
มาร์คบินเดี่ยวสู้ตาย กทม.ดึงเกมติดป้าย เรื่องภาษี-ก็มีปัญหา
“ประยุทธ์” เมินเสียงกดดันไขก๊อกโบกมือส่งยิ้มงดจ้อสื่อ “อุตตม” ย้อนสมัยก่อนมีใครจี้ รมต.ลาออกไหม รับ “สมคิด” มีชื่อติดโผบัญชีนายกฯ พรรคพลังประชารัฐ โวเปิดชื่อ ตัวจริงคนเฮทั้งประเทศ เปิดโผบัญชีแคนดิเดตนายกฯ พปชร.-พท.จัดเต็มพิกัด 3 ชื่อชิงธง ทษช.ดัน “ปรีชาพล-จาตุรนต์” ร่วมลุ้น ปชป.ยิงลูกโดดส่ง “อภิสิทธิ์” เข้าประกวด ด้าน ชทพ.-ภท.-พช.-อนค.หน.พรรคลุยคนเดียวเช่นกัน “วิษณุ” โต้รัฐธรรมนูญไม่ห้ามรัฐบาลอำนาจ ยันใช้ ม.44 เท่าที่จำเป็น ศธ.คืนความสุขเด็กๆ ร่นสอบแกต/แพต 23-26 ก.พ. “จตุพร” บี้นายกฯ เลิกกั๊กลาออกคนเดียว 4 รมต.ไปด้วย พท.-ทษช.ขยี้เลิกงัดดาบ ม.44 จี้ รบ.ทำหน้าที่แค่รักษาการ ฝ่ายการเมืองคิกออฟหาเสียง บ่นพึมกติกาใหม่หยุมหยิมยุ่งยาก กกต. กทม.ฮึ่มลักไก่ติดป้ายหาเสียงผิด ก.ม. ผ่อนปรนสั่งปลดลงใน 5 วัน
แม้พรรคการเมืองต่างๆพยายามเรียกร้องให้ 4 รัฐมนตรีที่เป็นกรรมการบริหารพรรคพลังประชารัฐ รวมทั้ง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ลาออกจากตำแหน่ง รวมทั้งเลิกใช้อำนาจตามมาตรา 44 เพื่อแข่งขันเลือกตั้งอย่างเป็นธรรมนั้น ล่าสุดพล.อ.ประยุทธ์ยังคงปิดปากเงียบไม่ตอบคำถามของสื่อมวลชน เช่นเดียวกับ 4 รัฐมนตรีที่ยังไม่ยอมลาออกเช่นกัน

นายกฯถกแผนพลังงานอนาคต
เมื่อเวลา 09.30น. วันที่ 24 ม.ค. ที่ตึกภักดีบดินทร์ ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช. เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ โดยนายกฯกล่าวในที่ประชุมว่า จะพิจารณาร่างแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้า หรือ PDP2018 ของประเทศไทย ที่ใช้ ในปี 2561-2580 เพื่อให้ทุกฝ่ายมีส่วนร่วมการจัดหาพลังงาน ขอให้ตั้งข้อสังเกตหรือซักถามเพื่อให้เข้าใจร่วมกัน เพราะเป็นประเด็นสำคัญของรัฐบาล ต้องจัดสรรพลังงานให้เหมาะสม โปร่งใส มีประสิทธิภาพ ลดภาระค่าใช้จ่ายภาครัฐ ไม่ส่งผลให้ค่าไฟฟ้าสูงขึ้น
ติ๊ดชึ่งโบกมืองดจ้อแค่ส่งยิ้ม
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ทั้งก่อนและหลังการประชุมคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ นายกฯไม่ได้ให้สัมภาษณ์แต่อย่างใด เพียงแต่ส่งยิ้มและโบกมือทักทายผู้สื่อข่าวเท่านั้น ที่มาดักรอทำข่าวอยู่บริเวณด้านข้างทางลงด้านหลังตึกไทยคู่ฟ้าไปยังตึกภักดีบดินทร์
มาเลย์อวยพรไทยจัดคูหาสำเร็จ
ต่อมาเวลา 15.00น. ที่ห้องสีงาช้าง ตึกไทยคู่ฟ้า ดะโต๊ะ เซอรี ดร.วัน อาซีซะห์ วัน อิซมาอิล รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.การพัฒนาสตรี ครอบครัว และชุมชนมาเลเซีย พร้อมดะโต๊ะ ซาลาฮุดดิน อายุบ รมว.เกษตรและอุตสาหกรรมการเกษตรมาเลเซีย เข้าเยี่ยมคารวะ พล.อ.ประยุทธ์ โดย พล.ท.วีรชน สุคนธปฏิภาค รองโฆษกประจำสำนักนายกฯ เปิดเผยว่า นายกฯยินดีผนึกกำลังด้านต่างๆ เอกชนมาเลเซียสนใจร่วมลงทุนอีอีซี และไทยยินดีร่วมมือปกป้องคุ้มครองสิทธิเด็กและสตรี ส่วนความร่วมมือตามแนวชายแดน หวังว่าทั้งสองฝ่ายร่วมมือผลักดันให้เกิดสันติภาพ รองนายกฯมาเลเซียได้อวยพรให้การเลือกตั้งของไทยประสบความสำเร็จ

มะกันยินดีจะได้ร่วมงานรัฐบาล ลต.
วันเดียวกัน สถานเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย เผยแพร่แถลงการณ์ของรัฐบาลสหรัฐฯต่อการกำหนดการเลือกตั้งของไทยว่า ในฐานะเพื่อนและพันธมิตรอันยาวนานของไทย สหรัฐฯยินดีกับการประกาศการเลือกตั้งที่จะเกิดขึ้นในวันที่ 24 มี.ค.2562 เราหวังว่าจะได้เห็นผลลัพธ์ที่สะท้อนถึงการอภิปรายอย่างเสรี และความต้องการของประชาชนชาวไทย รวมทั้งได้ทำงานร่วมกับรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง หลังจากนี้ เพื่อสานต่องานที่มุ่งไปสู่เป้าหมายด้านสันติภาพและความเจริญรุ่งเรืองของราชอาณาจักรไทยและภูมิภาค

“วิษณุ” โต้คนไล่บี้ ก.ม.ใดห้าม รบ.ทำงาน
นายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ กล่าวว่า กกต. ออกระเบียบวิธีการหาเสียงไว้หมดแล้ว ทั้งจัดรถแห่ โพสต์ข้อความในเฟซบุ๊ก จัดเวทีเสวนา อะไรทำได้หรือไม่ได้ ส่วนนโยบายที่พรรคการเมืองหาเสียงไม่จำเป็นต้องยื่นให้ กกต.ทราบก่อน เห็นเขาออกหนังสือเวียนไปเมื่อวันที่ 23 ม.ค.ว่านโยบายต่างๆที่ส่งไปยัง กกต.จำนวนมากนั้นไม่ต้องส่งไป เชิญหาเสียงไปเลย กกต.ชี้แจงว่าเขาไม่มีหน้าที่เซ็นเซอร์ ถ้าทำไปแล้วผิดเขาจะบอกและเตือนเอง ส่วนที่ กกต.ยังไม่พูดชัดเจนว่าจะประกาศผลเลือกตั้งเมื่อใด คงไม่จำเป็นต้องชัดเจน การประกาศผลต้องเกิดภายใน 60 วันจากวันเลือกตั้ง ที่สงสัย 60 วันอยู่ในกรอบ 150 วันหรือไม่ กกต.บอกจะทำให้เสร็จทันวันที่ 9 พ.ค. ก็หมดเรื่องไป แต่ถ้าไม่เสร็จก็พิจารณากันอีกที ส่วนเสียงโจมตีว่ารัฐบาลเอาเปรียบทางการเมือง ใครที่บอกว่ามีปัญหา ทำไม่ได้ กรุณาไปดูว่ากฎหมายมาตราใดห้าม บางคนอาจเป็นอดีต รมต.สมัยรัฐบาลยุบสภาเคยเผชิญกับการต้องพิจารณาว่าอะไรทำได้หรือไม่ได้ เวลานี้รัฐธรรมนูญไม่ได้เขียนอย่างนั้น ไม่ได้มีข้อห้าม เป็นคนละกรณี คนที่พูดว่าให้แฟร์หน่อย ช่วยทำให้เหมือนเก่า รัฐบาลจะพิจารณาเมื่อแต่ละปัญหามาถึง
ม.44 ใช้แล้วแต่เหตุการณ์จำเป็น
เมื่อถามถึงข้อเรียกร้องให้ยกเลิกการใช้อำนาจตามมาตรา 44 นายวิษณุกล่าวว่าทราบแล้ว แต่อำนาจมันมีอยู่ และพยายามจะไม่ใช้อยู่แล้ว การใช้มาตรา 44 ไม่ได้ทำกันง่ายๆ ต้องมีปัญหาและมีกระบวนการอยู่ เมื่อถามว่าหลังจากนี้อาจไม่ใช้อีกใช่หรือไม่ นายวิษณุกล่าวว่า แล้วแต่เหตุการณ์ความจำเป็น บางครั้งความจำเป็นเกิดจากประชาชนเรียกร้อง จะเห็นว่าตั้งแต่เดือน ม.ค. มีหลายหน่วยงานขอให้ใช้แต่รัฐบาลปฏิเสธ เมื่อถามว่า หาก 4 รัฐมนตรีพรรคพลังประชารัฐขึ้นเวทีปราศรัย มีเนื้อหาสุ่มเสี่ยงจะขัดรัฐธรรมนูญ จะกระทบกับนายกฯและรัฐบาลหรือไม่ นายวิษณุกล่าวว่าเป็นเรื่องส่วนบุคคล จะไม่ส่งผลต่อรัฐบาลและนายกฯ

ศธ.คืนสุขสอบแกตแพต 23-26 ก.พ.
นพ.อุดม คชินทร รมช.ศึกษาธิการ กล่าวว่าได้ประชุมร่วมกับสถาบันทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ (สทศ.) ในที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย (ทปอ.) และสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) มีมติว่าการทดสอบความถนัดทั่วไปและการทดสอบความถนัดทางวิชาการ/วิชาชีพปีการศึกษา 2562 จะกลับมาสอบตามกำหนดการเดิมวันที่ 23-26 ก.พ. โดย สทศ.จะเร่งประชาสัมพันธ์สื่อสารให้นักเรียนรับทราบต่อไป
นายสุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ อธิการบดีสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) ในฐานะประธาน ทปอ.กล่าวว่า การสอบแกตแพตตามกำหนดเดิมเป็นการคืนความสุขให้แก่เด็กๆได้มีเวลาเตรียมตัวอ่านหนังสือ ไม่ต้องกังวลไม่กระทบกับปฏิทินการคัดเลือกเข้ามหาวิทยาลัย
เย็นวันเดียวกัน กระทรวงศึกษาธิการ ได้ออกประกาศกระทรวง เรื่อง ให้สถานศึกษาจัดการเรียนการสอนตามปกติสอดคล้องกับการเลื่อนการสอบแกต/ แพตที่เลื่อนกลับมาตามเดิม
พปชร.เปิดนโยบาย 7:7:7
เมื่อเวลา 10.00 น. ที่ชั้น 5 ที่ทำการพรรคพลังประชารัฐ นายอุตตม สาวนายน หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ พร้อมนายสุวิทย์ เมษินทรีย์ รองหัวหน้าพรรค แถลงเปิดแนวนโยบายของพรรค โดยมีแกนนำพรรคเข้าร่วมคึกคัก โดยได้เปิดนโยบายพรรคชู 3 พันธกิจ สวัสดิการประชารัฐ สังคมประชารัฐและเศรษฐกิจประชารัฐ ผ่าน 7:7:7 นโยบาย ได้แก่ 7 นโยบายตอบโจทย์สวัสดิการประชารัฐ 7 นโยบายตอบโจทย์สังคมประชารัฐ และ 7 นโยบายตอบโจทย์เศรษฐกิจประชารัฐ ส่วนใหญ่ต่อยอดนโยบายรัฐบาลปัจจุบัน อาทิ บัตรประชารัฐ ต่อยอดบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ สวัสดิการลดภาระค่าใช้จ่ายให้กลุ่มผู้สูงอายุ กลุ่มคนพิการ กลุ่มสตรี กลุ่มแรงงานและกลุ่มอาชีพรับจ้าง ทั้งค่าเดินทาง ค่าที่พัก ค่าเล่าเรียน โครงการบ้านล้านหลัง โครงการอีอีซี และบรรเทาหนี้เกษตรกร แรงงาน ข้าราชการ รัฐวิสาหกิจ นักศึกษา ครู
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หน้าที่ทำการพรรคได้ติดประกาศเชิญชวนให้กรรมการบริหารพรรค กรรมการสาขาพรรค ตัวแทนพรรคการเมืองประจำจังหวัดและสมาชิกพรรค เสนอชื่อบุคคลที่เห็นสมควรจะเสนอให้ได้รับการพิจารณาแต่งตั้งเป็นนายกฯต่อ กรรมการบริหารพรรคภายในวันที่ 28 ม.ค.

“อุตตม” ย้อนสมัยก่อนมีใครจี้ออกไหม
ต่อมาเวลา 11.00 น. นายอุตตมให้สัมภาษณ์ถึงการเสนอชื่อบุคคลให้เป็นนายกฯในบัญชีของพรรคว่า การพิจารณาว่าที่ผู้สมัคร ส.ส. 350 เขต ผู้ที่จะเสนอชื่อเป็นนายกฯในบัญชีพรรค ต้องทำให้เสร็จภายในสัปดาห์หน้า รวมถึงเวลาเหมาะสมที่ 4 รัฐมนตรีจะลาออก อีกไม่นานจะได้ฟังพร้อมกัน กระบวนการทั้งหมดจะเรียบร้อยก่อนวันที่ 4-8 ก.พ.แน่นอน เมื่อถามว่าพรรคเพื่อไทย พรรคไทยรักษาชาติ เรียกร้องให้ 4 รัฐมนตรีพรรคพลังประชารัฐลาออกจากนายอุตตมตอบว่า เห็นเรียกร้องกันมานานแล้ว สมัยก่อนมีใครเรียกร้องอย่างนี้ไหม แต่สมัยนี้ตอบได้ว่าถึงเวลาเหมาะสมลาออกแน่นอน ยืนยันมา 3 เดือนแล้ว เหลือโค้งสุดท้ายเข้าทางตรงจะได้เห็นแล้ว
“สมคิด” ก็ติดโผนายกฯเปิดมาเฮทั้ง ปท.
เมื่อถามว่า ได้ทาบทาม พล.อ.ประยุทธ์หรือยัง นายอุตตมกล่าวว่า ยังไม่มีทาบทามใครทั้งนั้น แต่กระบวนการพิจารณาในพรรคเริ่มแล้วจะได้ข้อยุติเร็วๆนี้ เมื่อถามว่า พรรคพลังประชารัฐชูเรื่องก้าวข้ามความขัดแย้ง แต่หากเสนอชื่อ พล.อ.ประยุทธ์ที่สังคมมองว่าเป็นคู่ขัดแย้งจะตอบอย่างไร นายอุตตม ตอบว่า ยังไม่ถึงตรงนั้น ยังไม่ไปวิจารณ์ เมื่อถามว่าพรรคชูนโยบายปากท้อง พูดคุยกันหรือไม่จะเสนอชื่อนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกฯกำกับดูแลด้านเศรษฐกิจ เป็น 1 ใน 3 รายชื่อนายกฯในบัญชีพรรค นายอุตตมกล่าวว่า ในขั้นตอนมีชื่ออยู่ แต่ต้องให้เกียรติทุกคนด้วย ขณะนี้ยังไม่ได้ทาบทามใคร เมื่อถามว่า ยืนยันหรือไม่หากเปิดชื่อนายกฯของพรรคมาจะเฮทั้งประเทศอย่างที่ประกาศไว้ นาย อุตตมกล่าวว่า เฮทั้งประเทศแน่ รับรองเฮด้วยความพอใจแน่นอน
พท.-พปชร.ดวลชื่อนายกฯเต็มพิกัด
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับความเคลื่อนไหวเตรียมเสนอบัญชีรายชื่อผู้ที่จะเข้าชิงตำแหน่งนายกฯของแต่ละพรรค ที่เตรียมไว้เบื้องต้นนั้น พรรคเพื่อไทยจะส่งครบ 3 รายชื่อ ประกอบด้วย พล.ต.ท.วิโรจน์ เปาอินทร์ หัวหน้าพรรค คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์ และนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ คณะทำงานด้านเศรษฐกิจตามลำดับ ขณะที่พรรคพลังประชารัฐวางแนวทางไว้จะใช้สิทธิส่ง 3 ชื่อโดยชื่อ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช.เป็นอันดับที่ 1 นายอุตตม สาวนายน หัวหน้าพรรคอันดับ 2 นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกฯจะเป็นลำดับที่ 3 เพื่อจะได้เป็นผู้ประสานระหว่างนายกฯกับพรรคและเพื่อสร้างความมั่นใจในนโยบายเศรษฐกิจ ส่วนอีกพรรคพลังท้องถิ่นไทยคาดว่าจะส่ง 3 ชื่อ โดยนายชัชวาลย์ คงอุดม หัวหน้าพรรค และนายชื่นชอบ คงอุดม โฆษกพรรคลำดับ2 ส่วนลำดับ 3 ยังไม่ได้ข้อยุติ พรรคไทยรักษาชาติจะส่ง 2 คน คือ ร.ท.ปรีชาพล พงษ์พานิช หัวหน้าพรรค และนายจาตุรนต์ ฉายแสง ประธานยุทธศาสตร์ พรรคชาติพัฒนาคาดว่าจะส่งชื่อของนายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ ประธานที่ปรึกษาพรรคอยู่ในลำดับที่ 1 และนายเทวัญ ลิปตพัลลภ หัวหน้าพรรค เป็นลำดับที่ 2

ปชป.ชง “อภิสิทธิ์” ชื่อเดียวลุ้น กก.บห.ชี้
พรรคประชาธิปัตย์ได้ข้อสรุปเบื้องต้นจะเสนอชื่อนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคปัจจุบันชื่อเดียวในบัญชีรายชื่อที่พรรคจะเสนอให้เป็นนายกฯ แต่จะหารืออีกครั้งในที่ประชุมกรรมการบริหารพรรคกับอดีต ส.ส.ภายในวันที่ 1 ก.พ.พรรคชาติไทยพัฒนาจะพิจารณากันสัปดาห์หน้า คาดว่าจะเสนอชื่อ น.ส.กัญจนา ศิลปอาชา หัวหน้าพรรคเข้าชิง ขณะที่พรรคภูมิใจไทยจะเสนอชื่อนายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรครายเดียว พรรคเพื่อชาติจะส่งชื่อเดียวเช่นกันคือนายสงคราม กิจเลิศไพโรจน์ หัวหน้าพรรค พรรคอนาคตใหม่คาดว่าจะส่งชื่อนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคคนเดียว รวมถึงพรรคเสรีรวมไทยจะส่งชื่อของ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียาเวส หัวหน้าพรรคชื่อเดียว เพื่อชูจุดขายพุ่งเป้าไปที่ตัว พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์เท่านั้น
“เทือก-ไพบูลย์” หมอบหนุน “บิ๊กตู่”
พรรครวมพลังประชาชาติไทย (รปช.) ที่มีนายสุเทพ เทือกสุบรรณ อดีตแกนนำ กปปส. เป็นผู้ร่วมก่อตั้งพรรคจะไม่เสนอชื่อใดเป็นนายกฯเลย เช่นเดียวกับพรรคประชาชนปฏิรูป (ปชช.) ที่มีนายไพบูลย์ นิติตะวัน เป็นหัวหน้าพรรค เปิดเผยว่า จะไม่เสนอชื่อ ทั้ง รปช. และ ปชช.เคยประกาศสนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์เป็นนายกฯ ในส่วนของพรรคประชาชาตินั้นยังไม่มีการสรุปในเรื่องรายชื่อที่พรรคจะเสนอเป็นนายกฯ โดยคณะกรรมการบริหารพรรคจะประชุมพิจารณาเรื่องดังกล่าววันที่ 29 ม.ค.
“อรรถวิชช์” ซัด กทม.เตะถ่วงติดป้าย
เมื่อเวลา 11.00 น. ที่พรรคประชาธิปัตย์ นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.เขตพญาไท จตุจักร พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีติดป้ายหาเสียงทันทีหลังมี พ.ร.ฎ.เลือกตั้ง ส.ส.ว่าหลังติดป้ายหาเสียงไปแล้วนายสกลธี ภัททิยกุล รองผู้ว่าฯ กทม. โทรศัพท์มาขอให้เก็บป้ายก่อน เพราะ กทม.ยังออกประกาศจุดติดป้ายหาเสียงไม่ทัน ยินดีร่วมมือแต่อยากให้ กทม.เร่งออกประกาศด้วย เพราะ กกต.กำหนดระเบียบการติดป้ายหาเสียงตั้งแต่วันที่ 11 ม.ค. มอบหมายให้หน่วยงานท้องถิ่นประกาศจุดติดตั้งป้าย แต่ กทม.กลับยังไม่ประกาศพื้นที่ปิดป้าย เป็นการทำงานผิดปกติถ่วงการทำงานของพรรค การเมืองให้ยากลำบาก
ฉะกติการุงรังทำให้ชัดรอ 30 วันไม่ทัน
ต่อมาเวลา 16.00 น. นายอภิสิทธิ์ให้สัมภาษณ์ว่า เมื่อ กกต.ให้ระเบียบหาเสียงมีผลบังคับใช้ตั้งแต่ประกาศ พ.ร.ฎ.เลือกตั้ง จึงอยากให้เร่งกำหนดรายละเอียดเร็วที่สุด เช่น ผู้สมัครบางคนคิดว่าเมื่อมี พ.ร.ฎ.แล้วติดตั้งป้ายหาเสียงได้ แต่ กกต.ยังไม่กำหนดจุดให้ การหาเสียงทางอิเล็กทรอนิกส์หรือโซเชียลมีเดียต้องแจ้ง กกต.ก่อน ผู้สมัครบางส่วนไปแจ้งเรียบร้อยแล้ว บางคนไปยื่น กกต.จังหวัดไม่รับแจ้ง อ้างว่ายังไม่ถือว่าเป็นผู้สมัคร บางจังหวัดรับแจ้ง จึงสับสนลักลั่น การหาเสียงทางสื่ออิเล็กทรอนิกส์ต้องแจ้งชื่อผู้ผลิต ผู้ว่าจ้าง จำนวนชิ้นที่ผลิต วันที่ผลิต ไว้ด้านหน้าชัดเจนค่อนข้างรุงรัง จำเป็นด้วยหรือยุ่งยากเกินจำเป็น การควบคุมสื่ออิเล็กทรอนิกส์พรรคคุมได้เพียงส่วนหนึ่ง เช่น เฟซบุ๊กเรารับผิดชอบข้อความที่ขึ้นเองได้ แต่จะให้รับผิดชอบทุกความเห็นที่เข้ามาไม่ใช่ง่าย อยากให้อยู่กับความเป็นจริง กกต.พิจารณาได้ในครึ่งวัน ไม่จำเป็นต้องให้พรรคทำหนังสือถามไป รอ กกต.ตอบกลับ 30 วันจะไม่ทันหาเสียง
บี้ กกต.เคลียร์อย่าให้เสียบรรยากาศ
นายอภิสิทธิ์กล่าวอีกว่า ยังอีกหลายเรื่องทำให้สงสัย ไม่อาจรอจนเกิดเรื่องแล้วค่อยวินิจฉัย เช่น ให้มีผู้ช่วยหาเสียงได้ไม่เกิน 20 คนต้องนับใครบ้าง นับอย่างไร และสื่อมวลชนจัดเวทีดีเบตเริ่มถูกเตือนทำนองว่าถ้าไม่เชิญทุกพรรคจะมีปัญหาความเท่าเทียม กกต.อย่าจำกัดเวทีการประชันวิสัยทัศน์ของพรรค การเมืองที่สื่อมวลชนใช้ดุลพินิจตามหลักวิชาชีพของเขาอยู่แล้ว ไม่อยากให้ไปควบคุมอะไรเสียจนทำให้บรรยากาศถูกทำลาย ออกระเบียบที่ปฏิบัติยาก จนกลายเป็นว่าคนที่พยายามทำตามระเบียบจะเสียเปรียบมีภาระ
1 ก.พ.เคาะบัญชีรายชื่อนายกฯ
นายอภิสิทธิ์ยังกล่าวถึงการคัดผู้สมัคร ส.ส.เขตยังขาดอยู่ 7 คน คาดว่าช่วงบ่ายวันที่ 28 ม.ค.จะประชุมกรรมการบริหารพรรคเพื่ออนุมัติ ระบบบัญชีรายชื่อที่คณะกรรมการสรรหาจะเสนอต่อที่ประชุมด้วย และวันที่ 31 ม.ค.จะเชิญผู้สมัครทั้ง 500 คนเพื่อปฐมนิเทศทำความเข้าใจข้อกฎหมายและข้อปฏิบัติต่างๆ ส่วนรายชื่อในบัญชีนายกฯ ยังไม่มีการพิจารณา ตามข้อบังคับพรรคต้องพิจารณาร่วมกันระหว่างกรรมการบริหารพรรคกับอดีต ส.ส.ตั้งใจว่าจะพิจารณาและอนุมัติวันที่ 1 ก.พ.เช่นกัน

“สมชัย” เตือนแชร์ข้อความเท็จใส่ร้าย
นายสมชัย ศรีสุทธิยากร ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.สมุทรสาคร เขต 2 พรรคประชาธิปัตย์ และอดีต กกต.โพสต์เฟซบุ๊กว่านักการเมืองที่เปิดเพจเฟซบุ๊กมีต่อไปได้ตามปกติ แชร์เพจได้แต่ต้องระมัดระวังการใช้ถ้อยคำข้อความเป็นเท็จ ใส่ร้าย หยาบคายปลุกระดมหรือนำไปสู่การสร้างความแตกแยก นักการเมืองที่ปิดเพจและเปิดเพจใหม่เพื่อป้องกันปัญหาการโพสต์ในอดีต อาจมีข้อความลักษณะดังกล่าว แล้วถูกแชร์ขึ้นมาใหม่อาจกลายเป็นปัญหาได้ ส่วนนักการเมืองที่ปิดเพจถาวร แปลว่าไม่ประสงค์จะใช้ช่องทางสื่อสารทางโซเชียลหาเสียง แต่หากถึงวันรับสมัครเลือกตั้งแล้ว นักการเมืองทุกคนที่มีเพจต้องแจ้งชื่อเพจให้ กกต.ทราบในวันรับสมัครด้วย เพื่อแสดงความรับผิดชอบต่อเพจดังกล่าว รวมถึงแจ้งเพจของกองเชียร์ที่ตนเองรับรองด้วย

“เจ๊หน่อย” เผย พท.ชงนายกฯ 3 ชื่อ
เมื่อเวลา 11.30 น. ที่พรรคเพื่อไทย มีการประชุมกรรมการบริหารพรรค มีแกนนำพรรค อาทิ พล.ต.ท.วิโรจน์ เปาอินทร์ หัวหน้าพรรค นายภูมิธรรม เวชยชัย เลขาธิการพรรค คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์การเลือกตั้ง นายชูศักดิ์ ศิรินิล ประธานคณะทำงานฝ่ายกฎหมายและนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ คณะทำงานด้านเศรษฐกิจเข้าร่วม โดยคุณหญิงสุดารัตน์กล่าวว่า ที่ประชุมหารือถึงความเตรียมพร้อมทางกฎหมายและการบัญชีเน้น การเมืองอย่างสร้างสรรค์งดการโต้เถียง ส่วนการคัดเลือก ว่าที่ผู้สมัครบัญชีรายชื่อและแคนดิเดตชื่อนายกฯ จะเสนอครบ 3 คน ทุกอย่างจะเสร็จก่อนวันที่ 4 ก.พ.
นายภูมิธรรม เวชยชัย เลขาธิการพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า วันที่ 28 ม.ค.พรรคจะประชุมว่าที่ผู้สมัครจากทั่วประเทศ เพื่อแนะแนวยุทธศาสตร์ ข้อกฎหมาย ข้อบังคับ ข้อควรระวังช่วงเลือกตั้ง และการตรวจสอบคุณสมบัติก่อนสมัครรับเลือกตั้ง พร้อมเปิดตัวว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.ระบบเขต
รบ.ควรใช้อำนาจดุจรักษาการ
ด้านนายชูศักดิ์ ศิรินิล ประธานคณะทำงานฝ่ายกฎหมายพรรค ได้อ่านแถลงการณ์พรรคเพื่อไทยว่า ขอเรียกร้องให้รัฐบาลใช้อำนาจ เสมือนเป็นรัฐบาลรักษาการ ไม่ริเริ่มโครงการใหม่ที่ต้องใช้งบฯผูกพัน ต้องไม่โยกย้ายแต่งตั้งข้าราชการ ที่จะส่งผลกระทบต่อการเลือกตั้ง หัวหน้า คสช.ต้องงดเว้นการใช้มาตรา 44 รักษาความเป็นกลางทางการเมืองโดยเคร่งครัด ไม่ใช้อำนาจข้าราชการกลไกของรัฐ สร้างความได้เปรียบทางการเมือง หรือเลือกปฏิบัติหรือให้โทษต่อพรรคใด นายกฯต้องกำชับให้หัวหน้าส่วนราชการ รวมทั้งรัฐมนตรีวางตัวเป็นกลางอย่างแท้จริง กกต.ต้องไม่ยอมให้มีการแทรกแซงการทำหน้าที่โดยเด็ดขาด และขอให้ตรวจสอบการทำหน้าที่ของรัฐบาล และเจ้าหน้าที่รัฐใช้อำนาจเพื่อเป็นคุณแก่พรรคการเมืองบางพรรคหรือไม่
จี้เคลียร์กฎหยุมหยิมคาใจ
นายชูศักดิ์กล่าวอีกว่า ขอเชิญชวนประชาชนสอดส่องเปิดโปงการทุจริตการเลือกตั้งทุกรูปแบบ และเรียกร้องให้ทุกพรรคการเมืองหาเสียงอย่างสร้างสรรค์ เคารพการตัดสินใจของประชาชนและผลการเลือกตั้ง ขอฝากถึง กกต.ให้รีบพิจารณาหลายคำถามที่ยังเป็นประเด็น เช่น การโพสต์ข้อความลงโซเชียลมีเดียที่เป็นระเบียบใหม่ที่เกิดขึ้น การยื่นหลักฐานการเสียภาษีที่เป็นระบบใหม่ต้องยื่น 3 ปีติดกัน นับตั้งแต่ปีที่รับสมัครรับเลือกตั้ง หลายคนยังไม่ได้รับเอกสารแบบการยื่นเสียภาษีของปี 2561 หรือการส่งข้อความหรือคอมเมนต์ทางไลน์ ต้องแจ้ง กกต.หรือไม่
“ชัชชาติ” เขินเป็นนายกฯยังไกลตัว
นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ คณะทำงานด้านเศรษฐกิจพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงการเตรียมความพร้อมเป็นแคนดิเดตรายชื่อนายกฯของพรรคว่า งานหลักคือด้านโครงสร้างพื้นฐานและเศรษฐกิจ เมื่อประกาศวันเลือกตั้งออกมาแล้ว เชื่อว่าความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจเริ่มกลับคืนมา ส่วนเสียงเชียร์ให้เป็นนายกฯยังถือเป็นเรื่องไกลตัว ส่วน 4 รัฐมนตรีแกนนำพรรคพลัง-ประชารัฐควรลาออกหรือไม่ ไม่ก้าวล่วง ให้เป็นวิจารณญาณแต่ละคน แต่ที่ตัดสินใจมาทำงานการเมือง ได้ลาออกจากงานบริหารบริษัทเอกชนแล้ว คงไม่แฟร์หากเอาเวลาทำงานมาทำงานการเมือง
ขยี้ 4 รมต.ออกลงสนามเต็มตัว
นายพลภูมิ วิภัติภูมิประเทศ อดีต ส.ส.กทม.พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า การเลือกตั้งเริ่มเดินหน้า เป็นทางการแล้ว ประชาชนนับวันรอการเลือกตั้งที่จะเกิดขึ้น ทุกพรรคเดินหน้าพบประชาชนอย่างเท่า เทียม มีเพียงพรรคเดียวคือพลังประชารัฐที่ได้เปรียบพรรคอื่น มีรัฐมนตรีเป็นกรรมการบริหารพรรค มีอำนาจอนุมัติงบประมาณต่างๆ ได้ หาก 4 รัฐมนตรีจริงใจจะพัฒนาการเมือง ควรแสดงความบริสุทธิ์ใจลาออกจากตำแหน่งแล้วมาเดินหน้าการเมืองเต็มตัว ไม่ใช่ยังหวงตำแหน่งอยู่เช่นนี้ ถ้า พล.อ.ประยุทธ์ จะอยู่ในรายชื่อนายกฯของพรรคพลังประชารัฐเสนอ ควรแสดงสปิริตการเมืองลาออกด้วย ไม่ใช่ยังคงตำแหน่งไว้ ไม่เช่นนั้นการเลือกตั้งจะไม่เสมอภาคอย่างแท้จริง
ทษช.กระตุก “บิ๊กตู่” หยุดใช้ ม.44
วันเดียวกัน นายมิตติ ติยะไพรัช เลขาธิการพรรคไทยรักษาชาติ กล่าวว่า หลัง กกต.ประกาศวันเลือกตั้งวันที่ 24 มี.ค.พรรคไทยรักษาชาติ ขอเรียกร้องให้ คสช.แสดงความจริงใจคืนอำนาจให้ประชาชน ขอให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช.ยุติการใช้อำนาจตามมาตรา 44 นับแต่วันนี้เป็นต้นไป เพื่อหยุดวงจรการใช้อำนาจแบบเบ็ดเสร็จเด็ดขาด ขอให้รัฐบาลยึดแนวปฏิบัติเดียวกับรัฐบาลจากการเลือกตั้งหลังการยุบสภา ยุติการแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการ ยุติการดำเนินการนโยบายที่ก่อให้เกิดงบประมาณผูกพันต่อเนื่องไปถึงรัฐบาลชุดต่อไป และขอให้ พล.อ.ประยุทธ์ประกาศจุดยืนและอนาคตทางการเมืองโดยเร็ว ถ้าจะตอบรับเป็นผู้ถูกเสนอชื่อเป็นนายกฯ จากพรรคการเมือง ต้องลาออกจากตำแหน่งพร้อมกับ 4 รัฐมนตรี ที่เป็นกรรมการบริหารพรรคพลังประชารัฐทันที
เพื่อชาติจ่อเปิดชุดนโยบายแก้ปัญหาชาติ
ที่ อ.กันทรารมย์ จ.ศรีสะเกษ นายสงคราม กิจเลิศไพโรจน์ หัวหน้าพรรคเพื่อชาติ นายยงยุทธ ติยะไพรัช อดีตประธานรัฐสภาและนายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธาน นปช.ผู้สนับสนุนพรรคเพื่อชาติลงพื้นที่เปิดสถาบันพัฒนาการเมืองพรรคเพื่อชาติ พร้อมเปิดตัวว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.ศรีสะเกษ 8 เขต มีประชาชนจำนวนมากต้อนรับอย่างอบอุ่นและคึกคัก
นายจตุพรกล่าวว่า ตอนนี้ถือว่าใกล้ความจริงเรื่องวันเลือกตั้งมากที่สุดในรอบ 5 ปี ภาระหน้าที่ของพรรคเพื่อชาติ ในฐานะเป็นผู้ช่วยหาเสียงจะร่วมนำนโยบายมาอธิบายความให้ประชาชนเข้าใจ จะแถลงอย่างเป็นทางการวันที่ 1 ก.พ.เวลา 13.00 น. ณ ห้องอภิวันท์ วิริยะชัย ชั้น 5 อิมพีเรียล ลาดพร้าว พรรคจะเสนอชุดนโยบายการแก้ไขปัญหาความยากจนอย่างเป็นระบบ กระทั่งแก้ไขปัญหาชาติแต่ละด้าน ไทยกำลังเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ จึงไม่ละเลยคนรุ่นใหม่ แต่ต้องไม่ลืมผู้สูงวัย เบี้ยยังชีพเป็นเงินสวัสดิการ จะให้เงินยังชีพผู้สูงอายุ 2,000 บาททุกเดือน ตั้งแต่อายุ 60 ปีขึ้นไป ให้เสมอกันไม่เป็นขั้นบันได ถ้าวันข้างหน้าเศรษฐกิจของชาติดีขึ้นจะเพิ่มเป็น 3,000 หรือมากกว่านั้น วันนี้ต้องเดินไปสู่คำว่า “รัฐสวัสดิการ” โดยเฉพาะดูแลผู้สูงวัยให้ยืนหยัดมีศักดิ์ศรีในสังคมไทยเสมอภาคกัน

“ตู่” บี้ผู้นำไขก๊อกเลิกกั๊กรอเทียบเชิญ
จากนั้นนายจตุพรให้สัมภาษณ์ว่า ขอเรียกร้องไปยัง พล.อ.ประยุทธ์อีกครั้งว่าได้เวลาแล้วที่ต้องตัดสินใจให้เด็ดขาด ไม่ควรจะกั๊กว่ารอใครทาบทาม ทุกคนเห็นชัดเจนว่าพรรคพลังประชารัฐทาบทามทุกวันบนเวที สังคมต้องการความชัดเจนของ พล.อ.ประยุทธ์ เมื่อตกปากรับคำว่าอยู่ในบัญชีนายกฯของพรรคพลังประชารัฐต้องลาออกจากนายกฯและหัวหน้า คสช. มิฉะนั้นจะเป็นคนเอาเปรียบมากที่สุดในการเลือกตั้ง จะไม่เรียกร้องให้ 4 รัฐมนตรีลาออกแค่ พล.อ.ประยุทธ์ลาออกคนเดียว 4 รัฐมนตรีจะไปโดยปริยาย ถ้ามั่นใจในคะแนนเสียงของพรรคพลังประชารัฐ ควรตัดสินใจให้ชัดเจน อย่างน้อยที่สุดจะได้เริ่มต้นต่อสู้กันอย่างที่โลกศิวิไลซ์เขาทำกัน ในระบอบประชาธิปไตย ตนไม่ได้เสนออย่างคนเป็นศัตรู แต่เสนอเพื่อหาทางออก อย่างที่ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ ได้ให้โอวาทว่าต้องมองคนที่เห็นต่างอย่างมิตร อย่ามองอย่างศัตรู เราจะได้เดินหน้าต่อกันไปได้
“กัญจนา” ขึ้นเชียงใหม่อ้อนแบ่งแต้ม
ที่ จ.เชียงใหม่ น.ส.กัญจนา ศิลปอาชา หัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา นายวราวุธ ศิลปอาชา ประธานคณะทำงานด้านนโยบายและยุทธศาสตร์พรรค พร้อมแกนนำและผู้บริหาร ลงพื้นที่ จ.เชียงใหม่ เปิดตัวว่าที่ผู้สมัคร จ.เชียงใหม่ 9 เขต ที่ตลาดชุมชนแม่มาลัย อ.แม่แตง จ.เชียงใหม่ น.ส.กัญจนากล่าวว่า พรรคชาติไทยพัฒนาผูกพันกับ จ.เชียงใหม่ ตั้งแต่สมัยนายบรรหาร ศิลปอาชา เป็นหัวหน้าพรรคได้สร้างผลงาน อาทิ งานพืชสวนโลก ศูนย์การแสดงสินค้านานาชาติเฉลิมพระเกียรติ ไนท์ซาฟารี พรรคไม่เคยมีผู้แทนฯจ.เชียงใหม่ จึงขอความเมตตาให้ได้เข้ามารับใช้บ้าง แม้ทราบดีว่ามีเจ้าถิ่นอยู่จาก 9 เขต ขอ 1-2 ที่ยังดี ถ้าไม่ได้ขอพี่น้องเมตตาให้คะแนนผู้สมัครของพรรค ตั้งใจให้ได้คะแนนปาร์ตี้ลิสต์มากกว่าล้านคะแนน ทั้งนี้ ระเบียบการเลือกตั้งจุกจิกกว่าเดิมมาก กำลังปวดศีรษะเรื่องเอกสารผู้สมัคร ส.ส.ต้องยื่นหลักฐานการเสียภาษีย้อนหลัง 3 ปี ล่าสุดต้องเป็นปี 61 ยาก จะทำได้ทัน ขอฝาก กกต.พิจารณาด้วย
หย่าศึกใน “หลานประภัตร” ถอย
น.ส.กัญจนายังกล่าวถึงปัญหาการส่งผู้สมัคร ส.ส.สุพรรณบุรี เขต 3 ที่นายจองชัย เที่ยงธรรม อดีตแกนนำพรรคชาติไทย ประกาศลงชนกับนายประภัตร โพธสุธน เลขาธิการพรรคชาติไทยพัฒนา ว่า ล่าสุดแก้ไขการแข่งขันที่เขต 4 ของนายเสมอกัน เที่ยงธรรม ลูกชายนายจองชัยได้แล้ว แต่นายจองชัยจะลงสมัครเขต 3 ในนามพรรคภูมิใจไทยหรือไม่บอกไม่ได้ แต่แก้ปัญหาเบื้องต้นให้ได้แล้ว หวังว่านายจองชัยจะทบทวนอีกครั้ง
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ปัญหาในพื้นที่เกิดจากนายจองชัย เที่ยงธรรม อดีต ส.ส.สุพรรณบุรี พรรค ชาติไทยพัฒนา ประกาศลงชิงเก้าอี้ ส.ส.เขต 3 สุพรรณบุรี พรรคภูมิใจไทยหลังขัดแย้งกับนายประภัตร โพธสุธน เลขาธิการพรรคชาติไทยพัฒนาที่ให้นายยุทธนา โพธสุธน หลานชายที่อยู่พรรคพลังประชารัฐ ไปลงสมัคร ส.ส.เขต 4 สุพรรณบุรี แข่งกับนายเสมอกัน เที่ยงธรรม บุตรชายของนายจองชัย น.ส.กัญจนาเจรจาจนฝ่ายนายประภัตรยอมถอย
“นิกร” จี้ทบทวนแจงภาษีถึงปี 61
นายนิกร จำนง ผอ.พรรคชาติไทยพัฒนา กล่าวว่า พรรคกำหนดวันปฐมนิเทศผู้สมัครวันที่ 1 ก.พ. ที่โรงแรมเซ็นทรา ศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะ ส่วนกรณี กกต.ต้องการให้ผู้สมัคร ส.ส.ส่งหลักฐานการเสียภาษีย้อนหลัง 3 ปี อาจมีปัญหาหากใช้หลักฐานการเสียภาษีของปี 59-61 เนื่องจากการเสียภาษีรายได้บุคคลธรรมดาในปี 2561 ยังไม่เสร็จสิ้น กฎหมายกำหนดให้เสร็จสิ้นวันที่ 31 มี.ค.ของทุกปี เพื่อไม่ให้มีปัญหาต่อผู้สมัคร ส.ส.เห็นว่าควรใช้หลักฐานการเสียภาษี ย้อนหลังที่เสร็จสิ้นไปแล้วตั้งแต่ปี 58-60 ขอให้ กกต.พิจารณาเรื่องนี้ด่วน
ภท.ขายนโยบายไม่ใช่สายสาดโคลน
พ.อ.เศรษฐพงค์ มะลิสุวรรณ โฆษกพรรคภูมิใจไทย กล่าวถึงกำหนดวันเลือกตั้ง 24 มี.ค. ว่า ต้องชื่นชม กกต.ที่ทำงานรวดเร็ว กำหนดวันเลือกตั้งได้ทันทีหลังมีประกาศ พ.ร.ฎ.ให้มีการเลือกตั้ง ส.ส. แสดงให้เห็นถึงความพร้อมของ กกต.หลังเข้าสู่โหมด การเลือกตั้งเป็นทางการแล้ว เชื่อว่า กกต.จะทำหน้าที่ได้อย่างดี ทั้งการจัดการควบคุมการเลือกตั้งให้สุจริตยุติธรรม โปร่งใสตรวจสอบได้ พรรคภูมิใจไทยยืนยันว่าทำทุกอย่างตาม กกต.กำหนดครบถ้วน และการหาเสียงจะเน้นขายนโยบาย ไม่ใส่ร้ายหรือสาดโคลนใคร ทราบกันดีว่าพรรคเราโดนป้ายสีอยู่ฝั่งเดียว
“ปิยบุตร” ปลุก ปชช.โพสต์อย่ากลัว
นายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ กล่าวถึงกรณีนักการเมืองหลายคนหยุดโพสต์โซเชียลมีเดีย และประชาชนสอบถามถึงการโพสต์แสดงความคิดเห็นเชียร์พรรคต่างๆ ได้หรือไม่ว่า ขณะนี้เกิดโกลาหลอลหม่านเข้าใจผิดกันไปหมด ยืนยันว่าประชาชนทั่วไป ไม่ได้เป็นผู้สมัคร ส.ส.หรือผู้แทนพรรคยังมีเสรีภาพแสดงความคิดเห็น ระเบียบ กกต.ใช้เฉพาะผู้สมัคร ส.ส.และพรรคการเมือง ต้องแจ้งกับ กกต.ว่าจะใช้เพจใดเป็นทางการ ก่อนเริ่มต้นหาเสียง การเลือกตั้งจะสมบูรณ์แบบเป็นสากล ต้องมีเสรีภาพทุกคนอย่ากลัวการแสดงออกว่าจะสนับสนุนหรือไม่สนับสนุนพรรคใด อย่าให้ความผิดปกติที่รัฐบาลทหารครองอำนาจยาวนานกดทับเราจนไม่กล้าใช้เสรีภาพ
กกต.ผ่อนปรนสั่งปลดป้ายใน 5 วัน
เวลา 14.00 น. ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) น.ส.วิชชุดา เมฆานุวงศ์ ผู้อำนวยการ กกต.ประจำ กทม. กล่าวถึงการกำหนดพื้นที่ติดป้ายหาเสียงเลือกตั้งว่าแม้ว่า พ.ร.ฎ.เลือกตั้งจะมีผลบังคับใช้แล้ว แต่ผู้สมัครและพรรคยังไม่สามารถติดป้ายหาเสียงได้ กกต.ยังไม่ได้กำหนดสถานที่สำหรับติดป้าย ช่วงเช้าวันที่ 24 ม.ค. ได้ส่งเจ้าหน้าที่สืบสวนสอบสวน ลงพื้นที่ตรวจสอบ ยังพบป้ายหลายพรรคติดอยู่บนพื้นที่สาธารณะ ได้ประสานสำนักงานเขตให้ปลดป้าย ถ้าจะดำเนินการจริงจังต้องถือว่ามีความผิดแล้ว แต่ กกต.อยากผ่อนปรน จึงขอความร่วมมือให้ปลดป้ายลงภายใน 5 วัน ถ้าไม่ดำเนินการ สำนักงานเขตจะเก็บป้ายและดำเนินคดีตาม พ.ร.บ.รักษาความสะอาดฯ กกต.กทม.กำลังเร่งหารือกับสำนักงานปลัด กทม.กำหนดสถานที่ติดป้ายหาเสียง คาดว่าสัปดาห์หน้าจะชัดเจน ส่วนการติดป้ายพื้นที่ส่วนบุคคล หรือเอกชน ขอให้ไปศึกษาข้อกฎหมายให้ดี กำหนดไว้ละเอียด ทั้งขนาดป้าย แม้แต่ป้ายหาเสียงที่อนุญาตให้ติดหน้าที่ทำการพรรคหรือสาขาพรรคต้องมีจำนวนและขนาดของป้ายตามกฎหมาย
“อิทธิพร” ชี้ปรับยื่นภาษี 3 ปีทำไม่ได้
นายอิทธิพร บุญประคอง ประธานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ให้สัมภาษณ์ชี้แจงกรณีนายนิกร จำนง ผอ.พรรคชาติไทยพัฒนา ระบุหากใช้หลักฐานการเสียภาษีของปี 59-60-61 อาจเป็นปัญหา การเสียภาษีรายได้บุคคลธรรมดาในปี 61 ยังไม่เสร็จสิ้นตามกฎหมายกำหนดต้องยื่นภายในวันที่ 31 มี.ค.ของทุกปี จึงควรใช้หลักฐานเสียภาษีย้อนหลังที่เสร็จสิ้นไปแล้วตั้งแต่ปี 58-59-60 แทน ไม่น่าจะทำได้ กฎหมายกำหนดไว้แล้วเหตุผลที่ กกต. กำหนดให้ผู้สมัครต้องยื่นหลักฐานแสดงการเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาในปีภาษี 59-60-61 เพราะ พ.ร.บ.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.มาตรา 45 (2) กำหนดให้ผู้สมัครต้องยื่นหลักฐานแสดงการเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาเป็นเวลาติดต่อกัน 3 ปี นับถึงปีที่ สมัครรับเลือกตั้งของผู้สมัคร กกต.จึงต้องกำหนดเป็นปีภาษี 59-60-61 เป็นปีภาษีย้อนหลัง 3 ปีนับถึงปีที่สมัคร ผู้ประสงค์จะสมัครรับเลือกตั้งยื่นภาษีปี 61 ได้ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. แล้วยังพอมีช่วงเวลาทำทันอยู่
เหลือเวลายื่นภาษีแค่ 12 วัน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กรณีการยื่นภาษีย้อนหลัง 3 ปีของผู้สมัคร ส.ส.ตามที่หลายพรรคเห็นว่าจะเป็นปัญหาปฏิบัติไม่ทัน หลัง กกต.มีมติตอบข้อหารือของพรรคท้องถิ่นไทยว่า ต้องใช้หลักฐานการเสียภาษีของปี 59-60-61 ไปแล้วเมื่อวันที่ 18 ม.ค. ถ้านับเวลาจากที่ กกต.ประกาศกำหนดวันเลือกตั้งวันที่ 24 มี.ค.ไปเมื่อวันที่ 23 ม.ค.จะเหลือเวลาให้ผู้จะลงสมัคร ส.ส.ยื่นแสดงแบบการเสียภาษีย้อนหลังเพียง 12 วัน
สวนเคยชี้แจงแล้วขึ้นป้ายหาเสียง
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การติดป้ายประกาศหาเสียงเลือกตั้ง ที่ พ.ต.อ.จรุงวิทย์ ภุมมา เลขาธิการ กกต. แถลงข่าวชี้แจงไปแล้ว เมื่อวันที่ 16 ม.ค.มีหลักเกณฑ์ว่าผู้สมัครสามารถจัดทำป้ายขนาดเอ 3 หรือกว้างไม่เกิน 30 ซม. สูงไม่เกิน 42 ซม. ต้องเป็นป้ายแนวตั้งไม่เกิน 10 เท่าของหน่วยเลือกตั้ง หรือประมาณ 270 ป้ายต่อเขตเลือกตั้ง ส่วนป้ายขนาด 130×245 ซม. ติดได้ไม่เกิน 2 เท่าของหน่วยเลือกตั้ง หรือ 540 ป้ายต่อเขตเลือกตั้ง ซึ่งป้ายทั้ง 2 แบบดังกล่าวจะติดได้ในสถานที่ที่ ผอ.กกต.เขต กำหนดเท่านั้น ส่วนแผ่นป้ายหาเสียง ขนาด 400×750 ซม. ติดได้ที่หน้าที่ทำการพรรคหรือสาขาพรรค เขตเลือกตั้งละ 1 ป้าย และขอให้พึงระวัง อย่าพิมพ์หรือติดป้ายเกินเพราะมีโทษอาญา ซึ่งอาจถูกคู่แข่งไปแจ้งความ เนื่องจากมีโทษทางอาญา จำคุกไม่เกิน 6 เดือน ปรับไม่เกิน 1 หมื่นบาท
ออกประกาศระเบียบ กกต. 5 ฉบับ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันเดียวกันเว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษาได้เผยแพร่ประกาศ กกต. ซึ่งเกี่ยวข้องกับการเลือกตั้งจำนวน 5 ฉบับ ประกอบด้วย ประกาศ กกต.เรื่องกำหนดวันเลือกตั้ง ส.ส. วันรับสมัครเลือกตั้ง ส.ส.แบบแบ่งเขต และสถานที่พรรคการเมืองจะส่งบัญชีรายชื่อผู้สมัคร ส.ส.แบบ ส.ส.บัญชีรายชื่อ ประกาศ กกต.เรื่องการสมัครรับเลือกตั้ง ส.ส.กำหนดว่าผู้ใดประสงค์จะลงรับสมัครรับเลือกตั้ง ส.ส. ประกาศ กกต.เรื่องจำนวน ส.ส.แบบแบ่งเขตเลือกตั้ง ที่แต่ละจังหวัดจะพึงมี และจำนวนเขตเลือกตั้งแบบแบ่งเขตเลือกตั้งจำนวน 350 เขต ประกาศ กกต.เรื่อง กำหนดวันเวลา ยื่นคำขอลงทะเบียนใช้สิทธิออกเสียงลงคะแนนสมาชิก ส.ส.ก่อนวันเลือกตั้ง ประกาศ กกต.เรื่องกำหนดวันเวลาออกเสียงลงคะแนนก่อนวันเลือกตั้ง ณ ที่เลือกตั้งกลาง
สนช.ยุติออก ก.ม.1 สัปดาห์ก่อนกาบัตร
ที่รัฐสภา นายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) แถลงกรณี กกต.ประกาศวันเลือกตั้ง 24 มี.ค.ว่า สนช.จะพยายามเร่งรัดพิจารณากฎหมายที่ค้างอยู่ในวาระ 2-3 ประมาณ 100 ฉบับให้เสร็จมากที่สุด ตั้งเป้า 1 สัปดาห์จะให้เสร็จ 10-15 ฉบับ แม้ตามไทม์ไลน์ สนช.จะทำงานได้ถึงก่อนวันเปิดประชุมสภาครั้งแรก แต่คำนึงถึงมารยาทและความเหมาะสม จะหยุดพิจารณากฎหมายทุกฉบับ 1 สัปดาห์ก่อนการเลือกตั้ง ยกเว้นมีเร่งด่วนสำคัญจริงๆ เช่น สนธิสัญญาระหว่างประเทศที่ต้องเร่งลงนาม เรื่องร้ายแรงที่ต้องออกเป็น พ.ร.ก.หรือเรื่องเร่งด่วนที่สำคัญจริงๆ ส่วนการพิจารณาแต่งตั้งคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนที่ค้างอยู่ใน สนช.ในขั้นตอนการคัดเลือกของกรรมการสรรหา ไม่เกี่ยวกับ สนช.ดำเนินการต่อไป แต่เมื่อเรื่องมาถึงสนช.แล้วต้องรอสภาฯชุดใหม่
ห่วง กกต.เร่งรับรองผล ส.ส.ส่อวุ่นวาย
นายพรเพชรกล่าวว่าส่วนข้อห่วงใยการตีความระยะเวลาดำเนินการเลือกตั้ง 150 วัน ในฐานะที่สนช.มีส่วนพิจารณาทั้งรัฐธรรมนูญและกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญเห็นว่าการจัดการเลือกตั้งและระยะเวลาประกาศรับรองผลเลือกตั้ง ส.ส. เป็นคนละมาตรากัน ไม่ใช่เรื่องเดียวกัน การประกาศผลรับรองการเลือกตั้ง ส.ส. จะนับจากวันเลือกตั้งไป 60 วัน อย่าเอามาปนกันให้สับสน หรือมาขู่ กกต.ว่ามีความผิดต้องชดใช้ค่าเสียหาย หากไม่เร่งดำเนินการให้เสร็จในเวลา 150 วัน หากมีคนไปร้องเรียนการทุจริตเลือกตั้งหลังกรอบเวลา 150 วัน แต่ กกต.ไม่รับร้องเรียน อ้างว่าหมดเวลาแล้ว อาจเกิดปัญหาวุ่นวายตามมาได้ กกต.ควรสร้างความชัดเจนเรื่องนี้ ถ้าไม่แน่ใจให้ถามศาลรัฐธรรมนูญ การไปรับรองผลอย่างรวดเร็ว เพราะเกรงจะครบเงื่อนเวลา 150 วัน ไม่ใช่เหตุผล อาจนำไปสู่ข้อขัดแย้งและข้อพิพาทในชั้นศาลตามมาได้ อย่าไปฟังนักกฎหมายบางคน ไม่อยากให้บ้านเมืองวุ่นวายโดยการตีความกฎหมายผิดพลาด คนที่ว่าตนวันนี้ขอให้ไปดูกรณีที่ส่งเรื่องไปให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความ พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.ว่ามีคำวินิจฉัยว่ากฎหมายลูกขัดรัฐธรรมนูญหรือไม่ คนด่าคงลืมไปแล้ว
ศาลฎีกายืนจำคุก 3 เกลอหมิ่น “ปู”
ที่ห้องพิจารณา 911 ศาลอาญา ศาลนัดฟังคำสั่งศาลฎีกาคดีที่พนักงานอัยการคดีอาญา 8 และ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯ ร่วมกันเป็นโจทก์ยื่นฟ้องนายชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต นายเทพไท เสนพงศ์ และนายศิริโชค โสภา อดีต ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ เป็นจำเลยฐานหมิ่นประมาทเป็นผู้ดำเนินรายการ “สายล่อฟ้า” ร่วมกันใส่ร้าย น.ส.ยิ่งลักษณ์ ขณะไปปฏิบัติภารกิจที่โรงแรมโฟร์ซีซัน โดยศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามคำพิพากษาของศาลชั้นต้นจำคุกคนละ 1 ปี ให้รอลงอาญาไว้ 2 ปี ปรับคนละ 5 หมื่นบาท ต่อมาฝ่ายจำเลยยอมขอโทษโจทก์ไม่ติดใจเอาความ โดยฝ่ายจำเลยยื่นคำร้องขอถอนฎีกาออกจากการพิจารณาของศาลฎีกา โดยศาลฎีกาอ่านคำสั่งไม่อนุญาตให้จำเลยทั้ง 3 ถอนฎีกาและพิพากษายืนตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์