วันอาทิตย์ที่ 27 มกราคม พ.ศ. 2562

อ๋อย เย้ย "ตู่" ไม่น่ากลัวเลย ไม่มีวิสัยทัศน์ ชัชชาติ พร้อมขึ้นแคนดิเดต

อ๋อย เย้ย "ตู่" ไม่น่ากลัวเลย ไม่มีวิสัยทัศน์ ชัชชาติ พร้อมขึ้นแคนดิเดต
“เจ๊หน่อย” ได้ของดีเบี้ยแก้คุณไสย ยันชื่อนายกฯ พท.ไม่ทำให้ผิด หวัง “ชัชชาติ” พร้อมขึ้นแคนดิเดต ขอใช้ภาพติดดินปั่นแต้ม “พงศ์เทพ” บี้ “บิ๊กตู่” ตีกรอบอำนาจเอื้อตัวเอง ทษช.บวงสรวง “พระเจ้าตาก” เอาฤกษ์เอาชัย “ปรีชาพล” ฟุ้งตัวเลือกเพียบ “อ๋อย” เย้ย “ประยุทธ์” ไม่ใช่คู่แข่งที่น่ากลัว ถ้าวัดกันที่ผลงาน-ความรู้ ชี้มีดีแค่ตัวช่วยพิเศษ 250 ส.ว.ลากตั้ง “อุตตม” นำคณะ พปชร.ลุยเมืองอุบลฯ ลั่นเอาแน่ ส.ป.ก.ทองคำ พลิกอีกรอบ “เดือนเต็มดวง” ปาดหน้า “ลูกบุญทรง” หึ่งสองก๊วนเดินเกมล็อบบี้หนัก ปชป.ดึง กกต.ติวเข้มผู้สมัคร “เสี่ยหนู” ขอตีไข่แตกเมืองกรุง “ธนาธร” เปิดทีม กทม. ประกาศ ศักดาพร้อมเป็นพรรคใหญ่


แม้ประเด็นเรื่องกฎกติกาการเลือกตั้ง ยังไม่มีความชัดเจนจากคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ในหลายประเด็น รวมถึงมีกระแสกดดันเรียกร้องไปยังรัฐบาล คสช.ห้ามใช้อำนาจเอื้อประโยชน์ในช่วงเลือกตั้งเอาเปรียบคนอื่น ขณะที่พรรคการเมืองต่างๆ พากันเดินหน้าลงพื้นที่หาเสียงกันคึกคัก

“เจ๊หน่อย” ได้ของดีเบี้ยแก้คุณไสย

เมื่อเวลา 09.20 น. วันที่ 26 ม.ค. ที่เขตบางกอกน้อย คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานยุทธศาสตร์การเลือกตั้งพรรคเพื่อไทย นำคณะลงพื้นที่ช่วยนายพงศ์พันธ์ ยอดเมืองเจริญ ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.กทม.หาเสียง โดยเข้ากราบนมัสการพระครูรัตนโสภณ เจ้าอาวาสวัดนายโรง ซึ่งเจ้าอาวาสได้มอบเบี้ยแก้เครื่องรางของขลัง สำหรับแก้คุณไสยมนต์ดำให้ ต่อมาคุณหญิงสุดารัตน์ลงเรือล่องไปตามคลองบางกอกน้อย ไปขึ้นที่ท่าวัดสุวรรณาราม แล้วเดินเยี่ยมชมโรงงานขันลงหินเจียม ชุมชนบ้านบุ มีนายพงศ์เทพ เทพกาญจนา แกนนำพรรคเพื่อไทยรอต้อนรับ ก่อนเดินตลาดน้ำวัดสุวรรณาราม ตลอดเส้นทางมีประชาชนออกมาทักทายและขอถ่ายภาพด้วย

ยันแคนดิเดตนายกฯไม่ทำผิดหวัง

คุณหญิงสุดารัตน์กล่าวว่า พรรคเพื่อไทยมีนโยบายสร้างรายได้ให้ชุมชนด้วยการท่องเที่ยว บางกอกน้อยจะเป็นโมเดลจัดการท่องเที่ยวตามวิถีชุมชน ที่ได้รับความสนใจจากนักท่องเที่ยวชาวจีนและยุโรปมาก เชื่อว่าจะทำให้มีการกระจายรายได้ไม่ต่ำกว่าวันละ 30 ล้านบาท ส่วนการจัดเตรียมผู้สมัคร ส.ส.ทั้งแบบเขตและบัญชีรายชื่อ ใกล้ลงตัวแล้ว คาดว่าวันที่ 29 ม.ค.ทุกอย่างจะเรียบร้อย แต่ยังไม่ได้สรุปว่าจะส่ง ส.ส.ทั้งหมดกี่เขต เมื่อถามถึงกระแสข่าวผลโพลพรรค ระบุว่านายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ อดีต รมว.คมนาคม ความนิยมนำคุณหญิงสุดารัตน์นั้น คุณหญิงสุดารัตน์ตอบว่า ใจเย็นๆอาทิตย์หน้าก็ทราบแล้ว พรรคเพื่อไทยไม่ทำให้ทุกคนผิดหวัง ยืนยันว่าไม่มีปัญหาใดๆทั้งสิ้น

“ชัชชาติ” ยก “เจ๊” คนรู้จักกันทั่ว ปท.

ต่อมาช่วงบ่าย คุณหญิงสุดารัตน์พร้อมด้วยนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ แกนนำพรรคเพื่อไทยร่วมลงพื้นที่เกาะเกร็ด และตลาดปากเกร็ด จ.นนทบุรี นายชัชชาติกล่าวว่า ส่วนตัวไม่ติดขัดอะไรหากทางพรรคจะเสนอชื่อเป็นแคนดิเดตนายกฯ และพรรคยังมีบุคคลที่เหมาะสม เช่น คุณหญิงสุดารัตน์ซึ่งเป็นที่รู้จักของคนทั้งประเทศ ตนมีเพียงชาว กทม.และเป็นที่รู้จักในโซเชียลมีเดียเท่านั้น แต่ไม่ว่าใครจะถูกเสนอชื่อเราก็จะทำงานเป็นทีม และใช้นโยบายหาเสียงเป็นหลัก ยังไม่เคยผ่านสนามเลือกตั้งและลงหาเสียงมาก่อน ครั้งนี้เป็นครั้งแรกยอมรับว่ารู้สึกตื่นเต้น ประหม่ากับการปราศรัยกับประชาชน แต่จะใช้บุคลิกติดดินที่เข้าถึงง่ายในการหาเสียง และไม่ยึดติดกับผลโพล

บี้ “บิ๊กตู่” ตีกรอบอำนาจเอื้อตัวเอง

ด้านนายพงศ์เทพ เทพกาญจนา กล่าวว่า ตามที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช.ชักชวนคนไทยอ่านผลงาน 4 ปีของรัฐบาลนั้น เชื่อว่า 4 ปีที่ผ่านมาคนไทยทุกคนรู้อยู่ว่าผลงานเป็นอย่างไร เขาสัมผัสได้ถึงปัญหาปากท้อง เศรษฐกิจ ส่วนกรณี 4 รัฐมนตรียังไม่ลาออกนั้น ที่จริงควรลาออกนานแล้ว ปกติหากมีการเลือกตั้งทุกรัฐบาลต้องอยู่ในสถานะรักษาการ ต่างจากรัฐบาลชุดนี้ที่มีอำนาจเต็ม ดังนั้น 4 รัฐมนตรีจึงไม่ควรอยู่ในตำแหน่งต่อไป นอกจากนี้ ยังเชื่อว่า พล.อ.ประยุทธ์จะตอบรับคำเชิญเป็น 1 ในแคนดิเดตนายกฯ ของพลังประชารัฐแน่ หากตอบรับแล้วก็ควรจำกัดการใช้อำนาจ ไม่เช่นนั้นจะใช้อำนาจและกลไกรัฐ เอื้อประโยชน์ให้กลับสู่ตำแหน่งนายกฯ อีกครั้ง เพราะวันนี้เห็นได้ชัดว่ามีการใช้กลไกรัฐเพื่อประโยชน์แก่บางพรรคการเมือง

ติง กกต.อย่าสร้างกฎก่อปัญหา

นายพงศ์เทพยังกล่าวถึงระเบียบ กกต. เรื่องการใช้สื่อรณรงค์หาเสียงว่า ทำให้ผู้ที่คิดจะลงเลือกตั้งเกิดความกังวล จนต้องประกาศปิดเฟซบุ๊ก และสื่อโซเชียลมีเดียอื่นกันเป็นแถว ทำให้เกิดความสับสนวุ่นวายพอสมควร ทั้งที่ความจริง กกต.ควรสนับสนุนให้ทุกพรรคใช้สื่อโซเชียลรณรงค์หาเสียง เพราะทำให้ประชาชนทราบข้อมูลเต็มที่ ประหยัดค่าใช้จ่ายผู้สมัคร และยังตรวจสอบได้ว่ามีการใช้สื่ออย่างไรบ้าง อยากให้ กกต.ช่วยอำนวยความสะดวก อย่าสร้างกฎเกณฑ์ที่ทำให้ผู้สมัครเกิดปัญหา

พท.จี้เร่งวางจุดติดป้ายหาเสียง

ด้านนายประยุทธ์ ศิริพานิชย์ กรรมการสรรหาผู้สมัคร ส.ส.พรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีที่ยังไม่มีการกำหนดจุดให้ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.แต่ละพรรคติดป้ายหาเสียง ว่า ข้อจำกัดของกฎหมายว่าด้วย การเลือกตั้ง ส.ส.มาตรา 83 ต้องมีกระบวนการให้ผู้ว่าราชการจังหวัด นายอำเภอ และผู้บริหารท้องถิ่น หรือหัวหน้าหน่วยงานต่างๆ ประสานงานกับ กกต. กำหนดจุดติดป้ายหาเสียง ช่วงเวลาที่ผ่านมาควรประสานงานกันก่อนแล้ว แต่ด้วยปัญหาต่างๆทำให้ขณะนี้ยังไม่มีการกำหนดจุดติดป้ายออกมา จึงเรียกร้องให้ กกต.เร่งประสานกับหน่วยงานต่างๆ ไม่เช่นนั้นระยะเวลาที่ผู้สมัคร ส.ส.จะได้สื่อสารกับประชาชนจะถูกจำกัดกว่าที่ควรเป็น ทำให้ประชาชนไม่มีข้อมูลตัดสินใจเพียงพอ

ไทยรักษาชาติ บวงสรวง “พระเจ้าตาก”

ช่วงเช้าที่อนุสาวรีย์สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช วงเวียนใหญ่ ร.ท.ปรีชาพล พงษ์พานิช หัวหน้าพรรคไทยรักษาชาติ พร้อมแกนนำ อาทิ นายจาตุรนต์ ฉายแสง ประธานกรรมการยุทธศาสตร์พรรค ร่วมทำพิธีสักการะบวงสรวงอนุสาวรีย์สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช เพื่อความเป็นสิริมงคล เปิดศักราชปี 2562 ก่อนเดินทางไปเปิดศูนย์ประสานงาน พรรคไทยรักษาชาติเขต 22 คลองสาน-บางกอกใหญ่-ธนบุรี ให้กับ น.ส.สราริน ชาลีวรรณ หรือโบว์ โดยระหว่างพิธีนายพงศ์เทพ เทพกาญจนา แกนนำพรรคเพื่อไทย ได้มาร่วมกิจกรรมและเดินทักทายแกนนำพรรคไทยรักษาชาติ นายพงศ์เทพกล่าวว่า รู้จักกับมารดา น.ส.สรารินจึงได้รับเชิญมาร่วมงานแต่ยืนยันยังอยู่พรรคเพื่อไทย

ฟุ้งมีตัวเลือกนายกฯเกิน 3 คน

ร.ท.ปรีชาพลให้สัมภาษณ์ถึงความพร้อมในการส่งผู้สมัครรับเลือกตั้ง ส.ส. ว่า คณะกรรมการสรรหาผู้สมัครระบบเขตพิจารณาเกือบครบ 100 เปอร์เซ็นต์ ส่วนระบบบัญชีรายชื่ออยู่ระหว่างรับฟังความคิดเห็น เมื่อถามว่าในบัญชีรายชื่อนายกฯจะมีชื่อ ร.ท.ปรีชาพลด้วยหรือไม่ ร.ท.ปรีชาพลตอบว่า ขณะนี้คณะกรรมการบริหารพรรคยังไม่ได้พิจารณาเรื่องดังกล่าว แต่เรามีบุคลากรที่มีคุณสมบัติพร้อมอยู่ในบัญชีรายชื่อนายกฯมากกว่า 3 คนแน่นอน ขอให้กรรมการบริหารพรรคได้พิจารณาก่อนจะประกาศให้ประชาชนทราบช่วงวันที่ 4-8 ก.พ. เชื่อว่าพรรคมีบุคลากรที่พร้อมเป็นความหวังให้กับประชาชน ในการจะแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ สุดท้ายประชาชนต้องเลือกว่าจะให้ พล.อ.ประยุทธ์เป็นนายกฯต่อ หรือให้ฝ่ายประชาธิปไตยชนะ นอกจากนี้ สิ่งที่เราเรียกร้องมาตลอดคือต้องการให้ กกต.ประกาศขั้นตอน ระเบียบ ข้อกำหนดต่างๆให้ชัดเจน ให้ผู้ปฏิบัติดำเนินการได้อย่างครบถ้วน

“อ๋อย” ชี้วางแผนสืบอำนาจมานาน

ด้านนายจาตุรนต์ ฉายแสง ประธานกรรมการยุทธศาสตร์พรรคไทยรักษาชาติ กล่าวว่า จากการวิเคราะห์มีแนวโน้มว่าพรรคพลังประชารัฐคงเชิญ พล.อ.ประยุทธ์มาอยู่ในบัญชีแคนดิเดตนายกฯ แต่ยังไม่ทราบว่าจะเสนอชื่อเดียวหรือ 3 ชื่อตามข่าว ที่ผ่านมามีการวางแผนพูดกันเป็นขั้นเป็นตอน ทำให้เห็นว่า พล.อ.ประยุทธ์มีความตั้งใจจะมาเป็นแคนดิเดตนายกฯ แต่ที่เป็นปัญหาคือการที่นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ระบุว่ารัฐบาลนี้มีอำนาจเต็ม ไม่ใช่ รัฐบาลรักษาการ จึงอยากทำความเข้าใจว่า ในอดีตหากมีการยุบสภาเลือกตั้งใหม่ ต้องเป็นรัฐบาลรักษาการ หากให้มีอำนาจเหมือนรัฐบาลปกติ อาจใช้อำนาจเกิดความไม่เป็นกลาง เพื่อประโยชน์ของตนเอง หรือพรรคตนเอง ไปมีส่วนได้เสียในการเลือกตั้งได้

เย้ย“บิ๊กตู่”ไม่ใช่คู่แข่งที่น่ากลัว

เมื่อถามว่า มองว่า พล.อ.ประยุทธ์เป็นคู่แข่งที่น่ากลัวหรือไม่ นายจาตุรนต์ตอบว่า ถ้าพูดในแง่วิสัยทัศน์ ความรู้ ความสามารถ ประสบการณ์ และผลงาน ไม่น่ากลัวเลย แต่ พล.อ.ประยุทธ์มีข้อได้เปรียบ คือมี ส.ว. 250 คนในกระเป๋า ทำให้ได้เปรียบพรรคต่างๆ เชื่อว่าเมื่อถึงโค้งสุดท้ายประชาชนจะเหลือประเด็นเดียวในการตัดสินใจ คือจะให้ พล.อ.ประยุทธ์เป็นนายกฯต่อไปหรือไม่ ถ้าทุกคนเห็นว่าตลอดเวลา 4-5 ปีนี้เดือดร้อนพอแล้ว พล.อ.ประยุทธ์กับพวกแก้ไม่ได้ ก็ต้องเปลี่ยนรัฐบาล ส่วนการเตรียมรณรงค์หาเสียงพรรคจะใช้การปราศรัยทุกรูปแบบ พยายามพบประชาชนให้มากที่สุด แต่จากระเบียบที่ กกต.ออกมา จำกัดการหาเสียงผ่านช่องทางสื่อโซเชียล และโทรทัศน์อย่างมาก แต่ตนยังยืนยันว่าจะไม่ปิดเฟซบุ๊ก และทางพรรคจะเปิดนโยบายในวันที่ 29 ม.ค. ภายใต้โจทย์ที่ว่า “ประเทศนี้ มีปัญหาสำคัญที่จะต้องแก้ 10 เรื่อง” โดยเน้นเรื่องการแก้ปัญหาเศรษฐกิจ ที่เป็นปัญหาใหญ่ที่สุด เมื่อถามว่า หากถูกเสนอชื่ออยู่ในบัญชีนายกฯพร้อมหรือไม่ นายจาตุรนต์ตอบว่า ขึ้นอยู่กับคณะกรรมการบริหารพรรคจะเสนอชื่อใครบ้าง

ตั้งโจทย์สิบข้อที่ต้องเร่งแก้

ต่อมานายจาตุรนต์ ฉายแสง โพสต์เฟซบุ๊กระบุถึงนโยบายพรรคไทยรักษาชาติ ว่า เรามีนโยบายพร้อมอยู่แล้ว แต่มีรายละเอียดต้องระมัดระวังอยู่มาก ทั้งข้อกฎหมายใหม่ และยุทธศาสตร์ชาติเป็นต้น บางเรื่องถ้าไปเกี่ยวกับงบประมาณอาจต้องคำนวณและวิเคราะห์ความคุ้มค่า ต้องชี้แจงแสดงที่มาของงบประมาณ จึงจะทยอยเปิดนโยบายเรื่องหลักๆก่อน บางเรื่องที่ต้องลงรายละเอียดอาจต้องรอกันในโค้งสุดท้าย ขั้นนี้ขอเริ่มด้วยการตั้งโจทย์ว่า ประเทศนี้มีปัญหามากมายสะสมมา จะแก้ปัญหาอย่างไร จึงเสนอปัญหาประเทศ 10 เรื่อง ดังนี้ เศรษฐกิจเติบโตช้า เกษตรกรยากจน ประชาชนรายได้ตกต่ำ หนี้ครัวเรือนเพิ่ม รวยกระจุกจนกระจาย ส่งออกต่ำ ท่องเที่ยวลด สังคมเหลื่อมล้ำ ยาเสพติดเกลื่อนเมือง คอร์รัปชันสูง การศึกษาล้าหลัง มลภาวะในเมืองใหญ่ ปัญหาเหล่านี้ไทยรักษาชาติแก้ได้

“อุตตม” ย้ำนโยบาย ส.ป.ก.

วันเดียวกันที่ จ.อุบลราชธานี นายอุตตม สาวนายน หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ พร้อมด้วยนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานยุทธศาสตร์การเลือกตั้งภาคอีสาน ลงพื้นที่เดินสายปราศรัยและเปิดตัวว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.ทั้ง 4 จังหวัด ได้แก่ อุบลราชธานี ยโสธร อำนาจเจริญ และศรีสะเกษ รวม 23 เขต นายอุตตมกล่าวว่า จะเดินหน้านโยบายที่ดิน ส.ป.ก.4-01 แน่นอน พรรคเอาจริงเรื่องนี้ นอกจากสิทธิ์ในที่ดินทำกินแล้ว ทุกคนต้องต่อยอดใช้งานอื่นได้ ส่วนเรื่องเกษตรเราจะดูแลตั้งแต่ต้นทางถึงปลายทาง ตั้งแต่การผลิต แปรรูป จนถึงการตลาด และแน่นอนว่าภาคอุตสาหกรรมจะมาในพื้นที่ มาเพิ่มรายได้ให้ชาวบ้าน ลูกหลานไม่ต้องเข้าเมืองไปทำงาน สุดท้ายคือเรื่องการคมนาคม เส้นทางถนน รถไฟ สนามบินต้องมา วันนี้เริ่มต้นแล้วเดี๋ยวของจริงจะมาอีก ทุกคนจะโตไปด้วยกัน สวัสดิการ อาชีพ คมนาคม ทั้ง 3 สิ่งนี้ต้องถูกพัฒนาขึ้นในยุคพลังประชารัฐ ส่วนการเสนอบัญชีรายชื่อนายกฯ จะเป็น พล.อ.ประยุทธ์หรือไม่นั้น ขณะนี้เรายังไม่ได้ทาบทามท่าน ไม่นานจะได้เห็นรายชื่อแน่นอน

“สุริยะ” ย้ำคิดอยู่กับปมขัดแย้ง

นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ กล่าวว่า เคยมาหาเสียงที่ จ.อุบลราชธานีหลายสิบปีแล้ว แต่ปัญหาความยากจนยังเหมือนเดิม สาเหตุส่วนหนึ่งมาจากความขัดแย้งทางการเมืองของ 2 พรรคใหญ่ ความไม่สงบทำให้บ้านเมืองพัฒนาไม่ได้ วันนี้พลังประชารัฐขอเสนอตัวให้เป็นทางเลือกแก้ปัญหาความยากจน เราได้นำเสนอนโยบายพักหนี้กองทุนหมู่บ้าน 3 ปี เดินหน้าแก้ปัญหาหนี้นอกระบบ และทำกองทุนประชารัฐ ให้ประชาชนกู้เงินดอกเบี้ยต่ำถูกต้องตามกฎหมาย และจะเดินหน้าทำเมืองอุตสาหกรรม 30 แห่งทั่วประเทศ ย้ายโรงงานมาตั้งที่บ้าน ลูกหลานจะได้ไม่ต้องเข้าไป กทม. ไม่ต้องทิ้งคนแก่คนเฒ่าให้อยู่บ้านคนเดียว

พลิกไปมา “ลูกบุญทรง-ผู้กองแป้ง”

ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ประธานยุทธศาสตร์เลือกตั้งภาคเหนือ พปชร. กล่าวถึงความคืบหน้าการคัดสรรว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.ภาคเหนือ ที่มีกระแสข่าวการสลับเปลี่ยนตัวระหว่างนายเดชนัฐวิทย์ เตริยาภิรมย์ บุตรชายนายบุญทรง เตริยาภิรมย์ อดีต รมว.พาณิชย์ กับ ร.อ.หญิงเดือนเต็มดวง ณ เชียงใหม่ เป็นผู้สมัคร ส.ส.เขต 5 เชียงใหม่ ว่า ภาพรวมการจัดว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.ภาคเหนือ รวมถึงเชียงใหม่ พิจารณาเรียบร้อยลงตัวแล้วไม่มีปัญหา โดยนายเดชนัฐวิทย์ลงบัญชีรายชื่อ ส่วน ร.อ.หญิงเดือนเต็มดวงยังคงลงเขตตามเดิม

หึ่งสองก๊วนเดินเกมล็อบบี้หนัก

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การพลิกกลับไปกลับมาดังกล่าว ทางแกนนำและทีมยุทธศาสตร์เลือกตั้งพรรคมีการหารือกันอย่างหนักเมื่อช่วงคืนวันที่ 25 ม.ค.ที่ผ่านมา โดยประเมินความนิยมของทั้งคู่ นายเดชนัฐวิทย์มีฐานเสียงของผู้เป็นพ่อ และได้เสียงคนรุ่นใหม่ ส่วน ร.อ.หญิงเดือนเต็มดวงกระแสอาจตกไปบ้าง แต่ยังมีเสียงสนับสนุนในช่วงเป็นผู้บริหารท้องถิ่น และผู้เป็นแม่คือนางกิ่งกาญจน์ ณ เชียงใหม่ ที่ผลักดันเต็มที่ต้องการให้บุตรสาวได้ลงเขต ท่ามกลางกระแสข่าวมีการล็อบบี้กันหนักระหว่าง ร.อ.ธรรมนัส ที่มีความใกล้ชิดกับระดับบิ๊กในรัฐบาลและ คสช. ที่ผลักดัน ร.อ.หญิงเดือนเต็มดวงมาตั้งแต่ต้น กับกลุ่มสามมิตรภายใต้การนำของนายสุริยะที่ต้องการหนุนนายเดชนัฐวิทย์ที่มีข้อตกลงกันมาตั้งแต่ช่วงเจรจาให้สวิงขั้ว

ใกล้จบ ส.ส.เขตเหลือที่ปากน้ำ

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า ในส่วนของเขตที่ยังไม่ลงตัว อาทิ สมุทรปราการ เขต 7 เป็นการชิงกันระหว่างนายต่อศักดิ์ อัศวเหม ภายใต้ปีกกลุ่มปากน้ำของนายชนม์สวัสดิ์ อัศวเหม ประธานหอการค้าสมุทรปราการ กับนางไพลิน เทียนสุวรรณ อดีต ส.จ.สมุทรปราการ ที่มีความนิยมในพื้นที่พอสมควร ขณะที่ จ.ตราด เดิมวางตัวนายฐิติกร โลหะคุปต์ ไว้ แต่นายฐิติกรเกิดป่วยต้องเข้ารับการผ่าตัด จึงจะส่งน้องชายลงแทน รวมถึงที่ จ.พัทลุง ที่ยังไม่ลงตัว ขณะที่ จ.ชลบุรีลงตัวแล้ว ทั้ง 8 เขต

ปชป.ดึง กกต.ติวเข้มผู้สมัคร

ที่พรรคประชาธิปัตย์ นายธนา ชีรวินิจ โฆษกพรรคประชาธิปัตย์กล่าวว่า วันที่ 28 ม.ค. กรรมการบริหารพรรคจะพิจารณาอนุมัติผู้สมัคร ส.ส.เขต 350 คน และผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อ 150 คน รวมถึงบัญชีรายชื่อบุคคลที่พรรคจะเสนอเป็นนายกรัฐมนตรีให้เสร็จ โดยมีชื่อนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เป็นบัญชีนายกฯของพรรค จากนั้นจะจัดปฐมนิเทศอบรมผู้สมัคร ส.ส. เกี่ยวกับนโยบาย และแนวทางการรณรงค์หาเสียง เพื่อความเป็นเอกภาพในการหาเสียง โดยเชิญเจ้าหน้าที่ กกต.มาให้ข้อมูลเป็นแนวทางที่ถูกต้องต่อไป โดยนายอภิสิทธิ์กำชับให้ผู้สมัคร ส.ส.ทุกคนไปอ่าน และทำความเข้าใจเกี่ยวกับระเบียบของ กกต.ให้ชัดเจน หากมีเรื่องใดที่ไม่ชัดเจนจะมีคณะกรรมการด้านกฎหมายของพรรค พร้อมชี้แจง และตอบปัญหาให้ได้
นางมัลลิกา บุญมีตระกูล มหาสุข กรรมการบริหารพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า วันที่ 27 ม.ค. นายอภิสิทธิ์ พร้อมด้วยนายจุติ ไกรฤกษ์ เลขาธิการพรรค จะร่วมเปิดตัวผู้สมัคร ส.ส.ภาคเหนือทั้ง 62 เขต รวมถึงแนวนโยบายแก้จน ฟื้นเศรษฐกิจปากท้อง ถือเป็นเวทีแรกหลังมี พ.ร.ฎ.ให้มีการเลือกตั้ง ส.ส.เป็นการทั่วไป

“เสี่ยหนู” ขอตีไข่แตกเมืองกรุง

ที่อาคาร HH ซอยเพชรเกษม 57 นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย เป็นประธานเปิดศูนย์ประสานงานพรรคภูมิใจไทยประจำ กทม.เขต 28 บางแค พร้อมเปิดตัวนายจิตรภณ ทิพย์โภคาสกุล หรือแบงค์ ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.กทม. โดยมีประชาชนมาให้กำลังใจจำนวนมาก นายอนุทินกล่าวปราศรัยว่า นายจิตรภณเป็นคนเติบโตมาในพื้นที่ เป็นคนรุ่นใหม่ ที่มีจิตสำนึก หากตีไข่แตกให้พรรคภูมิใจไทยใน กทม. สัก 4-5 ใบ รับรองสนุก เพราะพรรคจะทำอะไรด้วยความมั่นใจให้คน กทม. โดยไม่กลัวหน้าอินทร์หน้าพรหมที่ไหน เรามีนโยบายหลักคือไม่เน้นเดินเกมการเมือง แต่จะเน้นแก้ไขปัญหาปากท้อง ทำให้ประชาชน อยู่ดีกินดี สร้างรายได้และมีเงินออม สำหรับ กทม. จะเน้นการแก้ไขปัญหาการจราจร ส่งเสริมให้กิจการห้างร้าน โรงเรียน และบริษัทต่างๆสามารถทำงานที่บ้านหรือเรียนที่บ้านได้ 1 วัน ด้วยการใช้เทคโนโลยี พร้อมจัดสถานที่ทำงาน หรือ co-office working space อยู่ทุกมุมเมือง นายอนุทินให้สัมภาษณ์เพิ่มเติมกรณีที่พรรคพลังประชารัฐจะเสนอชื่อ พล.อ.ประยุทธ์ และนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี เป็น 2 ใน 3 รายชื่อนายกฯว่า ถ้ากล้ามาแข่งขันแล้วจะต้องกลัวอะไร ขอให้มาแข่งกันที่นโยบาย

เพื่อชาติชูโฉนดใบเดียวทั้งประเทศ

ที่ตลาดสดเทศบาลปะคำ อ.ปะคำ จ.บุรีรัมย์ นายสงคราม กิจเลิศไพโรจน์ หัวหน้าพรรคเพื่อชาติ พร้อมนายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธาน นปช. ในฐานะผู้สนับสนุนพรรค ลงพื้นที่เปิดสภาพัฒนาการเมือง และเปิดเวทีปราศรัยโดยมีประชาชนจำนวนมากร่วมฟัง นายสงครามกล่าวว่า ทนไม่ได้ถ้าพี่น้องยังจนอยู่ ก่อนจากโลกนี้ไปจะพยายามทำให้พี่น้องหายจน ปัจจุบันสังคมไทยเป็นสังคมผู้สูงอายุ แต่หลายคนอายุเกิน 60 ปีแล้วยังต้องทำงานอยู่ นโยบายเราคือ อายุตั้งแต่ 60 ปีขึ้นไปต้องมีเบี้ยผู้สูงอายุคนละ 2,000 บาทต่อเดือนตลอดชีพ ถ้าเศรษฐกิจประเทศดีขึ้น จะขยับขึ้นเป็น 3,000-4,000 ต่อเดือน
ด้านนายจตุพรกล่าวว่า ปัญหาเรื่องที่ดินทำกินต่อสู้กันมายาวนาน เราคิดนโยบายไม่ใช่แบบพรรคพลังประชารัฐ เอกสารสิทธิของพี่น้อง อาทิ นส.1 นส.2 ส.ป.ก. ต่อไปนี้เอกสารสิทธิที่ดินทั้งหมดจะไม่มี เรียกอย่างเดียวคือโฉนด ที่เคยเป็น ส.ป.ก.จะมีวงเล็บข้างท้าย อาทิ เพื่อการเกษตร เพื่อการประมง เพื่อที่อยู่อาศัย สามารถถือโฉนดนี้ไปกู้ธนาคารได้ พูดง่ายๆคือเลือกพรรคเพื่อชาติมีโฉนดใบเดียวเหมือนกันทั้งประเทศ

“ธนาธร” เปิดทีมผู้สมัครกรุงเทพฯ

ช่วงบ่ายวันเดียวกันที่หอศิลปวัฒนธรรมกรุงเทพ พรรคอนาคตใหม่จัดกิจกรรม “เปลี่ยนกรุงเทพ เปลี่ยนประเทศไทย” พร้อมเปิดตัวว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.กทม.ทั้ง 30 เขต และแสดงวิสัยทัศน์ นำโดย นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรค นายรณณวิต หล่อเลิศสุนทร รองหัวหน้าพรรค น.ส.พรรณิการ์ วานิช โฆษกพรรค บรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.เน้นคนธรรมดาหน้าใหม่ ไม่ใช่อดีต ส.ส. หรือนักการเมือง นายธนาธรกล่าวว่า ผลการเลือกตั้งที่ผ่านมา ชาว กทม.พร้อมให้โอกาสทุกพรรค เปิดโอกาสให้ตัวเลือกใหม่ พิสูจน์แล้วว่าไม่มีพรรคใดผูกขาดพื้นที่ กทม. ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.ทั้ง 30 คน คือตัวแทนของคนมีรายได้น้อย ที่ไม่เคยเห็นความเปลี่ยนแปลงมาตลอดชีวิต นี่คือคนธรรมดาที่มารวมกันด้วยอุดมการณ์ ไม่ใช่ผลประโยชน์ หรือนายทุนคนไหน

โวพร้อมประกาศศักดาพรรคใหญ่

นายธนาธรกล่าวอีกว่า พรรคอนาคตใหม่พร้อมส่งผู้สมัคร ส.ส.กทม.ทั้ง 30 เขต และ 350 เขต ครบทั้งประเทศ แสดงให้ประชาชนเห็นว่าไม่ได้มาเล่นๆ แต่เอาจริง หวังประกาศศักดาว่าไม่ได้ต้องการเป็นพรรคขนาดเล็ก ขนาดกลาง แต่ต้องการเป็นพรรคขนาดใหญ่ ที่ต้องการเห็นการเปลี่ยนแปลงที่แท้จริง บางพรรคอาจภูมิใจว่ามีด็อกเตอร์เยอะที่สุด แต่ตนภูมิใจว่าพรรคอนาคตใหม่มี 30 ว่าที่ ส.ส.กทม. รวมกันแล้วจนที่สุดในทุกพรรค นี่คือเหตุผลที่ต้องเลือกพรรคอนาคตใหม่ เพราะเราคือกลุ่มคนที่เข้าใจปัญหา พวกเราคือกรรมกร คนขับแท็กซี่ ศิลปิน ดารา กลุ่มชาติพันธุ์ คนรุ่นเก่า คนรุ่นใหม่ ที่หลอมรวมกัน มั่นใจว่าผลเลือกตั้งครั้งนี้จะมีกรรมกรเข้าสภา อนาคตใหม่ขออาสาเป็นกองหน้าประชาธิปไตย ที่มีเจ้านายคือประชาชน

“ดำรงดิศ” ห่วงเวลาหาเสียงน้อย

ด้าน ม.ร.ว.ดำรงดิศ ดิศกุล หัวหน้าพรรคภราดรภาพ กล่าวว่า หลัง กกต.ประกาศวันเลือกตั้ง เห็นว่ามีเรื่องเกี่ยวกับกฎหมายค่อนข้างเยอะ พรรคต้องเตรียมให้ความชัดเจนแก่สมาชิกพรรค เพื่อป้องกันการผิดพลาดต่อกฎระเบียบ ส่วนเวลาการหาเสียงยอมรับว่าคงมีเวลาจำกัด พรรคคงแบ่งความรับผิดชอบทีมผู้บริหารแต่ละคนไปยังพื้นที่ต่างๆ เพื่อทำความเข้าใจกับพี่น้อง เมื่อประกาศวันเลือกตั้งแล้วเชื่อว่าความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจเริ่มกลับคืนมา ดัชนีตลาดหลักทรัพย์ตอบรับ ส่งสัญญาณไปในทิศทางบวก นักลงทุนจะกลับมาลงทุน ส่วนแนวนโยบายการหาเสียงแม้จะชูเรื่องเศรษฐกิจ การแก้ไขปัญหาปากท้องเป็นหลัก แต่พรรคยังเน้นเร่งแก้ปัญหาราคาพืชผลทางการเกษตร การแก้ไขปัญหาทุจริตคอร์รัปชัน และไม่มองคู่แข่งขันเป็นศัตรู

“ทรงกลด” ดันคลองไทย-กาสิโน

ขณะที่ พล.ต.ทรงกลด ทิพย์รัตน์ หัวหน้าพรรคพลังชาติไทย และแกนนำพรรค ร่วมทำพิธีเปิดป้ายพรรค ที่ถนนกาญจนาภิเษก ต.บางคูเวียง อ.บางกรวย จ.นนทบุรี พล.ต.ทรงกลดกล่าวว่า พรรคพร้อมส่งผู้สมัครครบทั้ง 350 เขต นโยบายเร่งด่วนคือ “หาเงินมาก่อน” โดยสร้างรายได้ไม่ต่ำกว่าปีละ 18 ล้านล้านบาท เช่น การขุดคลองไทยให้เป็นเส้นทางยุทธศาสตร์การเดินเรือของโลก เปิดสถานบันเทิงครบวงจร กาสิโน และนำหวยใต้ดินมาอยู่บนดิน ทำให้เกิดรายได้หมุนเวียน การท่องเที่ยวต้องปรับปรุงและเปลี่ยนแปลงให้ได้มาตรฐานสากล สนับสนุนผู้ประกอบอาชีพทำไร่ ทำนา หันมาใช้เกษตรอินทรีย์จริงจัง ส่วนที่มีคนเข้าใจว่าเป็นนอมินี คสช.นั้น เพราะเคยทำงานร่วมกับ คสช.มาก่อน แต่วันนี้ตั้งใจทำงานเพื่อพัฒนาประเทศด้วยความจริงใจ