
กกต.ยันยื่นภาษีย้อน 3 ปี เพื่อไทยเคาะส่ง "249 ส.ส.เขต"
เลขา กกต.ขึงขังไม่มีผ่อนผันกฎเกณฑ์ ใครจะลง ส.ส.ต้องทำตามกฎหมาย ยื่นภาษีย้อนหลัง 3 ปี ไม่ต้องลบแอ็กเคานต์ไลน์-เฟซบุ๊ก แต่ต้องแจ้ง อ้อมแอ้ม เรื่องป้ายหาเสียงกำลังเร่งประสาน “วิษณุ” สำทับให้ศึกษาระเบียบดีๆ กสทช.เตือนสื่อวิทยุ-โทรทัศน์เป็นกลาง “กอบศักดิ์” ยักท่าจะออก-ไม่ออก “บิ๊กตู่” ยังนิ่งอนาคตการเมือง พปชร.รื้อบัญชีอีกรอบก่อนเคาะครั้งสุดท้าย สลับ “ลูกบุญทรง” ลงแทน “เดือนเต็มดวง” กระแสแผ่ว ปชป. ฉะ กกต.ตัวทำลายบรรยากาศ พท.เคาะแล้วส่งผู้สมัคร ส.ส. 249 เขต สับหลีกพื้นที่ทับซ้อนกับ ทษช. “ตู่” ลั่นถ้าเพื่อชาติชนะไม่ยอมให้ปล้นแน่ ศึกสุพรรณฯยังเรื้อรัง “จองชัย” ไม่ยอมจบ “เสมอกัน” ปวดหัวให้ผู้ใหญ่ไปว่ากัน “ลุงตู่” คืนความสุขหั่นเวลาจ้อวันศุกร์
กลายเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์หนักถึงการออกระเบียบข้อบังคับของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ให้พรรคการเมืองยึดปฏิบัติอย่างเคร่งครัดในการเลือกตั้ง ส.ส. แต่หลายข้อกลับไม่มีความชัดเจน โดยเฉพาะการต้องยื่นข้อมูลการเสียภาษีย้อนหลังไป 3 ปี รวมถึงการกำหนดพื้นที่ติดป้ายหาเสียง
กกต.ชู ศส.ปชต.กองหนุนที่ดี
เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 25 ม.ค. ที่โรงแรม มิราเคิล แกรนด์ นายอิทธิพร บุญประคอง ประธานกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) กล่าวระหว่างเป็นประธานในพิธีมอบรางวัลศูนย์ส่งเสริมพัฒนาประชาธิปไตยดีเด่น (ศส.ปชต.) ว่า นับจากนี้ประเทศจะมีวาระสำคัญ 2 เรื่องคือ พระราชพิธีบรมราชาภิเษกของในหลวงรัชกาลที่ 10 และการเลือกตั้ง ส.ส. วันที่ 24 มี.ค. เป็นการเลือกตั้งครั้งแรกของรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน จึงมั่นใจว่า ศส.ปชต.จะเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนทำความเข้าใจเกี่ยวกับการใช้สิทธิลงคะแนน

ไม่ผ่อนผันยื่นภาษีย้อนหลัง 3 ปี
พ.ต.อ.จรุงวิทย์ ภุมมา เลขาธิการ กกต. กล่าวถึงกรณี กกต.ให้ใช้หลักฐานการยื่นแสดงภาษีย้อนหลัง 3 ปี (2559-2561) ในการลงสมัครรับเลือกตั้ง ส.ส. ว่า กฎหมายกำหนดให้ใช้หลักฐานการเสียภาษีถึงปีที่รับสมัคร กกต.จึงมีมติให้ใช้หลักฐานการยื่นภาษีย้อนหลัง 3 ปี คือปี 2559-2561 โดยของปี 2561 กรมสรรพากรให้เสียภาษีตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค.- 31 มี.ค.2562 ดังนั้น สามารถยื่นเสียภาษีได้แล้ว และขอหลักฐานการเสียภาษีจากกรมสรรพากรนำมายื่นสมัคร ส่วนบางคนอาจมีปัญหาการรวบรวมหลักฐานการหักภาษี ณ ที่จ่าย ให้ไปยื่นเสียภาษีประจำปีกับกรมสรรพากรก่อน เพื่อให้ได้หลักฐานใบเสร็จการเสียภาษีมายื่นสมัครต่อ กกต. แล้วค่อยไปยื่นหลักฐานการหักภาษี ณ ที่จ่าย ภายหลัง ข้อเสนอให้ กกต.ผ่อนผันเกณฑ์ดังกล่าวจึงไม่สามารถทำได้ เพราะกำหนดอยู่ในกฎหมาย
ไม่ต้องลบไลน์-เฟซบุ๊กแต่ต้องแจ้ง
เลขาธิการ กกต.กล่าวถึงการหาเสียงทางโซเชียลมีเดียว่า ใครที่มีเฟซบุ๊ก ไลน์ ไม่ต้องลบแอ็กเคานต์ สามารถแจ้งล่วงหน้าต่อ ผอ.ประจำเขตเลือกตั้งได้เลย แม้ขณะนี้ยังไม่เปิดรับสมัคร แต่เมื่อมี พ.ร.ฎ.ให้มีการเลือกตั้ง ส.ส.แล้ว การหาเสียงต่างๆสามารถดำเนินการได้ตามปกติ ระเบียบ กกต.ที่ออกมาเพื่อปกป้องตัวผู้สมัคร ให้ไม่ถูกผู้อื่นปลอมแอ็กเคานต์ใส่ร้ายป้ายสี และเพื่อ กกต.จะคำนวณเป็นค่าใช้จ่ายในการหาเสียง ยืนยันว่า กกต.ให้อิสระเสรีภาพในการหาเสียงเต็มที่ ทุกพรรคสามารถทำได้ตามปกติ เพียงแต่อย่าทำผิดกฎหมาย ตอนนี้ กกต.ได้ประสานกับทุกสื่อ สัปดาห์ที่ผ่านมาได้ไปหารือกับผู้บริหารกูเกิลเรื่องการคำนวณค่าใช้จ่าย และสัปดาห์หน้าจะไปคุยกับผู้บริหารไลน์ประจำประเทศไทย เพื่อให้ความรู้ไม่ให้มีการเผยแพร่ข้อความที่ผิดในกฎหมาย
ไปน้ำขุ่นๆปมป้ายหาเสียง
พ.ต.อ.จรุงวิทย์ยังกล่าวถึงกรณีถูกตำหนิเรื่องความล่าช้าในการกำหนดสถานที่ติดป้ายหาเสียง ว่า กกต.กำลังเร่งประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง แต่ยังไม่มีการรับสมัครจึงไม่ทราบตัวเลขที่ชัดเจน ว่าแต่ละพรรคจะส่งผู้สมัครกี่เขต รายละเอียดเหล่านี้ผูกกับการคำนวณจำนวนป้าย และผู้ช่วยหาเสียง เช่น กำหนดให้มีได้ไม่เกิน 10% ของจำนวนเขตที่ส่งสมัคร ส่วนการจัดทำบัตรเลือกตั้งมีการจัดงบประมาณสำหรับการพิมพ์บัตรเลือกตั้งแล้ว ขอให้มั่นใจว่ารูปแบบของบัตรจะมีหมายเลขผู้สมัคร ชื่อ และโลโก้พรรค
เปิดยอดสมาชิก ปชป.นำโด่ง
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าสำนักงาน กกต. เผยแพร่ข้อมูลสมาชิกพรรคการเมืองล่าสุด ณ วันที่ 21 ม.ค. พบว่าพรรคการเมืองเก่าหลายพรรคมียอดสมาชิกพรรคเพิ่มขึ้นจากเดิมที่เคยแจ้งยอดไว้ก่อนหน้านี้ รวมทั้งพรรคการเมืองใหม่ได้แจ้งยอดสมาชิกเบื้องต้นเช่นกัน มีพรรคการเมืองที่ดำเนินการอยู่รวม 104 พรรค มีสมาชิกรวมทุกพรรค 702,843 คน พรรคที่มีสมาชิกพรรคมากที่สุด 5 อันดับแรก คือพรรคประชาธิปัตย์ 129,392 คน พรรคไทรักธรรม 49,721 คน พรรคอนาคตใหม่ 43,201 คน พรรคพลังท้องถิ่นไท 30,072 คน และพรรคภูมิใจไทย 30,031 คน ส่วนพรรคเพื่อไทย 20,334 คน พรรคไทยรักษาชาติ 12,272 คน พรรคเพื่อชาติ 16,453 คน พรรคชาติไทยพัฒนา 20,587 คน พรรคชาติพัฒนา 15,048 คน พรรครวมพลังประชาชาติไทย 14,749 คน พรรคพลังประชารัฐ 4,206 คน มีพรรคที่สิ้นสภาพความเป็นพรรคการเมืองจำนวน 9 พรรค

“วิษณุ” แนะศึกษากฎ กกต.ให้ดี
ขณะที่นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า พรรคการเมืองสามารถหาเสียงได้ทุกช่องทาง ตามที่ กกต.กำหนด โดยเริ่มหาเสียงได้ตั้งแต่ประกาศ พ.ร.ฎ.ให้มีการเลือกตั้ง ส.ส.เป็นการทั่วไป ซึ่ง กกต.กำหนดการหาเสียงทั้งการติดตั้งป้าย การใช้รถหาเสียง และการหาเสียงผ่านโซเชียลมีเดีย ขอให้ศึกษาจากระเบียบ กกต. ที่ประกาศลงราชกิจจานุเบกษาและปฏิบัติตาม ขอให้เตรียมเอกสารในการลงสมัครรับเลือกตั้งระหว่างวันที่ 4-8 ก.พ. ให้พร้อม ทั้งรูปถ่าย ใบสมัคร ค่าสมัคร ใบรับรองการแสดงหลักฐานการเสียภาษีย้อนหลัง 3 ปี ใครจะโอดครวญว่าเตรียมตัวไม่ทันคงไม่ได้ เพราะทุกอย่างเป็นข่าวมาระยะหนึ่งแล้ว
กสทช.เตือนสื่อวิทยุ-โทรทัศน์
นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) กล่าวว่า สำนักงานกสทช.ได้มีหนังสือด่วนที่สุดถึงผู้ประกอบการวิทยุและโทรทัศน์ให้ระมัดระวังการนำเสนอข่าวและการออกอากาศเกี่ยวกับการเลือกตั้ง ขอให้ใช้ข้อมูลข่าวสารที่เป็นประโยชน์กับประชาชน หากมีการนำเสนอเนื้อหาที่เป็นการชี้นำทางความคิด และไม่เป็นกลางทางการเมือง อาจก่อให้เกิดความขัดแย้งในสังคมได้ ทั้งนี้ ให้ดำเนินการตาม พ.ร.บ.การประกอบกิจการกระจายเสียง หรือโทรทัศน์ เงื่อนไขแนบท้ายใบอนุญาต กฎหมายด้านความมั่นคง และกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้องโดยเคร่งครัด และต้องไม่ขัดหรือแย้งกับกฎหมาย ประกาศ ระเบียบ หลักเกณฑ์ หรือเงื่อนไขที่เกี่ยวกับการประกอบกิจการกระจายเสียงหรือกิจการโทรทัศน์ กฎหมายความมั่นคง และกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง

“กอบศักดิ์” ยักท่าลาออก-ไม่ออก
ที่ทำเนียบรัฐบาล นายกอบศักดิ์ ภูตระกูล รมต. ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และโฆษกพรรคพลังประชารัฐ ให้สัมภาษณ์ภายหลังนายฮิโรกิ มิทสึมะตะ ประธานองค์การส่งเสริมการค้าต่างประเทศของญี่ปุ่น เข้าพบเพื่อเตรียมการก่อนคณะของนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี จะไปโรดโชว์ประเทศญี่ปุ่นระหว่างวันที่ 30 ม.ค.-2 ก.พ. ว่า เราเตรียมข้อมูลไปชี้แจงอยู่แล้วว่าสถานการณ์การเมืองไทยขณะนี้ชัดเจนขึ้น ตอนนี้ทุกคนมุ่งหน้าสู่การเลือกตั้งจึงทำให้นักลงทุนสบายใจ เมื่อถามว่าต้องร่วมเดินทางไปกับคณะนายสมคิดด้วย การลาออกจากตำแหน่งน่าจะเป็นหลังจากนั้นใช่หรือไม่ นายกอบศักดิ์ตอบว่า ต้องรอดู 4 รัฐมนตรีว่าจะลาออกก่อนที่ตนจะไปหรือเปล่า ถ้าลาออกก่อนไปก็คงไม่ได้ไปแน่ ตอนนี้จะทำหน้าที่เท่าที่ทำได้ และยืนยันว่ายังไม่มีการเก็บของตามที่เป็นข่าว
ฟุ้งผลงานเพียบเวลาแถลงไม่พอ
นายกอบศักดิ์ยังกล่าวถึงการแถลงผลงานรัฐบาลว่า มีผลงานที่รัฐบาลทำออกมามากมาย ปีสุดท้ายเป็นปีที่รัฐบาลพยายามเก็บงานหลายเรื่อง เหมือนการตัดชุดวิวาห์ต้องใช้เวลาตัดเย็บ สุดท้ายจะเห็นผลในช่วงสัปดาห์สุดท้ายก่อนแต่งงาน หลายนโยบายทำมา 4 ปี ตนมีส่วนเกี่ยวข้องตลอด มีหลายนโยบายที่เปลี่ยนแปลงปฏิรูปประเทศจำนวนมาก แม้แต่เรื่องตำรวจที่หลายคนเรียกร้อง สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.)ก็ผ่านเรียบร้อย ช่วงปีสุดท้ายเป็นปีที่มีสีสันที่สุด เป็นปีที่ทุกอย่างเห็นผลและเกิดการเปลี่ยนแปลง รู้สึกพอใจและสบายใจ นายกฯคงมีหลายเรื่องที่จะ บอกกับประชาชนในวันแถลงข่าว เวลาอาจไม่พอด้วยซ้ำ ก่อนการเลือกตั้งเราต้องพยายามปิดงานให้ได้ นายกฯสั่งอยู่ตลอดเวลาเร่งให้ทุกคนปิดงาน พยายามเดินหน้าทุกโครงการให้เห็นผล

สามมิตรโวยปล่อยข่าวดิสเครดิต
ด้านนายสมศักดิ์ เทพสุทิน ประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์หาเสียงเลือกตั้งพรรคพลังประชารัฐ แกนนำกลุ่มสามมิตร กล่าวว่า มีการเผยแพร่ในทำนองว่าไปปราศรัยโจมตีนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่ จ.มหาสารคาม ชาวบ้านจึงเดินทางกลับ ถือเป็นการดิสเครดิตพรรคพลังประชารัฐที่เกิดขึ้นต่อเนื่อง ถ่ายเก้าอี้โล่งๆตอนคนยังไม่มา แล้วนำไปโจมตีว่าไม่มีคนมา ยืนยันว่าช่วงปราศรัยประชาชนไม่ได้ลุกหนี มีคนไม่ต่ำกว่า 5,000 คนรับฟังกลุ่มใต้ดินเหล่านี้ยังไม่หยุด คงเพราะกลัวที่คะแนนนิยมพลังประชารัฐเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง เรื่องแบบนี้จับมือใครดมไม่ได้ แต่อยากให้ประชาชนรู้ว่าขบวนการเหล่านี้เขาก้าวข้ามความขัดแย้งไม่ได้
รื้อบัญชีอีกรอบก่อนเคาะผู้สมัคร
ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า พรรคพลังประชารัฐใกล้วางตัวว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.ทั้ง 350 เขตเสร็จแล้ว และเตรียมเปิดตัวเป็นทางการช่วงวันที่ 2-4 ก.พ. โดยจะทยอยเปิดตัวในแต่ละภาค เริ่มที่ผู้สมัคร ส.ส. กทม. 30 เขตเป็นชุดแรก ในวันที่ 2 ก.พ. โดยเมื่อวันที่ 24 ม.ค. แกนนำพรรคนำโดย นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ เลขาธิการพรรค นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานยุทธศาสตร์ภาคอีสาน นายสมศักดิ์ เทพสุทิน ประธานคณะกรรมการเฉพาะกิจในการรณรงค์การหาเสียงเลือกตั้ง ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ประธานยุทธศาสตร์การเลือกตั้งภาคเหนือ นายอนุชา นาคาศัย ประธานยุทธศาสตร์การเลือกตั้งภาคกลาง ประชุมสรุปภาพรวมหลังแกนนำลงพื้นที่หาเสียง และประเมินความนิยมของว่าที่ผู้สมัครแต่ละภาค พบบางพื้นที่ต้องปรับเปลี่ยนวางตัวใหม่

สลับ “ลูกบุญทรง-เดือนเต็มดวง”
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า โดยพื้นที่เลือกตั้งเขต 5 จ.เชียงใหม่ เดิม ร.อ.ธรรมนัสวางตัว ร.อ.หญิง เดือนเต็มดวง ณ เชียงใหม่ แต่หลังเปิดตัวพบกระแสนิยมไม่แรงอย่างที่คาดไว้ ทำให้พรรคต้องปรับแผนใหม่ ขณะนี้มีแนวโน้มสูงว่าจะเปลี่ยนเป็นส่งนายเดชนัฐวิทย์ เตริยาภิรมย์ บุตรชายนายบุญทรง เตริยาภิรมย์ อดีต รมว.พาณิชย์ มาลงแทน จากเดิมวางตัวไว้ในส่วนของ ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ และให้ ร.อ.หญิง เดือนเต็มดวง ไปอยู่ในบัญชีรายชื่อแทนหรือไปเบียดลงเขตอื่น ส่วน กทม.พบบางเขตมีผู้แสดงความประสงค์ลงสมัครมากกว่า 1 คน พรรคจะใช้วิธีวัดจาก ส.ก.และ ส.ข.ที่มาจากพรรคเพื่อไทยและพรรคประชาธิปัตย์ และจากที่พรรคทำโพล เบื้องต้นตั้งเป้า กทม.ไว้ 2-3 ที่นั่ง
ปชป.ฉะ กกต.ทำลายบรรยากาศ
ที่พรรคประชาธิปัตย์ นายธนา ชีรวินิจ โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า การออกระเบียบข้อปฏิบัติเลือกตั้งที่ไม่ชัดเจนของ กกต.มีหลายเรื่อง เช่น 1.การหาเสียงทางอิเล็กทรอนิกส์ ส่งผลกระทบต่อผู้สมัคร ส.ส.ทั่วประเทศ 2.เรื่องยานพาหนะ 3.กรณีมีผู้ไปช่วยหาเสียง ต้องแจ้งให้ กกต.จังหวัดทราบ ทั้งที่พฤติกรรมและวิถีชีวิตคนไทย เรามีสมาชิกพรรค มีเครือญาติ เวลาลงพื้นที่ตามหมู่บ้าน ต้องมีสมาชิก ประชาชน และญาติพี่น้องในพื้นที่มาสนับสนุนเดินกับผู้สมัคร ถือเป็นปกติทั่วไป ถามว่าจะให้ผู้สมัครแจ้งอย่างไร อยากให้ กกต.พิจารณาให้สอดคล้องกับวิถีชีวิต วัฒนธรรม และตามความจริง และ กกต.กำหนดเรื่องค่าใช้จ่ายเลือกตั้งมาแล้วน่าจะใช้หลักเกณฑ์ดังกล่าวในการเลือกตั้ง ระเบียบบางเรื่องเขียนดูดีแต่ทำได้ยาก จึงขอให้ กกต.มีหน่วยงานที่สามารถตอบข้อสงสัย ไม่ต้องเสียเวลาทำหนังสือสอบถามอีก ขอเรียกร้องให้ กกต.กำหนดระเบียบให้ชัดเจน เพราะจะทำลายบรรยากาศในการหาเสียง

เอือมระอา 4 รมต. ให้สังคมตัดสิน
นายธนากล่าวว่า ส่วนกรณี 4 รัฐมนตรีจะลาออกเมื่อไร อย่างไร เราคงไม่เรียกร้องอีกแล้ว ถือเป็นเรื่องจริยธรรมทางการเมืองของแต่ละบุคคล ต้องมีความรับผิดชอบและแสดงออกต่อสังคม เมื่อท่านไม่ลาออกและคิดว่ายังสามารถอยู่จนกระทั่งที่คิดว่าสมควรจะลาออก ก็เป็นเรื่องที่ท่านและสังคมไทยต้องไปคิดและตัดสินต่อเองว่ามีจริยธรรมทาง การเมืองที่เหมาะสมหรือไม่ เมื่อถามถึงปัญหาการติดป้ายหาเสียง ที่ กกต.และ กทม.ขอเวลาหารือก่อน นายธนาตอบว่า หากนับห้วงเวลาหาเสียงตั้งแต่วันรับสมัครเลือกตั้งจะมีเวลา 45 วัน หากประกาศพื้นที่ติดป้ายหาเสียงช้าไป 5 วัน ผู้สมัครก็เหลือเวลาหาเสียงแค่ 40 วัน ทำให้มีเวลาน้อยลง
ฝันหวานกวาดอีสาน 15 ที่นั่ง
นายภูมิสรรค์ เสนีวงศ์ ณ อยุธยา ประธานคณะกรรมการกิจกรรมพิเศษภาคอีสาน พรรคประชาธิปัตย์ และผู้อำนวยการเลือกตั้งโซน 3 จังหวัด ได้แก่ นครราชสีมา ชัยภูมิ และเลย กล่าวว่า พื้นที่ดังกล่าวมีคุณหญิงกัลยา โสภณพนิช ที่ปรึกษาหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ รับผิดชอบ มั่นใจว่าพรรคเข้าใจ เข้าถึงปัญหา มีความพร้อมที่จะดูแลปัญหาประชาชน ภาคอีสานจะเป็นตัวแปรสำคัญในการจัดตั้งรัฐบาล มั่นใจว่าจะลงโทษพวกที่ซื้อเสียงดูถูกคนอีสานมาตลอด วันที่ 27 ม.ค.นี้ นายบัญญัติ บรรทัดฐาน กรรมการสภาที่ปรึกษาพรรค คุณหญิงกัลยา นายสุทัศน์ เงินหมื่น และนายอิสสระ สมชัย รองหัวหน้าพรรค จะลงพื้นที่ จ.เลย คาดว่าภาคอีสานจะได้ ส.ส.รวม 15 คน

พท.เคาะแล้วส่ง ส.ส.249 เขต
ผู้สื่อข่าวรายงานจากพรรคเพื่อไทยว่า คณะกรรมการสรรหาผู้สมัคร ส.ส.พรรคเพื่อไทย ที่มี พล.ต.ท.วิโรจน์ เปาอินทร์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย เป็นประธาน ได้ประชุมสรุปจำนวนผู้สมัคร ส.ส.ที่พรรคจะส่งในการเลือกตั้งวันที่ 24 มี.ค. โดยจะส่งผู้สมัคร ส.ส.ระบบเขตทั้งสิ้น 249 เขต ใน กทม. ส่งผู้สมัครทั้งสิ้น 22 เขต ส่วนผู้เสนอตัวลงสมัคร ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ มีทั้งสิ้น 131 คน ซึ่งคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์พรรคเพื่อไทย และนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ คณะทำงานฝ่ายเศรษฐกิจ แสดงความประสงค์ลงในส่วนนี้ด้วย โดยรายชื่อว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ ทางคณะกรรมการสรรหาผู้สมัครจะประชุมพิจารณากันอีกครั้งในวันที่ 30 ม.ค.
สับหลีกพื้นที่ทับซ้อนกับ ทษช.
ผู้สื่อข่าวรายงานจากพรรคไทยรักษาชาติว่า สำหรับพรรคไทยรักษาชาติ เบื้องต้นคาดว่าจะส่งผู้สมัคร ส.ส. 150 เขต โดยใน กทม.จะส่งเพียง 8 เขตเท่านั้น โดยภายหลังมีชื่อนายชัชชาติเข้ามาเป็น 1 ในแคนดิเดตนายกฯของพรรคเพื่อไทย ทำให้กระแสของพรรคเพื่อไทยใน กทม.ดีดตัวขึ้นแรงมาก จนพรรคไทยรักษาชาติจำเป็นต้องหลีกทางให้ในหลายเขต จากเดิมที่คาดว่าจะส่งผู้สมัคร ส.ส.กทม. 10-15 เขต

“ตู่” ลั่นถ้าชนะไม่ยอมให้ปล้นอีก
ที่เทศบาลศีขรภูมิ อ.ศีขรภูมิ จ.สุรินทร์ นายสงคราม กิจเลิศไพโรจน์ หัวหน้าพรรคเพื่อชาติ นายยงยุทธ ติยะไพรัช อดีตประธานรัฐสภา นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธาน นปช. ในฐานะผู้สนับสนุนพรรคเพื่อชาติ ร่วมเปิดสถาบันพัฒนาการเมืองพรรคเพื่อชาติ นายจตุพรกล่าวว่า 12 ปีที่เราต่อสู้กันมา ได้เลือกตั้ง 2 ครั้ง โมฆะทั้ง 2 ครั้ง ถูกยึดอำนาจ 2 ครั้ง รัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งของเราชนะทุกครั้ง แต่เราก็ถูกปล้นทุกครั้ง การเลือกตั้งครั้งนี้ถ้าพรรคเพื่อชาติได้รับชัยชนะจากประชาชน ขอประกาศตรงนี้ว่าชัยชนะที่พี่น้องประชาชนมอบให้ จะไม่ยอมให้มีการปล้นอำนาจอย่างที่ผ่านมาอีกแล้ว ช่วงโค้งสุดท้ายจะมาปักหลักนอนอยู่อีสาน จะตระเวนช่วยหาเสียงทุกอำเภอ ยืนยันจะซื่อสัตย์ต่อประชาชน และพรรคนี้จะไม่ยอมให้เผด็จการเข้ามายึดอำนาจอีกเด็ดขาด
ชทพ.บุกเมืองรถม้าเปิดผู้สมัคร
ที่ จ.ลำปาง น.ส.กัญจนา ศิลปอาชา หัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา นายวราวุธ ศิลปอาชา ประธานคณะทำงานด้านนโยบายและยุทธศาสตร์ นายประภัตร โพธสุธน เลขาธิการพรรค นายนิกร จำนง ผอ.พรรค ลงพื้นที่เปิดตัวว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.ลำปาง ทั้ง 4 เขต ได้แก่ นายชานนท์ สิทธิไพศาล นายวัชระ กาวิละนันท์ นายณัฐวุฒิ ไชยถาวรสิทธิ์ นางอธิกัญญ์ ทิชัย โดยทั้งหมดร่วมสักการะพระบรมราชานุสาวรีย์สมเด็จพระนเรศวรมหาราช ที่ อ.เกาะคา น.ส.กัญจนากล่าวว่า พวกเรามาด้วยความจริงใจ พรรคชาติไทยพัฒนาไม่มีปัญหากับใคร ไม่มีประเด็นกับใคร เราไม่ใช่พรรคการเมืองที่ดีแต่พูด ผู้หญิงคนนี้พูดคำไหนคำนั้น จะแก้ไขทุกข์สุข ดูแลแก้ปัญหาให้อย่างเต็มที่

ศึกสุพรรณฯ เรื้อรัง “จองชัย” ไม่จบ
ด้านนายจองชัย เที่ยงธรรม สมาชิกพรรคภูมิใจไทย กล่าวถึงกระแสข่าวว่าพรรคชาติไทยพัฒนาสามารถคลี่คลายปัญหาความขัดแย้งเรื่องการส่งผู้สมัคร ส.ส.สุพรรณบุรีได้แล้ว ว่า ยืนยันยังคงลงสมัคร ส.ส.สุพรรณบุรี ในนามพรรคภูมิใจไทย ที่ น.ส.กัญจนาระบุว่าแก้ไขปัญหาให้ลุล่วงแล้วนั้น ยืนยันว่าที่ผ่านมา น.ส.กัญจนา รวมถึงคุณหญิงแจ่มใส ศิลปอาชา ไม่เคยเรียกพูดคุยถึงประเด็นที่เป็นปัญหา “เจอทั้งคู่ 2 ครั้งในเดือน ม.ค. แต่เขาไม่พูดถึงปัญหาที่เกิดขึ้น โดยผมไม่ทราบถึงเหตุผล แต่เชื่อว่าเขาต้องรักษาเลขาธิการพรรคไว้ ดังนั้นผมขอประกาศจะลงเลือกตั้งเขต 3 จ.สุพรรณบุรี ของพรรคภูมิใจไทย และพร้อมสู้กับนายประภัตร โพธสุธน เลขาธิการพรรคชาติไทยพัฒนา กรณีที่เป็นปัญหาเพราะนายยุทธนา โพธสุธน หลานชายนายประภัตร จะลงชิงเขต 4 ในนามพรรคพลังประชารัฐ ซึ่งเป็นเขตเดียวกับนายเสมอกัน เที่ยงธรรม ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.สุพรรณบุรี ทราบมีการแก้ปัญหาโดยพรรคพลังประชารัฐจะส่งอดีตนายอำเภอด่านช้างลง แต่ข้อเท็จจริงพบว่านายยุทธนายังลงพื้นที่หาเสียงอยู่ ทำให้ไม่มั่นใจว่ามีการแก้ปัญหาตามที่ น.ส.กัญจนาระบุจริงหรือไม่
“เสมอกัน” ปวดหัวให้ผู้ใหญ่ว่ากัน
นายเสมอกัน เที่ยงธรรม ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.สุพรรณบุรี บุตรชายนายจองชัย กล่าวถึงปัญหาระหว่างนายจองชัยกับนายประภัตรว่าเป็นเรื่องของผู้ใหญ่ ไม่ขอยุ่ง และไม่ค่อยได้รับทราบปัญหา เป็นเรื่องที่ปวดหัว แล้วแต่พ่อเลยว่าจะเอาอย่างไร สุดท้ายผลออกมาอย่างไรก็ตามนั้น ส่วนตัวเคารพในการตัดสินใจของพ่อ ส่วนตัวยังยืนยันว่าลงสมัครในนามพรรคชาติไทยพัฒนาเหมือนเดิม เพราะได้พูดคุยกับนายวราวุธ ศิลปอาชา ยืนยันจะให้ลงสมัครเขต 4 เหมือนเดิม โดยไม่มีความขัดแย้งกัน

“เสี่ยหนู” ดีใจคน กทม.ต้อนรับ
ช่วงเช้าวันเดียวกันที่สวนธนบุรีรมย์ กทม. นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย พร้อมแกนนำพรรค อาทิ นายสรอรรถ กลิ่นประทุม ประธานที่ปรึกษา พ.อ.เศรษฐพงศ์ มะลิสุวรรณ โฆษกพรรค และทีมว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.กทม. และจังหวัดใกล้เคียง ลงพื้นที่เขตราษฎร์บูรณะ ทุ่งครุ พบปะประชาชนที่มาออกกำลังกาย ซึ่งได้รับการต้อนรับอย่างดีเข้ามาทักทายและขอถ่ายรูปจำนวนมาก นายอนุทินกล่าวว่า สมัยก่อนเวลาเดินใน กทม.ไม่มีใครรู้จักพรรคภูมิใจไทย แต่วันนี้มีคนเชื่อมั่นและให้กำลังใจ เราตั้งใจทำงานไม่ได้มาชิงไหวชิงพริบทางการเมือง หรือสร้างความขัดแย้ง เที่ยวนี้ขอทำอย่างเดียวคือทำงานเพื่อปากท้อง ไม่ทำอย่างอื่น เมื่อถามว่าหลายพรรคเรียกร้องให้ กกต. กำหนดรายละเอียดเกี่ยวกับการหาเสียงให้ชัดเจน เช่น การโพสต์เฟซบุ๊ก นายอนุทินตอบว่า พรรคเราไม่มีปัญหา ระเบียบเขียนชัดเจนว่าอะไรทำได้หรือไม่ได้ เราก็ทำตามนั้น ดีที่สุดคือไม่ต้องโพสต์ แต่ลงไปหาชาวบ้าน ตอนนี้เลิกโพสต์แล้ว ต้องขยันเดินเคาะทุกประตูบ้าน เอานโยบายพรรคไปนำเสนอ ไม่ใช่อยู่บ้าน พิมพ์อะไรแล้วเอากล้องมือถือมาถ่ายคลิปตัวเอง แล้วก็มาบอกให้คนเลือกตัวเอง ไม่มีใครเขาเลือกหรอก
ปลัดฯพัทลุงลาออกซบภูมิใจไทย
ที่ศาลากลางจังหวัดพัทลุง นายฉลอง เทอดวีระพงศ์ ปลัดจังหวัดพัทลุง เข้ายื่นหนังสือขอลาออกจากตำแหน่งต่อนายกู้เกียรติ วงศ์กระพันธุ์ ผวจ.พัทลุง เพื่อไปลงสมัคร ส.ส.พัทลุง พรรคภูมิใจไทย นายฉลองกล่าวว่า ชื่นชอบนโยบายที่จะแก้ปัญหาปากท้อง ประชาชน ไม่เคยขัดแย้งหรือสร้างศัตรูกับพรรคใด จึงตัดสินใจลาออกจากราชการมาลงสมัคร ส.ส.เขต 2 ส่วนเรื่องที่นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ พาดพิงเรื่องการเก็บบัตรประชาชนนั้น เขาไม่ได้ระบุว่าเป็นใคร เลยไม่อยากไปโต้ตอบสร้างความขัดแย้งกับนักการเมืองคนไหน ขอเดินหน้าพบปะประชาชนชี้แจงนโยบายพรรคอย่างเดียว ใครจะสาดโคลนใส่ก็เชิญตามสบาย

“ธนาธร” ลงพื้นที่ชุมชนคลองเตย
ที่ชุมชนคลองเตย นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ ลงพื้นที่พบปะชาวชุมชนคลองเตย รับฟังปัญหาความเป็นอยู่และคุณภาพชีวิต นายธนาธรกล่าวว่า หากพรรคอนาคตใหม่มีโอกาสเข้าไปทำงานในสภา จะเดินหน้าแก้ปัญหาให้ประชาชนทุกชุมชนมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น เป็นความตั้งใจแรกที่ลงมาทำงานการเมือง สิ่งที่น่าเศร้ามากเมื่อได้มาเยือนชุมชนคลองเตย คือที่นี่แทบไม่เปลี่ยนไปคุณภาพชีวิตยังไม่ได้รับการพัฒนา จาก 20 ปีที่แล้วที่เคยมาทำงาน มาเยือนชุมชนตอนทำกิจกรรมนักศึกษา กับปัจจุบัน ชาวคลองเตยยังคงเป็นภาพสะท้อนความ เหลื่อมล้ำของกรุงเทพฯ และประเทศไทย นี่คือสาเหตุที่พรรคอนาคตใหม่ต้องเกิดขึ้น ชาวอนาคตใหม่ต้องการเปลี่ยนแปลงสังคม แก้ไขประเทศ สร้างสังคมที่คนไทยเท่าเทียมกัน นำประเทศไทยเท่าทันโลก
“เสรีพิศุทธ์” เฉ่ง กกต.ปล่อยข่าวมั่ว
ที่ จ.พิษณุโลก พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียาเวส หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย กล่าวขณะเป็นประธานอบรมสัมมนาว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.ภาคเหนือ ว่ายืนยัน จะส่งผู้สมัคร ส.ส.ครบ 350 เขต ขอให้ผู้สมัคร ส.ส.เตรียมเอกสารหลักฐานให้พร้อม และขอให้ผู้สมัครทำความเข้าใจกฎระเบียบการเลือกตั้งให้เข้าใจ เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาภายหลัง ส่วนที่ กกต.ระบุว่ามีเพียงพรรคการเมืองเดียวที่สามารถส่งผู้สมัคร ส.ส.ได้ ขอให้ความมั่นใจว่าพรรคเสรีรวมไทยปฏิบัติตามระเบียบ กกต.ทุกประการ การที่เจ้าหน้าที่ กกต.ให้ข่าวเช่นนี้สร้างความสับสนให้กับว่าที่ผู้สมัครมาก อยากฝาก กกต.ว่าควรตรวจสอบให้เรียบร้อยก่อนออกมาให้ข่าว

“บิ๊กตู่” ตบเท้าฉลอง 61 ปีเตรียมทหาร
วันเดียวกันที่โรงเรียนเตรียมทหาร จ.นครนายก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคสช. เป็นประธานงานวันสถาปนาโรงเรียนเตรียมทหารครบรอบ 61 ปี โดยมี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม และรัฐมนตรีที่เป็นอดีตนายทหารเข้าร่วมงาน โดยปีนี้มีศิษย์เก่าเตรียม ทหารดีเด่นได้รับรางวัลเกียรติยศจักรดาว 17 นาย อาทิ พล.อ.ณัฐ อินทรเจริญ ปลัดกระทรวงกลาโหม พล.อ.พรพิพัฒน์ เบญญศรี ผบ.ทหารสูงสุด พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผบ.ทบ. พล.ร.อ.ลือชัย รุดดิษฐ์ ผบ.ทร. และ พล.อ.อ.ชัยพฤกษ์ ดิษยะศริน ผบ.ทอ. พล.อ.อักษรา เกิดผล อดีตหัวหน้าคณะพูดคุยเพื่อสันติสุขจังหวัดชายแดนใต้ เป็นต้น
ให้ทหารช่วยรัฐบาลในวิถีที่ถูกต้อง
พล.อ.ประยุทธ์กล่าวสดุดีและยกย่องผู้ที่ได้รับรางวัลจักรดาวตอนหนึ่งว่า เชื่อมั่นว่าทุกคนจะดำรงไว้ซึ่งศักดิ์ศรีเกียรติภูมิของกองทัพไทย จงรักภักดีต่อชาติศาสนาพระมหากษัตริย์เพื่อดำรงรักษาอธิปไตยและความมั่นคงของบ้านเมือง ทำให้ประชาชนรู้สึกว่าทหาร-ตำรวจเป็นที่พึ่งได้ทุกโอกาส น้อมนำแนวทางจิตอาสาพระราชทานของสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวบูรณาการปฏิบัติหน้าที่ให้เกิดผลสัมฤทธิ์มุ่งมั่นดำรงตนในคุณธรรมจริยธรรม สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงรับสั่งว่า ขอให้ทุกคนทำหน้าที่ให้ดีที่สุดให้ประชาชนมีความสุข มีระเบียบวินัย มีความเจริญยั่งยืนพวกเราทุกคนต้องช่วยรัฐบาลเดินหน้าประเทศในวิถีทางที่ถูกต้องตามระบอบประชาธิปไตย ขอให้ประชาชนเชื่อมั่นพวกเราจะทำหน้าทีี่่นำพาประเทศไปสู่ความสุขสันติยั่งยืนในทุกมิติทุกรูปแบบ ศักดิ์ศรีเกียรติยศอยู่ที่ประชาชนจะมอบให้เราไม่สามารถไปบังคับให้ใครเคารพนับถือได้ หากทำดีจะมีความสุขใจมีเกียรติยศหากทำไม่ดีก็จะเสื่อมเสีย
ปัดตอบอนาคตทางการเมือง
ผู้สื่อข่าวพยายามสอบถามถึงการตัดสินใจอนาคตทางการเมือง พล.อ.ประยุทธ์เพียงแต่ยิ้มก่อนตอบสั้นๆว่า “ไปดูข้อกฎหมาย” และเดินทางกลับไปเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการยุทธศาสตร์ชาติ ที่ตึกภักดีบดินทร์ ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า รัฐบาลจะจัดงานมหกรรมการสร้าง การรับรู้ต่อยุทธศาสตร์ชาติ (Big Bang อนาคตไทย อนาคตเรา) ในวันที่ 30 ม.ค. ให้ประชาชนรับรู้ มองยุทธศาสตร์ชาติเป็นกรอบสำคัญในการปฏิรูปประเทศ และให้ทุกรัฐบาลทำตามกรอบนี้ไปพร้อมกับนโยบายของทุกพรรคการเมือง
เล็งเป้าใหญ่ค้าขายไทย-เวียดนาม
ต่อมาเวลา 16.00 น. นายฝ่าม บิ่งห์ มิงห์ รองนายกฯและ รมว.การต่างประเทศเวียดนาม เข้าเยี่ยมคารวะนายกฯ พล.ท.วีรชน สุคนธปฏิภาค รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า นายกฯหวังว่าไทย-เวียดนามจะเพิ่มมูลค่าการค้าถึง 20,000 ล้านดอลลาร์ฯได้ในปี 63 และขอให้เวียดนามช่วย ผลักดันการแก้ไขปัญหาต่างๆ ให้ไทย เช่น การส่งออก รถยนต์และผลไม้ ขณะที่รองนายกฯเวียดนามชื่นชมกับ ความสำเร็จในการแก้ไขปัญหาการทำประมงผิดกฎหมาย ขาดการรายงานและไร้การควบคุม (ไอยูยู) ของไทย

28 ม.ค.ลุยสระบุรีมอบที่ ส.ป.ก.
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในวันที่ 28 ม.ค. พล.อ.ประยุทธ์มีกำหนดการไปตรวจเยี่ยมสวนพฤกษศาสตร์พุแควนพฤกษศาสตร์แห่งแรกของประเทศในพื้นที่ป่าอนุรักษ์ใกล้ชุมชน ตามโครงการป่าในเมือง สวนป่าประชารัฐเพื่อความสุขของคนไทย ที่ ต.พุแค อ.เฉลิมพระเกียรติ จ.สระบุรี และเป็นสักขีพยานมอบ ที่ดิน ส.ป.ก.4-01 ให้เกษตรกร 10 ราย มอบสมุดประจำตัวผู้ได้รับการคัดเลือกให้ทำกินในชุมชนตามนโยบายแปลงรวมพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติตามโครงการจัดที่ดินทำกินให้ชุมชน (คทช.) อีก 10 ราย ก่อนจะไปพบปะประชาชนเยี่ยมชมศูนย์โอทอปคอมเพล็กซ์พุแค และศูนย์การท่องเที่ยวโอทอปนวัตวิถีตามโครงการไทยนิยมยั่งยืน ที่ตลาดหัวปลี
คืนความสุขหั่นเวลาจ้อวันศุกร์
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากมี พ.ร.ฎ.ให้มีการเลือกตั้งออกมา ทีมงานนายกฯจะปรับรูปแบบ รายการศาสตร์พระราชาสู่การพัฒนาที่ยั่งยืนออกอากาศทางโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทยทุกวันศุกร์ให้สั้นกระชับลง ใช้เวลามากสุดไม่เกิน 25 นาที โดยเมื่อเวลา 20.15 น.วันเดียวกัน พล.อ.ประยุทธ์ใช้เวลาพูดเนื้อหาในรายการดังกล่าวประมาณ 10 นาที อาทิ เรื่องธนาคารโลก โดยเชื่อมั่นว่าเศรษฐกิจไทยจะเติบโตแข็งแรงต่อเนื่อง ชักชวนให้ประชาชนโหลดดูผลการงานรัฐบาลปีที่ 4 จากเว็บไซต์ https://www.nesdb.go.th/download/document/GovSum4.pdf งานมหกรรมสร้างการตระหนักรู้ยุทธศาสตร์ชาติที่จะจัดในวันที่ 30 ม.ค.-1 ก.พ. ที่ลานด้านหน้าศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ การบริหารจัดการทรัพยากรที่ดินที่จะมีหน่วยงานใหม่เข้ามารับผิดชอบ และการควบคุมสินค้าเวชภัณฑ์และบริการรักษาพยาบาลใหม่ ก่อนจะเปิดวีดิทัศน์ผลงานรัฐบาลปิดท้ายรายการอีก 7 นาที
“วิษณุ” กระตุ้น ป.ป.ท.ปราบโกง
ที่โรงแรมเบสท์เวสเทิร์นพลัสแวนด้าแกรนด์ ถนนแจ้งวัฒนะ นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานพิธีเปิดงานและมอบนโยบายการดำเนินงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตภาครัฐ โดยนายวิษณุกล่าวตอนหนึ่งว่า สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) มีมา 11 ปี มาช่วยแบ่งเบาทำคดีเล็กที่สำคัญให้สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) มีผลงานชัดเจนโดยเฉพาะคดีทุจริตจำนำข้าว คดีทุจริตเงินทอนวัด คดีทุจริตคนไร้ที่พึ่ง และคดีทุจริตนักเรียนผี ปีนี้รัฐบาลอยากให้ ป.ป.ท.เข้มงวดเรื่องการสร้างเครือข่ายกับองค์กรภาครัฐ ภาคประชาชนและองค์กรนานาชาติให้มากขึ้น บังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจังให้เกิดความศักดิ์สิทธิ์ ให้ความรู้และเตือนสติประชาชนให้เกิดความตระหนักในเรื่องทุจริต
เปิดวิชั่นเศรษฐกิจพรรคการเมือง
ที่ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย สภาธุรกิจ ตลาดทุนไทย จัดสัมมนานโยบายเศรษฐกิจและตลาดทุนไทยภายใต้รัฐบาลหลังเลือกตั้ง โดยมีแกนนำ 7 พรรคการเมืองด้านเศรษฐกิจร่วมแสดงวิสัยทัศน์ โดยนายกรณ์ จาติกวณิช ประธานกรรมการนโยบายพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า เน้นใน 3 นโยบายหลัก คือ แก้จน สร้างคน และสร้างชาติ ดูแลผู้มีรายได้น้อยโดยใช้หลักการรับประกันรายได้ให้เกษตรกร และผู้ใช้แรงงาน กำหนดเงินเดือนหรือรายได้ขั้นต่ำคนไทยไว้ที่ปีละ 120,000 บาท การสร้างคน คือ ให้ความสำคัญกับการศึกษา ส่วนนโยบายสร้างชาติ จะกระจาย อำนาจการปกครอง โดยการเลือกตั้งผู้ว่าฯทั่วประเทศ
ไทยรักษาชาติดันเอไอเปลี่ยนโครงสร้าง
ด้านนายพิชัย นริพทะพันธุ์ ประธานคณะทำงานเศรษฐกิจพรรคไทยรักษาชาติ กล่าวว่า พรรคให้ความสำคัญ 3 ด้าน 1.อยากเห็นไทยรับมือการเปลี่ยนแปลงเทคโนโลยีที่เข้ามาเร็ว ให้ก้าวทันโลก และนำโลก 2.รับมือปัญหาเศรษฐกิจโตต่ำ ต้องรับมือ การว่างงานจากเทคโนโลยี AI การรับมือกับคนสูงอายุให้มีรายได้ใช้จ่าย และ 3.ทำให้ไทยกลับเป็นศูนย์กลางอาเซียน อยากเห็นตลาดหลักทรัพย์เป็นแหล่งรายได้ของคนทั้งประเทศ ไม่ใช่แหล่งของคนรวยอย่างเดียว ประชาชนส่วนใหญ่ต้องได้ประโยชน์ นำเทคโนโลยีเอไอมาพัฒนาตลาดทุน และอยากเห็นการเปลี่ยนโครงสร้างประเทศ
ชาติพัฒนายึดโมเดลอีสานอินเตอร์
นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ ประธานที่ปรึกษาพรรคชาติพัฒนา กล่าวว่า ต้องให้ประชาชนทุกกลุ่ม โดยเฉพาะคนรากหญ้า และธุรกิจเอสเอ็มอี ได้ประโยชน์จากการเติบโตของเศรษฐกิจอย่างทั่วถึง เท่าเทียม ขณะเดียวกันต้องยึด 2 กลุ่มอุตสาหกรรมหลัก คือ ภาคการเกษตร และการท่องเที่ยว เร่งขยายตลาดการส่งออก ดูแลวินัยการเงินการคลัง และปัญหาหนี้ ตลอดจนการนำเทคโนโลยีเอไอ หุ่นยนต์ บิ๊กดาต้ามาใช้เพื่อปรับโครงสร้างเศรษฐกิจให้มีเสถียรภาพ ใช้ความเป็นเมืองอินเตอร์ของอีสาน เชื่อมโยงกับเพื่อนบ้านสู่อินโดจีน
พปชร.ดันตลาดทุนให้คนตัวเล็ก
นายอุตตม สาวนายน หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ กล่าวว่า อยากให้ตลาดทุนมีบทบาทต่อประเทศชาติโดยรวม มากกว่าบทบาทต่อเศรษฐกิจเท่านั้น โดยเฉพาะการสนับสนุนเอสเอ็มอี ปลดล็อกให้เงินทุนและความมั่งคั่งกระจายสู่ผู้ประกอบการรายเล็ก เศรษฐกิจยุคปัจจุบันความเข้มแข็งต้องมาจากฐานราก ไม่ใช่จากอุตสาหกรรมเช่นยุคก่อน ต้องการนำเทคโนโลยีให้เข้าถึงคนวงกว้าง ช่วยสร้างโอกาสให้คนอีกจำนวนมาก เพราะเทคโนโลยีคือเครื่องมือของคนตัวเล็ก และเป็นปัจจัยกระจายความเจริญสู่ภูมิภาค ลดความเหลื่อมล้ำ
เพื่อไทยปิ๊งไอเดียปลูกไม้มีค่า
นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า นโยบายเศรษฐกิจยึดหลัก 4 ล้อ เพื่อให้รถวิ่งไปได้เข้มแข็ง 1.การท่องเที่ยว 2.การลงทุนของเอกชน 3.การอุปโภคบริโภค ต้องทำให้ค่าแรงเงินเดือนเพิ่มขึ้น ให้ประชาชนมีอำนาจจับจ่าย และ 4.การใช้จ่ายภาครัฐ เก็บภาษีให้พอดีๆ ส่วนการรับมือกับการเข้าสู่สังคมผู้สูงวัย มีไอเดียอยากให้มีการลงทุนผ่านการปลูกไม้มีค่า เป็นการลงทุนระยะยาวผ่านกองทุนซื้อขายได้ เปรียบเหมือนการออมที่ให้ผลตอบแทนสูง
“อนุทิน” หนุนผู้สูงวัยขับแกร็บ
ขณะที่นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย กล่าวว่า อยากให้ทุกคนเท่าเทียมกัน ไม่เฉพาะแต่เกษตรกร และคนใช้แรงงาน ผู้ประกอบการก็ต้องดูแล ส่งเสริมให้ลงทุนได้ดี ต้องลดบทบาทภาครัฐลง เมื่อประเทศกลับคืนสู่ประชาธิปไตยและการเลือกตั้ง เงินที่ใช้ซื้ออาวุธก็ต้องลดลงด้วย โครงการภาครัฐต้องกระจายให้ทั่วถึง เช่น โครงการอีอีซี ไม่ควรเอาไปลงเป็นจุดๆ ทำให้เกิดความเคลือบแคลง ส่วนการรองรับสังคมผู้สูงวัย ควรทำให้บริการอย่างแกร็บคาร์ถูกกฎหมาย ผู้สูงวัยสามารถขับรถรับจ้างเพื่อหารายได้โดยถูกต้อง