วันจันทร์ที่ 28 มกราคม พ.ศ. 2562

สุดารัตน์-ชัชชาติ อวยเป็นนายก มาร์คยกทีมบุกเหนือ วันนอร์-โผล่เข้ากรุง

สุดารัตน์-ชัชชาติ อวยเป็นนายก มาร์คยกทีมบุกเหนือ วันนอร์-โผล่เข้ากรุง
เลขาฯ กกต.บอกอีก 2 วันได้ข้อสรุปสถานที่ติดป้ายหาเสียง ผอ.กกต.กทม. เบรกพรรคการเมืองอดใจรอหารือปลัด กทม. ติดป้ายไปก็ยังไม่ได้เบอร์ “สุดารัตน์-ชัชชาติ” ควงคู่วิ่งสวนลุมฯ ตีปี๊บใช้น้ำมันดีเซล B100 ลดมลพิษพร้อมดันราคาปาล์ม โชว์ซีนจับมือกลมเกลียวผลัดกันอวยนั่งนายกฯ “เจ๊หน่อย” โวย “บิ๊กตู่” สั่งทหาร กอ.รมน.คุกคามไม่เลิก


“อภิสิทธิ์” บุกเชียงใหม่เหยียบถิ่นเสื้อแดง พกทีม รปภ.อารักขาเข้ม หน้าเจื่อนไหว้พระธูปหลุดมือ อ้อนคนเชียงใหม่ป้อนสารพัดนโยบายรัฐสวัสดิการ “อนุทิน” จับเข่าคุยกลุ่มสองล้อ เตือนคนมีอำนาจรัฐไม่ได้เปรียบเสมอไป “จตุพร” ชวนทุกฝ่ายทวงอำนาจเต็มคืน กกต. กระตุก “ประยุทธ์” ทิ้งตำแหน่งมาสู้อย่างสง่างาม “ธนาธร” ชวนคนสตูลโค่นอภิสิทธิ์ชน นิด้าโพลชี้ชาวบ้านเชื่อ มีซื้อเสียงแน่ แต่อยากเลือกตั้งเต็มแก่แล้ว
แม้จะพร้อมใจกันส่งเสียงวิพากษ์วิจารณ์ว่ากฎระเบียบเกี่ยวกับการหาเสียงของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ยุ่งยากสร้างความสับสน แต่พรรค การเมืองต่างเร่งเดินหน้าลงพื้นที่รณรงค์หาเสียงกันอย่างคึกคัก ทั้งในพื้นที่กรุงเทพฯและต่างจังหวัด โดย กกต.ระบุไม่เกินสิ้นเดือนจะมีความชัดเจนเรื่องสถานที่ติดป้ายหาเสียงออกมาชัดเจน

กกต.ขอ 2 วันจบจุดติดป้ายหาเสียง

เมื่อวันที่ 27 ม.ค. พ.ต.อ.จรุงวิทย์ ภุมมา เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) กล่าวถึงข้อกังวลของพรรคการเมืองในการหาเสียงทางอิเล็กทรอนิกส์ว่า ขณะนี้ได้รับรายงานว่ามีว่าที่ผู้สมัครแบบแบ่งเขตหลายคน รวมทั้งพรรคการเมือง ทยอยแจ้งวิธีการ รายละเอียด ช่องทาง ระยะเวลาการหาเสียงเลือกตั้งกับทางจังหวัดแล้ว แม้ว่ายังไม่มีการเปิดรับสมัคร ไม่มีหมายเลข สามารถแจ้งล่วงหน้าได้ เท่าที่ทราบถือว่ามีจำนวนมากพอสมควรที่เข้ามาแจ้งกับ กกต. ส่วนสถานที่ติดป้ายประกาศโฆษณาหาเสียงเลือกตั้ง ส.ส. ภายใน 1-2 วันจะมีความชัดเจนเรื่องสถานที่ติดป้ายว่าติดป้ายที่จุดใด ส่วนกรณีที่ติดป้ายก่อนหน้านี้และ กกต.แจ้งให้เอาป้ายลงก่อนนั้น ยังไม่นับรวมเป็นค่าใช้จ่าย แม้จะติดหลังมี พ.ร.ฎ.ให้มีการเลือกตั้ง ส.ส.แล้วก็ตาม เนื่องจากกฎหมายให้แจ้งเตือนก่อน

28 ม.ค.ลงทะเบียนใช้สิทธิล่วงหน้า

พ.ต.อ.จรุงวิทย์กล่าวต่อว่า เมื่อวันที่ 28 ม.ค.จะเป็นวันแรกของการเปิดให้ผู้ประสงค์จะใช้สิทธิล่วงหน้าทั้งในเขตเลือกตั้ง นอกเขตเลือกตั้ง รวมถึงการใช้สิทธินอกราชอาณาจักร ได้ลงทะเบียน โดย กกต.จะเปิดให้ลงทะเบียนระหว่างวันที่ 28 ม.ค.-19 ก.พ. สามารถยื่นคำขอผ่านนายทะเบียนอำเภอ นายทะเบียนท้องถิ่น สถานเอกอัครราชทูต รวมทั้งผ่านช่องทางไปรษณีย์ หรืออินเตอร์เน็ตได้

จัดอบรมแจกคู่มือ กกต.ประจำเขต

น.ส.วิชชุดา เมฆานุวงศ์ ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำกรุงเทพมหานคร กล่าวถึงการเตรียมความพร้อมการจัดการเลือกตั้ง ว่า กกต.กทม.มีความพร้อมทุกๆด้านในการเตรียมการจัดการเลือกตั้ง โดยวันที่ 28 ม.ค. กกต.กทม.จะจัดอบรม กกต.ประจำเขตเลือกตั้งและ ผอ.กกต.ประจำเขตเลือกตั้งของกรุงเทพมหานคร (กทม.) เพื่อชี้แจงแนวทางการปฏิบัติหน้าที่และรับทราบบทบาท อำนาจ หน้าที่และอำนาจตามกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้อง โดยเราจะมีคู่มือการปฏิบัติงานให้ด้วย ก่อนจะนำข้อมูลที่ได้รับจากการอบรมไปถ่ายทอดต่อให้กับผู้เกี่ยวข้องดำเนินการจัดการเลือกตั้งต่อไป

นัดถกปลัด กทม.รอนิดยังไม่ได้เบอร์

น.ส.วิชชุดากล่าวว่า สำหรับการประกาศติดป้าย หาเสียงของ กทม. วันที่ 29 ม.ค. จะไปหารือกับปลัด กทม.เรื่องนี้ เนื่องจาก กทม.เป็นผู้รับผิดชอบแต่ละเขตว่า จะให้ติดป้ายหาเสียงในจุดใดได้บ้าง คาดว่าสำนักงานเขตทยอยแจ้งมาที่ปลัด กทม.แล้ว จากนั้นปลัด กทม.จะเป็นผู้รวบรวมและส่งมาให้ตนประกาศรายละเอียดทั้งหมดต้องทำพร้อมๆกัน ไม่อย่างนั้นจะทำให้เกิดความไม่เท่าเทียม ขอให้รอเป่านกหวีดพร้อมกัน จะได้ไม่มีใครได้เปรียบเสียเปรียบ ว่าที่ผู้สมัครที่เรียกร้องให้เร่งประกาศจุดติดป้ายหาเสียง คาดว่าจะประกาศได้ไม่เกินสิ้นเดือนนี้ ยืนยันว่าไม่ได้ดำเนินการช้า อีกทั้งว่าที่ผู้สมัครเองยังไม่ได้รับเบอร์ จะได้ตอน รับสมัครวันที่ 4-8 ก.พ. ขอให้อดใจรอ

“หญิงหน่อย-ชัชชาติ” วิ่งสวนลุมฯ

เมื่อเวลา 05.45 น. ที่สวนสาธารณะลุมพินี คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานยุทธศาสตร์การเลือกตั้งพรรคเพื่อไทย พร้อมนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ อดีต รมว.คมนาคม น.ต.ศิธา ทิวารี อดีตโฆษกประจำสำนักนายกฯ นางลดาวัลลิ์ วงศ์ศรีวงศ์ โฆษกพรรค และคณะสักการะพระบรมราชานุสาวรีย์ รัชกาลที่ 6 มีประชาชนที่มาออกกำลังกายเป็นประจำ ที่นายชัชชาติร่วมวิ่งอยู่มารอต้อนรับ มอบดอกไม้และคล้องพวงมาลัยให้แก่คุณหญิงสุดารัตน์และนายชัชชาติ จากนั้นคณะได้ร่วมเต้นแอโรบิก ก่อนพูดคุยกันด้านหลังพระบรมราชานุสาวรีย์ รัชกาลที่ 6 พระบรมรูป แล้วออกเดินวิ่งพบปะพูดคุยกับกลุ่มอื่นๆ ในสวนลุมพินี อาทิ กลุ่มจับช้วง (รำมวยจีน) กลุ่มตีแบดมินตัน กลุ่มก่อนเข้าเกาะลอย กลุ่มรำไทเก๊ก ชมรมเซี้ยงเล้งไท้เก๊ก และกลุ่มเพื่อนสวนลุมฯ
ขณะที่นายชัชชาติเดินผ่านชมรม สมาชิกชมรมได้ชวนนายชัชชาติแวะเยี่ยมชมรม โดยต่างตะโกนเชียร์ “ชัชชาติสู้ๆ” “คุณหญิงสู้ๆ” “อาจารย์สู้ๆ” อย่างต่อเนื่อง

ดันใช้ B 100 ลดมลพิษดันราคาปาล์ม

จากนั้นเวลา 09.00 น. คุณหญิงสุดารัตน์ นายชัชชาติและนายกิตติรัตน์ ณ ระนอง อดีตรองนายกฯ ได้มาพบผู้ใช้น้ำมันดีเซล B 100 ทำจากปาล์ม จ.กระบี่ แลกเปลี่ยนประสบการณ์ใช้น้ำมัน B 100 โดยนายกิตติรัตน์กล่าวว่า กทม.เจอภาวะฝุ่นละออง ได้พูดคุยกับนายอัศวโรจน์ เถาว์กลอยกูจิ ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.กระบี่ พรรคเพื่อไทยให้ข้อมูลการลดมลภาวะจากน้ำมันดีเซล โดยใช้น้ำมันไบโอดีเซล การทดสอบไม่ใช่แค่ B 20 แต่น้ำมัน B 100 ไบโอดีเซลจากน้ำมันปาล์ม 100% นำมาใช้ในรถเครื่องยนต์ดีเซลได้ ไม่กระทบต่อตัวเครื่องยนต์ ช่วยลดมลภาวะและจะทำให้ราคาปาล์มสูงขึ้นด้วย จึงจะผลักดันให้ภาครัฐสนับสนุนการใช้น้ำมัน B 100 ให้มากขึ้น หากไม่สนับสนุนพรรคเพื่อไทยกลับมาเป็นรัฐบาลเราจะผลักดันเรื่องนี้ต่อ คุณหญิงสุดารัตน์กล่าวว่า ไทยผลิตปาล์มน้ำมันได้ 2.4 ล้านตันต่อปี หากเรานำมาใช้ผลิต B 100 ช่วยลดมลภาวะแล้วยังทำให้น้ำมันปาล์มราคาดีขึ้น ช่วยทั้งคนเมืองและเกษตรกร เราปลูกได้เองทำไมไม่ใช้กัน จากนั้นจึงทดสอบเปรียบเทียบรถยนต์ที่ใช้น้ำมันดีเซลกับรถยนต์ที่ใช้น้ำมัน B 100 พบว่าการเผาไหม้ของ B 100 ดีกว่าและส่งควันดำน้อยกว่า

ติวเข้ม ก.ม.หวั่นตกม้าตายก่อน

เมื่อเวลา 10.00 น. ที่สวนลุมพินี คุณหญิงสุดารัตน์ให้สัมภาษณ์ว่า ในการประชุมว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.ทั่วประเทศ ฝ่ายกฎหมายของพรรคจะชี้แจงระเบียบและกติกาต่างๆที่กฎหมายใหม่ออกมาให้ผู้สมัครเข้าใจ ไม่ทำผิดกติกา และจะนำเสนอแนวคิด มุมมองของพรรคว่าเรามองปัญหาอย่างไร ทำไมประเทศถึงล้าหลังอยู่ทุกวันนี้ และจะแก้วิกฤติให้ประเทศไทยก้าวทันโลกได้อย่างไร นโยบายของเราแก้ปัญหาได้จริงอย่างไร แต่ยังไม่ลงรายละเอียดมาก จะพูดคุยชี้แจงกันอีกครั้ง เมื่อถามว่า กังวลว่ากติกายิบย่อยจะทำให้ผู้สมัครตกม้าตายหรือไม่ คุณหญิงสุดารัตน์กล่าวว่า กังวล แต่เราจะทำให้ดีที่สุด จะทำให้ทุกคนรู้ข้อมูลอย่างเท่าเทียมกัน เราจะขี่ม้าให้เร็ว โดยไม่ตกลงมา

จับมือหนุงหนิงโชว์ซีนกลมเกลียว

นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ อดีต รมว.คมนาคม และแกนนำพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีการทำบัญชีรายชื่อที่พรรคจะเสนอเป็นนายกฯว่า ยืนยันพรรคไม่มีความขัดแย้ง วันนี้เรามากันเป็นทีม โพลต่างๆที่ออกมาก็เพียงแค่เอามาอ่านดูเท่านั้น ส่วนสุดท้ายพรรคจะเสนอชื่อใครนั้นก็แล้วแต่กรรมการบริหาร
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะที่ล้อมวงให้สัมภาษณ์นักข่าว คุณหญิงสุดารัตน์และนายชัชชาติจับมือกันแน่น และต่างคนต่างชี้หนุนให้อีกคนเป็นนายกฯ

“เจ๊หน่อย” ปรี๊ด “บิ๊กตู่” ส่งทหารคุกคาม

คุณหญิงสุดารัตน์ให้สัมภาษณ์ว่าระหว่างลงพื้นที่ อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี เมื่อวันที่ 26 ม.ค.มีทหารจาก กอ.รมน.ติดตามตั้งแต่เช้าจนถึงเย็น ขอตั้งคำถามไปยัง พล.อ.ประยุทธ์ว่า เมื่อมี พ.ร.ฎ.เลือกตั้งแล้ว เหตุใดทหารยังไม่กลับเข้ากรมกองตลอดการลงพื้นที่พบปะประชาชนถูกเจ้าหน้าที่ทหารติดตาม ถ่ายภาพนิ่ง บันทึกวิดีโอ นำข้อมูลไปรายงานผู้บังคับบัญชา รู้สึกว่าเป็นการกดดันคุกคาม การทำหน้าที่ของตน ต้องพบเหตุการณ์ลักษณะนี้ทุกครั้งที่ลงพื้นที่ ขอให้ผู้มีอำนาจ โดยเฉพาะ พล.อ.ประยุทธ์ทำให้ขบวนการคืนประชาธิปไตยผ่านการเลือกตั้งเป็นไปอย่างเสรีบริสุทธิ์และยุติธรรม พล.อ.ประยุทธ์กำลังจะมีสถานะเป็นว่าที่แคนดิเดตนายกฯ ของพรรคหนึ่ง กำลังใช้อำนาจสั่งการหน่วยงานของรัฐภายใต้การบังคับบัญชาอย่าง กอ.รมน. ใช้งบประมาณแผ่นดิน จากภาษีของประชาชน มาใช้ติดตามคู่แข่งทางการเมือง เพื่อเอาเปรียบทางการเมืองและข่มขวัญหรือไม่ ควรสั่งการให้จัดกำลังพลไปดูแลความปลอดภัยให้ประชาชน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ จะเป็นประโยชน์มากกว่าส่งมาติดตามคู่แข่งทางการเมือง

พท.เร่งเคลียร์กติกาให้กระจ่าง

นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด คณะทำงานสื่อสารการเมืองพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า จนถึงขณะนี้กฎกติกาการเลือกตั้งยังไม่ชัดเจนหลายประเด็น เช่น การแจ้งความจำนงหาเสียงทางอิเล็กทรอนิกส์ ต้องเป็นผู้สมัครรับเลือกตั้งแล้วหรือไม่ จึงจะหาเสียงได้ ข้อกำหนดบางเรื่องปฏิบัติยาก เช่น ให้ระบุชื่อผู้ผลิต ผู้ว่าจ้าง จำนวนและวันเดือนปีที่ผลิตในสื่ออิเล็ก-ทรอนิกส์ การใช้สื่อโซเชียลรณรงค์หาเสียง ผู้สมัครส.ส.กังวลสับสนวุ่นวายมาก ต้องปิดเฟซบุ๊กและสื่อโซเชียลมีเดียอื่นหมด ก่อนหน้านี้โฆษณาไทยแลนด์ 4.0 แต่พอเลือกตั้งเหลือแค่ 0.4 ไม่ควรไปสร้างกฎเกณฑ์ทำให้ผู้สมัคร ส.ส.เกิดปัญหาและสร้างอุปสรรคขวางกั้นการรับรู้ข้อมูลข่าวสารของประชาชน รวมถึงการกำหนดจุดให้ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.แต่ละพรรคติดป้ายหาเสียง จนถึงขณะนี้ยังไม่มีประกาศกำหนดจุดติดป้ายหาเสียงออกมา จึงขอเรียกร้องให้ กกต.เร่งประสานกับหน่วยงานต่างๆ เร่งทำให้ชัดเจนโดยเร็ว จะกระทบระยะเวลาที่ผู้สมัคร ส.ส.จะสื่อสารกับประชาชนถูกจำกัดกว่าที่ควรเป็น อย่าให้ประชาชนรู้สึกว่านอกจากวันเลือกตั้งแล้ว อย่างอื่นไม่รู้เรื่องอะไรเลย

“อภิสิทธิ์” หน้าเจื่อนธูปหลุดมือ

ที่ จ.เชียงใหม่ เมื่อเวลา 09.00 น. นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ นายจุติ ไกรฤกษ์ เลขาธิการพรรค นางศิริวรรณ ปราศจากศัตรู รองหัวหน้าพรรค ดูแลภาคเหนือและคณะเดินทางไปสักการะพระบรมราชานุสาวรีย์สามกษัตริย์ในตัวเมืองเชียงใหม่ พร้อมถ่ายภาพกับผู้สมัคร ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ภาคเหนือตอนบน ก่อนเดินทางไปพุทธ- สถานเชียงใหม่ กราบสักการะรูปหล่อพระสิริมังคลาจารย์ ระหว่างนั้นทีมงานได้จุดธูป 3 ดอก ให้นายอภิสิทธิ์ไหว้พระปรากฏว่าธูปเกิดหลุดมือทำให้นายอภิสิทธิ์หน้าเสียไปเล็กน้อย ก่อนจะไหว้พระและนำดอกดาวเรืองไปถวาย โดยมีชาวบ้านจำนวนมากมาเชียร์ผู้สมัคร ส.ส.ภาคเหนือ 16 จังหวัด 62 เขต จนล้นออกมาด้านนอก

อ้อนคนเชียงใหม่ป้อนรัฐสวัสดิการ

จากนั้นโฆษกเชิญผู้สมัครทั้ง 16 จังหวัดขึ้นเวทีแนะนำตัวรวมถึงนายอภิสิทธิ์ ระหว่างเดินทางขึ้นเวทีมีชาวบ้านมายืนรอมอบดอกไม้ โดยมีผู้หญิงวัยกลางคนคนหนึ่งได้นำสายสิญจน์มาผูกข้อมือให้นายอภิสิทธิ์เพื่อเป็นมงคล นายอภิสิทธิ์กล่าวปราศรัยว่าพรรคผูกพันกับชาวเหนือมาตั้งแต่รุ่นผู้ก่อตั้งพรรคถึงปัจจุบัน ในอดีตเคยได้คะแนนภาคเหนือมากถึง 40% แต่เพราะระบบการเลือกตั้ง ทำให้เรามีผู้แทนฯน้อยลง หลังเลือกตั้งต้องทำให้ทุกคนหลุดพ้นจากความยากจนให้ได้ โดยนโยบาย “แก้จน สร้างคน สร้างชาติ” แก้จนคือสานต่อบัตรสวัสดิการแห่งรัฐเพิ่มเงินจาก 500 บาทเป็น 800 บาท กดเงินสดมาใช้ได้ไม่ต้องผ่านร้านค้าธงฟ้า ออกนโยบายโฉนดสีฟ้าต่อยอดจากโฉนดชุมชน ที่ดิน ส.ป.ก.เป็นหลัก ประกันกู้ยืมเงินมาลงทุนได้ เพิ่มค่าแรงขั้นต่ำมากกว่า 120,000 บาทต่อปี เพิ่มเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุเป็น 1,000 บาทต่อปี เงิน อสม. 1,000 บาทต่อปี รัฐสวัสดิการต้องมีที่มาของเงินไม่ทำบ้านเมืองล้มละลาย

เหน็บผู้นำฟัง ปชช.ไม่ใช่ดุชาวบ้าน

นายอภิสิทธิ์กล่าวอีกว่า สร้างคนให้เงินเด็กแรกเกิด 5,000 บาท และจ่ายทุกเดือน เดือนละ 1,000 บาท ถึง 8 ขวบ เพิ่มสิทธิวันลาคลอดนานขึ้น มีอาหารเช้า-กลางวันฟรีจนถึงมัธยมศึกษา เรียนฟรีจนถึงชั้น ปวส. ส่งเสริมสายอาชีพเชื่อมโยงเอกชน แจกคูปองเพิ่มทักษะ 3,500 บาท 1 ล้านคนต่อปีและสร้างชาติ เร่งปราบยาเสพติด เพิ่มอำนาจ ป.ป.ส.ส่งฟ้องอัยการได้เองไม่ต้องพึ่งตำรวจ ให้ประชาชนเลือกผู้ว่าฯ จังหวัดที่พร้อมยกระดับ จ.เชียงใหม่ ให้เป็นศูนย์กลางวัฒนธรรมล้านนา ภาคเหนือตอนบนต้องพัฒนาเป็นอารยธรรมล้านนามหานคร ทั้งหมดไม่ใช่ได้มาทันที ต้องมีพรรคการเมืองและรัฐบาลที่ให้ประชาชนเป็นใหญ่ ไม่ใช่เป็นนายกฯ แล้วโผล่หน้าทางทีวีดุคนอื่นตลอดเวลา นายกฯต้องฟังประชาชนต้องการอะไร สำคัญต้องยอมรับการตรวจสอบของทุกฝ่าย
ด้านนายจุติกล่าวปราศรัยว่า ครั้งนี้มีผู้ต่อสู้หลายพรรค คะแนนเสียงที่ได้จะไม่ต่างกันมาก แค่เขย่งเท้าก็อาจชนะ แม้เป็นผู้สมัครหน้าใหม่ ถ้าขยันทำงานหนักลงพื้นที่บ่อย ถือว่ามีกุญแจหลักไม่ต้องใช้เงินก็เป็น ส.ส.ได้ ขอเพียงให้เข้าไปนั่งอยู่ในใจประชาชนเท่านั้น เที่ยวนี้ภาคเหนือพรรคประชาธิปัตย์จะไม่หนีไปจากยุคที่พรรคเคยมีรัฐมนตรีภาคเหนือ วันนี้ฟ้าเปิดแล้ว สวรรค์เข้าข้างพวกเรา

รปภ.เข้มเหยียบถิ่นคนเสื้อแดง

จากนั้นนายอภิสิทธิ์และคณะกว่า 200 คนเดินเท้าไปยังศาลเจ้าปุงเถ่ากง สถาปัตยกรรมจีนโบราณ อายุ 143 ปีใกล้ตลาดวโรรส แนะนำนโยบายพรรค ฝากฝังให้เลือกผู้สมัครของพรรค พ่อค้าแม่ค้าและนักท่องเที่ยวไทยและต่างประเทศขอถ่ายรูปด้วย ท่ามกลางตำรวจนอกเครื่องแบบและทีมรักษาความปลอดภัยของพรรคร่วม 10 คนดูแลเข้ม ถือเป็นครั้งแรกที่ลงเดินหาเสียงในถิ่นคนเสื้อแดง ช่วงเย็นนายอภิสิทธิ์ขึ้นขบวนรถแห่รอบคูเมืองเชียงใหม่ และเดินพบปะประชาชนบริเวณถนนคนเดิน (ถนนท่าแพ-ถนนราชดำเนิน) มีร่วมขอถ่ายภาพด้วยคึกคัก

“บัญญัติ” ลุยเมืองเลยขอแบ่งเก้าอี้

ที่ จ.เลย นายบัญญัติ บรรทัดฐาน รองประธานสภาที่ปรึกษาพรรคประชาธิปัตย์ พร้อมคุณหญิงกัลยา โสภณพนิช ที่ปรึกษาหัวหน้าพรรค ในฐานะประธานอำนวยการการเลือกตั้งภาคอีสาน โซนหลานย่าพญาแลศรีสองรัก (โคราช ชัยภูมิ เลย) เปิดตัวผู้สมัคร ส.ส.เลย พรรคประชาธิปัตย์ ที่ศาลหลักเมือง เจ้าพ่อกุดป่อง จากนั้นได้ไปเดินตลาดสดเมืองเลย เชียงคาน แล้วขึ้นรถแห่ไปที่ อ.วังสะพุง นายบัญญัติกล่าวว่าพรรคส่งนายยงยุทธ ทิพรส ลงเขต 1 นายฉัตรชัย ลีกระจ่าง เขต 2 นายอดุลย์พิชยเดช ติยะบุตร เขต 3 มีความหวังทั้ง 3 คน โดยเฉพาะนายยงยุทธ ทิพรส เขต 1 คนเมืองเลยต้อนรับอบอุ่นมาก จากนี้จะไปปราศรัยย่อย จ.ชัยภูมิ ปล่อยคาราวานปราศรัยย่อยเขตต่างๆ

ชูอุดมคติที่ยั่งยืนสกัดพวกขี้ฉ้อ

ที่พรรคประชาธิปัตย์ นายจุฤทธิ์ ลักษณวิศิษฏ์ รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงผลสำรวจนิด้าโพลที่ประชาชนส่วนใหญ่ร้อยละ 78.16 เชื่อว่ามีการซื้อขายเสียงแน่นอนว่า กกต.ต้องจัดการเลือกตั้งให้บริสุทธิ์เที่ยงธรรม ปราศจากซื้อสิทธิขายเสียงให้ได้ ต้องขจัดนักการเมืองซื้อเสียงให้พ้นวงจรการเมือง เพื่อปฏิรูปการเมือง ป้องกันนักธุรกิจการเมืองมาถอนทุนคืน รวมถึงต้องจับตาการใช้อำนาจพิเศษ เพื่อให้ได้มาซึ่งชัยชนะในการเลือกตั้งด้วย ประชาชนต้องช่วยกันสกัดกั้นนักการเมืองเหล่านี้ ไม่ให้กลับเข้ามามีอำนาจเช่นกัน พรรคประชาธิปัตย์ยืนอยู่ด้วยอุดมการณ์ดังคำปราศรัยของ ม.ร.ว.เสนีย์ ปราโมช อดีตหัวหน้าพรรค เมื่อปี 2489 ว่า “การปกครองบ้านเมืองมี 3 วิธี ด้วยอำนาจ ด้วยอามิสหรือด้วยอุดมคติ การเมืองที่มาด้วยอำนาจ ย่อมโค่นล้มไปด้วยอำนาจ อามิส วันหนึ่งหมดไม่มีจะให้และให้สักเท่าใดก็ไม่พอสำหรับผู้รับ อุดมคติเท่านั้นที่จะยั่งยืนอยู่ได้ แม้ผู้ปกครองจะล้มหายตายจากไป สัจจะตามอุดมคติจะยังอยู่”

“เสรีพิศุทธ์” ปลุกปลดล็อกประเทศ

ที่ จ.นนทบุรี พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียาเวส หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย เปิดศูนย์ประสานงานพรรคเสรีรวมไทย จ.นนทบุรี เขต 3 ที่ตลาดชุมพลพาณิชย์ ต.บางแม่นาง อ.บางใหญ่ จ.นนทบุรี พร้อมเปิดตัวว่าที่ผู้สมัคร ส.ส. 6 คนของพรรค ได้แก่เขต 1 นายธนดล เพชรบุรีกุล เขต 2 นายโกญจนาท สุมโนพรหม เขต 3 นายวสุ ผันเงิน เขต 4 นายเทพธาดา กรอบบาง เขต 5 นายเสนอ ทรัพย์เย็น และเขต 6 นายณัฐวุฒ์ อินทร์แดง จากนั้นเดินพบปะชาวบ้านที่ตลาดน้ำไทรน้อย อ.ไทรน้อย และร่วมถ่ายรูปกับประชาชน พร้อมทั้งขอคะแนนเสียงให้ได้เป็นนายกฯเข้าไปบริหารประเทศ และรับมอบช่อดอกไม้จากประชาชนที่มาต้อนรับ โดย พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์กล่าวว่า ขอเชิญชวนให้สนับสนุนพรรคเสรีรวมไทย จะได้เข้าไปแก้ไขปัญหาการเมืองให้ดีขึ้นกว่าเดิม โดยชูนโยบายปลดล็อกประเทศไทย

“เสี่ยหนู” จับเข่าคุยปลดแอกสองล้อ

เมื่อเวลา 13.00 น. ที่พรรคภูมิใจไทย เครือข่ายผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์แห่งประเทศไทย นำโดยนายชุมพล กฤษณะพันธุ์ แกนนำกลุ่มปลดแอกชาวสองล้อเดินทางเข้ายื่นหนังสือพร้อมแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับนายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย โดยได้ยื่นข้อเสนอ 4 ข้อ อาทิ ปฏิรูป พ.ร.บ.จราจร พ.ศ. ทั้งฉบับให้เข้ากับสภาพถนน และสมรรถนะของรถชนิดต่างๆ ให้ทันกับสภาวะเมืองปัจจุบัน ขอให้ยกเลิกหรือทบทวนข้อบังคับห้ามรถจักรยานยนต์ขึ้นสะพานหรือลงอุโมงค์ลอดทางร่วมทางแยก 39 แห่ง โดยนายอนุทินกล่าวว่า พรรคพยายามแก้กฎหมายต่างๆ เพื่ออำนวยความสะดวกในการดำเนินชีวิตของประชาชน โดยเฉพาะผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์ นอกจากจะเน้นเรื่องความปลอดภัยแล้ว จะต้องแก้ปัญหาเรื่องการตั้งด่านและการตั้งข้อหาที่ไม่เป็นธรรม

เตือนใช้อำนาจรัฐระวังกินน้ำบัวบก

นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีมีข้อเรียกร้องให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช.รวมถึง 4 รัฐมนตรีที่ร่วมงานกับพรรคพลังประชารัฐลาออกว่า เป็นเรื่องจริยธรรม สำนึกในหน้าที่ของแต่ละคน ถ้าถึงเวลาสมควรทุกคนต้องแสดงสปิริต ไม่ใช่หน้าที่ของพรรคภูมิใจไทยจะไปพูด แล้วแต่สังคมจะพิจารณา เมื่อถามว่าหาก พล.อ.ประยุทธ์และ 4 รัฐมนตรี ไม่ลาออกจะเกิดการได้เปรียบเสียเปรียบทางการเมืองหรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า คนมีอำนาจรัฐไม่ใช่ว่าจะได้เปรียบเสมอไป คนที่ทำให้ประชาชนรักถึงจะเป็นคนที่ได้เปรียบ พรรคภูมิใจไทยเคยเป็นรัฐบาลเคยมีอำนาจรัฐ เมื่อการเลือกตั้งปี 2554 บทเรียนที่เราเห็นว่าการที่เรามีอำนาจรัฐแล้วจะได้เปรียบ กินน้ำใบบัวบกมานักต่อนักแล้ว

“จองชัย”จ่อมาเปิดตัวสางแค้น

นายอนุทินยังกล่าวถึงความชัดเจนการส่งนายจองชัย เที่ยงธรรม ลงสมัคร ส.ส.เขต จ.สุพรรณบุรีชนกับนายประภัตร โพธสุธน เลขาธิการพรรคชาติไทยพัฒนา ว่า ได้โทรศัพท์พูดคุยกับนายจองชัย ยืนยันว่าพรรคไม่มีความพยายามชักชวน โน้มน้าวหรือกดดันให้นายจองชัยลงสมัคร ส.ส.เขต วันที่ 29 ม.ค.นายจองชัยจะมาเปิดตัวที่พรรค เวลา 09.00 น. หากนายจองชัยลงสมัคร ส.ส.เขตมั่นใจว่าจะชนะแน่นอน เมื่อถามถึง จ.พัทลุง ที่ปลัด จ.พัทลุง ลาออกมาร่วมงานกับพรรคภูมิใจไทย ลงสมัคร ส.ส.เขต 2 ชนกับนายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ นายอนุทินกล่าวว่า พรรคมั่นใจทุกเขต เพราะเราเปรียบเหมือนนักกีฬา เมื่อลงแข่งขันแล้วสู้เต็มที่ ไม่มีคำว่าซูเอี๋ยหรือยอมใคร ไม่ว่าคนนั้นจะสนิทแค่ไหน จากที่ลงพื้นที่ภาคใต้เชื่อว่าจะได้ ส.ส.ภาคใต้มากกว่าเลือกครั้งก่อนๆ

ปัดชูนโยบายทำงาน 4 วันต่อสัปดาห์

พ.อ.เศรษฐพงค์ มะลิสุวรรณ โฆษกพรรคภูมิใจไทยกล่าวถึงกรณีกระแสในโลกโซเชียลระบุว่า พรรคภูมิใจไทยมีนโยบายให้ประชาชนทำงานเพียง 4 วันต่อสัปดาห์ จนสังคมสงสัยจะกระทบกำลังการผลิตของประเทศ ว่า พรรคไม่ได้บอกให้ทำงาน 4 วันต่อสัปดาห์ แต่เสนอให้ทำงานตามปกติ เพียงแต่สนับสนุนให้มี 1 วันทำงานที่บ้านหรือที่ไหนก็ได้ ไม่ต้องเข้าออฟฟิศ ด้วยเทคโนโลยีการสื่อสารที่ทันสมัย หากทำได้จะลดรถยนต์บนท้องถนนได้ถึงร้อยละ 25 จะทำงานได้ประสิทธิภาพมากขึ้นด้วยซ้ำ ไม่ต้องเครียดกับการเดินทาง ไม่ต้องเสียเวลากับการเดินทาง

“ประชาชาติ” ลั่นปักธงเมืองหลวง

เมื่อเวลา 16.30 น. ที่ลานหน้าสำนักงานพรรค ถนนสรงประภา 30 นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา หัวหน้าพรรคประชาชาติ นำทีมแกนนำพรรค อาทิ นายวรวีร์ มะกูดี น.ส.ณหทัย ทิวไผ่งาม รองหัวหน้าพรรค พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง เลขาธิการพรรค เปิดเวทีปราศรัยครั้งแรกในพื้นที่ กทม. พร้อมเปิดตัวผู้ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.หลายเขต โดยนายวันมูหะมัดนอร์ กล่าวว่า พรรคประชาชาติ ไม่ใช่พรรคของคนภาคใต้หรือของคนมุสลิม เป็นพรรคของคนทั้งประเทศ ทุกศาสนา เพียงแต่เปิดตัวที่ จ.ปัตตานี มีสมาชิกพรรคเกือบ 2 หมื่นคน เป็นสมาชิกภาคใต้ประมาณ 5,000 คน นอกนั้นมาจากทั่วประเทศ จะส่งผู้สมัคร ส.ส.เขต 216 เขต ภาคอีสานมากที่สุด 87 เขต ภาคใต้ 50 เขต ภาคเหนือ 28 เขต ภาคกลาง 23 เขต และ กทม. 30 เขต ส.ส.บัญชีรายชื่อจะส่ง 68 คน กทม.มีปัญหามากมาย ยืนยันพรรคประชาชาติจะเข้ามาแก้ปัญหา ยืนหยัดเคียงข้างประชาชนและประชาธิปไตยตลอดไป

ชง พ.ร.บ.บำนาญฯข้ามเส้นยากจน

ด้านนายวรวีร์ ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.กทม.คนรุ่นใหม่จากหลายอาชีพทั้งครูและอาจารย์ การแก้ ปัญหาฝุ่นละอองได้เตรียมพร้อมจะแก้ปัญหาไว้แล้ว มีแนวคิดต้องเพิ่มการปลูกต้นไม้ จำกัดจำนวนรถยนต์ที่ปล่อยควันพิษ และมีแนวคิดย้ายศูนย์ราชการออกไป
พ.ต.อ.ทวีปราศรัยตอนหนึ่งว่า สิ่งเดียวที่คนรวยกับคนจนมีเหมือนกันวันนี้คือ สิทธิในวันเลือกตั้งที่เท่าเทียม พรรคมีนโยบายผลักดันเพิ่มความเท่าเทียมหลายด้าน เช่น เบี้ยผู้สูงอายุ พรรคจะผลักดัน พ.ร.บ. บำนาญแห่งชาติให้ข้ามเส้นความยากจน เพิ่มเบี้ยผู้สูงอายุเป็น 3,000 บาท แบ่งมาจากงบฯกลางที่มีจำนวนมาก

“วันนอร์” ซัด กกต.ต้องส่งเสริม ปชต.

นายวันมูหะมัดนอร์ให้สัมภาษณ์ว่า ระเบียบการหาเสียงของ กกต.ว่าไม่สอดคล้องกับการเลือกตั้งในระบอบประชาธิปไตย จะทำอะไรต้องขออนุญาตทั้งหมด เช่น ผู้สมัครจะปราศรัยต้องแจ้งล่วงหน้า ติดป้ายหาเสียงต้องติดเฉพาะจุด ทั้งที่ควรอำนวยความสะดวกให้ กฎระเบียบต้องมีแต่ต้องส่งเสริมประชาธิปไตย ให้ประชาชนรู้ข้อมูลนโยบายพรรคมากที่สุด ไม่ใช่กำหนดกฎเกณฑ์ให้ยาก เราไม่เห็นด้วยกับรัฐธรรมนูญปี 60 บางส่วนไม่เป็นประชาธิปไตย อาทิ ให้ ส.ว.มีส่วนเลือกนายกฯ ไม่ถูกต้อง จึงต้องได้รับการแก้ไขโดยฝีมือประชาชน

ทษช.ย้ำ 10 วิธีแก้ ศก.เพิ่มรายได้

วันเดียวกัน นายจาตุรนต์ ฉายแสง ประธานกรรมการยุทธศาสตร์ พรรคไทยรักษาชาติ โพสต์เฟซบุ๊กว่า ขอเสนอนโยบายเศรษฐกิจ 10 มาตรการ สร้างโอกาส เพิ่มรายได้ กระจายความมั่งคั่งคือ 1.ลดการผูกขาด ไม่เอื้อทุนใหญ่ เพิ่มความเท่าเทียมทางธุรกิจ 2.ยกเลิกและแก้ไขกฎหมายที่เป็นอุปสรรค 3.ส่งเสริม SME คนรุ่นใหม่และ Start up 4. ส่งเสริม OTOP plus 5.สร้างโอกาส เข้าถึงแหล่งทุน ด้วยกองทุนหมู่บ้านยุคใหม่และเพิ่มบทบาท Pico-Nano-Micro Finance แก้ปัญหาหนี้นอกระบบ 6.สร้าง ASEAN E-Commerce Platform สู่ ASEAN และตลาดโลก 7.สนับสนุน Sharing Economy Platform สร้างรายได้ใหม่ 8.สร้างความมั่งคั่งใหม่ด้วย Digital Economy เปิดประตูสู่ 5G และ Digital revolution 9.Retraining และ Upskill เข้าสู่อาชีพในเศรษฐกิจใหม่ 10.ส่งเสริมกระจายอำนาจและการเข้าถึงทรัพยากรในท้องถิ่น นโยบายและมาตรการเหล่านี้ คือนโยบายตามแนวคิด จิตวิญญาณแบบไทยรักไทยในอดีต ปรับเข้ากับสภาพเศรษฐกิจสังคมปัจจุบัน โดยเฉพาะเศรษฐกิจแบบใหม่ที่ถูกขับเคลื่อนด้วยความรู้และเทคโนโลยี

โอดตีกรอบกฎเกณฑ์ยิบย่อยยุ่งยาก

นายก่อแก้ว พิกุลทอง สมาชิกพรรคไทยรักษาชาติ กล่าวว่าจากการลงพื้นที่ภาคใต้ ชาวบ้านสะท้อนปัญหามากมาย ทั้งปัญหาปากท้องแล้วยังสับสนกระบวนการเลือกตั้ง โดยเฉพาะเบอร์ผู้สมัคร ส.ส.ต่างเขตคนละเบอร์ยุ่งยากสับสนในการลงคะแนน ประชาชนจำนวนมากยังไม่ทราบ กกต.นอกจากต้องจัดการเลือกตั้งให้บริสุทธิ์ยุติธรรมแล้วยังต้องง่ายต่อประชาชนด้วย กฎหมายเลือกตั้งเน้นความเสมอภาคเท่าเทียม การใช้เบอร์เดียวทั้งประเทศจะเป็นหนึ่งในวิธีทำให้เสมอภาคและเท่าเทียมกันทุกพรรค กกต.ออกระเบียบต่างๆมายิบย่อยมากมาย ทั้งให้ผู้สมัคร ส.ส.แจ้งรายชื่อผู้ช่วยหาเสียงไม่เกิน 20 คน เวลาเปลี่ยนผู้ช่วยต้องแจ้ง กกต. แจ้งรถแห่หาเสียงไม่เกิน 10 คัน ระเบียบเหล่านี้ยุบยิบเกินไป เพราะ กกต.ตีกรอบวงเงินหาเสียงผู้สมัครแต่ละเขตไว้ไม่เกิน 1.5 ล้านบาท ทำให้ผู้สมัครเสียเวลานำเสนอนโยบาย ถ้าจะประกาศอะไรอีกไม่ควรยิบย่อยหรือทำให้เสียเวลาเรื่องเอกสารเกินไป สิ่งเร่งด่วนอยากให้ กกต.จังหวัด ประกาศจุดติดป้ายหาเสียง มี พ.ร.ฎ.เลือกตั้งมาหลายวันแล้ว แต่ประกาศจุดติดตั้งป้ายยังไม่ออก จึงขณะที่มีพรรคใหม่เกิดขึ้นจำนวนมาก ประชาชนจะได้มีเวลารับทราบเปรียบเทียบนโยบายครบถ้วนก่อนตัดสินใจ

“จตุพร”ชวนทวงคืนอำนาจเต็ม กกต.

นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธาน นปช.ในฐานะผู้สนับสนุนพรรคเพื่อชาติ กล่าวถึงการจัดการเลือกตั้งของ กกต.ว่า เชื่อว่า กกต.ชุดนี้ตั้งใจจัดการเลือกตั้งให้สุจริตเที่ยงธรรม แต่ต้องยอมรับความจริงว่า กกต.ชุดนี้ไม่ได้มีอำนาจเต็มเหมือน กกต.ทุกชุด พอมี พ.ร.ฎ.เลือกตั้ง รัฐบาลจะเป็นรัฐบาลรักษาการ จะทำอะไรต้องได้รับการอนุญาตจาก กกต. แต่รัฐธรรมนูญฉบับนี้ไม่ได้ระบุให้รัฐบาลเป็นรัฐบาลรักษาการ และยังให้อำนาจหัวหน้า คสช.ใช้มาตรา 44 จนกว่าจะมีรัฐบาลใหม่ เท่ากับว่าระหว่างการเลือกตั้งหัวหน้า คสช.ใช้อำนาจมาตรา 44 ปลด กกต.ได้ทุกคน ถ้า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช.อยู่ในบัญชีรายชื่อนายกฯของพรรคพลังประชารัฐ เท่ากับว่าพรรคพลังประชารัฐเป็นพรรคเดียวที่มีอำนาจเหนือ กกต.

จี้ “บิ๊กตู่” ทิ้งเก้าอี้ต่อสู้อย่างสง่างาม

“กกต.ออกใบเหลืองใบแดงใบส้มให้พรรค การเมืองได้กว่าร้อยพรรค แต่จะมีพรรคเดียวเท่านั้นที่จะปลด กกต.ได้ ถามว่าจะจัดการเลือกตั้งให้สุจริตเที่ยงธรรมได้อย่างไร เมื่อกติกาไม่เที่ยงธรรมเช่นนี้ ทางออกเดียวที่จะให้ กกต.ทำหน้าที่อย่างสง่างาม พล.อ.ประยุทธ์ต้องลาออกจากทั้งนายกฯและหัวหน้าคสช. เพื่อเข้าสู่สนามการเลือกตั้งอย่างเท่าเทียม ส่วนระเบียบการเลือกตั้ง ถ้า กกต.มีอำนาจเต็มจะออกระเบียบและควบคุมการเลือกตั้งให้สุจริตและเที่ยงธรรมได้ แต่วันนี้ทุกฝ่ายต้องเริ่มต้นด้วยการต่อสู้ให้ กกต.มีอำนาจเต็มก่อน” นายจตุพรกล่าว

พช.ขอชัดๆกติกาหาเสียงออนไลน์

นายรยุศด์ บุญทัน รองโฆษกพรรคเพื่อชาติ กล่าวว่า วิธีการหาเสียงออนไลน์ที่ กกต.กำหนดมีเนื้อหาบางอย่างไม่ชัดเจน ตีความได้หลายแบบอาจเกิดการนำไปใช้เป็นเครื่องมือทางการเมืองได้ เพราะตลอดกว่า 10 ปีมานี้เกิดการนำเอากฎหมายมาใช้เป็นเครื่องมือกลั่นแกล้งฝ่ายตรงข้าม กฎหมายเท่าที่ดูแล้วยังไม่ชัดเจน ยิ่งสร้างบรรยากาศแห่งความหวาดกลัว ฝ่ายที่ถูกกระทำอยู่เสมอๆ ต้องคอยหวาดระแวงไม่กล้าทำอะไร ต่างกับอีกฝ่ายที่ทำอะไรก็ได้ไม่ต้องกังวล เพราะมั่นใจว่าการตีความกฎหมายจะเข้าข้างเสมอ อีกทั้งปัจจุบันโซเชียลมีเดียมีผลอย่างมากในสังคมไทย ทั้งเฟซบุ๊ก ไลน์ ทวิตเตอร์ ยูทูบ และอินสตาแกรม เป็นช่องทางสื่อสารถึงประชาชน จึงขอเรียกร้องให้ กกต.ทำความชัดเจนในข้อกฎหมาย เพื่อให้เกิดบรรยากาศที่ดีในการเลือกตั้ง สร้างความมั่นใจให้พรรคการ เมืองและประชาชนว่าจะไม่ถูกเอากฎหมายมากลั่นแกล้ง กันโดยไม่เป็นธรรม

เพิ่มเงินสูงวัยจากรายได้ท่องเที่ยว

นายรยุศด์ยังกล่าวถึงนโยบายเพิ่มเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุของพรรคเพื่อชาติ ที่เริ่มต้น 2,000 บาททันทีตั้งแต่อายุ 60 ปี ว่า วงเงินดังกล่าวเป็นเพียงระยะเริ่มต้น หากเศรษฐกิจเดินหน้าได้ดีประเทศมีรายได้เพิ่ม วงเงินจะปรับเพิ่มเป็น 3,000 หรือ 4,000 บาท งบประมาณเหล่านี้พรรคคาดการณ์ว่าเมื่อประเทศเข้าสู่ความเป็นประชาธิปไตย บรรยากาศการลงทุนจะมีมากขึ้น เพราะปัจจุบันเรามีรัฐบาลจากการรัฐประหาร ทำให้นักลงทุนและนักท่องเที่ยวมีความกังวลต่อสถานการณ์ในประเทศ เมื่อถึงวันที่บ้านเมืองเข้าสู่สภาวะปกติเชื่อว่าเศรษฐกิจจะดีขึ้น จำนวนนักท่องเที่ยวก็จะเพิ่มมากขึ้นเป็นจำนวนมากด้วย ทำให้เกิดการหมุนเวียนเงินในประเทศมากขึ้น รายได้ส่วนหนึ่งจากตรงนี้เราจะนำมาใช้ในการมอบสวัสดิการให้ผู้สูงอายุ ซึ่งไม่ใช่เรื่องยากเกินจริงแต่อย่างใด

“สุเทพ” เดินตลาดสดอุทัยธานี

เมื่อเวลา 07.00 น. ที่ จ.อุทัยธานี นายสุเทพ เทือกสุบรรณ อดีตแกนนำ กปปส.และผู้ร่วมก่อตั้งพรรครวมพลังประชาชาติไทย (รปช.) พร้อมนาย ประสาร มฤคพิทักษ์ นายสำราญ รอดเพชร แกนนำพรรค และว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.อุทัยธานี ทั้ง 2 เขต ร่วมเดินพบปะประชาชนที่ตลาดสดเทศบาลหนองฉาง และเข้าสักการะศาลหลักเมือง รวมถึงกราบสักการะพระบรมราชานุสาวรีย์สมเด็จพระปฐมบรมมหาชนก ที่ประดิษฐานอยู่ ณ เขาแก้ว (เขาสะแกกรัง) ริมแม่น้ำสะแกกรัง จากนั้นคณะนายสุเทพไปเดินตลาดสดริมแม่น้ำสะแกกรัง ระหว่างที่คณะนายสุเทพเดินพบปะรณรงค์หาเสียงเลือกตั้งอยู่ได้พบกับนายสิงห์ชัย ทุ่งทอง อดีต ส.ว.อุทัยธานี ทั้งนายสุเทพและนายสิงห์ชัยจึงจับมือทักทายกัน จากนั้นเดินทางต่อเพื่อพบปะประชาชนในพื้นที่เขต อ.เมืองและย่านธุรกิจสำคัญของจังหวัด โดยมีประชาชนเข้ามาทักทายมาขอถ่ายรูปด้วย กระทั่งช่วงบ่ายคณะของนายสุเทพได้เดินทางต่อไปยัง จ.ชัยนาท

“ธนาธร” ชวนคนสตูลโค่นอภิสิทธิ์ชน

ที่ศูนย์ประสานงานพรรคอนาคตใหม่ สาขาสตูล อยู่เลขที่ 383 หมู่ 9 (ริมถนนสายฉลุง-ละงู) ต.ละงู อ.ละงู จ.สตูล นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ ได้เปิดเวทีปราศรัยย่อยหาเสียงให้ผู้สมัคร ส.ส.สตูล โดยมีประชาชนมาฟังปราศรัยจำนวนมาก สำหรับผู้สมัครของพรรคฯ เขต 1 นายอิสมาแอน ขุนดำ เขต 2 นายสวาท บินรินทร์ ทั้งคู่เป็นอดีตส.อบจ.สตูล นายธนาธรกล่าวปราศรัยว่า ตลอดเวลา 4 ปี 8 เดือน รัฐบาลทหารเข้ามาบริหารประเทศ ทำให้ การเมือง เศรษฐกิจ อยู่ในกลุ่มผู้มีอภิสิทธิ์ชนเพียงกลุ่มเดียว และ 12 ปีที่ผ่านมามีการทำรัฐประหาร 2 ครั้ง ประชาชนที่ออกมาชุมนุมสูญเสียจำนวนมาก เหตุจากกลุ่มอภิสิทธิ์ชนบางกลุ่มไม่ต้องการให้ประชาธิปไตยเจริญ หากประชาธิปไตยเจริญประชาชนเข้มแข็ง รู้ทันพวกเขาจึงเอารถถังมาทำรัฐประหาร ดังนั้น ขอ เชิญชวนประชาชนมาช่วยกันเปลี่ยนแปลงประเทศ อำนาจการบริหารประเทศต้องเป็นของประชาชนทุกคนและจะทำให้เศรษฐกิจดีขึ้น ประชาชนอยู่ดีกินดี

ปชช.อยากฟังนโยบาย–ผู้สมัคร

วันเดียวกัน สวนดุสิตโพล มหาวิทยาลัยสวนดุสิต สำรวจความคิดเห็นผู้มีสิทธิเลือกตั้งทั่วประเทศ 1,132 คน เรื่อง การเปิดตัวหาเสียงของพรรคการเมืองไทย ณ วันนี้ เมื่อวันที่ 23-26 ม.ค. พบว่าร้อยละ 30.72 ทำให้บรรยากาศการเมืองดีขึ้น ร้อยละ 25.31 ใกล้มีการเลือกตั้ง ร้อยละ 24.69 รู้จักผู้สมัครและนโยบายแต่ละพรรคว่า สิ่งที่ประชาชนอยากฟัง/รับรู้จากการหาเสียงของนักการเมือง ณ วันนี้ คือ อันดับ 1 โดยร้อยละ 45.29 อยากรับฟังนโยบายพรรค ตัวผู้สมัคร คุณวุฒิ ประสบการณ์ ร้อยละ 40.67 การพัฒนาบ้านเมือง เศรษฐกิจ สังคม ร้อยละ 38.54 วิธีการแก้ปัญหา แนวทางช่วยเหลือประชาชน ส่วนสิ่งที่ประชาชนไม่อยากฟัง ไม่อยากรับรู้จากการหาเสียง ร้อยละ 34.04 คุยโม้ โอ้อวด พูดเกินจริง สัญญาว่าจะให้ ร้อยละ 32.8 ใส่ร้ายป้ายสี โจมตีพาดพิงผู้อื่น ร้อยละ 26.48 พูดไม่ตรงประเด็น เรื่องไม่เกี่ยวข้องกับประชาชน ร้อยละ 25.77 เรื่องในอดีต เรื่องเก่าที่ผ่านมาแล้ว ขณะที่อยากฝากนักการเมืองที่หาเสียง ร้อยละ 32.68 ปฏิบัติตามกฎหมายเลือกตั้งอย่างเคร่งครัด ร้อยละ 28.52 ไม่ซื้อเสียง ใช้วิธีหาเสียงที่บริสุทธิ์ ยุติธรรม ร้อยละ 24.71 ไม่ใส่ร้ายป้ายสีโจมตีคู่แข่ง

เชื่อมีซื้อเสียง พร้อมมากอยาก ลต.

ด้านศูนย์สำรวจความคิดเห็นนิด้าโพล สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) เผยผลสำรวจความคิดเห็นประชาชนเรื่อง “การหาเสียงกับการเลือกตั้ง 2562” สำรวจเมื่อวันที่ 23- 24 ม.ค. จำนวน 1,250 คน ปรากฏว่า ร้อยละ 53.28 ไม่ค่อยเชื่อมั่นว่าพรรคการเมืองจะทำได้จริงตามที่หาเสียง ร้อยละ 23.84 ไม่เชื่อมั่นเลย ร้อยละ 20.48 เชื่อมั่นมาก และร้อยละ 2.40 เชื่อมั่นมากที่สุด ทั้งนี้ร้อยละ 42.32 ชี้ว่านโยบายมีผลต่อการตัดสินใจเลือก ส.ส.ค่อนข้างมาก ร้อยละ 28.08 ไม่ค่อยมีผล ร้อยละ 15.36 มีผลมาก และร้อยละ 14.24 ไม่มีผลเลย ที่สำคัญเสียงส่วนใหญ่ร้อยละ 78.16 เชื่อว่ามีการซื้อ-ขายเสียงระหว่างการหาเสียงแน่นอน ร้อยละ 18.88 ไม่มีแน่นอน และร้อยละ 2.96 ไม่แน่ใจ ส่วนความกระตือรือร้นของประชาชนที่จะไปลงคะแนน หลังไม่มีการเลือกตั้งมา 5 ปี ร้อยละ 72.64 กระตือรือร้นเพิ่มขึ้น ร้อยละ 19.68 ไม่ค่อยกระตือรือร้น และร้อยละ 7.68 ไม่กระตือรือร้นเลย ทั้งนี้ ส.ส.ที่ประชาชนอยากได้มากที่สุด ร้อยละ 30.32 ขอคนเข้าถึงประชาชน เข้าใจปัญหา ร้อยละ 15.36 มีคุณธรรม รู้จักเสียสละ ร้อยละ 14.16 มีนโยบายเพื่อ ประโยชน์ส่วนรวมและมีแนวทางปฏิบัติเป็นจริงได้

“เอกชัย” ร้องโดนเผารถขู่หน้าบ้าน

เมื่อเวลา 13.30 น.นายเอกชัย หงส์กังวาน อายุ 44 ปี นักเขียน นักเคลื่อนไหวประชาธิปไตย แจ้งความต่อ พ.ต.ท.มนเดช มาแน สว.(สอบสวน) สน.ลาดพร้าว ให้ติดตามจับคนร้ายลอบวางเพลิงเผารถเก๋งนิสสัน ซันนี่ สีบรอนซ์เทา ทะเบียน พพ 8102 กรุงเทพมหานคร ที่จอดไว้ที่หน้าบ้านในซอยลาดพร้าว 109 แยก 3 แขวงคลองจั่น เขตบางกะปิ กทม. พร้อม มอบภาพจากกล้องวงจรปิดเป็นหลักฐาน นายเอกชัย กล่าวว่า สายวันที่ 26 ม.ค. เพื่อนบ้านมาบอกว่ารถที่จอดไว้หน้าบ้านถูกไฟไหม้เสียหาย สภาพตัวถังรถฝั่งซ้ายมีรอยไหม้ดำเป็นแถบยาว ตรวจสอบกล้องวงจรปิดเพื่อนบ้านพบว่าประมาณ 03.00 น. วันที่ 26 ม.ค. มีคนร้ายเป็นชายผมสั้น อายุประมาณ 20 ปี สวมเสื้อแขนยาว กางเกงขาสั้น เดินมาข้างรถใช้น้ำมันราดรถแล้วใช้ไฟแช็กจุดจนไฟลุกท่วมรถ ก่อนวิ่งหลบหนีไปทางปากซอย ถือว่าลอบทำร้ายทรัพย์สินเป็นครั้งแรกและอุกอาจที่สุด ก่อนหน้านี้เคยถูกทำร้ายร่างกาย 5 ครั้ง ตั้งแต่ต้นปี 2561 จนถึงวันที่ 19 ม.ค.พื้นที่ สน.ชนะสงคราม น่าจะมาจากสาเหตุทางการเมือง ตั้งข้อสังเกตว่าเพราะได้แจ้งความเอาผิดนายทหารชั้นผู้ใหญ่คนหนึ่ง

ตร.ชี้คนร้ายไม่ได้ลงมือคนเดียว

ด้าน พ.ต.อ.ภาสกร รัตนปนัดดา ผกก.สน.ลาดพร้าว กล่าวว่าประสานกองพิสูจน์หลักฐานกลางตรวจสอบเก็บหลักฐาน ให้ฝ่ายสืบสวนลงตรวจสอบกล้องวงจรปิด เน้นเส้นทางหลบหนี คาดว่าคนร้ายไม่ได้ก่อเหตุคนเดียว