
“สุดารัตน์” ควง “ชัชชาติ” หาเสียง เมืองกรุง ดับกระแสปีนเกลียว “เจ๊หน่อย” ยํ้าทำงานเป็นทีม ยุยังไงก็ไม่มีตีกัน พ.ร.ฎ.เลือกตั้งออกเมื่อไหร่เปิดชื่อแคนดิเดตทันที “ชัชชาติ” ยันอีกแรง ยังไม่คิดเรื่องตำแหน่ง ไม่มีตำแหน่งก็ทำงานได้ คน พท.แบ่งข้างเชียร์ “สุชาติ ลายน้ำเงิน” หนุน “ชัชชาติ” ขึ้นเบอร์ 1 “หัวเขียง” อวยทั้งคู่เหมาะสมแคนดิเดต ปชป.เย้ย “บิ๊กตู่” เหนียมไปก็เท่านั้น “สาธิต” ท้าลงไปสัมผัสชีวิตจริงชาวบ้าน อย่ามัวปลื้มกับการจัดตั้ง “สุริยะ” ตีบทโศกโต้ “อดิศร” ทวงบุญคุณเคยเสนอเป็น รมช.คมนาคม “บิ๊กตู่” เตือน พปชร.รั้นจะดัน ส.ป.ก.ทองคำ ให้ดู ก.ม.ด้วย ติงพวกขายฝันให้ก้มดูหัวแม่เท้าตัวเองก่อน บอกใจเย็น พ.ร.ฎ.เลือกตั้งใกล้คลอดแล้ว “ปลอด” สับ ส.ป.ก.ทองคำบ้าบอ
แม้ทุกฝ่ายยังคงจับตามองความขัดแย้งในการเสนอบัญชีรายชื่อแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคเพื่อไทย แต่ทั้งคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ และนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ สองแกนนำสำคัญของพรรคเพื่อไทย ยังคงควงแขนลงพื้นที่ช่วยลูกพรรคหาเสียง ดับกระแสข่าวลือความขัดแย้ง

“เจ๊หน่อย” ควง “ชัชชาติ” หาเสียง
เมื่อเวลา 06.30 น. วันที่ 21 ม.ค. ที่แยกลำสาลี เขตบางกะปิ คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์การเลือกตั้งพรรคเพื่อไทย พร้อมนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ แกนนำพรรค และนายตรีรัตน์ ศิริจันทโรภาส ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.กทม. พรรคเพื่อไทย ลงพื้นที่บริเวณแยกลำสาลีเพื่อสำรวจสภาพปัญหาจราจรที่มีการก่อสร้างรถไฟฟ้า และเดินทางมายังตลาดสดบางกะปิ คุณหญิงสุดารัตน์ให้สัมภาษณ์ว่า พรรคเรามีคนมีความสามารถอยู่เยอะ ไม่ใช่แค่ตนกับนายชัชชาติ หากมี พ.ร.ฎ.ให้มีการเลือกตั้ง ส.ส. ประกาศออกมาภายในสัปดาห์นี้ชัดเจนเมื่อไหร่ เราจะเปิดตัวทีมเพื่อไทย และแคนดิเดตนายกฯเมื่อนั้น ตอนนี้รอ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช.ก่อน ไม่ต้องห่วงยืนยันว่าเรามีคนมาก เป็นคนมีความรู้มีความสามารถ เราช่วยกันทำงานเป็นทีม เราไม่มีทะเลาะตีกัน ถึงจะมีการยั่วยุอย่างไรก็ไม่ตีกันแน่นอน ยืนยันเราพร้อมสู้ ทุกคนจะไม่ถอย
ไม่หลงกลเกมป่วนสามมิตร
เมื่อถามว่า นายสมศักดิ์ เทพสุทิน ประธานรณรงค์การหาเสียงพรรคพลังประชารัฐ แกนนำกลุ่มสามมิตร ระบุว่า หากเลือกพรรคเพื่อไทยจะอยู่กับความขัดแย้งแบบเดิมนั้น คุณหญิงสุดารัตน์ตอบว่า ไม่เข้าใจว่าจะมีความขัดแย้งตรงไหน ความขัดแย้งในอดีตเกิดขึ้นเพราะฝ่ายผู้มีอำนาจทำให้เกิด เห็นชัดแล้วว่ามีการแบ่งพวกแบ่งฝ่ายที่จะทำให้เกิดความขัดแย้ง ยังติดอยู่ในวังวนความขัดแย้ง พรรคเพื่อไทยคงไม่ไปเล่นเกมนี้กับเขา ยืนยันว่าเลือกเพื่อไทยไม่มีความขัดแย้ง และจะได้ความสงบแบบมีคุณภาพ ทั้งคุณภาพชีวิต และคุณภาพเศรษฐกิจ ไม่ใช่ความสงบแบบกระเป๋าแฟบ
“ชัชชาติ” ชงบรรเทาวิกฤติจราจร
นายชัชชาติกล่าวว่า ขณะนี้ใน กทม.มีการก่อสร้างรถไฟฟ้า 7 สาย รวมระยะทาง 160 กม. ส่วนใหญ่อยู่ฝั่งตะวันออก ทำให้พื้นที่ฝั่งนี้ได้รับผลกระทบ มีข้อสังเกตคือภาครัฐต้องกำชับดูแลผู้รับเหมาให้ดี ให้ใช้พื้นที่เท่าที่จำเป็นอย่ากันพื้นที่มากเกินความจำเป็น เพราะทำให้ผู้รับเหมาสะดวก แต่ประชาชนลำบาก ต้องหาทางเลือก เช่นให้ประชาชนใช้เส้นทางวงแหวนไปขึ้นทางด่วนพระราม 9 รัฐบาลจะช่วยลดค่าทางด่วนเส้นวงแหวนได้หรือไม่

ไม่มีขัดแย้งแคนดิเดตนายกฯ
นายชัชชาติยังกล่าวถึงกระแสถูกเสนอชื่อเป็นบัญชีรายชื่อนายกรัฐมนตรีลำดับที่ 1 ของพรรคเพื่อไทย อาจขัดแย้งกับคุณหญิงสุดารัตน์ว่า เราเป็นทีมอยู่แล้ว ทุกอย่างอยู่ที่พรรค คุณหญิงสุดารัตน์เป็นประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์ฯ ต้องเดินตามที่คุณหญิงสุดารัตน์กำหนด ข่าวที่ออกมาไม่เป็นความจริง ยังสงสัยอยู่ว่าออกมาได้อย่างไร คิดว่าประชาชนคงเข้าใจเพราะลงพื้นที่กับคุณหญิงสุดารัตน์อยู่ตลอด ยืนยันว่าพรรคเพื่อไทยทำงานเป็นทีม เมื่อเลือกพรรคเพื่อไทยก็ได้ทั้งหมด เรื่องตำแหน่งยังไม่ได้คิดถึง ตอนนี้เรามาทำเพื่อประชาชน อยู่ตรงไหนทำหน้าที่ให้ดีที่สุด ใครจะเป็นอะไรอยู่ที่พรรค หรือกรรมการบริหารพรรคเป็นคนคัดเลือก ไม่ได้กังวลกับเรื่องนี้ แม้จะไม่มีตำแหน่งแต่สามารถทำงานได้
ลุยทุ่งกุลาโชว์ภาพติดดิน
ต่อมาเวลา 17.30 น. นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ พร้อมด้วยนายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร อดีต รมช.เกษตร เดินทางลงพื้นที่ทุ่งกุลาร้องไห้ จ.มหาสารคาม เยี่ยมชมสวนผักปลอดสารพิษ ชุมชนบ้านหนองบัว โดยนายชัชชาติได้พูดคุยถึงปัญหา ขั้นตอนการผลิตและส่งออกผักกับชาวบ้าน ร่วมรดน้ำสวนผัก ซื้อผัก และรับประทาน ผักปลอดสารพิษในไร่ มีชาวบ้านผูกผ้าขาวม้าและผูกสายสิญจน์ที่ข้อมือ นายชัชชาติกล่าวว่า รัฐบาลชุดหน้าจะเข้ามาลดรายจ่าย สร้างรายได้ ขยายโอกาสให้ทุกคนเท่าเทียมกัน คนที่ฆ่าเราอยู่ตอนนี้ไม่ใช่นักการเมือง แต่คือเผด็จการที่ปลอมตัวมาเป็นนักประชาธิปไตย คนพวกนี้หัวใจไม่ใช่ประชาธิปไตยแต่เป็นเผด็จการ จะทำลายประชาธิปไตยไทยในระยะยาว ช่วงหลายปีที่ผ่านมาไม่มีโครงการอะไร แต่พอใกล้เลือกตั้งกลับมีโครงการขึ้นมามากมาย
ปัดดราม่าแย่งลงพื้นที่เขตดุสิต
ร.ต.อ.วัฒนรักษ์ สุรนาทยุทธ รองโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกระแสข่าวการแย่งชิงพื้นที่เขต 7 ดุสิต (เฉพาะแขวงถนนนครไชยศรี)-บางซื่อ กับ น.ส.ลีลาวดี วัชโรบล อดีต ส.ส.กทม. พรรคเพื่อไทย ว่า ข่าวดังกล่าวไม่เป็นความจริง และตนไม่ใช่ผู้สมัคร หน้าใหม่ เคยลงสมัคร ส.ส.เขตบางซื่อมาแล้วเมื่อปี 2557 แม้การเลือกตั้งจะเป็นโมฆะแต่ก็ได้มาเกือบ 5 หมื่นคะแนน ผู้ใหญ่ในพรรคจึงเห็นว่ามีความสามารถพอ และในกรรมการสรรหาผู้สมัคร ส.ส.ของพรรค ก็มีมติเป็นเอกฉันท์ให้ตนเป็นว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.เขตดังกล่าว ตนกับ น.ส.ลีลาวดีไม่มีอะไรขัดแย้ง ยังช่วยกันหาเสียงให้กับพรรคทั้งคู่ ยืนยันไม่ได้โกรธอะไรกัน ตนพร้อมรับใช้ประชาชนโดยเอาประสบการณ์การทำงานในประเทศ และการทำงานร่วมกับองค์กรระหว่างประเทศ มาช่วยเหลือประชาชน

“สุชาติ” หนุน “ชัชชาติ” ขึ้นเบอร์ 1
นายสุชาติ ลายน้ำเงิน ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.ลพบุรี พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า เมื่อปรากฏชื่อนายชัชชาติเป็นแคนดิเดตนายกฯ กระแสตอบรับจากชาวบ้านแรงมาก สมัยนายชัชชาติเป็น รมว.คมนาคม วางแผนงานรถไฟความเร็วสูง และเรื่องอื่นเอาไว้มาก ถ้าชูนาย ชัชชาติเป็นนายกฯ พรรคเพื่อไทยจะชนะเลือกตั้งถล่มทลายแน่นอน และคุณหญิงสุดารัตน์ก็พูดกับสื่อว่าพร้อมสนับสนุนนายชัชชาติ จ.ลพบุรี ถูกมองว่าเป็นเมืองทหาร มีข่าวอดีต ส.ส.ของพรรคถูกบีบให้ไปอยู่พรรคอื่น อย่างนายอำนวย คลังผา ที่ย้ายไปร่วมพรรคพลังประชารัฐ เชื่อว่าจะเหนื่อย เพราะในพื้นที่ชาวบ้านทำการเกษตร ได้รับผลกระทบจากปัญหาเศรษฐกิจ เขาคงเลือกพรรคที่แก้ปัญหาได้คือเพื่อไทย
อวยทั้งคู่เหมาะสมแคนดิเดต
นายประยุทธ์ ศิริพานิชย์ กรรมการสรรหาผู้สมัครรับเลือกตั้งพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า เรื่องรายชื่อ แคนดิเดตนายกฯ ยืนยันว่ากรรมการบริหารพรรคยังไม่ได้หยิบยกขึ้นมาพิจารณาอย่างเป็นทางการ ที่สำคัญพรรคต้องปฏิบัติตามกฎหมาย ที่กำหนดให้พรรค การเมืองเป็นอิสระปราศจากการครอบงำ หรือชี้นำจากบุคคลที่มิได้เป็นสมาชิก สันนิษฐานว่าข่าวที่ออกมามีบุคคลจ้องทำลายพรรคเพื่อไทย ก่อให้เกิดความแตกแยกภายในพรรค หรือหาประเด็นที่จะทำให้เป็นเหตุถูกยุบพรรค เมื่อถามว่ารายชื่อที่มีออกมาเป็นที่ยอมรับของสมาชิกพรรคหรือไม่ นายประยุทธ์ตอบว่า เป็นที่ยอมรับของสมาชิก และทั้งสองคนร่วมลงพื้นที่ช่วยสมาชิกหาเสียง และสมาชิกมีการพูดคุยเห็นตรงกันว่าทั้งสองรายชื่อมีความเหมาะสมที่พรรคจะเสนอให้ชิงตำแหน่งนายกฯ
“ปลอด” สับ ส.ป.ก.ทองคำบ้าบอ
นายปลอดประสพ สุรัสวดี รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า แนวทางการปฏิรูปที่ดินเพื่อการเกษตรกรรม ปัจจุบันที่ดิน ส.ป.ก.มีประมาณ 40 ล้านไร่ มีเกษตรกรใช้ประโยชน์ประมาณ 3 ล้านคน แนวทางของพรรคยืนยันชัดเจน ที่ดินจะให้เฉพาะเกษตรกรได้ใช้ประโยชน์ทำเกษตรกรรมเท่านั้น แต่ด้วยยุคสมัยที่เปลี่ยนไป อาจต้องเพิ่มวัตถุประสงค์เกษตรกรรมให้กว้างขวางชัดเจน ส่วนข้อเสนอจากนักการเมืองบางพรรค จะแปลงที่ดิน ส.ป.ก.เป็นโฉนดที่ดินทองคำนั้น คำว่าโฉนดก็บอกอยู่แล้วสามารถครอบครองได้ แต่ที่ดิน ส.ป.ก.เป็นที่หลวง ที่ของรัฐ ไม่สามารถแปลงร่างให้คนอื่นเข้ามาครอบครองได้ คนที่เสนอแนวคิดจะให้เป็นโฉนดทองคำ ทองเหลือง ถือว่าเลอะเทอะ โม้ เป็นความคิดที่บ้าบอ ไม่รู้คิดมาได้อย่างไร

ปชป.ชี้ “บิ๊กตู่” เหนียมไปก็เท่านั้น
ขณะที่นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ ที่ปรึกษาหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า สิ่งที่น่าจับตาช่วงที่อาจมีการประกาศ พ.ร.ฎ.ให้มีการเลือกตั้ง ส.ส. คือ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช. จะประกาศตัวเล่นการเมืองอย่างเป็นทางการเมื่อไหร่ และอยู่ในบัญชีรายชื่อนายกฯ ของพรรคใด นายกฯเคยประกาศตัวแค่ว่าเป็นนายกฯที่มาจากทหาร ถ้าจะเป็นนายกฯต่อหลังเลือกตั้ง มี 2 ช่องทาง คือ นายกฯในบัญชีพรรคการเมือง กับนายกฯคนนอก หรือนายกฯนอกบัญชี มีเเต่ตัว พล.อ.ประยุทธ์เท่านั้นที่รู้ดีว่าจะเลือกทางไหน เชื่อว่าที่ยังดึงเวลาไม่ประกาศให้ชัด คงกำลังมองหาทางหนีทีไล่ ถ้าประกาศอะไรไปต้องเป็นคุณกับตนเองมากที่สุด เเต่จะประกาศช้าหรือเร็วคงไม่มีผล ขณะนี้สังคมโดยทั่วไปต่างรับรู้ไม่เป็นทางการอยู่เเล้ว ว่า พล.อ.ประยุทธ์คงเข้ามาทำงานการเมืองต่อแน่ เเค่จะเข้ามาในลักษณะใด อย่างไรเท่านั้น
ท้าลงไปสัมผัสชีวิตจริงชาวบ้าน
นายสาธิต ปิตุเตชะ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า การที่นายกฯพึงพอใจที่ธนาคารโลกมั่นใจว่าเศรษฐกิจไทยเติบโตอย่างแข็งแรงนั้น อยากให้นายกฯปรับตัวเปลี่ยนมุมมองใหม่ อย่าเอาตัวเลข การจัดอันดับต่างๆ มาชี้วัดว่าเป็นความสำเร็จของรัฐบาล ความเชื่อมั่นและเงินหมุนในระบบไม่ได้มีจริง ราคาพืชผลการเกษตรก็ตกต่ำ เดือดร้อนไปทุกหย่อมหญ้า ตัวเลขดีๆของนายกฯช่วยเพิ่มเงินในกระเป๋าชาวบ้านไม่ได้ โปรดลงไปถามชาวบ้านตามตรอกซอกซอยดีกว่า ถ้าคิดว่าเศรษฐกิจดีจริงขอท้าให้ พล.อ.ประยุทธ์ประกาศตัวลงสนามการเมือง ไปสัมผัสกับประชาชน โดยที่ไม่ต้องมีใครคอยจัดตั้งประชาชนรอไว้ให้ แล้วจะรู้ซึ้งว่าชาวบ้านตาดำๆกำลังเผชิญกับความยากจนอย่างไรบ้าง

“สุริยะ” ตีบทโศกโต้ “อดิศร”
เช้าวันเดียวกัน ที่ศูนย์ประสานงานกลุ่มสามมิตร ต.จอหอ อ.เมืองนครราชสีมา นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานยุทธศาสตร์ภาคอีสาน พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) กล่าวว่า กรณีที่นายอดิศร เพียงเกษ อดีต ส.ส.ขอนแก่น พรรคไทยรักไทย เยาะเย้ยว่าสติดีอยู่หรือเปล่าที่บอกว่าจะกวาด ส.ส.ขอนแก่นทั้งจังหวัดนั้น ถ้าที่ขอนแก่น และอุบลราชธานีไม่ได้ ส.ส.แม้แต่คนเดียว จะพิจารณาตัวเองในฐานะดูแลภาคอีสาน ขอย้ำว่ายังสติดี ส่วนข้อกล่าวหาเรื่องทุจริตคอร์รัปชันนั้น ไม่ถือสา และการประเมินว่าจะกวาด ส.ส.ขอนแก่น ยกจังหวัด นายเอกราช ช่างเหลา อดีต สปช.ที่ดูแลพื้นที่นี้เป็นคนประเมินว่าประชาชนอยากเปลี่ยนพรรคใหม่ ก้าวข้ามความขัดแย้ง คิดว่านายอดิศรในใจลึกๆก็คงคิดอย่างนั้นเหมือนกัน ไม่เช่นนั้นคงไม่หนีไปลงปาร์ตี้ลิสต์ “นายอดิศรคงทราบดีตอนอยู่พรรคไทยรักไทย ผมเป็นคนเสนอชื่อเขาขึ้นมาเป็น รมช.คมนาคม ตอนที่ทำงานร่วมกันก็มีผลงานดี ไม่เข้าใจว่าพอมาอยู่กันคนละพรรค กลับพูดสิ่งตรงข้ามกับผมตลอดเวลา แต่ไม่โกรธ ไม่เกลียดไม่อยากเสียเวลามาตอบโต้กับคนแบบนี้” ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายสุริยะกล่าวด้วยน้ำตาซึม
พปชร.ติวเข้มทีมงานทั่วประเทศ
ที่พรรคพลังประชารัฐ นายวิเชียร ชวลิต นายทะเบียนพรรค นายพรชัย ตระกูลวรานนท์ เหรัญญิกพรรค นายอนุชา นาคาศัย และนายสุรพร ดนัยตั้งตระกูล กรรมการบริหารพรรค ร่วมเป็นวิทยากรให้ข้อมูลเกี่ยวกับกฎหมาย ระเบียบ ประกาศต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการเลือกตั้ง นายวิเชียรกล่าวว่า กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการเลือกตั้ง ส.ส.ในปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็นรัฐธรรมนูญ กฎหมายต่างๆ และประกาศของ กกต. เป็นกฎหมายใหม่ยกชุดใช้เป็นครั้งแรก ผู้บริหารพรรคจึงมีนโยบายจัดบรรยายให้ความรู้ทั้งว่าที่ผู้สมัคร ส.ส. ผู้ช่วยผู้สมัคร ส.ส. และทีมงานฝ่ายกฎหมาย ว่ามีอะไรที่ทำได้หรือไม่ได้ เพื่อไม่ให้บุคลากรของพรรคทำผิดกฎหมายที่มีมากถึง 12 ฉบับ ไม่ให้เกิดปัญหาต้องตีความหรือถูกร้องเรียน โดยจัดบรรยายรวม 4 วัน แบ่งเป็น ภาคกลาง ภาคเหนือ ภาคใต้และ กทม. และภาคอีสาน

“ธนาธร” ฟุ้งกระแสแรงขึ้นทุกวัน
ช่วงสายวันเดียวกันที่ตลาดนัดครูหวี เขตยานนาวา นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ พร้อมกรรมการบริหารพรรคและว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.กทม. ลงพื้นที่ประชาสัมพันธ์และแนะนำนโยบายพรรค นายธนาธรกล่าวว่า จากการลงพื้นที่ต่อเนื่อง ทำให้มั่นใจว่ายิ่งเข้าใกล้การเลือกตั้งประชาชนยิ่งให้การสนับสนุนเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ มั่นใจว่าพรรคอนาคตใหม่จะได้ ส.ส.เข้าสภาเกิน 70 เสียง เพราะเรามุ่งมั่นทำงานทางความคิด และลงพื้นที่ทั้งใน กทม. และต่างจังหวัดต่อเนื่อง แม้จะเป็นพรรคใหม่แต่มีความตั้งใจทำงานทางการเมือง และไม่ต้องการเป็นพรรคทางเลือก เราเป็นพรรคทางหลัก มีเป้าหมายชัดเจนเพื่อสร้างการเมืองใหม่ที่ประชาชนมีส่วนร่วม ตนในฐานะหัวพรรคยืนยันว่าพร้อมทำหน้าที่นายกรัฐมนตรี
“ยงยุทธ” ลั่น ส.ส.ห้ามหายหัว
ที่ อ.กุดรัง จ.มหาสารคาม นายสงคราม กิจเลิศไพโรจน์ หัวหน้าพรรคเพื่อชาติ พร้อมนายยงยุทธ ติยะไพรัช อดีตประธานรัฐสภา นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธาน นปช. ในฐานะผู้สนับสนุนพรรคเพื่อชาติ ลงพื้นที่ภาคอีสานพรรคเพื่อชาติสัญจร และเปิดสถาบันพัฒนาการเมือง พร้อมเปิดตัวว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.มหาสารคาม นายยงยุทธกล่าวว่า ไม่ต้องพูดถึงว่าเราจะได้เป็นหรือไม่ได้เป็น ส.ส. เพราะเราเอาปัญหาประเทศเป็นตัวตั้ง ปัญหาหนักสุดตอนนี้คือเรื่องปากท้อง ส่วนปัญหาของ ส.ส.คือสุดท้ายหลังเลือกตั้ง มักจะหาตัวไม่เจอ จะเจอแต่เฉพาะหน้าเลือกตั้ง ต่อไปนี้พรรคเพื่อชาติถ้าผู้แทนคนไหนได้เป็นแล้วหายหน้าเที่ยวหน้าอย่าไปเลือกเขา เราได้ทำข้อตกลงกับผู้สมัครของเราแล้ว ไม่ว่าจะสอบตกหรือสอบได้ ขอให้อยู่เคียงข้างพี่น้องคนยากคนจนตลอดไป

“สุเทพ” เดินสายพบชาวพะเยา
วันเดียวกันที่ตลาดเทศบาล 1 อ.เชียงคำ จ.พะเยา นายสุเทพ เทือกสุวรรณ แกนนำพรรครวมพลังประชาชาติไทย นำคณะเดินคารวะแผ่นดิน นำว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.พะเยา ได้แก่นางภาสินี รวมสุข นายอร่าม จันทร์จม และนายธนาพัฒน์ เผ่าแก้ว เดินแนะนำตัว มีประชาชนให้การต้อนรับทั้งถ่ายรูปเซลฟี่ อวยพรให้กำลังใจ แต่บางส่วนติดป้ายหน้าร้านพร้อมตะโกนถาม “มาทำไม ไม่ต้อนรับ” บางคนเข้ามาถามว่า “ไหนบอกไม่เล่นการเมือง” นายสุเทพจึงชี้แจงสีหน้าเรียบๆ ว่า “เป็นเพียงประชาชนคนหนึ่งที่ช่วยเขาตั้งพรรคเท่านั้น” พร้อมกล่าวต่อว่า มาพะเยาได้รับการต้อนรับดีกว่าที่คิดไว้ มีพี่น้องบางท่านถามว่าไหนว่าจะไม่เล่นการ เมือง ก็เรียนไปว่าไม่ได้เล่นการเมือง แต่ที่ออกมาช่วยสมาชิกพรรคหาเสียง ช่วยประชาชนให้ตั้งพรรค การเมืองของประชาชนที่แท้จริง
กกต.ไฟเขียวชื่อพรรคผึ้งหลวง
ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) นายก้องภพ วังสุนทร หัวหน้าพรรคผึ้งหลวง เข้ายื่นหนังสือถึง กกต.ขอเปลี่ยนชื่อพรรคจากเดิมชื่อพรรค ร่วมพัฒนาชาติไทยเป็นพรรคผึ้งหลวง พร้อมเปลี่ยนแปลงหัวหน้าพรรค กรรมการบริหารพรรคและนโยบายพรรค โดย กกต.ให้ใช้โลโก้พรรคและชื่อได้ตั้งแต่ 19 ม.ค. นายก้องภพกล่าวว่า พรรคจะส่งผู้สมัครครบทั้ง 350 เขต มีนโยบายจะจัดสรรงบ 90 เปอร์เซ็นต์หรือกว่า 7 แสนล้านส่งตรงไปยังชุมชน สร้างเศรษฐกิจฐานราก เน้นการสาธารณสุขการท่องเที่ยวเกษตรอินทรีย์ทุกหมู่บ้าน จัดงบฯ โครงการธนาคารน้ำใต้ดินหมู่บ้านละ 1 ล้าน ชุมชนเมืองจะจัดสรรงบฯให้ปีละ 20 ล้าน
เตือนพรรคเก่าเร่งทำตามกติกา
นายแสวง บุญมี รองเลขาธิการ กกต. กล่าวว่า ขณะนี้มีเพียงพรรคการเมืองตาม พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมืองฉบับเดิม หรือมีพรรคการเมืองเก่าเพียง 2 พรรค ที่สามารถส่งผู้สมัครรับเลือกตั้ง ส.ส.ได้ เนื่องจากดำเนินการตามข้อบังคับครบถ้วน และแจ้งให้นายทะเบียนพรรคการเมืองทราบ อาทิ การจัดให้มีเงินทุนประเดิมจำนวน 1 ล้านบาท จัดให้มีสมาชิกไม่น้อยกว่า 500 คน ชำระค่าบำรุงพรรคการเมือง เป็นต้น จึงขอให้พรรคการเมืองที่ประสงค์จะส่งผู้สมัครรับเลือกตั้ง ส.ส. เร่งดำเนินการ ส่วนพรรคการเมืองที่จัดตั้งตาม พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมืองฉบับใหม่ หรือพรรคการเมืองใหม่ สามารถส่งผู้สมัครรับเลือกตั้ง ส.ส.ได้เลย

“บิ๊กตู่” จี้ภาครัฐแจงปมที่ดินทำกิน
วันเดียวกันเวลา 09.30 น. ที่ตึกภักดีบดินทร์ ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ (คทช.) โดย พล.อ.ประยุทธ์กล่าวก่อนเริ่มการประชุมว่า ขอบคุณคณะกรรมการที่เกี่ยวข้อง ที่ช่วยกันทำงานให้เกิดความก้าวหน้าและพัฒนามาตามลำดับ ตอนนี้มีประเด็นทางการเมืองเข้ามาเกี่ยวข้องหลายอย่าง นำไปสู่การสร้างความเข้าใจผิดกับประชาชน ต้องหาวิธีการทำให้ประชาชนเข้าใจแนวทางที่ถูกต้อง ทั้งการรักษาทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ไปพร้อมกับการจัดสรรที่ดินทำกินให้ประชาชนอย่างที่ถูกต้อง ไม่ให้เกิดปัญหาขัดแย้งในอนาคต
ให้ก้มดูหัวแม่เท้าตัวเองก่อน
ต่อมา พล.อ.ประยุทธ์เป็นประธานเปิดโครงการความร่วมมือโครงการโรงเรียนคุณภาพประจำตำบล และเป็นสักขีพยานพิธีลงนามบันทึกความร่วมมือ พร้อมกล่าวปาฐกถาพิเศษว่า ฟังเด็กร้องเพลงวันพรุ่งนี้ สะท้อนความต้องการของเด็กทุกคนที่ต้องการให้บ้านเมืองสงบสุข บ้านเมืองไม่ว่าจะเดินไปข้างหน้าอย่างไรต้องสงบเงียบแบบนี้ จึงต้องสร้างมาตรฐานให้เด็กเติบโตอย่างพอเพียงและมีความสุข ทั้งหมดคือการปฏิรูปการศึกษา เรากำลังเปลี่ยนแปลงไปสู่ การเป็นประชาธิปไตยที่ทุกคนต้องการ ขอให้เป็นไปอย่างสงบสุขเรียบร้อย เด็กๆบอกแล้วว่าอย่าขัดแย้งกัน อย่าไปรับฟังอะไรที่แย่ มีคนพูดว่าจะทำให้ตรงนั้นตรงนี้ ถ้าเราไม่กลับมาดูหัวแม่เท้าตัวเอง ไปไม่ได้ เดินไปก็สะดุด เดินต้องก้มมองปลายเท้า และเงยมองไปข้างหน้าว่าจะเดินไปอย่างไร จากนั้นนายกฯเดินเยี่ยมชมนิทรรศการการเรียนการสอน มีช่วงหนึ่งได้ร่วมกิจกรรมเตะฟุตบอลร่วมกับเด็กนักเรียนอย่างสนุกสนาน และนั่งเล่นชิงช้าด้วย
เตือน พปชร.ดัน ส.ป.ก.ทองคำ
พล.อ.ประยุทธ์ให้สัมภาษณ์เพิ่มเติมกรณีพรรคพลังประชารัฐชูนโยบายแปลงที่ดิน ส.ป.ก.เป็นโฉนด เพื่อให้เกษตรกรเข้าถึงแหล่งเงินทุนได้ ว่า ที่พูดถึงข้อห่วงใยเรื่องนโยบายที่ดินเมื่อเช้านี้ ไม่ได้พูดถึงความเป็นโฉนด แต่พูดว่าจะทำอย่างไรต่อไป เอกสารสิทธิ ส.ป.ก.จะเป็นโฉนดไม่ได้ คำว่าโฉนดคือโฉนด นส.3 ที่ดิน ส.ป.ก.ที่ให้ไปเพื่อให้เป็นที่ทำกิน ไม่มีโฉนดชุมชนใดๆทั้งสิ้น แต่เป็นสิทธิทำกินและเท่าที่ตรวจสอบมาแล้วสามารถให้ลูกหลานต่อได้ แต่ต้องทำการเกษตรเท่านั้น จึงให้ลองหาวิธีดูว่าพื้นที่ไหนไม่เหมาะสมกับการทำการเกษตร ทำอย่างไรให้เกิดมูลค่าเพิ่ม แต่ถ้าบอกทุกพื้นที่เอาไปจำนำจำนองได้หมด มันก็ไปหมด วันหน้าไปบุกรุกรอไว้บนเขาใช่หรือไม่
ติงทุกพรรคจ้องจะให้ลูกเดียว
เมื่อถามว่าที่พรรคพลังประชารัฐนำมาหาเสียงถือว่าทำไม่ได้จริงใช่หรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ตอบว่า ต้องบอกกัน บางทีอาจไม่เข้าใจ บางอย่างแนวทางของรัฐบาลนี้ยังไม่ได้พูดออกไป กำลังคิดอยู่กำลังสั่งการให้คณะกรรมการนโยบายที่ดินไปหาทาง ต้องเอาเรื่องธนาคารที่ดินมาเกี่ยวข้อง แต่ไปพูดคำว่าโฉนดไม่ถูกต้อง ต้องดูกฎหมายอีกเยอะ ไปพูดปากเปล่าไม่ได้ เมื่อถามว่าได้เตือน 4 รัฐมนตรีในพรรคพลังประชารัฐให้ระมัดระวังการนำเรื่องนี้ไปหาเสียงหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ตอบว่า “มันจบไปแล้ว ผมไม่ได้พูดกับ 4 รัฐมนตรี พูดเป็นภาพรวมออกไปกับสื่อ ไม่ว่าใครทั้งนั้นที่บอกว่าจะมาให้โฉนด ให้อะไรต่างๆ เป็นไปไม่ได้ทั้งหมด ไม่ได้พูดกับพรรคนี้พรรคเดียว พูดกับทุกพรรค เห็นหาเสียงกันแบบนั้นอยู่ไม่ใช่หรือ อย่าเอาผมไปตีกับเขา ไม่เอา”
ใจเย็น พ.ร.ฎ.เลือกตั้งใกล้คลอด
พล.อ.ประยุทธ์ยังกล่าวถึง พ.ร.ฎ.กำหนดให้มีการเลือกตั้ง ส.ส. ว่า “เดี๋ยวออกนะ ใจเย็นเดี๋ยวก็ออกแล้วนะ” เมื่อถามว่ามีใครทาบทามแล้วหรือยัง พล.อ.ประยุทธ์ตอบว่า ยัง สื่อจะมาทาบทามไหม สื่อมาถามจะอยากรู้อะไรนักหนา ตอนนี้ยังไม่มีใครทาบทาม กำลังรอดูว่าใครจะมาทาบทาม ถ้ามีเชิญมาต้องดูนโยบายว่าเป็นอย่างไร ถ้านโยบายมันไม่ชัดเจนไม่ดี ก็ต้องบอกเขาว่าแล้วจะทำยังไง แล้วเขาจะฟังหรือไม่ เมื่อถามว่าถ้าพรรคพลังประชารัฐได้ ส.ส.ต่ำกว่า 100 ที่นั่ง จะนำไปประเมินสถานการณ์และตัดสินใจด้วยหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า เป็นเรื่องกลไกซึ่งมีอยู่แล้ว เป็นเรื่องของประชาชน เข้าใจกันหรือยัง ยังไม่เข็ดกันหรือ สื่อยังมาถามแบบเดิมขี้คร้านจะตอบ

“บิ๊กป้อม” ยังงอนไม่ยอมจ้อสื่อ
ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม เป็นประธานสักขีพยานการลงนามระหว่างหัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้องในบันทึกความเข้าใจ เรื่องการกำหนดมาตรการและแนวทางแทนการกักตัวเด็กไว้ในสถานกักตัวต่างด้าวเพื่อรอส่งตัวกลับ ระหว่างหัวหน้าส่วนราชการ 7 หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า รัฐบาลยึดหลักการไม่กักตัวเด็กในห้องกักตรวจคนเข้าเมือง คำนึงถึงหลักสิทธิมนุษยชน และผลประโยชน์สูงสุดของเด็ก ขอให้ทุกหน่วยที่เกี่ยวข้องยึดถือ หากมีอุปสรรคติดขัด ขอให้สภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) เป็นหน่วยงานกลางประสานปฏิบัติ หลังเสร็จพิธีผู้สื่อข่าวพยายามสอบถามถึงการสั่งการดูแลความสงบในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้โดย พล.อ.ประวิตรไม่ยอมตอบคำถาม และขึ้นรถออกจากทำเนียบรัฐบาลไปทันที
ขอช่วยกันรักษาบรรยากาศ
นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี และโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงการชุมนุมของกลุ่มคนอยากเลือกตั้ง และกลุ่มสามัคคีก่อนเลือกตั้ง ในช่วงเวลาไล่เลี่ยกันจะนำไปสู่ความรุนแรงหรือไม่ ว่า ทุกฝ่ายอยากให้เกิดความสงบ ประเทศขณะนี้สงบดีอยู่แล้ว การเลือกตั้งที่จะมาถึงเป็นสิ่งที่ทุกคนเสาะหา ในส่วนของรัฐบาลจะเดินหน้าตามแนวทางที่เคยให้ไว้คือรักษาความสงบ ของประเทศ ถือเป็นสิ่งสำคัญที่สุด ส่วนคนที่จะออกมาใช้สิทธิเรียกร้องก็เป็นสิทธิที่ทำได้ แต่ขอให้อยู่ในความสงบเรียบร้อย เพราะยังมีคนอีกจำนวนมากที่ชื่นชอบประเทศที่สงบเช่นนี้ ฉะนั้นการที่กลุ่มคนบางกลุ่มแสดงความเห็นต่างก็สามารถทำได้ เพราะเป็นสิทธิตามรัฐธรรมนูญ แต่ขอให้อยู่ในกรอบกฎหมายขอความร่วมมือไปยังทุกกลุ่มให้ยึดแนวทางเช่นนี้
สมช.ยันการข่าวไม่มีอะไรผิดปกติ
พล.อ.วัลลภ รักเสนาะ เลขาธิการสภาความ มั่นคงแห่งชาติ (สมช.) กล่าวถึงความเคลื่อนไหวของกลุ่มคนอยากเลือกตั้ง และกลุ่มสามัคคีก่อนเลือกตั้ง ว่า คงไม่มีเหตุการณ์รุนแรง เนื่องจากทุกฝ่ายทราบดีว่าการเลือกตั้งจะเกิดขึ้นภายในเวลาที่กำหนด รัฐบาลเองไม่ได้ถ่วงเวลาทำให้ชักช้า ทุกฝ่ายตั้งใจให้มีการเลือกตั้งโดยเร็ว อยากขอร้องให้ทุกฝ่ายแสดงความเห็นต่างโดยไม่ใช้ความรุนแรง เพราะไม่อยากให้เกิดปัญหาหากมีสถานการณ์เกิดขึ้น บ้านเมืองจะกลับไปสู่ความไม่สงบไม่เป็นผลดีต่อการเลือกตั้ง กลุ่มอยากเลือกตั้งจะชุมนุมอีกครั้งในวันที่ 26 ม.ค. ฝ่ายความมั่นคงก็ดูแลให้เป็นไปตามกรอบกฎหมาย การข่าวยังไม่พบอะไรที่จะนำไปสู่ความรุนแรง
“บิ๊กแดง” เข้มสั่งสกัดเหตุรุนแรง
ที่กองบัญชาการกองทัพบก พ.อ.หญิง ศิริจันทร์ งาทอง รองโฆษก คสช.กล่าวว่า พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผบ.ทบ. ในฐานะเลขาธิการ คสช. เป็นประธานประชุมสำนักเลขาธิการ คสช. โดยระบุถึงสถานการณ์บ้านเมืองจะมีการประกาศ พ.ร.ฎ.เลือกตั้งเร็วๆนี้ โดย คสช.จะดูแลการจัดกิจกรรมหรือการเคลื่อนไหวต่างๆให้เป็นไปอย่างเหมาะสม สอดคล้องกับสถานการณ์ ไม่ให้ไปสู่การใช้ความรุนแรง อย่างไร ก็ตาม ทุกหน่วยงานราชการต้องติดตามทำความเข้าใจในข้อมูลข่าวสาร เกี่ยวกับการเตรียมการสู่การเลือกตั้ง เพื่อจะได้สามารถชี้แจงข้อเท็จจริงต่างๆสร้างความเข้าใจอันดีของสังคมให้เดินหน้าสู่การเลือกตั้งได้อย่างราบรื่น ตามเจตนารมณ์ของรัฐบาล และ คสช.
ชงมาตรการแก้โกงข้าวจีทูจี
อีกเรื่อง สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เผยแพร่เอกสารผ่านทางเว็บไซต์ของ ป.ป.ช. ถึงข้อเสนอมาตรการป้องกันการทุจริตกรณีการค้าระหว่างประเทศแบบรัฐต่อรัฐจากโครงการรับจำนำข้าวและการระบายข้าวแบบรัฐต่อรัฐ (จีทูจี) ระบุว่าตามที่คณะอนุกรรมการศึกษาปัญหาการทุจริตเพื่อหามาตรการป้องกันการทุจริตโครงการรับจำนำข้าวและระบายข้าวแบบจีทูจีปี 2554-2557 กำหนดแนวทางแก้ไขปัญหาในอนาคต ไม่ให้เกิดการทุจริต โดยมีข้อเสนอแนะด้านนโยบาย คือ 1.รัฐบาลต้องมีนโยบายชัดเจนมุ่งเน้นช่วยเหลือเกษตรกรให้ได้ผลผลิตที่มีปริมาณคุณภาพสูง 2.การระบายข้าวแบบจีทูจี ให้ดำเนินการเท่าที่จำเป็น คำนึงถึงต้นทุนและผลประโยชน์นโยบาย โดยเฉพาะภาระทางการคลัง 3.คณะกรรมการนโยบายและบริหารจัดการข้าว ควรกำหนดกรอบนโยบายเป้าหมายการบริหารจัดการเรื่องข้าวแต่ละปีอย่างเหมาะสม
ห้ามขายราคาต่ำกว่าตลาด
ส่วนข้อเสนอการดำเนินการของหน่วยงานรัฐ คือ 1.ขั้นตอนก่อนการระบายข้าวควรให้ข้าราชการกระทรวงพาณิชย์ ทำหน้าที่ประธานอนุกรรมการพิจารณาระบายข้าวอย่างเหมาะสม ภายใต้กรอบนโยบายและความรับผิดชอบที่ชัดเจน มีช่องทางรับฟังความคิดเห็นของภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง 2.วิธีระบายข้าว ควรให้กรมการค้าระหว่างประเทศพิจารณาระบายด้วยวิธีอื่น อาทิ การระบายข้าวให้บริษัทเอกชนในประเทศอย่างโปร่งใส ต้องเป็นผู้ค้าข้าวจริงไม่ใช่นายหน้า 3.ขั้นตอนพิจารณาสัญญาก่อนลงนามในสัญญาระบายข้าว ให้กรมการค้าต่างประเทศจัดทำสัญญามาตรฐานการค้าระหว่างประเทศแบบจีทูจี คำนึงถึงการตรวจสอบคู่สัญญาเกี่ยวกับสถานะเป็นตัวแทนของรัฐบาลกลาง เป็นลายลักษณ์อักษร วิธีการส่งมอบข้าวไม่ควรส่งมอบข้าวแบบหน้าคลังสินค้า ควรกำหนดวิธีการควบคุมให้มีการส่งออกไปต่างประเทศจริง ส่วนราคาข้าวไม่ควรกำหนดราคามิตรภาพ หรือราคาที่ต่ำกว่าราคาตลาด
ต้องเปิดสัญญาต่อสาธารณะ
4.เปิดเผยข้อมูลการขายข้าวแบบจีทูจีให้สาธารณชนทราบ โดยให้กรมการค้าต่างประเทศเปิดเผยสัญญาจีทูจีทั้งฉบับ หากไม่สามารถเปิดเผยสัญญาทั้งฉบับได้ ควรเปิดเผยข้อมูลในส่วนปริมาณข้าว ชนิดข้าว ราคาข้าว วิธีส่งมอบข้าว และการชำระเงินให้ประชาชนร่วมกันตรวจสอบได้ หลังจากนี้ ป.ป.ช.จะส่งข้อเสนอแนะดังกล่าวไปยัง ครม. เพื่อให้ความเห็นชอบเป็นมาตรการป้องกันการทุจริตต่อไป
ประชาชาติเน้นเรื่องน้ำเกทับรถไฟ
ที่โรงแรมโฆษะ จ.ขอนแก่น นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา หัวหน้าพรรคประชาชาติ พร้อม พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง เลขาธิการพรรคประชาชาติ ลงพื้นที่เปิดตัวว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.ขอนแก่นทั้ง 10 เขต นายวันมูหะมัดนอร์กล่าวว่า ภาคอีสานมีหลายเรื่องที่พรรคตั้งใจทำให้ดีขึ้น ทั้งปัญหาปากท้อง พัฒนาการเกษตรให้ตรงจุด จัดการระบบน้ำใช้ได้ในทุกฤดูกาล ภาคอีสานควรทำนาให้ได้ปีละ 3 ครั้งเหมือนประเทศที่พัฒนาแล้ว เป็นสิ่งที่คนอีสานต้องการ เราไม่ใช่ไม่ต้องการการพัฒนาระบบขนส่ง เพราะรถไฟทำให้การขนส่งรวดเร็ว แต่ถ้าทำระบบน้ำให้ดีคนอีสานจะมีระบบมากขึ้น คนอีสานต้องการเรื่องน้ำมากกว่ารถไฟความเร็วสูง

ม็อบแจ้ง ม.157 เอาผิดตำรวจ
ที่ สภ.เมืองนนทบุรี น.ส.ณัฏฐา มหัทธนา หรือโบว์ แกนนำกลุ่มคนอยากเลือกตั้งและนักกิจกรรมด้านสิทธิมนุษยชน นำนายชินวัตร จันทร์กระจ่าง ประธานเครือข่ายคนรุ่นใหม่นนทบุรี เข้าพบ พ.ต.ท.พันธมิตร จ้างประเสริฐ รอง ผกก. (สอบสวน) สภ.เมืองนนทบุรี หลังได้รับหมายเรียกให้เข้ามารับทราบข้อกล่าวหาฐานความผิดร่วมกันชุมนุมสาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาต ลงวันที่ 16 ม.ค.2562 น.ส.ณัฏฐาเปิดเผยว่า พนักงานสอบสวนยืนยันจะดำเนินการตามกฎหมายการชุมนุม แต่ทางกลุ่มเครือข่ายคนรุ่นใหม่นนทบุรียึดตาม พ.ร.บ.การชุมนุมสาธารณะ โดยเลือกบริเวณฟุตปาทห่างจากท่าเรือไม่ได้กีดขวางทาง ขณะที่นายชินวัตรกล่าวว่า ตำรวจอาจเข้าใจผิดในหนังสือที่เป็นการแจ้ง ไม่ใช่การขออนุญาต และวันนี้ผู้ที่ร่วมชุมนุมมากันครบทุกคนแต่ไม่แจ้งข้อกล่าวหา จึงเล็งเห็นว่าพนักงานสอบสวนละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 157 จึงแจ้งความดำเนินคดีกับพนักงานสอบสวนและ ผกก.ที่เป็นผู้บังคับบัญชา
ทำพิธีฌาปนกิจสองบิ๊ก คสช.
ต่อมาช่วงค่ำ ที่บริเวณหน้าตลาดอินเตอร์โซน มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี นายสิรวิชญ์ เสรีธิวัฒน์ หรือจ่านิว และนายพริษฐ์ ชิวารักษ์ หรือเพนกวิน แกนนำกลุ่มคนอยากเลือกตั้ง พร้อมสมาชิกร่วม 20 คน จัดกิจกรรมประกาศจุดยืนไม่เลื่อนการเลือกตั้ง และร่วมกันแสดงเชิงสัญลักษณ์ทำพิธีฌาปนกิจรูปภาพ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา และ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ให้นักศึกษาร่วมกันโยนดอกไม้จันทน์และเทน้ำมะพร้าวใส่รูปของทั้งสอง โดยมีนายวิบูลย์ บุญภัทรรักษา บิดาของ “ไผ่ ดาวดิน” มาร่วมกิจกรรมพร้อมเหยียบรูปให้ผู้สื่อข่าวถ่ายภาพด้วย จากนั้นนายสรวิชญ์อ่านแถลงการณ์ว่า จะนัดชุมนุมจนกว่าจะประกาศ พ.ร.ฎ.เลือกตั้งภายในวันที่ 24 ม.ค.นี้เท่านั้น มิฉะนั้นเราจะมาชุมนุมอีกครั้งวันที่ 26 ม.ค. ที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย