
“มาร์ค” ย้อนแสบ “บิ๊กตู่” ไม่ใช่เครื่องดูดฝุ่น ดูดแล้วบ้านเมืองเลยไม่สะอาด ขอให้ช่วยจับตาจะ เลิกพฤติกรรมดูดหรือไม่ ตอก พท. สวมแต่เปลือกเสรี ปชต. ลั่นอุดมการณ์ไม่ตรงกันขอเป็นฝ่ายค้าน
ไม่เคยดิ้นรนหาอำนาจ โอดสมาชิกเหลือแค่หลักหมื่น “วัชระ” เสียงอ่อยข้อมูลที่เอามาปูดเพราะหวังดี ขอบคุณ “วิษณุ” ที่ตักเตือนศิษย์ ไม่วายแซะยื้อเลือกตั้งพร่ำเพรื่อ ถือว่าพูดเท็จผิดกฎหมายหรือไม่ “ประจิน” เด้งเชือกไม่รู้ไม่เห็นรัฐบาลแห่งชาติของโหร คมช. “วิษณุ” ไล่ไปถามเจ้าตัวเอง ผบ.ทบ.หนุนจัดการคนพูดเท็จ “อภิสิทธิ์” จี้เคลียร์ปมร้อน กสทช. ศาลฎีกามีมติเลือก “ฉัตรไชย-ปกรณ์” 2 คนเดิมเสนอเป็น กกต.
สืบเนื่องจาก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้า คสช. ออกอาการฉุนขาดสั่งการให้ฝ่ายกฎหมายของรัฐบาล ตรวจสอบและดำเนินคดีกับนายวัชระ เพชรทอง อดีต ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ ที่ออกมาปูดข้อมูลการระดมทุน 4 หมื่นล้านบาทเพื่อตั้งพรรคทหารนั้น
“มาร์ค” ย้อนแสบดูดไม่สะอาด
เมื่อวันที่ 26 เม.ย. นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ให้สัมภาษณ์ในรายการ 101 องศาข่าวทางสถานีวิทยุเอฟเอ็ม 101 ถึงข้อมูลการใช้ตำแหน่งทางการเมืองล่อดูดนักการเมืองไปร่วมงานกับรัฐบาล ว่า ที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้า คสช. ตอบโต้ว่าไม่ใช่ เครื่องดูดฝุ่นนั้น ตนติติงในเชิงระบบ เพราะไม่อยากให้การเมืองกลับไปสู่รูปแบบเก่า ถ้าได้เครื่องดูดฝุ่นก็ดี คือดูดแล้วบ้านเมืองสะอาดขึ้น แต่บังเอิญไม่ใช่เครื่องดูดฝุ่น ดูดแล้วบ้านเมืองไม่ได้สะอาดขึ้น ส่วนการให้ตำแหน่งนั้นที่ผ่านมามีการนัดหมายติดต่อกันจริง คงปฏิเสธไม่ได้ เลยติงไว้ว่าถ้าทำอย่างนี้จะมีปัญหาในอนาคต ส่วนท่านจะเลิกตรงนี้หรือไม่ให้จับตาดูกันต่อไป
ลั่นอุดมการณ์ไม่ตรงอยู่ฝ่ายค้าน
หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์กล่าวว่า ส่วนอดีต ส.ส.พรรคเพื่อไทยบางคนระบุว่า ท้าทายให้ประกาศว่าจะไม่จับมือกับพรรคทหารนั้น ยืนยันว่าพรรคประชาธิปัตย์เป็นเสรีนิยมประชาธิปไตย ที่ไม่ได้พูดแค่ว่าเลือกตั้ง จึงไม่ต้องไปดิ้นรนจับมือกับใคร ถ้าจะทำงานกับใครแล้วไม่ตรงกับอุดมการณ์ จะนำพาบ้านเมืองไปผิดทิศผิดทาง พรรคขอทำหน้าที่เป็นฝ่ายค้านตรวจสอบ ไม่มีปัญหาอะไรเลย แต่บางพรรคอาจไม่สามารถอยู่เป็นฝ่ายตรวจสอบได้ ก็ต้องดิ้นรนเข้าหาอำนาจ ดังนั้นคงมาตีความสิ่งที่ตนพูดไม่ได้เพราะว่ากรอบความคิดไม่ตรงกัน ใครที่เคยอ้างประชาธิปไตย แต่ไม่เสรีนิยม คือพอมีอำนาจแล้วนึกว่าตัวเองทำอะไรก็ได้ ใครที่มาจากการเลือกตั้งแต่กินรวบ รวบอำนาจ แทรกแซงองค์กรอิสระ ไม่ยอมรับ การตรวจสอบ ข่มขู่ว่าใครไม่เลือกก็ไม่ทำงานให้ อย่างนี้ไม่เป็นเสรีประชาธิปไตย ผู้ก่อตั้งพรรคประชาธิปัตย์ที่ประกาศอุดมการณ์ ถึงบอกว่าไม่เอาเผด็จการทุกรูปแบบ เพราะรู้ว่ามันมีบางรูปแบบซ่อนมากับกระบวนการของประชาธิปไตยได้
โอดสมาชิกเหลือแค่หลักหมื่น
นายอภิสิทธิ์ยังกล่าวถึงความคืบหน้าในการเปิดให้สมาชิกพรรคยืนยันตัวตน ตามที่ พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมืองกำหนดนั้น ยอมรับว่าแต่ละวันในแต่ละพื้นที่ ต้องใช้เวลาค่อนข้างมาก เพราะว่า กกต. กับ คสช. บอกว่าเป็นลักษณะกิจกรรม ประชาสัมพันธ์ไม่ได้ ต้องไปสื่อสารเป็นรายบุคคล จึงต้องใช้เวลา หลังจากนี้อีก 30 วัน เป็นภาระหนักของตนในฐานะหัวหน้าพรรค ที่ต้องส่งเอกสารทั้งหมดนี้ให้กับ กกต. ขณะนี้ได้ทดลองให้เจ้าหน้าที่พรรคมาทำเรื่องเอกสารทั้งหมด เพื่อส่งให้กับ กกต. เฉลี่ยเจ้าหน้าที่พรรค 1 คน สามารถทำเอกสารหลักฐานสมาชิกได้ประมาณ 100 คน แต่ที่ยืนยันตนมาแล้วเหลืออีกไม่กี่วันจะครบ 30 วัน จึงคาดว่าจะมีสมาชิกมายืนยันตัวตนแค่หลักหมื่น จากที่เคยมีอยู่นับล้านคน
“วัชระ” ขอบคุณ “วิษณุ” เตือนศิษย์
ด้านนายวัชระ เพชรทอง อดีต ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า กรณีนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี เตือนว่าการกล่าวหาเรื่องเงิน 4 หมื่นล้านบาท เป็นการพูดเท็จถือว่าผิดกฎหมายนั้น ขอบคุณอดีตอาจารย์มหาวิทยาลัยรามคำแหงที่ตักเตือนลูกศิษย์ แต่ตนไม่มีเจตนากล่าวหา พล.อ.ประยุทธ์ เพียงได้ข่าวมาว่าประการใดก็แจ้งให้รัฐบาลและประชาชนรู้ ส่วนจะมีจริงหรือไม่ หรือใครไปแอบอ้าง เป็นเรื่องที่ต้องพิสูจน์ข้อเท็จจริงกันต่อไป จำได้หรือไม่ปีก่อนโน้นเคยบอกว่ามีทหารจะตั้งพรรค ก็ปฏิเสธว่าไม่จริง แล้ววันนี้จริงหรือไม่ เคยบอกแม้กระทั่งชื่อพรรคประชารัฐ ก็ปฏิเสธ แล้ววันนี้ใช้ชื่อพรรคอะไร บอกถึงชื่อหัวหน้าพรรคด้วยซ้ำ แล้ววันนี้เขากำลังตั้งพรรคอะไรในทำเนียบรัฐบาล ฉะนั้นข่าวนำมาบอกมันเป็นเพียงข่าว แต่ขอให้ดูต่อไปนานๆ นายวิษณุบอกว่าพูดเท็จผิดกฎหมาย แล้วที่เคยบอกเองว่าจะไม่ใช้มาตรา 44 พร่ำเพรื่อ อย่างนี้เข้าข่ายพูดเท็จผิดกฎหมายหรือไม่ หรือที่พูดว่าจะจัดการเลือกตั้งตั้งแต่ปลายปี 2558, 2559, 2560 ปรากฏว่าเป็นเท็จ หัวหน้ารัฐบาลพูดเท็จแบบนี้ผิดกฎหมายไหม
เสียงอ่อยที่พูดเพราะหวังดี
นายวัชระกล่าวอีกว่า การที่ พล.อ.ประยุทธ์ สั่งให้ฝ่ายกฎหมายไปตรวจสอบเอาผิดตน เชิญตาม สบาย แต่อย่าไปหากฎหมายใหม่นอกกรุงลงกา ที่จริง พล.อ.ประยุทธ์ต้องให้ฝ่ายกฎหมายรีบตรวจสอบเรื่องที่ตนยื่นร้องเรียนไปทุกฉบับว่า มีการทุจริตในหน่วยงานนั้นจริงหรือไม่ ที่สำคัญคือ นายกฯปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมายหรือไม่ ที่ออกมาพูดเพราะหวังดี เป็นคนตรงไปตรงมา ไม่เคยแอบอุบอิบไปขอ ประโยชน์จาก คสช. พูดแค่นี้นายกฯก็โกรธ สั่งฝ่าย กฎหมายให้เล่นงาน “ผมก็ศิษย์มีครู ลูกรามคำแหงไม่เคยกลัวใคร ท่านควรเปิดใจรับฟังเสียงสะท้อนและคำวิจารณ์ อย่าเลือกฟังแต่สิ่งที่ถูกใจอย่างเดียว ผมต้องการให้ คสช.ลงจากหลังเสืออย่างสง่างาม ให้ พล.อ.ประยุทธ์รู้จักคำว่า “ผมพอแล้ว” เช่น พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ ไม่อยากเห็นเป็นอย่างอื่น”
จอมโวยซัดนายกฯเอาเปรียบ
ช่วงบ่าย ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ผู้ร่วมก่อตั้งพรรคไทยศรีวิไลย์ นำโดยนายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ เดินทางมารับหนังสือการรับแจ้งการจัดตั้งพรรคการเมือง นายมงคลกิตต์กล่าวว่า หลังจากนี้จะยื่นขออนุญาต คสช. เพื่อทำกิจกรรม อยากให้ คสช.ผ่อนปรนให้พรรค การเมือง อย่างไรก็ตาม การที่นายกฯเดินสายพบประชาชนตามสถานที่ต่างๆ ถือเป็นการเอาเปรียบพรรคอื่น ขณะนี้ พล.อ.ประยุทธ์ถือว่าเป็นนักการเมืองเต็มตัวแล้ว การแต่งตั้งอดีต ส.ส. อดีตนักการเมืองเข้ามาดำรงตำแหน่งทางการเมือง ถือเป็นการซื้อพันธมิตรที่ค่อนข้างเอาเปรียบพรรคอื่น จึงอยากให้ลาออกจากตำแหน่งลงมาแข่งขันกันอย่างเป็นธรรม
กกต.รับรองแล้ว 31 พรรค
ด้าน พ.ต.อ.จรุงวิทย์ ภุมมา รักษาการเลขาธิการ กกต. ในฐานะรักษาการนายทะเบียนพรรคการเมือง กล่าวถึงความคืบหน้าการจดแจ้งจัดตั้งพรรคการเมือง ว่า ขณะนี้มียื่นจดแจ้งจัดตั้งพรรคกับ กกต.แล้ว 99 พรรค รับรองไปแล้ว 31 พรรค มี 9 พรรคที่ คสช.อนุญาตให้จัดประชุมใหญ่ได้ รวมทั้งมี 2 พรรคที่ยื่นขอจดทะเบียนเป็นพรรคการเมืองคือ พรรคทางเลือกใหม่ และพรรคมติประชา หากตรวจสอบคุณสมบัติแล้วไม่มีปัญหา จะประกาศลงราชกิจจานุเบกษาให้เป็นพรรคการเมืองต่อไป
มีผลแล้วผู้ตรวจการเลือกตั้ง
ต่อมาช่วงค่ำ เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษาเผยแพร่ ระเบียบคณะกรรมการการเลือกตั้ง ว่าด้วยผู้ตรวจการเลือกตั้ง โดยกำหนดรายละเอียดเกี่ยวกับผู้ตรวจการเลือกตั้ง ตามที่รัฐธรรมนูญ และ พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วย กกต.กำหนด มีรายละเอียดที่น่าสนใจ อาทิ คณะกรรมการคัดเลือกผู้ตรวจการเลือกตั้งประจำจังหวัด มีผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นประธาน ส่วนของกรุงเทพมหานคร มีปลัดกรุงเทพมหานครเป็นประธาน รวมถึงกำหนดคุณสมบัติว่า ต้องมีความเป็นกลางทางการเมือง ต้องไม่เป็นข้าราชการที่มีเงินเดือนประจำ ระหว่างการปฏิบัติหน้าที่ หาก กกต.พบเห็นการกระทำที่เป็นความผิดเกี่ยวกับการเลือกตั้ง สามารถมีคำสั่งให้หยุดปฏิบัติหน้าที่ได้ และกำหนดค่าตอบแทนผู้ตรวจการเลือกตั้งประจำจังหวัด 50,000 บาทต่อเดือน ส่วนผู้ตรวจการเลือกตั้งในจังหวัดสงขลา ยะลา ปัตตานี และนราธิวาส จะได้ค่าเสี่ยงภัยเพิ่ม 3,750-5,000 บาทต่อเดือน
“สุวพันธุ์” ปัดอัดฉีดงบฯหาเสียง
วันเดียวกัน เวลา 09.30 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายสุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวก่อนเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติ ว่า ที่ประชุมจะพิจารณาให้ความเห็นชอบเพิ่มเงินกองทุนหมู่บ้าน หมู่บ้านละ 3 แสนบาท ซึ่งเป็นไปตามระเบียบเงินกองทุนหมู่บ้านที่วางไว้ ยืนยันไม่ใช่การหาเสียงหวังประโยชน์ทางการเมือง เพราะเป็นโครงการต่อเนื่องของรัฐบาล มีหมู่บ้านที่จะได้รับกองทุนประมาณ 66,000 หมู่บ้าน จาก 79,000 หมู่บ้าน และวันที่ 27 เม.ย. จะประชุมเครือข่ายระดับจังหวัด เพื่อชี้แจงทำความเข้าใจการใช้เงินกองทุนรอบใหม่
ไม่รู้ไม่เห็นรัฐบาลแห่งชาติ
พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.ยุติธรรม กล่าวถึงกรณีนายวารินทร์ บัววิรัตน์เลิศ เจ้าของฉายา “โหร คมช.” วิเคราะห์ว่าอาจเกิดรัฐบาลแห่งชาติในอนาคตว่า ไม่รู้ ยังไม่ได้ศึกษาเลย ได้ยินแต่พวกเราพูดกัน เมื่อถามว่า แนวทางดังกล่าวดีต่อสถานการณ์ประเทศในช่วงนี้หรือไม่ พล.อ.อ.ประจินตอบว่า ยังไม่ได้ติดตาม ไม่รู้เรื่องนี้ลึกซึ้ง เมื่อถามว่า ชอบชื่อพรรคพลังประชารัฐหรือไม่ พล.อ.อ.ประจินตอบว่า “ผมเพิ่งรู้จักชื่อนี้เมื่อ 2 วันมานี้เอง”
นายกฯสั่งรวมผลงานก่อนแถลง
พล.อ.อ.ประจินกล่าวถึงความคืบหน้าการแถลงผลงานของรัฐบาลและคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ว่า ตามที่ พล.อ.ประยุทธ์สั่งการ คือให้เตรียมนำเสนอในโอกาสที่มีการประชุมต่างๆ ให้ทราบว่าที่ผ่านมารัฐบาลเข้ามาแก้ปัญหาอะไรบ้าง รวมถึงวางแนวทางพัฒนาประเทศอย่างไรจนกระทั่งถึงการกำหนดยุทธศาสตร์ชาติ การปฏิรูปประเทศ รวมทั้งเตรียมการเลือกตั้ง ตรงนี้เป็นส่วนหลักที่มีคำสั่ง เมื่อรวบรวมข้อมูลแล้วจะถือโอกาสเรียบเรียงผลงานด้านอื่น คือความมั่นคง เศรษฐกิจ สังคม และต่างประเทศ ว่ามีอะไรบ้างเพื่อรวบรวมไว้เป็นชุดๆ ก่อนนำไปใช้ต่อไป ส่วนรูปแบบการแถลงผลงานที่วางไว้ จะนำข้อมูลมาสกัดเป็น 2 ส่วน แบ่งเอกสารเป็นชุดๆ อีกส่วนจะทำเป็นสไลด์โชว์ประกอบ
“วิษณุ” แจงศาล รธน.ล้มคำสั่ง 53/60 แก้ไม่นาน
ขณะที่นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์กรณีนายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ตั้งข้อสังเกตหากศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่าคำสั่งหัวหน้า คสช.ที่ 53/2560 ขัดต่อรัฐธรรมนูญ อาจต้องใช้เวลาแก้ไข พ.ร.บ.ว่าด้วยพรรคการเมือง เป็นเวลาเกือบ 1 ปี ว่า เรื่องนี้เดาได้ 3 ทาง คือ 1.ไม่มีอะไรเกิดขึ้น 2.แก้ไขกฎหมายดังกล่าวเพียงเล็กน้อย และ 3.ให้แก้ไขกฎหมายดังกล่าวเยอะ วันนี้เดาไปในทางที่ 3 ทำไมไม่เดาไปในทางที่ 1 แอบรู้คำตอบมาหรืออย่างไร วันนี้รัฐบาลไม่เดาอะไรรู้เพียงว่ามีทางเลือก 3 ทาง เราเตรียมไว้ทั้ง 3 ทาง แต่หากต้องรื้อเยอะก็ใช้เวลาไม่นาน ส่วนที่นายวารินทร์ บัววิรัตน์เลิศ โหร คมช. ออกมาพูดถึงรัฐบาลแห่งชาตินั้น ไม่ทราบ ไม่รู้เรื่อง ต้องถามเขาเอง
ผบ.ทบ.หนุนจัดการคนพูดเท็จ
ที่กองบัญชาการกองทัพบก พล.อ.เฉลิมชัย สิทธิสาท ผบ.ทบ. กล่าวถึงการดูแลสถานการณ์ช่วงเดือน พ.ค.นี้ว่า ไม่มีอะไรที่น่าห่วง กองทัพมีแผนอยู่แล้ว เป็นการเรียกร้องของกลุ่มคนเดิมๆที่อยากเลือกตั้ง ไม่อยากให้สื่อนำเสนอข่าวว่าเป็นการชุมนุมใหญ่ เพราะจะเกิดผลกระทบต่อเศรษฐกิจ และด้านอื่น การชุมนุมอาจไม่มีอะไรก็ได้ เป็นกระบวนการที่ผู้ชุมนุมกระทำต่อเนื่องและยังอยู่ในกรอบ ไม่ได้กังวลอะไร เป็นการแสดงความคิดเห็นในแง่มุมต่างๆของแต่ละกลุ่มการเมือง เป็นไปตามกระบวนการนักการเมืองก็ต้องแสดงตัวในแง่มุมต่างๆก็ไม่มีปัญหาอะไร ส่วนคนที่ออกมาให้ข้อมูลโดยไม่มีหลักฐานนั้นก็ต้องไปดูว่าใครเสียหาย ก็แจ้งความดำเนินคดีเป็นไปตามนั้น บ้านเมืองต้องยืนอยู่บนข้อเท็จจริง การกล่าวหากันลอยๆ ไม่มีหลักฐาน ทำให้เกิดความสับสนวุ่นวาย
ผู้พันเบิร์ด พา 'น้องเกี่ยวก้อย' มาสยาม พีอาร์ปรองดอง
กห.เปิดตัว “น้องเกี่ยวก้อย”
ที่บริเวณสถานีรถไฟฟ้าสยาม ฝั่งสยามสแควร์วัน พ.อ.วันชนะ สวัสดี หรือผู้พันเบิร์ด ผู้ช่วยโฆษกกระทรวงกลาโหม จัดกิจกรรมเปิดตัว “น้องเกี่ยวก้อย” มาสคอตสัญลักษณ์ความปรองดอง พร้อมด้วยทูตปรองดอง พร้อมแจกเอกสารสัญญาประชาคม ของคณะอนุกรรมการด้านการประชาสัมพันธ์เพื่อสร้างความสามัคคีปรองดอง ถือเป็นการเปิดตัวแบรนด์แอมบาสเดอร์อย่างเป็นทางการ โดยมีประชาชนให้ความสนใจอย่างคึกคัก พ.อ.วันชนะกล่าวว่า มา รณรงค์ให้ประชาชนร่วมกันสร้างบรรยากาศความสามัคคีปรองดอง ซึ่งอยู่ในข้อที่หนึ่งของสัญญาประชาคมที่ทุกคนร่วมกันคิดร่วมกันเขียนขึ้นมา หลังจากนี้จะนำน้องเกี่ยวก้อยและคณะไปให้กำลังใจทหารที่เข้ามารับใช้ชาติ ตามหน่วยทหารต่างๆ
“อภิสิทธิ์” จี้เคลียร์ปมร้อน กสทช.
อีกเรื่อง นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณี สนช. โหวตคว่ำผู้เข้ารับการสรรหาเป็น กสทช. จากนั้น พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และหัวหน้า คสช. ใช้มาตรา 44 สั่งยุติการสรรหาและระงับการคัดเลือก กสทช.จนกว่าจะมีคำสั่งเปลี่ยนแปลงเป็นอย่างอื่น ว่า เป็นประเด็นที่น่าเป็นห่วง เกิดอะไรขึ้นกับผู้ที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการสรรหา ทั้งที่เขียนรัฐธรรมนูญและกฎหมายลูกขึ้นมาเองทั้งนั้น และยังใช้มาตรา 44 ระงับการสรรหา กสทช.ไว้ก่อน โดยไม่ระบุให้ชัดว่าปัญหาที่ต้องแก้คืออะไร เพื่อให้เกิดความโปร่งใส แถมยังมีคลิปเสียงกล่าวหาว่าเป็นเพราะว่าผู้นำไม่พึงพอใจ จึงต้องสรรหาใหม่ ถือว่าน่าเป็นห่วง อยากให้เร่งทำให้เกิดความโปร่งใส เพราะมีประเด็นร้อนๆ ตามมาแน่ ทั้งการเสนอให้ช่วยเหลือผู้ประกอบการโทรทัศน์ โทรคมนาคม ที่จ่อรออยู่ รวมถึงประเด็นการประมูลคลื่นความถี่ในรอบต่อๆไปด้วย
“อ๋อย” สับ คสช.ยึดอำนาจเบ็ดเสร็จ
นายจาตุรนต์ ฉายแสง แกนนำพรรคเพื่อไทย โพสต์เฟซบุ๊กระบุว่า “คสช.สั่งล้มการสรรหากรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.)” การใช้มาตรา 44 มาแก้ปัญหานี้ เป็นการกำหนดการตัดสินใจของ กสทช. ไว้ในมือ คสช. คำสั่งเช่นนี้เหมือนยึดอำนาจทุกอย่างไปจาก กสทช. จนไม่เหลือสภาพองค์กรอิสระที่ควรวางตัวเป็นกลาง ความจริง คสช.ทำลายความเป็นอิสระของ กสทช.จนเกือบไม่เหลืออะไรมานานแล้ว เช่น ออกคำสั่งกำหนดการใช้จ่ายเงินรายได้จากการประมูลเสียเอง และให้โอนเงินรายได้ที่เหลือเข้าคลัง รวมทั้งการทำให้ กสทช.กลายเป็นเครื่องมือลิดรอนสิทธิเสรีภาพของสื่อมวลชนตามอำเภอใจ ที่นายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธานกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) ออกมาแก้ต่างให้ คสช.ว่าเป็นเพราะกฎหมาย กสทช.มีปัญหา ต้องถามว่าอยู่กันมาจะ 4 ปี ไปทำอะไรอยู่ ทำไมไม่แก้ไข
สนช.วางกรอบสอบคลิปหลุด
ที่รัฐสภา มีการประชุมคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีคลิปเสียงสนทนาการประชุมที่มีการอ้างชื่อนายกรัฐมนตรีให้ล้มกระบวนการสรรหา กสทช. นัดแรก พล.ต.อ.ชัชวาลย์ สุขสมจิตร์ ประธานคณะกรรมการฯ แถลงหลังการประชุมว่า จะนำคลิปเสียงที่ถูกเผยแพร่มาถอดคำพูดว่ามีเนื้อหาอย่างไร มีการตัดต่อหรือไม่ ใครเป็นผู้เผยแพร่ และใครอยู่ในวงสนทนาบ้าง ขณะนี้ยังไม่ทราบว่าเป็นเสียงหลุดมาจากการประชุมวงใด หากพบเกี่ยวข้องกับใครจะเชิญมาให้ข้อมูลทั้งสมาชิก สนช. และเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้อง แต่ยอมรับว่ากรอบเวลา 30 วัน คณะกรรมการฯ คงทำงานแบบหืดขึ้นคอ แต่จะพยายามเร่งรัดให้ทัน และขอปฏิเสธกระแสข่าวที่พาดพิงตนว่าเป็นหนึ่งในเสียงที่ปรากฏในคลิปการสนทนา ข้อเท็จจริงคือ ข้อเท็จจริง สามารถพิสูจน์เสียงทางนิติวิทยาศาสตร์ได้อยู่แล้ว
“พิชัย” สับเดินพลังงานผิดทาง
ด้านนายพิชัย นริพทะพันธุ์ อดีต รมว.พลังงานและแกนนำพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีรัฐบาลมีนโยบายเตรียมการเปิดให้ประมูลแหล่งพลังงานบงกช และเอราวัณว่า รัฐบาลกำลังเดินนโยบายด้านพลังงานผิดทาง อยากให้คำนึงถึงประโยชน์สูงสุดของประเทศ การที่กระทรวงพลังงานประกาศหยุดรับซื้อไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนเป็นเวลา 5 ปี โดยเฉพาะไฟฟ้าจากพลังแสงอาทิตย์ และพลังลม สวนกับกระแสของโลกที่ส่งเสริมการใช้พลังงานหมุนเวียนที่สะอาด ทำให้การพัฒนาพลังงานหมุนเวียนของไทยต้องหยุดชะงัก และการให้การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ผลิตไฟฟ้าในสัดส่วน 51% ยิ่งเป็นการย้อนยุค ทั้งที่ควรส่งเสริมให้เอกชนดำเนินการมากกว่า อย่างนี้ไม่แน่ใจว่าเท่ากับส่งเสริมให้ใช้ถ่านหินมากยิ่งขึ้นหรือไม่ ส่วนข้อสงสัยเรื่องการทุจริตซื้อถ่านหินในอินโดนีเซีย และข้อครหาจัดซื้อโรงไฟฟ้าถ่านหินในราคามหาโหดแพงกว่าปกติ อยากให้ช่วยตรวจสอบให้ชัดเจนด้วย
ศาลฎีกาเลือก 2 คนเดิมนั่ง กกต.
วันเดียวกัน เวลา 10.00 น. ที่ศาลฎีกา นายชีพ จุลมนต์ ประธานศาลฎีกา เรียกประชุมใหญ่ศาลฎีกามีผู้พิพากษา 176 คน เข้าร่วม เพื่อลงมติเลือกผู้สมควรได้รับแต่งตั้งเป็นกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) สายศาลจำนวน 2 คน แทนที่ผู้พิพากษา 2 คนเดิมที่เคยถูกเสนอชื่อ แต่ที่ประชุม สนช.ลงมติไม่ให้ความเห็นชอบ และให้สรรหาใหม่ ครั้งนี้มีผู้สมัครรวม 5 คน ประกอบด้วย นายฉัตรไชย จันทร์พรายศรี ผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลฎีกา นายปกรณ์ มหรรณพ ผู้พิพากษาศาลฎีกา ทั้ง 2 คนนี้คือผู้ที่เคยถูก สนช.ลงมติไม่รับรองมาก่อนหน้านี้ นายเกษม เกษมปัญญา ผู้พิพากษาอาวุโสในศาลอุทธรณ์ภาค 1 นายทวีป ตันสวัสดิ์ ผู้พิพากษาอาวุโสในศาลฎีกา นายประพาฬ อนมาน ผู้พิพากษาอาวุโสในศาลอุทธรณ์ ปรากฏว่าที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกามีมติเลือกนายฉัตร–ไชยและนายปกรณ์ เป็นผู้ได้รับการคัดเลือกเป็น กกต.สายศาลยุติธรรม 2 คน
“บิ๊กตู่” เยือนสิงคโปร์ถกอาเซียน
พล.ท.วีรชน สุคนธปฏิภาค รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และหัวหน้า คสช. และคณะจะเดินทางเข้าร่วมการประชุมสุดยอดอาเซียนครั้งที่ 32 และการประชุมระดับผู้นำแผนงานการพัฒนาเขตเศรษฐกิจ 3 ฝ่าย อินโดนีเซีย-มาเลเซีย-ไทย (IMT-GT) ครั้งที่ 11 ระหว่างวันที่ 27-28 เม.ย. ที่สาธารณรัฐสิงคโปร์ โดยนายกฯ จะกล่าวถ้อยแถลงต่อที่ประชุมเน้นย้ำแนวทางสร้างความเข้มแข็ง ส่งเสริมนวัตกรรม ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง และร่วมพิธีเปิดการประชุม สุดยอดอาเซียน ครั้งที่ 32 การประชุมสุดยอดอาเซียน ครั้งที่ 32 อย่างไม่เป็นทางการ และร่วมประชุมระดับผู้นำแผนงานการพัฒนาเขตเศรษฐกิจ 3 ฝ่าย IMT-GT ครั้งที่ 11
ห้ามทหารใต้เอี่ยวค้ามนุษย์
ที่กองบัญชาการกองทัพอากาศ พล.อ.เฉลิมชัย สิทธิสาท ผบ.ทบ. กล่าวถึงกรณีที่กำชับทหารไม่ให้เกี่ยวข้องผลประโยชน์ และผู้มีอิทธิพลในกองกำลังเทพสตรี จ.ระนอง ว่าพื้นที่นี้มีปัญหาเรื่องแรงงานเยอะตนอยากให้ทหารในพื้นที่ระมัดระวัง แม้ขณะนี้ยังไม่มีหลักฐานแต่มีข่าวว่าอาจมีทหารเข้าไปเกี่ยวข้อง แต่ต้องปราบลูกน้อง เมื่อถามว่าเป็นข้อมูลเดียวกับที่นายกฯ หรือไม่ พล.อ.เฉลิมชัยกล่าวว่า ตนไม่ทราบ แต่ถ้าพบมีข้อมูลจริงๆ ดำเนินการตามกฎหมาย เมื่อถามว่าจะเป็นเครือข่ายเดิมของ พล.ท.มนัส คงแป้น อดีตผู้ทรงคุณวุฒิกองทัพบกหรือไม่ ผบ.ทบ. กล่าวว่า คิดว่าไม่เกี่ยว จากข่าวที่มีพื้นที่ตรงนี้มีปัญหาแรงงาน การหลบหนีเข้าเมือง และเรื่องธุรกิจเกี่ยวข้อง
หวังเจาะไอร้องเซฟตี้โซนโมเดล
พล.อ.เฉลิมชัยยังกล่าวถึงการแก้ไขปัญหาความไม่สงบจังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยกำหนดเขตพื้นที่ อ.เจาะไอร้อง จ.นราธิวาส เป็นพื้นที่เซฟตี้โซน หรือพื้นปลอดภัย ว่า คณะพูดคุยเพื่อสันติสุขจังหวัดชายแดนภาคใต้เป็นผู้เลือกพื้นที่ดังกล่าว โดยใช้กลไกในปัจจุบันให้เกิดความปลอดภัย ถือเป็นขั้นหนึ่งของกระบวนการการพูดคุยฯ และเพื่อทดสอบความจริงใจ ศักยภาพของคู่เจรจาของเราเอง ทุกอย่างเป็นไปตามขั้นตอนหนึ่งเท่านั้นไม่มีอะไรมากกว่านี้ โดยกองทัพมีหน้าที่ดูแลทุกๆ พื้นที่ให้ปลอดภัย และหากปลอดภัยจริงก็เดินต่อไปได้ พร้อมทั้งทบทวนในเรื่องของรายละเอียดอื่นๆ ไม่ต้องกังวล เราต้องการพื้นที่ อ.เจาะไอร้องเป็นพื้นที่เริ่มต้นตัวอย่างของความปลอดภัย
ที่มาไทยรัฐ