม่ทั่วประเทศ นอกจากนี้ เราจะทำ 3 ด้านความแข็งแกร่ง 1.การพัฒนาคนต้องเป็นวาระแห่งชาติเป็นพลเมืองโลก 2.พัฒนาสุขภาพดีถ้วนหน้า และ 3.พัฒนาสร้างโครงข่ายคมนาคมและระบบน้ำ
ชัยชนะ ปชช.ไม่ไกลเกินเอื้อม
คุณหญิงสุดารัตน์กล่าวต่อว่า พรรคเพื่อไทยจะนำพาประเทศไทยสู่ความสงบสุข ไม่ใช่ความสงบสุขแบบ 4-5 ปีที่ไม่มีเสรีภาพ ความสงบสุขไร้คุณภาพกระเป๋าแฟบ แต่เพื่อไทยจะสร้างความสงบสุขบนเศรษฐกิจที่ดี พรรคเพื่อไทยจะสร้างความสุขให้อนาคตประเทศ ชัยชนะของพรรคเพื่อไทยจะเกิดขึ้นได้ด้วยขุนพลของเราที่ช่วยกันทำความเข้าใจกับประชาชน เพื่อเป็นที่พึ่งที่หวัง เชื่อว่าทุกท่านจะทำให้สำเร็จ นำชัยชนะมาสู่ประชาชน ขอให้อดีต ส.ส.มีกำลังขวัญกำลังใจ และ ส.ส.ใหม่ขอให้ร่วมกันสู้ ชัยชนะจะไม่ไกลเกินเอื้อม วันที่ 24 มี.ค.คือวันแห่งชัยชนะของประชาชน หมดเวลาแล้วสำหรับรถถัง ได้เวลาแล้วของผู้บริหารมืออาชีพ
จี้ “ประยุทธ์” ประกาศตัวได้แล้ว
ต่อเวลา 13.30 น. นางลดาวัลลิ์ วงศ์ศรีวงศ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย แถลงว่า ขอความชัดเจนไปยัง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช.ว่าจะไปอยู่พรรคไหน ถ้ายังอ้อมแอ้มอยู่แบบนี้จะทำให้คนคิดไปได้ว่าที่ยังไม่ประกาศตัว เพราะกลัวจะวางตัวไม่เป็นกลางใช่หรือไม่ วันนี้ พล.อ.ประยุทธ์ควรชัดได้แล้วว่าจะอยู่พรรคใด เราจะได้ดูทุกย่างก้าวว่าแต่ละวินาทีหลังจากนี้วางตัวเป็นกลางหรือไม่ ทุกครั้ง ที่มีการเลือกตั้ง นายกฯต้องวางตัวเป็นกลาง เป็นธรรมกับทุกพรรค ไม่ใช่เอาอำนาจรัฐมาเอาเปรียบพรรคอื่น
ปูดไอ้โม่งแจกงบฯชุมชนละ 5 แสน
ด้านนายจิรายุ ห่วงทรัพย์ รองโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ขณะนี้ทราบมาว่ามีไอ้โม่งเดินเข้าไปในชุมชน กทม.และต่างจังหวัด เสนองบประมาณพัฒนาพื้นที่ให้แต่ละชุมชน ชุมชนละ 5 แสนบาท รับปากจะนำความเจริญมาให้ชุมชน ถือว่าเข้าข่ายสัญญาว่าจะให้หรือไม่ ที่สำคัญพื้นที่ต่างจังหวัดมีการร้องเรียนเข้ามาว่ามีข้าราชการวางตัวไม่เป็นกลาง สั่งการผู้ใหญ่บ้านเอื้อประโยชน์ให้พรรคใดพรรคหนึ่ง ขอเตือนว่าวันนี้อะไรก็เกิดขึ้นได้ เพราะประชาชนมีเครื่องมือบันทึกเหตุการณ์ต่างๆ ไม่เหมือนก่อนหน้านี้ จึงย้ำขอให้ทุกคนวางตัวเป็นกลาง และตอนนี้พรรคกำลังรวบรวมข้อมูลหลักฐานทั้งหมด เพื่อเตรียมยื่นต่อ กกต.ต่อไป
ชทพ.ยื่นแก้ไขบัตร ลต.สับสน
เมื่อเวลา 10.30 น. นายนิกร จำนง ผอ.พรรคชาติไทยพัฒนา แถลงถึงการเตรียมเสนอปัญหาบัตรเลือกตั้ง ส.ส.ต่อ กกต.ว่า หลังได้เห็นภาพตัวอย่างบัตรเลือกตั้ง ส.ส.หากยืนยันจะใช้ตามแบบ กกต.กำหนดเบื้องต้น เรียงลำดับจากหมายเลขประจำตัว ผู้สมัคร โลโก้พรรค ชื่อพรรค และช่องกากบาทลงคะแนน จะทำให้ผู้ใช้สิทธิสับสน เนื่องจากช่อง กากบาทลงคะแนนจะอยู่ติดกับหมายเลขผู้สมัครในชุดที่สอง จะยิ่งทำให้สับสน ดังนั้น พรรคชาติไทยพัฒนาจึงขอเสนอตัวอย่างการปรับเปลี่ยน เพื่อเรียงลำดับช่องใหม่ในบัตรเรียงจากหมายเลขผู้สมัคร ช่องกากบาท ก่อนเป็นโลโก้พรรค และชื่อพรรคจะไม่ทำให้ผู้ใช้ สิทธิสับสน ลงคะแนนง่าย พรรคได้ทำหนังสือด่วนที่สุดเพื่อเสนอต่อประธาน กกต.เพื่อพิจารณาแล้ว
เข็นแผนปฏิบัติการเร่งด่วน 7 ด้าน
นายนิกรกล่าวอีกว่า วันที่ 29 ม.ค.จะประชุมคณะกรรมการสรรหาผู้สมัครพรรค มีนายประภัตร โพธสุธน เป็นประธาน พิจารณาสรุปรายชื่อผู้สมัครรับเลือกตั้งแบบเขต ปาร์ตี้ลิสต์และบัญชีรายชื่อนายกฯของพรรคนำเสนอต่อที่ประชุมคณะกรรมการบริหารพรรคพิจารณาวันที่ 30 ม.ค.และจะปฐมนิเทศ ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.วันที่ 1 ก.พ. เวลา 09.00 น. ที่โรงแรมเซ็นทรา ศูนย์ราชการ ชี้แจงนโยบายยุทธศาสตร์การรณรงค์หาเสียง และข้อกฎหมาย สิ่งใดทำได้หรือไม่ได้ และจะเปิดนโยบายพรรคเรียกว่าแผนปฏิบัติการเร่งด่วนชาติไทยพัฒนา 7 ด้าน ได้แก่ 1.ด้านการเกษตร “การเกษตรทันสมัย มีเงินใช้ทุกครัวเรือน” 2.ด้านการศึกษา “ได้เรียนในสิ่งที่ใช่ ได้ใช้ในสิ่งที่เรียนไม่เปลี่ยนไปตามการเมือง” 3.ด้านสังคม “สร้างสวัสดิการให้ทุกวัย ใส่ใจกับผู้ด้อยโอกาส” 4.ด้านสาธารณสุข “สร้างสุขภาพเชิงป้องกัน การหาหมอไม่รอนาน” 5.ด้านกระจายอำนาจ “เพิ่มงบฯ อปท.สานต่อท้องถิ่นเข้มแข็ง” 6.ด้านการท่องเที่ยว “เที่ยวไทยให้ยั่งยืน ฟื้นคืนสมดุลให้ทุกส่วน” 7.ด้านพัฒนาเมือง “เมือง สะดวกและปลอดภัย หายใจได้เต็มปอด”

30 ขุนพล ชพน.บุกกรุง
เมื่อเวลา 10.00 น. ที่โรงแรมรามาการ์เด้นส์ พรรคชาติพัฒนา แถลงเปิดตัวว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.กทม. 30 เขต และเปิดนโยบายพัฒนากรุงเทพฯ มีนายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ ประธานที่ปรึกษาพรรค นายเทวัญ ลิปตพัลลภ หัวหน้าพรรค พร้อมกรรมการบริหารพรรคและสมาชิกพรรคร่วมงาน นายสุวัจน์กล่าวว่า คนอาจคิดว่าพรรคชาติพัฒนาเป็นพรรคเฉพาะของคนโคราช แต่ พล.อ.ชาติชาย ชุณหะวัณ อดีตนายกฯและอดีตหัวหน้าพรรค เคยพูดไว้ว่า เราต้องเป็นพรรคของคนทั้งประเทศ โดยเฉพาะเมืองหลวงศูนย์กลางของประเทศต้องมี ส.ส. ขออาสาทำงานให้คนกรุงเน้นแนวทางกรุงเทพฯไม่มีปัญหา เมืองหลวงทั่วโลกจะพัฒนาให้สมดุล ทั้งเศรษฐกิจ วิถีชีวิต และสภาพแวดล้อมกลมกลืนเป็นหนึ่งเดียว มีนโยบาย 9 ข้อคือ 1.มหานครสีขาว มีอากาศบริสุทธิ์ 2.มหานครเชิงนิเวศ เพิ่มพื้นที่สีเขียวให้เมืองกรุงปลูกต้นไม้มากขึ้น 3.มหานครแห่งความคล่องตัว พัฒนาการขนส่งให้ทันสมัยด้วยเทคโนโลยี 4.มหานครแห่งโอกาส ให้ทุกคนมีอาชีพจุนเจือเศรษฐกิจประเทศ 5.มหานครแห่งการปฏิรูป 6.มหานครสำหรับทุกคน ส่งเสริมให้ทุกคนเล่นกีฬา ออกกำลังกาย 7.มหานครแห่งการใช้ชีวิต ปลอดภัยอยู่สะดวกสบาย 8.มหานครแห่งพลังงานอัจฉริยะ และ 9.มหานครแห่งสายน้ำ ยกระดับคูคลอง เป็นเส้นทางแห่งอนาคต
“มาร์ค” ขอคนปทุมฯ ส่ง ปชป.ตั้งรัฐบาล
เมื่อเวลา 08.15 น. นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เป็นประธานเปิดศูนย์ประสานงานพรรคประชาธิปัตย์ จ.ปทุมธานี ในหมู่บ้านเมืองเอก รังสิต มีแกนนำพรรคร่วมงานคึกคัก พร้อมเปิดตัวผู้สมัคร ส.ส. ทั้ง 6 เขต นายอภิสิทธิ์กล่าวตอนหนึ่งว่า จ.ปทุมธานียังมีปัญหาสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานหลายพื้นที่ ส่วนหนึ่งเกิดจากรัฐวิสาหกิจที่เกี่ยวข้องมุ่งทำกำไรมากกว่าดูแลสภาพพื้นที่และชีวิตเป็นอยู่ทุกคน จำเป็นต้องมีรัฐบาลที่มีนโยบายชัดเจนเข้าไปแก้ปัญหา ต้องไปสร้างเมืองใหม่ เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาซ้ำรอยอดีต รวมถึงการเลือกตั้งผู้ว่าฯ ให้มีอำนาจบริหารจัดการจังหวัดตนเอง จะต่อรองกับผู้ว่าฯ กทม.ร่วมคิดว่าโครงการเชื่อมต่อ กทม.กับปริมณฑล จากการลงพื้นที่เชื่อมั่นว่าพรรคจะได้ ส.ส.ปทุมธานีครบทั้ง 6 เขต ขอให้ทุกคนเลือกพรรคประชาธิปัตย์ อย่าปันใจแบ่งคะแนนไปให้ใคร ยกใจเทคะแนนให้ทั้งพรรคและคน เพื่อสนับสนุนนายกฯของพรรค เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล
เบาะแสโกงอื้อ กกต.ต้องลุยเชิงรุก
นายอภิสิทธิ์ให้สัมภาษณ์ว่า การกำหนดจุดติดป้ายหาเสียง กกต.รีบสรุปเพื่อพรรคการเมืองจะได้ทำงานง่าย กกต.ต้องกระตุ้นให้ประชาชนสนใจมีส่วนร่วม การกำหนดระเบียบที่ตึงเกินไปจะให้ข้อมูลกับประชาชนยาก การประชันวิสัยทัศน์เคร่งจนสื่อกังวล ไม่กล้าจัด การหาเสียงในโซเชียลว่าที่ผู้สมัครบางคนไปแจ้งแล้วเจ้าหน้าที่ไม่รับ อ้างว่ายังไม่เป็นผู้สมัคร สุดท้ายจะกลายเป็นคะแนนจัดตั้งเป็นตัวชี้ขาด กกต.ต้องทำงานเชิงรุก เพราะมีเบาะแสมาทั้งการเก็บบัตรประชาชน ใช้เงินใช้อำนาจรัฐ มีเจ้าหน้าที่เรียกคนไปชี้นำ อยากให้ทุกพรรคช่วยรักษาความสุจริตของการเมือง ไม่เช่นนั้นบ้านเมืองจะกลับสู่วังวนเดิม
พปชร. รอใส่ชื่อ “บิ๊กตู่” ในบัญชีนายกฯ
เมื่อเวลา 16.40 น. ที่ จ.สมุทรปราการ นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ เลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ พร้อมว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.สมุทรปราการ ทั้ง 7 เขต ไหว้สักการะศาลเจ้าพ่อหลักเมือง ท่ามกลางสมาชิกพรรคและประชาชนต้อนรับคึกคัก โดยนายสนธิรัตน์ให้สัมภาษณ์ว่ามั่นใจว่าจะได้ ส.ส. ทั้ง 7 เขตของสมุทรปราการ สำหรับรายชื่อผู้สมัคร ส.ส.ระบบเขตและระบบปาร์ตี้ลิสต์จะหารือในที่ประชุมคณะกรรมการสรรหา วันที่ 29 ม.ค. ช่วงบ่ายเป็นรอบสุดท้าย วันที่ 30 ม.ค. คณะกรรมการบริหารพรรคจะลงมติยังเหลือผู้สมัครอีกเพียง 11 เขตเท่านั้นที่ยังมีปัญหา คาดว่าจะเสร็จภายใน 2-3 วันนี้ รวมถึงการพิจารณาบัญชีรายชื่อนายกฯด้วย ส่วน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช.จะเป็นเบอร์ 1 หรือไม่ต้องรอเข้าสู่ที่ประชุมคณะกรรมการบริหารอีกครั้ง การคัดเลือกต้องอยู่ในกระบวนการพิจารณาของคณะกรรมการบริหารพรรค ส่วนการลาออกของ 4 รัฐมนตรี เมื่อถึงเวลาจะบอกเอง
4 รมต.ไขก๊อกเทียบเชิญ “บิ๊กตู่” 1 ก.พ.
ผู้สื่อข่าวรายงานจากพรรคพลังประชารัฐว่า เมื่อช่วงค่ำวันที่ 28 ม.ค. แกนนำพรรคพลังประชารัฐได้หารือร่วมกันเพื่อกำหนดไทม์ไลน์ เตรียมลาออกจากตำแหน่งรัฐมนตรี เพื่อไปลงหาเสียงเลือกตั้งอย่างเต็มตัว โดยวันที่ 29 ม.ค. รัฐมนตรีที่เป็นกรรมการบริหารพรรคพลังประชารัฐทั้ง 4 คน ได้แก่นายอุตตม สาวนายน รมว.อุตสาหกรรม นายสุวิทย์ เมษินทรีย์ รมว.วิทยาศาสตร์ฯ นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รมว.พาณิชย์ และนายกอบศักดิ์ ภูตระกูล รมต.ประจำสำนักนายกฯ จะยื่นใบลาออกจากตำแหน่งต่อ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช. ที่ทำเนียบรัฐบาล ภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) โดยหนังสือลาออกระบุให้มีผลในวันที่ 30 ม.ค. แล้วจะมีการทาบทาม พล.อ.ประยุทธ์เข้ามาเป็นบุคคลที่จะเสนอชื่อเป็นนายกฯในบัญชีของพรรคในวันที่ 1 ก.พ. เพื่อดำเนินการขั้นตอนนี้ให้แล้วเสร็จ ก่อนการเปิดรับสมัคร ส.ส.และยื่นบัญชีนายกฯ ในวันที่ 4-8 ก.พ.

“เทือก” ทำใจเจอคนต้านทุกจังหวัด
ที่ตลาดภาษีซุง อ.เมืองชัยนาท นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ผู้ร่วมก่อตั้งพรรคพลังประชาชาติไทย (รปช.)พร้อมสมาชิกพรรคและว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.เขต 1 ชัยนาท ลงพื้นที่เดินคารวะแผ่นดิน พบปะประชาชน พ่อค้า แม่ค้า ระหว่างที่นายสุเทพและคณะเดินอยู่นั้น มีชายหนุ่มมายืนชูป้ายเขียนข้อความ “อย่าดูถูก ประชาชน” แต่นายสุเทพไม่สนใจ นายสุเทพกล่าวว่า การเดินทางมาครั้งนี้ได้รับการต้อนรับอย่างดี แต่มีอยู่คนเดียวที่มาชูป้ายไม่ต้อนรับเป็นเรื่องธรรมดา เจออย่างนี้มาทุกจังหวัด เข้าใจดีมีคนไม่เห็นด้วยบ้าง เป้าหมาย รปช.ต้องการ ส.ส. 50-60 คน เพื่อให้มีสิทธิอภิปรายไม่ไว้วางใจได้

โฆษก ภท.ปัด “อนุทิน” ฟัดผู้นำ-4 รมต.
ที่พรรคภูมิใจไทย พ.อ.เศรษฐพงค์ มะลิสุวรรณ โฆษกพรรคภูมิใจไทย กล่าวว่า การนำเสนอข่าวพาดหัวหนังสือพิมพ์กรณีที่นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทยในลักษณะพาดพิงนายกรัฐมนตรีและ 4 รัฐมนตรี ขอย้ำว่านายอนุทินและพรรคมีนโยบายชัดเจนไม่ขัดแย้งกับใครอาจมีความเข้าใจคลาดเคลื่อน นายอนุทินไม่ได้กล่าวพาดพิงใครเพียงแต่ได้ตอบคำถามสื่อมวลชนตามประสบการณ์เคยประสบมาในอดีตว่าอำนาจรัฐบาลไม่ได้ช่วยให้คะแนนเสียงเพิ่มมากขึ้นหรือลดลง ส่วนการเปิดตัวนายจองชัย เที่ยงธรรม ในวันที่ 29 ม.ค. นายจองชัยมั่นใจในศักยภาพและนโยบายหากนายจองชัยลงสมัครใน จ.สุพรรณบุรี จะเป็นแรงบวกให้พรรคชนะเลือกตั้งอย่างแน่นอนและได้ ส.ส.ใน จ.สุพรรณบุรี

“ทักษิณ” โชว์กึ๋นชวนโลกเที่ยวไทย
วันเดียวกัน นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี กล่าวในรายการ Good Monday รับมือกับการเปลี่ยนแปลงของโลก ตอนที่ 3 ชวนโลกมาเที่ยวไทย กระจายรายได้ทุกจังหวัดผ่านทางเฟซบุ๊กว่า เพราะเชื่อมั่นศักยภาพของประเทศว่าอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวไทย ยังไปได้ไกลกว่านี้อีกมาก ประเด็นสำคัญต้องกระจายรายได้ไปถึงประชากรทุกระดับ และสร้างให้ไทยเป็น Hub ด้านการบินของภูมิภาค เพื่อที่การท่องเที่ยวไทยจะกลายเป็น Growth Engine ที่แข็งแรง กระจายรายได้สู่ชุมชนจนสร้างการเติบโตได้อย่างยั่งยืน จากข้อมูลของธนาคารโลกที่ประเมินว่าปี 2028 ประเทศไทยสามารถจะมีรายได้จากการท่องเที่ยวประมาณ 5.9 ล้านล้านบาท หรือประมาณร้อยละ 28.2 ของจีดีพี ตัวเลขมันดี แต่ต้องทำอะไรอีกเยอะ ประเทศที่มีรายได้การท่องเที่ยวสูงมากคือเมืองดูไบ สหรัฐ-อาหรับเอมิเรตส์ใช้เครื่องมือทุกอย่างว่าจะดึงคนมาที่ดูไบอย่างไร จะให้อยู่นานอย่างไร จะให้ใช้ตังค์อย่างไร ทำเป็นกระบวนการ เป็นขั้นตอน มียุทธศาสตร์ชัดเจน และมีการให้อำนาจการจัดการชัดเจน ดูไบเป็นศูนย์กลาง ใครจะไปไหนก็ผ่านดูไบ มีแรงจูงใจว่าถ้าแวะตั๋วถูกลง ถ้าแวะหลายวันหน่อยยิ่งตั๋วถูกลง และมีสิ่งดึงดูดท่องเที่ยว เช่น สวนสนุก ศูนย์การค้า เป็นประเทศที่มีประชากรน้อย แต่ดึงประชากรจากทั้งโลกมาช่วยสร้างเศรษฐกิจ แม้กระทั่งเรื่องประชากร ไม่มีคนทำงานภาคบริการมาก จึงให้วีซ่ากับคนที่จะมาทำงานง่ายมาก
แนะปั้นยุทธศาสตร์ปรับบริหารฝึกคน
นายทักษิณกล่าวต่อว่า สำหรับไทยถ้าอยากได้นักท่องเที่ยวเยอะขนาดนั้น ปัญหาคือสนามบินวันนี้สุวรรณภูมิและสนามบินที่มีอยู่ในไทยเล็กไป สำหรับการท่องเที่ยวปัจจุบันแล้ว หากอยากเร่งให้มีรายได้มากขึ้น ต้องขยายสนามบินมากขึ้น ถ้าเราเร็วขึ้นจะทำให้รองรับเที่ยวบินเข้ามาเมืองไทยได้เยอะขึ้น วันนี้มีเที่ยวบินอยากเข้าเมืองไทยเยอะ เรามีจุดอ่อนอีกอย่างคือการท่าฯกับการบินไทย ตอนนั้นอยากสร้างการบินให้ผงาด อยู่ในสุวรรณภูมิ เป็น home-base ลงมาเห็นความยิ่งใหญ่ของการบินไทย แต่การทำงานร่วมระหว่างการบินไทยกับการท่าอากาศยานมันอ่อนไปหน่อย ขาดความร่วมมือที่ดี ถ้าเราอยากเป็น hub หรืออยากเป็นศูนย์กลางการบิน ต้องจัดเวลาเที่ยวบินมาถึงและออกต่ออีกชั่วโมง เพื่อต่อเครื่องสะดวก ไม่ใช่เครื่องบินมาเช้าแล้วออกอีกทีตอนดึก คนไม่อยากมานอนเล่นอยู่สนามบิน รอเสียเวลาและเหนื่อย ทางภูมิศาสตร์เราเป็นศูนย์กลางภูมิภาคอาเซียนอยู่แล้ว แต่ด้านบริหารเราไม่สามารถทำให้มันเป็นศูนย์กลางได้
ต้องกระจายรายได้อย่ากระจุก
นายทักษิณกล่าวอีกว่า นอกจากนั้นการรักษาความปลอดภัย การสร้างระบบไอดี กำลังคนที่จะใช้ในภาคบริการต้องเทรนคน เพราะจุดแข็งการท่องเที่ยวไทยคือความมีน้ำใจของคนไทยในการต้อนรับแขก เขาชอบตรงที่เราแฮปปี้ โรงแรมบริการดี เป็นเสน่ห์ของเมืองไทย นอกเหนือจากอาหาร นอกเหนือจากแหล่งท่องเที่ยว วัฒนธรรม ธรรมชาติ เราต้องสร้างคนในภาคบริการให้เป็นมนุษย์พันธุ์ที่ทำงานด้านบริการได้ดี อย่าให้รายได้กระจุกอยู่ไม่กี่จังหวัด กระจายออกไปสู่ชนบท จะต้องปรับปรุง เตรียมการเรื่องท่องเที่ยวเป็นระบบ ต้องมียุทธศาสตร์การท่องเที่ยว กระจายลงไปให้นักท่องเที่ยวไม่ว่าไทยหรือต่างชาติ
“บิ๊กตู่” ไปสระบุรีมอบที่ดิน ส.ป.ก.
เมื่อเวลา 13.40 น. ที่สวนพฤกษศาสตร์พุแค จ.สระบุรี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และหัวหน้า คสช. ลงพื้นที่ตรวจราชการพร้อมคณะ นายกฯใช้รถตู้โตโยต้าเวลไฟร์ ทะเบียน ชผ 9669 กรุงเทพมหานคร จุดแรกนายกฯไปที่สวนพฤกษาศาสตร์ พุแค เยี่ยมชมผลิตภัณฑ์พื้นบ้าน และเป็นประธานสักขีพยานการมอบ ส.ป.ก.4-01 ให้เกษตรกร 10 ราย และมอบสมุดประจำตัวผู้ได้รับเลือกให้ทำกินในชุมชนตามนโยบายรัฐบาลในลักษณะแปลงรวม พื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ โครงการจัดที่ดินทำกินให้ชุมชน (คทช.) ให้แก่ราษฎร 10 ราย ทั้งนี้ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวกับประชาชนว่าบางส่วนก่อนหน้านี้ออกไม่ได้ แต่รัฐบาลนี้ปลดล็อกจนออกได้ถูกต้องตามกฎหมาย ถ้าปล่อยไว้เหมือนเดิมจะแก้ปัญหาไม่ได้ ไม่ว่ารัฐบาลใด ก็แก้ไม่ได้ยกเว้นรัฐบาลนี้ที่ทำให้ และจะทำต่อไปในอนาคต ที่ดิน ส.ป.ก.วันนี้ให้ เพราะพอจะให้ได้แบ่งให้ลูกหลานได้ แต่ต้องเอาไปทำการเกษตร เอาไปจำนำจำนองไม่ได้ ต้องหาวิธีการจะทำอย่างไรให้เกิดมูลค่า อย่าไปฟังว่าจะให้ที่ดินเลย อยากให้รักษาที่ไว้ให้มากที่สุด ให้มีที่ดินทำกิน
โวท่องเที่ยวพุ่ง รบ.นี้ทำชาติสงบ
พล.อ.ประยุทธ์กล่าวอีกว่าปัจจุบันถือว่ามีนักท่องเที่ยวเข้ามาไทยมากที่สุดช่วงนี้ ไม่รู้เหมือนกันว่าเพราะอะไร ทำไมคนถึงมาเที่ยวมากในช่วงรัฐบาลนี้ แต่เข้าใจว่าน่าจะเป็นเพราะบ้านเมืองสงบเรียบร้อย ไม่มีปัญหาความขัดแย้งตามท้องถนน ถือเป็นเรื่องสำคัญ วันนี้นักท่องเที่ยวเข้ามาเพราะเรามีธรรมชาติงดงาม อาหารอร่อย มีรอยยิ้มสยาม ไม่เคร่งเครียดและตีกันทุกวัน เราต้อนรับนักท่องเที่ยวอย่างดี แต่จะหยุดนิ่งไม่ได้ ต้องพัฒนาการท่องเที่ยวให้มีคุณภาพ สะอาด ปลอดภัย สินค้าโอทอปก่อนหน้านี้ มีแค่หมื่นรายการ รัฐบาลนี้มาทำเป็นแสนรายการ ผลักดันเพิ่มมูลค่าหลายแสนล้านบาท นี่คือกลไกประชารัฐ เกิดขึ้นมานานแล้วไม่ใช่เพิ่งจะมี ไม่ใช่ไปซ้ำกับใคร ทุกวันนี้หยุดเขียนหยุดคิดไม่ได้ รอเวลาไม่ได้ เพราะมีคนเดือดร้อน ส่วนการเลือกตั้งวันที่ 24 มี.ค. ขอให้ทุกคนไปเลือกตั้งเลือกให้ดี เป็นเรื่องของท่านไม่เกี่ยวกับตน ขอแค่สงบเรียบร้อยเท่านั้น ถ้าขัดแย้งศักยภาพจะหายวับไปกับตา
บัตรทองทุก รพ. 72 ชั่วโมงใครทำได้
นายกฯกล่าวอีกว่าส่วนใครที่มาบอกว่าจะทำอะไรให้ มันหมดสมัยแล้ว แต่ต้องบอกว่าจะทำอย่างไร งบประมาณจากไหน บัตรสวัสดิการแห่งรัฐตนทำถูกกฎหมาย ไม่ใช่ให้ใครมารัก แต่เป็นหน้าที่มีหลักมีเหตุผล บัตรทองวันนี้ผู้ถือบัตรเข้ารักษาพยาบาลได้ทุกโรงพยาบาลภายใน 72 ชั่วโมง รัฐบาลอื่นมีไหม แต่ก่อนคนที่เข้าไปรับการรักษาต้องรอนาน แต่วันนี้ถึงแม้ว่าจะนานแต่มีสิ่งที่ดีขึ้น เพื่ออนาคตของพวกเรา เพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์ซ้ำในอดีต ทุกอย่างต้องไปทีละขั้นทีละตอน ลัดขั้นตอนไม่ได้ ไม่ใช่ไปกู้มาแล้วมาแจกเฉยๆมันไม่ได้ รวมถึงการทุจริตทุกคนต้องมีจิตสำนึกที่ดี จะได้ไม่มีคนทุจริต ยอมรับกติกา แต่รัฐบาลหน้าจะเป็นอย่างไรยังไม่รู้เลย อยู่ที่พวกเรา สิทธิทุกอย่างอยู่ที่พวกเราเลือกตั้ง คงไปชี้นำไม่ได้ ขอให้ทุกคนยึดมั่นในชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
ยิงมุกอ้อนใครจะช้ำกับนายกฯ
จากนั้นนักเรียนโรงเรียนหน้าพระลาน (พิบูลสงเคราะห์) ได้มอบเสื้อยืดคอปกที่วาดภาพนายกฯลงบนเสื้อให้นายกฯเป็นที่ระลึก โดยนายกฯได้ร่วมร้องเพลง “ในความทรงจำ” ร่วมกับนักเรียน ต่อมาเวลา 15.35 น. นายกฯไปเยี่ยมชมศูนย์โอทอป คอมเพล็กซ์พุแคและศูนย์ฝึกอาชีพโอทอป ก่อนนั่งรถรางไปชมตลาดหัวปลี “ตลาดสร้างสุข ชุมชนร่วมสร้าง” ต้นแบบโครงการชุมชนท่องเที่ยว โอทอป นวัตวิถี มีว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.สระบุรีทั้ง 3 เขต มาร่วมต้อนรับด้วย ซึ่งนายกฯอารมณ์ดีร่วมตีกลองแต๊กในบทเพลง “เพราะเธอคือประเทศไทย” กับนักเรียนโรงเรียนเขารวก (ร่วมมิตรพัฒนา) และชมการแสดงดนตรีจากนักเรียนโรงเรียนเทพศิรินทร์พุแค ที่กำลังเล่นเพลง “ช้ำคือเรา” ของ “นิตยา บุญสูงเนิน” โดยนายกฯปล่อยมุกเรียกเสียงหัวเราะว่า “ช้ำคือตัวเรา ใครจะช้ำกับเรา กับนายกฯ” ก่อนหัวเราะแล้วเดินจากไป ทั้งนี้ นายกฯได้ร่วมถ่ายภาพอย่างเป็นกันเอง อุดหนุนซื้อผลิตภัณฑ์น้ำมันหอมที่ทำจากดอกไม้ เสื้อคลุมและหมอน ทำจากผ้ามัดย้อมจากมูลวัว ก่อนเดินทางกลับ กทม.
“บิ๊กป้อม” ยังงอนสื่อขอบคุณแต่ไม่คุย
เมื่อเวลา 12.00 น. ที่กระทรวงกลาโหม พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯและ รมว. กลาโหม ร่วมรับประทานอาหารกับผู้สื่อข่าวสายทหารในโอกาสวันปีใหม่ เป็นที่จับตาว่า พล.อ.ประวิตรจะพูดอะไรหรือไม่ หลังไม่ให้สัมภาษณ์มา 12 วัน โดย พล.อ.ประวิตรมีสีหน้ายิ้มแย้มขึ้นเวทีกล่าวขอบคุณสื่อมวลชนสั้นๆแค่ 20 วินาทีว่า “ขอขอบคุณผู้สื่อข่าวสายทหารทุกคนที่มาร่วมงานเลี้ยงสังสรรค์ ที่จัดขึ้นโดยกระทรวงกลาโหมในวันนี้ ขอบคุณมากครับ” ก่อนลงจากเวทีกลับขึ้นห้องทำงานไปทันที ทั้งนี้ช่วงเช้าก่อน พล.อ.ประวิตรจะเข้าห้องประชุมเป็นประธานการประชุมสภากลาโหม ผู้สื่อข่าวทักทายว่า “วันนี้ท่านหล่อสุดเลยนี่” พล.อ.ประวิตรเพียงแต่ยิ้มให้โดยไม่ยอมพูดอะไร
พล.ท.คงชีพ ตันตระวาณิชย์ โฆษกกระทรวงกลาโหม กล่าวว่า พล.อ.ประวิตรกำชับขอให้ทุกเหล่าทัพสนับสนุนการเป็นเจ้าภาพจัดประชุมอาเซียนปี 2562 เต็มกำลัง โดยให้ความสำคัญกับการดูแลรักษาความมั่นคงและความปลอดภัยของผู้นำประเทศต่างๆระหว่างพำนักในไทย และร่วมกันรณรงค์ให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการเป็นเจ้าภาพที่ดี และให้นำบทเรียนในอดีตมาปรับปรุงไม่ให้เกิดข้อผิดพลาดกระทบต่อภาพลักษณ์ของประเทศ